God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 91 : ตอนที่ 86 หมาป่าวายุหางดาบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    22 ม.ค. 63

            เหยาเสี่ยวฉานมองสำรวจร่างของเด็กหนุ่มเบื้องหน้านางด้วยสายตาคู่งามของนาง แม้ว่าระดับพลังของเด็กหนุ่มผู้นี้จะมิได้มากมายอันใดอีกทั้งลักษณะภายนอกก็มิได้มีสิ่งใดที่โดดเด่นกว่าผู้อื่น ทว่ามันเป็นคนที่รั่วอวี่พามาด้วยตนเองทั้งยังรับรองว่ามีพรสวรรค์ในด้านการใช้พลังธาตุพฤกษาอย่างยิ่ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะสำรวจอีกฝ่ายด้วยความสนอกสนใจ

            เมื่อครู่เจ้าหนูนี่คล้ายจะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ของศิษย์น้องรั่ว ทว่าสุดท้ายก็ตัดสินใจหยุดมือเอาไว้ สายตาเฉียบคมของเหยาเสี่ยวฉานมองดูการเคลื่อนไหวของซ่งไป่หลางตลอดเวลา นางประหลาดใจเล็กน้อยตอนที่ซ่งไป่หลางกำลังจะเข้าไปขัดขวางการต่อสู้ของรั่วอวี่ ด้วยระดับพลังของเด็กหนุ่มต่อให้เข้าไปขวางก็มิต่างจากใช้เศษไม้ไปกระทบก้อนหิน มีเพียงจะตกตายอย่างโง่งมภายใต้แรงกดดันของการต่อสู้เท่านั้น

            ทว่าที่ซ่งไป่หลางหยุดนิ่งไปกลับมิใช่เพราะความหวาดกลัว ราวกับว่าเด็กหนุ่มพลันรู้สึกเชื่อมั่นว่ารั่วอวี่จะไม่ได้รับอันตรายอันใดจึงตัดสินใจที่จะอยู่เฉยๆและเฝ้าดูการต่อสู้อย่างสงบเยือกเย็นเสียมากกว่า

            เป็นเด็กหนุ่มที่แปลกประหลาดเสียจริง คงต้องจับตาดูไปอีกสักระยะหนึ่ง

            ศิษย์พี่เหยา รบกวนท่านแล้ว รั่วอวี่เอ่ยกับเหยาเสี่ยวฉานด้วยรอยยิ้มประจบประแจง

            เหยาเสี่ยวฉานกลอกตาเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยใจ เจ้านี่ก็นะ รู้อยู่แก่ใจว่ากู่เจิ้งไม่อาจทำอันใดกับเจ้าได้ ยังจะใช้เมล็ดพันธุ์หายากออกไปอย่างสิ้นเปลืองอีก ต่อให้เจ้ามีปัญญาเพาะพันธุ์เมล็ดมันขึ้นมาใหม่แต่หากอาจารย์ข้ารู้ละก็เจ้าคงโดนบ่นจนหูชาเป็นแน่

            รั่วอวี่หัวเราะเบาๆพลางส่งพลังธาตุพฤกษาเข้าสู่เถาวัลย์หนามกินไฟ ไม่นานมันก็แปรสภาพจนกลายเป็นเมล็ดพันธุ์จำนวนสามเมล็ดส่วนลำต้นของมันกลับเหี่ยวแห้งตายไปอย่างรวดเร็ว

            กระบวนการย้อนคืนสภาพพฤกษา หลายคนอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง นี่คือหนึ่งในวิชาระดับสูงของผู้ใช้พลังพฤกษา สามารถย้อนพืชพันธุ์ให้กลับคืนสู่จุดเริ่มต้นหรือก็คือสภาวะเมล็ดอีกครั้งหนึ่ง

            ผิดแล้ว มิใช่กระบวนการย้อนคืนสภาพพฤกษา แต่เป็นการเร่งเร้าการเพาะปลูกจนถึงจุดที่พฤกษาออกเมล็ดใหม่อีกครั้งหนึ่ง เสียงหนึ่งดังขึ้นขัด เมื่อทุกคนหันไปมองผู้พูดก็พบว่าเป็นหนึ่งในอาจารย์สอนการเพาะปลูกที่เป็นถึงผู้ปรุงโอสถระดับเงินขั้นสาม นับว่าเป็นคนที่มีหน้ามีตาและเป็นที่เชื่อถืออย่างยิ่ง

            หากบุคคลระดับนี้เอ่ยปากออกมาเองย่อมมิใช่การคาดเดามั่วซั่วเป็นแน่ หลายคนต่างรู้สึกตื่นตะลึงไปกับความสามารถของอัจฉริยะที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาศิษย์ยอดพฤกษา ความสามารถที่สามารถเร่งเร้าการเพาะปลูกจนกระทั่งพืชพันธุ์ให้เมล็ดออกมาใหม่นับเป็นความสามารถที่น่าตกตะลึงอย่างยิ่ง

            โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับเถาวัลย์หนามกินไฟ พืชที่แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้วเช่นนี้นับว่ามิต่างไปจากการฟื้นคืนชีวิตให้กับพืชพันธุ์หายากขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

            คุณสมบัติเช่นนี้ย่อมสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับสำนักพงไพร

            ศิษย์พี่เหยา พวกเราไปกันเถอะ รั่วอวี่เอ่ยกับเหยาเสี่ยวฉานก่อนจะหันมาขยิบตาให้กับซ่งไป่หลาง

            อืม พวกเราไปกันเถอะ สหายของเจ้ายังคงต้องรับการทดสอบเพื่อเข้าสำนัก คงจะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เหยาเสี่ยวฉานพยักหน้า หลังจากความวุ่นวายภายในหอการค้าสงบลงนางก็พารั่วอวี่และซ่งไป่หลางไปยังพื้นที่ทดสอบของสำนักพงไพร

            เนื่องจากสหายของเจ้ามิได้มาเข้าร่วมการทดสอบหลักที่ถูกจัดขึ้นประจำปี ดังนั้นจึงต้องทำการทดสอบนอกรอบ รายละเอียดของการทดสอบย่อมแตกต่างไป เหยาเสี่ยวฉานอธิบายอย่างสบายๆ

            ในการทดสอบประจำปี คนทั่วไปจะต้องเผชิญหน้ากับด่านทดสอบสามประการ ประการแรกคือการทดสอบคุณสมบัติการต่อสู้เบื้องต้น ถัดมาคือการทดสอบพรสวรรค์ด้านพลังธาตุ และสุดท้ายคือการทดสอบเพาะพันธุ์สมุนไพรพื้นฐาน

            ทว่าพิจารณาจากคำพูดของศิษย์น้องรั่ว ดูเหมือนสหายของเจ้าจะเป็นอัจฉริยะในด้านการใช้พลังธาตุพฤกษา เพียงสมุนไพรพื้นฐานย่อมปลูกได้ง่ายดายมิจำเป็นต้องทำการทดสอบอันใดอีก ส่วนพรสวรรค์ด้านพลังธาตุ จำเป็นต้องทำเรื่องขอเปิดใช้อักขระค่ายกลใหญ่ของสำนัก ยุ่งยากจนเกินไปดังนั้นพวกเราจะข้ามขั้นตอนนี้ไปสักเล็กน้อย

            ข้าคิดว่าเพียงแค่ทดสอบการต่อสู้ก็เพียงพอแล้ว ในการต่อสู้นี้จะทำให้เจ้าต้องแสดงความสามารถในการต่อสู้ออกมา รวมไปถึงพรสวรรค์ด้านพลังธาตุ หากเจ้าผ่านการทดสอบข้าจะถือว่าเจ้ามีคุณสมบัติเข้าร่วมสำนักพงไพร

            รั่วอวี่ประหลาดใจเล็กน้อย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้เข้ารับการทดสอบนอกรอบ ทว่าที่ผ่านมาก็ยังคงใช้การทดสอบสามประการที่คล้ายเคียงกับการทดสอบหลักประจำปี ทว่าเหยาเสี่ยวฉานกลับสร้างข้อยกเว้นขึ้นมากมาย อีกทั้งนางยังดูคล้ายมีแผนการบางอย่างในใจ

            เจ้ามีนามว่าซ่งไป่หลางสินะ เหยาเสี่ยวฉานเอ่ยถามเด็กหนุ่ม

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าตอบรับทว่ามิได้เอ่ยวาจาอันใด สัญชาตญาณยังคงกระตุ้นเตือนให้ระมัดระวังเมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีผู้นี้ นางแตกต่างจากรั่วอวี่อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าจะมีความงามในระดับที่ใกล้เคียงกันทว่ารั่วอวี่นั้นคล้ายกับดอกทานตะวัน ในขณะที่เหยาเสี่ยวฉานผู้นี้คล้ายดอกกุหลาบที่ดูงดงามทว่าแฝงด้วยหนามอันแหลมคม มิอาจคาดเดาได้ว่าภายใต้รอยยิ้มของนางกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่

            ซ่งไป่หลาง บททดสอบของเจ้านั้นง่ายดายมาก เพียงเอาชนะสัตว์ปีศาจระดับสี่ขั้นกลางก็เพียงพอแล้ว คำพูดของเหยาเสี่ยวฉานทำให้รั่วอวี่ตกตะลึงเล็กน้อย

            ศิษย์พี่เหยา สัตว์ปีศาจระดับสี่ขั้นกลางมีพลังเทียบเท่ากับผู้มีพลังขั้นรวมวิญญาณระดับสาม ซ่งไป่หลางผู้นี้มีพลังเพียงขั้นแรกเหนือมนุษย์เท่านั้น ย่อมมิอาจเอาชนะได้ รั่วอวี่เอ่ยคัดค้าน

            เหยาเสี่ยวฉานมิได้สนใจคำพูดของนางเพียงมองซ่งไป่หลางด้วยรอยยิ้มพิจารณา ว่าอย่างไร เจ้ายอมรับข้อเสนอของข้าหรือไม่?”

            ซ่งไป่หลางนิ่งคิดเล็กน้อย ระดับฝีมือของมันย่อมเพียงพอที่จะเอาชนะสัตว์ปีศาจระดับสี่ขั้นกลางได้ ทว่าเห็นได้ชัดว่าเหยาเสี่ยวฉานต้องการทดสอบฝีมือที่ปกปิดเอาไว้ของตน ซ่งไป่หลางไม่ยินดีปล่อยให้นางได้กระทำตามใจชอบสักเท่าใดนัก

            มิต้องกังวล ในอนาคตเจ้าย่อมต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ต้องแสดงฝีมือออกมา นางจะรู้ตอนนี้หรือรู้ทีหลังก็มีค่าไม่ต่างกัน ในความเป็นจริงหากเจ้าเปิดเผยพลังต่อหน้านางเวลานี้จะลดความระแวงสงสัยของนางลง และจะทำให้นางคาดเดาเจ้าในอนาคตผิดไปเช่นกัน ขอเพียงเจ้าสามารถสรรหาโอสถวิเศษที่เหมาะสมและเลื่อนสู้ขั้นรวมวิญญาณได้ พลังของเจ้าก็จะมิเป็นดั่งที่นางจดจำได้อีกต่อไป เซี่ยหยางเอ่ยคลายความกังวลของเด็กหนุ่ม

            ซ่งไป่หลางพลันเผยรอยยิ้มเล็กๆก่อนจะตอบเหยาเสี่ยวฉาน ศิษย์พี่เหยา ข้ายินดีรับการทดสอบ

            รั่วอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย มิใช่นางไม่รู้ว่าซ่งไป่หลางมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่แสดงออก ทว่านางเองก็ไม่อาจเข้าใจแผนการของเหยาเสี่ยวฉานได้จึงพยายามปัดเบี่ยงในคราแรก แต่ในเมื่อซ่งไป่หลางยอมรับนางก็ไม่มีอันใดจะพูดอีก

            ที่นี่คือลานทดสอบต่อสู้ ปกติแล้วมักจะให้ผู้เข้าร่วมทดสอบโดยการต่อสู้กันเอง ทว่าสำนักพงไพรมีสัตว์ปีศาจที่ถูกจับเอาไว้สำหรับใช้ในการทดสอบอยู่เช่นกัน เหยาเสี่ยวฉานแนะนำ ในลานทดสอบจะมีอักขระและค่ายกลช่วยรักษาความปลอดภัย ต่อให้เจ้าพ่ายแพ้ก็จะไม่ถึงตายอย่างแน่นอน มิต้องกังวลเรื่องอันตราย เหยาเสี่ยวฉานพลันโบกมือกระตุ้นการทำงานของค่ายกล

            สัตว์ปีศาจระดับสี่ขั้นกลางที่ปรากฏตัวขึ้นคือหมาป่าวายุหางดาบ ในบรรดาสัตว์ปีศาจระดับสี่นับว่าเป็นสัตว์ปีศาจที่ดุร้ายและมีความสามารถในการต่อสู้ที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในด้านของความรวดเร็วและการโจมตีอันเฉียบคม แม้แต่ผู้มีพลังขั้นรวมวิญญาณยังถูกมันสังหารได้ในพริบตาหากพลาดท่าให้กับการโจมตีของมัน

            ไร้ซึ่งความลังเลหรือหวาดกลัว ซ่งไป่หลางก้าวเดินเข้าสู่ลานทดสอบ มองไปยังหมาป่าวายุหางดาบที่กำลังขู่คำราม มันถูกจองจำมาอย่างยาวนานเนื่องจากสำนักพงไพรได้ยกเลิกการทดสอบด้วยสัตว์ปีศาจไปหลายปีแล้ว ที่ผ่านมามันเพียงถูกกักขังเอาไว้และได้รับอาหารเพียงแค่เล็กน้อยในแต่ละวัน ความเบื่อหน่ายและหิวโหยกระตุ้นความดุร้ายของมันให้มากยิ่งขึ้น

            เวลานี้ในที่สุดมันก็ถูกปลดปล่อยออกมา แม้จะยังคงถูกกักขังเอาไว้ด้วยอักขระค่ายกลทว่ามันยังคงปรารถนาที่จะปลดปล่อยความดุร้ายและฉีกกระชากร่างของมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าให้จงได้

            มันมิใช่สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลาง ดูเหมือนว่ามันจะวิวัฒนาการจนกลายเป็นสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูง พลังต่อสู้ของมันเทียบเท่ากับผู้มีพลังระดับรวมวิญญาณขั้นสี่เลยทีเดียว เซี่ยหยางเอ่ย ไป่หลาง จงระวังการโจมตีด้วยหางของมัน สัตว์ปีศาจประเภทนี้มีความรวดเร็วสูงมาก อีกทั้งยังชำนาญการโจมตีสังหารในคราเดียว จงตั้งรับอย่างระมัดระวัง

            ซ่งไป่หลางลอบพยักหน้าเล็กๆ พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์โคจรรอบกายอย่างรวดเร็ว

            เหยาเสี่ยวฉานมองดูการเคลื่อนไหวของซ่งไป่หลางตาไม่กะพริบ นางต้องการที่จะประเมินความสามารถของซ่งไป่หลางให้ละเอียดที่สุดภายใต้การต่อสู้ครั้งนี้

            ซ่งไป่หลางใช้วิชาวารีแปลงลักษณ์สร้างดาบวิญญาณวารีศักดิ์สิทธ์ขึ้นมาในมือ หมาป่าวายุหางดาบเองก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน

            พริบตาเดียวร่างของมันก็หายไปจากสายตาของเด็กหนุ่มและปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านหลังของซ่งไป่หลาง หางอันแหลมคมของมันสะบัดออกโดยมีเป้าหมายที่ลำคอหวังปลิดชีพในการโจมตีครั้งเดียว

            ซ่งไป่หลางขยับกายเบี่ยงหลบเล็กน้อย มือขวาวาดดาบวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เข้าปัดป้องหางดาบของมันอย่างรวดเร็ว

            หางดาบที่กำลังจะปะทะเข้ากับคมดาบวารีกลับแปรเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว คล้ายการตวัดของแส้เบี่ยงหลบทิศทางของดาบและพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม

            รั่วอวี่อุทานออกมาเบาๆเมื่อเห็นรูปแบบการเคลื่อนไหวของหมาป่าวายุหางดาบ แย่แล้ว มันวิวัฒนาการเป็นสัตว์ปีศาจระดับสี่ขั้นสูงไปแล้ว

            เหยาเสี่ยวฉานกลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาอันใดราวกับว่านางคาดเดาไว้อยู่แล้ว อันที่จริงนางตั้งใจที่จะบีบคั้นให้ซ่งไป่หลางต้องพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ตั้งแต่ต้น

            มีเพียงอันตรายที่คุกคามถึงชีวิตเท่านั้นจึงจะบีบให้คนผู้หนึ่งแสดงศักยภาพทั้งหมดออกมาได้

            ภายใต้การโจมตีที่สามารถปลิดชีพของตนได้ตลอดเวลา ซ่งไป่หลางกลับไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ดาบวารีในมือพลันแปรเปลี่ยนเป็นแส้วารีพุ่งตวัดเข้าปะทะกับหางดาบของหมาป่าวายุอีกครั้งหนึ่งขัดขวางมิให้การโจมตีของมันเข้าถึงตัวของตนเองได้

            วิชาระดับสูงรึ เหยาเสี่ยวฉานคิดในใจอย่างทึ่งๆ เดิมทีนางคิดว่าดาบวารีของซ่งไป่หลางเป็นเพียงวิชาระดับสูงหรือวิชาระดับลึกลับเท่านั้น ทว่าการที่สามารถแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรับหางดาบของหมาป่าวายุได้ เห็นได้ชัดว่าจะต้องเป็นวิชาระดับมหัศจรรย์เป็นอย่างน้อย

            หรือว่ามันจะมีเบื้องหลังเป็นตระกูลหรือขั้วอำนาจในดินแดนอื่น เหยาเสี่ยวฉานพลันคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ทว่ากลับไม่สามารถคิดข้อสรุปอันใดได้

            หากมันเป็นคนที่มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่จริงคงจะใช้เส้นสายของตนเองเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับสำนักพงไพรแทน บางทีมันอาจจะมิได้มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ทว่าเพียงแค่โชคดีได้รับสมบัติและวิชาระดับสูงมาก็เป็นได้

            ซ่งไป่หลางทิ้งระยะห่างจากหมาป่าวายุหางดาบชั่วครู่ ความเร็วของมันอยู่เหนือความคาดการณ์ของเด็กหนุ่มเล็กน้อย อีกทั้งรูปแบบการโจมตีของมันก็มีความซับซ้อนและเฉียบคมอย่างยิ่ง นับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่มิควรประมาทเด็ดขาด

            เช่นนั้นก็ทดลองต่อสู้จากระยะไกลดูบ้าง ซ่งไป่หลางวาดฝ่ามือออกเบื้องหน้าภาพของดอกบัวสามดอกก็ฉายปรากฏขึ้นทับบนร่างของหมาป่าวายุหางดาบ

            ฝ่ามือบัวสวรรค์สามชั้นฟ้า

            ครืน!! พลังทำลายล้างของฝ่ามือบัวสวรรค์นับว่ารุนแรงอย่างยิ่ง ทำให้แม้แต่เหยาเสี่ยวฉานยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึง ทว่าจุดอ่อนของฝ่ามือบัวสวรรค์นั้นชัดเจนจนเกินไป มิทันที่ภาพของดอกบัวจะสร้างพลังดึงดูดและบดขยี้ร่างของหมาป่าวายุก็พลันเคลื่อนย้ายหลบหนีไปไกลเสียก่อนแล้ว

            หมาป่าวายุหางดาบเรียนรู้อย่างรวดเร็ว มันมิยินยอมเว้นระยะจากซ่งไป่หลางอีกต่อไปเนื่องจากหวาดกลัววิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ มันเชื่อว่าขอเพียงโจมตีอย่างต่อเนื่องย่อมต้องสามารถกดดันให้ซ่งไป่หลางมิอาจใช้กระบวนท่าอันน่าหวาดหวั่นเช่นนี้ได้อีกเป็นแน่

            เมื่อหมาป่าวายุหางดาบเริ่มเคลื่อนไหวเข้าประชิดซ่งไป่หลางจึงจำต้องรับมือด้วยความเร็วเช่นกัน ท่าร่างแปดบัวดาราถูกใช้ออกทำให้เกิดภาพเงาซ้อนทับขึ้น หมาป่าวายุหางดาบถึงกับชะงักไปชั่วครู่เนื่องจากมิอาจแยกแยะว่าร่างใดกันแน่ที่เป็นร่างจริงของศัตรู

            ความเร็วของมันทำให้ไม่อาจจัดการด้วยวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ วิชาวารีแปลงลักษณ์พอจะใช้ได้ทว่าความสามารถในการใช้อาวุธของเรานับว่าอ่อนด้อยจนเกินไป เผชิญหน้ากับการโจมตีที่พลิกแพลงของมันคงทำได้แค่ป้องกันเท่านั้น บางทีเราอาจต้องใช้วิธีพื้นฐานในการจัดการกับมัน

            ซ่งไป่หลางรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย หากเป็นไปได้มันก็อยากปิดบังความสามารถส่วนหนึ่งเอาไว้ ทว่าเมื่อหวนนึกถึงคำพูดของเซี่ยหยาง ขอเพียงเข้าสู่สำนักพงไพรและสามารถสรรหาโอสถวิเศษได้สำเร็จ ถึงเวลานั้นก็จะพัฒนาพลังของตนได้อย่างก้าวกระโดดและจะทำให้เหยาเสี่ยวฉานเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสามารถของตนได้อย่างง่ายดาย

            กายาบัวพิสุทธิ์ ซ่งไป่หลางพึมพำเบาๆ

            นี่มัน รั่วอวี่และเหยาเสี่ยวฉานต่างตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นของซ่งไป่หลาง นับว่าเป็นการเพิ่มพลังอย่างก้าวกระโดดจนเกินจะคาดคิด

            เปรี้ยง! ฝ่ามือของซ่งไป่หลางปะทะเข้ากับหางดาบของหมาป่าวายุอย่างรุนแรง แม้จะใช้เพียงฝ่ามือทว่าร่างกายของซ่งไป่หลางที่ส่งเสริมด้วยวิชากายาบัวพิสุทธิ์นับว่าแข็งแกร่งมิต่างจากเหล็กกล้า สามารถต้านทานหางดาบของมันได้อย่างง่ายดาย

            หมาป่าวายุหางดาบตระหนักได้ทันทีว่าคู่ต่อสู้ของมันกลับกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายที่น่าหวาดหวั่น ดังนั้นมันจึงรีบเคลื่อนกายหลบหนีให้ห่างสุดความสามารถ ทว่าภายใต้ความเร็วของซ่งไป่หลางที่เพิ่มมากขึ้นจากวิชากายาบัวพิสุทธิ์ผสานรวมกับท่าเท้าแปดบัวดารา พื้นที่อันเล็กจ้อยของลานทดสอบย่อมไม่มากพอให้หมาป่าวายุหางดาบหลบหนีจากการติดตามของซ่งไป่หลางได้

            ซ่งไป่หลางคว้าจับหางของหมาป่าวายุเอาไว้ ทั้งยังเมินเฉยต่อพลังคมเขี้ยววายุของมันปล่อยให้กระทบเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่แยแส จากนั้นจึงกระชากร่างของมันเข้าหาตนเองและใช้ฝ่ามืออีกข้างกระแทกเข้าใส่ร่างของมันอย่างรุนแรง

            หมาป่าวายุหางดาบกระเด็นไปไกลหลายสิบจั้งในทันที มันได้รับบาดเจ็บแสนสาหัสจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เนื่องจากมันมิได้เป็นสัตว์ปีศาจประเภทที่มีพละกำลังหรือร่างกายที่แข็งแกร่ง การโจมตีของซ่งไป่หลางเพียงพอที่จะสังหารมันได้ ยังดีที่มิได้โจมตีถูกจุดสำคัญในร่างกายจึงทำให้มันพอจะรักษาชีวิตของตนเอาไว้

            ทว่าภายใต้อาการบาดเจ็บเช่นนั้นมันย่อมไม่อาจทำการต่อสู้ต่อได้อีกเช่นกัน ซ่งไป่หลางสลายพลังของวิชากายาบัวพิสุทธิ์พลางคิดในใจด้วยความทึ่ง วิชากายาบัวพิสุทธิ์นับว่าแข็งแกร่งยิ่งนัก

            แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าคิดว่าวิชาต่อต้านสวรรค์คือสิ่งใดกัน วิชาต่อต้านสวรรค์นั้นมีความหมายตรงตามนามของมัน เมื่อใช้ออกก็มีพลังเพียงพอที่จะใช้ต่อต้านลิขิตของสวรรค์ได้ ดังนั้นแม้จะเทียบกับวิชาระดับสวรรค์ด้วยกันก็ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าหลายเท่า

            เอาละ เจ้าผ่านบททดสอบแล้ว เหยาเสี่ยวฉานพลันถอนหายใจออกมา แม้จะคาดเดาไว้บ้างว่าซ่งไป่หลางมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับระดับรวมวิญญาณทว่านางไม่คิดเลยว่าจะแข็งแกร่งมากถึงระดับนี้ บางทีซ่งไป่หลางอาจสามารถเอาชนะผู้มีพลังระดับรวมวิญญาณขั้นสูงได้เลยทีเดียว

            โดยเฉพาะวิชาสุดท้ายที่ใช้ออกมา สามารถเพิ่มพูนระดับพลังได้มากกว่าหนึ่งเท่าตัวในพริบตา

            วิชาเช่นนี้แม้แต่เหยาเสี่ยวฉานก็ไม่เคยพบเจอหรือได้ยินมาก่อน

            รั่วอวี่ก็คิดไม่ถึงเช่นกัน นางคิดว่าซ่งไป่หลางจะไม่สามารถเอาชนะได้เนื่องจากหมาป่าวายุหางดาบแข็งแกร่งกว่าที่นางคาด หรือต่อให้เอาชนะได้ก็คงเป็นชัยชนะที่ยากลำบากอย่างยิ่ง ทว่าหลังจากที่ซ่งไป่หลางใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงก็สามารถจัดการมันได้ในพริบตา

            ทั้งสองคนต่างเก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ ทว่ารั่วอวี่มิได้คิดอันใดมากนักเนื่องจากนางรู้ดีว่าท่านปู่ของนางได้ทำการประเมินซ่งไป่หลางไว้ก่อนแล้ว ขอเพียงท่านปู่ของนางไว้ใจนางก็ยินดีที่จะเชื่อมั่นและไว้ใจเช่นกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #178 maybeokbaek (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 08:45
    สงสารหมาป่า เอามาใช้ประโยชน์ก็เลี้ยงให้ดีๆหน่อยก็ไม่ได้
    #178
    0