God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 88 : ตอนที่ 83 ค้นหาแนวทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,977
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 242 ครั้ง
    16 ม.ค. 63

                ซ่งไป่หลางใช้เวลาถึงสามชั่วยามในการฟื้นฟูพลังลมปราณของตนเองจากนั้นจึงเริ่มต้นทำการฝึกฝนต่ออีกครั้ง คราวนี้ซ่งไป่หลางสามารถทำให้ต้นสมุนไพรหยกขาวกลายเป็นสมุนไพรอายุครบหนึ่งร้อยปีในที่สุด การที่สามารถเปลี่ยนเมล็ดสมุนไพรหยกขาวให้กลายเป็นต้นสมุนไพรอายุร้อยปีได้นับเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมแล้ว

            เซี่ยหยางอดเอ่ยออกมาไม่ได้ แม้ข้าจะไม่รู้เกี่ยวกับมาตรฐานของผู้ใช้พลังธาตุพฤกษามากนัก แต่คิดว่านี่น่าจะเป็นการเติบโตที่รวดเร็วไม่เลวทีเดียว ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยส่งเสริมพลังธาตุพฤกษาของเจ้าได้เป็นอย่างมาก

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เมื่อตนเองใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ก็พบว่ามีผลต่อการเติบโตของสมุนไพรอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ

            เซี่ยหยางพูดต่อ ทว่าอย่างที่แม่นางรั่วได้บอกเจ้าเอาไว้ ผู้ปรุงโอสถของดินแดนนี้สามารถใช้เพียงพลังธาตุพฤกษาเพื่อปลูกสมุนไพรขึ้นมาได้ เจ้ายังต้องอาศัยความช่วยเหลือของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นในด้านการใช้พลังธาตุพฤกษาเจ้าคงยังอยู่เพียงระดับเริ่มต้นเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางมิได้โต้แย้งอันใดสำหรับเรื่องนี้ หากตนเองมีความสามารถด้านการควบคุมพลังธาตุพฤกษาที่ดีพอจะใช้ปลูกสมุนไพรหยกขาวได้ เมื่อส่งเสริมด้วยวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ย่อมต้องให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่าผู้ปรุงโอสถคนอื่นๆหลายเท่า ดูเหมือนว่าการฝึกฝนพลังธาตุพฤกษาจะต้องใช้เวลานานมากกว่าที่คิด

            ในที่สุดรั่วอวี่และชายชราก็กลับมายังบ้านพัก รั่วอวี่ประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นว่าสมุนไพรหยกขาวกลายเป็นสมุนไพรอายุร้อยปีไปแล้ว นับว่ารวดเร็วกว่าการคาดคะเนของนางหลายเท่า

            ชายชรายิ้มอย่างพึงพอใจ เจ้าหนู ข้าได้ติดต่อกับสำนักพงไพรเอาไว้แล้ว ในวันรุ่งขึ้นข้าจะให้รั่วอวี่พาเจ้าไปยังสำนักพงไพรเพื่อเริ่มต้นการฝึกฝนพลังธาตุพฤกษาอย่างจริงจัง

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจ ข้านึกว่าท่านจะให้ข้าอยู่ที่นี่ต่ออีกสักระยะหนึ่งเสียอีก

            ตอนแรกข้าก็คิดเช่นนั้น ทว่าเมื่อพิจารณาจากความสามารถของเจ้า การฝึกฝนในสำนักพงไพรจะมีประโยชน์มากกว่า

            ชายชราพลันสะบัดมือเบาๆครั้งหนึ่งเมล็ดพันธุ์ขนาดเล็กก็ปรากฏบนฝ่ามือของตน จากนั้นก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วกลายเป็นต้นสมุนไพรหยกขาวอายุสามร้อยปี "นี่คือการเพาะปลูกสมุนไพรด้วยพลังธาตุพฤกษาบริสุทธิ์ ผู้ปรุงโอสถบนโลกนี้มีอยู่มากมายนับล้านคนทว่ามีเพียงไม่ถึงหมื่นคนที่มีความสามารถด้านการเพาะปลูกสมุนไพร อย่างไรก็ตามในบรรดาผู้ปรุงโอสถทั้งหลายต่างก็มีวิธีการใช้พลังที่แตกต่างกันไปตามความถนัดของตนเอง"

            ความถนัดของข้าและหลานสาวก็คือการควบคุมพลังธาตุพฤกษาบริสุทธิ์ส่งเสริมการเติบโตของพืชพันธุ์ด้วยพลังธาตุพฤกษาเพียงอย่างเดียว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะความเชี่ยวชาญด้านพลังธาตุพฤกษาของข้านั้นเด่นล้ำกว่าพลังธาตุอื่นมากจนเกินไป ทว่าเจ้ามีวิธีที่แตกต่างออกไปคือการผสมผสานพลังธาตุพฤกษาและวารี ใช้การหนุนเสริมของธาตุเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก

            ดังนั้นข้าจึงคิดว่าเจ้าควรจะไปฝึกฝนที่สำนักพงไพรมากกว่า เมื่อไปถึงที่นั่นเจ้าจงไปหาชางไป่เหอ นางเป็นนักปรุงโอสถระดับเงินที่เชี่ยวชาญการปลูกสมุนไพรด้วยการผสมผสานธาตุวารีและธาตุพฤกษาอันดับหนึ่งของดินแดนเทพพฤกษานี้ หากเจ้าเรียนรู้จากนางจะมีประโยชน์มากกว่าเรียนรู้จากรั่วอวี่นัก

            เซี่ยหยางพลันตระหนักขึ้นมาได้ ที่แท้การใช้พลังธาตุพฤกษามีความลึกล้ำกว่าที่มันคาดไปหลายขั้น กระทั่งความสามารถในการเพาะปลูกก็ยังต้องแบ่งแยกไปตามรูปแบบวิธีการที่แต่ละคนเชี่ยวชาญ

            การเพาะปลูกสมุนไพรและควบคุมพลังธาตุพฤกษาเจ้าเรียนรู้จากชางไป่เหอ ส่วนด้านการปรุงหลอมโอสถจงไปศึกษาจากอู๋เจ้อ มันเป็นสุดยอดนักปรุงโอสถที่เชี่ยวชาญพลังธาตุอัคคี แม้จะไม่เก่งกาจด้านการเพาะปลูกสมุนไพรแต่มันมีความรู้ด้านการปรุงโอสถมากมายนัก นอกจากนี้ยังเป็นนักสะสมวัตถุดิบประหลาดต่างๆอีกด้วย หากเจ้าสามารถผูกมิตรกับมันได้ มันอาจจะช่วยให้เจ้าสามารถเรียนรู้และปรุงโอสถที่ช่วยเพิ่มพูนพลังให้กับพลังขั้นเหนือมนุษย์ของเจ้าได้สำเร็จ

            รั่วอวี่ตกตะลึงเล็กน้อย ทั้งชางไป่เหอและอู๋เจ้อต่างก็เป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของสำนักพงไพร ไม่เพียงชื่อเสียงในด้านความสามารถแต่ยังรวมไปถึงความยุ่งยากในการเข้าหาอีกด้วย

            มีศิษย์จำนวนไม่น้อยต้องการฝากตัวเป็นศิษย์ของชางไป่เหอและอู๋เจ้อ แต่ทั้งสองกลับไม่เคยต้อนรับใครเลยแม้แต่ครั้งเดียว ชางไป่เหอเป็นสตรีที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง มีเพียงสิ่งเดียวที่นางจะมอบรอยยิ้มให้ก็คือสมุนไพรที่นางเพาะปลูกอย่างรักใคร่เท่านั้น นางรังเกียจผู้คนอย่างมากจนแม้แต่เจ้าสำนักพงไพรก็ยังจนปัญญากับนาง

            ส่วนอู๋เจ้อนั้นจัดว่าเป็นประเภทคนพิลึก ศิษย์จำนวนมากที่ต้องการฝากตัวเป็นศิษย์ของมันทั้งหวังผลด้านความรู้ในการปรุงหลอมโอสถและของสะสมที่มันครอบครอง สุดท้ายก็ต้องผิดหวังเนื่องจากเงื่อนไขในการรับลูกศิษย์ที่แปลกประหลาดและโหดร้ายเกินไป

            คนทั้งสองนับว่าเป็นบุคคลที่แม้แต่เจ้าสำนักพงไพรยังไม่อาจบังคับฝืนใจได้ ต่อให้ชายชราต้องการใช้เส้นสายฝากฝังก็ยังไม่อาจกระทำได้ แต่ชายชรากลับยืนยันให้ซ่งไป่หลางเลือกทั้งสองคนนี้ นั่นเพราะนี่นับเป็นบบททดสอบเล็กๆสำหรับซ่งไป่หลางเช่นกัน

            หากไม่สามารถทำให้คนทั้งสองยอมรับได้หนทางการฝึกฝนของซ่งไป่หลางก็นับว่ายากเย็นอย่างยิ่งแล้ว

            ข้าเข้าใจแล้วท่านผู้อาวุโส ซ่งไป่หลางตอบรับ

            คืนนี้เจ้าพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะให้รั่วอวี่พาเจ้าไปยังสำนักพงไพร แม้ระยะทางจะไม่ไกลมากนักทว่าสำหรับผู้ที่ไม่เคยเดินทางในป่าห้าฤดูกาลมาก่อนก็นับว่าเป็นการเดินทางที่ยากลำบากไม่น้อย ชายชราเอ่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่นใจดี

            ซ่งไป่หลางส่ายหน้าเล็กน้อย เนื่องจากข้าเหลือเวลาเพียงวันนี้วันเดียวแล้ว ข้ายังมีข้อตกลงที่ทำไว้กับแม่นางรั่วอวี่ว่าจะทำให้สมุนไพรหยกขาวนี้กลายเป็นสมุนไพรสามร้อยปีให้สำเร็จ ข้าจะใช้เวลาคืนนี้ในการเพาะปลูกมัน

            ชายชราประหลาดใจเล็กน้อย เจ้าหนู เจ้าย่อมเห็นแล้วว่าสมุนไพรสามร้อยปีสำหรับข้าแล้วมิอาจนับเป็นอันใดได้ สิ่งที่ข้าให้กับเจ้าไปนั้นแน่นอนว่าข้าล้วนคาดหวังบางสิ่งตอบแทน แต่นั่นย่อมมิใช่สมุนไพรหยกขาวเพียงต้นเดียวอย่างแน่นอน เจ้าอย่าได้ยึดถือข้อตกลงกับหลานสาวข้าเป็นจริงจังเลย รอให้เจ้าฝึกฝนจนเก่งกาจแล้วข้าจึงจะต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า

            เอาน่าท่านปู่ ข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่ามันจะสามารถทำได้สำเร็จภายในคืนเดียวหรือไม่ รั่วอวี่ขัดขึ้นมา นางรู้สึกอยากรู้อยากเห็นพรสวรรค์ของซ่งไป่หลางเป็นอย่างมาก

            ชายชราถอนหายใจเล็กน้อย แล้วแต่พวกเจ้าเถอะ แต่เจ้าหนูนี่ควรจะได้รู้ความจริงเอาไว้ สมุนไพรหยกขาวมิใช่สมุนไพรพื้นฐานที่สามารถเพาะปลูกได้ง่าย เป็นสมุนไพรที่มีความยากในการเพาะปลูกระดับหนึ่งสำหรับมือใหม่ ใช้สำหรับทดสอบนักปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นห้าเพื่อเลื่อนขั้นเป็นขั้นหก โดยทั่วไปแล้วผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นห้าจะต้องใช้เวลาหนึ่งวันในการเพาะปลูกมันให้สำเร็จ หากเจ้าทำได้ภายในวันนี้จริงก็เท่ากับว่าเจ้ามีความสามารถเทียบเท่านักปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นหกแล้ว

            แม้ความสามารถระดับทองแดงขั้นหกจะยังไม่อาจนับเป็นอันใดได้ในสายตาของชายชราและรั่วอวี่ ทว่าอย่างน้อยสำหรับคนอื่นๆในดินแดนเทพพฤกษานี่นับว่าเป็นความสำเร็จระดับยอดเยี่ยมทีเดียว นักปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นห้าและหกนั้นส่วนมากจะมีอายุอยู่ที่ยี่สิบปีขึ้นไปและมีเพียงส่วนน้อยที่อายุน้อยกว่ายี่สิบปีเช่นเดียวกับซ่งไป่หลางและรั่วอวี่

            ยังมิต้องเอ่ยถึงว่านี่เป็นการเพาะปลูกสมุนไพรครั้งแรกของซ่งไป่หลาง หากฝึกฝนจนชำนาญแล้วแน่นอนว่าย่อมทำได้ดีกว่านี้หลายเท่า

            รั่วอวี่และชายชราปล่อยให้ซ่งไป่หลางได้ทดลองเพาะปลูกสมุนไพรหยกขาวต่อไป เด็กหนุ่มทุ่มเทพลังธาตุพฤกษาและวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์สอดประสานกันอีกครั้ง ในหัวปรากฏภาพที่ชายชราทำการเพาะปลูกสมุนไพรหยกขาวได้ในพริบตา

            ทำได้ยังไงกันนะ พลังธาตุพฤกษาบริสุทธิ์งั้นหรือ ส่วนของเราเป็นพลังธาตุพฤกษาที่ผสมผสานกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อทั้งสองมีเคล็ดลับที่แตกต่างกันวิธีการของผู้อาวุโสรั่วอาจจะไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ผล เช่นนั้นเราก็ต้องทดลองหาวิธีของตนเอง

            อันที่จริงปัญหานี้จะแก้ได้ง่ายดายมากหากซ่งไป่หลางได้ทำการฝึกฝนกับชางไป่เหอ เนื่องจากนางมีความเชี่ยวชาญและศึกษาศาสตร์ด้านนี้มาอย่างยาวนาน การได้เรียนรู้จากนางก็เท่ากับได้เรียนรู้ประสบการณ์และเคล็ดลับที่ถูกสั่งสมมายาวนานหลายสิบปี ย่อมก่อเกิดผลดีมหาศาลและช่วยให้ซ่งไป่หลางเชี่ยวชาญการเพาะปลูกมากยิ่งขึ้น

            แต่ในเมื่อซ่งไป่หลางยังไม่เคยพบกับชางไป่เหอวิธีนี้จึงยังไม่อาจเป็นไปได้

            เซี่ยหยางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า ข้าไม่มั่นใจว่าการใช้พลังพฤกษาและวารีสอดประสานจะคล้ายคลึงกับการใช้พลังธาตุอื่นๆหรือไม่ แต่หากเจ้าเรียนรู้เอาไว้ก็อาจจะนำมาประยุกต์ใช้ได้บ้าง

            ยกตัวอย่างเช่นหลินหลันเทียนที่ใช้พลังธาตุดินผสานกับธาตุวารี สร้างเป็นโคลนที่มีทั้งความแข็งแกร่งและอ่อนนุ่มในเวลาเดียวกัน หลักการก็คือพลังทั้งสองจะต้องมีความสมดุลต่อกันและกันเพื่อมิให้พลังใดพลังหนึ่งแข็งแกร่งจนเกินไป

            หากใช้วารีมากเกินไปโคลนจะเหลวและขาดความแข็งแกร่ง แต่หากใช้พลังธาตุดินมากเกินไปโคลนจะสูญเสียความอ่อนนุ่มทำให้แตกหักได้ง่าย

            อันที่จริงนี่เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการใช้พลังธาตุสอดประสานเท่านั้น ยังมีบางคนใช้พลังโดยไม่มุ่งเน้นความสมดุลแต่ใช้จุดเด่นกลบจุดด้อยแทน ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับแนวทางความชำนาญของผู้ใช้พลังนั้นๆและความต้องการผลลัพธ์ของการผสานพลังเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางรับฟังอย่างตั้งใจพลางคิดถึงธรรมชาติของพฤกษา การที่ต้นไม้ต้นหนึ่งจะเติบโตขึ้นได้มันย่อมต้องการดูดซึมน้ำอย่างเพียงพอ พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เป็นดั่งน้ำทิพย์สำหรับพฤกษาทั้งมวลจึงไม่แปลกที่พวกมันจะตอบรับและดูดกลืนพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อย่างหิวกระหาย

            ซ่งไป่หลางพลันคิดบางสิ่งออก ต้นไม้มิเพียงต้องการน้ำยังต้องการแร่ธาตุในดินและแสงสว่างของธรรมชาติ หากสามารถเติมพลังธาตุปฐพีเข้าไปบางทีอาจจะทำให้การเพาะปลูกได้ผลดียิ่งขึ้น

            ซ่งไป่หลางลงมือทันทีทดลองเสริมพลังธาตุปฐพีเข้ากับพลังธาตุพฤกษาและวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ทว่าผลที่ได้กลับย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

            บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าขาดความสมดุลในพลัง พลังธาตุพฤกษาของเจ้านับว่าใช้ได้ดีระดับหนึ่ง วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ก็ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่พลังธาตุปฐพีของเจ้านั้นขาดความบริสุทธิ์และยังไม่เคยใช้งานมาก่อน เจ้าย่อมขาดความชำนาญในการควบคุมอย่างเห็นได้ชัด

            พลังธาตุปฐพีของซ่งไป่หลางแม้จะมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมแต่ก็ยังขาดความชำนาญ ที่ผ่านมาซ่งไป่หลางมักจะเน้นใช้งานพลังธาตุวารีและอัคคีเป็นหลักจึงแทบไม่ได้ฝึกฝนธาตุอื่นๆเลย

            การเสริมพลังธาตุปฐพีที่ขาดความชำนาญและความบริสุทธิ์จึงทำให้พลังธาตุพฤกษาขาดความสมดุลและเกิดผลลัพธ์ที่ย่ำแย่ลงผิดจากที่คาดการณ์ไว้

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เช่นนั้นหมายความว่าตนจะต้องฝึกฝนพลังธาตุปฐพีไปได้ แต่หากทำเช่นนั้นก็เท่ากับต้องใช้เวลาเพิ่มอีกมากทีเดียว

            เรื่องนี้ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าพลังธาตุปฐพีจะส่งผลดีต่อพลังธาตุพฤกษาจริง ในความเป็นจริงข้าคิดว่าลำพังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ก็น่าจะมากพอที่จะเป็นสารอาหารให้กับสมุนไพรของเจ้าได้แล้ว หากเจ้าจะลองหาทางใหม่มิสู้ลองใช้ประโยชน์จากพลังวารีให้ถึงที่สุดจะดีกว่า เซี่ยหยางแนะนำ

            ซ่งไป่หลางไม่มีทางเลือกจำต้องย้อนกลับมาทบทวนการใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของตนอีกครั้ง ที่ผ่านมาตนเพียงแค่ส่งพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่สมุนไพรร่วมกับพลังธาตุพฤกษาแต่ยังไม่ได้ตั้งใจควบคุมการเคลื่อนไหวของพลัง ดังนั้นซ่งไป่หลางจึงทดลองสังเกตการเคลื่อนไหวของกระแสพลังธาตุอย่างจริงจัง

            ซ่งไป่หลางพลันพบว่าแม้พลังธาตุพฤกษาและวารีจะมาจากร่างกายของตนทว่าวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นดั่งพลังแปลกปลอมที่มิใช่ของตนเองตั้งแต่แรก ดังนั้นมันจึงมิอาจผสานรวมกับพลังธาตุพฤกษาของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ พลังธาตุพฤกษาและวารีที่กำลังผสานรวมกันมีทั้งส่วนที่ผสานสำเร็จและส่วนที่ไม่อาจควบรวมจนทำให้พลังสูญเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์

            เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไร ซ่งไป่หลางพลันครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆ

            ซ่งไป่หลางพลันใช้วิธีรวบรวมวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นก้อนมวลวารีขนาดเท่าเม็ดหินเบื้องหน้าของตนจากนั้นจึงส่งมันเข้าสู่ต้นสมุนไพรหยกขาว พร้อมกันนั้นก็ใช้พลังธาตุพฤกษากระตุ้นการเติบโตของมันอย่างต่อเนื่อง

            นี่เป็นวิธีการแก้ปัญหาแบบแก้ที่ปลายเหตุนั่นก็คือใช้วิธีแยกพลังธาตุทั้งสองออกจากกันโดยสิ้นเชิง ใช้พลังธาตุพฤกษากระตุ้นให้สมุนไพรเติบโตและใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์รดน้ำจากภายนอกปล่อยให้ต้นสมุนไพรดูดซับพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเอง

            วิธีแก้ปัญหาที่ดูสิ้นคิดนี้กลับได้ผลดีกว่าที่ซ่งไป่หลางคาดไว้มาก เพราะเมื่อแยกพลังที่ผสานรวมกันได้ไม่สมบูรณ์ออกก็ทำให้พลังธาตุพฤกษาและวารีมีความบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น ต้นสมุนไพรนั้นต้องการพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ขอเพียงซ่งไป่หลางส่งพลังวารีให้มันมันก็จะดูดซับเข้ามาเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการถ่ายเทพลังด้วยตัวเจ้าของ

            วิธีการนี้หากเปลี่ยนเป็นพลังวารีปกติทั่วไปที่มีความบริสุทธิ์ไม่มากต้นสมุนไพรคงจะดูดซับมาเพียงเล็กน้อย ทว่าในเมื่อวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เป็นดั่งน้ำทิพย์ที่สมุนไพรต้องการ มีหรือมันจะยอมปล่อยให้สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ต้นสมุนไพรพยายามอย่างยิ่งที่จะซึมซับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ทุกหยดเข้าสู่ต้นของมันอย่างบ้าคลั่ง

            ซ่งไป่หลางพลันพบว่าขีดสีขาวขีดที่สองค่อยๆปรากฏขึ้นก่อนจะปรากฏขึ้นเต็มใบในที่สุดโดยที่พลังของเด็กหนุ่มลดลงไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

            ที่แท้ปัญหาก็เกิดจากการผสานพลังของเราจริงๆ พลังธาตุพฤกษาของเราไม่อาจผสานรวมกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์ การปลดปล่อยพลังทั้งสองแยกกันจะทำให้พลังทั้งสองมีความบริสุทธิ์สูงกว่ามาก

            เซี่ยหยางเฝ้าดูซ่งไป่หลางด้วยความรู้สึกทึ่ง แม้จะไม่อาจบอกได้ว่าเป็นแนวทางที่ดีที่สุดทว่าสำหรับไป่หลางที่มีอายุเพียงเท่านี้กลับสามารถคิดค้นแนวทางการใช้พลังของตนเองขึ้นมาได้สำเร็จจริงๆเสียด้วย

            พลังธาตุพฤกษาของซ่งไป่หลางอาจจะไม่สามารถนำไปใช้ในการต่อสู้จริงทว่าหากสามารถเพาะปลูกสมุนไพรได้สำเร็จและเรียนรู้ศาสตร์การปรุงโอสถได้ ในอนาคตมันจะกลายเป็นพลังที่มีประโยชน์กับซ่งไป่หลางเป็นอย่างมาก

            โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่เซี่ยหยางได้เรียนรู้มาหลังจากการต่อสู้เป็นตายกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั่นก็คือการสร้างโอสถสำหรับกำจัดพิษออกจากร่างกาย พิษศักดิ์สิทธิ์นับว่าเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก เกรงว่าจะมีเพียงดินแดนเทพพฤกษาเท่านั้นที่มีศักยภาพในการสร้างโอสถที่สามารถกำจัดพิษศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ

            ในอนาคตข้างหน้าซ่งไป่หลางจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้พิษศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่ ในเวลานั้นหากสามารถปรุงโอสถขจัดพิษได้ด้วยตนเองยังมีสิ่งใดที่ต้องกลัวอีกเล่า

            ซ่งไป่หลางหยุดพักอีกครั้งหลังจากใช้พลังไปจนหมด ตอนนี้สมุนไพรหยกขาวเติบโตเป็นสมุนไพรอายุสองร้อยกว่าปีแล้ว คาดว่าหากพลังฟื้นขึ้นเต็มที่อีกครั้งก็จะสามารถทำให้มันกลายเป็นสมุนไพรอายุสามร้อยปีสำเร็จ

            เท่ากับว่าซ่งไป่หลางมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นหกแล้วนั่นเอง

            หลังจากที่พลังหมดลงแล้วกำลังรอพักฟื้น ซ่งไป่หลางก็ใช้เวลาไปกับการศึกษาความทรงจำเรื่องอักขระเทวะต้นกำเนิดอีกครั้ง นี่เป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่ซ่งไป่หลางเชื่อว่าจะต้องกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับตนเองในอนาคต เนื่องจากพลังอักขระและค่ายกลเป็นพลังที่ลี้ลับและเต็มไปด้วยความน่าพิศวงประเภทหนึ่ง

            แม้แต่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เองก็มิได้เชี่ยวชาญด้านอักขระค่ายกลมากนัก ดังนั้นนี่จะต้องกลายเป็นอาวุธสำคัญที่สามารถใช้สั่นคลอนตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างแน่นอน

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 242 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #218 joo1234567890 (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 11:04
    น่าใช้พลังธาตุให้หมดนะพระเองจะเก่าเป็นร้อนเท่าไรเลย
    #218
    0
  2. #177 maybeokbaek (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 02:03
    อยากเห็นเลยว่าถ้าเสริมธาตุปฐพีสำเร็จจะเป็นยังไง
    #177
    0
  3. #144 dfrdz007 (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 21:02
    สนุกมาก
    #144
    0