My name is Lee Joe มารักกับผมไหมล่ะ? [จบเรื่อง]

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 พ.ค. 62

  ภายในห้องโถง ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูราคาระดับล้าน พันล้าน หรืออาจจะมากกว่านั้น (จะหรูอะไรขนาดนั้น) ห้องๆนี้ใครๆก็พูดว่า ถ้าได้เข้ามาแล้ว ยากนักที่จะออกไปโดยไร้ความรู้สึกที่ไม่มีภาระอะไรเลยเสมือนนอนอยู่บนปุยเมฆอันนุ่มนวล ถ้าคุณได้รู้สึกแบบนั้นแสดงว่าคุณเข้าห้องผิด ที่ไม่ใช่ห้องๆนี้แน่นอน!!!!!!!!!!!!!

ฉันเดินเข้ามายังห้องที่ตกแต่งระดับไฮคลาสสมตามคำร่ำลือ ไหล่น้อยๆของฉันมันก็ค่อยๆหด เล็กลงๆ ตามก้าวแต่ละก้าวที่ขาของฉันก้าวเข้ามา  ไม่ใช่เพราะว่าฉันอึดอัดที่อยู่ในที่ๆ มันหรูหราเกินไปหรือเป็นเพราะว่าฉันก้าวเข้ามาในที่ๆแห่งนี้ครั้งแรกหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะว่า

“เธอทำพลาด เธอก็ต้องรับผิดชอบ!......

เสียงฝีเท้าของฉันที่เดินเข้าไปใกล้ยังโซฟาสำหรับแขกที่มาเยือนห้องนี้ ทำให้เจ้าของห้องรู้ว่ามีคนที่เขาให้มาพบรอเขาเปิดประเด็นก่อน เขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน หมุนตัวเองในเก้าอี้กลับมายังฉัน ส่งสายตาที่เปรียบเสมือนสายฟ้าที่พร้อมจะฟาดลงกลางหน้าผากฉันเสมอมายังตัวที่สั่นเทาของฉัน

“ฉันคาดหวังกับโปรเจคนี้มาก....อย่าต้องให้พูดซ้ำ กลับไปได้แล้ว....”

ฉันที่เอาแต่จิกมือตัวเองไปมา ขบริมฝีปากตัวเอง ในหัวสับสนงงงวยว่าฉันจะขอโอกาสเขาอีกครั้งดีไหม แต่ยังไม่ทันจะได้พูดต่อรองอะไรกับเขา แต่ในเมื่อเขายื่นคำขาด พร้อมกับสายตาแบบนั้น แถมกลิ่นความผิดของฉัน มันก็ยังคงวนเวียนกับตัวฉันอยู่ แล้วฉันจะเอาอะไรไปต่อรองเขาได้ละ ทำไมฉันต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องพรรคนี้ด้วยนะ ทำไมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!! ฉันตัดสินใจ! เผชิญหน้ากับเขา เงยหน้าขึ้นไปจ้องคนตรงหน้า แต่ขาตัวเองก็สั่นพั่บๆ ฉันกัดริมฝีปากตัวเองก่อนจะ

“....ขอโทษค่ะ...ฉันจะทำให้เต็มที่!!!! ขอตัวนะคะ”

นั่นแหละที่ฉันสามารถทำได้ ก็เขาเอาแต่จ้องฉันด้วยสายตายังจะกินเลือดกินเนื้อฉัน ฆ่าได้ฆ่าแบบนั้น ใครมันจะกล้าต่อรอง แถมความผิด ฉัน...นึกแล้วก็ไม่น่าจะให้อภัยด้วยซ้ำ นี่ยังดีนะที่ไม้โดนไล่ออก ละเมิดกฎเขาขนาดนี้ ฮืออออ TT เขาที่หลับตาลง พร้อมกับส่ายหัวให้กับท่าทางของฉัน ฉันรีบทำความเคารพก้มหัวท่านประธานค่ายทันที แล้วฉันก็เดินออกมาจากห้องนั้น

 

 

 

“เยริน ทางนี้ๆๆๆๆๆ!!!!!

ฉันที่เดินเหมือนคนไร้วิญญาณ มีแต่ร่างกายอย่างกะผีตายซาก เดินหอบเอาแรงที่เหลืออยู่ออกมาจากห้องอัปยศอดสูนั่น ชะงักฝีเท้า แล้วก็หันหมุนตัวเองกลับไปยังเสียงเรียกที่ตามมาจากด้านหลัง แก๊งค์เพื่อนเมเนเจอร์ของฉันกำลังกวักมือเรียกฉันไปยังห้องเรส(Rest Room) สำหรับเหล่าเมเนเจอร์ ฉันหันกลับมามองซ้ายขวาก่อน เมื่อสำรวจว่าไม่มีใครเห็น ก็รีบวิ่งแจ้นไปยังพวกนางทันที

“ย๊า!!!! ทำหน้าเหมือนตูดลิงแบบนี้ แสดงว่าที่พวกเราสันนิษฐานไว้ เป็นจริงใช่ไหม? ....”

หลังจากที่ฉันเปิดประตูห้องก้าวเข้ามา ยัยฮันจู เมเนเจอร์เมคอัพอาร์ทติส ชื่อดังก็ยิงตำถามด้วยความสังสัยทันที

ฉันที่เหมือนจะสะอื้นและพร้อมร้องไห้โห่ได้ทุกเมื่อเดินไปหยิบเบียร์กระป๋องออกมาจากตู้เย็น ก่อนจะกระดกอึ้กใหญ่ พลางหันไปมองหน้ายัยเพื่อนตัวดีทั้งหลาย และพยักหน้าด้วยสีหน้า เหมือนฟ้าเพิ่งทะล่มใส่กบาลไม่นานมานี้

“เฮ้ย จริงดิ? ทำไมเขาใจร้ายแบบนี้ นี่มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะเยริน มันเป็นความผิดของศิลปิน จะให้เธอรับผิดชอบแบบนี้ ฉันว่ามันเกินไป”

นีน่า ที่แย่งกระป๋องเบียร์ออกจากปากฉันเสริมทัพ หลังจากที่ฉันเอาแต่กระดกเบียร์ และยังไม่ทันพูดอะไรใครบางคนก็เปิดประตูพรวดเข้ามา ฉัน นีน่า ฮันจู เด้งตัวลุกขึ้นยืน พร้อมประจันหน้าด้วยความตกใจ (ก็เรากำลังนินทาคนในค่ายอยู่น่ะสิ ==)

แทอึนน่า!!!!!!

ฉัน นีน่า ฮันจู ตะโกนขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

เมื่อประตูถูกเปิดออกโดยเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก ตากลมโตก้าวเข้ามา และปิดประตูลง เธอหันมามองหน้าพวกเรา ซึ่งสีหน้าของเธอรู้สึกผิดทันทีที่ทำให้เหล่าออนนีอย่างพวกฉันตกใจ ก็นึกว่าคนใหญ่คนโตของค่ายเข้ามาสะอีก  เฮ้อ..โล่งไปที

“แฮ่ๆ หนูเองค่ะ...พอดีพี่ผู้จัดการใหญ่เขาเอาใบแลกตำแหน่งไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานพวกพี่ๆ แต่ว่าไม่มีคนอยู่ พอดีพวกหนูเข้ามาซ้อมกัน แล้วหนูเดินผ่านพอดี เขาเลยวานให้หนูช่วยเอามาให้ค่ะ”

“ใบแลกตำแหน่ง...?” นีน่า รับใบแลกตำแหน่งมาจากแทอึน พร้อมกับเปิดซองออก แล้วเขาก็โพล่งขึ้นทันที

ย๊า ยัยเยริน นี่ใช่ไหมที่แกต้องรับผิดชอบ” ยัยฮันจูหันกลับมาถามฉัน

ฉันที่รู้อยู่แล้วว่าในซองนั้นคืออะไร และไอ้ใบแลกตำแหน่งคืออะไร .. ได้แต่พยักหน้างึกงัก  แล้วก็มองตาแป๋วไปทางยัยนีน่า

“ย๊า..นี่พวกฉันนึกว่าแกโดนพักงานหรือ หนักกว่านั้นคือไล่ออก แต่คือแกก็แค่โดนเปลี่ยนวงดูแลเนี่ยนะ??”

“อ่าฮ้ะ…..”

ฉันที่ฟังยัยนีน่าที่อ่านจดหมายนั่นเสร็จ ก็เอาแต่พยักหน้า หมดแรงจะตอบแล้วจริงๆ ก็ฉันไม่อยากแลกนี่

“เฮ้ย ก็ดีแล้วนี่ ทำไมแกทำหน้าเหมือนแกจะไม่ได้อยู่ค่ายนี่สะงั้นเล่า” ยัยฮันจูถามฉัน

“แกก็รู้ว่าฉันดูแลวงผู้หญิงมาตลอด ฉันไม่ถนัดกับวงผู้ชายนะเว้ย ใครจะไปเดาใจเด็กหนุ่มที่แต่ละคนนี่คาดเดากันยากเหลือเกิ้น” ฉันโอดครวญกับยัยเพื่อนรักทั้งสอง

“เอาน่าแต่ ก็ยังดีกว่าวงผู้หญิงที่แกต้องมาคอยประคบประงมทุกอย่างนะเยริน ต่อไปนี้นะ แกก็จะได้ไม่ต้องจุกจิกวุ่นวายอะไรไง ฉันว่าวงผู้ชาย อาจจะมีอิสระมากกว่า มั้งเนาะ?” นีน่าพูดเสร็จก็หันไปพยักหน้าขอความเห็นด้วยจากยัยฮันจู

“นี่...เยรินออนนีจะไปดูแลวงอื่นแล้วงั้นเหรอคะ?....” แทอึนที่เงียบอยู่นาน พอจะจับประเด็นได้จากที่พวกฉันคุยกัน แทอึนก็วิ่งร่ามานั่งข้างฉันที่เอาแต่ทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่โซฟา

“...เฮ้ออ...อื้ม.ก็คงเป็นแบบนั้นมั้ง...ฉันเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้วนี่”

“แล้ววงเราละคะ??..ใครจะมาดูแลพวกเรา”

“นี่ๆๆๆๆ เพื่อนหล่อนนั่นแหละ สร้างปัญหาให้เยรินเขา ก็ไปถามเพื่อนตัวแสบของหล่อนเองสิจ๊ะ ว่าใครจะมารับช่วงต่อจากนี้”

นีน่าที่เห็นแทอึนกอดฉันเหมือนเด็กน้อยอ้อนแม่ซื้อขนมให้ ก็ขึ้นเสียงเอาประเด็นนั้นมาพูดขึ้นทันที ทำเอาฉันที่รู้ว่าแทอึนไม่ได้เกี่ยวอะไร และก็กลัวว่ายัยเพื่อนฉันจะก่อไฟมากว่านี้ ฉันจึงดึงแขนยัยนีน่าไว้ก่อน เป็นสัญญานว่าเรื่องมันก็เกิดแล้วก็ไม่ควรเอามาพูดกับคนที่ไม่รู้เรื่องด้วย

“เดี๋ยวก็มีคนมาใหม่ แทนฉันน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก พวกเธอก็โตและดูแลกันเองได้แล้วนี่ ฮึ้?”

ฉันหันไปลูบผมของแทอึน ก่อนจะพูดปลอบใจเธอที่โดนยัยนีน่าฉีกหน้าไปเมื่อกี้ ฉันน่ะ ก็ใจดีซะแบบนี้แหละ ถึงชอบเอาความใจดีไปแลกกับความซวยทีไม่เคยจะปรานีตัวเองกลับคืนมาไงล่ะ

 

ฉันเดินออกมาจากห้องFitting room แล้วเดินกลับไปยังห้องซ้อมเต้นของBeing..เกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้าอันดับต้นๆในวงการเคป๊อบและไอดอลของประเทศเกาหลีใต้ ภายในห้องซ้อมเต้น หรือ Prastic dance room ของแต่ละวง จะมีห้องทำงานของเหล่าเมเนเจอร์ในค่ายแห่งนี้รวมอยู่ด้วย ส่วนฉันทำงานเป็นเมเนเจอร์ที่ค่ายเพลงแห่งนี้มากว่าห้าปี ตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยฮันกุก

(Kwon Yerin Head  Meneger of Being)

ฉันเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเอง บนโต๊ะมีป้ายที่สลักชื่อหราวางไว้อยู่บนโต๊ะตัวเอง ฉันยื่นมือไปจับป้ายชื่อนั่น แล้วหย่อนลงบนกล่องที่ได้เตรียมมาไว้ เพื่อที่จะเอากลับบ้านไปก่อน ก็โต๊ะทำงานตรงนี้ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้มันก็ไม่ใช่ทีที่ฉันจะนั่งทำประจำอีกแล้วน่ะสิ TT ฉันดูแลวงบีอิ้งตั้งแต่ค่ายเพลง เอ็นจี (NG Group) ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังตีตลาดไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้มันคงถึงคราวที่ฉันต้องเปลี่ยนหน้าที่แล้วล่ะ มันก็เกิดจากความสะเพร่าของเมเนเจอร์ที่ไม่ได้เรื่องอย่างฉันนี่แหละ

 

หนึ่งอาทิตย์ก่อนเกิดเหตุ

“แกจะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อพวกแกก็เลือกที่จะคบกันอยู่แบบนี้ ฉันก็จำเป็นต้องให้ทางค่ายของน้องเขารู้.......ตอบมาสิ ว่าการแก้ปัญหาของแกคืออะไร คบกันแบบหลบๆซ่อนแบบนี้ไปตลอด...? แล้วแกกับน้องเขาจะไปกันรอดเหรอ??? ตอบฉันสิจุนซอง!!!!

ฉันโมโหมาก ตะโกนคาดคั้นใส่คนตรงหน้า หน้าฉันตอนนี้แทบจะมีสีแดงคล้ายพริกสดตามท้องตลาดสดแล้ว พวกแกยังนั่งอ่ำอึ่งกันอยู่ได้นะ _*_

จุนซองคือเพื่อนฉันตั้งแต่สมัยมอปลาย จนตอนนี้เราทั้งสองมีการงานทำกันแล้ว แต่ไอ้บ้านี่มันก็ยังเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เรื่อง เป็นผู้ชายที่ไร้น้ำยา เที่ยวเตร่ไปวันๆ พูดง่ายๆก็มีนิสัยเหมือนพวกคุณชายตามสไตล์รูปหล่อพ่อรวย เอาแต่ใช้เงินจากธุรกิจพ่อแม่ ก่อแต่เรื่องไปวันๆ ไม่รู้ว่าฉันคบเป็นเพื่อนสนิทกับมันมานานขนาดนี้ ได้ยังไง?? = =^

จุนซองที่นั่งอยู่ในบนโซฟาห้องทำงานฉัน กำมือของเขาแน่น สีหน้าของเขากำลังขบคิดหาทางแก้ตัวเฉพาะหน้าสำหรับเรื่องที่เขาก่อไว้แน่นอน ซึ่งคนตรงหน้าไม่ได้รู้หรอกว่า มันเลวร้ายสำหรับฉันมากขนาดไหน เพราะคนที่กำลังเป็นข่าวกับจุนซอง และทำให้จุนซองถึงกับนั่งไม่ติดอยู่ตอนนี้คือ มีซอล สมาชิกวงบีอิ้ง ที่ฉันเป็นคนดูแลหรือเป็นเฮดเมเนเจอร์ของวงอยู่น่ะสิ!!!!!!

“ฉันขอโทษวะ เยริน..แต่ฉันจะให้พ่อจัดการเรื่องนี้กับทางค่ายแกเองนะ ..แกไม่ต้องกังวล เอาแบบนี้ดีไหม?”

จุนซองหลังจากผุดลุกผุดนั่งอยู่ดีๆก็โพล่งประโยควิธีแก้ปัญหาของเขาที่ไร้ประโยชน์เช่นเคยออกมา เขาลุกขึ้นมาจับมือฉันที่ยืนพิงหน้าต่างกระจกอยู่ จุนซองมีสีหน้าที่หวังว่าฉันคงจะให้อภัยเขา ฉันชักสีหน้าไม่พอใจอีกรอบ ฉันสะบัดมือเขาออกแล้วก็เดินไปหยิบมือถือตัวเองออกมา

“อ้ะ..โทรหามีซอล..แล้วบอกกับแฟนแกว่า ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว ก่อนที่ข่าวเดทนี้จะใหญ่โตไปมากว่านี้ แกต้องตกลงกับมีซอลว่าจะเอายังไง ฉันจะได้พาพวกแกไปพบคุณโจว เวลานักข่าวถามจะได้ตอบตรงกัน..”

ฉันเอามือถือยื่นไปให้จุนซอง จุนซองปัดมือฉันออก

“ไม่ได้นะเยริน..ฉันไม่อยากให้มีซอลต้องลำบากเพราะฉัน แล้วถ้ามีซอล โดนแบน(บอนคอร์ต)ล่ะ??? ฉันก็ไม่ใช่ลูกผู้ชายอ้ะดิ”

= =แล้วฉันบอกแกกี่หนแล้วว่า แกจะไปสำมะเลเทเมามีอะไรกะผู้หญิงที่ไหนหรือสักกี่คนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ไอดอลในค่ายฉัน ทำไมแกไม่ฟังฉันบ้าง??”

- -^ใครมันจะไปรู้ล่ะ ว่านักข่าวจะตาดีขนาดนี้...นี่ ฉันน่ะTTไม่ได้อยากสร้างปัญหาให้แกเลยนะรินนนนน ก็ฉันก็รักมีซอลจริงๆด้วยง่า รินนนน”

ไอ้หมาบ้าจุนซองไม่ได้โต้กลับฉันแต่อย่างใด เอาแต่โอดครวญเรื่องรักๆของนางกับเด็กนั่น ฉันเห็นท่าทีของมันก็เลยวางมือถือลง ขณะนั้น ก็มีคนเปิดประตูเข้ามาพอดี

“โอป้า ...!!

“คิม มีซอล...”

มีซอลที่สวมชุดขึ้น มิวสิคคอล หลังสเตจเสร็จแล้วก็คงเดินถ่อตามนายนี่มาถึงห้องพักฉันเลยนะ จุนซองเรียกชื่อมีซอลพร้อมกับเดินไปสวมกอดมีซอล ฉันกลัวว่าใครจะมาเห็นเขาเลยรีบไปปิดประตู แล้วก็ดันหลังทั้งสองคนเข้ามาข้างในห้องสุด

“ย๊า!! ช่วยระวันกันหน่อยได้ไหม??” ฉันดุทั้งสอง

“โอ้ะ ขอโทษค่ะออนนี”

มีซอลกับจุนซองนั่งลงที่โซฟา

“ย๊า คิมมีซอล ทำไมเธอหลบออกมาจากสเตจแบบนี้ โชว์เสร็จแล้วเหรอ แล้วเมมเบอร์คนอิ่นๆละ ??” ฉันที่เริ่มสงสัยเลยถามขึ้น

“เมมเบอร์คนอื่นๆ กำลังเตรียมเก็บของกลับค่ะ ฉันเตรียมเสร็จแล้วเลยรีบออกมา เพราะได้ยินว่า จุนโอป้า มาหาอนนีเรื่องสำคัญ....ข่าวนั่นใช่ไหมคะ??”

“ก็ใช่น่ะสิ จะอะไรอีกล่ะ”

ฉันรีบตอบแล้วก็ชักสีหน้าไม่พอใจอย่างมากให้กับทั้งสอง

“ย๊า รินอ่า เธอคงจำที่ฉันพูดได้นะ ว่าฉันจะแก้ปัญหาเองไม่จำเป็นหรอกว๊...”

แกร๊ก

ผ่าง

.....

“…….!!” >>จุนซอง

……!!!” >>> มีซอล

“……!!!!!”>>>ฉัน

……?!” >>>คุณคนที่เปิดประตูเข้ามา

...

.....

 “คุณโจว!!!

โลกรู้ คุณโจวรู้ พังงง !!! ฉันก็รับเละเลยล่ะสิ งานนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น