God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 85 : ตอนที่ 80 เข้าสู่ดินแดนเทพพฤกษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 241 ครั้ง
    8 ม.ค. 63

               ดินแดนเทพพฤกษานั้นเป็นดินแดนที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชสมุนไพรจำนวนมาก เนื่องจากพลังธาตุพฤกษาที่ปกคลุมหนาแน่นอยู่ทั่วทั้งดินแดน ทำให้ดินแดนเทพพฤกษาจัดเป็นดินแดนที่มีจำนวนสมุนไพรวิเศษมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง

            สมุนไพรวิเศษบางประเภทมีเงื่อนไขที่ยุ่งยากในการเพาะปลูก ทว่าเมื่อมาถึงดินแดนเทพพฤกษาก็แทบจะไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สามารถเพาะปลูกได้ เนื่องจากพลังธาตุพฤกษาจะคอยสนับสนุนให้ต้นสมุนไพรเจริญเติบโตขึ้นอย่างง่ายดาย อีกทั้งดินแดนแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยยอดฝีมือด้านศาสตร์แห่งการปรุงยาและการเพาะปลูกสมุนไพร

            คงมีเพียงสมุนไพรบางประเภทที่ต้องปลูกในสภาวะพิเศษเช่นสมุนไพรธาตุอัคคีเข้มข้นที่ต้องปลูกในพื้นที่เขตภูเขาไฟและเติบโตด้วยการดูดซับลาวาแทนน้ำ หรือสมุนไพรที่ต้องปลูกในที่หนาวจัดจนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดทนทานได้จึงจะไม่สามารถหาได้ในดินแดนแห่งนี้

            นี่เป็นคำนิยามที่ผู้คนมอบให้กับดินแดนเทพพฤกษา และสวนสมุนไพรของสำนักพงไพรก็นับว่าเป็นสวนสมุนไพรที่รวบรวมสุดยอดวัตถุดิบสำหรับการปรุงยาบนโลกเอาไว้แทบทั้งหมด

            พื้นที่ปกครองของสำนักพงไพรก็คือป่าห้าฤดูกาล สถานที่ที่อบอวลไปด้วยพลังธาตุพฤกษาเข้มข้นเหมาะสำหรับผู้ฝึกพลังยุทธ์ที่มีพลังธาตุพฤกษาในตัว ขนาดของป่านั้นกว้างมากกว่านิกายบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางประมาณหนึ่งร้อยเท่า แม้ว่าขนาดของสำนักพงไพรจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆภายในป่าแห่งนี้แต่ทุกคนในดินแดนเทพพฤกษาจะทราบดีว่าอาณาเขตที่แท้จริงของสำนักพงไพรก็คือป่าทั้งหมด

            โดยที่สำนักพงไพรตั้งอยู่ที่บริเวณศูนย์กลางของป่า สถานที่ที่มีต้นไม้ขนาดยักษ์ที่สูงจนทะลุก้อนเมฆตั้งอยู่ ผู้คนในดินแดนเทพพฤกษาเรียกขานต้นไม้นี้ว่าต้นค้ำสวรรค์ นับเป็นต้นไม้ที่แข็งแกร่งและมีคุณค่ามากที่สุดในดินแดนเทพพฤกษาเลยทีเดียว

            ณ บริเวณชายขอบของป่าห้าฤดูกาล ร่างงดงามบอบบางของหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเดินลัดเลาะไปตามผืนป่าอย่างร่าเริง ระหว่างที่กำลังเดินนางจะเอื้อมมือเด็ดผลไม้และสมุนไพรตามเส้นทางไปด้วยทีละน้อย ก่อนจะเก็บเข้าไปไว้ด้านในแหวนมิติของตน

            เรือนผมสีเขียวเช่นเดียวกับใบไม้ในป่าสร้างความรู้สึกกลมกลืนให้กับร่างของหญิงสาว ขณะเดียวกันดวงตาสีน้ำตาลเข้มซุกซนก็กวาดมองไปยังพื้นที่โดยรอบเพื่อมองหาสมุนไพรป่าชั้นเลิศอย่างคล่องแคล่ว

            ระหว่างที่กำลังเดินเก็บสมุนไพร นางพลันหยุดชะงักก่อนจะจ้องมองไปยังด้านหน้าของตนที่ปรากฏร่างของพยัคฆ์สีขาวตัวหนึ่งขึ้น พยัคฆ์ตนนี้เป็นถึงสัตว์ปีศาจระดับสี่ขั้นสูง พลังเทียบเท่ากับผู้มีพลังขั้นสูงสุดของระดับชั้นรวมวิญญาณเลยทีเดียว

            หญิงสาวมองเห็นพยัคฆ์สีขาวตรงหน้าแทนที่จะหวาดกลัวกลับเผยรอยยิ้มอบอุ่นขี้เล่น หู่เอ๋อ ข้าไม่ได้กลับบ้านมานานเจ้าคงคิดถึงข้าละสิ ท่านปู่อยู่ที่ไหนกันละ

            ปกติแล้วเมื่อนางกลับมาที่บ้าน ท่านปู่จะเป็นผู้ออกมารับนางเสมอโดยมีพยัคฆ์ขาวตนนี้ตามติดมาด้วย มันเป็นสัตว์ปีศาจที่ถูกเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็ก เรียกได้ว่าเติบโตมาพร้อมๆกับหญิงสาวเลยทีเดียว แม้จะเป็นสัตว์ปีศาจที่อายุน้อยทว่าพลังของมันกลับพัฒนาอย่างรวดเร็วเนื่องจากมันถูกเลี้ยงดูด้วยสมุนไพรและโอสถวิเศษมากมายเพื่อคอยทำหน้าที่คุ้มครองหญิงสาวที่เป็นสหายของมัน

            หญิงสาวประหลาดใจเล็กน้อยที่พบว่าครั้งนี้มีเพียงพยัคฆ์ขาวที่มารอรับนางในขณะที่ท่านปู่ของนางหายไป หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับท่านปู่ ไม่น่า ระดับท่านปู่แล้วไม่มีทางเป็นอะไรง่ายๆหรอกหญิงสาวส่ายหน้าละทิ้งความคิดฟุ้งซ่านไป

            พยัคฆ์ขาวคำรามเบาๆคราหนึ่งก่อนจะทะยานร่างมาคลอเคลียกับหญิงสาวด้วยความรักใคร่ จากนั้นหญิงสาวก็ขึ้นขี่หลังของมันและมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายของตน

            ในที่สุดพยัคฆ์ขาวก็พานางมาจนถึงบ้านที่ถูกสร้างขึ้นจากต้นไม้ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตมากนักแต่ก็ให้ความรู้สึกเงียบสงบและอบอุ่นแลดูน่าอยู่อาศัยอย่างยิ่ง บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นจากพลังธาตุพฤกษาและมีการลงอักขระค่ายกลปกป้องเอาไว้เป็นอย่างดี หากมิใช่คนที่ได้รับอนุญาตยากนักที่จะฝ่าเข้ามาในอาณาเขตของบ้านหลังนี้ได้

            ท่านปู่ ข้ากลับมาแล้วหญิงสาวทิ้งตัวลงจากหลังของพยัคฆ์ขาวแล้วกระโดดเข้าไปในบ้านอย่างร่าเริง

            เมื่อเข้าไปด้านใน นางตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างหนึ่งนอนอยู่บนเตียง แวบแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นร่างของท่านปู่ของนางทว่าเมื่อมองดูดีๆก็พบว่าร่างนั้นแลดูไม่คุ้นตาเลยแม้แต่น้อย เป็นเด็กหนุ่มที่น่าจะอายุน้อยกว่าตนเองเพียงหนึ่งปีที่กำลังนอนหลับอยู่ แม้พลังภายนอกจะอยู่ที่ระดับขั้นเหนือมนุษย์ทว่านางกลับตระหนักได้ว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่มองเห็นจากภายนอก

            ราวกับสัญชาตญาณบางอย่างทำให้นางรู้สึกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามีความพิเศษซ่อนเอาไว้ในตัว

            แน่นอนว่าร่างของคนผู้นี้ก็คือซ่งไป่หลาง ระหว่างที่กำลังต้านทานแรงดึงดูดของเต่ากลืนมิติซ่งไป่หลางได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดจนไม่อาจประคองสติเอาไว้ได้อีก และก่อนที่จะถูกพลังของเต่ากลืนมิติกระชากเข้าไปก็ได้ปรากฏรอยแตกระหว่างช่องมิติเล็กๆขึ้นและมีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าดูดร่างของซ่งไป่หลางเข้าไปภายในนั้น

            เซี่ยหยางได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ผู้ที่มีพลังมากที่จะแทรกแซงสร้างช่องว่างมิติขึ้นและดึงตัวซ่งไป่หลางเข้ามายังดินแดนเทพพฤกษาได้ในพริบตาจะต้องมีระดับพลังที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีพลังระดับขั้นจักรพรรดิฟ้า ทว่าเซี่ยหยางกลับไม่สามารถประเมินพลังของผู้ที่ลงมือช่วยเหลือได้อย่างแน่นอนจึงทำให้ต้องปกปิดร่องรอยวิญญาณของตนอย่างดีและเฝ้ามองดูอย่างเงียบงันจากในร่างของซ่งไป่หลาง

            ยังดีที่อีกฝ่ายมีเพียงเจตนาดีต้องการช่วยเหลือและไม่ได้ทำสิ่งใดมากไปกว่ามอบที่พักและโอสถบำรุงฟื้นพลังให้กับซ่งไป่หลาง ทำให้เซี่ยหยางรู้สึกโล่งใจไปได้

            กลับมาแล้วรึนังหนูเสียงอบอุ่นของชายชราดังขึ้นดึงความสนใจจากหญิงสาวไป

            ท่านปู่ ที่แท้ท่านก็อยู่ที่นี่เองหญิงสาวอุทานด้วยความยินดีโผเข้ากอดร่างของชายชรา

            ชายชราเผยรอยยิ้มสวมกอดร่างของหญิงสาวด้วยความรัก นังหนูเอ้ย โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวเหมือนเด็กๆอยู่อีก หากเจ้าทำตัวเช่นนี้ที่สำนักพงไพรคงได้ถูกเยาะเย้ยเป็นแน่

            หญิงสาวเบ้ปากเล็กน้อย ท่านปู่เอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ดี เหตุใดท่านต้องให้ข้าเข้าไปศึกษาในสำนักพงไพรด้วยเล่า ความรู้ด้านพลังธาตุพฤกษา การเก็บสมุนไพรไปจนถึงการหลอมโอสถท่านก็สามารถสอนข้าได้ ยังสอนดีกว่าพวกอาจารย์ที่สำนักตั้งไม่รู้กี่เท่า ข้าเข้าไปที่สำนักก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อันใด

            เซี่ยหยางพลันตกตะลึงทันที ชายชราผู้นี้กระทั่งมีความเชี่ยวชาญสูงส่งยิ่งกว่าอาจารย์ในสำนักพงไพรเชียวหรือ เซี่ยหยางรีบตั้งสติอย่างรวดเร็ว บางทีรั่วอวี่อาจจะแค่พูดจายกยอปู่ของตนไปเช่นนั้นเอง

            ฮ่าๆชายชราหัวเราะเอ็นดูก่อนจะตอบว่า นังหนู ข้าส่งเจ้าไปเข้าสำนักพงไพรมิใช่เพียงแค่เรื่องการศึกษา แต่ต้องการให้เจ้าได้รู้จักโลกภายนอก ที่สำคัญคือได้สร้างความสัมพันธ์กับสำนักพงไพรเอาไว้ สวนสมุนไพรของสำนักพงไพรรวบรวมสมุนไพรหายากเอาไว้จำนวนมาก ในอนาคตเจ้าจะต้องอาศัยมันเพื่อเลื่อนระดับวิชาการปรุงโอสถของเจ้า

            เอาเถอะๆ ยังไงซะท่านปู่ของข้าก็พูดถูกเสมออยู่แล้ว ข้าเพียงบ่นไปอย่างนั้นเองมิได้มีปัญหาอันใดกับสำนักพงไพรนักหรอก อาจารย์ที่นั่นก็ไม่ได้บีบบังคับอันใดข้า สหายที่สำนักก็ไม่ได้พยายามรังแกหรือตอแยสร้างความเดือดร้อนอันใด ข้าเพียงเบื่อหน่ายเพราะไม่ได้พบท่านนานเกินไปหน่อยเท่านั้น

            หึหึ ผู้ใดจะกล้ารังแกหลานสาวของข้ากันชายชรายิ้มอย่างภาคภูมิใจ

            จะว่าไปเจ้าได้ทำตามที่ข้าสอนหรือไม่ ตำแหน่งนักปรุงโอสถของเจ้าอยู่ที่ระดับใดแล้ว

            รั่วอวี่ตอบกลับทันที ระดับทองแดงขั้นสิบเจ้าค่ะ ตามที่ท่านสั่งไว้ทั้งหมด

            เซี่ยหยางรับฟังยิ่งรู้สึกตกตะลึงมากขึ้นไปอีก นักปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบด้วยอายุเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากยิ่ง ต่อให้เป็นสำนักพงไพรที่รวบรวมสุดยอดนักปรุงโอสถเอาไว้จำนวนมากแต่โดยทั่วไปผู้ฝึกปรุงโอสถที่อายุประมาณยี่สิบปีส่วนมากจะสำเร็จเพียงนักปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นหนึ่งเท่านั้น และจะต้องใช้เวลาฝึกฝนถึงสิบปีเพื่อให้บรรลุระดับทองแดงขั้นสิบ

            ส่วนนักปรุงโอสถระดับเงินส่วนมากมักจะมีอายุสี่สิบปีขึ้นไปเป็นอย่างน้อย นักปรุงโอสถระดับทองยิ่งมิต้องเอ่ยถึง นับได้ว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในศาสตร์แห่งการปรุงโอสถที่ส่วนมากจะเป็นผู้เฒ่าอายุเกินหลักร้อยไปทั้งสิ้น

            ดีแล้ว หากเจ้าแสดงตัวโดดเด่นมากเกินไปจะเป็นปัญหา แต่หากโดดเด่นน้อยเกินไปสำนักก็จะไม่ให้ความสำคัญกับเจ้ามากพอ ประมาณนี้แหละกำลังดี

            ยิ่งรับฟังคำพูดของชายชราเซี่ยหยางก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความปลงตก ที่แท้ฝีมือของนางผู้นี้อยู่ที่ระดับใดมันไม่อาจประเมินได้เลย แม้ว่าพลังฝีมือจะอยู่ที่ขั้นรวมวิญญาณแต่ศาสตร์การปรุงโอสถของนางคงไปถึงระดับเงินแล้วเป็นอย่างน้อย

            ท่านปู่ แล้วชายผู้นี้?” รั่วอวี่เปลี่ยนประเด็นสอบถามถึงคนแปลกหน้าที่นอนอยู่บนเตียงของท่านปู่ของนาง

            เมื่อวานข้ากำลังเก็บสมุนไพรอยู่บังเอิญสัมผัสได้ว่ามีร่องรอยของการระเบิดพลังที่รอยต่อระหว่างมิติใกล้กับดินแดนเทพพฤกษา ข้าจึงตรวจสอบดูและพบกับเจ้าเด็กดวงซวยผู้นี้ มันดันเดินทางข้ามดินแดนระหว่างที่เต่ากลืนมิติกำลังผ่านเส้นทางเทพพฤกษาพอดีและมันก็ใกล้จะโดนกินเข้าไปแล้ว ข้าจึงยื่นมือช่วยดึงตัวมันออกมาก่อนที่จะโดนกินเข้าไป

            คำตอบของชายชราทำให้รั่วอวี่ตกตะลึงเล็กน้อย ระดับพลังเพียงขั้นเหนือมนุษย์กลับเดินทางผ่านประตูเชื่อมดินแดนด้วยตนเองคนเดียวงั้นหรือ แล้วท่านปู่รู้ที่มาของมันหรือไม่

            ชายชราส่ายหน้า ข้าเองก็ไม่รู้ ทว่าหากไม่รู้ก็เพียงแค่ต้องถาม เจ้าคงรับฟังเรื่องราวมากพอแล้วกระมัง ไม่คิดจะเล่าเรื่องของตนเองบ้างหรือ

            เซี่ยหยางพลันตกตะลึงอีกครั้ง ซ่งไป่หลางนั้นยังไม่ได้สติแน่นอน และชายชราผู้นี้ก็รู้ดี ทว่ากลับเอ่ยวาจาเช่นนี้เห็นได้ชัดว่ามิได้พูดกับซ่งไป่หลางแต่พูดกับตนที่ลอบฟังการสนทนาของคนทั้งสองอยู่ตลอดเวลา

            วิญญาณที่มีพลังระดับเจ้าคงไม่ใช่บุคคลขี้ขลาดกระมัง ออกมานั่งสนทนากันเถอะชายชราพูดซ้ำอีกครั้ง

            เสียงถอนหายใจดังขึ้นก่อนที่ร่างของเซี่ยหยางจะก่อตัวขึ้น รั่วอวี่ตกใจกับการปรากฏตัวของเซี่ยหยางจนเผลอก้าวถอยหลังไปหลายก้าวใหญ่ ทว่าชายชรากลับเพียงเผยยิ้มเยือกเย็นขณะที่มองดูร่างวิญญาณของเซี่ยหยาง

            ท่านคือ...

            เรื่องของข้ามิต้องเอ่ยถึง เจ้าเองได้ฟังการสนทนาของข้ากับหลานมานานพอแล้ว น่าจะได้เวลาเล่าเรื่องของพวกเจ้าบ้างแล้วกระมังชายชราขัด

            เซี่ยหยางประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบรับ ข้ามีนามว่าเซี่ยหยาง และนี่คือศิษย์ของข้าซ่งไป่หลาง อย่างที่เห็นข้าเป็นเพียงวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในร่างของลูกศิษย์เท่านั้น

            ที่แท้ก็มารเซี่ยผู้โด่งดังนี่เองชายชราพยักหน้าช้าๆมิได้ตกใจกับตัวตนของเซี่ยหยางสักเท่าใดนัก มิต้องแปลกใจ ข้าคาดเดาได้หลายส่วนแล้วตั้งแต่รู้ว่าในร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้มีกลิ่นอายของพลังวารีที่แข็งแกร่งและบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ส่วนเรื่องตัวตนของเจ้าในตอนแรกข้าเองก็สัมผัสไม่ได้ แต่ตอนที่หลานของข้ามาถึงเจ้าได้เผยพลังขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบ ข้าจึงรับรู้ตัวตนของเจ้าได้

            เช่นนี้เองเซี่ยหยางพยักหน้ารับ

            ศิษย์ของเจ้าใช้พลังมากเกินไปจึงทำให้หมดสติ ทว่าอีกไม่นานก็คงตื่นขึ้นแต่ผลกระทบจากการใช้พลังจะยังคงอยู่สักวันสองวัน ระหว่างนี้ก็ให้มันพักอยู่ที่นี่ก่อนแล้วกัน

            ท่านไม่ต้องการทราบเหตุผลที่พวกเรามายังดินแดนแห่งนี้หรือ?” เซี่ยหยางแกล้งถาม

            เฮอะ ข้าเห็นมันมีพลังธาตุพฤกษาไหลเวียนในร่างก็รู้แล้วว่าพวกเจ้ามาทำไม ยังมีเรื่องการฝึกพลังขั้นเหนือมนุษย์ที่แปลกพิสดารผิดจากคนทั่วไปข้าก็ยิ่งคาดเดาได้ง่าย หากไม่ได้โอสถวิเศษที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมมากพอเจ้าหนูนี่คงต้องใช้เวลานับสิบปีในการฝึกพลังขั้นเหนือมนุษย์จนบรรลุจุดสูงสุด

            ที่แท้ท่านก็คาดเดาได้หมดแล้วจริงๆเซี่ยหยางถอนหายใจ

            ท่านปู่ ที่ว่าฝึกพลังขั้นเหนือมนุษย์แปลกพิสดารนั้นเป็นเช่นไรหรือรั่วอวี่อดถามออกมาไม่ได้

            ก็เจ้าหนูนี่แทนที่จะฝึกฝนโดยพัฒนาอวัยวะทีละส่วนเติบโตทีละขั้น มันดันกระจายพลังลมปราณออกเป็นเจ็ดส่วนเท่าๆกันแล้วส่งไปยังอวัยวะทั้งหมดในร่างกาย การจะพัฒนาขั้นพลังเหนือมนุษย์เลยยากกว่าคนปกติหลายเท่าตัว แต่หากฝึกสำเร็จก็จะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัวเช่นกัน

            ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือเนี่ยรั่วอวี่พลันตกตะลึงอีกครั้ง เช่นนั้นทำไมตอนข้ามีพลังขั้นเหนือมนุษย์ท่านจึงไม่ให้ข้าฝึกเช่นนี้บ้างละเจ้าคะ โอสถวิเศษของท่านปู่เองก็มีตั้งมากมาย

            นังหนูเอ้ย วิธีการฝึกนี้ไม่ได้ง่ายดายเพียงแค่อยากทำก็ทำได้หรอกนะ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นหากเจ้ามีพลังลมปราณไม่มากพอจะกลายเป็นร่างกายขาดแคลนพลังลมปราณ เกิดสภาวะร่างกายและลมปราณไม่สัมพันธ์กันทำให้หมดโอกาสฝึกฝนเพิ่มพูนพลังอีกตลอดชีวิต หรือต่อให้ฝึกช่วงต้นสำเร็จแต่ก็ต้องอาศัยพลังในการฝึกฝนอย่างหนักตลอดเวลาเพื่อคงสภาพการเติบโตของพลังในแต่ละส่วนของอวัยวะเอาไว้ ดูเหมือนเจ้าหนูนี่จะโชคดีเล็กน้อยจึงผ่านขั้นตอนนี้มาได้ ทว่าขั้นตอนสุดท้ายคือการพัฒนาอวัยวะทั้งเจ็ดให้ถึงจุดสูงสุดนั้นคือส่วนที่ยากที่สุด

            หากฝึกฝนโดยวิธีการทั่วไปจะต้องใช้เวลายาวนานนับสิบปี หรือหากใช้โอสถวิเศษช่วยก็อาจจะลดเวลาลองมาได้เหลือประมาณหกถึงเจ็ดปี มีแต่ต้องใช้โอสถวิเศษระดับสูงที่ส่งเสริมร่างกายโดยเฉพาะจึงจะมีโอกาสลดหย่อนเวลาลงมาได้มากพอ

            รั่วอวี่ได้ฟังแล้วก็เข้าใจ ที่แท้วิธีการฝึกนี้แม้จะได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมทว่าก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่มากมายเช่นกัน

            ถูกต้องตามที่ท่านเอ่ยทุกอย่าง ท่านผู้อาวุโส ข้าควรเรียกท่านว่าอันใดน้อยคนนักที่เซี่ยหยางจะเอ่ยปากเรียกขานด้วยคำว่าผู้อาวุโสเช่นนี้

            อืม เจ้าก็เรียกข้าว่าผู้อาวุโสนั่นแหละดีแล้ว หรือจะเรียกว่าผู้เฒ่ารั่วก็ได้ นั่นเป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกขานข้าชายชราตอบกลับ

            ท่านผู้อาวุโส ข้ารู้ดีว่าคำขอนี้ค่อนข้างเห็นแก่ตัว ทว่าข้าอยากขอให้ท่านช่วยสอนศิษย์ของข้าด้านการใช้พลังธาตุพฤกษาและศาสตร์การปรุงโอสถเซี่ยหยางเอ่ยออกมา

            ชายชราเลิกคิ้วก่อนจะหัวเราะ ฮ่าๆ เจ้าเห็นแก่ตัวจริงๆนั่นแหละ แน่นอนว่าข้าขอปฏิเสธ หากเจ้าต้องการให้มันเรียนรู้การใช้พลังธาตุพฤกษาและศาสตร์แห่งการปรุงโอสถก็ให้มันเข้าไปศึกษาที่สำนักพงไพรเถอะ ข้าจะช่วยเขียนจดหมายแนะนำให้เพื่อช่วยให้ขั้นต้อนการเข้าสำนักมีความยุ่งยากน้อยลง

            เซี่ยหยางผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยขอร้องอันใดอีก ขอบคุณท่านผู้อาวุโส

            อืม แม้ว่าเจ้าหนูนี่จะฝีมือค่อนข้างดีแต่สำนักพงไพรเองก็มียอดฝีมือระดับสูงๆอยู่มากเหมือนกัน เอาเป็นว่าข้าจะให้รั่วอวี่คอยช่วยดูแลมันด้วยเวลาที่อยู่ในสำนักพงไพรเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ถูกรังแกก็แล้วกัน

            รั่วอวี่ทำตาโตทันที ได้ยังไงกันท่านปู่ อยู่ดีๆก็โยนภาระมาให้ข้าแบบนี้เฉยเลย

            หึหึ นังหนู เจ้าอยู่ในสำนักพงไพรก็ว่างมากอยู่แล้ว แค่ดูแลเจ้าเด็กนี่เพิ่มสักคนไม่ทำให้เจ้าเหนื่อยเกินไปหรอก อย่างไรเสียสำนักพงไพรก็แทบไม่มีสิ่งใดให้เจ้าได้เรียนรู้ บางทีการที่เจ้าคอยดูแลมันและสอนอะไรบางอย่างอาจจะช่วยให้เจ้าพัฒนาพื้นฐานของตนเองได้เช่นกัน

            เฮ้อ เอาเป็นว่าข้าไม่รับปากแล้วกันรั่วอวี่ตอบแบบส่งๆ

           

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 241 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #140 dfrdz007 (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 21:20
    thank u
    #140
    0