God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 66 : ตอนที่ 62 กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,986
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    15 พ.ย. 62

               โหวปิงหยุนจ้องมองซ่งไป่หลางด้วยสายตาเย็นชาเช่นเดิม ทว่านางเพียงเก็บกลิ่นอายและพลังเย็นเยียบก่อนจะหมุนกายเดินจากไป

               ซานตงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเลิกคิ้วเล็กน้อย พลังของโหวปิงหยุนนับว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะความสามารถในการควบคุมธาตุวารีของนาง พลังเหมันต์นับว่าร้ายกาจขึ้นหลายขั้นทีเดียว

               อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางผู้นั้นกลับสามารถรับมือพลังเหมันต์ของนางได้อย่างง่ายดาย ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงเจตกระบี่ของจื่อพั่ง อืม นับว่าน่าสนใจจริงๆ ดวงตาของซานตงลุกวาวเต็มไปด้วยประกายของการต่อสู้

               อีกด้านหนึ่งมู่จื่อหลีมองดูโหวปิงหยุนด้วยความประหลาดใจ ศิษย์พี่โหว การที่ท่านลงมือทดสอบคนผู้นั้นดูไม่เข้ากับบุคลิกนิสัยของท่านเลยนะ

               ข้าเพียงสนใจพรสวรรค์ธาตุวารีของมันเท่านั้น แต่มันมิได้แสดงอันใดออกมา เพียงแค่ใช้พลังธาตุอัคคีต้านรับ โหวปิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

               มู่จื่อหลีอุทานเบาๆ เป็นครั้งแรกเลยนะที่ข้าได้ยินว่าท่านให้ความสนใจบุรุษผู้หนึ่ง

               ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น โหวปิงหยุนตอบกลับ

               ตู้จื่อพั่งรู้สึกวางตัวไม่ถูกเล็กน้อย มันมาเพื่อกดดันหลินหลันเทียนและซ่งไป่หลางทว่ากลับถูกพลังอันแข็งแกร่งของโหวปิงหยุนกดข่มเสียจนหนาวเหน็บไปทั้งร่าง บัดนี้เมื่อโหวปิงหยุนจากไปแล้วมันจึงมิอาจทำอันใดได้นอกจากหมุนกายและเดินจากไปเช่นกัน

               เมื่อทั้งสองคนจากไปแล้วดวงตาของซ่งไป่หลางพลันสาดประกายเย็นเยียบและจ้องมองแผ่นหลังของพวกมันชั่วขณะหนึ่ง ตู้จื่อพั่งจากแคว้นรวมธารา โหวปิงหยุนจากแคว้นเหมันต์วารี หากพวกเจ้ามิได้เข้ามาขวางทางของข้าในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับพวกเราก็คงมิต้องเป็นศัตรูกัน

                ในช่วงเวลาการประลองสิบนภาซ่งไป่หลางมักจะตื่นเต้นที่ได้เผชิญหน้ากับยอดฝีมือ เช่นการต่อสู้กับเยว่จิง จ้าวฮุยหรือกระทั่งหลินหลันเทียน ทว่าเมื่อระดับพลังของเด็กหนุ่มได้ก้าวทะยานมาจนถึงขั้นนี้ ศัตรูระดับนี้นับว่าไม่อาจสร้างความรู้สึกกระตุ้นใดๆให้กับซ่งไป่หลางได้อีกแล้ว

               ดังนั้นมันคงจะดีกว่าที่จะไม่ต้องกระทำอันใดให้ยุ่งยาก

               ตอนนี้ตัวแทนของทุกแคว้นคงจะมาถึงกันแล้วกระมังอู๋จื่อลู่พลันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ดังไม่เบาทว่าด้วยพลังลมปราณของมันจึงทำให้เสียงนั้นมั่นคงและกระจายไปยังทุกคนที่อยู่ในห้องโถงอย่างทั่วถึง

               ซ่งไป่หลางวางถ้วยชาลงมองดูอู๋จื่อลู่ด้วยความสนใจไม่น้อย ตั้งแต่เข้ามายังห้องโถงนี้มันยังคงสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความเป็นอริและจิตสังหารของอู๋จื่อลู่ แม้อีกฝ่ายจะพยายามเก็บงำไว้เพียงใดทว่าสัญชาตญาณของซ่งไป่หลางนั้นนับว่าค่อนข้างดีทีเดียว

               มันอยากรู้นักว่าภายใต้การคุ้มครองของทูตทมิฬหั่วเฟย ยังมีผู้ใดที่คิดจะสังหารมันอีกหรือไม่

               นายน้อยอู๋ หรือที่จริงแล้วงานเลี้ยงนี้ท่านคิดจะจัดกิจกรรมนั้นอีกคนผู้หนึ่งเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

               อู๋จื่อลู่พยักหน้าหัวเราะ ฮ่าๆ พวกท่านหลายๆคนก็นับว่าเป็นคนคุ้นเคยที่ได้เข้าร่วมการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับมาก่อนแล้วทั้งนั้น ทว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่เคยมีโอกาสเข้าร่วมดังนั้นข้าจะขออธิบายถึงกิจกรรมของพวกเราสักเล็กน้อย

               วังจักรพรรดิห้าสมุทรของข้านับเป็นเจ้าบ้านผู้ทำหน้าที่ต้อนรับทุกท่านจากต่างแคว้น การบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับนั้นนับเป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างวังจักรพรรดิห้าสมุทรและแคว้นของพวกท่าน นั่นเพราะทุกสิ่งที่พวกท่านสามารถเก็บเกี่ยวได้ในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับพวกเราจะไม่ยุ่งเกี่ยว ขณะเดียวกันด้วยการลงมือของทุกท่านก็ทำให้วังจักรพรรดิห้าสมุทรของเราสามารถดำเนินการเก็บเกี่ยวได้สะดวกขึ้นเช่นกัน

               เป็นเพราะประตูเชื่อมมิตินั้นค่อนข้างเปราะบางดังนั้นจำนวนของผู้เข้าร่วมการบุกเบิกจึงจำกัดอย่างยิ่ง อีกทั้งไม่อาจนำพายอดฝีมือเข้าไปได้มากเกินไป ผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ระดับหนึ่งและสองยังสามารถเข้าไปได้จำนวนมาก ทว่าขั้นสามและสี่นั้นการจะเข้าไปนับว่ายากเย็นอย่างยิ่ง พวกเราจึงมอบสิทธิ์นั้นแก่ท่านอู๋ตงไห่เพื่อคอยทำหน้าที่คุ้มครองยอดฝีมือของฝ่ายเราที่เข้าไปในดินแดนแห่งนั้น

               โดยทั่วไปการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับนั้นนับได้ว่ามีภัยอันตรายอยู่รอบกาย การบาดเจ็บล้มตายนับเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง ดังนั้นหลายๆครั้งจึงได้เกิดการร่วมมือระหว่างแต่ละขั้วอำนาจ เพื่อป้องกันและลดทอนความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น

               ทว่าเนื่องจากทุกปีมักจะมีคนใหม่ที่เข้ามาร่วมการบุกเบิกนี้ ดังนั้นในงานเลี้ยงต้อนรับวังจักรพรรดิห้าสมุทรของข้าจึงจัดกิจกรรมท้าประลองผูกมิตรขึ้น เพื่อให้ผู้ที่มาใหม่ได้แสดงฝีมือและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทุกท่าน

               กติกานั้นง่ายดายยิ่งนัก เพียงให้ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมการบุกเบิกมาก่อนขึ้นไปยังลานประลอง จากนั้นผู้ที่มีประสบการณ์เข้าร่วมการบุกเบิกจะทำการเลือกประลองชี้แนะกับพวกท่าน แน่นอนว่าเราต้องหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายและเป็นเพียงแค่การประลองเพื่อหยั่งวัดฝีมือเท่านั้น

               และสำหรับผู้ที่สามารถเอาชนะผู้มีประสบการณ์ได้จะได้รับรางวัลจากวังจักรพรรดิห้าสมุทรของเรานั่นก็คือวิชาระดับลึกลับที่วังจักรพรรดิห้าสมุทรมีไว้ในครอบครอง

               หลายคนเผยรอยยิ้มออกมาทันที มิใช่เพราะของรางวัลที่ดีทว่าเป็นเพราะพวกมันล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ ดังนั้นจึงตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าของรางวัลนั้นเป็นเพียงกับดักมิใช่ของรางวัลที่แท้จริง

               ผู้ที่เข้ามาใหม่โดยส่วนมากมักจะเป็นอัจฉริยะอันดับสองของแต่ละแคว้น พวกมันจะมีปัญญาเอาชนะผู้มีประสบการณ์ที่แข็งแกร่งกว่าได้อย่างไร หรือหากมันโชคดีเอาชนะอัจฉริยะของแคว้นอันดับต่ำกว่าได้ก็มิมีทางเอาชนะครบสามรอบ

               เนื่องจากผู้มีประสบการณ์ที่ว่าไม่ได้เพียงหมายถึงอัจฉริยะของแต่ละแคว้นแต่ยังมีอัจฉริยะของวังจักรพรรดิห้าสมุทรรวมอยู่ด้วย

               ในอดีตเคยมีคนที่เอาชนะได้สองรอบทว่าในรอบที่สามกลับถูกอัจฉริยะที่ทางวังจักรพรรดิห้าสมุทรส่งมาบดขยี้ลง แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บทว่านั่นทำให้มันสูญเสียความภาคภูมิใจและความหวังที่จะได้รับวิชาระดับลึกลับไป

               กิจกรรมนี้มิใช่กิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์หรือเพื่อให้คนทำความรู้จักกัน ทว่าเป็นกิจกรรมรุ่นพี่ข่มรุ่นน้อง รังแกผู้อ่อนแอต่างหาก

               หลายคนต่างรู้สึกกระตือรือร้นที่จะได้ออกไปจัดการกับพวกหน้าใหม่ที่มิได้รู้เรื่องราวอันใด

               ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วเล็กน้อยหันมาถามหลินหลันเทียน มีกิจกรรมเช่นนี้ด้วย?”

               หลินหลันเทียนพยักหน้า ข้าเองก็ลืมไปเสียสนิท ทว่ากิจกรรมนี้นับว่าไร้แก่นสารอย่างแท้จริง เป็นเพียงการรังแกผู้มาใหม่เท่านั้น อย่างไรก็ตามมันคงไม่สำคัญสำหรับเจ้านัก

               ซ่งไป่หลางพยักหน้า หากคนพวกนั้นคิดจะเลือกตนเป็นเป้าหมายเช่นนั้นก็จะกลายเป็นการรังแกตนเองแล้ว

               อู๋จื่อลู่มองการตอบรับของผู้คนด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะตวัดดวงตาเฉียบคมมองไปยังซ่งไป่หลาง มันต้องการที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของซ่งไป่หลางด้วยการประลองนี้

               ฮี่ๆ ได้ข่าวว่าอัจฉริยะของแคว้นสิบนภานั้นยอดเยี่ยมยิ่งนัก แม้จะเป็นผู้มาใหม่ทว่าก็ถึงกับเอาชนะหลินหลันเทียนที่เป็นผู้เคยมีประสบการณ์ได้ในการประลองของแคว้น เรื่องนี้ทำให้ข้ารู้สึกสนใจยิ่งนักดังนั้นข้าจึงอยากขอพิสูจน์ฝีมือของคนผู้นั้นเสียหน่อย

               อ้อ น้องหยุนเจี๋ยสนใจซ่งไป่หลางอย่างนั้นหรืออู๋จื่อลู่ประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา ฮ่าๆ ในเมื่อท่านเป็นผู้เอ่ยอย่างเจาะจงขึ้นมาเช่นนั้นข้าย่อมไม่ขัดข้อง น้องซ่งเจ้าคงมิปฏิเสธกระมัง อย่างไรการประลองนี้ก็ไม่ได้ต้องการสร้างอาการบาดเจ็บขึ้นมา เป็นเพียงการกระชับความสัมพันธ์เท่านั้น

               ที่แท้ผู้เอ่ยก็คือหยุนเจี๋ยจากแคว้นแดนเมฆา หลังจากถูกซ่งไป่หลางและหลินหลันเทียนเมินเฉยที่ทางเข้าสู่วังจักรพรรดิห้าสมุทรมันกำลังเฝ้ารอโอกาสที่จะได้ลงมือล้างแค้นอยู่

               เมื่ออู๋จื่อลู่เอยเรื่องการประลองขึ้นมามันจึงไม่รอช้าที่จะจัดการกับซ่งไป่หลาง

               ซ่งไป่หลางกวาดตามองหยุนเจี๋ยช้าๆ ข้าขอปฏิเสธ

               อันใดนะ?” หยุนเจี๋ยสีหน้าตื่นตะลึงส่วนอู๋จื่อลู่ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจนัก

               น้องซ่ง เจ้ามิจำเป็นต้องกังวลหรือเกรงใจอันใด นี่เป็นเพียงการประลองกระชับมิตรย่อมไม่ร้ายแรงอันใด หากเจ้ากังวลว่าจะได้รับบาดเจ็บเช่นนั้นข้าขอใช้ชื่อของข้ารับรองว่าน้องหยุนเจี๋ยจะมิสร้างอันตรายอันใดแก่เจ้า

               ซ่งไป่หลางยิ้มน้อยๆ พี่อู๋เข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้กังวลว่าจะได้รับบาดเจ็บ อันที่จริงข้าอาจจะกังวลเล็กน้อยว่าหากข้าลงมือแล้วมิมีผู้ใดห้ามข้าทันจะทำให้คุณชายหยุนต้องพลาดโอกาสเข้าร่วมการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับไป ทว่ามันก็เป็นเพียงแค่ความกังวลเล็กน้อยเท่านั้น

               ส่วนสาเหตุจริงๆที่ข้าปฏิเสธมันก็แค่เพราะคุณชายหยุนมิคู่ควรที่จะเป็นคู่ประลองของข้า

               คำพูดของซ่งไป่หลางทำให้ทั้งห้องโถงเงียบกริบทันที สีหน้าของอู๋จื่อลู่ตกตะลึงเล็กน้อย มันไม่คิดเลยว่าซ่งไป่หลางจะเอ่ยวาจาหยิ่งผยองถึงเพียงนี้

               ขณะเดียวกันหยุนเจี๋ยมีสีหน้าเขียวคล้ำ ซ่งไป่หลาง ดี ดี ดียิ่งนัก ข้าให้เกียรติเจ้าทว่าเจ้ากลับตอบแทนข้าด้วยวาจาเยี่ยงนี้ ข้าจะขอสั่งสอนเจ้าว่ามีเพียงยอดคนจึงคู่ควรแก่การหยิ่งทรนง

               คุณชายหยุนเอ่ยถูกแล้ว มีเพียงยอดคนจึงคู่ควรแก่การหยิ่งทรนงซ่งไป่หลางพยักหน้าเผยท่าทีพึงพอใจ ดังนั้นข้าจึงกล้าที่จะหยิ่งทรนง

               รับฝ่ามือหยุนเจี๋ยคำรามพร้อมกับพุ่งเข้าหาซ่งไป่หลาง

               ฝ่ามือเมฆาลอยล่อง

               ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย ที่แท้หยุนเจี๋ยผู้นี้ใช้วิชาแนวอ่อนสยบแข็ง แม้จะแสดงท่าทีดุดันและโจมตีเข้ามาราวกับมิได้คิดอันใด ทว่าในฝ่ามือกลับแฝงความเร้นรับสลับเปลี่ยนแปลงเอาไว้ หากมันตอบโต้ไปในทันทีย่อมพลาดท่าและถูกจัดการโดยง่าย

               ทว่านั่นก็เป็นเพียงกรณีที่ทั้งสองฝ่ายมีฝีมือใกล้เคียงกันเท่านั้น

               ฝ่ามือบัวสวรรค์สองชั้นฟ้า

               บรึม!! ดอกบัววารีอัคคีปรากฏขึ้นทับร่างของหยุนเจี๋ยเอาไว้ ดวงตาของมันเบิกกว้างพยายามก้าวเท้าหลบออกจากภาพเงาของดอกบัว ทว่าเมื่อดอกบัวทั้งสองเริ่มหมุนวนพลังสายหนึ่งพลันกดทับทำให้มันไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่บดทำลายร่างของมันอย่างรวดเร็วยิ่ง

               แย่แล้วหลินหลันเทียนอุทานออกมาก่อนจะรีบเคลื่อนไหว

               เคล็ดรวมดารา วารีผสานปฐพี โลงศพมนุษย์

               โคลนที่เกิดจากวิชาของหลินหลันเทียนพุ่งเข้าปกคลุมร่างของหยุนเจี๋ยเอาไว้ปกป้องมันจากการบดทำลายของดอกบัวทั้งสองได้ทันท่วงที

               ซ่งไป่หลางสะบัดมือหนึ่งครั้งภาพของดอกบัวก็สลายไป มันเพียงยิ้มออกมาน้อยๆ ยังดีที่พี่หลินลงมือ มิเช่นนั้นข้าคงพลั้งมือทำร้ายคุณชายหยุนบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว เหอะๆ ดังนั้นข้าจึงเอ่ยว่าคุณชายหยุนมิคู่ควรให้ข้าลงมือ นอกจากจะไม่สามารถหยั่งวัดฝีมือของข้าแล้วยังเป็นเพียงการทำร้ายตนเองเท่านั้น

               ดวงตาของซานตงทอประกายคมกล้า ทว่าก่อนที่มันจะได้เอ่ยปากอันใดน้ำเสียงเย็นชาสายหนึ่งพลันดังขึ้นมาก่อน

               ซ่งไป่หลาง ในเมื่อหยุนเจี๋ยมิคู่ควรให้เจ้าลงมือ แล้วหากเป็นข้าเล่า

               ทุกคนต่างมีสีหน้าเหลือเชื่อเมื่อพบว่าผู้ที่เอ่ยออกมาคือโหวปิงหยุน สาวงามผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งจากแคว้นเหมันต์วารี

               หญิงสาวผู้นี้ไม่เคยใส่ใจสิ่งใดมาก่อน ทว่าก่อนหน้านี้นางกลับลงมือทดสอบซ่งไป่หลางเล็กๆน้อยๆด้วยตนเอง มาเวลานี้นางถึงกับเอ่ยปากท้าประลองกับซ่งไป่หลาง

               เด็กหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยมองดูใบหน้างดงามเย็นชาของนาง หากพี่สาวลงมือสุดกำลัง บางทีอาจจะน่าสนใจไม่น้อย

               คำตอบของซ่งไป่หลางทำให้ผู้คนแทบกระอักเลือด อันใดหมายความว่าหากลงมือสุดกำลัง เจ้าจะบอกว่าสามารถเอาชนะอัจฉริยะอันดับสามของทวีปได้แม้อีกฝ่ายจะลงมืออย่างเต็มกำลังงั้นหรือ

               ทว่าคนที่ตกใจมากที่สุดกลับเป็นโหวปิงหยุน ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาของนางกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกฉงนและตกตะลึง ระดับพลังสูงสุดของขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เป็นสิ่งที่นางแสดงออกไปยังภายนอก ทว่าในความเป็นจริงมันเป็นผลลัพธ์มาจากการปิดบังโดยวิชาลับบางอย่างของนิกายเหมันต์วารี พลังของนางอยู่ในระดับใกล้เคียงไม่ด้อยไปกว่าซานตงเลยแม้แต่น้อย

               คำว่าลงมือสุดกำลังของซ่งไป่หลาง มันหมายถึงลงมือสุดกำลังด้วยระดับหนึ่งเหนือมนุษย์หรือหมายถึงด้วยพลังที่แท้จริงของนางกันแน่

               อันที่จริงซ่งไป่หลางไม่อาจรับรู้พลังของนางได้ ทว่าภายใต้ประสาทสัมผัสของเซี่ยหยางยังจะมีสิ่งใดในทวีปนี้ที่สามารถตบตามันได้อีกหรือ แม้แต่ระดับรวมวิญญาณของทูตทมิฬเซี่ยหยางยังสามารถพูดออกมาได้อย่างง่ายดายในพริบตา ยังมีระดับขั้นราชันย์ยุทธ์ของซ่งเจียง เพียงการปิดบังเล็กๆน้อยๆของนิกายเหมันต์วารีย่อมไม่อาจปิดบังเซี่ยหยางได้อยู่แล้ว

               อู๋จื่อลู่ลอบกัดฟันด้วยความรู้สึกไม่พอใจ นี่เป็นครั้งแรกที่โหวปิงหยุนแสดงท่าทีให้ความสนใจใครสักคนออกมา มันรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามอันแปลกประหลาดบางอย่างจากซ่งไป่หลาง มันหันไปกระซิบกับคนผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆมัน เจ้าจงท้าประลองซ่งไป่หลางเสีย

               คนผู้นั้นแปลกใจเล็กน้อยทว่ายังคงพยักหน้าอย่างง่ายดาย ได้ขอรับนายน้อย

               น้องไป่หลาง ข่าวลือของเจ้านับว่าเป็นความจริงแล้ว การที่ขั้นเที่ยงแท้สามารถเอาชนะขั้นเหนือมนุษย์โดยง่ายนับว่าเปิดหูเปิดตาแก่พวกเรายิ่งนัก นี่ทำให้ข้ารู้สึกสนใจขึ้นมา เจ้าลองประลองกับข้าสักหน่อยเป็นอย่างไร

               เมื่อเห็นว่าผู้ท้าประลองเป็นคนของวังจักรพรรดิห้าสมุทรอัจฉริยะของแต่ละแคว้นต่างรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย

               คนผู้นี้คืออู๋สุ่ย เป็นอัจฉริยะอันดับสี่ของวังจักรพรรดิห้าสมุทร ระดับพลังของมันอยู่ที่ขั้นสองเหนือมนุษย์ช่วงต้นแล้วหลินหลันเทียนกระซิบบอกซ่งไป่หลางพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย ฝีมือของอู๋สุ่ยผู้นี้แม้แต่มันก็ยังไม่อาจเอาชนะได้

               อ้อซ่งไป่หลางพยักหน้ามองดูอู๋สุ่ย ไม่เลวทีเดียว ยังด้อยกว่าอู๋หรงทว่าเมื่อพิจารณาจากอายุแล้ว สามารถบอกได้เลยว่าในอนาคตมันจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าอู๋หรงเสียอีก

               แน่นอน เจ้ายังพอมีคุณสมบัติ ทว่าหากข้าพลั้งมือทำให้เจ้าบาดเจ็บก็อย่าถือสากันเลยนะซ่งไป่หลางตอบ

               อู๋สุ่ยคิ้วกระตุก ข้าก็จะเอ่ยเช่นเดียวกัน ข้าสนใจในฝีมือของเจ้ามากดังนั้นหากข้าตื่นเต้นจนเผลอลงมือเลยเถิดก็หวังว่าน้องซ่งจะไม่ว่ากล่าวอันใด
               พี่อู๋มิต้องคิดมาก เข้ามาเถอะซ่งไป่หลางหัวเราะ

               อู๋สุ่ยมิกล้าลงมือผลีผลาม มันหยิบกระบี่ระดับลึกลับออกมาก่อนจะก้าวเข้าโจมตีใส่ซ่งไป่หลางด้วยท่วงท่ารัดกุมยิ่ง

               ม่านบัวสวรรค์

               ทุกครั้งที่กระบี่ของอู๋สุ่ยแทงเข้าใส่ซ่งไป่หลางจะถูกป้องกันด้วยม่านบัวสวรรค์ที่มีขนาดเพียงเท่ากับฝ่ามือเท่านั้น ความแม่นยำในการควบคุมวิชาของซ่งไป่หลางทำให้ผู้คนรู้สึกตกตะลึงอย่างอดไม่ได้

               ข้าจะโจมตีกลับแล้ว พี่อู๋ระวังตัวด้วยซ่งไป่หลางกล่าวก่อนจะฟาดฝ่ามือออกไป

               ฝ่ามือบัวสวรรค์สองชั้นฟ้า

               ภาพของดอกบัววารีอัคคีปรากฏขึ้นอีกครั้ง อู๋สุ่ยพลันส่งเสียงคำรามแล้วแทงกระบี่ไปยังภาพของดอกบัวอย่างรวดเร็ว มันต้องการทดสอบพลังของฝ่ามือนี้ด้วยตนเอง

               พลังทำลายรุนแรงยิ่งนัก เป็นวิชาระดับชั้นใดกันแน่อู๋สุ่ยมีสีหน้าตกตะลึงอย่างยิ่ง กระบี่ของมันสามารถแทงเข้าใส่ฝ่ามือบัวสวรรค์ได้ทว่ากลับไม่อาจทำลายได้ พริบตาเดียวพลังกดดันก็โหมกระหน่ำเข้าใส่ร่างของมัน

               ฮ่าอู๋สุ่ยเปล่งเสียงคำรามวาดกระบี่ออกเป็นวงกลมสร้างรัศมีกระบี่ปกป้องรอบกายของตน

               เปรี๊ยะ! ม่านรัศมีกระบี่แตกร้าวอย่างรวดเร็ว สีหน้าของอู๋สุ่ยแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงมันรีบเสริมพลังอีกทั้งใช้พลังธาตุปฐพีเพื่อปกป้องรอบกายเอาไว้ ทว่าพลังของมันก็ยังคงถูกกดและทำลายอย่างรวดเร็วจนไม่อาจซ่อมแซมทัน

               แย่แล้ว ข้ายอมแพ้อู๋สุ่ยรีบตะโกนออกมา

               ซ่งไป่หลางยิ้มน้อยๆแล้วสลายพลังดอกบัวของตน กับคนพวกนี้อาศัยเพียงฝ่ามือบัวสวรรค์ก็มากพอที่จะจัดการ

               อู๋สุ่ยสีหน้าซีดขาว มันรับรู้ได้ถึงความห่างชั้นของพลังอย่างชัดเจน หากเมื่อครู่มิใช่การประลองกระชับมิตรแต่เป็นการลงมือเพื่อสังหารมันย่อมไม่อาจเอาชีวิตรอดมาได้

               ความเหนือชั้นของซ่งไป่หลางกดดันจนทำให้มันสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวัง

               ซ่งไป่หลางกวาดตามองไปยังทั่วห้องโถง และหยุดลงที่ซานตงกับอู๋จื่อลู่เล็กน้อย ยังคงมีผู้ใดสนใจที่จะทดสอบฝีมือของข้าอีกหรือไม่?”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #255 Kanokratphuk_42 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 09:47
    เฮ้...อย่าลืมอีสาวเย็นชานั้นด้วย...จับมันกินตับซะ...555
    #255
    0
  2. #160 MisterPaul (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:44
    ทำไมไม่ฆ่าให้หมดเลย ตั้งแต่อีฝ่ามือ ลงมือนอกเหนือการประลองนับว่าหยาบช้า มีโทษตาย หลินหลันเทียบก็ควรถูกฟาดด้วยฝ่ามือสักที ข้อหาแส่ไม่เข้าเรื่อง โหวปิงนี่ก็เอาไฟไปเผาเล่นสะหน่อย อุตสาห์ปราณน้ำแข็งมาต้องตอบแทนนะ หากจะหยิ่งผยองก็ต้องหยิ่งให้สุด นี่กั้กๆครึ่งๆกลางๆไม่เด็ดขาด เป็นแค่สวะที่โชคดีเท่านั้น
    #160
    0