God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 65 : ตอนที่ 61 ไม่อยู่ในสายตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 331 ครั้ง
    14 พ.ย. 62

                วันถัดมาเป็นวังจักรพรรดิห้าสมุทรได้จัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับตัวแทนของแคว้นต่างๆที่จะเข้าร่วมการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ แน่นอนว่าตัวเอกของงานเลี้ยงนี้ย่อมต้องเป็นบรรดาอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของแต่ละแคว้นเป็นหลัก

                งานเลี้ยงถูกจัดที่โถงใหญ่ของวังจักรพรรดิห้าสมุทร แม้จะมีผู้คนในงานไม่มากนักทว่าทั้งหมดล้วนเป็นยอดฝีมืออันดับต้นๆของทวีปห้าสมุทรทั้งสิ้น สามารถเอ่ยได้ว่าทุกคนที่กำลังรวมตัวกันอยู่นี้ก็คือขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปห้าสมุทรนั่นเอง

                นายน้อยอู๋ มิได้พบถึงหนึ่งปีท่านยังคงสง่างามเช่นเคย ในงานเลี้ยงอู๋จื่อลู่นับได้ว่าเป็นเจ้าภาพที่คอยต้อนรับการมาถึงของอัจฉริยะจากแต่ละแคว้น มันฉีกยิ้มจ้าเล่ห์อันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวก่อนจะทักทายไปยังอัจฉริยะคนอื่นๆอย่างเป็นกันเอง

                แม่นางมู่ แม่นางโหว ท่านทั้งสองยังคงงดงามเช่นกัน อู๋จื่อลู่ทักทายอีกฝ่ายกลับ

                แท้จริงแล้วหญิงสาวทั้งสองที่กำลังทักทายอยู่กับอู๋จื่อลู่ก็คือตัวแทนของแคว้นเหมันต์วารี มู่จื่อหลีและโหวปิงหยุน

                ดวงตาของอู๋จื่อลู่มองดูโหวปิงหยุน ประกายละโมบสายหนึ่งแสดงออกทางแววตาของมัน ทว่ามันรีบกลบเกลื่อนความรู้สึกทิ้งไปก่อนจะทักทายด้วยรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยน

                แม่นางโหว สำหรับข้อเสนอที่วังจักรพรรดิห้าสมุทรของข้าได้เคยเสนอแก่นิกายเหมันต์วารีนั้น ข้อเสนอยังคงเป็นเช่นเดิม ขอเพียงแม่นางเปิดใจข้าสามารถรับรองได้ว่านิกายเหมันต์วารีของท่านจะได้รับผลประโยชน์เป็นอย่างมาก

                ข้ายังคงมิได้คิดไตร่ตรองเรื่องนี้ โหวปิงหยุนตอบกลับน้ำเสียงเย็นชาราวน้ำแข็ง

                อู๋จื่อลู่ชะงักไปเล็กน้อยทว่ามิได้เอ่ยอันใดอีกเพียงแค่พยักหน้าให้กับโหวปิงหยุนด้วยรอยยิ้มจืดเจื่อน

                เมื่อหญิงสาวทั้งสองเดินจากไปสีหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็นมืดดำ โหวปิงหยุน เจ้าจะทำตัวหยิ่งยโสได้ก็แค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น ลองดูสิว่าภายในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับเจ้าจะมีอันใดมาต่อต้านข้า

                วังจักรพรรดิห้าสมุทรแม้จะครองอำนาจเหนือทวีปห้าสมุทรมายาวนานทว่ายังไม่อาจปกครองทุกสิ่งอย่างเบ็ดเสร็จ แคว้นรวมธาราและแคว้นเหมันต์วารีนั้นนับว่ามีอำนาจบางอย่างที่สามารถต่อรองกับวังจักรพรรดิห้าสมุทรได้เช่นกัน ตราบใดที่มิได้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นวังจักรพรรดิห้าสมุทรย่อมมิกล้ายั่วยุสองขั้วอำนาจนี้

                อู๋จื่อลู่นั้นตกหลุมรักโหวปิงหยุนตั้งแต่ที่ได้พบกับนางครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน หลังจากนั้นมามันได้ร้องขอให้บิดาใช้อำนาจของวังจักรพรรดิห้าสมุทรกึ่งหว่านล้อมกึ่งกดดันให้นิกายเหมันต์วารียอมรับการหมั้นหมายระหว่างมันและโหวปิงหยุน

                ทว่าโหวปิงหยุนนั้นเป็นสตรีที่แปลกประหลาดผู้หนึ่ง ภายใต้ความงดงามราวกับหิมะที่บริสุทธิ์งดงามของนางกลับมีเพียงความเย็นชาและเย่อหยิ่ง ทุกท่าทางของนางล้วนผลักไสผู้คนให้ห่างไกลออกไปนับพันลี้ ทั้งนิกายเหมันต์วารีมีเพียงเจ้านิกายเท่านั้นที่สามารถออกคำสั่งต่อนางได้

                เจ้านิกายเหมันต์วารีเลี้ยงดูโหวปิงหยุนมาตั้งแต่ยังเป็นทารก อีกทั้งนางได้ยินข่าวลืออันเลวร้ายของอู๋จื่อลู่มาบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงไม่ยินดียกโหวปิงหยุนให้กับวังจักรพรรดิห้าสมุทร แม้จะถูกกดดันคุกคามเพียงใดก็มิยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย

                ในที่สุดอู๋จื่อลู่กระทั่งยอมติดสินบนผู้อาวุโสหลายๆคนของนิกายเหมันต์วารีให้ช่วยหว่านล้อมในเรื่องการหมั้นหมาย ทว่าภายใต้การปฏิเสธอย่างเด็ดขาดของเจ้านิกายและโหวปิงหยุน ความปรารถนาของอู๋จื่อลู่เป็นได้เพียงฝันเฟื่องที่ไร้สาระเท่านั้น

                หลังจากความพยายามกว่าสองปีล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในที่สุดอู๋จื่อลู่ตัดสินใจที่จะลงมืออย่างเด็ดขาดในการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับครั้งนี้

                ภายใต้ขุมอำนาจของวังจักรพรรดิห้าสมุทร ยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์สิบคนรวมทั้งอู๋ตงไห่ มันมิเชื่อว่าโหวปิงหยุนจะสามารถขัดขืนความต้องการของมันได้ หลังจากจัดการกับนางในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับอู๋จื่อลู่จะมอบทางเลือกเพียงสองทางให้กับนาง คือยินยอมตกเป็นของมันด้วยตนเองหรือยอมตกตายหลังจากถูกมันจัดการ

                รอยยิ้มโหดเหี้ยมถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้ใบหน้าของมัน

                นายน้อยอู๋ ยินดีที่ได้พบ เสียงหนักแน่นทรงพลังดังขึ้น อู๋จื่อลู่เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะทักทายฝ่ายตรงข้ามกลับไป

                ซานตง เจ้าดูสบายดียิ่งนัก ทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นจนแทบจะไล่ข้าทันแล้ว

                นายน้อยอู๋ล้อเล่นแล้ว พลังของข้ายังคงห่างชั้นจากท่าน แม้จะเอ่ยเช่นนั้นทว่าชายร่างใหญ่ตรงหน้าของอู๋จื่อลู่กลับมิได้มีท่าทีเคารพนบนอบอันใด มันกล่าวทุกสิ่งล้วนทำไปตามมารยาทเท่านั้น ในความเป็นจริงมันมิได้คิดว่าตนเองต่ำต้อยไปกว่าอู๋จื่อลู่เลยสักนิด

                เพราะมันก็คือซานตง อัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นรวมธารา และหากตัดขั้วอำนาจของวังจักรพรรดิห้าสมุทรออกไปมันก็คือรุ่นเยาว์ที่ยอดเยี่ยมและโดดเด่นมากที่สุดในทวีปห้าสมุทรนี้

                ต่อให้ผู้อื่นมักจะเอ่ยกันว่ามันไม่อาจเทียบกับอู๋จื่อลู่ได้ทว่าภายในใจมันยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกมิยินยอม

                อู๋จื่อลู่หัวเราะเบาๆเล็กน้อยทว่ามิได้สานต่อบทสนทนา มันค่อนข้างรังเกียจที่จะพูดคุยกับซานตง

                เช่นนั้นพบกันที่ดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ ซานตงเอ่ยเสียงเรียบแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

                ดวงตาของอู๋จื่อลู่ทอประกายอำมหิต ทั้งซานตงและโหวปิงหยุน พวกมันเป็นเพียงแค่ขยะของดินแดนอันต่ำต้อยนี้เท่านั้น ทว่ากลับกล้าแสดงท่าทีข้ามหัวข้าผู้นี้ หลังจากที่ข้าสังหารซ่งไป่หลางและจัดการกับโหวปิงหยุนเสร็จ เจ้าก็คืออันดับถัดไป ซานตง

                ความสมดุลระหว่างขั้วอำนาจนั้นคงอยู่ได้มาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ทว่าภายใต้การปรากฏตัวของอัจฉริยะที่น่าตื่นตะลึงอย่างซ่งไป่หลางได้แปรเปลี่ยนทุกสิ่งไป

                อู๋จื่อลู่ได้วางแผนเอาไว้อย่างละเอียดรอบคอบ การบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับครั้งนี้จะเป็นการชำระทวีปห้าสมุทร ทำลายเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของแต่ละแคว้นให้หมดสิ้น อู๋จื่อลู่ตั้งใจที่จะใช้นามของซ่งไป่หลางในการทำลายอัจฉริยะเหล่านี้ ขณะเดียวกันวังจักรพรรดิห้าสมุทรก็จะถือสิทธิ์ที่จะช่วยล้างแค้นให้กับอัจฉริยะทั้งหมดของแต่ละแคว้นในภายหลัง

                แน่นอนว่าแกนนำของแต่ละแคว้นล้วนมิได้โง่เขลา พวกมันย่อมต้องตระหนักได้ถึงความผิดปกติในทันที ทว่าพวกมันยังจะทำอันใดได้อีกเล่า ข้อแรกแทบทุกแคว้นนับว่าเป็นศัตรูกับซ่งไป่หลางและแคว้นสิบนภาอย่างแท้จริง พวกมันทั้งหมดล้วนต้องการให้เด็กหนุ่มผู้นี้ตกตายไปและได้สั่งให้อัจฉริยะของพวกมันพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะกำจัดซ่งไป่หลางในดินแดนนั้นให้สำเร็จ

                ดังนั้นการสวนกลับย่อมเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง ภายในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับที่มิมีผู้ใดสามารถตรวจสอบได้ อัจฉริยะเหล่านี้จะตายด้วยน้ำมือของซ่งไป่หลางหรือด้วยมือของวังจักรพรรดิห้าสมุทรย่อมไม่มีผู้ใดสามารถพิสูจน์ได้

                ข้อต่อมา ด้วยสถานการณ์ที่คลุมเครือ ต่อให้พวกแกนนำของแต่ละแคว้นต้องการทวงถามทว่าพวกมันย่อมไม่อาจกล่าวหาวังจักรพรรดิห้าสมุทรอย่างเลื่อนลอย ทำได้เพียงกัดฟันเก็บความแค้นเอาไว้ในหัวใจของพวกมันเท่านั้น

                หลังจบเรื่องนี้วังจักรพรรดิห้าสมุทรจะสามารถกำจัดตัวอันตรายอย่างซ่งไป่หลางไปได้ ขณะเดียวกันก็ได้ทำลายอนาคตของแคว้นรวมธาราและแคว้นอื่นๆ ทำให้พวกมันมิอาจเชิดหน้าชูตาโดยง่ายอีกต่อไป

                ถึงเวลานั้นอำนาจปกครองก็จะตกเป็นของวังจักรพรรดิห้าสมุทรอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

                ซานตงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง มันกวาดสายตามองไปรอบห้องโถง หยุดสายตาที่โหวปิงหยุนเพียงชั่วขณะก่อนจะกวาดมองต่อไปโดยรอบราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

                ศิษย์พี่ซานกำลังมองหาผู้ใดหรือขอรับ ด้านข้างของมันมีชายร่างเล็กมือกุมกระบี่ผู้หนึ่งยืนอยู่ มันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

                ข้ากำลังมองหาว่าผู้ใดคือซ่งไป่หลาง ซานตงตอบกลับเสียงเรียบ ได้ยินมาว่ามันมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าข้า ทั้งยังเอาชนะขั้นเหนือมนุษย์ได้ทั้งที่ยังอยู่ในขั้นเที่ยงแท้เท่านั้น ทว่าน่าเสียดายที่ดูเหมือนว่ามันจะมิได้อยู่ที่นี่

                ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็นับเป็นงานเลี้ยงต้อนรับ อีกไม่ช้ามันต้องมาปรากฏตัวอย่างแน่นอนขอรับ ชายร่างเล็กรีบพูด

                หลินหลันเทียนเองก็มาถึงก่อนแล้วสินะ ซานตงเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อมองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย มันแสยะยิ้มออกมา นึกไม่ถึงเมื่อปีก่อนมันยังเป็นเพียงระดับห้าเที่ยงแท้ผู้หนึ่งเท่านั้น บัดนี้ไม่เพียงก้าวเข้าสู่ขั้นเหนือมนุษย์ยังทะยานไปจนถึงจุดสูงสุดของขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์อีกด้วย สมแล้วที่มีพรสวรรค์ใกล้เคียงกับข้า แม้แต่โหวปิงหยุนก็ยังต้องถูกมันแซงหน้าไปอย่างไม่อาจขัดขวาง

                ศิษย์พี่แม้หลินหลันเทียนจะมีพรสวรรค์ดีทว่าแคว้นสิบนภาของพวกมันเป็นเพียงแคว้นอันดับล่างๆเท่านั้น ย่อมไม่อาจเทียบกับแคว้นรวมธาราของพวกเรา ทรัพยากรที่มันได้รับในการฝึกตนย่อมอ่อนด้อยอย่างยิ่ง ดังนั้นอย่างไรมันก็ไม่อาจสู้กับท่านหรือกระทั่งโหวปิงหยุนได้

                ฮ่าๆ เจ้าเอ่ยได้ถูกต้องแล้ว ปีที่แล้วอาจารย์ของข้าถึงกับยื่นข้อเสนอให้มันย้ายมานิกายต้นธาราของข้า ท้ายที่สุดมันกลับเลือกที่จะรั้งอยู่ในนิกายหมื่นดาราและแคว้นสิบนภา ดังนั้นมันจึงพลาดโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้ก้าวหน้านำข้าไปเสียแล้ว ซานตงหัวเราะเบาๆ

                ตึก... เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากภายนอกเรือนรับรอง

                หืม เสียงของมันขาดหายไป ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยพลางจ้องมองไปยังร่างเจ้าของเสียงฝีเท้า

                ระดับสามเที่ยงแท้ เจ้านี่ก็คือซ่งไป่หลางสินะ มันเผยอยิ้มขึ้นมาเล็กๆ

                ผู้มาถึงในเวลานี้ย่อมดึงดูดความสนใจจากผู้คน และแน่นอนว่าคนผู้นี้ก็มิอาจเป็นผู้อื่นนอกจากซ่งไป่หลาง

                ซ่งไป่หลาง ยินดีต้อนรับสู่งานเลี้ยงต้อนรับของวังจักรพรรดิห้าสมุทรของข้า หวังว่าเจ้าจะได้รับความสะดวกสบายในอาณาเขตของวังจักรพรรดิห้าสมุทรเรา อู๋จื่อลู่เอ่ยต้อนรับด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาด

                ขอบคุณนายน้อยอู๋ ซ่งไป่หลางพยักหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉยมิได้เคารพหรือเมินเฉยต่ออีกฝ่าย

                บัดนี้บรรยากาศของห้องโถงพลันแปรเปลี่ยนเป็นสงบเงียบจนวังเวง ภายใต้การก้าวเดินของซ่งไป่หลางทุกสายตาของพวกมันต่างจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มราวกับต้องการมองให้ทะลุถึงสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ภายใน

                คนผู้นี้น่ะหรือที่เอาชนะขั้นเหนือมนุษย์ได้ด้วยขั้นหนึ่งเที่ยงแท้ ที่นิกายเหมันต์วารี มู่จื่อหลีมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย เดิมทีนางนึกว่าซ่งไป่หลางจะมีบุคลิกลักษณะของนักสู้ที่บ้าพลัง ทว่าเมื่อได้เห็นตัวจริงกลับพบว่าเขาไม่ต่างไปจากเด็กหนุ่มที่ท่าทางคล้ายนักศึกษาทั่วไปคนหนึ่ง

                แม้ซ่งไป่หลางจะมีใบหน้าหล่อเหลาและบุคลิกที่สง่างามทว่าเสน่ห์ของมันมักจะไม่ปรากฏในช่วงเวลาปกติเช่นนี้

                ซ่งไป่หลางกวาดตามองบรรดาอัจฉริยะของแต่ละแคว้นภายในห้องโถงเพียงรอบเดียวอย่างหยาบๆ จากนั้นก็เดินไปหาหลินหลันเทียนด้วยสีหน้าราบเรียบมิสนใจสิ่งอื่นใดอีก

                เหตุใดจึงมาช้านักเล่า หลินหลันเทียนถามด้วยน้ำเสียงจืดเจื่อน ปกติแล้วตัวแทนของแคว้นมักจะอยู่ด้วยกันเพื่อคอยช่วยเหลือในทุกสถานการณ์ ทว่าซ่งไป่หลางกลับหายตัวไปก่อนหน้าที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้หลินหลันเทียนจำต้องมายังงานเลี้ยงด้วยตัวคนเดียว

                บรรยากาศของงานเลี้ยงอันน่าอึดอัดทำให้หลินหลันเทียนรู้สึกเบื่อหน่าย

                ข้าติดธุระในการฝึกฝนเล็กน้อย ซ่งไป่หลางตอบกลับ

                เอาเถอะ หลินหลันเทียนหมดคำพูด ตอนนี้อัจฉริยะของแต่ละแคว้นต่างก็มารวมตัวกันที่นี่หมดแล้ว เจ้าต้องการให้ข้าแนะนำพวกเขาให้ฟังสักรอบหรือไม่

                ซ่งไป่หลางส่ายหน้าช้าๆ นอกจากพวกยอดฝีมือที่โดดเด่นจริงๆแล้วทุกสิ่งในห้องนี้ล้วนไม่อยู่ในสายตาของมัน

                หลินหลันเทียนยิ้มเจื่อน ดูเหมือนซ่งไป่หลางจะมิได้ให้ความสำคัญกับยอดฝีมือเหล่านี้จริง

                ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่จ้องมองมาทำให้หลินหลันเทียนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ส่วนซ่งไป่หลางเพียงนั่งลงจิบชาอย่างสบายใจเท่านั้นราวกับว่ามันมิได้ใส่ใจอันใด

                เย่อหยิ่งยิ่งนัก เห็นท่าทีของซ่งไป่หลางทำให้แม้แต่ซานตงที่มั่นใจในความหยิ่งผยองของตนยังต้องรู้สึกคิ้วกระตุกเล็กน้อย

                ศิษย์พี่ บางทีข้าน่าจะลองไปทักทายมันสักหน่อย ชายร่างเล็กที่อยู่กับซานตงขมวดคิ้ว มันแองก็ไม่ชอบท่าทีหยิ่งผยองของซ่งไป่หลางเช่นกัน

                แม้บุคลิกหยิ่งผยองเช่นนี้จะสามารถพบเห็นได้จากยอดฝีมือส่วนมาก ทว่าหากเป็นผู้ที่มีพลังคู่ควรกับท่าทีหยิ่งผยองพวกมันย่อมไม่อาจเอ่ยอันใดได้ แต่ซ่งไป่หลางผู้นี้มีพลังเพียงระดับสามเที่ยงแท้เท่านั้น เหตุใดจึงกล้าแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมากันเล่า นี่ย่อมจุดชนวนความไม่พอใจของผู้คนจำนวนมาก

                เช่นนั้นก็ดี ใช้เพียงเจตกระบี่ของเจ้าก็พอมิต้องลงมือ ซานตงตอบกลับมันไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เพียงแค่ต้องการสั่งสอนซ่งไป่หลางบ้างเล็กน้อย

                ชายร่างเล็กพยักหน้าก่อนจะออกเดินไปยังที่นั่งของซ่งไป่หลางและหลินหลันเทียน

                หืม ซ่งไป่หลางและหลินหลันเทียนประหลาดใจเล็กน้อย แม้จะมีผู้คนมากมายจ้องมองมาทว่าชายร่างเล็กคนนี้กลับเป็นเพียงผู้เดียวที่มุ่งหน้ามาหาโดยตรง

                มุมปากของซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มทว่ามันก็สลายไปอย่างรวดเร็วยิ่ง ส่วนหลินหลันเทียนเพียงขมวดคิ้วชั่วครู่เท่านั้น

                จื่อพั่ง เจ้ามีธุระอะไรกับพวกเรา?” หลินหลันเทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มิได้มีความเป็นมิตรทว่าก็มิได้แสดงท่าทีเป็นศัตรูเช่นกัน

                ข้าเพียงมาที่นี่เพื่อทักทายพวกเจ้า ชายร่างเล็กตอบกลับมือยังคงกุมกระบี่เอาไว้ดุจเดิมทว่าสายตาของมันกลับทวีความแหลมคมขึ้นเมื่อมองไปยังร่างของคนทั้งสอง

                ตู้จื่อพั่งเป็นอัจฉริยะอันดับสองของแคว้นรวมธารา ความสามารถของมันด้อยกว่าซานตงจริงทว่าก็ยังเหนือกว่าคนทั้งมวลในแคว้นรวมธาราอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นมันจึงมิได้หวั่นเกรงต่ออัจฉริยะของต่างแคว้นในที่นี้เช่นกัน

                ต่อให้หลินหลันเทียนจะมีระดับพลังสูงกว่ามันเล็กน้อยทว่าด้วยเจตกระบี่ที่มันยึดมั่นย่อมสามารถเอาชัยเหนือระดับพลังที่ห่างกันได้

                เช่นนั้นพวกเรายินดีรับคำทักทาย เจ้ากลับไปเถอะ หลินหลันเทียนตอบกลับอย่างเฉื่อยชา

                “เจ้ายินดีรับคำทักทาย ทว่าสหายของเจ้าดูจะไม่คิดเช่นนั้น ดวงตาของตู้จื่อพั่งสาดประกายแหลมคม เจตกระบี่ดุร้ายทิ่มแทงเข้าไปยังจิตใจของผู้คน

                หลินหลันเทียนสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย นึกไมถึงเลยว่าเจตกระบี่ของตู้จื่อพั่งจะร้ายกาจขึ้นระดับนี้แล้ว

                ซ่งไป่หลางเพียงกวาดตามองมันครู่หนึ่งจากนั้นมิได้ใส่ใจอันใดอีก เจตกระบี่ของตู้จื่อพั่งนับว่าดี ทว่าหากเทียบกับเยว่จิงยามที่ใช้เคล็ดหมื่นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ก็นับว่าเป็นการเปรียบเทียบระหว่างท่อนไม้และคันศรคมกล้าแล้ว

                ตู้จื่อพั่งเผยรอยยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของหลินหลันเทียนทว่าเมื่อมองไปยังซ่งไป่หลางดวงตาของมันพลันหรี่ลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

                ซ่งไป่หลางยังคงนั่งอยู่อย่างสบายอารมณ์โดยมิได้ชำเลืองมองมันอีกแม้แต่ครั้งเดียว ราวกับว่าแม้แต่เจตกระบี่คุกคามของมันก็ยังมิส่งผลใดๆต่อคนผู้นี้

                อันใดกัน หรือมันเพียงแสร้งแสดงท่าทีเมินเฉย ตู้จื่อพั่งไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีผู้ใดสามารถเมินเฉยต่อเจตกระบี่ของมันได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

                ทันใดนั้นอากาศรอบๆห้องโถงพลันแปรเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บ สีหน้าของตู้จื่อพั่งซีดขาวในทันที มันหันไปมองด้านหลังพบว่าร่างงดงามของโหวปิงหยุนหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากมันทั้งยังปลดปล่อยพลังเหมันต์วารีอันรุนแรงและเย็นยะเยือกมาทางจุดที่มันอยู่โดยตรง

                ในใจของตู้จื่อพั่งพลันกรีดร้อง บัดซบ เหตุใดนางจึงต้องเล่นงานข้า

                ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้มันกลับตระหนักได้ว่าเป้าหมายของพลังอันหนาวเหน็บนี้มิได้เจาะจงมาที่ตัวมันแต่เล่นงานไปยังหลินหลันเทียนและซ่งไป่หลางต่างหาก

                หลินหลันเทียนสะบัดมือเบาๆหนึ่งครั้งใช้พลังลมปราณและพลังธาตุห่อหุ้มร่างกายของตนปกป้องจากอายพลังหนาวเหน็บนี้

                ส่วนซ่งไป่หลางเพียงชำเลืองมองโหวปิงหยุนอีกหนึ่งครั้งจากนั้นก้มลงจิบชาในมือของตนอย่างไม่ใส่ใจ

                หืม ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อชาที่เข้าสู่ปากนั้นกลายเป็นเย็นจัดจนเสียรสชาติ

                โหวปิงหยุนยังคงมีสีหน้าเย็นชาทว่านางทวีพลังของตนขึ้นทำให้บรรยากาศรอบตัวของนางกลายเป็นหนาวเย็นจนคนที่อยู่ใกล้รู้สึกขนลุก กระทั่งน้ำชาบางส่วนยังจับตัวเป็นน้ำแข็ง

                น่าสนใจนัก นี่ก็คือวิธีการใช้งานวารีธาตุในรูปแบบเหมันต์งั้นหรือ ซ่งไป่หลางพิจารณาไอเย็นที่แผ่จากร่างของนางด้วยความสนใจเล็กน้อย

                การแปรแปลี่ยนวารีเป็นเหมันต์นับว่าเป็นวิธีการต่อสู้ที่คนจำนวนมากนิยมใช้กัน ทว่ามันมิได้เหมาะสมกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เท่าใดนัก ไร้รูปจึงจะเป็นคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมที่สุดของวารี หากแปรเปลี่ยนเป็นเหมันต์ก็จะสูญเสียคุณสมบัตินี้ไปแล้ว เซี่ยหยางตอบกลับ

                น้ำชาในมือของซ่งไป่หลางกลายเป็นน้ำแข็งจนหมดสิ้น ทว่าเด็กหนุ่มเพียงปลดปล่อยพลังธาตุอัคคีออกมาเล็กน้อยไอเย็นทั้งหมดที่คุกคามตนอยู่ก็สลายไปจากนั้นควันอุ่นสีขาวก็ลอยออกมาจากแก้วน้ำชาของมันอีกครั้ง

                ซ่งไป่หลางยกถ้วยชาขึ้นดื่มสายตาเหม่อมองออกไป แสดงท่าทีราวกับว่ามิมีผู้ใดในห้องนี้อยู่ในสายตาของมัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 331 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #136 SOHSOH (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 15:44
    ชอบบบบ พระออกน่าหมั่นไส้ดี 5555
    #136
    0
  2. #88 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 16:45
    พิสูจน์ฝีมืิกันสินะ
    #88
    0