My name is Lee Joe มารักกับผมไหมล่ะ? [จบเรื่อง]

ตอนที่ 17 : ดงฮาคือใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

ฉันตัดสินใจที่จะบอกกับท่านประธานใหญ่เรื่องของฉันกับคุณโจว แต่ว่าในขณะที่ฉันกำลังพูดอยู่ก็มีใครบางคนโผล่พรวดพลาดเข้ามายังในห้อง พร้อมกับเอ่ยประโยคนั้นขึ้น

“เราพร้อมที่จะเข้าพิธีหมั้นแล้วครับ...”

“.....??”

“.....!!”

......????!!!”

“สวัสดีครับ ผอ.ควอน ยินดีค้อนรับกลับโซลนะครับ ไม่ได้เจอกันนานเลย สบายดีนะครับ ป๊ารอวันที่ผอ.ควอนกลับมาทุกวันเลยนะครับ หวังว่าจะได้ร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นนะครับ”

“...อะเอ่อ...ครับ..คุณหนู..เอ่อ คุณโจวสบายดีนะครับ”

“ครับ...ผม....กับเยริน ตอนนี้ร่วมโปรเจคใหญ่กันอยู่ครับ ช่วงนี้เลยยุ่งๆกันหน่อย ขอโทษนะครับเมื่อวาน ที่ผมไม่ได้ไปรับผอ.ควอนที่สนามบินด้วยตัวเอง”

“ขอทงขอโทษอะไรกันครับคุณหนู ผมเข้าใจครับ แค่คุณหนูดูแลรินขณะที่ผมไม่อยู่ก็ดีมากพอแล้วนะครับ...”

คุณโจวไม่ได้ดูหรือสนใจสีหน้าฉัน อารมณ์ฉันเลย เขาโผล่มากลางอากาศแถมยังดำเนินเหตุการณ์ต่างๆนาๆแบบเหมือนว่าเราไม่ได้ทะเลาะกันมาก่อน ไหนจะลุงฉันที่ยังคงทักทายกับเขาเป็นปกติ นี่ลุงลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันกำลังจะมาปฏิเสธครอบครัวเขา?

“เอ่อ...คุณโจวคะ? ทะ..ทำไมอยู่ดีๆ คุณโจวก็..บอกว่าเรากำลังจะหมั้นกัน ทั้งๆที่เราเพิ่งจะ..”

“ก็ ผอ.ควอนก็กลับมาที่โซลแล้ว ในเมื่อทุกอย่างปกติแล้ว เราก็ควรทำตามผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอ?”

“แต่ว่าฉันกับคุณ..”

ฉันหยุดพูดไปสักพัก แล้วก็เลิ่กลั่กไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าทุกคนที่อยู่ในห้องตอนนี้....แต่ว่า ฉันต้องพูด

“ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกันไงคะ!....”

“.....”

“.....”

“.....”

ทั้งสามคนในห้องมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว ฉันพูดออกไปแล้ว เรื่องระหว่างฉันกับคุณโจว ฉันต้องทำให้มันเคลียร์ ท่านประธานใหญ่ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาวางแก้วกาแฟลงอย่างเบามือ คุณโจวมองฉันด้วยสีหน้าราบเรียบ เขาไม่ได้ปริปากขัดฉันสักคำ ลุงฉันจ้องมาที่ใบหน้าฉัน เขากำลังจะขยับปากพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันไวกว่า

“เราไม่ได้รักกัน ไม่ได้คบหากันตั้งแต่แรก ไม่ได้รู้จักกันดีพอ ไม่ได้มีความรู้สึกให้กัน เราจะหมั้นกันได้ยังไงคะ?...”

“.......”

“ฉันทำไม่ได้ค่ะ ที่จริงแล้ว ฉันตั้งใจมาคุยเรื่องนี้กับท่านประธาน..”

“......”

“ฉันเข้าใจนะคะ ว่าท่านหวังดีต่อครอบครัวของฉันกับลุง แต่ไม่ว่างานหมั้นนี้จะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลอะไร ฉันขอไม่เห็นด้วยค่ะ ในฐานะ..ในฐานะที่ฉัน เป็นผู้หญิงคนนี้ ที่จะ...หมั้นกับผู้ชาย ที่ฉันยังไม่ได้แม้แต่จะทำความรู้จักหรือคบหากับมาแต่ก่อนด้วยซ้ำ...ฉัน ขอโทษนะคะท่านประธาน...”

“......”

“..ฉันตั้งใจว่า..จะลาออกจากที่นี่หลังจากที่ลุงกลับมาจากต่างประเทศค่ะ...และฉันก็รู้สึกขอบคุณที่นี่ ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณคุณโจว..ที่คอยช่วยเหลือฉันมาตลอด...แม้ว่าฉันจะทำงานพลาดหลายต่อหลายครั้ง แต่ว่า พวกคุณก็ยังให้โอกาสฉันมาตลอด...ที่จริงแล้วก่อนหน้าที่ฉันจะเข้ามาดูแลเพอร์เฟคนิส...ก่อนหน้านี้ ฉันกลัวมากที่จะต้องปล่อยตำแหน่งนี้ แต่มาคิดดูดีๆแล้ว...ฉันตังหากที่ฝืนอยู่...เพราะว่าลุง..หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ฉันมั่นใจว่าฉันต้องโดนเรียกพบ เพราะความสะเพร่าของฉัน....ฉันรู้อยู่แล้ว.....ฉันตั้งใจที่จะรับผิดชอบด้วยการลาออกค่ะ...”

“.....”

“...เพียงแต่ว่า หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น...ชีวิตฉันกลับมีความหวังอีกครั้ง...หลังจากที่คุณโจวให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันก็รู้สึกว่า ฉันจะรีบทำโปรเจกต์นี้ของเขาให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เป็นการตอบแทน และฉันก็ไม่รู้ว่า เรื่องเราสองคน มีส่วนเกี่ยวข้อง....ฉันรู้สึกว่า ฉันสับสน...ที่คุณโจว....เข้ามาในชีวิตฉัน..”

“.....”

“..ฉันแค่อยากบอกทุกคนว่า....เรื่องความรักสำหรับฉัน....ปล่อยให้คนสองคน...จัดการกันเอง...และปล่อยให้เป็นเรื่องระหว่างความรู้สึกของคนทั้งสองเถอะนะคะ...”

“.....”

“....ฉันขอโทษนะคะ...ท่านประธาน...ฉันขอตัวก่อนนะคะ....”

เมื่อฉันพูดทุกสิ่งอย่างที่ฉันคิดแล้ว...ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ฟังฉันเงียบๆ...ฉันจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากโซฟา...

ฉันควรพูด...เพราะว่า ฉัน...ก็อยากจะรู้ความจริงจากปากเขา ว่าเขาคิดอะไรอยู่เหมือนกัน...และฉันเอง...ก็ไม่อยากเสียใจที่ตัวเองต้องคล้อยตามคนอื่น โดยที่ตัวเองยังไม่แน่ใจอะไร..

ฉันแค่รู้สึกว่า...ฉันไม่อยากให้เขา ต้องมานั่งระแวงว่าฉันไม่เปิดใจให้เขา ไม่ได้สนใจเขา ไม่อยากเห็นเราต้องมานั่งกลัวใจกันและกัน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าใจตัวเองคิดยังไง.... ฉันควรปล่อยเขาไป ให้เขาไปพบคนที่ไม่สร้างความระแวงให้กับเขาจะดีกว่า

คุณโจวหันหน้ามามองฉัน ฉันรู้สึกว่าถ้าเรายังอยู่ด้วยกันอยู่ ฉันกลัวว่าฉันจะปล่อยเขาไปไม่ได้อีก....ฉันควรไป

“คุณคิดได้แล้วสินะ...”

เขาพูดขึ้น ตอนที่ฉันจะบิดลูกบิดออกไปยังนอกห้อง มือของฉันชะงักค้างไว้ที่ลูกบิด ก่อนจะก้าวเท้าออกไป

 ฉันมองหน้าเขาแล้วก็หันกลับมายังผนังประตูอีกครั้ง

“ค่ะ...ฉันทำตามใจตัวเองแล้ว..ถ้าฉันยังไม่ชอบ..ฉันก็จะไม่พูดค่ะ....”

“.....”
“ฉันขอตัวนะคะ....”

แล้วฉันก็เดินออกมาจากห้องนั้น....

 

 

4เดือนผ่านไป

เกาะเชจู

บ้านเยริน

“แล้วนี่แกจะเข้าไปหางานที่โซลอีกไหม หรือว่าจะทำอยู่ที่นี่..”

แม่ถามฉันขึ้นมา ขณะที่เรากำลังหั่นผักเตรียมซุปให้กับคนที่จะมาเยือนเราในตอนเย็นนี้

“ยังไม่รู้เลย ไหนแม่บอกอยากให้หนูอยู่กับแม่ที่นี่นานๆไง หนูก็ทำตามคำพูดแม่อยู่นี่ไง ไม่ทันไรก็ไล่หนูอีกแล้ว นี่ไม่กลัวหนูไปสร้างเรื่องไว้อีกเหรอ?”

เพียะ

“อ้ากก เจ็บนะแม่ มาตีไหล่หนูทำไมเนี่ย”

“แกก็พูดไปทั่ว สร้างรงสร้างเรื่องอะไรกัน คนพวกนั้นตังหากละ ที่พ่วงแกเข้าไปยุ่งด้วย เฮ้ออ จะว่าไปแล้วนะ ฉันก็มีส่วนทำให้แกต้องไปเจอคนพวกนั้น แถมยังทำให้แกเกิดมาเป็นหลานอิตานั่น ถ้าแกไม่มีลุงแบบเขานะ ป่านนี้แกก็คงไม่ต้องไปเจอเหตุการณ์หม้ายขันหมาก หรือไปเจอความวุ่นวายที่โซลนั่นหรอก!

“แม่ๆๆๆ เดี๋ยวๆๆ หนูยังไม่แต่งนะ นั่นก็แค่คำพูดของพวกผู้ใหญ่เขาเฉยๆ ไม่ได้เกี่ยวกะขันหมากอะไรสักหน่อย”

“มันก็เหมือนๆกันแหละน่า...เฮ้ออ จะว่าไปแล้ว นี่แกก็คงไม่ได้เสียดายใช่ไหมที่แกชวดกับไอ้เด็กประธานทายาทอะไรนั่น ฉันก็มองว่าเขาใช้ได้อยู่นะ”

“ชวดเชิดที่ไหนกันแม่ ก็หนูบอกแม่แล้วว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันตั้งแต่แรก คุณโจวเขาควรได้พบเจอคนที่จะไม่สร้างความลำบากใจให้กับเขา เขาเป็นคนที่น่าสงสารมากเลยนะแม่  หนูได้ฟังเรื่องราวเขาจากลุง หนูยังอดสงสารไม่ได้เลย ถึงจะยังไงก็เถอะ เรื่องของหนูกับเขาก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี.....”

ฉันพูดพลางก้มลงหั่นหอมหัวใหญ่ต่อ

“ฉันรู้ว่าแกสตรองง...แต่แกถามความรู้สึกเขาก่อนมาหรือยังว่าเขาคิดยังไงกับแก ไม่ใช่แกไปหลอกให้เขาตายใจแล้วจากมาแบบนี้นะเยริน โกหกคนอื่นอาจจะทำได้ แต่แกจะโกหกความรู้สึกตัวเองไปถึงเมื่อไหร่..”

“หนูไม่ได้โกหกตัวเองสักหน่อย หนูก็พูดหมดแล้วนี่ว่าคุณโจว เขาไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับหนูหรอก เพียงแต่....ผู้ใหญ่พูดไว้ เขาก็แค่อาจจะมีเผลอหลง...ทำดีกับหนู แค่นั้นละ..มั้ง..”

“ใช้ไม่ไดเลยแก แล้วเมื่อไหร่แกจะหาหนุ่มมาเป็นลูกเขยฉันวะ! เนี่ยฉันบอกแกแล้วทีหลังให้ฉันได้รู้จักก่อน ฉันจะคัดสรรให้แกเลย เห็นไหม ทีนี่แกจะได้ไม่ต้องชวดอีก.”

“ฮ่าๆๆๆ แม่ก็  หั่นผักหั่นเนื้อไปเลย เดี๋ยวหนูจะเอาหม้อไปล้างก่อนนะ”

ฉันเดินปลีกตัวออกมาจากครัว ก่อนจะเดินออกไปยังนอกบ้าน เพื่อจะไปล้างหม้อใบเบ้อเริ่มนี่ทำซุปต้อนรับแขกคนสำคัญ

ฉันกลับมาอยู่ที่เชจูได้เกือบสี่เดือนแล้วละ หลังจากที่ฉันลาออกจากงาน ฉันก็พยายามหางานพาทไทม์แถวบ้านทำบ้าง หรือไม่ก็ไปช่วยแม่ดำน้ำเวลาแม่จะไปเก็บหอยอูดมาทำราเมง บ้านฉันเป็นร้านอาหารราเมงชื่อดังในย่านนี้ โดยเน้นการทำราเมงเป็นพิเศษ และวัตถุดิบก็จะเป็นการคัดสรรที่หาได้จากเกาะแห่งนี้ แต่เมนูพิเศษก็น่าจะเป็น ราเมงหอยอูดที่แสนอร่อย ฝีมือของพ่อฉันเอง

หลังจากที่เคลียร์เรื่องราวต่างเสร็จ ลุงของฉันก็กลับมาทำงานที่โซลเป็นประจำ ไม้ได้กลับไปต่างประเทศอีกเลย และงานหนึ่งในนั้นก็ยังคงหนีไม่พ้นกิจการของเอ็นจีกรุ๊ปอยู่ดี ลุงฉันถือว่าเป็นคนสนิทของท่านประธาน ท่านเลยวานให้ลุงได้อยู่ช่วงงานต่อไป แต่สำหรับฉัน ทั้งเรื่องหมั้น เรื่องงาน ท่านบอกกับฉันและเข้าใจ

ฉันไม่ได้ติดต่อเพื่อนๆเมเนเจอร์บ่อยเท่าไหร่ แต่ก็มีบางครั้งที่พวกนางอยากมาพักผ่อนที่นี่ บ้านก็เป็นโฮมสเตย์ให้กับพวกเขา นี่มีติดต่อมาแม้กระทั่งจะมาถ่ายรายการให้กับเพอร์เฟคนิสอีก แต่ว่า ฉันปฏิเสธกลับไปตลอด เพราง่าฉันเกรงใจคนในครอบครัวฉัน  ฉันรู้ว่า ถึงแม้ว่า แม่กับพ่อจะไม่อะไร แต่ว่า ฉันรู้สึกเห็นใจเมมเบอร์เพอร์เฟคนนิสมากด้วยแหลพะพวกเขาคงจะไม่สะดวกมากๆถ้าเกิดมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานๆ และฉันก็...ไม่อยากจะ....เจอเขา

เพราะว่าฉัน..กลัวใจตัวเอง

กริ้งง

ฉันกำลังนั่งบ้างหม้เบ้อเริ่มนี่อยู่ เสียงมือถือฉันก็ดังขึ้น

“ค่า รินเองค่ะ”

“ย๊า! เจ้าเด็กตัวแสบ ยังอยู่ที่เชจูใช่ไหม?”

เสียงทุ้มตะโกนผ่านเสียงเซ่งแซ่เข้ามาในสาย ฉันลอบยิ้มทันทีที่ได้ยินเสียงนั่น

“ใช่น่ะสิ ฮ่าๆ ทำไมจะมาเลี้ยงพิซซ่าหอยนางรมเค้าใช่ป่าว คิคิคิคิ”

“ยัยตัวแสบบบบ”

“ย๊า รีบมา นี่แม่เตรียมเมนูเยอะเลย แล้วลุงจะมาด้วยไหม?”

“ฝีแม่คุณแม่เหรอ โอ้วม๊ายยย ฉันอยากกินฝีมือพ่อมากว่า”

เสียงเขาล้อเลียนโอดครวญตามมา ฉันเลยหลุดหัวเราะออกมา

“ย๊าๆๆ แม่ฉันฝีมือพัฒนาแล้วนะ นายต้องมลองเอง แล้วก็แวะไปรับลุงด้วยล่ะ ท่านบ่นคิดถึงนายตลอดเลย”

“เอ้ออ รู้แล้วน่า ฉันเพิ่งลงเครื่องๆเมื่อกี้ กำลังจะออกจากสนามบินไปรับเขา เดี๋ยวเย็นๆเจอกันนะ ไว้จะซื้อ เบียร์เย็นๆไปมอม ฮ่าๆๆ”

ไอ้บ้าดงฮาพูดจบก็กดตัดสายฉันก่อนที่จะโดนฉันตวาดกลับ คอยดูนะ! มาถึงเชจูเมื่อไหร่ฉันจะฉีกปากไอ้นี่ถึงตูดเลย

ดงฮาเป็นลูกเลี้ยงของลุงฉัน ลุงอุปถัมภ์ดงฮาตั้งแต่สมัยที่เขาอยู่ในวัย5ขวบ เราเจอกันครั้งแรกตอนที่ฉันเข้ามาเล่นกับลุงที่โซล ทำให้ฉันสนิทกับเขาและเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยความที่ลุงทำงานสายธุรกิจอยู่แล้ว ลุงรักดงฮามาก  ลุงจึงตั้งใจที่จะให้ดงฮาไปเรียนและเติบโตที่ลักเซมเบิร์ก จากไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ กลายเป็นเด็กอินเตอร์ เด็กนอกไปเลยซะงั้น ฉัรนกับดงฮาจึงแยกกันอยู่ตอนอายุ 13ปี เขาไม่ค่อยได้ส่งข่าวมาเท่าไหร่ และฉันก็ไม่ค่อยสะดวกที่จะติดต่อกับเขามาก แต่ว่าเราก็ยังคงติดต่อเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าหลังจากที่ฉันเข้าไปทำงานที่เอ็นจี เป็นเมเนเจอร์มันก็เหนื่อยมากแล้ว เลยไม่ค่อยที่จะได้ตอบข้อความเขา มีแต่เขาที่คอยส่งของขวัญวันเกิดมาให้ฉัน และฉันเองก็ส่งไปให้เขาเหมือนกันนะ เพียงแต่ว่า.. ที่อยู่ที่ฉันส่งไปบ้างก็ถูกที่ บ้างก็ไม่ถูกที่ ทำเอาดงฮานี่หัวหมุนไปตามๆกัน เมื่อยากที่ติดต่อหากันปกติ เราเลยรอให้เวลาของเราแมทซ์กันง่ายกว่า และเขาก็เรียนจบ พร้อมรับช่วงต่อให้กับลุง เมื่อถึงวันนี้ เขาก็ได้เดินทางกลับมายังโซลอีกครั้ง

และวันนี้ก็เป็นวันครอบครัวฉัน!!! ที่จะได้เจอทั้งลุง เพื่อน พ่อ แม่ พร้อมหน้าพร้อมตากัน

 

 

Joe part

“แกควรเลิกเดทสุ่มสี่สุ่มห้าได้แล้วนะไอ้โจว นี่ถ้าฉันมาช่วยแกไม่ทันนะ ไม่อยากจะนึกภาพเลย พรุ่งนี้มีข่าวประธานค่ายเพลงชื่อดังนอนเปลือยสภาพเหมาแอ๋ บรื้อออ ไม่อยากจะคิด”

ผมที่ไม่ได้สติอะไรเลย รู้แต่ว่าหนักหัวไปหมด..ตอนนี้ ได้ยินแต่เสียงใครบางคนกำลังพยุงร่างผมที่มีแต่แอลกอฮอล์ เหมือนผมลงไปอาบมันเลยแฮะ เหอะ!

“พูดมากน่า..ฉันก็ยังไม่เป็นไรเลย..พาฉันออกไปก่อน...”

“เออๆๆๆ คืนหุ้นให้ด้วยนะ โถ่วว”

 

ที่คอนโดของโจว

จิ้บๆ.....จิ้บๆ

“อ้าก....ทำไมปวดหัวแบบนี้วะเนี่ย..”

ผมดันร่างตัวเองลุกขึ้นนั่ง ยีหัวที่ยุ่งเหยิง ก่อนจะเช็คสภาพตัวเอง......

“กุญแจรถ? ครบ.....กระเป๋าตังค์? อ่า ครบ... มือถือ?...อ่าอยู่นี่...โล่งอกไปที..”

ผมพำพึมไม่ได้เรื่อง ก่อนจะเอาร่างเปื่อยๆออกมานั่งที่ริมระเบียงคอนโด ก่อนจะเช็คอะไรให้แน่ชัดก่อน ผมเปิดมือถือทันที

ฉันมาส่งแกเอง เอาหุ้นคืนให้ด้วย ภายในห้านาที ที่เห็นข้อความนี้นะ จุ้บ

“ย๊ากก!!!!! ไอ้บ้าฮยองจุน ชิ”

ผมสบถทันทีที่เห็นข้อความของไอ้คิมฮยองจุน (พระเอกตัวแสบ ‘Should love เพราะว่าคือเธอ ฉันจึงรู้สึกเองเจ้าค่า อยากรู้ว่าคิมฮยองจุนแสบยังไง ตามไปอ่านได้นะคะ) ไอ้ตัวแสบ ไอ้เพื่อนเลว นี่ฉันหลวมตัวอีกแล้วเหรอ ..เฮ้ออ แต่ก็ยังดีกว่าโดนผู้หญิงหลอกเอาเงินอีกแฮะ

ผมกำลังจะกดเงินหุ้นส่วนคืนให้กับเจ้าเพื่อนตัวแสบตามสัญญา แต่ก็มีสายเข้ามาก่อน

‘Rew’

อ่า....เจ้าริวต้องรู้เรื่องผมแน่ๆเลย โอ้ย...ปวดหัวจริง

“อืม..ว่า?”

“ฮยองนิม....เมื่อคืนฮยองเมามาก ผมเป็นคนบอกให้คิมฮยองไปรับที่บาร์เองแหละ แล้วนี่ฮยองจะเข้ามาที่ค่ายไหม?”

“อื้มมม...ไม่แน่ใจ...ฮ่าห์....ไว้ค่อยคุยกันนะ..เดี๋ยวฉันติดต่อไป”

“ฮยองๆๆ เดี๋ยวก่อนสิ..วันนี้ป๊าเข้าบริษัทนะ..”

“ฮ๊ะ!!!? ชิส์..อ่า เอาแล้วไง ..เออๆๆ รู้แล้ว ไว้ฉันจัดการเอง แค่นี้ก่อน”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น