My name is Lee Joe มารักกับผมไหมล่ะ? [จบเรื่อง]

ตอนที่ 18 : ฉันกลับมาแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

Joe part

ผมได้สติแล้วก็เข้ามาที่ค่ายเพลง ก่อนจะต้องรับมือกับป๊า ผมต้องหาข้ออ้างเรื่องที่ผมไปเดทมั่วซั่วก่อนให้ได้ ไม่อย่างนั้น เรื่องนี้ป๊าต้องจัดการกับผมเรื่องรักๆใคร่ๆ อีกแน่ๆ

“ไหนแกบอกไปเที่ยวต่างจังหวัดเมื่อคืน แล้วนี่อะไร เอารถใหญ่ไปแล้วยังไปก่อเรื่องงที่ร้านเหล้าในผับในบาร์กันไปใหญ่ สติสตังหายไปไหนหมด เจ้าโจว?”

ผมเปิดประตูห้องป๊า พรอ้มกับสะดุ้งเสียงทุ่มต่ำที่ชวนขนลุกนั่น แล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะบีบขมับตัวเอง

“ผิดพลาดนิดหน่อยป๊า เพื่อนมันเลี้ยง....”

“เลี้ยงบ้าเลี้ยงบออะไร เจ้าริวบอกกับฉันหมดแล้ว..”

“ฮ้ะ!!????”

“ฉันเค้นความจริงจากมันเจ้าริวเอง...แกจะโกหกฉันไปเพื่ออะไร ดีนะ ที่ไม่ไดมีเรื่องอะไรมาก...”

“...อื้มมมม แล้วป๊า..เข้ามาทำอะไรแต่เช้า...”

“ฉันมาทำธุระนิดหน่อย...”

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเจ้าริวเปิดประตูก้าวเท้าเข้ามา ก่อนจะมานั่งลงข้างๆผม

“ไง...เมื่อคืนสนุกมากไหมละ?”

“มีไรว่ามา ...เบื่อที่จะพูดถึงอดีต”

“อ้ะ..ป๊าให้แด้วยกัน..”

ผมหันไปมองตั๋วเครื่องบินที่เจ้าริวยื่นให้ผม แล้วก็หันไปทำหน้าสงสัยที่ป๊า

“ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ฉันกลับมาที่นี่ถาวรแล้ว ไม่ต้องห่วง”

“แล้วเจ้าริวริวจะไปได้ยังไง แล้วเพอร์เฟคนนิสล่ะ?”

“ฉันกับเจ้าริวคุยเรื่องนี้กับทีมเพอร์เฟคนนิสแล้ว ริวจะไปในฐานะคนติดตามแก แล้วก็เรียนต่อ ฉันฝากทางนู้นให้แกดูแลด้วย”

“....อื้ม..แต่...ป๊าห้ามทิ้งเพอร์เฟคนิสเด็ดขาด ป๊าต้องสัญญากับผมก่อน..”

“แน่นอน”

หลังจากที่ผมกลับมาคอนโด ผมก็ทิ้งเจ้าตั๋วลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง ผมยังคงนั่งมองตั๋ว พร้อมกับถอนหายใจ บางครั้งผมก็คิดว่า ป๊าคงไม่ได้อ่านใจผมได้ใช่ไหม

ว่าผมในตอนนี้รู้สึกอยากจะหลบหนี..ความผิดพลาด..ในอดีต

 

 

เกาะเชจู

“ฉันบอกแล้วใช่ไหมไม่ต้องซื้อมาอะไรเยอะแยะ นี่ฉันต้อนรับพวกนายยังไม่พออีกเหรอ?”

แม่บ่นอุบอิบขณะรับของมาจากมือดงฮาที่เพิ่งมาถึงบ้านเรา

“โถ่วแม่รับๆไปเหอะน่า นี่ของจากสเปนออกจะอินเตอร์ นานๆทีกินเหล้าเมืองนอก ไม่เห็นจะเป็นไรเลย”

“ตัวดีนะแก ยัยริน”

“ฮ่าๆๆ ก็จริงอย่างที่รินเขาบอกนะครับ ผมคิดว่าอาหารเกาหลีก็น่าจะเข้ากับเหล้านอกนะครับ ฮ่าๆ”

“ไปๆๆ รีบเข้าบ้านกัน ลมหนาวมากแล้ว เดี๋ยวเพิ่งกลับมาก็จะไม่สบายกันอีก”

และแม่ก็รีบต้อนพวกเราเข้าบ้านทันที

 

“แล้วกลับมาคราวนี้จะไปอีกเมื่อไหร่กันล่ะ?”

ขณะที่เรากำลังจิ้มเนื้อย่างเข้าปากกันพัลวัน แม่ก็ถามคำถามไปยังดงฮา ดงฮาวางแก้วโซจูลง พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ที่จริงแล้ว...ผมกะว่าจะกลับมาอยู่ที่โซลถาวรตามที่พ่อต้องการครับ แต่ก่อนจะมาที่นี่ผมเข้าไปกราบท่าน ท่านคงดูเหนื่อยมากจริงๆ ผมเลยกะว่าจะรับช่วงให้ท่านอย่างเต็มตัวครับ..”

พ่อ แม่ และฉัน คีบหมูย่างเข้าปากอย่างเชื่องช้า พร้อมนึกตามคำพูดของดงฮา งั้นก็แสดงว่า...

“นี่...นายอย่าบอกนะว่า จะเดินทางไปๆมาๆแบบนี้จนกว่าจะแต่งงาน..??”

และพ่อก็เป็นคนเริ่มต้นไขข้องใจทั้งหมด

“ก็คงจะเป็นแบบนั้นครับ...เพราะคุณพ่อควรพักมือและพักผ่อนนะครับ ท่านสู้มาเยอะแล้ว..ผมอยากตอบแทนคุณพ่อให้ถึงที่สุด”

เราทุกคนเห็นด้วย และพยักหน้าตามความคิดเห็นของดงอา

“พี่ชายฉันนี่นา....พูดยาก ดันทุรัง ยิ่งกว่าเด็กประถมซะอีก นายแน่ใจนะว่าจะรับมือไหว?”

แม่หยอดถามนายดงฮาเรื่องพี่ชายของเธอ

“ฮ่าๆๆ ท่านเป็นพ่อผมนะครับ ท่านเลี้ยงผมมาจนป่านนี้แล้ว ยังไงผมก็เชื่อว่าผมรู้ใจคุณพ่อที่สุดครับ”

“งั้นก็ให้เยรินไปช่วยอีกแรงไหมละ??? ไหนๆก็ว่างงานนิ?”

แล้วความคิดบ้าๆบอก็ผุดขึ้นมาอีกจนได้นะแม่ ฉันวางตะเกียบลงพร้อมกับหันไปทางนายดงอา

“นี่! นายอย่าตกปากรับคำเชียวนะ นายก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยได้ภาษาสเปน นายอยากสร้างภาระเพิ่มให้กับตัวเองไปทำไม?!

ฉันหันไปกระซิบกระซาบพร้อมกับขู่นายดงฮา

“นี่ๆๆ ยัยริน ไม่ต้องไปทำตัดสินบนพี่เขาเลยนะ แกอยู่บ้านเฉยๆ ไปช่วยพี่เขาจะเป็นไรไป งานแกก็ไม่รู้จะได้เริ่มทำเมื่อไหร่ ไปเปิดหูเปิดตาบ้างสิ”

“แม่ค๊า รินจะไปสร้างปัญหาให้ดงฮาอีกน่ะสิไม่ว่า”

ฉันยื่นคำขาดับแม่

“พ่อว่าไปช่วยงานพี่เขา พร้อมกับไปเรียนรู้งานจากพี่เขาสักหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ”

“แต่ว่า..”

“ผมว่า..อย่าเพิ่งเร่งรัดให้รินตัดสินใจเลยนะครับ...รินเองก็คงอยากจะพัก เดี๋ยวให้รินพร้อมเมื่อไหร่ค่อยไปก็ได้ครับ อีกอย่าง ก็อย่างที่รินบอก อยู่ทีนู้นภาษาสเปน สำคัญนะครับ”

“งะ..งั้นเหรอ”

แม่เบาเสียงลงทันทีที่นายดงฮาเข้าข้างฉัน

“นี่ นายคงไม่ได้พูดเพื่อให้แม่ฉันมาขู่เข็ญฉันไปพร้อมกับนายเพิ่มหรอกนะ”

ฉันหันไปแซะนายดงฮาเข้าอีก เขาหัวเราะกับคำพูดของฉัน ก่อนจะลอบยิ้มออกมา

“เปล่าหรอก ฉันพูดให้เธอได้คิดตามและเกิดอาการอยากไปกับฉันทันทีต่างหากล่ะ”

“ย๊า!!!!!!”

^___^”

 

 

 

 

1ปีต่อมา

SPAIN

[DH’HOTEL]

10.47am.

กริ๊งงงงงง

กริ๊งงงงงงงงงงง

กริ๊งงงงงงงงงงงงงง

“โอ้ววว....ล๊ะ..?”

“ย๊า!!!!! นี่อย่าบอกนะโทรไปเมื่อกี๊คือฟังไม่รู้เรื่อง นี่เธอมาช่วยงานฉันหรือเธอมาให้ฉันปลุกจากเตียง?”

“เอื๊ออออ อ๊าวววว.....กี่โมงแล้วเนี่ย....งำๆ..แง่มๆๆ...แปบนะ......เอิ้มมม.....ฮื้มมม??? ย๊ากกกกก!! นี่มันจะสิบเอ็ดโมงแล้วนี่นา??”

“ไม่ต้องมาทำเป็นกระตือรือร้นเลย ยัยขี้ตื้ด รีบตามมาที่บริษัทด่วน ยัยเมเนเจอร์ไม่ได้เรื่อง”

“อร๊ายยยยย นี่ฉันไปสายขนาดนี้ เขาจะร่วมงานกับเราแน่เหรอ?”

“แต่ถ้าเธอไม่มาเร็วกว่านี้ เธอได้ชวดงานเมเนจอร์ของแกลลอรี่นี้แน่ๆ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป เขาเพิ่งมาถึงบริษัทได้ไม่นาน รีบๆตามมา ฉันจะถ่วงเวลาให้ อ๋อ แล้วก็ไม่ต้องลืมรีบถึงขนาดหยิบอกสารแจ้งเกิดมาแทนหรอกนะ...แค่นี้นะ”

ติ้ด!

“อ๊ากกกก ตายละ เยรินนนนนนน แกจะมาตายเพราะแอลกอฮอล์ลิซึ่มแบบนี้ไม่ได้นะเว๊ยยย”

ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวและนั่งแท็กซี่ตรงดิ่งมาที่บริษัทของลุงหรือที่ที่ดงฮาทำงานและกำลังบริหารอยู่ที่สเปน ณ ตอนนี้ ฉันตัดสินใจมาที่สเปนเมื่อสี่เดือนก่อน หลังจากที่มั่นใจกับภาษาสเปนที่ฝึกสั่งสมมานาน เหอะ แต่ว่าภาษาสเปนของฉันก็ยังคงเทียบกับคนที่นี่ไม่ได้เลย นายดงฮาจึงคอยช่วยชีวิตฉันอยู่ตลอดเวลา เปล่าหรอก สำหรับฉันตอนนี้นายดงฮาคือใบบุญที่สำคัญของฉันมากๆๆๆเลยล่ะ ฉันอาศัยอยู่กับเขาบ้านของลุงที่อยู่ที่นี่ แถมยังเข้าออกบริษัทพร้อมกับเขาเป็นว่าเล่น จนคนในบริษัทชอบมองว่าเราเป็นอะไรกันมากกว่าพี่ชายน้องสาวก็เพราะ หน้าตาของเราสองคนมันยากมากเกินกว่าจะมองออกว่าเป็นพี่น้องกันน่ะสิ แม้แต่ญาติมันก็ไม่เชิงเลย แต่ว่า ฉันน่ะชินแล้วล่ะ เพราะนายดงอาก็มีเลดี้ของเขาตามสไตล์เด็กนอกอยู่แล้ว ฉันนี่สิ โสดมานมนานเหลือเกิ๊นนน เมื่อไหร่จะมีหนุ่มตาน้ำข้าวแถวนี้เข้ามาให้หัวใจกระลุ่มกระชวยบ้างน๊าเยริน

ทั่กๆๆๆ

ทั่กๆๆๆๆๆ

ฉันกึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงไปยังหน้าห้องทำงานของดงฮาอย่างใจร้อนลุ่มแกจะเริ่มต้นด้วยความสะเพร่าของแกไม่ได้นะเยริน พอมาถึงหน้าห้องฉันก็ผลักประตูห้องเข้าไปอย่างเบามือ พร้อมกับสอดส่องสายตาเข้าไปก่อน เสียงประตูจากแรงดันของฉัน ทำให้คนข้างในสามคนหยุดพูดคุยกัน และหันมาให้ความสนใจฉันแทน ฉันหันไปสบสายตาอย่างรู้สึกผิดมหันต์ให้กับดงฮา

“เข้ามาสิ.....มามักทายกันก่อน พวกเขาเป็นคนเกาหลี ถือว่าโชคดีของเธอเลยนะ...”

หืมมมม??? หลังจากที่เห็นฉันร้อนรน นายดงฮาก็หยิบยกสิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจมากกว่าขึ้นมา อะไรนะเมื่อกี๊เขาบอกว่า ลูกค้าของเราเป็นคนเกาหลีหรอกเหรอ? เฮ้ออ โล่งอกไปที.. ฉันก็นึกว่าตัวเองจะต้องพายเรื่อดำน้ำสเปนอีกน่ะสิ ฉันเดินเข้ามา ยังไม่ได้เห็นหน้าลูกค้า รู้แค่ว่า ....มีแผ่นหลังผู้หญิงนั่งอยู่.....พร้อมกับ....แผ่นหลังผู้ชาย...ทำไม...ฉันรู้สึกว่า ฉันรู้สึกคุ้นเคย...กับแผ่นหลังนั่น...

“อันยองฮาเซโย คุณเยริน ยินดีมากลเยนะคะ ที่ได้เจอกัน และได้ร่วมงานกับคุณ”

คุณผู้หญิงที่นั่งข้างๆผู้ชายคนนั้น หันกลับมาทักทายฉันอย่างสุภาพ แต่ว่า....สายตาของฉันยังไม่สามารถลดละออกจากแผ่นหลังของเขาอีกคนที่นั่งอยู่ได้..ทำไมกันนะ....

ใจของฉันมัน..เต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้ว....ฉัน..เป็นอะไรกัน

ฉันเดาไม่ถูกเลยว่า..ที่จริงแล้วแค่เห็นแค่แผ่นหลัง ทำให้สิ่งที่ฉันคาดเดาเป็นจริงขึ้นมา..

และเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ก็ค่อยๆ เลื่อนออกมา ผู้ชายคนนั้นลุกคนตามเก้าอี้ที่เลื่อนออก ก่อนแผ่นหลังของเขาจะขยับเปลี่ยนมาเป็นเผชิญหน้ากับฉัน...

!!!

คนที่ฉันเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ ทำให้ฉัน แทบจะหยุดหายใจ...เสียงของหัวใจ..มันดังออกมาชัดเจนว่าฉัน ยินดี..และดีใจมากแค่ไหนที่ได้เจอกับเขาอีกครั้ง...

“....สบายดีนะครับ...เยริน”

เขาขยับเสื้อสูทของเขา พร้อมกับพรมรอยยิ้มออกมาเป็นอันดับแรกที่สายตาของเขาลดระดับเข้ามาประสานสายตาของฉัน

รอยยิ้มของเขา..ที่ฉัน..ไม่เคยแม้แต่จะต้านทานได้สักครั้ง....ฉันคิดแบบนั้น...

“...คุณโจว...?.”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น