My name is Lee Joe มารักกับผมไหมล่ะ? [จบเรื่อง]

ตอนที่ 15 : ความจริงวันนั้น..ฉันเจอเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

17ปีก่อน

วันคริตส์มาส

ที่โรงพยาบาลในโซลแห่งหนึ่ง

ห้องฉุกเฉิน

“คุณ....แค่สัญญากับฉัน..ถ้าคุณรู้สึกผิดต่อฉันจริงๆ...แค่...รับ....อิม...กับริว..เข้ามา...อยู่ที่บ้าน...ของเรา..จะได้มั้ย..”

ผมที่ยืนแอบอยู่ข้างประตู ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปสวมกอด...แม่เลย..ได้แต่ยืนน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่แบบนั้น..แม้แต่จะเดินเข้าไปปลอบแม่ในช่วงเวลาสุดท้าย..ผมก็ไม่สามารถทำไม่ได้..ผมมันเด็กขี้ขลาด..ผมมันเป็นผู้ชายขี้ขลาดจริงๆ..

ผมทำได้แค่มองหน้าแม่ผ่านกระจกที่กั้นไว้ตรงนี้เท่านั้น..

หลังจากที่แม่พูดจบ..ป๊า..ก็เดินเข้าไปสวมกอดแม่..นี่เป็นครั้งแรกที่..ผมเห็นป๊ากอดแม่...ซึ่งป๊าควรจะทำ ควรจะกอดแม่ให้มากๆตั้งแต่แรกแล้ว...

“ฉัน..แค่อยาก...บอกให้คุณรับรู้....ฉันไม่เคยอยากจะ...ทำร้ายความรักของคุณกับ...อิม..เลย..สักครั้ง...ฉันแค่...อยากจะให้คุณ....รู้สึกกับฉัน..แบบที่ฉัน...ควรจะได้รับ....จากคุณบ้าง...ฮือ..”

.”ผม..ไม่เคยรังเกียจคุณหรือไม่เคย..คิดที่จะหนีไปจากคุณเลย..ผมรักลูกของเรา..ผมรักครอบครัวของผม...ผมขอโทษที่ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวได้ไม่ดี..เท่าที่สมควร..”

ป๊าขยับเข้าสวมกอดแม่อีกครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ผมพยายามกลั้นเสียงสะอื้นตัวเองไว้ไม่ให้ใครที่อยู่ข้างในได้ยิน...

“ทำตามสัญญา..ฉันด้วยนะคะ...บอกกับโจวลูกของเราด้วยนะคะ..ว่าเขาคือคนที่ฉันรักมากที่สุด...โจว...ต้องยิ้มให้กับหิมะแรกของปีนี้....เพราะว่าเขาคือผู้ชายที่เก่งที่สุด..ยังไงละ...”

ตื้ดดดดดดดดดดดดดด

ตื้ด....ตื้ด....ตื้ด....

“.....ฮือ...จียอนอ่า..จียอนอ่า..ผมขอโทษ....ฮึก..ฮึก...”

หลังจากที่เครื่องช่วยหายใจหยุดการทำงาน สัญญาณเสียงเตือนทำให้ทุกคนรับรู้ว่า...ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้น...เธอได้...หลับลง...อย่างสบายแล้ว....เธอจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะบาดแผลพวกนั้นแล้ว.. มือของแม่ค่อยๆ...ตกเลื่อนลงข้างเตียงที่ป๊าอุ้มและกอดแม่ไปด้วยพลางตะโกนร้องเรียกชื่อแม่ผม...

ผม...

ผม.......

น้ำตาที่ไม่รู้ว่า....มันออกมาจากไหนไม่รู้มากมาย...ผมยืนไม่ไหว...ผมเดินไม่ไหว..ผมเหมือนใจจะขาด...ลมหายใจฟืดขาด..มันทรมาน..เหลือเกิน..

ผมหนีออกมาจากงานคริสต์มาส เพราะว่าผมรอป๊ากับแม่นานมากแล้วที่โรงเรียน แต่ว่าขณะที่ผมรอพวกท่านทั้งสองนั้น อยู่ดีๆทางโรงพยาบาลก็ติดต่อเข้ามาบอกกับครูที่โรงเรียนว่าป๊าไม่สามารถข้ามาเปิดงานคริสต์มาสให้กับโรงเรียนได้..ซึ่งทำให้ผมรู้เข้าโดยบังเอิญ...กลับกลายเป็นว่า....ยิ่งทำให้ผมรู้สึกกลัว..มากขึ้นกว่าเดิมว่าป๊ากับแม่ผมจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า ทำไมต้องเป็นที่โรงพยาบาลที่ติดต่อไป..

แต่เมื่อผมตามาเจอพวกเขาที่โรงพยาบาล..

สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุด..ก็กลับกลายเป็นความจริง

ป๊ากับแม่ประสบอุบัติเหตุ..ป๊าไม่เป็นอะไรมาก..แต่ว่าแม่ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงอยู่แล้ว..กลับเสียเลือดมาก..และได้รับบาดแผลมากทำให้ทนต่อพิษของบาดแผลพวกนั้นไม่ไหว..

ผมเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเงียบๆโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าผมปรากฏตัวอยู่ที่นี่..ผมถือที่คาดผมกวางเรนเดียร์ที่แม่ปักให้ก่อนที่ผมจะออกจากบ้านเพื่อไปร่วมกิจกรรมวันคริสต์มาสที่โรงเรียนวันนี้..

น้ำตาไหลผ่านใบหน้าของผม เป็นทางยาว ไหลออกมาแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า....โดยที่ผมเองก็ไม่สามารถหยุดน้ำตาพวกนี้ได้เช่นกัน ผมจึงปล่อยให้มันไหลออกมาแบบนั้น..ก่อนจะกำที่คาดผมเรนเดียร์คริสต์มาสนั้นไว้แน่น..

บอกกับโจวลูกของเราด้วยนะคะ..ว่าเขาคือคนที่ฉันรักมากที่สุด...โจว...ต้องยิ้มให้กับหิมะแรกของปีนี้....เพราะว่าเขาคือผู้ชายที่เก่งที่สุด..ยังไงละ...

ผมหวนกลับไปคิดถึงแต่ใบหน้าของแม่ผม..

ออมม่ะ..ผมขอโทษ..ที่ไม่สามารถยืนอยู่ข้างแม่ได้..ในตอนที่ออมม่ะเจ็บปวดหัวใจ....

ในขณะนั้นเอง ก็มีผู้ชายวัยกลางคนพร้อมกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ทั้งสองวิ่งไปทางห้องฉุกเฉินที่ผมเดินออกมา นั่นพวกเขากำลังจะไปหาแม่ผมหรอกเหรอ...คนรู้จักป๊าเหรอ? ทำไมผมไม่เคยเห็นหน้าลุงคนนี้มาก่อนเลย..ผมเช็ดน้ำตา แล้วเดินกลับเข้ายังทางที่ไปห้องฉุกเฉินแม่อีกครั้ง...เมื่อผมถึงที่หน้าห้อง ผมก็ได้แต่ยืนที่หน้าประตูห้องนั้นอีกครั้ง

มันอะไรกัน!!

ผู้ชายคนนั้นกับเด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังนั่งคุกเข่า ต่อหน้าป๊าผม...ทำไมเขาต้องทำแบบนั้น

“เพราะผมดูแลคุณนายจียอนไม่ดีเองครับนายท่าน...ทำให้ท่านต้อง....”

ผู้ชายคนนั้นพูดอะไร?

“ฉันเข้าใจ....ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น...มันก็เพราะความผิดของฉันเหมือนกันที่ทะเลาะกับจียอน และทำให้เขาต้องไปเจอ...อุบัติเหตุแบบนั้น..”

? ป๊าหมายความว่ายังไง

“แต่ผมน่าจะ...ดูแลเรื่องพวกนี้ให้ดีว่านี้..ผะ..ผมขอโทษครับนายท่าน...ผมจะชดใช้นายท่านเองทุกอย่าง..ได้โปรด...”

นี่ป๊ากับแม่ไม่ได้อยู่ในรถคนเดียวกันหรอกเหรอ? แสดงว่าแม่กับผู้ชายคนนั้นอยู่ในรถคนเดียวกันหรอกเหรอ.. ผมมองไปที่ร่างกายของชายคนนั้น ก่อนจะเห็นเลือดไหลออกตามหน้าผาก ตามแขน บาดแผลเขาเหมือนได้รับการกระแทกมาอย่างแรงไม่น้อยกว่าป๊าที่ได้รับเช่นกัน งั้นก็แสดงว่า…..

“..ฉันเอาโทษใครไม่ได้..เรื่องนี้มันเป็นเพราะฉัน...ถ้าฉัน..ไม่ทะเลาะกับจียอน....จียอนก็คงไม่ออกไปข้างนอก และนายเองก็คงไม่ได้พาจียอนไปเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้..”

“ผม..จะชดใช้ให้นายท่านเองครับ...”

“ลุง...ลุงร้องไห้ทำไม..คะ?..อย่าร้องไห้นะ”

เด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างผู้ชายคนนั้น พูดแทรกผู้ใหญ่ขึ้นมา แล้วก็เอามือปาดน้ำตาให้กับผู้ชายที่เธอเรียกว่าลุง

“เยรินอ่า...ฉันขอโทษนะ...ที่ทำลุงร้องไห้...”

ป๊าพูดปลอบเด็กผู้หญิงคนนั้น เยริน?

“ผมจะยอมเข้าคุก แล้วก็ชดใช้เรื่องนี้เอง..แต่ผมฝากหลานให้นายท่านส่งเขาไปที่เชจู...แล้วก็ปิดเรื่องนี้กับครอบครัวผมที่เชจูได้ไหมครับ...”

“นาย..ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นเลย...ฉันว่าไปทำแผลก่อนเถอะ..เรื่องนี้ฉันเป็นคนผิด...ฉันจะรับผิดชอบเอง....”

ป๊าพูดเสร็จ ผมก็เดินออกมา ตอนนี้สมองผมกลับสับสนไปหมดแล้ว นี่มันเรื่องอะไร

ป๊า....กับแม่อยู่รถคนละคันกับ แต่ว่าทั้งคู่มาเจออุบัติเหตุนั่น ในขณะเดียวกัน....

แล้วลุงคนั้นกับเด็กคนนั้น.....

ผมเดินออกมาให้ไกลจากตรงที่ผมเคยยืนอยู่...เท่าที่ผมจะทำได้

 

หลังจากที่แม่เสียได้ไม่นาน

ป๊าจะรับริวกับน้าอิมมาที่นี่...มาอยู่เป็นเพื่อนลูก...ในตอนที่ป๊าเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ...โจวจะได้มีเพื่อนบ้าง...คุณน้าอิมจะได้ดูแลโจวไปด้วย...โจวเข้าใจป๊าใช่ไหม?..ฮื้อ?..

ป๊ากุมมือทั้งสองข้างของผม...ก่อนจะก้มลงเข้ามากอดผม พลางลูกเส้นผมอย่างเอ็นดู..ผมรับรู้ได้ถึงความเป็นพ่อและตอนนี้ก็รับรู้ด้วยว่า ป๊าต้องลาบากและต้องผ่านมรสุมพวกนี้ไปให้ได้ เพื่อครอบครัว เพื่อผม เพื่อแม่ผม...ที่คอยให้กำลังใจเราอยู่บนท้องฟ้า...

‘…เข้าใจครับป๊า

ผมตอบรับคำขอของป๊า ก่อนจะเอามือเข้าไปสวมกอดป๊าเช่นกัน...

ผม...ต้องเข้มแข็ง...กับมรสุมชีวิตในช่วงหิมะแรก..นี้ไปให้ได้...

 

ช่วงที่โจวอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัย

ที่สนามบินอินชอน

ต่อไปนี้โจวจะต้องรับผิดชอบทุกอย่าง....ป๊าฝากดูแลที่นี่ด้วย..แล้วป๊าจะกลับมา..ป๊าเชื่อว่า..โจวจะต้องเติบโตมาทำได้ดี..อาจจะทำได้ดีกว่าป๊าเลยด้วยซ้ำ....ป๊าไปนะ..

ครับ...ผมจะติดต่อกลับไปนะครับ..ป๊าก็ดูแลสุขภาพด้วย..อย่าดื่มหนักนะครับ..

“ใช่ชีวิตให้ดี...ฉันจะพาแกไปเจอคนสำคัญ ตอนฉันกลับมา”

เมื่อป๊าผมกลับมา ท่าก็แนะนำให้ผมได้รู้จักกับผู้ชายคนนั้นที่ผมเจอตอนวันที่แม่เสีย ลุงคนนั้นเป็นคนสนิทของป๊า ทุกคนรู้ไหมครับ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง ป๊าชดใช้ทุกอย่างด้วยการสัญญากับลุงคนนั้นว่า จะให้ผมกับเยรินหลานของเขาคือเด็กผู้หญิงคนที่ผมเจอตอนอยู่รพ.เช่นกัน ซึ่งเราทั้งคู่ต้องหมั้นกัน

เพราะป๊าอยากให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตคู่ กับคนทีท่านเตรียมไว้ให้ จะได้ไม่ผิดพลาดกันเหมือนเรื่องราวของท่านกับแม่และน้าอิม พูดง่ายๆก็เหมือน จากนี้ไป ผมรู้แค่ว่า เมื่อรับช่วงธุรกิจป๊าต่อ ผมมีคู่หมั้นชื่อเยริน ผมกับเธอจะได้เรียนรู้คบหากัน ในฐานะที่เยรินเป็นหลานหุ้นส่วนของลุงคนนั้น คนสนิทของป๊า

แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ ป๊าต้องการให้ผมได้รู้สึกว่าผมมีพร้อมทุกอย่างถึงแม้จะขาดแม่..

ป๊าชดใช้ให้ลุงคนนั้นไม่ต้องรู้สึกผิดกับอุบัติเหตุครั้งนั้น...

แต่ผมในตอนนั้น....ผมกลับคิดว่า เป็นช่วงโอกาสเหมาะ ที่ผมจะทำให้ผู้หญิงคนนั้น รับรู้ว่า...การบอกให้เลิกร้องไห้สำหรับคนที่ร้องไห้อยู่ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น..

.ควอนเยริน..ผมอยากจะเจอเธออีกสักครั้ง...เป็นผู้หญิงเข้มแข็งนักเหรอ...

เมื่อป๊าเดินทางไปงานที่ต่างประเทศรอบนี้ ผมก็อายุ21ปีแล้ว ผมต้องดูแลทุกอย่างที่ป๊า สิ่งที่ผมอยากเรียนมากที่สุดคือนักบิน....แต่ผมต้องเรียนธุรกิจเพื่อสานต่อป๊า แต่ก็ใช่ว่าเรียนสายนี้ผมจะไม่มีความสุขนะ ผมน่ะ ทำอะไรก็มักจะทำได้ดีกว่าใครเลยล่ะ ที่บ้านเรามีธุรกิจค่ายเพลงที่เตรียมเด็กเทรนไว้ และเมื่อป๊ากลับโซลคราวหน้า ผมก็จบมหาวิทยาลัยแล้ว ป๊าวางให้ผมรับช่วงต่อยังไงละ

ฮยอง พรุ่งนี้ผมกลับดึกนะ...อยากไปเรียนดนตรีที่กังนัมอะ

เจ้าริวที่เดินเข้าบ้านมาต่อจากผมที่เพิ่งกลับจากสนามบินเดินมาบอกก่อนจะคว้ากุญแจที่ผมเพิ่งวางไว้ตรงหน้าทีวีในห้องรับแขกไปถือไว้ พร้อมกับทำหน้าอ้อนวอนพี่ชายอย่างผมสุดฤทธิ์

ไปแล้วอย่ากลับค่ำล่ะ...จะได้เข้าไปค่ายเพลงเพื่อเทรนน้องกับฉันตอนเย็นด้วย

รู้แล้วน่า...ฮยองนี่น่ารักที่สุดเลย..ขออะไรก็ให้หมด..รักน๊า.คิคิ

เจ้าบ้านี้ทำมาเป็นต่อร้อต่อกระซิกใส่ผมก่อนจะคว้าได้กุญแจออกประตู ผมรีบวิ่งออกไปดูเขา แล้วก็จะถอนหายใจตามเจ้าริวชุดใหญ่

เมื่อไหร่จะโตสักทีนะ..เจ้าริว

ผมกับริวตอนนี้..เราอยู่ในฐานะพี่น้องครอบครัวเดียวกัน...

ความจริงแล้วก็คนละพ่อละแม่เพียงแต่ว่า...

ป๊ากับแม่ผม ไม่ได้จะตั้งใจแต่งงานกันตั้งแต่แรก แต่เพราะว่า ผมคือความผิดพลาด เมื่อแม่ตั้งท้อง ป๊าต้องรับผิดชอบ มีช่วงแรกๆที่เมื่อก่อนผมไปอยู่ที่บ้านคุณยาย ผมก็รู้สึกได้เลยว่าพวกท่านไม่ได้คิดที่จะสร้างครอบครัวด้วยกันอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะผม...แต่เมื่อผมโตขึ้น ผมก็รู้ว่า ถึงแม้ว่าพวกท่าทั้งสองไม่ได้มีความรู้สึกให้กันและกันเลย แต่พวกท่าทั้งสองก็มอบความรักของพ่อและแม่ให้กับผมได้ดีที่สุด พวกท่านทำหน้าหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด ผมไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของพวกท่าน แต่ก็มีบางครั้งที่พวกท่านไม่เข้าใจกันจนเรื่องบานปลาย ทำให้ผมรู้ความจริงบางอย่าง...

คนที่ป๊ารักและหวังจะแต่งงานด้วยคือ..แม่ของริว..น้าอิม..น้องสาวของแม่ผม

ครั้งหนึ่งที่แม่มาที่บ้านยายและผมยังคงอยู่ที่นั่น แม่เมามากและได้ระบายความรู้สึกในอดีตที่ทำผิดพลาดกับน้องสาวแท้ๆของตัวเอง..จนไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้...ผมก็รับรู้ได้อีกว่า..แม่..ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเลวร้ายมากขนาดนี้..แต่แม่ก็รักป๊ามากเช่นกัน..

เมื่อเรื่องเป็นเช่นนั้น..น้าอิม...ก็เสียใจมาก น้าอิมจึงตัดสินใจไปทำงานที่ญี่ปุ่น

ป๊ากับแม่ก็แต่งงานกัน...ทั้งที่ไม่ได้รักกัน..แต่เป็นเพราะผม...

และไม่นานต่อจากนั้นน้าอิมก็กลับมาพร้อมกับเจ้าริว พ่อของเจ้าริวเป็นชาวญี่ปุ่น ซึ่งน้าอิมได้เล่าว่าเขามีโรคประจำตัวจึงทำให้เสียชีวิตทันทีหลังจากที่ริวคลอดออกมา เขาหวังให้ริวเป็นเติบโตมาอย่างดี เมื่อน้าอิมกลับมาใช้ชีวิตที่โซล พ่อมักจะมาฝากผมให้อยู่กับคุณยายเสมอ จนบางครั้ง...ทุกครั้งที่ผมมองสายตาพ่อ...เวลาที่มองน้าอิม...ผมรู้พ่อรู้สึกผิดกับน้าอิม..และตอนนี้ก้ยังคงหวังดีด้วย...แต่ เมื่อเวลาผ่านไป จนแม่ผมเสียชีวิตลง ป๊าก็พิสูจน์แล้วว่า ป๊าจะไม่วกกลับมาทำอะไรมันแย่อีกแน่นอน ป๊าจึงเลือกทำงานไปต่างประเทศบ่อยๆ และเลี้ยงครอบครัวด้วยธุรกิจที่ท่านปั้นมากับมือด้วยตัวท่านเอง

ตอนนี้ผมก็อยูที่โซล รับหน้าที่เทรนเด็กที่ค่ายเพลงของป๊า แต่ผมไม่ได้เก่งด้านดนตรีนะ คนที่เก่งน่ะ เจ้าริวตังหาก

ทั้งผมและริว จึงปฏิบัติต่อกันมา เหมือนเป็นพี่น้องคลานตามกันมา

 

ผมเคยคิดว่า...ครอบครัวคือที่สุดของการตัดสินใจของผม

แต่ทำไม...ตอนนี้...เธอคนนั้น..กลับทำให้ผมลังเล...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น