God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 70 : ตอนที่ 66 จักรพรรดิอสรพิษมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,573
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 245 ครั้ง
    1 ธ.ค. 62

                สิ้นสุดเสียงลึกลับนั้นสีหน้าของชายชรายิ่งแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง บัดซบ ข้าย่อมไม่ยินยอมให้เกิดแหตุการณ์เช่นนั้น

                นังหนู รีบทำตามที่ข้าบอกเร็ว มิเช่นนั้นไม่เพียงดินแดนตราสูญ กระทั่งดินแดนของพวกเจ้าที่เชื่อมต่อกับดินแดนแห่งนี้ก็ย่อมหนีไม่พ้นภัยพิบัติแห่งการล่มสลายเช่นกัน ชายชราคำรามออกมาด้วยความร้อนรน

                โหวปิงหยุนรีบเอ่ยออกมา ผู้อาวุโส หากแม้แต่ระดับพลังของท่านยังไม่อาจเข้าไปในซากโบราณนั้นได้ เช่นนั้นพวกเราสองคนย่อมไม่มีปัญญาที่จะกระทำสิ่งใดได้เช่นกัน

                เฮอะ พลังของเจ้าอสรพิษนั้นแข็งแกร่งจริงและสามารถเหนี่ยวรั้งข้าไว้ได้ ทว่านั่นเป็นเพราะมันเชื่อมต่อกับตราผนึกสูญสลายจึงสามารถส่งพลังของมันย้อนกลับมาเล่นงานข้าที่เป็นหนึ่งในผู้สร้างผนึกได้ สำหรับเจ้าและคนอื่นๆมันทำได้อย่างมากที่สุดก็เพียงแค่ส่งเสียงหรือกระตุ้นการรับรู้ของพวกเจ้าเล็กน้อยเท่านั้น

                ภายใต้พลังของผนึกสูญสลาย อย่าว่าแต่จะสังหารพวกเจ้าเลย แม้มันต้องการทำร้ายพวกเจ้าเพียงใดก็ยังไม่อาจกระทำได้แม้แต่น้อย

                ศิษย์พี่โหว พวกเราไม่ควรยุ่งกับเรื่องนี้ มู่จื่อหลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล

                โหวปิงหยุนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า มิได้ หากเป็นไปตามที่ผู้อาวุโสท่านนี้เอ่ย สิ่งที่อยู่ด้านในซากนั้นจะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง และเนื่องจากมีประตูเชื่อมต่อดินแดนทั้งสองเข้าด้วยกัน ดังนั้นมันอาจสามารถเดินทางไปยังดินแดนของพวกเราและทำให้เกิดหายนะได้ พวกเราต้องหยุดยั้งซานตงและตู้จื่อพั่งเอาไว้

                ดี พวกเจ้าทั้งสองคนจงเร่งมือเข้า มีเวลาเพียงไม่ถึงสิบชั่วก้านธูปก่อนที่เจ้าหน้าโง่สองคนนั้นจะเข้าไปถึงตราผนึกสูญสลาย เจ้าอสรพิษจะต้องพยายามใช้พลังของมันเพื่อปิดบังเส้นทางของพวกเจ้าทว่าภายใต้ความช่วยเหลือของข้าพวกเจ้าจะต้องสามารถเข้าไปยังศูนย์กลางของตราผนึกได้ก่อนแน่นอน ชายชราตะโกน

                โหวปิงหยุนไม่รอช้าทะยานร่างกลับเข้าไปยังอาณาเขตซากวิหารทันที มู่จื่อหลียังคงมีสีหน้ากังวลเล็กน้อยทว่าท้ายที่สุดนางก็มุ่งหน้าติดตามโหวปิงหยุนไปเช่นกัน

                บัดซบ เจ้าเฒ่าคิดหรือว่าหญิงสาวเพียงสองคนจะยับยั้งการปลดปล่อยข้าผู้นี้ได้ จักรพรรดิอสรพิษทมิฬผู้นี้ ข้าจะทำลายเผ่าผู้ผนึกให้สิ้นซาก มิให้หลงเหลือแม้แต่สุนัขสักตัว

                เจ้าอสรพิษ ทำเพียงแค่ฝันหวานไปเถอะ ชายชราแค่นเสียงก่อนจะหลับตาลงพร้อมกับส่งพลังของมันไปยังร่างของโหวปิงหยุน

                หญิงสาวสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะพบว่าประสาทสัมผัสของนางได้รับการพัฒนากว้างไกลขึ้นอีกหลายขั้น อีกทั้งยังสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเลือนรางของตราผนึกที่ถูกปิดซ่อนเอาไว้ภายในซากวิหารอีกด้วย

                สาวน้อย การต่อต้านข้าเป็นเพียงความโง่เขลาเท่านั้น ตัวเจ้ามิได้เกี่ยวข้องอันใดกับเจ้าเฒ่าเผ่าผู้ผนึกแม้แต่น้อย มิมีเหตุผลใดที่พวกเราสองฝ่ายจะสร้างปัญหาให้แก่กัน ข้ายังมีข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่ามอบให้แก่เจ้า ขอเพียงเจ้าร่วมมือในการปลดผนึกสูญสลายให้แก่ข้า ข้าจะมอบพลังที่ยิ่งใหญ่ให้กับเจ้าเป็นการตอบแทน และเจ้าจะกลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในดินแดนของเจ้า

                น่าขันนัก เจ้าเองก็คงยื่นข้อเสนอนี้ให้กับซานตงเช่นกันสินะ โหวปิงหยุนแค่นเสียง

                แน่นอน ข้าย่อมยื่นข้อเสนอแก่พวกมันเช่นกัน ทว่าเมื่อเทียบระหว่างเจ้าหนูสองคนนั้นกับเจ้าข้ากลับเล็งเห็นได้ถึงคุณสมบัติที่ดียิ่งกว่าในตัวของเจ้า สาวน้อยพลังธาตุเหมันต์วารีในตัวเจ้านั้นยังสามารถพัฒนาได้อีกหลายขั้น แกนพลังหลักของข้าคือพลังหยินที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ใด หากเจ้าได้รับพลังของข้าจะทำให้พลังเหมันต์วารีของเจ้าแข็งแกร่งจนยากจะหาผู้ใดเทียบ

                เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำเช่นใดกับซานตง คิดว่าข้าไม่รู้ทันเจ้างั้นหรือ สิ่งที่เจ้าต้องทำมีเพียงยื่นข้อเสนอที่ฟังดูหวานหอมให้กับพวกเราทั้งหมด ทว่าหลังจากที่เจ้าหลุดออกจากผนึกได้ ตัวตนของข้า ซานตงหรือแม้แต่คนต่างๆที่เหลือก็เป็นได้เพียงเศษขยะไม่มีคุณค่าในสายตาของเจ้า เมื่อเวลานั้นมาถึงเจ้ายังจำเป็นต้องใส่ใจชีวิตของพวกเราอีกงั้นหรือ

                สาวน้อย เจ้าเข้าใจผิดแล้ว การทำลายตราผนึกสูญสลายนั้นมิได้ง่ายดายดั่งที่เจ้าคิด ข้าไม่สามารถหลุดพ้นออกจากผนึกและฟื้นฟูพลังได้ในเวลาอันสั้น ตราผนึกสูญสลายนั้นทรงพลังยิ่งนัก ต่อให้เจ้าและอีกสามคนที่เหลือร่วมมือกันก็ทำได้เพียงปลดผนึกบางส่วนเท่านั้น

                เมื่อพวกเจ้าปลดผนึกให้กับข้า ข้าย่อมสามารถปลดปล่อยพลังและตัวตนส่วนหนึ่งของข้าออกไปยังภายนอก จากนั้นจึงค่อยอาศัยพลังของข้าช่วยพัฒนาศักยภาพของเจ้า และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจึงให้เจ้ากลับมาที่นี่เพื่อทำลายตราผนึกสูญสลายให้หมดสิ้นอีกครั้ง

                เชื่อข้าเถอะสาวน้อย ขอเพียงเจ้าช่วยข้าทำลายตราผนึกหนึ่งส่วน เจ้าจะได้รับพลังในระดับเทียบเคียงกับขั้นราชันยุทธ์ไปจากข้า และกลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ต่อให้คนของเผ่าผู้ผนึกต้องการกำจัดเจ้าก็ย่อมไม่อาจกระทำได้

                หืม โหวปิงหยุนขมวดคิ้วของนางเล็กน้อย หลังจากเคลื่อนที่อย่างเต็มกำลังในที่สุดนางก็ตามร่างของซานตงและตู้จื่อพั่งได้ทันการ

                ซานตงสัมผัสได้ถึงการมาของนางได้ทันที โหวปิงหยุน เจ้าคิดจะแย่งชิงสมบัติของข้าหรือ?” มันแค่นสียงออกมาก่อนจะสะบัดฝ่ามือออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

                พลังเหมันต์วารีระเบิดออกจากร่างของโหวปิงหยุน หญิงสาวใช้ฝ่ามือฟาดปะทะเข้ากับซานตงอย่างไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย

                เปรี้ยง!! พลังปะทะที่ถ่ายทอดออกมาทำให้ชายชราผู้ถูกเงาอสรพิษกักขังเผยรอยยิ้มพึงพอใจ ยอดเยี่ยม สังหารพวกมันซะนังหนู

                โหวปิงหยุน อย่าได้ขัดขวางพวกเรา ตู้จื่อพั่งคำรามออกมาก่อนจะชักกระบี่ของมัน

                ในเวลานั้นพัดหยกเล่มหนึ่งที่อัดแน่นด้วยพลังธาตุเหมันต์ก็ได้จี้เข้าใส่ร่างของตู้จื่อพั่งเช่นกัน

                มู่จื่อหลี เจ้า!!?”

                คิดจะทำร้ายศิษย์พี่ข้า ลองถามพัดหยกเหมันต์ของข้าเสียก่อน มู่จื่อหลีตวาดพร้อมกับกางพัดของนางออก

                หากเจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้ก็ลองดู ตู้จื่อพั่งแค่นเสียงก่อนจะซัดกระบี่ปะทะเข้ากับพัดหยกเหมันต์ของมู่จื่อหลี

                พวกเจ้าทั้งสี่คนจงหยุดปะทะกันเดี๋ยวนี้  ข้าจะให้โอกาสแก่พวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ใครก็ตามในกลุ่มพวกเจ้าทั้งสี่ที่สามารถเข้ามายังตราประทับสูญสลายและปลดผนึกให้กับข้าได้ ข้าจะมอบพลังระดับขั้นราชันยุทธ์ให้กับพวกเจ้าเป็นการตอบแทนเสียงของจักรพรรดิอสรพิษมารดังขึ้น

                โหวปิงหยุน อย่าได้คิดจะขัดขวางข้า ซานตงคำรามดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงดุจโลหิต

                มันสะบัดฝ่ามือระเบิดพลังใส่โหวปิงหยุนจนร่างของนางปลิวกระเด็นออกไปจากนั้นรีบมุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของซากวิหารอย่างรวดเร็ว

                เปรี๊ยะ!! ร่างของซานตงหยุดชะงักด้วยพลังเหมันต์ที่แผ่เข้าปกคลุมข้อเท้าของมัน ขณะที่มันกำลังจะใช้พลังลมปราณทำลายพลังเหมันต์นั้นกลับพบว่าคลื่นพลังเหมันต์ที่รุนแรงยิ่งกว่าได้ปกคลุมลามขึ้นมาบนร่างของมันอย่างต่อเนื่อง พลังของโหวปิงหยุนที่เคยเป็นเพียงขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์บัดนี้กลับพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งและกลายเป็นว่ามีพลังเทียบเท่ากับมันในพริบตา

                สีหน้าของซานตงมืดทะมึนลงในทันที โหวปิงหยุน กลายเป็นว่าที่ผ่านมาเจ้าได้ปิดซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้

                ถูกต้อง ข้าไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอันใดต่อเจ้า โหวปิงหยุนเอ่ยอย่างเย็นชา

                เคล็ดเหมันต์วารี สัมผัสเยือกแข็ง

                ฝ่ามือของโหวปิงหยุนแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดและแผ่พลังคุกคามออกมา ม่านตาของซานตงหดตัวลงอย่างรุนแรงมันตระหนักได้เป็นอย่างดีว่าฝ่ามือนี้ของโหวปิงหยุนอันตรายเพียงใด

                เคล็ดฝ่ามือทลายฟ้า สามฝ่ามือฆาต

                เปรี้ยง! ซานตงระเบิดพลังลมปราณออกปะทะกับโหวปิงหยุนกลางอากาศ มันไม่กล้าเสี่ยงให้ฝ่ามือของโหวปิงหยุนสัมผัสกับร่างของมันแม้แต่น้อย

                นี่มันเสียเวลาเกินไปแล้ว ข้าขอเปลี่ยนเงื่อนไขพวกเจ้าทั้งสี่จงหยุดต่อสู้กันเสีย ข้ายินดีมอบพลังของข้าให้กับพวกเจ้าทั้งหมด จักรพรรดิอสรพิษมารหมดสิ้นความอดทนของมันในที่สุด

                ไร้สาระ ข้าจะไม่ยอมแบ่งพลังให้กับผู้ใดทั้งนั้น มีเพียงข้าที่จะกลายเป็นอันดับหนึ่ง และแม้แต่วังจักรพรรดิห้าสมุทรก็จะต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้าของข้าผู้นี้ ซานตงคำรามอย่างไม่ยินยอม

                ซานตงเจ้าช่างโง่เขลานัก เพียงแค่ถูกหลอกใช้กลับไม่รู้เรื่องราวอันใด โหวปิงหยุนแค่นเสียง หากเจ้าสิ่งมีชีวิตนั้นต้องการมอบพลังให้กับเจ้าจริง มีหรือมันจะเปลี่ยนเงื่อนไขอย่างง่ายดายและยินยอมมอบพลังให้กับคนทั้งหมด มันเพียงต้องการให้ผู้ใดก็ได้เข้าไปปลดผนึกให้กับมันเท่านั้น  หลังจากที่ตัวตนระดับมันได้รับอิสระมันยังต้องให้ความสำคัญกับพวกเราอีกงั้นหรือ

                เฮอะ นั่นมันเป็นปัญหาของข้ามิเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้า ซานตงเผยยิ้มเหี้ยม

                กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้ทั้งสองคนหยุดชะงักไปเล็กน้อย

                สีหน้าของโหวปิงหยุนซีดขาวลงเล็กน้อย จื่อหลี!!”

                ซานตงหัวเราะ ฮ่าๆ ทำได้ดีมากจื่อพั่ง มาช่วยข้ากำจัดโหวปิงหยุนซะ

                ตู้จื่อพั่งที่สามารถใช้กระบี่ของมันแทงทะลุร่างของมู่จื่อหลีสำเร็จพยักหน้าก่อนจะสลัดร่างของมู่จื่อหลีทิ้งจากนั้นทะยานเข้าหาโหวปิงหยุนในทันที

                เคล็ดเหมันต์วารี ลำแสงเหมันต์

                ซูม!! ลำแสงเยือกแข็งพุ่งผ่านร่างของตู้จื่อพั่ง ทว่ามันกลับไม่กระทบถูกร่างของตู้จื่อพั่งแม้แต่น้อยเนื่องจากร่างของตู้จื่อพั่งได้พุ่งไปยังเส้นทางอื่นด้วยความรวดเร็วยิ่ง

                ฟุ่บ!! ดวงตาของซานตงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง มันเข้าใจในเป้าหมายของตู้จื่อพั่งได้ในทันที

                สารเลว เจ้าต้องการที่จะแย่งชิงพลังของข้า ซานตงโกรธจนแทบจะบ้าคลั่ง

                ไม่ได้การ นังหนูรีบหยุดมันไว้ เสียงของชายชราดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มันตระหนักได้ว่าใครบางคนกำลังมุ่งหน้าเข้าไปใกล้พื้นที่ของผนึกสูญสลายเต็มที

                แย่แล้ว  โหวปิงหยุนสีหน้าแปรเปลี่ยน นางย่อมรู้ดีว่าหากในเวลานี้นางลงมือกับตู้จื่อพั่งย่อมเป็นการปล่อยให้ซานตงมีอิสระและสามารถสลัดนางทิ้งไปได้ในทันที

                ทว่าหากนางยังคงลงมือขัดขวางซานตงก็เท่ากับเป็นการปล่อยให้ตู้จื่อพั่งเข้าไปยังพื้นที่ผนึกสูญสลายได้เช่นกัน

                กำจัดพวกมันทั้งสองเสีย ชายชราไม่มีทางเลือกอีกต่อไป มันฝืนใช้วิชาลับของตนออกมาบีบคั้นพลังภายในจนถึงขีดสุด พลังของมันไหลเข้าสู่ร่างของโหวปิงหยุนอย่างรวดเร็วทำให้ระดับพลังของนางทะยานขึ้นไปจนถึงระดับจุดสูงสุดของขั้นเหนือมนุษย์ในพริบตา

                เปรี้ยง!! พลังเหมันต์วารีของนางพุ่งพล่านอย่างรุนแรง ซานตงที่กำลังหาหนทางดิ้นรนสลัดให้พ้นจากการพัวพันของนางสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวในทันที มันพบว่าไม่อาจต้านทานพลังของโหวปิงหยุนได้อีกต่อไปและร่างของมันก็ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งในพริบตาเดียว

                ขณะเดียวกันตู้จื่อพั่งที่กำลังเข้าใกล้พื้นที่ผนึกก็พบว่ามันได้ถูกพลังเหมันต์วารีของโหวปิงหยุนคุกคามเช่นกัน การเคลื่อนไหวของมันช้าลงอย่างต่อเนื่องและแทบจะกลายเป็นหยุดนิ่ง

                บัดซบ โหวปิงหยุนอย่าได้ขัดขวางข้า ตู้จื่อพั่งแค่นเสียงอย่างยากลำบาก

                เจ้าไม่สมควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ด้านในนี้ โหวปิงหยุนเอ่ยเสียงเย็นชา และยิ่งไม่สมควรที่จะสังหารจื่อหลี โทษของเจ้ามีเพียงความตายเท่านั้น

                ย... หยุด อย่าได้สังหารข้า ตู้จื่อพั่งรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจ มันตระหนักได้ถึงจิตสังหารและความเย็นชาที่นางปลดปล่อยออกมา

                มันรับรู้ได้ในทันทีว่าโหวปิงหยุนมิได้ล้อเล่น นางต้องการสังหารมันอย่างแท้จริง

                เคล็ดเหมันต์วารี เยือกแข็งวิญญาณ

                แกร๊ก ร่างของตู้จื่อพั่งถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งในพริบตาจากนั้นจึงค่อยๆปริแตก จนกระทั่งในที่สุดก็ได้สลายเป็นเพียงเศษผง

                ยอดเยี่ยม ชายชราชื่นชมออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้งก่อนจะกระอักเลือดด้วยความเจ็บปวด การฝืนส่งพลังไปยังร่างของโหวปิงหยุนได้ทำร้ายมันจนเกิดอาการบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรง

                เงาดำที่กำลังรัดพันร่างของมันก็ค่อยๆสลายหายไปเช่นกัน เสียงของจักรพรรดิอสรพิษมารดังขึ้น เจ้าเฒ่าหน้าโง่ เจ้าถึงกับยอมสูญเสียแก่นพลังของตนเองเพียงเพื่อช่วยนังเด็กสารเลวนั่น แม้เจ้าจะสามารถขัดขวางเจ้าโง่สองคนนั้นได้ ทว่าเจ้ายังไม่อาจขัดขวางการหลบหนีของข้า

                อันใดกัน?” สีหน้าของชายชราแปรเปลี่ยนในทันที มันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับผนึกสูญสลาย

                แย่แล้ว เจ้าอสรพิษถึงกับยอมแบ่งจิตวิญญาณเพื่อหลบหนีเลยรึ

                ฮ่าๆ เจ้าเฒ่าหน้าโง่ หากมิใช่เพราะว่าเจ้าฝืนจนทำลายแก่นพลังของเจ้าจนเสียหายข้าย่อมไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำเช่นนี้ นั่นเพราะการแบ่งจิตวิญญาณจะทำให้ร่างแยกของข้าหลงเหลือพลังเพียงไม่กี่ส่วน บัดนี้ข้าทำได้เพียงแบ่งจิตวิญญาณที่มีพลังระดับราชันยุทธ์ได้สองส่วนเท่านั้น ทว่าแค่นี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว

                เจ้าคิดจะเปลี่ยนให้นังหนูผู้นั้นกับเจ้าหนุ่มโง่นั่นกลายเป็นหุ่นเชิดของเจ้า ชายชราเข้าใจเรื่องราวในทันที

                ฮ่าๆ พลังของข้าผู้นี้ย่อมสามารถควบคุมพวกสวะระดับพลังขั้นเหนือมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย จักรพรรดิอสรพิษมารหัวเราะเสียงดังลั่น

                ข้าจะจัดการร่างแยกจิตวิญญาณของเจ้าทิ้งเสีย ชายชราฝืนรวบรวมพลังลมปราณของตนเองอีกครั้ง สีหน้าฉายแววเคร่งขรึมอย่างยิ่ง มันตระหนักดีว่าหากปล่อยให้จักรพรรดิอสรพิษมารใช้ร่างแยกจิตวิญญาณหลอมรวมเข้ากับร่างของโหวปิงหยุนและซานตงพลังของพวกมันจะพุ่งทะยานขึ้นจนถึงขั้นราชันย์เป็นอย่างน้อยและจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของมันโดยสมบูรณ์

                สายไปแล้วเจ้าเฒ่าโง่ หากเจ้ามีพลังในสภาพสมบูรณ์ย่อมสามารถทำลายร่างแยกจิตวิญญาณของข้าโดยง่าย ดังนั้นหากข้าใช้วิธีนี้ก็เท่ากับเป็นเพียงการทำลายตัวเองเท่านั้น แต่ในเวลานี้นอกจากเจ้าแล้วในดินแดนแห่งนี้ก็มีระดับขั้นราชันยุทธ์เพียงไม่กี่คน พวกมันไม่มีปัญญาแม้กระทั่งจะเป็นคู่ต่อสู้ร่างแยกจิตวิญญาณของข้า ยังมีสิ่งใดที่ข้าต้องหวาดกลัวอีก

                หลังจากนี้สิ่งที่ข้าต้องทำก็เพียงใช้ร่างของเจ้าพวกเศษสวะทั้งสองคนนี้เพื่อไปจับกุมคนของเผ่าผู้ผนึกของเจ้าให้มาทำลายผนึกสูญสลายลงเสีย เท่านี้ข้าก็จะสามารถเป็นอิสระได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

                เฮอะ หากคิดว่าจะจัดการกับเผ่าผู้ผนึกโดยง่ายก็นับว่าเจ้าประมาทพวกเรามากเกินไปแล้ว ชายชราย่อมตระหนักถึงสถานการณ์ในเวลานี้เป็นอย่างดี มันรับรู้แผนการของจักรพรรดิอสรพิษมารแล้วดังนั้นมันจึงยกเลิกการฝืนใช้พลังเพื่อทำลายร่างแยกจิตวิญญาณของมันแล้วรีบหมุนกายทะยานร่างจากไปทันที

                ขณะเดียวกันโหวปิงหยุนรับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของนาง พลังอันแข็งแกร่งเกินจินตนาการขุมหนึ่งได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างของนางอย่างรวดเร็วทั้งยังคุกคามและต้องการทำลายจิตวิญญาณของนางไปพร้อมกันด้วย

                อย่ายุ่งกับข้า โหวปิงหยุนเอ่ยอย่างยากลำบาก

                เคล็ดเหมันต์วารี วิญญาณเยือกแข็ง

                หญิงสาวพยายามใช้พลังธาตุเหมันต์วารีปกป้องจิตวิญญาณของตนทว่ากลับทำได้เพียงชะลอการคุกคามที่เกิดขึ้นเท่านั้น ในเวลาเดียวกันน้ำแข็งที่ปกคลุมซานตงเอาไว้ได้ถูกละลายออกเผยให้เห็นร่างกำยำของมันที่บัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังวายุสีดำทมิฬ

                เฮอะๆ เจ้ายังจะดื้อรั้นฝืนไปทำไมกัน คิดหรือว่าพลังระดับขั้นเหนือมนุษย์จะต่อต้านเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของข้าที่มีพลังขั้นราชันยุทธ์ได้ เลิกดิ้นรนโดยเปล่าประโยชน์เถอะ จากนี้เจ้าจะเป็นเพียงหุ่นเชิดของข้าเท่านั้น

                โหวปิงหยุนกัดฟันรู้สึกว่าสติของตนเริ่มเลือนรางลงทุกขณะ ดังนั้นก่อนที่วิญญาณของนางจะถูกกลืนกินนางได้ฝืนใช้วิชาลับของนิกายเหมันต์วารีออกมาในที่สุด

                เคล็ดเหมันต์วารี วิญญาณเยือกแข็งนิรันดร์

                หืม ซานตงที่ถูกปกคลุมด้วยพลังทมิฬเลิกคิ้วเล็กน้อย ถึงกับยอมเยือกแข็งเพื่อปกป้องวิญญาณของตนเชียวรึ ทว่าเปล่าประโยชน์ยิ่งนัก แม้จะยังรักษาจิตวิญญาณเอาไว้ได้ทว่าก็เป็นเพียงจิตวิญญาณที่ถูกปิดผนึกเท่านั้น ภายใต้การควบคุมของข้าเจ้าก็ยังคงเป็นเพียงหุ่นเชิดตัวหนึ่งอยู่ดี

                ร่างของโหวปิงหยุนถูกพลังวารีทมิฬกลืนกินอย่างรวดเร็ว

                ด้านชายชราเผ่าผู้ผนึกที่หลบหนีออกมาบัดนี้มีสีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง สถานการณ์เลวร้ายยิ่งนัก พลังของหุ่นเชิดทั้งสองคือขั้นสามราชันยุทธ์ หากเป็นข้าในช่วงเวลาปกติย่อมสามารถรับมือโดยง่าย ทว่าข้าในเวลานี้อ่อนแอลงถึงเพียงนี้  คนอื่นๆในดินแดนนี้ก็ไม่มีผู้ใดที่จะรับมือพวกมันได้เช่นกัน

                ยังมิต้องเอ่ยถึงว่าจักรพรรดิอสรพิษมารยังคงสามารถแบ่งจิตวิญญาณของมันได้อีกเรื่อยๆ คนธรรมดาย่อมไม่อาจรับมือกับมันได้เด็ดขาด มีเพียงผู้ที่มีจิตวิญญาณพิเศษที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกมันกลืนกินเท่านั้น

                ทางเดียวที่จะช่วยดินแดนแห่งนี้ก็มีเพียงการตามหาคนเช่นนั้นให้ได้ ฮึ่ม ข้าคงทำได้เพียงใช้ตราประทับผนึกคุ้มครองในการถ่วงเวลาไม่ให้พวกหุ่นเชิดสามารถเข้าโจมตีเผ่าผู้ผนึกในเร็ววัน ระหว่างนั้นหวังว่าจะมีความหวังปรากฏขึ้นมานะ


-------------------------------------------------------------


กลับมาแล้วครับ ช่วงนี้จะเร่งแต่งให้ได้วันละสองสามตอนชดเชยช่วงที่หายไปนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 245 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #173 maybeokbaek (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 00:44
    ความหวังนั้นกำลังลังฝึกตนอยู่จ้า รอแป๊บนึงนะท่านผู้อาวุโส
    #173
    0