God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 60 : ตอนที่ 56 เผชิญหน้าขั้นสามเหนือมนุษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 323 ครั้ง
    11 ก.พ. 64

                “ซ่งไป่หลาง วันนี้ข้าจะสังหารและทำลายศพของเจ้ามิให้หลงเหลืออันใด อู๋หรงคำรามด้วยความโกรธแค้น

                ซ่งไป่หลางเย้ยหยัน เจ้าเอ่ยว่าจะสังหารข้าครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ดี ทว่ากลายเป็นพวกของเจ้าที่ตกตายไปจำนวนมาก ท้ายที่สุดแล้วพวกเจ้าก็มีดีแค่ปากเท่านั้น

                ดวงตาของเด็กหนุ่มกวาดมองยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ พรรคพวกของเจ้าเองก็คล้ายจะเริ่มหวาดกลัวแล้ว ยังคิดว่าสามารถสังหารข้าได้อีกงั้นหรือ

                เมื่อถูกกระตุ้นด้วยคำพูดของเด็กหนุ่ม นักฆ่าระดับเหนือมนุษ์คนอื่นๆพลันแปรเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว อย่าโอหังนัก เจ้าเพียงมีของวิเศษใช้ป้องกันค่ายกลเท่านั้น มิเช่นนั้นย่อมไม่อาจเอาตัวรอดและฉวยโอกาสสังหารห้าคนนั้นได้

                ในสายตาของพวกมัน ค่ายกลตาข่ายครอบสมุทรนับว่าร้ายกาจอย่างมากไม่มีทางที่เด็กอายุเท่าซ่งไป่หลางจะสามารถแก้ไขมันได้โดยเด็ดขาด

                สังหารมัน มิต้องใช้ค่ายกลแล้วเพียงลงมือตามปกติก็พอ อู๋หรงคำราม

                ร่างของซ่งไป่หลางพลันเลือนหายไปอีกครั้งก่อนจะไปปรากฏอยู่ที่ด้านหน้าของยอดฝีมือผู้หนึ่ง เด็กหนุ่มเลิกคิ้วสีหน้าเผยความประหลาดใจเมื่อพบว่าอู๋หรงสามารถตามตนได้ทันอีกทั้งยังเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนใช้กระบี่ฟาดฟันเข้าใส่จุดที่ซ่งไป่หลางปรากฏตัวขึ้น

                ลูกไม้เดิมยังกล้าใช้ออก ตายซะ อู๋หรงแค่นเสียงเหยียดหยาม

                ลูกไม้เดิมใช้มิได้ผลเช่นนั้นก็ลองเปลี่ยนเสียหน่อยแล้วกัน ซ่งไป่หลางหัวเราะก่อนจะใช้มือเปล่าคว้าจับกระบี่ของอู๋หรงเอาไว้

                อันใดกัน สีหน้าของอู๋หรงซีดขาวในทันที ความรู้สึกของมันราวกับกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่โลหะสวรรค์ มิอาจสร้างความเสียหายทั้งยังถูกจับไว้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลยากจะรั้งกลับ

                ซ่งไป่หลางพลันวาดดาบจากบนลงล่าง อู๋หรงมิอาจเสี่ยงต้านรับจึงจำใจต้องปล่อยกระบี่แล้วก้าวถอยหลังทิ้งระยะห่างออกมา

                ตายซะ ยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์อีกสองคนลอบโจมตีจากด้านหลัง หนึ่งใช้หอกอีกหนึ่งใช้วิชาดัชนีโจมตีใส่พร้อมกัน

                ซ่งไป่หลางป้องกันได้กระทั่งกระบี่ของอู๋หรง ดังนั้นย่อมมิเห็นการโจมตีทั้งสองนี้ในสายตา

                มันปล่อยให้หอกและดัชนีปะทะเข้ากับร่างกาย มือตวัดดาบที่ห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ออก เพียงการตวัดดาบง่ายๆกลับปลิดชีพของผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์อีกสองคนลง

                ปีศาจชัดๆ หนึ่งในยอดฝีมือที่เหลืออุทาน มันไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าบุคคลตรงหน้ามีพลังเพียงระดับสามเที่ยงแท้เท่านั้น นี่มันราวกับว่าพวกมันต่างหากที่เป็นฝ่ายมีพลังขั้นเที่ยงแท้ ในขณะที่ซ่งไป่หลางเป็นยอดฝีมือระดับเหนือมนุษย์

                อู๋หรงเองมีสีหน้าย่ำแย่อย่างมาก จนกระทั่งถึงตอนนี้มันจึงตระหนักได้แล้วว่าพวกมันทั้งหมดล้วนไม่อาจสังหารซ่งไป่หลางได้ อีกทั้งยังเป็นการนำตัวเองไปสู่ความตายอย่างแท้จริง

                มันมีพลังขั้นเที่ยงแท้จริงงั้นหรือ ราวกับว่ามันเป็นระดับห้าเหนือมนุษย์ขึ้นไป มิเช่นนั้นเหตุใดมันจึงสามารถรับการโจมตีของพวกเราได้โดยตรง ทั้งยังสามารถสังหารขั้นเหนือมนุษย์ง่ายดายราวกับหั่นผักเช่นนี้

                พลังของซ่งไป่หลางในขณะนี้มิสมควรนำไปเปรียบเทียบกับรุ่นเยาว์ของแต่ละแคว้นอีกแล้ว ต่อให้เป็นขั้วอำนาจของวังจักรพรรดิห้าสมุทรคงมีเพียงผู้ที่มีพลังขั้นสามเหนือมนุษย์จึงจะสามารถรับมือกับซ่งไป่หลางได้

                ซ่งไป่หลางมองดูกระบี่ของอู๋หรงด้วยสายตาเย็นชา เป็นถึงขั้นสองเหนือมนุษย์กลับใช้เพียงขยะกระบี่ระดับสูงเล่มหนึ่ง น่าสมเพชเสียจริง หรือว่าเจ้าต้องการปิดบังตัวตนจึงไม่ยอมใช้อาวุธประจำตัวออกมา ช่างโง่เขลานักต่อให้ข้าเป็นเด็กทารกก็ยังรู้ว่าเจ้ามาจากวังจักรพรรดิห้าสมุทร มิเช่นนั้นตัวตนขั้นเหนือมนุษย์จำนวนมากถึงเพียงนี้คงไม่ปรากฏตัวออกมา

                อู๋หรงขมวดคิ้ว ในเมื่อซ่งไป่หลางตระหนักได้ถึงที่มาของมันเช่นนั้นมันก็ทำได้เพียงต้องลงมือสังหารให้จงได้ มิเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการประกาศสงครามระหว่างแคว้นสิบนภาและวังจักรพรรดิห้าสมุทรแล้ว

                กระบี่สีม่วงเล่มหนึ่งถูกมันหยิบออกมา เมื่อกระบี่เล่มนั้นปรากฏขึ้นมันชักนำเอาพลังอัสนีสายหนึ่งประทับลงไปอย่างรุนแรง สีหน้าของซ่งไป่หลางแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญธาตุอัสนีอีกทั้งยังเป็นกระบี่อัสนีระดับลึกลับนับว่าร้ายกาจไม่เลว

                ธาตุอัสนีของข้าย่อมข่มธาตุวารีของเจ้า เตรียมรับความตายซะ อู๋หรงมีธาตุหลักคืออัสนีแน่นอน มันฝึกฝนวิชาอัสนีกลืนสมุทรซึ่งเป็นวิชาระดับลึกลับ ที่ผ่านมามิเคยพ่ายแพ้ให้กับผู้ใช้พลังธาตุวารีที่มีพลังเท่าเทียมหรือด้อยกว่ามันมาก่อน

                เสียงของเซี่ยหยางดังขึ้นในหัวของเด็กหนุ่ม น่าขันนัก หากมันใช้อัสนีสีชาดหรือกระทั่งอัสนีทมิฬยังนับว่าคู่ควรกับคำพูดเช่นนี้อยู่บ้าง ทว่าอัสนีสีม่วงของมันเป็นเพียงอัสนีขั้นต้นเท่านั้น มีคุณสมบัติอันใดที่จะกดข่มพลังวารีของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์กัน

                ซ่งไป่หลางเองมิได้ใส่ใจพลังอัสนีของอีกฝ่ายเท่าใดนัก อย่างไรพลังของซ่งไป่หลางในเวลานี้ก็นับได้ว่าเหนือกว่าผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ระดับสองมาขั้นใหญ่แล้ว

                จำนวนยอดฝีมือของฝ่ายตรงข้ามบัดนี้หลงเหลือเพียงห้าคนเท่านั้น หากตัดอู๋หรงไปก็เท่ากับมียอดฝีมือระดับเหนือมนุษย์ขั้นหนึ่งอีกสี่คน

                ซ่งไป่หลางหรี่ตาลงเล็กน้อย ดูเหมือนจะถึงเวลาลงมืออย่างจริงจังแล้ว

                พวกเจ้าสะกัดมันเอาไว้อย่าให้หลบหนีไป ข้าจะลงมือเอง อู๋หรงออกคำสั่งทว่ามันสัมผัสได้ถึงความไม่ยินยอมของคนทั้งสี่ที่เหลือ พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นคนของต่างแคว้นที่เข้าร่วมเพราะมีเป้าหมายตรงกันเท่านั้น ดังนั้นจึงมิต้องการตกตายไปเช่นเดียวกับยอดฝีมือคนอื่นๆ

                หากพวกเจ้าคิดหลบหนีออกไป ข้าสาบานได้เลยว่าวังจักรพรรดิห้าสมุทรของข้าจะตามไปสังหารพวกเจ้าทุกคน อู๋หรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

                พวกยอดฝีมือต่างแคว้นสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว หากพวกมันต้องเผชิญหน้ากับโทสะของวังจักรพรรดิห้าสมุทรพวกมันย่อมมิอาจต้านทานได้ และขั้วอำนาจที่อยู่เบื้องหลังของพวกมันย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย

                ไร้สาระเสียจริง ข้ามิได้คิดจะปล่อยพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งไปอยู่แล้ว พวกเจ้าทุกคนต้องตายที่นี่ ซ่งไป่หลางขัดขึ้นมา การสังหารยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์ของต่างแคว้นและวังจักรพรรดิห้าสมุทรพร้อมกันย่อมนับเป็นการทำลายขุมอำนาจของพวกมันจากรากฐาน นี่จะกลายเป็นการช่วยให้แคว้นสิบนภาและนิกายบัวสวรรค์สามารถยืนหยัดและยึดอำนาจได้อย่างรวดเร็วปลอดภัยในอนาคต

                ซ่งไป่หลางมิได้กังวลถึงเบื้องหลังของวังจักรพรรดิห้าสมุทรนัก ในความเป็นจริงหากเบื้องหลังของพวกมันมีผู้แข็งแกร่งระดับรวมวิญญาณขึ้นไป อีกฝ่ายย่อมไม่ยอมลงมือกับผู้มีพลังระดับเที่ยงแท้ด้วยตนเองอยู่แล้ว

                เวลานี้คนที่เป็นอันตรายสำหรับซ่งไป่หลางมากที่สุดก็คืออู๋ตงไห่แห่งวังจักรพรรดิห้าสมุทร มันจำต้องสังหารยอดฝีมือที่ได้เห็นความสามารถของมันทั้งหมดเพื่อมิให้อู๋ตงไห่ได้รับข้อมูลของมันมากเกินไป

                ซ่งไป่หลาง รับความตายซะ อู๋หรงเอ่ยออกมา มันยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นว่ายอดฝีมือสี่คนที่เหลือยินยอมที่จะยืมล้อมกระชับพื้นที่รอบๆเอาไว้ ไม่ยอมให้ซ่งไป่หลางหลบหนีไปที่ใด

                หากเจ้าเลือกที่จะหลบหนี บางทีเจ้าอาจมีโอกาสรอด ทว่าบัดนี้นับว่าสายไปแล้ว ซ่งไป่หลางส่ายหน้าดวงตาฉายแววเวทนาเล็กน้อยพวกเจ้าทุกคนต้องตายที่นี่

                ที่ต้องตายก็คือเจ้า อู๋หรงวาดกระบี่ออก เจตกระบี่ของมันนับว่ายอดเยี่ยมไม่ต่างจากเยว่จิง อีกทั้งยังผสานด้วยพลังอัสนีอย่างเต็มเปี่ยม

                โดยธรรมชาติแล้วพลังอัสนีย่อมกดข่มต่อพลังธาตุวารี ดังนั้นมันจึงมิได้หวาดกลัวต่อการปะทะโดยตรงนัก

                ซ่งไป่หลางมองข้ามอู๋หรงอีกครั้ง มันใช้ความเร็วที่เหนือกว่าทะยานร่างเข้าหายอดฝีมือที่หลงเหลือคนหนึ่ง อู๋หรงหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ซ่งไป่หลาง เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริง

                มันย่อมตระหนักได้ว่าซ่งไป่หลางต้องใช้วิธีเดิมหลีกเลี่ยงมันแล้วลงมือกับคนที่อ่อนแอกว่าดังนั้นมันจึงเตรียมกับดักเอาไว้ล่วงหน้า

                ระเบิดอัสนีกลืนสมุทร

                ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย ด้านหน้าของยอดฝีมือผู้นั้นกลับมีก้อนพลังธาตุอัสนีแอบแฝงอยู่ เมื่อซ่งไป่หลางโจมตีมันก้อนพลังอัสนีนั้นก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง

                สีหน้าของยอดฝีมือผู้นั้นแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง มันมิได้ตระหนักเลยว่าถูกใช้เป็นเหยื่อล่อ ก้อนพลังนี้มิเพียงสามารถทำร้ายซ่งไป่หลางมันยังส่งผลให้มันได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงได้ง่ายดายยิ่ง

                ม่านบัวสวรรค์

                ซ่งไป่หลางคลุมร่างของตนเอาไว้ด้วยเคล็ดวิชาม่านบัวสวรรค์ แม้จะแผชิญหน้ากับพลังธาตุอัสนีทว่าวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีอำนาจเหนือกว่าอัสนีบาตทั่วไป ลำพังเคล็ดวิชาอัสนีของอู๋หร่งยังไม่อยู่ในสายตาของเด็กหนุ่ม

                บรึม!! ระเบิดอัสนีกลืนร่างของคนทั้งสองเข้าไปทันที สีหน้าของยอดฝีมือสามคนที่เหลือแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว หากพวกมันถูกใช้เป็นเหยื่อล่อเช่นนั้นพวกมันคงต้องรู้สึกคับข้องใจและไม่ยินยอมอย่างมากเป็นแน่ อย่างไรก็ตามด้วยพลังระดับเหนือมนุษย์พวกมันย่อมไม่ตกตายโดยง่ายเพียงแค่ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น

                ฟุ่บ! จากภายในกลุ่มควันแสงสีฟ้าสายหนึ่งพุ่งออกมาอย่างลี้ลับ มิทันได้ตั้งตัวสองในสามของยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์ที่เหลือได้ถูกแสงสีฟ้านั้นเคลื่อนผ่าน ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างด้วยความรู้สึกตกตะลึง ยอดฝีมืออีกคนหนึ่งเป็นเป้าหมายท้ายสุดจึงทำให้มันตระหนักได้และหลบหนีทัน ทว่าก่อนที่มันจะได้โล่งใจแสงสีฟ้านั้นก็ได้พลิกกลับอย่างรวดเร็วและแทงทะลุลำตัวของมันไป

                อู๋หรงคือคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ดวงตาของมันสั่นไหวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จ... เจ้าสามารถโจมตีเช่นนี้ด้วย

                กลุ่มควันจางหายไปร่างของซ่งไป่หลางยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่มีแม้แต่บาดแผลเล็กน้อย ตรงกันข้ามยอดฝีมือที่ถูกใช้เป็นเหยื่อล่อบัดนี้ได้อยู่ในสภาพสิ้นลมหายใจ มันไม่เพียงถูกระเบิดอัสนีจนได้รับบาดเจ็บยังถูกซ่งไป่หลางสังหารด้วยดาบวารีศักดิ์สิทธิ์เป็นรายแรก

                อาศัยกลุ่มควันบังสายตาซ่งไป่หลางใช้ประสาทสัมผัสของตนเองโจมตีไปยังผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ระดับหนึ่งอีกสามคนและสังหารได้สำเร็จทั้งหมด วิชาวารีแปลงลักษณ์นับว่าได้ผลอย่างยิ่งยวด มิมีผู้ใดรู้ว่าซ่งไป่หลางสามารถโจมตีได้อย่างอิสระแม้จะอยู่นอกระยะของดาบก็ตาม

                เด็กหนุ่มกวาดตามองอู๋หรง เผยรอยยิ้มเย้ยหยันน้อยๆขึ้น ข้าได้เอ่ยแล้วว่าพวกเจ้าทุกคนจะต้องตาย แน่นอนว่าย่อมต้องรวมเจ้าเข้าไปด้วย เจ้ามีพลังระดับสองเหนือมนุษย์คงคิดว่าตนเองเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของดินแดนแห่งนี้สินะ ทว่าในสายตาของข้าเจ้าไม่อาจนับว่าเป็นตัวอะไรทั้งนั้น การที่เจ้ากล้ามาโจมตีข้าก็เท่ากับมาฆ่าตัวตาย

                อู๋หรงรู้สึกเสียใจอย่างมาก หากมันอาศัยจังหวะก่อนหน้านี้หลบหนีอย่างสุดกำลัง ภายใต้สถานการณ์ที่ต้องจัดการกับยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์จำนวนมากกว่าสี่คนซ่งไป่หลางอาจไม่สามารถสังหารมันได้และต้องเสียเวลาไปกับการไล่สังหารคนที่เหลือ ทว่าเพราะความโกรธทำให้มันฝืนลงมือต่อ และผลลัพธ์ก็คือนำตัวเองและกลุ่มไปสู่การถูกทำลายอย่างย่อยยับ

                ซ่งไป่หลาง เจ้าย่อมรู้ดีว่าข้ามาจากวังจักรพรรดิห้าสมุทร หากเจ้าลงมือกับข้าเจ้าย่อมต้องพบกับปัญหาอย่างแน่นอน ไม่เพียงแค่เจ้าแม้แต่นิกายบัวสวรรค์ของเจ้าก็ต้องพบเจอกับหายนะ เจ้าคิดหรือว่านิกายเล็กๆของเจ้าจะสามารถรองรับความพิโรธของวังจักรพรรดิห้าสมุทรได้ ต่อให้ทั้งแคว้นสิบนภาต้องการช่วยเหลือเจ้าก็ไม่มีประโยชน์อันใด

                ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย โฮ่ หลังจากที่เจ้าไม่อาจเอาชนะข้าได้ เจ้าเลยเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ด้วยวาจาแทน ทว่าการขู่เช่นนี้มีเพียงเจ้าต้องมีอำนาจเหนือกว่าจึงจะทำได้สำเร็จ ในสายตาของข้าขั้วอำนาจวังจักรพรรดิห้าสมุทรเพียงสามารถทำให้ข้าต้องเปลืองแรงบ้างเล็กน้อย ทว่ามิมีความจำเป็นที่ข้าจะต้องกลัวเลย

                อู๋หรงหัวเราะราวกับคนเสียสติ ซ่งไป่หลาง ข้ายอมรับว่าเจ้านั้นแข็งแกร่งผิดมนุษย์อย่างแท้จริง ทว่าเจ้าก็เป็นเพียงอัจฉริยะรุ่นใหม่เท่านั้น ขุมกำลังที่แท้จริงของวังจักรพรรดิห้าสมุทรมิได้มีเพียงพวกเรา ยังมียอดฝีมือระดับสามและสี่เหนือมนุษย์อยู่ด้วย หากเจ้ากล้าเป็นศัตรูกับพวกเราอย่างเปิดเผยแม้เจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจรอดชีวิต

                เจ้าโง่หรือเปล่า นับตั้งแต่ที่ข้าสังหารพวกเจ้าทั้งที่รู้ว่าเบื้องหลังของพวกเจ้าคือผู้ใด ข้าก็เป็นศัตรูของวังจักรพรรดิห้าสมุทรแล้ว ทว่าพวกมันย่อมไม่อาจตระหนักได้ถึงสถานการณ์ที่แท้จริง แม้ว่าพวกเจ้าทั้งหมดจะถูกข้าสังหารในความคิดของพวกมันย่อมไม่มีทางจินตนาการได้ว่าทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น เว้นเสียแต่ข้าจะปล่อยให้เจ้ารอดชีวิต เช่นนั้นพวกมันก็จะได้รับข้อมูลของข้าอย่างครบถ้วน และนั่นคือหนทางสู่หายนะอย่างแท้จริง

                ดังนั้นเจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะปล่อยให้เจ้ารอดชีวิตไปหลังจากที่เจ้าพยายามสังหารข้าและยังพ่นคำขู่เหล่านี้ออกมา น้ำเสียงของซ่งไป่หลางเย็นยะเยือก

                อู๋หรงรู้สึกขมปร่าในลำคอ มันผิดพลาดอย่างแท้จริงที่ใช้วิธีข่มขู่ออกไป หากมันเปลี่ยนเป็นร้องขอความเมตตาอย่างจริงใจตั้งแต่แรกบางทีมันอาจจะมีโอกาสรอดมากกว่านี้หรือไม่

                ซ่งไป่หลางมิได้ใส่ใจคำพูดของมันอีก เด็กหนุ่มค่อยๆก้าวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวนั้นราวกับบดขยี้ลงไปบนจิตวิญญาณของอู๋หรง

                มิมีทางเลือกแล้ว หากข้ายอมเสี่ยงบางทีอาจจะมีหนทางรอด ดวงตาของอู๋หรงทอประกายมิยินยอมรับความตาย มันยังมีไพ่ตายบางอย่างเก็บเอาไว้

                ในฐานะที่เป็นถึงผู้อาวุโสหลักของวังจักรพรรดิห้าสมุทรมันจะไม่มีไพ่ลับเลยได้อย่างไร กระบี่วิเศษในมือของมันเปล่งประกายก่อนจะแตกสลายไป พลังของมันเองเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงระดับสามเหนือมนุษย์ ทั่วร่างห่อหุ้มด้วยพลังอัสนีบาตและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังลมปราณอันทรงพลัง ทว่าสีหน้าของมันกลับซีดขาวไร้สีเลือด

                ระวัง มันใช้วิชาต้องห้ามในการเพิ่มพูนพละกำลัง แม้จะแลกมาด้วยการสังเวยของวิเศษและพลังชีวิตอย่างมากทว่าระดับพลังที่เพิ่มขึ้นทำให้มันกลายเป็นผู้มีพลังเทียบเท่าระดับสามเหนือมนุษย์ มิอาจจัดการโดยง่าย เซี่ยหยางร้องเตือน แม้จะไม่อาจใช้พลังได้แต่มันยังสามารถให้คำแนะนำต่อเด็กหนุ่มได้อยู่

                ระดับสามเหนือมนุษย์ ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่เป็นพลังที่สามารถสร้างความยุ่งยากให้กับมันได้จริงๆ

                วิธีรับมือที่ดีที่สุดสำหรับวิชาต้องห้ามประเภทนี้ก็คืออย่าปะทะกับพวกมันโดยตรง เนื่องจากพลังนี้ได้รับมาจากการฝืนธรรมชาติและใช้พลังชีวิตแลกมา พวกมันจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากทว่าไม่อาจคงสภาพได้นาน อีกทั้งยังทำให้ได้รับผลสะท้อนรุนแรงยิ่งคล้ายกับตอนที่จ้าวฮุยใช้หัวใจโลหิตอัคคี ขอเพียงรอเวลาสักช่วงหนึ่งเจ้าย่อมสามารถกำจัดมันได้โดยง่าย

                ซ่งไป่หลางพลันเอ่ยถาม อาจารย์ หากข้าปะทะกับมันในสภาวะนี้คิดว่าข้าจะเอาชนะได้หรือไม่

                เซี่ยหยางถอนหายใจ ในความเห็นของข้า เจ้าย่อมสามารถเอาชนะได้ ทว่ามิใช่ง่ายดายดังก่อนหน้านี้แน่

                แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ซ่งไป่หลางพยักหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ คู่ต่อสู้ระดับสามเหนือมนุษย์ช่างเหมาะสมที่จะใช้วัดฝีมือจริงๆ

                ดาบในมือของซ่งไป่หลางถูกเก็บไปแล้ว หลังจากเปิดเผยพลังของวิชาวารีแปลงลักษณ์การปิดซ่อนเช่นนี้ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป ในมือของซ่งไป่หลางคือดาบวารีที่สร้างจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

                อู๋หรงขมวดคิ้ว มันตระหนักได้แล้วว่าสิ่งที่ร้ายกาจมิใช่ดาบวิเศษหากแต่เป็นวิชาอันแปลกประหลาดและทรงพลังนั้นต่างหาก ในการปะทะกับซ่งไป่หลางแม้จะมีระดับสูงขึ้นมาถึงขั้นสามเหนือมนุษย์มันยังคงไม่ต้องการปะทะโดยตรงกับดาบวารีเล่มนั้น

                ซ่งไป่หลางขยับเท้าก่อนจะหายไปจากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว วิชาย่างก้าวแปดบัวดาราได้สร้างร่างของซ่งไป่หลางขึ้นมาสองร่าง ทั้งสองหนึ่งเป็นร่างจริงอีกหนึ่งเป็นเงาเสมือนจริง ล้วนสับเปลี่ยนตำแหน่งและสลับจริงเท็จตลอดเวลา

                อู๋หรงกวาดตามองเล็กน้อยก่อนจะระเบิดพลังลมปราณออกมา พลังของมันครอบคลุมด้วยธาตุอัสนีอันรุนแรงทำให้มีคลื่นพลังทำลายร้ายกาจกว่าเดิมหลายเท่า

                เคล็ดกระบี่อัสนีแยกสมุทร

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังทำลายของวิชาที่อีกฝ่ายใช้ออก แม้อู๋หรงจะไม่ได้ถือกระบี่ในมืออีกแล้วทว่าพลังของมันล้วนก่อเกิดจาการสังเวยกระบี่ระดับลึกลับ ดังนั้นอัสนีนี้แฝงด้วยเจตจำนงกระบี่ที่ร้ายกาจยิ่ง หากถูกโจมตีเข้าย่อมไม่ต่างจากถูกโจมตีโดยกระบี่อัสนีจริงๆ

                ม่านบัวสวรรค์ปรากฏขึ้นต้านทานกระบี่อัสนีของอู๋หรงเอาไว้ ทันทีที่ซ่งไป่หลางป้องกันการใช้ร่างเงาก็หยุดชะงัก อู๋หรงพลันเก็บการโจมตีที่แยกเป็นสองส่วนให้กลายเป็นหนึ่งเดียวจากนั้นทวีคูณพลังแทงทะลวงของกระบี่ให้ทรงพลังยิ่งขึ้นราวกับจะสามารถฉีกท้องฟ้าออกจากกันได้

                ซ่งไป่หลางไม่ต้านรับวิชาโจมตีของศัตรูไว้โดยตรงแต่กลับใช้ท่าเท้าออกมาอีกครั้ง ร่างของเด็กหนุ่มหายไปและปรากฏตัวที่ด้านหลังของอู๋หรงอย่างรวดเร็วยิ่ง

                ระเบิดอัสนีกลืนสมุทร

                อู๋หรงพลันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันใช้กับดักเดิมออกมาอีกครั้งทว่าคราวนี้ย่อมต่างออกไป พลังของมันเวลานี้เป็นถึงระดับสามขั้นเหนือมนุษย์อีกทั้งมันมิต้องกลัวผลสะท้อนจากพลังระเบิดอัสนีเลยแม้แต่น้อย ร่างของมันครอบคลุมด้วยพลังอัสนีที่ทรงพลังยิ่งดังนั้นมันจึงสามารถระเบิดซ่งไป่หลางได้โดยมิจำเป็นต้องออมแรงอันใด

                ซ่งไป่หลางสีหน้าแปรเปลี่ยน ระเบิดอัสนีคราวนี้นับว่ารุนแรงกว่าเดิมสองเท่าเป็นอย่างน้อย ทั้งยังถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะมันอยู่ใกล้กับอู๋หรงอย่างมาก พริบตาเดียวร่างของเด็กหนุ่มก็ถูกกลืนหายเข้าไปในแรงระเบิดนั้น

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 323 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #77 am_stel (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 09:19

    กดจ่ายไม่ได้ค่ะ

    #77
    0
  2. #76 snsptn (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 17:36

    สนุกมากเลยค่ะ รอติดตามนะคะ สู้ๆ
    #76
    0