God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 90 : ตอนที่ 85 เหยาเสี่ยวฉาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    20 ม.ค. 63

            สีหน้าของชายกลางคนแปรเปลี่ยนเป็นมืดหม่นถึงขีดสุด มันไม่คิดเลยว่าซ่งไป่หลางจะสามารถหยิบกระบี่ระดับมหัศจรรย์ออกมาได้จริงๆ

            ทว่าจะให้มันก้มหัวคำนับเด็กน้อยอย่างซ่งไป่หลางอย่างนั้นหรือ มันย่อมไม่มีทางยินยอมเป็นแน่

            เจ้าหนู ข้าคิดว่าเจ้าควรรู้จักถอยก้าวหนึ่งเสียบ้าง มันเอ่ยข่มขู่

            ซ่งไป่หลางยักไหล่ยิ้มเย้ย เดิมทีข้าเองก็คิดจะถอย แต่ในเมื่อท่านเปิดโอกาสให้ข้า เหตุใดข้าจึงไม่คว้ามันเอาไว้กันเล่า ว่าอย่างไรคนระดับท่านควรจะรักษาคำพูดของตนเองสักหน่อยกระมัง

            หากเจ้ากระทำเกินเลยมากไปกว่านี้ ในอนาคตเจ้าจะต้องเสียใจเป็นแน่

            ฮ่าๆ ข้ากลับมิสนใจสักเท่าใดนัก หากไม่ใช่ท่านที่เป็นฝ่ายดูถูกข้าก่อน มีหรือที่เหตุการณ์จะลงเอยเช่นนี้ ซ่งไป่หลางหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ

            สายตาที่มองมายังคนทั้งสองเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ชายวัยกลางคนที่เป็นหนึ่งในผู้ดูแลหอการค้าเดิมทีได้รับความนับหน้าถือตาจากคนทั่วไปอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อพบเห็นท่าทางที่พยายามปฏิเสธมิยินยอมรักษาคำพูดทำให้ผู้คนเริ่มมองมันด้วยความดูแคลน ในขณะที่หลายคนเริ่มสำรวจซ่งไป่หลางใหม่อีกครั้งหนึ่ง

            แม้ระดับพลังจะด้อยกว่าอย่างสิ้นเชิง ทว่าบุคลิกอาจหาญมิยินยอมก้มหัวให้กับผู้ใดนั้นทำให้ผู้คนอดรู้สึกยอมรับนับถือขึ้นมามิได้

            พอเถอะ อย่าได้สร้างเรื่องราวอันใดมากไปกว่านี้เลย เสียงถอนหายใจของชายชราดังขึ้นทำให้ชายวัยกลางคนสั่นสะท้านไปเล็กน้อย มันไม่คิดเลยว่าเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งเล็กๆของมันจะนำพาบุคคลที่ยิ่งใหญ่ของหอการค้าให้ปรากฏตัวขึ้นได้

            ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อมองเห็นชายชราผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาจากกลุ่มคนและหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของตน พิจารณาจากระดับพลังแล้วคนผู้นี้น่าจะมีพลังขั้นจักรพรรดิปฐพีหรือไม่ก็จักรพรรดิฟ้าเลยทีเดียว

            ผู้อาวุโสมู่แห่งหอการค้า เสียงอุทานดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บุคคลระดับนี้ไม่บ่อยนักที่จะปรากฏตัวให้ผู้อื่นได้พบเห็น

            คุณชายน้อย ข้าต้องขออภัยแทนกู่เจิ้งด้วย ข้าจะให้การต้อนรับเจ้าแทนเอง คำพูดของชายชรายิ่งทำให้ผู้คนตกตะลึง โดยทั่วไปผู้อาวุโสมู่จะออกหน้ารับแขกเฉพาะเวลาที่มีสุดยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิฟ้าปรากฏตัวขึ้นเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้อาวุโสมู่ออกมาต้อนรับบุคคลที่มีพลังเพียงขั้นเหนือมนุษย์

            ชายกลางคนที่มีนามว่ากู่เจิ้งตกใจจนแทบสิ้นสติ ผู้อาวุโสมู่ เรื่องนี้ข้าเกรงว่า

            เกรงอันใด เจ้ากระทำเรื่องราวขายขี้หน้าเอาไว้ถึงเพียงนี้มิเพียงไม่ยินยอมรักษาคำพูด บัดนี้ยังคิดจะขัดคำสั่งของข้าอีกหรือ ผู้อาวุโสมู่เอ่ยถามเสียงเรียบทว่ากลับทำให้กู่เจิ้งรู้สึกขวัญผวา

            คุณชายน้อย ถ้าอย่างไรถือว่าเห็นแก่หน้าข้า โปรดอย่าได้ถือสาหอการค้าของพวกเราเลย

            ซ่งไป่หลางชั่งใจเพียงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบรับ แน่นอน ผู้อาวุโสมู่ให้เกียรติข้าถึงเพียงนี้ก็สมควรที่ข้าจะให้เกียรติพวกท่าน

            อันที่จริงหากซ่งไป่หลางต้องการจะดึงดันบีบให้กู่เจิ้งก้มหัวคำนับตนเองต่อไปก็ย่อมทำได้ ทว่านอกจากความสะใจที่จะได้รับแล้วผลลัพธ์อื่นๆที่ตามมาย่อมไม่มีสิ่งใดที่ดีอีก ยังเท่ากับเป็นการหักหน้าหอการค้าทั้งหมดในครั้งเดียว ฐานะของตนในสำนักพงไพรย่อมกลายเป็นย่ำแย่อย่างยิ่ง

            มิสู้ยอมถอยหนึ่งก้าวแลกกับความประทับใจของผู้อาวุโสมู่ ขอเพียงผูกมิตรกับคนผู้นี้ไว้ในอนาคตการทำการค้าในสถานที่แห่งนี้ย่อมมีแต่ความสะดวกสบาย

            เซี่ยหยางลอบพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ชื่นชมศิษย์ของตนในสติปัญญาและความรอบคอบที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าผู้อาวุโสบางคนเสียอีก

            ผู้อาวุโสมู่มองซ่งไป่หลางก่อนจะเผยรอยยิ้มน้อยๆ นับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่ฉลาดไม่เลว

            เมื่อผู้อาวุโสมู่ยอมออกหน้าแล้วกู่เจิ้งก็ได้แต่ต้องถอยกลับไปอย่างคับแค้นใจ อย่างไรก็ตามยังดีที่ผู้อาวุโสมู่ยังคงช่วยเหลือมิให้มันต้องก้มหัวคำนับซ่งไป่หลาง แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นชื่อเสียงของมันจะต้องตกต่ำลงอย่างแน่นอน

            ผู้อาวุโสมู่พลันเอ่ยขึ้น คุณชายน้อย สถานที่แห่งนี้มีผู้คนมากมายเกรงว่าจะทำให้ท่านรู้สึกไม่สะดวกสบายได้ เชิญไปที่ห้องทำงานของข้าก่อนเถอะ

            หอการค้านั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ ด้านล่างสุดคือโถงต้อนรับและร้านค้าระดับทั่วไป ชั้นที่สองจะเป็นส่วนของโรงประมูลและร้านค้าระดับสูง ส่วนชั้นที่สามคือร้านค้าระดับพิเศษ มีเพียงแขกกิตติมศักดิ์จึงจะสามารถเข้าถึงได้ ห้องทำงานของผู้อาวุโสมู่เองก็ตั้งอยู่บนชั้นสามเช่นกัน

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย มันเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่ผู้อาวุโสมู่ดูจะให้เกียรติตนเองมากจนเกินไป

            อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มยังคงเดินตามผู้อาวุโสมู่ขึ้นบันไดไปยังชั้นสามท่ามกลางสายตาอิจฉาของผู้คนจำนวนมาก

            ห้องทำงานของผู้อาวุโสมู่นั้นดูเรียบง่ายกว่าที่ซ่งไป่หลางคิด ในห้องโล่งกว้างนั้นแทบจะไม่มีสิ่งใดนอกจากโต๊ะและเก้าอี้ที่ทำจากหยกสีขาวนวล บนโต๊ะมีเพียงตะเกียงเล็กๆตั้งอยู่

            ผู้อาวุโสมู่พลันสะบัดมือเบาๆคราหนึ่งเถาไม้ที่เกาะอยู่บนพื้นก็แปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเก้าอี้ไม้งดงามก่อนจะผายมือให้ซ่งไป่หลาง นั่งก่อนสิ คุณชายน้อย

            ขอบคุณผู้อาวุโส ซ่งไป่หลางทิ้งตัวลงนั่ง ดวงตาจ้องมองผู้อาวุโสมู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หยกของตนเอง

            ขณะเดียวกันผู้อาวุโสมู่รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเมื่อพบว่ามันไม่อาจหยั่งวัดพลังวิญญาณของซ่งไป่หลางได้ทั้งหมด รู้เพียงแค่ระดับพลังภายนอกเท่านั้น ราวกับว่ามีบางอย่างที่ทรงพลังปิดกั้นประสาทสัมผัสของมัน

            เก้าอี้ไม้ที่ผู้อาวุโสมู่สร้างขึ้นมาจากการใช้พลังธาตุพฤกษาควบคุมเถาวัลที่แฝงอยู่ภายในห้องทำงานแปรเปลี่ยนรูปร่างตามความต้องการ เมื่อซ่งไป่หลางนั่งลงบนเก้าอี้นี้ทำให้พลังของผู้อาวุโสมู่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างของเด็กหนุ่มได้อย่างง่ายดาย การตรวจสอบซ่งไป่หลางย่อมเป็นสิ่งที่ง่ายดุจพลิกฝ่ามือ

            ทว่าเมื่อมันพบว่าไม่อาจตรวจสอบได้อย่างละเอียดจึงทำให้ผู้อาวุโสมู่เกิดความรู้สึกตื่นตัวขึ้นเล็กน้อย

            คุณชายน้อย ไม่ทราบว่าเบื้องหลังของท่านคือตระกูลหรือดินแดนใด ผู้อาวุโสมู่เริ่มต้นถาม

            ซ่งไป่หลางส่ายหน้า ขอตอบผู้อาวุโสมู่ตามตรง ข้ามิได้มีเบื้องหลังใหญ่โตอันใด สมบัติระดับมหัศจรรย์ที่ครอบครองอยู่เป็นเพียงเพราะข้าได้มาโดยบังเอิญเท่านั้น

            นับว่าเป็นความบังเอิญที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ผู้อาวุโสมู่เอ่ยอย่างไม่เชื่อถือ อย่างไรก็ตามแม้ว่าท่านจะมิเต็มใจบอกกล่าวข้าก็ไม่คิดจะคาดคั้นอันใดให้มากความ ในเมื่อคุณชายน้อยมาเพื่อค้าขาย เช่นนั้นเราก็มาพูดคุยเรื่องค้าขายกันเถอะ

            กระบี่ระดับมหัศจรรย์เล่มนั้น นับว่าเป็นของที่ค่อนข้างดี มันมีกลิ่นอายของแก่นพลังธาตุวายุที่เข้มข้นเหมาะสำหรับผู้ฝึกกระบี่ที่ใช้พลังธาตุวายุเป็นอย่างมาก นอกจากนี้มันยังถูกตีขึ้นจากแร่ที่มีคุณภาพภายใต้การจัดสร้างของช่างฝีมือที่ยอดเยี่ยม ข้าประเมินแล้วราคาของมันอยู่ที่ห้าร้อยหยกศิลาลมปราณ คุณชายน้อยพอใจในราคานี้หรือไม่

            ซ่งไป่หลางนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเนื่องจากไม่รู้ว่าราคาของสมบัติระดับมหัศจรรย์ควรจะอยู่ที่เท่าใดกันแน่

            กระบี่เล่มนั้นสมควรมีราคาสักแปดร้อยหยกศิลาลมปราณ เซี่ยหยางเอ่ยต่อเด็กหนุ่ม

            ซ่งไป่หลางหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบชายชรา ผู้อาวุโสมู่ กระบี่เล่มนี้ข้าประเมินไว้คร่าวๆว่าน่าจะมีราคาแปดร้อยหยกศิลาลมปราณ ท่านว่าเป็นอย่างไร

            แววตาของผู้อาวุโสมู่ทอประกายประหลาดใจเล็กน้อย แปดร้อยหยกศิลาลมปราณเป็นราคาสูงสุดที่มันคิดเอาไว้ในใจ หากซ่งไป่หลางเสนอราคามากกว่านี้แม้เพียงเล็กน้อยมันคงตอบปฏิเสธไปทันที ทว่าซ่งไป่หลางกลับเลือกราคาได้ถูกต้องจนน่าตกใจ

            มันหัวเราะก่อนจะตอบว่า คุณชายน้อยเสนอได้ไม่เลว แม้แปดร้อยหยกศิลาลมปราณจะถือว่ามากไปเล็กน้อยสำหรับกระบี่เล่มนี้ทว่าหอการค้าของพวกเราให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ต่อลูกค้าเป็นอันดับแรก ถือว่าราคาแปดร้อยหยกศิลาลมปราณเป็นราคาสำหรับมิตรภาพระหว่างพวกเราและคุณชายน้อยก็แล้วกัน

            นอกจากกระบี่เล่มนี้แล้วข้ายังมีสมบัติวิเศษระดับลึกลับอีกสามถึงสี่อย่าง ผู้อาวุโสมู่ช่วยประเมินราคาด้วย ซ่งไป่หลางพลันเลือกเอาของที่ตนเองไม่ได้ใช้ประโยชน์ออกมามอบให้กับผู้อาวุโสมู่

            สมบัติระดับลึกลับย่อมมีราคาถูกกว่าสมบัติระดับมหัศจรรย์อย่างมาก รวมทั้งหมดซ่งไป่หลางได้รับหยกศิลาลมปราณมาเพียงเก้าร้อยก้อนเท่านั้น ยังไม่อาจนับว่าร่ำรวยแต่ก็ถือว่าไม่ยากจนแล้ว

            ผู้อาวุโสมู่ นอกจากขายของแล้วข้ายังต้องการสอบถามข้อมูลและราคาของบางสิ่งด้วย มิทราบว่าข้าพอจะขอข้อมูลของสมุนไพรต่างๆที่หอการค้าของท่านมีอยู่ได้หรือไม่

            ผู้อาวุโสมู่ลำบากใจเล็กน้อย คุณชายน้อย เนื่องจากหอการค้าของพวกเราขึ้นตรงต่อสำนักพงไพร ดังนั้นสมุนไพรของพวกเราย่อมมีอยู่เป็นจำนวนมาก หากคุณชายน้อยไม่อาจระบุชื่อของสมุนไพรก็ยากที่พวกเราจะช่วยท่านตรวจสอบราคาได้

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้ว มันย่อมไม่อาจระบุชื่อของสมุนไพรได้ในทันที เช่นนั้นก็ช่างเถิด ในอนาคตรอให้ข้ารู้ชื่อของสมุนไพรที่ต้องการแล้วจะกลับมาสอบถามอีกคราหนึ่ง ขอบคุณผู้อาวุโสมู่ที่ให้เกียรติ

            เช่นกัน คุณชายน้อยเชิญ ผู้อาวุโสมู่ผายมือส่งเด็กหนุ่ม

            อันที่จริงการค้าที่มีมูลค่าเพียงไม่ถึงหนึ่งพันหยกศิลาลมปราณนั้นแทบจะไม่อยู่ในสายตาของผู้อาวุโสมู่เลยแม้แต่น้อย ทว่าตัวตนของซ่งไป่หลางนั้นลึกลับและแปลกประหลาดจนเกินไป กระตุ้นความสนใจของผู้อาวุโสมู่เป็นอย่างยิ่ง

            ประหลาดยิ่งนัก เดิมทีเราคิดว่ามันอาจจะเป็นคนของตระกูลรับใช้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงตัวเข้ามา ทว่ามันกลับเปิดเผยตัวตนมากจนเกินไป บางทีมันอาจจะมิได้เกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นมันเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงสามารถครอบครองสมบัติระดับมหัศจรรย์ได้

            ผู้อาวุโสมู่ยังได้สั่งให้คนบางส่วนของตนลอบติดตามและตรวจสอบซ่งไป่หลางอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ซ่งไป่หลางออกจากห้องทำงานผู้อาวุโสมู่และกลับลงมาที่ชั้นล่าง เด็กหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ารั่วอวี่กำลังมีปากเสียงกับกู่เจิ้ง ชายวัยกลางคนที่สร้างปัญหาให้กับตนเองก่อนหน้านี้

            รั่วอวี่ แม้ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ยอดพฤกษาทว่าเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เอ่ยวาจาสามหาวต่อหน้าข้าผู้นี้ กู่เจิ้งตวาดด้วยความเกรี้ยวกราด

            เหตุใดข้าจึงไม่มีสิทธิ์ ท่านเป็นเพียงผู้ดูแลหอการค้า ระดับชั้นของท่านเทียบกับข้าแล้วก็ไม่นับว่าสูงส่งกว่า อีกทั้งการที่ท่านสร้างปัญหาให้กับข้าก่อนนั่นย่อมทำให้ข้ามีสิทธิ์ตอบโต้อย่างชอบธรรม หรือท่านคิดว่าเพียงเพราะมีพลังสูงกว่าแล้วจะกดหัวข้าได้ รั่วอวี่ตอบโต้

            เฮอะ แม้ศิษย์ยอดพฤกษาจะได้รับการปกป้องจากท่านเจ้าสำนัก แต่หากมิใช่เรื่องร้ายแรงก็ย่อมไม่อาจนับเป็นเรื่องใหญ่ เจ้าถือว่าตนเองเป็นศิษย์คนโปรดจึงกระทำการตามอำเภอใจ ข้าคงต้องสั่งสอนเจ้าเสียเล็กน้อยเพื่อมิให้ศิษย์คนอื่นๆเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

            คิดจะสั่งสอนข้า ท่านมีปัญญารึ รั่วอวี่ดวงตาวาวโรจน์ พลังลมปราณธาตุพฤกษาโคจรอย่างรวดเร็ว

            แม้กู่เจิ้งจะมีศักดิ์เป็นสมาชิกของสำนักพงไพรเช่นกันทว่าในฐานะของนักปรุงโอสถมันเป็นเพียงนักปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นเก้าเท่านั้น ยังอ่อนด้อยกว่ารั่วอวี่ที่เป็นนักปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบอยู่หนึ่งขั้น พลังธาตุพฤกษาของมันย่อมไม่อาจเทียบชั้นกับรั่วอวี่ได้ ทว่าในแง่ของพลังการต่อสู้มันยังเหนือกว่านางอยู่ช่วงใหญ่

            หอกพฤกษาปรากฏขึ้นบนมือของมัน พลังระดับขั้นราชันยุทธ์ระเบิดออกมากดข่มพลังของรั่วอวี่ในชั่วพริบตา อีกทั้งมันยังใช้พลังธาตุอัคคีที่กดข่มพลังธาตุพฤกษาทำให้พลังของรั่วอวี่ไม่อาจใช้ออกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

            กู่เจิ้ง คิดจะทำอันใด อย่าสร้างปัญหาในหอการค้าแห่งนี้ ชายอีกคนรีบร้องห้าม มันเป็นผู้ดูแลของหอการค้าเช่นกันทว่าระดับพลังของมันด้อยกว่ากู่เจิ้งอยู่ขั้นหนึ่งจึงไม่อาจใช้กำลังหักห้ามได้

            มิต้องห่วงอันใด หอการค้าแห่งนี้มีอักขระป้องกันครอบคลุม ต่อให้สู้กันก็มิต้องกังวลว่าจะสร้างปัญหาให้กับผู้อื่น ข้าเพียงต้องการสั่งสอนนังเด็กกำเริบผู้นี้เล็กน้อยเท่านั้น

            มีแค่ท่านปู่เท่านั้นที่สามารถสั่งสอนข้าได้ อาศัยชนชั้นเช่นเจ้ายังมิคู่ควร รั่วอวี่หัวเราะอย่างดูแคลน

            ข้าจะตบปากของเจ้าเสีย กู่เจิ้งแค่นเสียงคำรามพลางพุ่งหอกในมือเข้าใส่รั่วอวี่ด้วยความเร็วสูง

            ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของรั่วอวี่พลันฉายประกาย เมล็ดพันธุ์ในมือของนางแปรเปลี่ยนเป็นเถาวัลหนามในเสี้ยวพริบตาและพุ่งออกไปรัดพันรอบหอกของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ กู่เจิ้งหัวเราะเหยียดหยามพลางเร่งพลังธาตุอัคคีหมายจะเผาเถาวัลหนามของรั่วอวี่ให้กลายเป็นเถ้าธุลี

            ซ่งไป่หลางที่กำลังจะพุ่งตัวเข้าไปขัดขวางกลับถูกร้องห้ามโดยเซี่ยหยาง มิต้องยื่นมือเข้าไป นางรับมือได้สบายมาก เวลานี้จงสังเกตวิธีการต่อสู้ของผู้ใช้พลังธาตุพฤกษาให้ดี

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วพลางมองการต่อสู้ของกู่เจิ้งและรั่วอวี่อย่างตั้งใจ

            แทนที่เถาวัลหนามจะถูกแผดเผามันกลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แววตาของกู่เจิ้งแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เป็นไปไม่ได้ เถาวัลย์หนามกินไฟ

            กู่เจิ้ง หากเจ้าคิดว่าเพียงแค่พลังเหนือกว่าก็จะเอาชนะได้นับว่าเจ้าคิดผิดแล้ว รั่วอวี่แค่นเสียงก่อนจะสะบัดมืออีกครั้ง เถาวัลย์หนามที่เติบโตอย่างรวดเร็วไม่เพียงรัดพันหอกพฤกษาของกู่เจิ้งยังเลื้อยรัดมาตามแขนของมันและใช้หนามทิ่มแทงไปบนร่างอย่างโหดร้าย

            กู่เจิ้งยกเลิกการปลดปล่อยพลังลมปราณธาตุอัคคีของตน เปลี่ยนไปใช้พลังลมปราณธาตุวายุสร้างคมมีดสายลมขึ้นตัดสะบั้นต้นเถาวัลย์ให้แยกขาดออกจากกัน

            เมื่อเถาวัลย์ถูกตัดขาดการเติบโตของมันก็หยุดลง กู่เจิ้งรีบสะบัดเถาวัลย์หนามที่ทิ่มแทงร่างของตนออก มันมองดูเถาวัลย์หนามของรั่วอวี่ด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เจ้าถึงกับสามารถค้นหาเมล็ดพันธุ์ของเถาวัลย์หนามกินไฟที่หายสาบสูญไปนานได้ แต่เจ้าเลือกที่จะเอามาใช้อย่างไร้ประโยชน์ในการทะเลาะเบาะแว้งเล็กๆเช่นนี้รึ เจ้าไม่กลัวถูกลงโทษโดยสำนักหรืออย่างไร

            เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาตัดสินว่าข้าใช้อย่างเปล่าประโยชน์ หากข้ามิใช้เถาวัลย์หนามกินไฟย่อมเอาชนะเจ้าไม่ได้ หากเอาชนะเจ้าไม่ได้ข้าก็อาจจะถูกเจ้าทำร้าย การที่ข้านำมันมาใช้เพื่อปกป้องตนเองก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว เจ้าต่างหากที่ต้องโดนลงโทษ ฐานบีบบังคับให้ข้าต้องใช้เมล็ดพันธุ์หายากเช่นนี้

            เจ้า!!” กู่เจิ้งแทบกระอักเลือดด้วยความโกรธ

            มันจะกล้าไปทำร้ายให้รั่วอวี่บาดเจ็บจริงๆได้อย่างไร มันเพียงต้องการสั่งสอนเล็กๆน้อยๆและโค่นล้มทำลายความมั่นใจของนางเท่านั้น หากมันกล้าทำร้ายรั่วอวี่จริงมันย่อมไม่อาจรับผิดชอบผลที่ตามมาไหวแน่นอน

            พอได้แล้วศิษย์น้องรั่ว เสียงอ่อนหวานนุ่มนวลดังขึ้นขัดจังหวะการปะทะของทั้งสองฝ่าย ซ่งไป่หลางรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อยเนื่องจากเจ้าของเสียงนั้นยืนอยู่ข้างกายตนจนแทบจะแนบชิดกัน ทว่ากลับไม่อาจสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันใดแม้แต่น้อย

            ไม่เลว สามารถปกปิดกลิ่นอายและพลังได้ค่อนข้างดีทีเดียว เซี่ยหยางชมเชยอย่างอดไม่ได้ พลังระดับขั้นจักรพรรดิมนุษย์ สมแล้วที่เป็นสำนักพงไพร อายุเพียงเท่านี้ก็มีระดับพลังถึงเพียงนี้แล้ว

            เจ้าของเสียงนั้นเป็นหญิงสาวที่มองจากภายนอกแล้วมีอายุเพียงประมาณสิบแปดสิบเก้าปีเท่านั้น ทว่าเซี่ยหยางสามารถประเมินได้ทันทีว่านางมีอายุมากกว่าสามสิบปีแล้ว อย่างไรก็ตามอายุเท่านี้ไม่นับว่ามากมายอันใด เมื่อเทียบกับระดับพลังก็ถือได้ว่านางมีพรสวรรค์ที่ไม่เลวทีเดียว

            ท่าน กู่เจิ้งตกตะลึงเมื่อมองไปยังร่างของหญิงสาวผู้นี้ มิใช่ตกตะลึงเพราะความงามอันเลิศล้ำของนางทว่าเป็นเพราะฐานะอันสูงส่งของนางต่างหาก

            หนึ่งในศิษย์ยอดพฤกษา เหยาเสี่ยวฉาน นางได้รับมอบหมายให้มาช่วยดูแลพร้อมกับศึกษากิจการของหอการค้า เนื่องจากในอนาคตนางจะกลายเป็นผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้แทนที่ผู้อาวุโสมู่ แม้นางจะเป็นศิษย์ยอดพฤกษาเช่นเดียวกับรั่วอวี่ทว่าฐานะของพวกนางแตกต่างกันอย่างมาก

            รั่วอวี่เป็นศิษย์อัจฉริยะที่อายุน้อย เก่งกาจทั้งด้านพลังฝีมือ พลังธาตุพฤกษาและการปรุงโอสถ ทว่านางมิได้เป็นศิษย์สายตรงของผู้ใด ไร้ซึ่งผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอย่างชัดเจน

            เหยาเสี่ยวฉานกลับแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง นางเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักพงไพรและสุดยอดนักปรุงโอสถอีกสองท่าน ระดับพลังฝีมือเหนือล้ำกว่าผู้ที่มีอายุใกล้เคียงกัน ที่สำคัญความงามของนางทำให้มีบุรุษมากมายในสำนักยินดีทำตามคำสั่งของนางอย่างไร้เงื่อนไข ขอเพียงนางเอ่ยปากย่อมมิมีผู้ใดปฏิเสธออกมา

            ต่อให้กู่เจิ้งจะมุทะลุเพียงใดก็ยังไม่กล้ามีปัญหากับเหยาเสี่ยวฉานผู้นี้

            ผู้ดูแลกู่ เกรงว่าท่านจะสร้างปัญหาให้กับหอการค้าของพวกเรามากมายเกินไปเสียแล้ว ข้าขอให้ท่านใช้เวลาสามวันไปกับการสำนึกผิดในคุกพฤกษาผนึกวิญญาณ สิ้นคำของนางกู่เจิ้งก็แทบจะทรุดเข่าลงไปบนพื้น มันไม่คิดเลยว่าจะต้องพบเจอกับบทลงโทษเช่นนี้

            ซ่งไป่หลางรู้สึกสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อถูกจ้องมองโดยเหยาเสี่ยวฉาน ความรู้สึกบางอย่างกระตุ้นให้ซ่งไป่หลางระมัดระวังตัวและพยายามมิเข้าใกล้นางจนเกินไป         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น