God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 75 : ตอนที่ 71 สังหารซานตง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 280 ครั้ง
    8 ธ.ค. 62

                ดินแดนตราสูญ ด้านนอกหุบเขาชนเผ่าผู้ผนึก ร่างของซานตนยืนอยู่บนท้องฟ้าจ้องมองไปยังหุบเขาที่ถูกครอบคลุมด้วยม่านพลังป้องกันด้วยสายตาอำมหิต เจ้าพวกชนเผ่าผู้ผนึก ดิ้นรนเปล่าประโยชน์ยิ่งนัก อีกเพียงไม่กี่เดือนข้าก็จะทำลายผนึกป้องกันของพวกเจ้าได้ เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะไม่ละเว้นแม้กระทั่งสุนัขสักตัว

                แม้ว่ามันจะทุ่มเทพลังของขั้นราชันยุทธ์โจมตีมากเพียงใดม่านพลังนี้ก็ดูจะยังคงสภาพความแข็งแกร่งเอาไว้ได้ตลอดเวลา ความหงุดหงิดงุ่นง่านใจของจักรพรรดิอสรพิษมารยิ่งทวีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                บัดซบยิ่งนัก หากมิใช่เจ้าอู๋ตงไห่ชิงพาผู้คนหลบหนีกลับไปยังดินแดนของมันจำนวนมาก อย่างน้อยข้าอาจจะสามารถคลายผนึกได้บางส่วนและเร่งการทำลายม่านพลังลงได้เร็วยิ่งกว่านี้ มันรู้สึกคลั่งแค้นใจยิ่งนัก เดิมทีมันได้ฝังร่องรอยเอาไว้บนร่างของอู๋ตงไห่เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่อาจหลบหนีและต้องรวบรวมคนมาให้กับมัน ทว่าหลังจากที่มันติดตามอู๋ตงไห่จนได้พบกับซ่งไป่หลางร่องรอยนั้นก็ได้ถูกทำลายไปแล้ว

                มันยังเสียเวลาไปกับการไล่ล่าซ่งไป่หลางและผู้เฒ่าชนเผ่าผู้ผนึกไปอีกเล็กน้อย ทำให้อู๋ตงไห่พามนุษย์คนอื่นๆกลับไปยังดินแดนจนเกือบหมด พวกที่มันจับตัวเอาไว้ได้มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะใช้ลดทอนพลังของผนึกสูญสลายได้ อย่างไรเสียคนเหล่านี้ก็เป็นเพียงขั้นเหนือมนุษย์ระดับต้นๆเท่านั้น

                และเพราะคำพูดของซ่งไป่หลางที่กระตุ้นให้อู๋ตงไห่ต้องรีบทำลายประตูเชื่อมดินแดนจึงทำให้มันไม่สามารถข้ามไปยังอีกดินแดนหนึ่งได้เช่นกัน เฮอะ แม้ว่าด้วยพลังระดับราชันยุทธ์ข้าจะสามารถเปิดประตูเชื่อมดินแดนได้อีกครั้งทว่ามันก็ต้องใช้พลังจำนวนมากจนทำให้อยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์เป็นระยะเวลายาวนานเช่นกัน เวลานี้ข้ายังไม่อาจแบ่งพลังไปใช้กับเรื่องอื่นได้ ดวงตาของมันจ้องมองไปยังพื้นที่ผนึกป้องกันก่อนจะแค่นยิ้ม

                ข้าจะทำให้พวกเจ้าจมอยู่กับความสิ้นหวัง

                จักรพรรดิอสรพิษมาร เจ้าช่างทำตัวเสียเวลาเปล่ายิ่งนัก เจ้าเอ่ยว่าต้องการสังหารชนเผ่าผู้ผนึก ต้องการมอบความสิ้นหวังให้กับพวกเขา ทว่าสิ่งที่ข้าเห็นมีเพียงการกระทำที่ไร้ค่าและเปล่าประโยชน์เท่านั้น เจ้าไม่สามารถทำลายม่านผนึกป้องกันได้จึงได้แค่พ่นวาจาไปเรื่อยๆ ข้าอยากจะรู้ยิ่งนักว่าเจ้าจะทำลายชนเผ่าผู้ผนึกได้เยี่ยงไร เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านในม่านผนึกป้องกัน

                สีหน้าของซานตงดำคล้ำ ซ่งไป่หลาง ที่แท้เจ้าเฒ่านั่นก็พาเจ้าไปมุดหัวหลบอยู่ภายในม่านผนึกป้องกันในช่วงเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ช่างโอหงยิ่งนัก หลังจากผนึกป้องกันถูกทำลายลงและข้าได้ตัวชนเผ่าผู้ผนึกมาเจ้าก็หมดประโยชนำสำหรับข้าแล้ว มิมีเหตุผลที่ข้าจะต้องการร่างของเจ้าอีกต่อไป ดังนั้นจงเตรียมใจตายเอาไว้เถอะ

                เฮอะๆ เจ้าก็เพียงแค่ดีแต่ปากเท่านั้น เจ้าอยากได้ร่างของข้าทว่าไม่อาจยึดครองได้ ถึงตอนนี้กลับเอ่ยปากว่าจะฆ่าข้าเพียงเพราะไม่ต้องการร่างของข้าแล้ว ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก ซ่งไป่หลางแค่นเสียง

                ซ่งไป่หลาง แน่จริงก็จงออกมาภายนอกม่านผนึก ข้าจะฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ ซานตงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว

                ย่อมได้ ซ่งไป่หลางหัวเราะก่อนที่ร่างของมันจะทะยานฝ่าออกยังภายนอกของม่านผนึกป้องกัน

                สีหน้าของซานตงแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันระมัดระวังตัวขึ้นมาในทันที พวกเจ้าวางแผนอันใดเอาไว้

                หืม ซ่งไป่หลางเลิกคิ้ว ก่อนหน้านี้เจ้าท้าทายให้ข้าออกมา ข้าก็ออกมาแล้ว ถึงตอนนี้เจ้ากลับหวาดกลัวข้า ฮ่าๆจักรพรรดิอสรพิษมาร เจ้ามันช่างเก่งแต่ปากเสียจริง

                อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าวางแผนอะไรบางอย่างเอาไว้ ทว่าเจ้าคิดหรือว่าข้าจำเป็นที่จะต้องหวาดกลัว พลังของเจ้าอยู่เพียงขั้นเหนือมนุษย์ ข้าสามารถบดขยี้เจ้าได้ในพริบตาด้วยซ้ำ ต่อให้ชนเผ่าผู้ผนึกต้องการจะปกป้องเจ้าพวกมันก็ยังไม่มีปัญญา แม้จะเอ่ยอย่างเชื่อมั่นทว่าซานตงกลับมีท่าทีระมัดระวังตลอดเวลา

                จักรพรรดิอสรพิษมาร หากเจ้าสามารถกระทำได้ก็จงทำเถอะ อย่ามัวแต่เอ่ยวาจาอยู่เลย ซ่งไป่หลางท้าทาย

                เฮอะ เช่นนั้นก็จงตายเสีย ซานตงคำรามเสียงกร้าว มันทะยานร่างเข้าหาซ่งไป่หลางอย่างบ้าคลั่ง วายุทมิฬก่อตัวอยู่บนฝ่ามือของมันก่อนจะฟาดฟันผ่าอากาศโจมตีเข้าใส่ร่างของซ่งไป่หลาง

                เวลาเดียวกัน ร่างบอบบางของโหวปิงหยุนปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของเด็กหนุ่ม พลังน้ำแข็งเย็นยะเยือกครอบคลุมไปทั่วบริเวณทำให้ซ่งไป่หลางไม่สามารถขยับร่างกายได้แม้แต่น้อย

                จักรพรรดิอสรพิษมารรอบคอบเป็นอย่างมาก มันเลือกที่จะลงมืออย่างเต็มกำลังเพื่อทำลายซ่งไป่หลางในคราเดียวและไม่เปิดโอกาสให้ซ่งไป่หลางรอดชีวิตเลยแม้แต่น้อย

                ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้น ซ่งไป่หลางพลันเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ สมแล้วที่ผู้อาวุโสบอกกับข้าว่าจักรพรรดิอสรพิษมารนั้นเจ้าเล่ห์และรอบคอบยิ่งนัก ทว่าก็เพราะเหตุนี้จึงทำให้เป็นไปตามแผนการของพวกเราพอดี

                นี่ ซานตงอุทานออกมาคำหนึ่ง เช่นเดียวกับโหวปิงหยุนที่มีสีหน้าแตกตื่นถึงขีดสุด พวกมันตระหนักได้ถึงความมรู้สึกอันคุ้นเคยที่แผ่คลุมร่างกาย ความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับที่มันเคยเจอยามที่ร่างจริงของพวกมันถูกผนึกด้วยตราผนึกสูญสลาย

                บัดซบ เจ้าพวกชนเผ่าผู้ผนึก คิดจะกักขังข้าอีกรึ ซานตงสลายพลังวายุทมิฬอย่างรวดเร็วจากนั้นรีบหันกายและเตรียมหลบหนีไปให้ไกลที่สุด ขณะเดียวกันโหวปิงหยุนได้สร้างม่านพลังน้ำแข็งปกคลุมรอบกายอย่างหนาแน่น

                เปล่าประโยชน์ วิชาตราผนึกเทวะมิใช่วิชาต่อสู้ทั่วไป ทว่าเป็นวิชาประเภทอักขระค่ายกล ทันทีที่มันเริ่มทำงานเจ้าก็ไม่มีทางหลบหนีได้แล้ว ซ่งไป่หลางหัวเราะเบาๆด้วยความพึงพอใจ

                ผนึก!!” เสียงร้องสิบเสียงดังผสานขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน ร่างของผู้เฒ่าจากชนเผ่าผู้ผนึกและยอดฝีมืออีกเก้าคนได้ปรากฏตัวขึ้นและร่วมมือกันใช้วิชาผนึกร่างของซานตงและโหวปิงหยุน

                สีหน้าของซานตงแปรเปลี่ยน เจ้าพวกหน้าโง่ ความสามารถของพวกเจ้ายังห่างไกลจากบรรพบุรุษของพวกเจ้ายิ่งนัก แม้ร่างแยกวิญญาณของข้าจะมีระดับเพียงขั้นราชันยุทธ์พวกเจ้าก็ไม่อาจผนึกได้อย่างสมบูรณ์

                มันตระหนักได้แล้วว่าผนึกนี้มิได้กักขังร่างของซานตงและโหวปิงหยุนเอาไว้ ทว่าทำได้เพียงลดทอนระดับขั้นพลังของร่างแยกวิญญาณของมันเท่านั้น

                พวกเจ้าย่อมรู้ดีว่าการใช้วิชาผนึกนี้จะส่งผลสะท้อนต่อพวกเจ้าเอง จากนี้ไปแม้ระดับพลังของร่างแยกวิญญาณข้าจะอ่อนด้อยลงอย่างมากทว่าพวกเจ้าก็ไม่มีปัญญาทำลายร่างแยกวิญญาณของข้าเช่นกัน ฮ่าๆ ช่างดิ้นรนโดยเปล่าประโยชน์แท้ๆ ซานตงแผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

                ระดับพลังของมันลดลงแล้ว ตอนนี้พลังของมันเหลือเพียงขั้นรวมวิญญาณระดับสามเท่านั้น เซี่ยหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

                ซ่งไป่หลางพ่นลมหายใจช้าๆ ฟู่ ระดับสามรวมวิญญาณสินะ ดวงตาของเด็กหนุ่มทอประกายคมกล้า ข้าต้องจัดการซานตงเป็นอันดับแรก

                แม้ว่าร่างของทั้งสองจะถูกควบคุมโดยวิญญาณของจักรพรรดิอสรพิษมารเช่นกันทว่าวิชาและพลังธาตุของพวกมันยังคงเป็นของเจ้าของร่างดั้งเดิมอยู่ การจัดการกับโหวปิงหยุนที่ใช้พลังธาตุเหมันต์วารีนั้นค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากพลังของวิชาเหมันต์วารีนั้นโดดเด่นในเชิงของการป้องกันและยับยั้งเป็นอย่างยิ่ง หากโหวปิงหยุนถ่วงเวลามันเอาไว้นานพอไม่แน่ว่าจักรพรรดิอสรพิษมารอาจหาวิธีจัดการกับผนึกของชนเผ่าผู้ผนึกได้เสียก่อน

                หืม ซานตงเลิกคิ้วเล็กน้อยมองดูร่างของซ่งไป่หลางที่พุ่งเข้าหามัน อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าได้ เพียงเพราะพลังของข้าถูกลดลงเหลือขั้นรวมวิญญาณมิได้หมายความว่าสวะขั้นเหนือมนุษย์เช่นเจ้าจะสามารถท้าทายข้าได้ จงตายเสียเจ้าเด็กโอหัง

                วายุทมิฬถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าพลังของซานตงจะถดถอยหลังหลายสิบเท่าทว่าพลังของมันก็ยังมากพอที่จะใช้บดขยี้ผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย

                ฝ่ามือของซานตงซัดเข้าใส่ใบหน้าของซ่งไป่หลาง พริบตานั้นสัญลักษณ์ดอกบัวได้ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเด็กหนุ่ม ทว่าที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือดอกบัวนั้นได้เพิ่มจำนวนจากหนึ่งกลายเป็นสอง

                พลังของซ่งไป่หลางพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าของซานตงแปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง มันไม่คิดเลยว่าซ่งไป่หลางจะสามารถเพิ่มพูนพลังขึ้นมาได้มากถึงเพียงนี้

                เจ้าใช้วิชาอันใดกันแน่ มันคำรามด้วยน้ำเสียงแตกตื่น

                เปรี้ยง!! ฝ่ามือวายุทมิฬของมันถูกปัดออกอย่างรุนแรง ซ่งไป่หลางสะบัดฝ่ามือออกเบื้องหน้าใช้วิชาวารีแปลงลักษณ์สร้างดาบวารีอันแหลมคมขึ้นเล่มหนึ่งแล้วฟาดฟันเข้าใส่ร่างของซานตง

                ฉัวะ!! “อ้ากกก ซานตงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แขนข้างขวาของมันถูกตัดจนขาดสะบั้น ไอพลังสีดำที่เกิดจากวิญญาณของจักรพรรดิอสรพิษมารลอยหลุดออกจากร่างของมันบริเวณส่วนบาดแผลอย่างต่อเนื่อง

                ซ่งไป่หลาง เจ้าสารเลว มันระเบิดพลังขั้นรวมวิญญาณออกอีกครั้งหนึ่ง พลังวายุทมิฬหลอมรวมดุจใบมีดและฟาดฟันเข้าสู่ร่างของซ่งไป่หลางจากหลากหลายทิศทาง

                ซ่งไป่หลางปล่อยให้คมมีดวายุของอีกฝ่ายตัดผ่านร่าง ไม่สนใจบาดแผลเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตน วิชากายาบัวพิสุทธิ์ที่พัฒนาจนถึงขั้นสองทำให้ร่างกายของมันทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ยังมีโลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่ส่งเสริมร่างกายของมันจนแข็งแกร่งราวกับโลหะแกร่งกล้า

                ตาย ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

                ซานตงพลันกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำใช้วิชาต้องห้ามของมันสลายร่างไปจากจุดเดิมอย่างรวดเร็วทำให้รอดพ้นจากดาบวารีของซ่งไป่หลางได้อย่างหวุดหวิดและปรากฏตัวขึ้นบนพื้นที่ห่างไกลออกไปหลายสิบลี้

                ดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกายอำมหิต มันไม่อาจปล่อยให้ซานตงหลบหนีไปได้โดยเด็ดขาด

                อย่าคิดว่าจะสามารถทำตามใจชอบได้ เสียงเย็นชาของโหวปิงหยุนดังขึ้น

                เคล็ดเหมันต์วารี วิญญาณเยือกแข็ง

                ร่างของซ่งไป่หลางชะงักไปเล็กน้อย พลังเยือกแข็งของโหวปิงหยุนทำให้ความเร็วของเด็กหนุ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันโหวปิงหยุนได้ทะยานร่างเข้าหาซ่งไป่หลางอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเด็กหนุ่มเคร่งขรึมลงเพราะเข้าใจถึงเจตนาของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างชัดเจน

                คิดจะใช้โหวปิงหยุนมาถ่วงเวลาข้าสินะ

                ซ่งไป่หลาง ความแข็งแกร่งของเจ้าช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ทว่าเจ้ายังไม่มีคุณสมบัติที่จะต่อต้านข้า จักรพรรดิอสรพิษมารผู้นี้ โหวปิงหยุนแค่นเสียง

                มาดูกันว่าข้ามีคุณสมบัติที่จะต่อต้านเจ้าหรือไม่ ซ่งไป่หลางหัวเราะเสียงเย้ยหยัน

                เคล็ดเหมันต์วารี ผลึกน้ำแข็งมรณะ

                พลังเหมันต์วารีก่อตัวเป็นก้อนน้ำแข็งที่แหลมคมและมีขนาดมหึมา โหวปิงหยุนซัดขว้างแท่งน้ำแข็งเข้าใส่ร่างของซ่งไป่หลางอย่างรุนแรง

                ร่มสวรรค์แปดบัวดาราปรากฏขึ้นในมือของเด็กหนุ่ม พร้อมกันนั้นซ่งไป่หลางได้ดีดร่างถอยหลังอย่างสุดกำลัง ทันทีที่แท่งน้ำแข็งปะทะเข้ากับร่มสวรรค์แปดบัวดาราร่างของซ่งไป่หลางก็ถูกแรงส่งของแท่งน้ำแข็งดีดจนถอยไปไกลหลายลี้ในพริบตา

                บัดซบ โหวปิงหยุนอุทานด้วยความแตกตื่น นางนึกไม่ถึงเลยว่าซ่งไป่หลางจะฉวยโอกาสจากการโจมตีของนางเพื่อเคลื่อนที่ไปหาร่างของซานตงอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

                ซ่งไป่หลางที่กำลังปลิวไปด้วยแรงปะทะของแท่งน้ำแข็งหรี่ตาลงเล็กน้อย ด้วยระยะห่างระหว่างเด็กหนุ่มและซานตงในเวลานี้ยังไม่ใกล้พอที่จะโจมตีด้วยวิชาวารีแปลงลักษณ์ได้ ทว่าหากใช้วิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์สามชั้นฟ้า

                ซานตงที่กำลังพยายามหลบหนีอย่างสุดชีวิตพบว่าร่างของมันถูกพาดทับด้วยเงาของดอกบัวขนาดมหึมา สีหน้าของมันซีดขาวลงในทันที

                มันรวบรวมพลังวายุทมิฬจนแหลมคมและซัดเข้าใส่ศูนย์กลางของดอกบัวทั้งสาม ทว่าภายใต้พลังกดทับของฝ่ามือบัวสวรรค์ พลังวายุทมิฬของมันได้ถูกทำลายและบดขยี้หายไปอย่างรวดเร็วยิ่ง

                บัดซบ ทำให้ข้าต้องใช้วิธีที่ไม่อยากทำที่สุดจนได้ ซานตงแค่นเสียงด้วยความโกรธเกรี้ยว

                ภายในซากวิหารตำแหน่งของผนึกสูญสลาย จิตวิญญาณของจักรพรรดิอสรพิษมารเร่งทำการแบ่งพลังส่วนหนึ่งของมันไปยังร่างของซานตงและโหวปิงหยุน หมายที่จะฟื้นฟูพลังต่อสู้ของทั้งสองร่างให้กลับขึ้นสู่ระดับราชันยุทธ์อีกครั้ง

                ทว่าก่อนที่พลังของมันจะได้เล็ดลอดออกไปยังภายนอก ผนึกอันรุนแรงได้กดทับไปทั่วบริเวณซากวิหารและกักขังจิตวิญญาณของมันเอาไว้ได้ทันท่วงที

                กรอดด เจ้าพวกชนเผ่าผู้ผนึก

                มันตระหนักได้ในทันทีว่าชนเผ่าผู้ผนึกได้ทุ่มเททุกอย่างกับการต่อสู้ครั้งนี้ พวกมันถึงกับเกณฑ์คนทั้งหมดออกมาเพื่อทำการร่ายผนึกกักขังมิให้มันสามารถช่วยเหลือร่างแยกวิญญาณทั้งสองที่อยู่ภายนอกได้

                เร่งมือเร็วเข้า จักรพรรดิอสรพิษมารรู้ตัวแล้วว่าชนเผ่าผู้ผนึกได้แยกตัวออกไปผนึกกักขังวิญญาณร่างจริงของมันเอาไว้ เจ้าต้องกำจัดร่างของซานตงก่อนที่โหวปิงหยุนจะมุ่งหน้ากลับไปยังซากวิหารและจัดการกับคนของชนเผ่าผู้ผนึก เซี่ยหยางกระตุ้นเตือนในทันที

                พลังของฝ่ามือบัวสวรรค์กดทับลงบนร่างของซานตงอย่างต่อเนื่อง หลังจากใช้วิชาลับต้องห้ามในการหลบหนีหนึ่งครั้งทำให้ระดับพลังของซานตงลดลงอย่างมาก และมันก็ไม่อาจต่อต้านการโจมตีของซ่งไป่หลางได้แม้แต่น้อย

                ขณะเดียวกันร่างของโหวปิงหยุนได้หมุนกายและมุ่งหน้ากลับไปยังซากวิหารอย่างเต็มกำลัง เวลานี้ขอเพียงนางสามารถสังหารคนของชนเผ่าผู้ผนึกได้สำเร็จ ไม่เพียงจะทำให้ร่างหลักส่งพลังมาให้กับร่างของนางได้สำเร็จ ยังสามารถใช้โลหิตของชนเผ่าผู้ผนึกทำลายตราผนึกสูญสลายได้อีกด้วย

                ซ่งไป่หลาง เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน ซานตงคำรามออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างของมันจะถูกฝ่ามือบัวสวรรค์บดขยี้จนสิ้นสูญ

                เจ้าหนู เร็วเข้า อย่าปล่อยให้นางเดินทางกลับไปยังซากวิหารได้ทัน ชายชราแห่งชนเผ่าผู้ผนึกส่งข้อความให้กับซ่งไป่หลางด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงยิ่ง

                หากใช้วิธีวิ่งตามละก็ถึงแม้จะไล่ตามได้ทันมันก็ยังคงสูญเสียเวลามากเกินไป ถึงตอนนั้นโหวปิงหยุนจะต้องเข้าถึงตัวชนเผ่าผู้ผนึกได้ก่อนแล้วแน่นอน ซ่งไป่หลางสูดหายใจเข้าลึก แม้จะเพียงเล็กน้อยทว่าหวังว่าสิ่งที่ข้าได้เรียนรู้จากเคล็ดอักขระเทวะต้นกำเนิดจะช่วยเหลืออะไรบางอย่างได้ในเวลาเช่นนี้

                ซ่งไป่หลางกัดปลายนิ้วของตนจากนั้นใช้โลหิตสร้างอักขระขึ้นมาบนอากาศ เมื่ออักขระโลหิตของซ่งไป่หลางเริ่มร้อยเรียงเข้าหากันอากาศเบื้องหน้าของเด็กหนุ่มก็เริ่มบิดเบี้ยวไปมาอย่างรวดเร็ว

                สีหน้าของชายชราแห่งชนเผ่าผู้ผนึกแปรเปลี่ยนไป นั่นมันคล้ายคลึงกับเคล็ดผนึกมิติของชนเผ่าเรายิ่งนัก

                ร่างของซ่งไป่หลางหายไปจากจุดเดิม ขณะเดียวกันโหวปิงหยุนรู้สึกได้ว่าร่างของนางถูกกระชากผ่านแรงดึงของมิติที่บิดเบี้ยวและปรากฏตัวในตำแหน่งที่แตกต่างออกไป ใบหน้าของนางฉายแววตื่นตระหนกยิ่ง วิชาของชนเผ่าผู้ผนึก!!?”

                “จักรพรรดิอสรพิษมาร อย่าได้ฝันว่าตนเองจะได้รับอิสระเลย วันนี้ร่างแยกวิญญาณของเจ้าจะต้องถูกทำลายลงอีกครั้ง และชนเผ่าผู้ผนึกจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าได้รับอิสระอีกเป็นอันขาด ซ่งไป่หลางปรากฏตัวเบื้องหน้าของโหวปิงหยุนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นยิ่ง

                บัดซบ เหตุใดเจ้าจึงใช้วิชาของชนเผ่าผู้ผนึกได้ โหวปิงหยุนถามด้วยความโกรธเกรี้ยว ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ชนเผ่าผู้ผนึกได้ขัดขวางแผนการของข้า ทั้งยังผนึกข้าเอาไว้นับร้อยๆปี เวลานี้เจ้ากลับยังใช้วิชาของชนเผ่าผู้ผนึกมาต่อต้านข้าอีก ซ่งไป่หลาง ข้าจะฉีกร่างของเจ้าเป็นหมื่นๆชิ้น

                ภายในตราผนึกสูญสลาย จิตวิญญาณของจักรพรรดิอสรพิษมารพลันอ่อนแรงลงอย่างมาก นั่นเพราะมันได้ฝืนใช้วิชาต้องห้ามของร่างหลักและทำลายม่านพลังบางส่วนของชนเผ่าผู้ผนึก ขณะเดียวกันไอพลังอันชั่วร้ายได้เล็ดรอดผ่านไปยังพื้นที่ด้านนอกและแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของโหวปิงหยุนอย่างรวดเร็ว

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเมื่อรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของโหวปิงหยุน

                จักรพรรดิอสรพิษมารถึงกับยอมทุ่มเทจนวิญญาณของมันได้รับบาดเจ็บเชียว ทว่ามันก็ทำให้ร่างของโหวปิงหยุนได้รับพลังมากขึ้น ตอนนี้พลังของนางอยู่ที่จุดสูงสุดของขั้นรวมวิญญาณแล้ว เซี่ยหยางเอ่ยอย่างจริงจัง

                เจ้าหนู ด้วยศักยภาพของเจ้าในเวลานี้ยังไม่ใช่คู่มือของผู้ที่มีพลังจุดสูงสุดของขั้นรวมวิญญาณ

                แม้จะเป็นเช่นนั้น ข้าก็มีเพียงต้องสู้เท่านั้น ซ่งไป่หลางถอนหายใจช้าๆ

                เจ้ามีเวลาเหลือเพียงยี่สิบก้านธูปเท่านั้น หากเจ้าไม่อาจเอาชนะมันได้ภายในระยะเวลานั้น จงรีบหลบหนีไปยังค่ายกลธรรมชาติเสีย ต่อให้จักรพรรดิอสรพิษมารมีพลังมากเพียงใดมันก็ยังคงไม่อาจหาตัวเจ้าพบในสถานที่นั้น เซี่ยหยางรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย อย่าลืมว่าวิชากายาบัวพิสุทธิ์ที่พัฒนาขึ้นไม่เพียงจะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก มันยังทรงพลังจนเกินกว่าที่เจ้าจะใช้ได้อย่างอิสระ ขีดจำกัดของเจ้าใกล้จะมาถึงแล้ว

                ข้าทราบดีอยู่แล้ว ซ่งไป่หลางตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 280 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #135 dfrdz007 (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 14:13
    thank u
    #135
    0
  2. #134 yukai (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 20:31

    ขอบคุณ
    #134
    0