My name is Lee Joe มารักกับผมไหมล่ะ? [จบเรื่อง]

ตอนที่ 16 : ความจริงคือความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

ปัจจุบัน

ปูซาน หาดแฮอึนโด

ผมเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายต่างๆของความรู้สึกที่ไม่ดีออกมาข้างนอกได้สักพักหนึ่งแล้ว

หลังจากที่ออกมาจากรีสอร์ทกีพยองผมก็เข้าไปทำธุระกับหุ้นส่วนที่ค่ายเพลงในโซล และตอนนี้ผมกำลังขับรถอยู่บนถนนที่เรียบชายหาดแฮอึนโดที่ปูซาน เวลาที่ผมรู้สึกเครียด ผมก็มักจะหนีสถานการณ์ต่างๆเหล่านั้น ออกมาหลบซ่อนอยู่แบบนี้แหละครับ ดูเหมือนคราบผู้ชายที่น่าเกรงขาม ดูโตเป็นผู้ใหญ่มาดนักธุรกิจทายาทค่ายเพลงได้ออกไปจากตัวตนผมแล้วล่ะ

ผมเลี้ยวรถเข้าไปในเลนส์ข้างริมฟิตบาทที่สามารถจอดรถทิ้งไว้ได้นาน ก่อนจะเปิดประตูรถออกพร้อมกับหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาทับทาบใบหน้าแล้วก็เดินข้ามถนนลงมายังริมหาด

ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่ง ผมจะได้ลิ้มรสของคำว่าความรัก หรือความรู้สึกดีๆที่มีให้กับผู้หญิงสักคน......

ผมเป็นทายาทนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงก็จริง แต่เรื่องรักที่ทุกคนล้วนแต่คิดว่าระดับทายาทที่สามารถเลือกคู่ได้แบบผม จะต้องมีโมเม้นต์นักรักฝังอยู่ในตัวแน่นอน นั่นเป็นเพียงการตัดสินตัวตนผมของคนนอก และคนอื่นๆจากวัตถุที่ก่อผม ล้อมรอบผมขึ้นมา....แต่สำหรับผม....มันไม่ใช่

เพราะว่าเยริน..คือผู้หญิงคนเดียวที่ผมมอง...และอยากจะให้เธอคนนี้รับรู้...ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอ

ผมเดินเลียบชายหาดไปเรื่อย พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ แต่นั่นก็..ไม่สามารถทำให้ผมหยุดคิดเรื่องเมื่อตอนเที่ยงได้เลย..เรื่องที่ผมทำผิดพลาดกับครอบครัวและรักแรกของผม...ผมหลับตาลง...อีกครั้ง..อีกครั้ง...

 

แล้วผมล่ะ...คุณจำเป็นต้องชอบด้วยไหม?....มันเป็นเพราะความเกรงใจหรือเปล่า..

 ...ไม่คะ..ถ้าฉันไม่ได้ชอบคุณ..ฉันจะไม่บอกว่าชอบคุณค่ะ.....

นั่นสิ...เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็...ทำในสิ่งที่ตัวเองสบายใจดีกว่านะ...ผมคงเป็นผู้ชายที่เดตได้ห่วยเกินไป..ผมไม่เคยมีความรัก...และไม่เคยใส่ใจผู้หญิงคนไหนนาดนี้ขอโทษด้วยนะที่นำความรู้สึกแย่ๆเข้ามาในชีวิต...

ฉันว่าเราควรพอค่ะ....

....อืม...

.....ต้องขอโทษด้วยนะคะ...การเริ่มต้นของเราไม่ดีเท่าไหร่....

ฉันตั้งหากที่ต้องขอโทษ....ขอบคุณนะที่บอกความรู้สึกดีๆกับฉัน..เมื่อคืน...แล้วก็...ตั้งใจทำงานนะถ้าเธอชอบมัน

ค่ะ ฉันจะพยายามให้เต็มที่ ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสฉันอีกครั้งหลังจากเรื่องราวที่ฉันทำพลาด ระหว่างเรา..ฉันคิดว่าเราอาจจะ..รู้จักกันไม่มากพอก็ได้นะคะ...

นั่นน่ะสิ....ขอโทษด้วยที่ปักปำเธอ จนลืมคิดไปว่า..ทุกคนก็ล้วนแต่มีเส้นของใครของมันอยู่แล้ว……’

 เมื่อผมหลับตาลง.....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สายลมเย็นกำลังพัดผ่านใบหน้าของผม....

ผมยังคงแหงนหน้าหลับตาอยู่แบบนั้น..ให้ความเย็นของลมลิ่วไล่ไปตามเส้นผม..

ยิ่งความรู้สึกโล่งมากเท่าไหร่ แต่สมองและหัวใจกลับทำงานตรงกันข้าม เหตุการณ์หลากหลายต่างๆที่ผ่านเข้ามาในช่วงชีวิต.....มันถึงจุดที่ลำบากกำลังจะเข้ามาเยือนอีกแล้วเหรอ....?

แม้ว่าผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของเธอ ก็สัมผัสถึงน้ำเสียงของเยรินอีกครั้ง

.....เราควรพอ

...ทำให้...น้ำใสๆที่อยู่ดีๆก็เอ่อมารวมกันที่หางตาของผม...นานเท่าไหร่แล้ว...ที่น้ำตาของผม..มันเหือดแห้ง..แล้วอยู่ดีๆ..วันนี้มันก็กลับมา

จะว่ารักผู้หญิงคนนั้น ผมก็ยอมรับว่าเริ่มรัก...

แต่จะว่าผมขี้ขลาด..ผมก็ยอมรับ...

เพราะผมก็รักครอบครัวเช่นกัน....

 

11pm.

กลางดึกที่หาดแฮอึดโด

ผมค่อยๆลืมตาขึ้น เปลือกตาที่มีรอยคราบน้ำตาที่เคยไหลอาบแก้มตอนนี้หยุดไหลแล้ว ผมค่อยพยุงแผ่นหลังของตัวเองลุกขึ้นจากหาดทราย...ใครมันจะไปคาดคิดว่าประธานค่ายเพลงดังจะมานั่งๆนอนๆร้องไห้จนเผลอลับไปจนดึกดื่นกลางริมหาดทรายอย่างน่าสมเพศแบบนี้..แต่ว่า...มันก็เกิดขึ้นแล้วนี่...ผมเอง..ก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นมากเท่าไหร่หรอก ยังคงเป็นผู้ชายที่...อ่อนแออยู่สินะ...ลี โจว......

ผมลุกขึ้นนั่งอยู่บนริมหาดสักพัก พลางสะบัดหัวตัวเองไปมา อ๊า....ทำไมมันหนักหัวไปหมดแบบนี้ ผมใช้มือทั้งสองข้างลูบใบหน้าตัวเอง นี่มันแย่กว่าเมาวิสกี้สิบเท่าเลยนะ ผมน่ะ...มีความลับอยู่อย่างหนึ่ง

เวลาที่ผมเสียใจมากๆผมจะชอบหนีออกมาเสียใจแบบนี้แล้วหลังจากนั้นก็ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับน้ำตาหนักหน่วงแบบนี้แหละ...

ผมหยิบมือถือออกจากเสื้อสูทข้างในตัวเอง ขึ้นมาดูเวลา

อั๊สสส....ชิ!!

“นี่มันเกือบเที่ยงคืนแล้วนะ ไอ้โจว นี่แกทำอะไรลงไป...อั๊ยะชิ!!! อ๊า...ไปรีสอร์ท.....ทำไมแกเหลวไหลได้ขนาดนี้วะ!”

ผมมองไปรอบบริเวณชายหาด ปูซานนี่ดีจังเลยนะ อากาศก็ดี แถมผู้คนก็ไม่ค่อยเยอะเหมือนในโซลด้วย ผมลูบท้ายทอยตัวเองเหมือนคนที่เพิ่งลุกจากเตียงใหม่ๆ แต่แตกต่างที่ตอนนี้ไม่ใช่เตียง แต่เป็นหาดทราย! ผมลุกขึ้นจากบนหาด แล้วก็เหลือบมองเห็นร้านน้ำดื่มที่ยังคงเปิดอยู่ จึงเดินไปที่นั่น แต่ก่อนที่ผมจะถึงร้านนั้น

กริ่ง กริ่งงง

เอ๊ะ..ผมจำได้ว่าผมไม่ได้ตั้งปลุกนะ? เสียงเตือนบางอย่างจากมือถือทำให้ผมหยุดเดิน ผมจึงล้วงหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู

‘D-Day Birth day my mother <3’

“.......ออมม่ะ”

ผมเบิกตาเล็กน้อย...ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งกลับไปที่รถให้เร็วที่สุด...

 

เมื่อมาถึงรถ..ผมรีบจัดการเลี้ยวออกจากฟุตบาทแล้งเร่งเครื่องยนต์ตรงดิ่งออกไปตามทาง วิ่งเข้าสู่ถนนที่ตรงดิ่งเข้าโซล

ทันที ผมนี่มันลูกไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหมออมม่ะ ผมขอโทษนะครับที่ป่านนี้ก็ยังไม่จัดแจงเตรียมอะไรเพื่อออมม่ะเลย

วันนี้เป็นวันเกิดแม่ผม และเป็นวันที่ท่านได้จากผมไป ....

ผมขับรถอย่างใจว้าวุ่น ก่อนจะต่อสายถึงคนที่บ้าน

ตื้ดดด..ตื้ด...

“ครับเลขาคิม..เดี๋ยวผมจะถึงบ้านประมาณ1ชั่วโมงต่อจากนี้...เตรียมของได้เลยนะครับ....ครับ....ผมขอโทษที..พอดีว่าผมงานยุ่งนิดๆ.....ฝากด้วยนะครับ..”

ผมกดวางสายเลขาคิม พ่อบ่านของป๊าและบ้านเรา จากนั้นก็เหยียบคันเร่งถึงที่สุดก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโซล วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมสะเพร่า เพราะตลออดทั้งปีทั้งเดือนที่ผมใช้ชีวิต ผมรอวันนี้มาตลอด เพราะอย่างน้อยในวันที่ผมท้อ แต่เมื่อเวลานี้มาถึง ผมกลับจะได้รู้สึกว่า ผมยังมีท่านคอยมองดู และให้กำลังใจผมอยู่

ผมขับรถมาเรื่อยๆ...รถแล่นผ่านสถานที่ต่างๆมาเรื่อยๆ ความเงียบอีกแล้ว...

 ผมแอบเหลือบหันไปมองหน้าจอมือถือของตัวเอง มือถือของผมที่ตอนนี้หน้าจอยังคงไม่ทำการล็อคจึงเผยให้เห็นรูปพักหน้าจอของผม เป็นรูปผมกับริวและป๊า...ในตอนที่เราไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นด้วยกัน ตั้งแต่ริวสอบได้ที่หนึ่งของคลาสและผมก็รับช่วงค่ายเพลงต่อจากป๊าวันแรก.....

รอยยิ้มในรูปทำให้ผม...รู้สึกว่า ครอบครัวเรา...ช่างแสนเพอร์เฟคและมีความสุขกันเหลือเกิน

ป๊า..เจ้าริว...

จะรู้หรือเปล่าว่า...ผมเจ็บปวด...มากขึ้น..กว่าเดิม

ผมจ้องมองมือถือพลาง ขับรถไปพลาง ก่อนจะฉุกคิดได้ว่า...ยังคงไม่มีเมสเสสใดๆจากใครพูดถึงผม

นี่เธอ..ไม่คิดจะถามถึงผมเลยเหรอว่าผมอยู่ไหน..หายไปไหน เมื่อความรู้สึกนั้นพยายามกลับเข้ามา ผมก็ไล่ความคิดนั้นด้วยการเบือนหน้าออกจากหน้าจอมือถือที่ค่อยๆดับลง ผมจะต้องคิดถึงเธออยู่แบบนี้ไปอีกเมื่อไหร่... ผมจะต้องเอาแต่คิดถึงความรู้สึกคนอื่นไปถึงเมื่อไหร่...

ที่จริงแล้ว..วันนี้ผมคิดไว้ว่า จะชวนเยรินไปเดินหาดด้วยกัน เพราะป๊ากับแม่ชอบไปที่นั่น และต่อจากนั้น..ผมแค่อยากชวนรินไป..ไหว้แม่ด้วยกัน...แต่ว่า...มันก็ไม่ทันซะแล้ว

ในเมื่อผม ตัดสินใจไปแล้ว..

 

 

 

ที่รีสอร์ทกีพยอง

            การถ่ายทำวันแรกผ่านไปด้วยดี ฉันเริ่มเก็บของใส่กระเป๋าตัวเอง หลังจากออกมาจากกองถ่ายได้ไม่นาน วันนี้ทั้งเพอร์เฟคนนิสและทางทีมงานของช่องทำงานกันหนักมาก ฉันจึงไปเสนอกึ่งขอร้องให้ทีมงานสนับสนุนฝั่งของค่ายเพลงเอ็นจีให้ทีมงานทั้งหมดพักที่นี่ไปเลย เพราะว่าจะได้ถ่ายเทคที่ค้างจากวันนี้ทัน และทางฝั่งนั้นเองก็เห็นด้วยกับฉัน ตอนนี้ทีมงานทั้งหมดจึงเข้าไปพักผ่อนกัน ส่วนฉันตอนนี้ก็...กลับไปโซลด้วยตัวเองก่อน...เพราะฉันจะกลับมาพรุ่งนี้ด้วยรถประจำทาง ฉันเตรียมอะไรไว้ให้เพอร์เฟคนิสไว้หมดแล้ว แล้วที่สำคัญที่ฉันต้องกลับคือฉันจะต้องเอารถส่วนตัวไปเก็บทีบ้านยังไงละ เพื่อง่ายต่อการไปมาให้สะดวกที่สุด

เพราะว่าฉัน..ก็ไม่มีเขาที่คอยปรับส่งแล้วนี่..

เขา..หายไปไหนของเขาแบบนี้ได้ยังไงทั้งวัน นี่ไม่คิดจะกลับมาดูงานที่นี่หน่อยเหรอ? ไม่คิดถึงฉัน..เลยเหรอ..ฉันทำไมคิดถึงเขาทั้งวัน.. จนไม่เป็นการทำงานแล้ว....

ฉันเก็บของเสร็จ  และเข้ามายังโรงรถ เดินไปที่รถตัวเองที่กำลังจอดแอ่งแม่งอยู่ ก่อนจะกดสวิตซ์เพื่อเปิดประตูรถเอากระเป๋าเก็บ พอฉันจะเลื่อนมือไปปิดประตูรถไว้ กลับมีมือหนึ่งมาขวางไม่ให้ฉันปิดประตูรถ ฉันหันขวับกลับไปยังเจ้าของมือที่ตอนนี้กำลังลดมือนั่นออก ก่อนจะถอยให้ฉันปิดเจ้าประตูนั่นอีกครั้ง ฉันหันไปมองหน้าเขา ก่อนจะหันกลับปิดประตูรถ แล้วเดินไปยังตรงหน้าเขา ด้วยสายตาไม่สบอารมณ์

“นายมีอะไร..ทำไมมาอยู่ตรงนี้? คนอื่นเขาไปพักผ่อนกันหมดแล้วนะ เดี๋ยวนักข่าวมาเห็น ก็ยิ่งแย่เข้าไปอีกนะ..”

“แวะมาดูรถฮยอง แต่ไม่เจอเลยว่าจะเดินมาถามเธอ ว่าช่วงบ่าย เธอเจอฮยองบ้างหรือเปล่า?”

“ฉันไม่เจอเขา นายเองก็รู้ว่าฉันอยู่ที่กองถ่ายทั้งวัน เราไม่มีเวลาไปนั่งจับเข่าคุยกันเหมือนพวกไม่มีภาระหรอก นายก็น่าจะรู้ดีว่าพี่ชายนายอาจจะยุ่งวุ่นวายอยู่กับธุระการงานของเขาก็ได้ ฉันขอตัวนะ...”

“ถ้าเธอไม่รู้ว่าคู่หมั้นตัวเองอยู่ที่ไหน ทำอะไร แสดงว่าพวกเธอก็แค่ทำตามสัญญาของผู้ใหญ่ใช่ไหม?..”

กึก

ฉันกำลังจะเดินอ้อมไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับ เมื่อได้ยินประโยคที่นายริวถามขึ้นมา ก็หยุดเท้าของตัวเองแล้วหันหน้ากลับไปประจันหน้ากับนายริว

“ใช่....เรื่องระหว่างฉันกับคุณโจว เป็นแค่สัญญา สิ้นสุดเมื่อไหร่ เราต่างคนก็ต่างมีอิสระ พอใจนายหรือยัง?..”

“ก็ดี...ฉันจะได้ไม่ต้องห่วงพี่ชายฉันอีก..”

“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่า..เราทำตามสัญญา คุณโจวบอกเรื่องนี้กับนายเหรอ?....”

“...อืม...พี่ชายฉันไม่จำเป็นต้องปิดบังฉัน ก็เราเป็นพี่น้องกัน..”

นายริวเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วขยับหน้ามองอีกทาง คราวนี้เขาเป็นฝ่ายหลบตาฉัน ทำไมฉันรู้สึกว่านายริว เขาต้องมีพิรุธอะไรบางอย่างแน่ๆ...

“ฮึ พอรู้อย่างนี้แล้ว..นายก็สบายใจได้แล้วสิ ว่าพี่ชายนายจะไม่ต้องมาตามมาหลงฉันหัวปักหัวปำ ท่าทางนายจะกลัวฉันจะเข้าไปอยู่ในบ้านในครอบครัวฉันมากนะ..”

“อ่าฮ้ะ...ฉันกลัว...ทำไม? ฉันจะหวงพี่ชายฉัน..มันก็เรื่องของฉันนี่ เธอก็ทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุดละกัน..”

นายริวพูดจบก็เดินหนีเข้าไปในรีสอร์ทหน้าตาเฉย เหอะ! นิสัยแย่พอกันแหละ! ไม่สนใจเลยว่าคนฟังเขาจะรู้สึกยังไง!

 

 

 

Rew part

ผมเดินแยกออกมาจากเยรินทันทีที่วางระเบิดไว้กับเธอ ตอนนี้ผมกำลังจะขึ้นลิฟต์ไปบนห้อง แต่ว่า...

ผมยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา....ตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงก็เป็นวันสำคัญของเขา แล้วนี่เขาหายไปไหนของเขา ผมตัดสินใจกดหยุดลิฟต์ ก่อนจะเดินออกมา และพาตัวเองดินออกไปยังระเบียงที่อยู่ภายในรีสอร์ท ผมมองซ้ายขวา เมื่อมองว่าไม่มีคนก็หยิบมือถือขึ้นมาดทรเข้าไปยังบ้านทันที

ตู้ดดด......ตู้ดดดดด....

“ฮัลโหล สวัสดีครับ พ่อบ้านคิมครับ..”

“อ้ะ..พ่อบ้านคิม นี่ผมเองนะ ฮยองนิมได้กลับบ้านหรือเปล่าครับ?”

“คุณหนูเล็ก?....เอ่ออ..เปล่าครับ แต่คุณชายโทรมาบอกให้เตรียมของเรียบร้อยแล้วครับ”

อ่า...โล่งอกไปที..

“อ๊า..อย่างนั้นเหรอครับ....”

“ครับผม มีเรื่องอะไรกับคุณชายหรือเปล่าครับคุณหนู?”

“เปล่าครับ พอดีวันนี้ผมไม่เจอฮยองเลยลองโทรเข้าเบอร์บ้าน ฮยองไม่รับสายมือถือน่ะครับ..”

ผมโกหก....

“คุณชายอาจจะดูงานยุ่งๆก็ได้ครับ เมื่อกี้โทรมาก็ดูรีบๆ ไว้เดี๋ยวคุณชายกลับมา เดี๋ยวผมจะบอกให้คุณชายติดต่อคุณหนูไปนะครับ..”

“ไม่เป็นไรครับ พ่อบ้านคิม ผมแค่เป็นห่วงฮยองเฉยๆ แล้วก็..วันนี้..”

“คุณชายไม่ลืมหรอกครับ วันสำคัญแบบนั้น ผมเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว คุณหนูจะเข้ามาหรือเปล่าครับ?”

วันสำคัญที่ว่า คือวันครบรอบ และวันเกิดของคุณนายจียอน แม่ของเขา ป้าของผม....

“ครับ ถ้าผมถ่ายทำเสร็จเร็ว ผมจะไปครับ...”

“ผมไม่เจอคุณหนูนานแล้ว คุณหนูสบสายดีนัครับ ไปอยู่ที่นั่นตั้งหลายวันแล้ว..”

“ครับ สบายดีครับ พ่อบ้านคิมเช่นกันนะครับ...งั้นเดี๋ยวผมต้องไปอ่านบทแล้ว แค่นี้นะครับ”

“อ้ะ...ครับๆๆๆ”

ผมวางสายพ่อบ้านคิม ก่อนจะถอนหายใจยกใหญ่..

โล่งอกไปที ผมนึกว่า เรื่องที่เราทะเลาะกัน จะทำให้เขาลืมวันสำคัญของแม่เขาไปแล้วสะอีก ผมว่า...ไม่แน่นะ พี่ชายผมอาจจะได้สติกลับมาแล้ว

ผมแค่อยากให้เขารู้ตัวว่า เขากำลังลืมครอบครัวเขา ผมรู้ว่าป๊าหวังดีต่อลุงของเยริน และรู้สึกผิดต่อลุงเยรินที่ทำให้เขาต้องเจอสถานการณ์เหมือนติดคุกและรับผิดชอบต่อหน้าสื่อข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของคุณนายจียอน เขาเลยชดเชยให้กับผู้ชายคนนั้น โดยการให้เยริน ที่เขาบอกว่าเป็นหลานสาวคนเดียวของเขา ให้เป็นคู่หมั้นของฮยอง

ตั้งแต่ที่ป้าจียอยเสียไป ผมรู้ว่าผมไม่ควรรื้อฟื้นเรื่องราวที่เคยเจ็บปวดและความผิดพลาดของผู้ใหญ่ ระหว่างแม่ผม ป๊า และป้าจียอน เพราะที่มผ่านมา แม่บอกผมเสมอว่า ฮยอง..เป็นคนที่น่าสงสารมากที่สุด

แต่รู้อะไรไหมครับ...ผมตังหากละ ที่น่าสงสารมากว่า

ถ้าวันนั้นป้าจียอนไม่ตาย...ถ้าวันนั้นลุงเยรินขับรถมีสติมากกว่านี้ ถ้าวันนั้น...ป๊าไม่ทะเลาะกับภรรยาของเขา

ถ้าทุกคน....ไม่ทำให้เรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นอีก แม่ผมกับผม ก็คงไม่ได้เข้ามายุ่งวุ่นวายกับบ้านหลังนี้อีกเลย

แต่นั่นแหละ ในความคิดผม ผมว่าเราหนีไปและขาดการติดต่อกับคนในบ้านหลังนี้ น่าจะดีที่สุดกว่า..

ผมเคยคิดแบบนั้น

ผมแค่ไม่อยากให้แม่ ต้องมารับใช้คนที่เขาเคยหักหลังแม่ ผมไม่อยากให้แม่ต้องมาอยู่บ้านหลังเดียวกันในสถานะอะไรก็ตาม กับป๊า...ผมไม่อยากให้แม่ต้องมอบความรักให้กับโจวฮยอง มากกว่าผม ผมแค่ไม่อยากให้แม่ลืม..ว่าพวกเขาเคยทำอะไรไว้กับแม่บ้าง...และผมก็ไม่อยากให้แม่ ลืมพ่อผม..

แต่มันก็ช่วยไม่ได้..ในเมื่อมันผ่านมานานมากแล้ว ถ้าแม่ผมมีความสุขกับการอยู่กับพวกเขา ผมว่าผมโอเค ผมต้องโอเค เพราะนี่ คือสิ่งที่แม่ตัดสินใจเลือกแล้ว ถึงแม้มันจะยาก..ผมก็ผ่านมาได้...แต่ที่ผมไม่พอใจมากๆคือ

ทำไมโจวฮยอง ต้องทำเป็นเมินเรื่องพวกนี้ เพราะแค่รู้สึกกับผู้หญิงคนนั้น....ทำไมเขาลืมว่าแม่ของเขาตายยังไง เขาลืมต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวเจ็บปวดมาก มาได้ยังไง..

 

 

 

 

 

หลายวันต่อมา

“รินเข้าใจแล้วค่า....ได้ค่า..งั้นเดี๋ยวรินออกจากรีสอร์ทแล้วเดี๋ยวรินไปรอที่สานมบินเลยนะคะ...ค่า...ไว้เจอกันค่ะ”

ฉันเก็บมือถือเข้าไปในช่องเก็บของในรถ ก่อนจะสตาร์ทรถเตรียมมุ่งหน้าไปรอลุงตัวแสบที่สนามบินอินชอน ใช่แล้วค่ะ วันนี้ลุงโทรมาบอกกับฉันว่าจะให้เลิกทำงานที่ค่ายเพลงนี้ เพราะมันก็ใกล้จะจบการต่อสัญญาหุ้นของลุงแล้ว และลุงก็อนุญาตให้ฉันเป็นอิสระได้ ซึ่งมันก็นับว่าเป็นเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่ง..

หรือเปล่านะ..

การถ่ายทำเพอร์เฟคนิสดำเนินมาได้เกือบอาทิตย์กว่าๆแล้ว ก็อยู่ในโค้งสุดท้าย เหลือแค่ถ่ายเทคหลังกับรอปิดกล้องแค่นั้น ฉันเข้าออกรีสอร์ทเป็นว่าเล่นเพราะต้องขับรถไปกลับ จึงทำให้ฉันต้องกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษหน่อย ส่วนฉันตอนนี้ ฉํนคิดว่า ฉันควรวางมือกับอะไรที่มันมารบกวนจิตใจฉันสักที

ฉันคิดว่าที่ลุงกลับมาเร็วกว่าที่บอกไว้ ลุงเองก็คงไม่อยากรบกวนเวลาฉันมากไปแหละ ในเมื่อฉันก็ไม่อยากจะทำงานนี้ตั้งแต่แรก  ฉันคิดว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่เหมาะ ที่ฉันจะหยุดตรงนี้ไปทำอะไรที่ฉันชอบสักที

 

สนามบิน

“ลุงงงงงง คิดถึงจังๆๆ กอดๆๆๆ”

“ย๊า ควอนเยริน ทำตัวเป็นเด็กไปได้ อ้ะ แล้วนี่เลิกงานเร็วไปนะ แล้ว..คุณโจว....”

ลุงไม่กอดตอบฉันเลย แถมยังค้อนฉันยกใหญ่ด้วยสายตาคนแก่ขี้บ่น แถมยังมาถามถึงบุคคลที่ฉันไม่อยากจะนึกถึงอีก

“คุณโจวเขาก็ใช้ชีวิตของเขาอยู่น่ะสิค่ะ ทำไมต้องมาถามรินเรื่องเขาด้วย นี่เจอรินครั้งแรกในรอบปี นึกถึงคนอื่นเลยเหรอ..??”

“เอ้า..ก็แกคู่หมั้นเขา ก็ไหนบอกว่าไปกันได้ดี..ไม่ใช่เหรอ?”

“ใครเขาบอกลุงกันคะ แล้วนี่ลุงจะบินกลับไปอีกตอนไหน ลุงกลับเชจูตอนนี้มีหวังแม่ได้ระเบิดลุงกระจุยแน่ๆ”

“ลุงคงไม่กลับวันนี้ มะรืนนี้หรอกน่า ไว้ลุงจัดการเรื่องแกก่อน แล้วค่อยกลับพร้อมกัน เนาะ”
ลุงหันหน้ามาถามความเห็นฉัน

“เรื่องริน? เรื่องอะไรคะ?”

“เอ้า ก็งานหมั้นของแกไง..”

“????? ไหนลุงบอกรินแล้วว่าถ้าลุงกลับมาก่อน เรื่องงานหมั้นตามสัญญานั่น ก็จะสิ้นสุดไม่ใช่เหรอคะ?”

ตอนนี้ฉันเริ่มหวาดเสียวกับอิตาคนนี้เข้าแล้ว

“แต่ลุงกลับมาก่อนหมดสัญญานะ นี่แกจะไม่แปลกใจหน่อยเหรอว่าลุงกลับมาก่อนทำไม”

“...ก็ลุง..อาจจะเสร็จธุระฝั่งนู้นแล้ว....แล้วก็หมดภาระทางนี้ เตรียมกลับเชจูพร้อมกับหนูไง..”

“เยริน...ท่านประธาน ดีกับครอบครัวเรามาก คนดีๆแบบคุณโจว...หายากมากนะ..นี่แกไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณโจวเลยเหรอ.”

รู้สึกสิ...แล้วก็เจ็บมากด้วย..แต่มันจบแล้วนี่

“ลุงคะ..หนูก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าคุณโจวเขาเป็นคนไม่ดี เพียงแต่ว่า ตอนนี้หนูอยากทำอย่างอื่นที่หนูชอบแล้ว เรากลับเชจูกันเถอะนะคะลุงงง..หนูเชื่อว่าถ้าเราอธิบายให้ท่านประธานใหญ่เขารับรู้ คนดีๆแบบท่านต้องเข้าใจเราแน่นอน อีกอย่าง ลุงทำงานให้เขามามากพอแล้ว เรื่องที่มันเป็นอดีตมาแล้ว ก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะนะคะ เรากลับเชจูกันเถอะน๊า...นะลุงนะ..”

“นี่เรากะเตรียมตัวมาเพื่อทำให้ลุงกลับเชจูโดยเฉพาะเลยใช่ไหมเนี่ยะ”

“ฮ่าๆๆ เปล่าซะหน่อย ก็คุณโจวกับหนู เรื่องระหว่างเราเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วนี่คะ ตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ....ส่วนเรื่องที่ท่านประธานกับลุงหวังดีต่อเรา หนูเข้าใจนะคะ แล้วก็ขอบคุณมากด้วย แต่ว่า..เรื่องความรักเป็นเรื่องของคนสองคน..ส่วนคุณโจว ปล่อยให้เขาไปเจอคนที่เขาเลือกเอง ไม่ดีกว่าเหรอคะ...”

“.....อื้มม...ลุงเข้าใจ...แต่ตอนนี้เรากลับไปที่บ้านกันก่อนดีกว่า เผื่อพรุ่งนี้แต่เช้าลุงเข้าค่ายเพลงแต่เช้า”

“ได้ค่ะ”

ต่อจากนั้นฉันก็รับหน้าที่เป็นคนขับรถให้ผู้จัดการค่ายเพลงเอ็นจี นั่นก็คือลุงฉันนั่นเอง

 

 

 

เช้าวันต่อมา

ตอนนี้ฉันกับลุงมาถึงที่ค่ายเพลงเอ็นจี วันนี้ฉันเข้ามายังบริษัทก่อน และในตอนบ่ายฉันถึงจะเข้าไปรีสอร์ท เพราะวันนี้เพอร์เฟคนิสมีถ่ายตอนบ่ายเท่านั้น คุณลุงกำลังเดินไปยังห้องทำงานตัวเอง ขณะที่เดินนั้นก็มีคนเข้ามาทักทายลุงมากมาย คงจะแปลกใจที่ผอ.ควอนกลับมาเร็วล่ะสิ ฉันรู้สึกว่าราศีฉันจับไม่น้อยไปกว่าคนใหญ่คนโตคนอื่นๆเลยแฮะ ก็เป็นถึงหลานระดับผอ. ฮ่าๆๆ แต่ว่า เรื่องนั้น มันก็กำลังจะจบนี่นา..

“รินไม่ต้องเข้าไปตอนเช้าหรอกเหรอ กว่าจะถึงที่นู้นอีกนะ..”

“รินอยากพบท่านประธานใหญ่ค่ะ รินขอเถอะนะคะลุง เผื่อว่ายังไง ถ้ารินบอกเอง เขาจะต้องเห็นใจรินแน่ๆ”

“ฮ่าๆ นี่แกไม่อยากหมั้นขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ลุงถามฉันกลับมาพร้อมกับหัวเราะติดตลกยกใหญ่

“ก็..ใช่นั่สิค่ะ นี่ลุงจะหัวเราะทำไม”

“ก็คุณโจวเขาก็เป็นผู้ชายที่สาวๆหลายคนหมายปอง แต่แกนี่ก็ยังเหมือนเดิม ถวายให้ถึงกับที่ ก็ยังคงวิ่งหนีอะไรง่ายๆเหมือนเดิม ฮ่าๆ”

“ลุงก็..งั้นลุงก็หมั้นเองเลยไหมคะ จะได้ไม่ต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยาก”

“แกนี่!...”

ลุงถลึงตา ค้อนกลับมาหาฉันอีกครั้ง แล้วเราก็เดินเข้ามายังห้องของท่านประธานใหญ่ ท่านประธานใหญ่หรือพ่อของคุณโจวกำลังนั่งสบายใจเฉิบอยู่บนโซฟาหรู เมื่อเราเดินเข้ามา ท่านก็เชิญให้ลุงกับฉันนั่งลงที่โซฟา ท่านเป็นคนใจดี อันนี้ฉันรับรู้ แต่ว่า เรื่องของความรัก ฉันไม่คิดว่าจะเอาเรื่องใจดี มาตัดสินความรู้สึกของฉันกับคุณโจวได้หรรอก

“กลับมาเร็วกว่าที่คิดนะ...ฉันก็นึกว่านายจะขยายที่นู้นมากกว่านี้สะอีก”

ท่านประธานพูดกับคุณลุงติดตลกตามประสานคนสนิท คุณลุงหัวเราะออกมาพร้อมกับยกกาแฟที่มีไว้เสริฟ์เราสองคนขึ้นมาจิบ

“ฮ่าๆ ท่านคงไม่ได้คิดว่าผมจะทื้งหุ้นที่นี่ให้ท่านดูแลทั้งหมดหรอกใช่ไหมครับ”

“ใครบอกกัน...ดีแล้วล่ะจะได้กลับมาอยู่ที่นี่ตามประสาวัยเกษียณอย่างเราๆสักที....อืมมม  ลูกชายฉันทำอะไรให้เธอลำบากใจรึเปล่า?” ท่านประธานใหญ่หันมายิงคำถามให้ฉัน

“..คะ? ..เปล่าค่ะ....คุณโจวดูแลพวกเรา ดูแลคนในค่ายได้ดีมากๆเลยค่ะ”

“อื้ม...แล้วตอนนี้ได้ยินว่าถ่ายทำโปรเจคใหญ่กันอยู่ใช่ไหม?”

“ใช่ค่ะ ปิดกองถ่ายภายในอาทิตย์หน้าค่ะ เพราะมีคอนเสิร์ตเด็กๆในต้นเดือนค่ะ”

“ทำงานหนักเลยสิเยริน ยังไงก็ฝากด้วยละกันนะ”

“ค่ะ....คือ ท่านประธานคะ ฉันกับคุณโจว เรา....ช่วงนี้เรา..”

กริ้กก!

ผลั้กกก!

“เราพร้อมที่จะเข้าพิธีหมั้นแล้วครับ...”

“.....??”

“.....!!”

......????!!!”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น