God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 99 : ตอนที่ 94 พื้นที่ส่วนในของสำนักพงไพร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    5 ก.พ. 63

                ชายชรายังคงให้คำแนะนำเกี่ยวกับพื้นฐานของธาตุพฤกษาและการปรุงโอสถแก่ซ่งไป่หลางอีกหลายเรื่อง กว่าการสนทนาของคนทั้งสองจะจบลงท้องฟ้าก็มืดแล้ว ซ่งไป่หลางจึงกลับไปยังเรือนพักพร้อมกับวางแผนสิ่งที่จะทำในวันต่อไป

            จากการศึกษาจักรวาลพฤกษา ซ่งไป่หลางค่อนข้างมั่นใจในพื้นฐานของตนเอง ที่เหลือหลังจากนี้ก็คือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และการทดลองค้นหาเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง

            เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ชางไป่เหอและอู๋เจ้อจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด วันต่อมาซ่งไป่หลางได้เริ่มทำการค้นหาข้อมูลของชางไป่เหอและอู๋เจ้อในทันที

            อาจารย์ชางไป่เหอเป็นผู้ปรุงโอสถระดับเงินขั้นเก้า อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพราะนางไม่ได้เข้ารับการทดสอบมานานนับสิบปีแล้ว หลายคนเชื่อกันว่าถ้านางเข้ารับการทดสอบในเวลานี้นางน่าจะสามารถไปถึงขั้นสิบ หรือกระทั่งกลายเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองได้

            เนื่องจากอาจารย์ชางไป่เหอไม่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคน ดังนั้นนางอาจจะเลือกหลีกเลี่ยงการทดสอบเลื่อนขั้นให้กลายเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทอง มิเช่นนั้นนางจะถูกกฏของสำนักบังคับให้ต้องรับตำแหน่งผู้อาวุโสกิตติมศักดิ์และต้องพัวพันกับกิจการหลายอย่างของสำนัก

            อาจารย์อู๋เจ้อเป็นผู้ปรุงโอสถระดับเงินขั้นแปด เขาขึ้นชื่อเรื่องความแปลกประหลาดและเอาแต่ใจอย่างมาก สิ่งใดก็ตามที่เขาต้องการเขาจะทำทุกอย่างให้ได้มันมา แต่หากเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการต่อให้พยายามมอบให้เท่าไหร่เขาก็ไม่สนใจมัน

            แม้แต่ผู้ปรุงโอสถระดับทองก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขา เพราะอู๋เจ้อไม่เคยไว้หน้าใครนอกจากเจ้าสำนักและอาจารย์ของเขาที่เป็นยอดผู้อาวุโส

            ทั้งสองคนนี้ไม่ได้มีอิทธิพลหรือบทบาทยิ่งใหญ่ในสำนักแต่การเข้าหาพวกเขายังยากกว่าการเข้าหาพวกผู้มีอิทธิพลเสียอีก

            ซ่งไป่หลางได้สอบถามศิษย์หลายคนและได้สรุปข้อมูลออกมา ที่น่าสนใจที่สุดก็คือทั้งสองคนล้วนเป็นอดีตศิษย์ยอดพฤกษาทั้งสิ้น

            บางทีเราอาจจะต้องไปพบกับทั้งสองคนด้วยตนเองเพื่อที่จะทำความเข้าใจครั้งสุดท้าย ซ่งไป่หลางคิดในใจ

            หลังกลับมาที่เรือนพัก ซ่งไป่หลางได้พบกับพวกว่านหลิงที่กำลังพูดคุยกันอยู่ ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าพวกเขามีสีหน้าสดใสมากขึ้น เหมือนกับว่ามีเรื่องดีๆเกิดขึ้น

            ซ่งไป่หลาง เจ้ากลับมาแล้ว หยุนป้ออุทานออกมาเมื่อซ่งไป่หลางมาถึง

            เจ้าทึ่มหยุนป้อ จากนี้ไปเราควรเรียกเขาว่าคุณชายซ่ง ชายอีกคนพูด

            ซ่งไป่หลางหัวเราะ พวกเจ้าควรเรียกข้าว่าซ่งไป่หลางเช่นเดิม มิเช่นนั้นจะเหมือนกับว่าพวกเราไม่ได้เป็นสหายกันแล้ว

            ได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่ม คนที่เหลือต่างเผยรอยยิ้มแม้แต่ว่านไฉ่เอ๋อ ส่วนว่านหลิงแม้จะยังมีบรรยากาศที่เย็นชาแต่นางก็ยังคงขยับมุมปากเล็กน้อย

            ต้องขอบคุณเจ้ามาก ความโดดเด่นของเจ้าได้ทำให้จ้าวหงต้องก้าวถอยหลังไป นับตั้งแต่ที่เจ้าได้รับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษา จ้าวหงได้สั่งให้คนของมันเลิกกดดันพวกเราไปแล้ว ว่านหลิงเอ่ย

            มันอาจจะเกิดขึ้นช่วงหนึ่งจนกว่าจะครบกำหนดหนึ่งเดือนของเจ้าสำนัก แต่หนึ่งเดือนนี้มากพอที่เราจะใช้ผลักดันความสามารถของตัวเอง โดยเฉพาะไฉ่เอ๋อ นางจะสามารถไปถึงผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบได้อย่างแน่นอน ว่านหลิงเอ่ยอย่างมั่นใจ พรสวรรค์ของว่านไฉ่เอ๋อสูงมาก แต่เพราะถูกกดดันจากจ้าวหงทำให้นางไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าเล็กน้อย ข้าเองก็นึกไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้ อย่างไรก็ตามกำหนดการหนึ่งเดือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ข้ามั่นใจว่าจะสามารถผ่านข้อกำหนดของเจ้าสำนักได้ ถึงเวลานั้นจ้าวหงจะไม่สามารถแตะต้องพวกเจ้าได้อีก

            หลังจากวันพรุ่งนี้ข้าจะเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน แต่หากมีปัญหาเกิดขึ้นพวกเจ้าสามารถติดต่อข้าได้ทันที

            แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาอันสั้น แต่คนกลุ่มนี้ได้แสดงความจริงใจต่อซ่งไป่หลางตลอดเวลา มันทำให้ซ่งไป่หลางรู้สึกประทับใจต่อพวกเขาและยินดีให้ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ

            ตั้งแต่ต้นซ่งไป่หลางไม่เคยพิจารณาจ้าวหงว่าเป็นปัญหาชิ้นใหญ่สำหรับตนเลยแม้แต่น้อย

            หยุนป้อพลันหัวเราะออกมา จริงสิ พวกเราลืมบอกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง ตอนที่เจ้ากำลังจะเริ่มประลองจ้าวหงได้ท้าเดิมพันกับแม่นางรั่วอวี่ ในที่สุดเนื่องจากเจ้าเป็นฝ่ายชนะทำให้จ้าวหงต้องสูญเสียอัญมณีศิลาลมปราณมากถึงหนึ่งหมื่นก้อน และแม่นางรั่วอวี่ได้ยกทั้งหมดนั้นให้กับว่านไฉ่เอ๋อ

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้

            เดิมทีพวกเรากังวลว่าจ้าวหงจะไม่ยอมทำตามข้อตกลง แต่หลังจากแม่นางรั่วอวี่ได้กดดันมันอย่างหนักทำให้จ้าวหงไม่มีทางเลือกอื่น ข้าเดาว่าจ้าวหงจะต้องสูญเสียทรัพยากรไปมากกว่าเจ็ดส่วนเพราะเหตุการณ์นี้ หยุนป้อสะใจอย่างมากสำหรับเรื่องนี้

            เนื่องจากอัญมณีศิลาลมปราณเหล่านี้มิใช่ของพวกเราตั้งแต่แรก พวกเราเลยตั้งใจว่าจะมอบทั้งหมดให้กับเจ้า ว่านหลิงสรุป

            ซ่งไป่หลางครุ่นคิดเล็กน้อย เอาเช่นนี้แล้วกัน ให้ข้าแค่หนึ่งพันก้อนก็พอ ส่วนที่เหลือให้พวกเจ้าเก็บเอาไว้ สำหรับข้าแล้วเพียงต้องการนำมันไปซื้อสมุนไพรบางอย่างชั่วคราว อีกไม่นานข้าจะสามารถเข้าไปยังพื้นที่ชั้นในและใช้ทรัพยากรของสำนักได้อย่างอิสระ ดังนั้นพวกมันไม่ค่อยสำคัญนักสำหรับข้า

            ซ่งไป่หลางได้ยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าจะรับเพียงแค่หนึ่งพันก้อนเท่านั้น พวกว่านหลิงจึงเก็บเก้าพันก้อนที่เหลือเอาไว้โดยให้สัญญาว่าจะช่วยสนับสนุนซ่งไป่หลางอย่างเต็มที่ในอนาคต สำหรับซ่งไป่หลางแล้วอัญมณีศิลาลมปราณยังไม่มีคุณค่ากับเขามากนักแต่กับกลุ่มของว่านหลิงมันคือสิ่งที่จะช่วยสนับสนุนความก้าวหน้าได้เป็นอย่างมาก

             หนึ่งพันอัญมณีศิลาลมปราณสามารถแลกได้กับสมบัติระดับมหัศจรรย์หนึ่งชิ้น เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นสมบัติระดับมหัศจรรย์ที่หายากและมีคุณสมบัติพิเศษ และหนึ่งหมื่นอัญมณีศิลาลมปราณมีคุณค่าพอที่จะใช้แลกกับสมบัติระดับปฐพีบางชิ้นได้

            แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือสมุนไพรวิเศษ กลุ่มของว่านหลิงไม่สามารถออกไปนอกสำนักเนื่องจากถูกพวกจ้าวหงกดดันอย่างหนักเป็นเวลานาน ทำให้ขาดแคลนสมุนไพรวิเศษอย่างมาก การพัฒนาด้านปรุงโอสถก็หยุดชะงักไปด้วย หลังจากที่ได้รับอัญมณีศิลาลมปราณถึงเก้าพันก้อน ว่านหลิงได้วางแผนที่จะซื้อสมุนไพรวิเศษจำนวนมากเพื่อช่วยในการฝึกฝนของทุกคน

            ก่อนที่จะจากมา ว่านหลิงได้มอบโอสถบางอย่างให้กับซ่งไป่หลาง มันถูกปรุงขึ้นโดยฝีมือของว่านไฉ่เอ๋อที่เป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นเก้า คุณค่าของมันอาจจะไม่มากนักแต่ก็น่าจะช่วยให้ซ่งไป่หลางเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น

            ซ่งไป่หลางได้ใช้เวลาอีกหนึ่งวันไปกับหอตำราระดับกลาง หลังจากศึกษาข้อมูลที่ต้องการอย่างละเอียดในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของสำนักพงไพร

            เมื่อมาถึงประตูของพื้นที่ชั้นใน ซ่งไป่หลางได้พูดคุยกับผู้ดูแลประตูเล็กน้อยก่อนที่อีกฝ่ายจะพาเด็กหนุ่มมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของเหยาเสี่ยวฉาน

            อาณาเขตเรือนพักของเหยาเสี่ยวฉานนั้นกว้างใหญ่มาก มันไม่เพียงมีเรือนพักแต่ยังรวมถึงสวนและเรือนรับรอง ซ่งไป่หลางถูกเชิญให้เข้าไปพักรอเหยาเสี่ยวฉานที่บริเวณเรือนรับรองของนาง

            หลังจากที่รออยู่ไม่นาน เหยาเสี่ยวฉานได้มาถึง เมื่อพบเจอกับนางซ่งไป่หลางก็รู้สึกระวังตัวขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เหยาเสี่ยวฉานยังคงเป็นดั่งดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคมดังเดิม แม้ความงามของนางจะสามารถกระชากวิญญาณของผู้คนได้แต่ซ่งไป่หลางกลับรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าที่จะรู้สึกหลงใหลนาง

            ในที่สุดเจ้าก็มายังพื้นที่ชั้นใน เจ้าได้ใช้เวลาอันมีค่าไปอย่างเสียเปล่าถึงสองวัน มันทำให้ข้ารู้สึกประหลาดใจมากทีเดียว เหยาเสี่ยวฉานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม สำหรับตอนนี้ เจ้าพอจะรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการสอบเพื่อเลื่อนระดับนักปรุงโอสถมากแค่ไหนแล้ว

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าให้กับนาง ข้าได้เข้าใจเงื่อนไขของการสอบเลื่อนระดับจนถึงระดับเงินแล้ว ด้วยสิ่งที่ข้าศึกษามาจนถึงตอนนี้ข้าน่าจะสามารถผ่านได้จนถึงระดับทองแดงขั้นเจ็ด แต่ข้ายังไม่มั่นใจในด้านของการปรุงโอสถเนื่องจากข้ายังไม่เคยทดลองทำจริง ส่วนขั้นแปด เก้าและสิบค่อนข้างยุ่งยาก ข้าคงต้องทดลองปรุงโอสถไปอีกระยะหนึ่งเพื่อสร้างความมั่นใจ

            เหยาเสี่ยวฉานมองซ่งไป่หลางด้วยความสับสน หากซ่งไป่หลางสามารถทำได้ดังที่พูดจริงนั่นก็นับว่าเป็นความสามารถที่ท้าทายสวรรค์จนเกินไปแล้ว

            เจ้าอาจจะยังไม่รู้ การใช้พลังธาตุพฤกษาเพื่อเพาะปลูกสมุนไพรนั้นเจ้าสามารถทำได้ดี ทว่าการปรุงโอสถมิได้ง่ายดายถึงขนาดเพียงแค่อ่านตำราก็สามารถกระทำตามได้ ผู้ปรุงโอสถที่แท้จริงจะต้องผ่านประสบการณ์ในการล้มเหลวจากการปรุงโอสถอย่างมากมายก่อนที่จะประสบความสำเร็จ เจ้าคิดจริงๆหรือว่าจะกลายเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบได้สำเร็จในเวลาแค่หนึ่งเดือน

            ตราบใดที่ข้าต้องการ ข้าเชื่อว่ามันเป็นไปได้ ซ่งไป่หลางตอบอย่างเชื่อมั่น

            เหยาเสี่ยวฉานสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาของซ่งไป่หลางมั่นคงและมุ่งมั่นอย่างมาก เขาไม่ได้พูดโกหกเพื่อให้ตัวเองดูดี นี่เป็นคำพูดที่ออกมาจากความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง

            เอาละ ในเมื่อเจ้าคิดว่าทำได้ ข้าก็หวังว่าเจ้าจะทำสำเร็จ ก่อนอื่นข้าจะพาเจ้าไปยังเรือนพัก และพาไปดูสถานที่สำคัญทั้งสามของพื้นที่ชั้นใน

            เรือนพักของซ่งไป่หลางตั้งอยู่ห่างจากเรือนพักของเหยาเสี่ยวฉานค่อนข้างมาก ทว่ากลับอยู่ติดกับเรือนพักของรั่วอวี่ อย่างไรก็ตามดูเหมือนนางจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เรือนพักในเวลานี้

            พื้นที่พิเศษทั้งสามของเขตชั้นในก็คือหอสมุดลับ หอเทพพฤกษาและสวนสมุนไพรวิเศษ

            หอสมุดลับนั้นนอกจากจะมีตำราพื้นฐานทั้งหมดแล้วยังรวมไปถึงบันทึกที่อ้างอิงถึงประสบการณ์พิเศษของยอดฝีมือผู้ปรุงโอสถหลายๆท่านในอดีต ยังรวมไปถึงเคล็ดลับและวิธีการใช้พลังและการปรุงโอสถอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตามข้อมูลเหล่านั้นสามารถนำมาใช้อ้างอิงได้แต่ไม่ควรลอกเลียนโดยเด็ดขาด เพราะผู้ปรุงโอสถแต่ละคนจะมีความเชี่ยวชาญที่ต่างกัน หากเจ้าเดินตามเส้นทางผู้อื่นก็ยากที่จะก้าวเหนือคนผู้นั้นไปได้

            นอกจากนี้หอสมุดลับยังบรรจุวิชาระดับมหัศจรรย์ วิชาระดับปฐพีและวิชาระดับสวรรค์บางส่วนเอาไว้ แต่การจะเรียนรู้วิชาเหล่านี้เจ้าจะต้องเก็บสะสมคะแนนคุณความชอบเสียก่อน คะแนนเหล่านั้นเจ้าหามาได้โดยนำสมบัติวิเศษหรือโอสถที่มีคุณค่าให้กับสำนัก และเจ้าจะได้รับคะแนนเป็นการตอบแทน

            สำหรับพื้นที่หอเทพพฤกษา มันคือพื้นที่ที่มีพลังธาตุพฤกษาหนาแน่นมากที่สุดในดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นการฝึกฝนพลังธาตุพฤกษาภายในนั้นจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก นี่คือเหตุผลที่ศิษย์จำนวนมากต้องการได้รับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาและเข้าใช้งานหอเทพพฤกษาแห่งนี้ นอกจากนี้ในหอเทพพฤกษายังมีห้องปรุงโอสถจัดเตรียมเอาไว้ เจ้าสามารถใช้งานห้องปรุงโอสถเพื่อศึกษาและเลื่อนระดับความเข้าใจของตนเองได้ตลอดเวลา

            ข้อดีที่สำคัญที่สุดก็คือมันมีอักขระมากมายที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากการปรุงโอสถที่ล้มเหลว ในการปรุงโอสถระดับสูงหลายครั้งมักจะจบลงด้วยอุบัติเหตุที่ร้ายแรง ผู้ปรุงโอสถหลายคนถึงกับต้องพิการและเสียชีวิตเพราะการปรุงโอสถผิดพลาด แต่ในหอเทพพฤกษาจะไม่มีทางเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นแน่นอน

            ที่สุดท้ายคือสวนสมุนไพรวิเศษ ในฐานะศิษย์ยอดพฤกษาพวกเราสามารถเบิกสมุนไพรวิเศษได้มากกว่ายี่สิบครั้งในหนึ่งเดือน แต่หากเจ้าต้องการเบิกมากกว่านั้นเจ้าจะต้องใช้คะแนนคุณความชอบในการแลกเปลี่ยน สมุนไพรวิเศษที่เก็บเอาไว้ในสวนมีหลากหลายและครอบคลุมต่อความต้องการอย่างมาก ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องการหาวัตถุดิบและใส่ใจแค่เรื่องการฝึกฝนก็พอ

            สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนศาสตร์ธาตุพฤกษาและการปรุงโอสถแล้ว พื้นที่ชั้นในของสำนักพงไพรก็ไม่ต่างไปจากสรวงสวรรค์

            ซ่งไป่หลางได้เริ่มต้นการฝึกฝนของตนเองทันที ภายใต้เงื่อนไขของเวลาที่จำกัดซ่งไป่หลางไม่สามารถเสียเวลาเปล่าๆมากเกินไป เด็กหนุ่มได้ใช้ห้องปรุงโอสถเพื่อเริ่มต้นแผนการ

            การทดสอบของผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นหนึ่ง การเพาะพันธุ์เมล็ดสมุนไพรแปดบุปผา ผ่าน

            การทดสอบของผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสอง การปรุงโอสถบัวสีชาดชำระโลหิต

            นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งไป่หลางได้ทำการปรุงโอสถ ภายใต้ข้อมูลจำนวนมากที่เด็กหนุ่มจดจำเอาไว้ในหัวสมอง มันค่อยๆถูกหยิบออกมาใช้ในการปรุงโอสถครั้งนี้

            มองดูเตาหลอมโอสถชั้นเลิศของห้องปรุงโอสถแห่งนี้ ซ่งไป่หลางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยก่อนจะเริ่มส่งพลังลมปราณเข้าไปในเตาหลอมโอสถ

            เปลวไฟถูกจุดขึ้นด้วยพลังธาตุอัคคีของเด็กหนุ่ม แม้ว่าจะมีเคล็ดลับและรูปแบบการควบคุมไฟอีกมากมายทว่าซ่งไป่หลางเลือกที่จะใช้การควบคุมไฟแบบพื้นฐานที่ไม่มีลูกเล่นอะไร เลือกที่จะใช้วิธีเรียบง่ายเพื่อทดลองในครั้งแรก

            เมื่อเปลวไฟถูกจุดสิ่งสำคัญก็คือการควบคุมอุณหภูมิของมัน สมุนไพรแต่ละชนิดมีความต้องการความร้อนที่แตกต่างกันไป นี่คือขั้นตอนที่ยากลำบากสำหรับมือใหม่ ซ่งไป่หลางไม่รู้ว่าเปลวไฟของตนร้อนพอหรือยัง อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มเลือกที่จะปล่อยให้มันเป็นไปตามสัญชาตญาณ

            สมุนไพรที่ใช้เป็นส่วนประกอบของโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตนั้นเป็นสมุนไพรพื้นฐานที่สำนักมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นมันไม่จำเป็นต้องอาศัยตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาในการขอเบิกมา ต่อให้เป็นศิษย์ทั่วไปก็สามารถขอสมุนไพรเหล่านี้มาได้อย่างง่ายๆ

            ซ่งไป่หลางส่งสมุนไพรบัวสีชาดเข้าสู่เตาเป็นอันดับแรก จากนั้นใส่ส่วนผสมรองอื่นๆลงไป เมื่อการใส่ส่วนผสมเสร็จสิ้นซ่งไป่หลางจึงเริ่มเพ่งสมาธิไปกับการควบคุมเปลวไฟอย่างใจจดใจจ่อ

            ภายใต้สายตาของเด็กหนุ่ม สมุนไพรและส่วนผสมอื่นๆเริ่มหลอมละลาย ทว่าซ่งไป่หลางไม่สามารถมองดูพวกมันได้นานนัก เมื่อความร้อนไปถึงจุดที่เหมาะสมมันจำเป็นที่จะต้องปิดฝาของเตาหลอมโอสถและปล่อยให้วัตถุดิบเริ่มทำการผสมกันด้วยตัวเอง

            ซ่งไป่หลางรู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย ทฤษฎีที่ศึกษามาจากตำรานั้นฟังดูง่ายทว่าเมื่อนำมาใช้จริงกลับพบเจอกับปัญหามากมาย ข้อแรกคือซ่งไป่หลางไม่รู้ว่าเปลวไฟของตนมีความร้อนที่เหมาะสมหรือไม่ และข้อที่สองก็คือขั้นตอนการใส่วัตถุดิบนั้นจะต้องมีจังหวะที่เหมาะสม ซ่งไป่หลางได้กำหนดช่วงเวลาเอาไว้แล้วแต่ใครจะบอกได้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ถูกต้องที่สุด

            นั่นไม่ถูกต้อง ผู้ปรุงโอสถที่แท้จริงจะไม่ปล่อยให้วัตถุดิบหลอมรวมด้วยตนเองแต่จะใช้จิตวิญญาณของตนในการควบคุมพวกมัน เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังทำลายสมาธิของซ่งไป่หลาง

            รั่วอวี่ได้ปรากฏตัวขึ้น อันที่จริงนางแอบจับตาดูการปรุงโอสถครั้งแรกของซ่งไป่หลางมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เมื่อเห็นการลงมือของเขานางบอกได้ว่าซ่งไป่หลางทำได้ถูกต้องตามหลักการพื้นฐาน ทว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการจะกลายเป็นผู้ปรุงโอสถระดับสูง

            ตั้งสมาธิของเจ้า ใช้จิตวิญญาณของเจ้าหลอมรวมไปกับเปลวไฟและสมุนไพรที่เป็นวัตถุดิบ หากเจ้ามีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งและประสาทสัมผัสที่เฉียบคมมากพอ ทั้งเปลวไฟและวัตถุดิบจะบอกให้เจ้ารู้ถึงจังหวะและการควบคุมที่เหมาะสมที่สุด

            คำแนะนำของรั่วอวี่นั้นฟังดูเลื่อนลอยและขัดต่อหลักการอย่างมาก หากนางนำคำพูดเหล่านี้ไปบอกต่อลูกศิษย์คนอื่นๆที่มีระดับทักษะการปรุงโอสถไม่สูงมากพวกมันจะต้องงุนงงและไม่อาจทำความเข้าใจ ทว่าสำหรับศิษย์ยอดพฤกษาทุกคนพวกมันต่างเข้าใจหลักการเช่นนี้ นี่คือความสามารถของเหล่าผู้มีพรสวรรค์ของผู้ปรุงโอสถ มันคือการเชื่อมต่อระหว่างผู้ปรุงโอสถและวัตถุดิบรวมถึงเปลวไฟ

            แน่นอนว่าเคล็ดลับเหล่านี้ไม่มีบันทึกเอาไว้ในตำราที่ซ่งไป่หลางเคยศึกษา มันคือเคล็ดลับระดับสูง

            ซ่งไป่หลางเริ่มตั้งสมาธิของตนอีกครั้งและพิจารณาจากคำพูดของรั่วอวี่ สำหรับคนทั่วไปมันยากมากที่จะเชื่อมต่อจิตวิญญาณของตนเข้ากับบางสิ่ง แต่ซ่งไป่หลางคือผู้ครอบครองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ มันคือความสามารถที่เด็กหนุ่มสามารถทำได้ตั้งแต่ต้น

            ซ่งไป่หลางตระหนักได้ว่าพลังธาตุอัคคีของตนเป็นเช่นใด เมื่อหลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับมันเปลวไฟของซ่งไป่หลางได้ส่องสว่างมากขึ้นและสั่นไหวราวกับมีชีวิต เดิมทีพลังธาตุอัคคีก็คือพรสวรรค์ดั้งเดิมที่ยอดเยี่ยมที่สุดของซ่งไป่หลางที่ได้รับมาจากสายเลือด ดังนั้นเมื่อซ่งไป่หลางเริ่มควบคุมมันอย่างจริงจังจึงทำให้พรสวรรค์ของเด็กหนุ่มเปิดออกในที่สุด

            ขณะเดียวกันซ่งไป่หลางพยายามสัมผัสถึงพลังธาตุพฤกษาที่อยู่ในสมุนไพรดอกบัวสีชาด มันยากกว่าการสัมผัสพลังธาตุอัคคีมากทว่าหลังจากใช้เวลาสิบช่วงลมหายใจซ่งไป่หลางก็สัมผัสถึงมันได้อย่างเลือนราง

            เมื่อเด็กหนุ่มพยายามจะเชื่อมต่อกับมันจนเกือบจะสำเร็จ ทันใดนั้นเตาหลอมโอสถก็ระเบิดออกมาพร้อมกับการเปล่งแสงของอักขระค่ายกลจำนวนมากที่ปกคลุมไปทั่วห้องปรุงโอสถ

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #147 P'Ployz_plus+ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:31

    ตู้มมมม ค้างสุด
    #147
    0