God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 86 : ตอนที่ 81 พลังธาตุพฤกษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    10 ม.ค. 63

                ซ่งไป่หลางลืมตาตื่นขึ้นด้วยความสับสน ภาพสุดท้ายที่จำได้ก็คือร่างของตนกำลังถูกกระชากไปด้วยแรงดึงดูดจากเต่ากลืนมิติ หลังจากนั้นมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นแต่ไม่อาจจับใจความได้ก่อนที่ตนจะหมดสติไป

            อาจารย์ ข้าอยู่ที่ใดกันซ่งไป่หลางเอ่ยถามเซี่ยหยางในห้วงวิญญาณของตน

            เจ้าอยู่ที่ดินแดนเทพพฤกษาแล้ว เป็นผู้อาวุโสรั่วให้ความช่วยเหลือดึงเจ้าออกมาจากพื้นที่รอยต่อมิติได้ทันเวลา และตอนนี้เจ้าก็อยู่ที่บ้านพักของผู้อาวุโสรั่ว จงไปขอบคุณผู้อาวุโสเสีย และอย่าได้เสียมารต่อคนผู้นี้โดยเด็ดขาด

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจไม่น้อย เนื่องจากแทบไม่เคยเห็นเซี่ยหยางให้เกียรติผู้ใดถึงเพียงนี้มาก่อน

            ซ่งไป่หลางพบว่าพลังในร่างของตนเองปั่นป่วนเล็กน้อยและยังไม่ฟื้นฟูสู่สภาพปกติสมบูรณ์ทว่าก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นขอเพียงเวลาผ่านไปสักหนึ่งวันพลังและร่างกายก็คงจะฟื้นฟูกลับมาดังเดิม

            ฟื้นแล้วสินะ เจ้าคงรู้เรื่องจากอาจารย์ของเจ้าบ้างแล้ว เมื่อเห็นร่างของคนทั้งสองที่กำลังก้าวเข้ามา ซ่งไป่หลางจึงมองพร้อมกับพิจารณาตัวตนของอีกฝ่ายในใจ ชายชราผู้นี้แน่นอนว่าต้องเป็นผู้อาวุโสรั่วที่เซี่ยหยางเอ่ยถึง ส่วนหญิงสาวข้างๆนั้นแม้จะดูอายุใกล้เคียงกับตนแต่ระดับพลังกลับอยู่ในขั้นรวมวิญญาณแล้ว อีกทั้งยังเป็นขั้นรวมวิญญาณระดับสี่ ด้อยกว่าซ่งหงเสวี่ยเพียงเล็กน้อย

            นอกจากระดับพลังฝึกตนของนางแล้วนางยังเป็นอัจฉริยะในด้านการปรุงโอสถรวมทั้งการใช้พลังธาตุพฤกษาอีกด้วย เซี่ยหยางเอ่ยออกมา

            ผู้อาวุโส ขอบคุณที่ช่วยเหลือข้า ซ่งไป่หลางเอ่ยกับชายชราด้วยความนอบน้อม

            ชายชราลอบประเมินซ่งไป่หลางใหม่อีกครั้งหนึ่ง ตอนที่หมดสติอยู่แม้จะเห็นถึงความไม่ธรรมดาของพลังฝีมือและคุณสมบัติอันเป็นพรสวรรค์ทว่านั่นยังไม่นับรวมกับบุคลิกภาพและลักษณะนิสัย ชายชราลอบคิดในใจ บุคลิกภาพนับว่าใช้ได้ ส่วนลักษณะนิสัยคงต้องดูไปอีกระยะ

            เจ้าหนู รู้หรือไม่ว่าดินแดนแห่งนี้ไม่ต้อนรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์โดยตรงทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในตัวของเจ้ามีทั้งโลหิตศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อยู่ หากสำนักพงไพรรู้เรื่องนี้ก็นับว่ายากที่เจ้าจะได้เข้าร่วมแล้ว

            ซ่งไป่หลางมีสีหน้าเคร่งขรึมมากขึ้นทันที ตนพอจะคาดเดาเอาไว้แล้วว่าชายชราจะต้องรู้เรื่องที่มาหลังจากการแนะนำของเซี่ยหยาง ทว่าเรื่องสำนักพงไพรอาจไม่ต้อนรับตนเองทำให้ซ่งไป่หลางรู้สึกร้อนใจเล็กน้อย

            หากต้องการศึกษาศาสตร์แห่งการปรุงโอสถและค้นหาโอสถเพื่อเร่งความเร็วในการฝึกฝนย่อมไม่มีตัวเลือกใดดีไปกว่าสำนักพงไพรอีกแล้ว

            นับว่าเจ้าโชคดีเล็กน้อยที่มาพบเจอกับข้าก่อนที่จะไปยังสำนักพงไพร หากเจ้าเข้าสู่สำนักพงไพรโดยตรงและถูกตรวจสอบพบเจอจากอาจารย์ของที่นั่น เจ้าจะต้องถูกขับไล่ออกจากดินแดนเทพพฤกษาในทันที ทว่าหากมีจดหมายแนะนำของข้าก็นับว่าเจ้ามีโอกาสแล้ว แม้ว่าข้าจะไม่ได้มีอำนาจอะไรมากนักแต่ยังพอมีความสัมพันธ์กับคนของสำนักพงไพรอยู่บ้าง คำพูดของข้าย่อมสามารถทำให้พวกมันยอมรับได้

            ซ่งไป่หลางพลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ขอบคุณท่านผู้อาวุโส บุญคุณนี้หากมีโอกาสข้าจะต้องตอบแทนท่านอย่างแน่นอน

            ชายชราหัวเราะเบาๆ เอาเถอะๆ ในอนาคตข้าอาจต้องขอความช่วยเหลือบางอย่างจากเจ้า สำหรับตอนนี้เจ้าพักผ่อนไปก่อน มีอันใดไม่เข้าใจก็ให้ถามไถ่จากหลานสาวของข้า แม้ว่านางจะมีอายุใกล้เคียงกับเจ้าทว่าความรู้ของนางในศาสตร์ปรุงโอสถและการใช้ธาตุพฤกษานั้นนับว่าไม่เลวนัก

            ซ่งไป่หลางพลันหันไปมองหญิงสาวที่ยืนอย่างเงียบงันอยู่ข้างๆชายชรา เมื่อสังเกตดีๆก็พบว่านางมีสีหน้าไม่ยินยอมเล็กน้อยทว่าภายใต้คำสั่งของชายชรานางไม่อาจเอ่ยอันใดได้

            นังหนู ฝากดูแลเจ้าหนูนี่ด้วยละ ข้าจะไปทำธุระบางอย่างสักหน่อย

            หลังจากชายชราจากไป รั่วอวี่พลันถอนหายใจออกมา นางยิ้มให้กับซ่งไป่หลางอย่างอ่อนใจ

            ข้าชื่อว่ารั่วอวี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะ

            ชื่อของข้าคือซ่งไป่หลาง ต้องขอบคุณท่านผู้อาวุโสรั่วและแม่นางรั่วจริงๆที่นอกจากจะช่วยข้าจากอันตรายแล้วยังคงช่วยข้าในเรื่องของสำนักพงไพรอีกด้วย

            รั่วอวี่พยักหน้าเล็กน้อย ท่านปู่ของข้ามักจะช่วยเหลือผู้คนที่กำลังลำบากเสมอ ทว่าโดยทั่วไปท่านมักจะหลีกเลี่ยงไม่ติดต่อกับคนภายนอก แม้ว่าท่านจะมีความสัมพันธ์กับสำนักพงไพรจริงทว่าก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักตัวตนของท่าน

            ในอนาคตเจ้าจะต้องเข้าสู่สำนักพงไพร ข้าอยากขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยเรื่องของท่านปู่กับผู้ใด นอกเสียจากคนที่รู้จักท่านปู่และเอ่ยปากเรื่องนี้กับเจ้าก่อนเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางตอบรับทันที แน่นอน ข้าย่อมไม่สร้างความลำบากใจให้กับพวกท่านทั้งสอง

            รั่วอวี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ เดิมทีข้ารู้สึกไม่ค่อยชอบใจนักที่ท่านปู่ฝากฝังให้ข้าดูแลเจ้า ทว่าดูแล้วเจ้าก็มิได้มีนิสัยย่ำแย่อันใด อีกทั้งข้าเองก็มีเวลาว่างอยู่มาก อืมบางทีเจ้าอาจจะมีเรื่องราวน่าสนใจจากดินแดนอื่นมาเล่าให้ข้าฟังบ้างเช่นกัน นี่นับว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ดีไม่น้อย

            แม่นางรั่วอวี่ ในดินแดนที่ข้าจากมาแม้จะมีผู้ปรุงโอสถอยู่บ้างทว่าข้าได้ยินมาว่าเมื่อเทียบกับผู้ปรุงโอสถของดินแดนเทพพฤกษาแล้วก็ไม่อาจนับเป็นอันใดได้ เนื่องจากผู้ปรุงโอสถที่แท้จริงจะมีความเชี่ยวชาญด้านธาตุพฤกษา ข้าอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ปรุงโอสถและการใช้พลังธาตุพฤกษา ซ่งไป่หลางสอบถามทันที

            รั่วอวี่เองก็ตอบโดยไม่อิดออด แน่นอน ผู้ปรุงโอสถที่แท้จริงนอกจากความสามารถในการควบคุมเปลวแพลิงเพื่อทำการหลอมโอสถแล้วยังต้องมีความสามารถด้านพลังธาตุพฤกษาอีกด้วย เนื่องจากพลังธาตุพฤกษาจะช่วยให้ผู้ปรุงโอสถสามารถดึงเอาสรรพคุณของสมุนไพรออกมาใช้ได้จนถึงจุดสูงสุด

            นอกจากนี้สมุนไพรวิเศษบนโลกใบนี้แม้จะมีที่ถือกำเนิดขึ้นตามธรรมชาติทว่าเมื่อเทียบกับความต้องการใช้งานแล้วนับว่าขาดแคลนยิ่งนัก หากปล่อยให้มันเติบโตขึ้นเรื่อยๆตามธรรมชาติเกรงว่ากว่าจะนำมาใช้สร้างโอสถได้ก็คงต้องใช้เวลานับพันปีแล้ว

            ดังนั้นอีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญของผู้ใช้พลังธาตุพฤกษาก็คือการเพาะปลูกและดูแลสมุนไพรวิเศษนั่นเอง ผู้ปรุงโอสถทั่วไปที่ขาดคุณสมบัติของธาตุพฤกษาย่อมไม่อาจดูแลสมุนไพรวิเศษได้ พวกมันย่อมไม่มีทางสร้างโอสถระดับสูงได้ตลอดชีวิต

            ในดินแดนเทพพฤกษา พวกเราแบ่งระดับของผู้ปรุงโอสถออกเป็นระดับทองแดง ระดับเงินและระดับทอง โดยแต่ละระดับจะมีการแบ่งขั้นย่อยออกเป็นสิบขั้น คนที่ฝึกฝนเรียนรู้ศาสตร์แห่งการปรุงโอสถจะยังไม่ถูกนับเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงจนกว่าจะสามารถผ่านมาตรฐานการทดสอบปรุงโอสถขั้นต้นได้

            การเลื่อนระดับแต่ละขั้นของผู้ปรุงโอสถจะต้องทำการทดสอบภายใต้การควบคุมดูแลของสำนักพงไพร เมื่อสามารถทำการทดสอบสำเร็จก็จะเลื่อนขั้นไปทีละน้อย นักปรุงโอสถที่ผ่านมาตรฐานระดับทองแดงของสำนักพงไพรสามารถรับหน้าที่เป็นผู้ปรุงโอสถให้กับสำนักในดินแดนต่างๆมีฐานะที่ค่อนข้างดี ทว่าหากเป็นนักปรุงโอสถที่สอบจนถึงระดับเงินจะกลายเป็นสุดยอดนักปรุงโอสถระดับสูงที่ได้รับการเคารพจากผู้คนเป็นอย่างมาก

            นักปรุงโอสถระดับทองนั้นมีน้อยกว่ายี่สิบคนในปัจจุบัน ทุกคนที่อยู่ในระดับนี้จะถูกนับเป็นปรมาจารย์แห่งศาสตร์การหลอมโอสถ ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินเนื่องจากหากทำเช่นนั้นก็เท่ากับตัดสิทธิ์ตนเองจากการค้าขายโอสถระดับสูง โดยเฉพาะสำนักพงไพรนั้นเข้มงวดในเรื่องของการติดต่อค้าขายอย่างมาก หากมีปัญหากับปรมาจารย์ระดับทองท่านใดสักคนหนึ่งก็อาจจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ค้าขายกับสำนักพงไพรตลอดชีวิต

            ซ่งไป่หลางฟังด้วยความรู้สึกทึ่ง ที่แท้การปรุงโอสถมีการแบ่งลำดับขั้นมากมายถึงเพียงนี้

            แม่นางรั่วอวี่ แล้วเจ้าเป็นนักปรุงโอสถระดับขั้นใด

            ตอนนี้ข้าสอบผ่านคุณสมบัติของนักปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบแล้ว เหลือเพียงการสอบเลื่อนระดับข้าก็จะกลายเป็นนักปรุงโอสถระดับเงิน คำตอบของรั่วอวี่ทำให้ซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อย

            แม่นางรั่วอวี่เคยกล่าวไว้ว่าผู้ปรุงโอสถระดับเงินนั้นเป็นดั่งนักปรุงโอสถระดับสูง แปลว่าท่านเองก็ใกล้จะไปถึงจุดนั้นแล้ว นับว่าเป็นอัจฉริยะยิ่งนัก

            รั่วอวี่หัวเราะอย่างขัดเขิน เป็นเพราะท่านปู่สั่งสอนข้ามาดี อันที่จริงระดับชั้นของสำนักพงไพรมิใช่สิ่งสำคัญเป็นเพียงมาตรฐานที่จะช่วยรองรับและสร้างชื่อเสียงให้กับนักปรุงโอสถเท่านั้น เนื่องจากหากได้รับการรับรองจากสำนักพงไพร สำนักอื่นๆในทุกดินแดนต่างก็เชื่อมั่นและอยากได้ตัวผู้ปรุงโอสถผู้นั้นไปเข้าร่วมขั้วอำนาจของตนทั้งสิ้น        

            แต่ท่านปู่เคยสอนข้าว่า การปรุงโอสถนั้นแท้จริงไร้ขอบเขตและการกำหนดระดับชั้น มีเพียงต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและทดลองอย่างไม่หยุดยั้งจึงจะเป็นผู้ปรุงโอสถที่แท้จริง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่สามารถปรุงโอสถได้ดั่งใจนึกแก้ไขได้ทุกสถานการณ์จึงจะนับว่าบรรลุระดับปรมาจารย์นักปรุงโอสถ

            ซ่งไป่หลางรับฟังพลางรู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ของผู้อาวุโสรั่ว เช่นนั้นบางทีท่านผู้อาวุโสรั่วอาจจะอยู่ที่ระดับทองกระมัง?”

            ผิดแล้ว ท่านปู่มิเคยเข้ารับการทดสอบตามมาตรฐานของสำนักพงไพร ในความเป็นจริงท่านมิมีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเข้าร่วมการทดสอบหรือกำหนดระดับชั้นของท่าน หากท่านทำโอสถขึ้นมาขายสำนักพงไพรก็ยินดีที่จะรับซื้อไว้เองทั้งหมดอยู่แล้ว

            เช่นนี้เอง ซ่งไป่หลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม่นางรั่ว หากข้าต้องการเริ่มฝึกฝนพลังธาตุพฤกษาข้าควรจะเริ่มต้นเช่นใด

            อืม ท่านปู่บอกว่าเจ้ามีพรสวรรค์ด้านธาตุพฤกษาดังนั้นจึงนับว่าเพียงพอแล้วมิต้องทดสอบอันใดอีก ทว่าการใช้งานธาตุพฤกษานั้นแตกต่างจากธาตุปกติทั่วไป วิธีการเริ่มฝึกที่ดีที่สุดก็คือการเพาะปลูกสมุนไพรและการหาเก็บเกี่ยวสมุนไพรกระมัง รั่วอวี่ตอบกลับ

            วิธีควบคุมธาตุพฤกษานั้นเริ่มต้นง่ายดายยิ่ง โดยเฉพาะในดินแดนเทพพฤกษาแห่งนี้ที่มีพลังธาตุพฤกษาหนาแน่นเป็นพิเศษ ก่อนอื่นเจ้าจะต้องลองสัมผัสถึงพลังธาตุพฤกษาให้สำเร็จเสียก่อน พวกเราไปทดลองหาสมุนไพรที่พื้นที่ใกล้ๆกันเถอะ

            ซ่งไป่หลางรีบทักท้วง แต่ข้ายังไม่มีความรู้ด้านสมุนไพรแม้แต่น้อย

            เจ้ายังไม่จำเป็นต้องรู้ ตอนนี้เริ่มจากฝึกพลังก่อน สมุนไพรวิเศษแต่ละต้นจะมีพลังธาตุพฤกษาแฝงเอาไว้ภายใน ขอเพียงเจ้าสามารถสัมผัสถึงพลังที่ว่านั่นและใช้มันเพื่อค้นหาได้สำเร็จก็นับว่าเจ้าฝึกฝนพลังธาตุพฤกาสำเร็จบางส่วนแล้ว

            ที่ชายขอบของป่า ซ่งไป่หลางพลันหลับตาลงก่อนจะพยายามเพ่งจิตเพื่อตอบรับประสาทสัมผัสพลังธาตุพฤกษาของตน

            ซ่งไป่หลางค่อยๆตัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากธาตุอื่นๆออกไปเพื่อให้เหลือเพียงธาตุพฤกษา เมื่อทำสำเร็จแล้วก็พบว่าในสมุนไพรวิเศษทุกต้นมีพลังสถิตย์อยู่ในตัว ในขณะที่ต้นไม้อื่นๆจะมีพลังเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกัน

            เวลานี้ในห้วงประสาทสัมผัสซ่งไป่หลางคล้ายกำลังยืนอยู่ท่ามกลางจุดละอองสีเขียวที่เข้มอ่อนปะปนกันไป ยิ่งละอองพลังหนาแน่นก็ยิ่งบ่งบอกถึงระดับของสมุนไพรที่อยู่ในบริเวณนั้น

            ขั้นเริ่มต้นเจ้าจะเห็นเพียงระดับของสมุนไพร ทว่าในอนาคตเจ้าจะต้องมองเห็นละเอียดกว่านั้นอย่างแน่นอน รั่วอวี่เอ่ยออกมาก่อนจะเอ่ยเสริม

            นักปรุงโอสถมักจะเก็บเกี่ยวสมุนไพรได้เยอะกว่าคนธรรมดาเนื่องจากพลังธาตุพฤกษานี้เอง

            ต่อมาในแง่ของการเพาะปลูก พวกเรานักปรุงโอสถจะใช้พลังธาตุพฤกษาเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของสมุนไพรทั้งด้านกายภาพและคุณสมบัติ ในขั้นต้นข้าจะยังไม่ให้เจ้าทดลองปลูกสมุนไพรแต่ให้ทดลองการควบคุมแทน

            รั่วอวี่พลันสะบัดมือไปทางกิ่งไม้ใหญ่ที่ตกอยู่บนพื้นไม่ไกลจากตนเอง

            จากนั้นกิ่งไม้ที่กำลังจะตายก็กลับกลายเป็นกิ่งไม้สด พร้อมกันนั้นหญ้าและวัชพืชต่างๆก็เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วจนผิดวิสัย ก่อนที่กิ่งไม้จะเริ่มแยกกิ่งก้านสาขาออกมามากมาย

            สิ่งที่ข้าทำคือการใช้พลังธาตุพฤกษารักษามันจากความตายและเร่งการเติบโตของกิ่งไม้นี้ แม้ว่ามันจะหลุดออกจากต้นแล้วทว่ามันก็ยังมีโอกาสเติบโตขึ้นได้ต่อ ผู้ใช้พลังธาตุพฤกษาที่มีความสามารถมากพอสามารถควบคุมพฤกษาได้อิสระดั่งใจก็นับว่ามีความสามารถในการต่อสู้อันตรายไม่แพ้ยอดฝีมือธาตุอื่นๆเลยทีเดียว

            เอาละ เจ้าลองใช้พลังธาตุพฤกษาควบคุมเถาวัลย์นี้เอาไว้จากนั้นใช้มันทำประโยชน์ต่างๆเท่าที่จะจินตนาการออก ฝึกฝนการควบคุมให้ได้สามชั่วโมงจากนั้นให้เริ่มทำการฝึกค้นหาสมุนไพรเป็นระยะเวลาเท่ากัน เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วข้าจะมาดูผลงานการฝึกฝนของเจ้าอีกครั้ง

            รั่วอวี่จากไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นเสียงของเซี่ยหยางจึงดังขึ้น

            จงรับฟังคำแนะนำของนางและผู้อาวุโสรั่วอย่างตั้งใจ ข้าเองไม่มีความรู้เรื่องพลังธาตุพฤกษาแม้แต่น้อย ส่วนเรื่องการปรุงโอสถแม้จะพอมีความรู้อยู่บ้างก็ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับนักปรุงโอสถตัวจริงได้

            ผู้อาวุโสรั่วคงจะเป็นยอดคนในด้านศาสตร์การปรุงโอสถอย่างแท้จริง ซ่งไป่หลางถอนหายใจ

            มิใช่เพียงแค่ยอดคน เกรงว่าความรู้ของผู้อาวุโสรั่วในด้านการใช้พลังธาตุพฤกษาและการปรุงโอสถจะเหนือกว่าสำนักพงไพรทั้งหมดเสียอีก น่าเสียดายที่ผู้อาวุโสรั่วมิยินยอมสั่งสอนเจ้า ทว่ายังคงให้รั่วอวี่ช่วยดูแลเจ้าแทน ต่อให้นางมิได้เก่งกาจเท่ากับผู้อาวุโสรั่วแต่เคล็ดลับที่นางสอนเจ้าย่อมเป็นสิ่งที่นางเรียนรู้มาด้วยเช่นกัน อย่าได้มองข้ามเป็นอันขาด

            ซ่งไป่หลางทดลองสัมผัสกับพลังธาตุพฤกษาอีกครั้ง แม้จะไม่สามารถควบคุมได้ดั่งใจเทียบเท่ากับพลังธาตุวารีหรืออัคคีทว่าก็เป็นเพียงเพราะยังขาดความชำนาญเท่านั้น

            เมื่อควบคุมพลังธาตุพฤกษาในร่างได้จนถึงจุดหนึ่งซ่งไป่หลางจึงทดลองถ่ายทอดพลังธาตุพฤกษานั้นเข้าสู่ต้นไม้ที่สูงกว่าร่างของตนเพียงเล็กน้อย

            ต้นไม้ต้นนั้นพลันตอบสนองต่อพลังธาตุพฤกษาของซ่งไป่หลาง กิ่งไม้ขยับสั่นไหวไปมาคล้ายแสดงความยินดีที่มีพลังธาตุพฤกษาถ่ายทอดเข้าสู่ลำต้นของมัน ซ่งไป่หลางทุ่มเทพลังสมาธิเพื่อสำรวจต้นไม้ต้นนั้นอย่างจริงจัง

            พลังธาตุพฤกษาทำให้ซ่งไป่หลางสามารถรับรู้กายภาพของต้นไม้นั้นได้อย่างละเอียด ยิ่งเมื่อพลังธาตุพฤกษาสอดประสานเข้ากับต้นไม้อย่างสมบูรณ์ก็คล้ายกับว่ามีภาพปรากฏขึ้นในหัวของซ่งไป่หลาง ราวกับสามารถสนทนากับมันได้

            กิ่งไม้เริ่มขยับไปตามการบังคับควบคุมของซ่งไป่หลาง มันเคลื่อนไหวเข้ามารัดพันร่างของซ่งไป่หลางอย่างอ่อนโยนจากนั้นก็ยกร่างของซ่งไป่หลางขึ้นไปด้านบนยอดของมัน แม้กระบวนการทั้งหมดจะเชื่องช้าอย่างยิ่งทว่าก็เป็นเพียงเพราะขาดความชำนาญเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางอดจินตนาการไม่ได้ หากสามารถควบคุมได้ดีพอ ข้าอาจจะสามารถใช้พฤกษาแทนอาวุธ ควบคุมผืนป่าเข้าต่อสู้กับศัตรูได้

            เซี่ยหยางรู้ความคิดของเด็กหนุ่มจึงเอ่ยเสริม ในอดีตข้าเคยทดสอบฝีมือกับเจ้าสำนักพงไพรที่มีความชำนาญพลังธาตุพฤกษาเป็นอันดับต้นๆของดินแดนเทพพฤกษา แม้ข้าจะเอาชนะมาได้แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นการประลองที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

            เวลานั้นเจ้าสำนักพงไพรมิได้ยืนอยู่ท่ามกลางป่าแต่กลับสรรค์สร้างป่าขึ้นจากเมล็ดพันธุ์ อาศัยพลังธาตุพฤกษาเร่งการเจริญเติบโตจนพวกมันกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ในพริบตา มีทั้งต้นไม้ที่แข็งแกร่ง เถาวัลย์ที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระและต้นไม้ที่อาศัยอยู่ใต้ดิน นับว่ามีลูกเล่นหลากหลายยิ่งนัก ที่สำคัญเมื่อได้รับการส่งเสริมพลังจากธาตุพฤกษาที่แข็งแกร่งต้นไม้พวกนั้นจึงทรงพลังอย่างมาก แม้แต่ดาบที่สร้างจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ยังไม่อาจตัดขาดได้

            ซ่งไป่หลางรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่งพลางคิดไปถึงคำพูดของรั่วอวี่ หากผู้ใช้พลังธาตุพฤกษาสามารถควบคุมพลังธาตุได้ดีพอ กระทั่งสร้างมวลพฤกษาขึ้นในพริบตาให้กลายเป็นอาวุธได้ย่อมต้องกลายเป็นนักสู้ที่น่าเกรงขามอย่างแน่นอน

            อันที่จริงเวลานั้นทั้งข้าและเจ้าสำนักพงไพรต่างก็เพียงต้องการประลองแลกเปลี่ยนความรู้มิได้ลงมืออย่างจริงจัง ในความคิดของข้าเจ้าสำนักพงไพรยังมีอาวุธสำคัญอีกหลายอย่าง เช่นโอสถวิเศษรวมถึงการใช้พลังธาตุอัคคี เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าพลังธาตุอัคคีเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักของนักปรุงโอสถ ยิ่งควบคุมพฤกษาได้ดีก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อพลังธาตุอัคคี เนื่องจากธาตุพฤกษาจะส่งเสริมพลังของธาตุอัคคีขึ้น

            ทว่าเจ้าสำนักพงไพรย่อมรู้ดีว่าไม่อาจใช้อัคคีเอาชนะข้าได้โดยง่าย มันจึงเลือกใช้ธาตุพฤกษาที่ชนะทางธาตุวารีเป็นหลัก

            ส่วนข้าเองยังคงเก็บงำยอดวิชาเอาไว้มิได้ใช้ออก เพียงแค่ใช้วิชาระดับพื้นฐานของตนเองเท่านั้น

            เวลานี้ข้าอยากให้เจ้าฝึกพลังธาตุพฤกษาให้ชำนาญเนื่องจากมันจะมีประโยชน์ต่อความสามารถในการต่อสู้ของเจ้าในอนาคตอีกมาก วารีส่งเสริมพฤกษา พฤกษาส่งเสริมอัคคี ทั้งสามธาตุใช้งานสอดประสานจะทำให้เจ้าสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น