God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 58 : ตอนที่ 54 รังมดอสูรฉีกวิญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 319 ครั้ง
    7 พ.ย. 62

                ซ่งไป่หลางมิได้รับรู้ถึงสถานการณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย มันใช้เวลากับการฝึกฝนในมิติรวมนภา แต่ละวันล้วนหมดไปกับการฝึกฝนและต่อสู้กับหนอนอสูรวารี

                สิบวันผ่านไปสามารถเก็บเกี่ยวแร่ไหมวารีมาได้จำนวนมาก ซ่งไป่หลางเองได้ทะยานมาจนถึงจุดสูงสุดของระดับหนึ่งเที่ยงแท้แล้วเช่นกัน ภายใต้น้ำตกสวรรค์พลังลมปราณของซ่งไป่หลางได้ปะทะกับพลังของน้ำตกอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่พลังทั้งสองสายปะทะกันซ่งไป่หลางสัมผัสได้ว่ากำแพงที่ปิดกั้นหนทางพัฒนาของตนไว้ค่อยๆแตกออกทีละส่วน

                ปัง!! ดวงตาของซ่งไป่หลางเบิกออกกว้าง ปากอ้าออกส่งเสียงคำรามเบาๆ

                ทะลวง!!”

                พลังของซ่งไป่หลางระเบิดออกทั่วบริเวณ ภายใต้การทะลวงขั้นนี้พลังของซ่งไป่หลางสามารถเอ่ยได้ว่าน่ายำเกรงเป็นอย่างมาก ผิดจากผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ทั่วไปโดยสิ้นเชิง ความหนาแน่นของพลังลมปราณระดับเที่ยงแท้นับว่าสูงส่งกว่าคนทั่วไปอย่างน้อยสามถึงห้าเท่าเป็นอย่างน้อย

                บึม!! น้ำตกสวรรค์สาดกระจายไปทั่ว ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มพึงพอใจ รับรู้ได้ว่าตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากมายนัก หากต้องปะทะกับหลินหลันเทียนอีกครั้งเวลานี้ย่อมเอาชนะได้โดยง่าย

                อีกทั้งการทะลวงระดับครานี้ยังส่งเสริมให้พลังการควบคุมธาตุก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น วิชาวารีแปลงลักษณ์ขั้นแรกถูกเรียกใช้ออก ดาบวารีปรากฏขึ้นในชั่วพริบตา

                ความเร็วในการควบคุมธาตุวารีก้าวหน้าขึ้นมากนัก เด็กหนุ่มอุทานเบาๆ

                ยากนักที่จะจินตนาการว่าทันทีที่ก้าวถึงระดับเที่ยงแท้ขั้นสูงสุดความหนาแน่นของพลังปราณแท้และการควบคุมธาตุจะทรงพลังเพียงใด

                ซ่งไป่หลางหันไปมองร่างของหนอนอสูรวารี มันยังคงถูกกักขังเอาไว้ภายในม่านบัวสวรรค์เช่นเดิม ทว่าซ่งไป่หลางได้เลื่อนระดับพลังขึ้นมาแล้วจึงไม่มีความจำเป็นต้องฝึกฝนที่นี่อีก คงจะได้เวลาปลดปล่อยหนอนอสูรวารีไปแล้ว

                แม้จะเสียดายเมือกหลอมวารีและแร่ไหมวารีที่มันคอยผลิตให้ในแต่ละวันทว่าก็นับว่าตนเองเก็บเกี่ยวมาได้พอสมควรแล้วเช่นกัน ซ่งไป่หลางมองไปยังม่านบัวสวรรค์ที่ถูกควบคุมด้วยค่ายกลผสานธรรมชาติ อย่างที่เซี่ยหยางบอกค่ายกลนี้นับว่ามีความซับซ้อนไม่มากนัก เวลาสิบวันที่มันใช้ไปกับการฝึกฝนซ่งไป่หลางได้ตรวจสอบค่ายกลนี้อย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้แม้จะยังไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ทว่าซ่งไป่หลางมีวิธีนับสิบในการสลายค่ายกลนี้ทิ้งไป

                ซ่งไป่หลางสะบัดมือเบาๆถ่ายพลังเข้าไปในค่ายกลและอักขระ อักขระสำคัญของค่ายกลผสานธรรมชาติพลันเปล่งแสงและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

                เมื่อไร้ซึ่งค่ายกลม่านบัวสวรรค์ก็ไร้การควบคุม รอจนกระทั่งม่านบัวสวรรค์สลายหายไปจนหมดซ่งไป่หลางก็ทะยานร่างจากมา

                หนอนอสูรวารีย่อมมิได้ไล่ตามมันมา มิต้องเอ่ยถึงเรื่องที่หนอนอสูรวารีไม่อาจเอาชนะซ่งไป่หลางได้ ธรรมชาติของมันก็นับว่ามิใช่สัตว์ดุร้ายอันใด มันโจมตีเด็กหนุ่มเพียงเพราะการบุกรุกพื้นที่ของมันเท่านั้น บัดนี้ซ่งไป่หลางจากมามันก็มิได้สนใจอันใดอีก

                อาจารย์ ข้าควรไปยังสถานที่ใดต่อ ซ่งไป่หลางเอ่ยถามขึ้นมา

                สิบวันมานี้ข้าได้สำรวจพื้นที่โดยรอบในรัศมีสิบลี้เอาไว้หมดแล้ว สิ่งที่ดูมีคุณค่าข้าเองก็เก็บเกี่ยวมาหมดแล้วเช่นกัน ทว่าขณะที่กำลังสำรวจพื้นที่ข้าสัมผัสได้ถึงรังของสัตว์ปีศาจระดับสามห่างออกไปประมาณห้าสิบลี้ จำนวนของพวกมันนับว่ามากมายอย่างยิ่ง หากสังหารทั้งหมดย่อมได้รับแก่นวิญญาณเพียงพอสำหรับการใช้เลื่อนระดับไปยังขั้นถัดไปได้ เซี่ยหยางตอบกลับ

                รังของสัตว์ปีศาจระดับสาม ซ่งไป่หลางรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทันที สัตว์ปีศาจระดับสามตัวหนึ่งก็นับว่าน่าหวาดหวั่นมากพอแล้วหากมันอาศัยอยู่จำนวนมากเป็นรังจริงสถานที่นั้นก็เปรียบเสมือนแดนมรณะของมนุษย์โดยแท้

                เป็นรังของมดอสูรฉีกวิญญาณ พลังของพวกมันนับว่าอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสัตว์ปีศาจระดับสามตัวอื่นๆ ทว่าความน่ากลัวของพวกมันก็คือจำนวนและพิษ ยอดฝีมือผู้หนึ่งตกลงไปในรังของพวกมันย่อมถูกจำนวนอันมากมายมหาศาลรุมฉีกกระชากจนตกตาย อีกทั้งเมื่อถูกพิษจากเขี้ยวของพวกมันความเจ็บปวดที่ได้รับจะเทียบเท่ากับการถูกตัดร่างเป็นชิ้นๆ นับว่าเป็นสัตว์ปีศาจที่น่ากลัวทีเดียว เซี่ยหยางหัวเราะ

                ทว่าสำหรับเจ้าที่มีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นับว่ามีความได้เปรียบสัตว์ปีศาจประเภทนี้ไม่น้อย มดอสูรฉีกวิญญาณแต่ละตัวมีขนาดไม่ใหญ่มากนักเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของมนุษย์เท่านั้น พวกมันขุดรังขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนเอาไว้ที่ชั้นใต้ดินและอาศัยอยู่ภายในนั้น หากเจ้าสามารถเล่นงานพวกมันที่ซ่อนอยู่ภายในรังได้ก็ย่อมสามารถกำจัดพวกมันได้ในรวดเดียว

                ข้าเคยได้ยินมาว่ารังของพวกมดอสูรฉีกวิญญาณมักจะมีทางออกจำนวนมาก ต่อให้ข้าใช้พลังวารีอุดรูทางออกของพวกมันเอาไว้ก็อาจจะยังมีทางออกอื่นๆให้พวกมันหลบหนีไปอีก ซ่งไป่หลางถามด้วยความสงสัย

                เรื่องนั้นย่อมไม่เป็นปัญหา ขอเพียงไปยังพื้นที่รังของมันประสาทสัมผัสของข้าย่อมสามารถรับรู้ถึงเส้นทางและทางออกทั้งหมดของรังมดอสูรฉีกวิญญาณโดยง่าย จากนั้นที่พวกเราต้องทำก็คือการจัดการกับพวกมันให้หมดสิ้นเพื่อเก็บเกี่ยวแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสามของพวกมันเซี่ยหยางยิ้มอย่างไม่ใส่ใจนัก เรื่องนี้สามารถกระทำได้โดยง่ายอย่างแท้จริง

                เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะอาจารย์ หากข้าสามารถก้าวไปถึงระดับสามเที่ยงแท้ได้ก่อนที่จะเข้าสู่การบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ เช่นนั้นต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับอู๋ตงไห่โดยตรงข้าก็ไม่กลัวอันใดแล้ว ซ่งไป่หลางรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ในระดับนี้มันสามารถเอาชนะระดับสองเหนือมนุษย์ได้และเผชิญหน้ากับระดับสามเหนือมนุษย์ได้บ้าง ทว่าหากไปถึงระดับสามย่อมกลายเป็นสามารถเผชิญหน้ากระทั่งระดับสี่เหนือมนุษย์โดยไม่พ่ายแพ้เช่นกัน

                รังของมดอสูรฉีกวิญญาณนั้นตั้งอยู่ที่บริเวณโขดหินที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่ง มองเห็นรูที่มีขนาดพอให้คนมุดลงไปได้ซ่งไป่หลางรู้สึกขนลุกเล็กน้อย เมื่อจินตนาการว่าภายใต้รังนี้มีร่างของมดอสูรฉีกวิญญาณจำนวนนับพันอาศัยอยู่ หากพลาดท่าถูกมันลากเข้าไปในรังหรือแม้กระทั่งตกลงไปในรังบางส่วนของมันต่อให้เป็นผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ก็ยากที่จะรอดชีวิต

                เซี่ยหยางใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะระบุออกมา นับว่ายากกว่าที่ข้าคาดไว้บางส่วน รังนี้ไม่เพียงมีขนาดใหญ่อย่างมาก ใต้ดินมีขนาดความกว้างอย่างน้อยหนึ่งลี้และความลึกอย่างน้อยห้าสิบจั้ง(ประมาณร้อยหกสิบเมตร) ยังมีเส้นทางเข้าออกอีกประมาณห้าสิบเส้นทางที่กินบริเวณความกว้างเท่ากับรังของพวกมันทั้งหมด

                เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรดีอาจารย์ พลังวารีของข้าอาจมิสามารถจัดการกับพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนั้น ซ่งไป่หลางถามเสียงเคร่งขรึม หากเป็นดั่งที่เซี่ยหยางพูดเกรงว่าเรื่องนี้จะยากเกินไปแล้ว

                นับว่าค่อนข้างยากทว่ามิใช่เป็นไปไม่ได้ ขอเพียงเจ้าใช้วิชากายาบัวพิสุทธิ์ผสานฝ่ามือบัวสวรรค์ ใช้พลังธาตุวารีเต็มกำลังน่าจะสามารถทำลายรังของมันพวกมันได้อย่างน้อยเจ็ดถึงแปดส่วน

                จากนั้นจะมีพวกมดอสูรฉีกวิญญาณบางส่วนเหลือรอดแล้วพยายามขึ้นมาตามเส้นทางที่ยังไม่ถูกพลังของเจ้าทำลาย ทว่าหากเรารู้ว่ามันจะออกมาจากเส้นทางใดบ้างการจะใช้ค่ายกลจัดการกับพวกมันก็นับว่าเป็นไปได้

                ซ่งไป่หลางพลันดวงตาสว่างวาบขึ้นทันที มันลืมไปเลยว่าเซี่ยหยางมีความสามารถเชิงค่ายกลเช่นกัน

                ที่เจ้าต้องระวังก็คือประสาทสัมผัสของข้ารับรู้ได้ถึงราชินีมดตัวหนึ่ง มันน่าจะเป็นสัตว์ปีศาจระดับสามขั้นสูงสุด พลังของมันมีเพียงขั้นเหนือมนุษย์ขั้นที่เจ็ดหรือรวมวิญญาณขึ้นไปจึงจะรับมือได้ หากเผชิญหน้ากับมันเจ้าต้องลำบากเป็นแน่

                สัตว์ปีศาจระดับสามขั้นสูงสุด ซ่งไป่หลางตระหนกเล็กน้อย

                ตามธรรมชาติของราชินีมดพวกมันจะไม่ออกมาจากรังหากมิได้จนตรอกมากจริงๆ ทว่าการโจมตีของเจ้าย่อมเป็นการบีบบังคับให้มันต้องออกมา ข้าจะทำให้แน่ใจว่าค่ายกลของข้าจะสามารถกักมันเอาไว้ได้จนกว่าพลังของเจ้าจะทำลายรังภายในทั้งหมด เมื่อถึงเวลานั้นพวกมดก็จะต้องตายภายใต้ค่ายกลและพลังทำลายของวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ เซี่ยหยางยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเงียบสงบ สำหรับซ่งไป่หลางแล้วรังมดนี้นับว่าเป็นสมบัติวิเศษฟ้าประทานโดยแท้

                ซ่งไป่หลางช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่เล็กน้อย แม้ว่าการล่าครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลประโยชน์มากมายแต่หากไม่พึ่งพาเซี่ยหยางมันย่อมไม่อาจกระทำการเช่นนี้ได้เช่นกัน เอาเถอะ สักวันข้าย่อมแข็งแกร่งพอที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เช่นนี้ให้ได้ด้วยตนเองบ้าง

                เซี่ยหยางมิได้สนใจความคิดของเด็กหนุ่มนัก สำหรับมันแล้วมองว่าซ่งไป่หลางในเวลานี้ยังนับว่าอ่อนแอเกินไปหน่อย การเดินทางไปยังดินแดนที่ระดับสูงขึ้นย่อมต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจขึ้นเช่นกัน ต่อให้เอาชนะศัตรูในดินแดนนี้ทั้งหมดสำเร็จก็ไม่มีความหมายอันใด

                เวลานี้เป้าหมายของเซี่ยหยางคือผลักดันให้ซ่งไป่หลางก้าวไปถึงระดับห้าเที่ยงแท้ให้ได้ก่อนที่จะเดินทางไปยังต่างดินแดน แม้ว่าในมิติรวมนภาจะมีเวลาไม่มากพอแต่อย่างน้อยก็ควรไปถึงระดับสาม และในการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับหากให้ดีควรพัฒนาไปอีกสองระดับเป็นอย่างน้อย

                ข้าตั้งใจจะส่งไป่หลางไปยังสถานที่แห่งนั้น พลังระดับเที่ยงแท้ย่อมมิเพียงพอเป็นแน่ หากเป็นระดับเหนือมนุษย์ก็ยังนับว่าพอจะมีลุ้นอยู่บ้าง แต่อาศัยประโยชน์จากการที่ศักยภาพในการต่อสู้แท้จริงเหนือกว่าคนทั่วไปย่อมมีโอกาสมากกว่าเดิมหลายส่วน เซี่ยหยางคิดในใจเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของซ่งไป่หลาง

                ความเร็วในการฝึกฝนก้าวหน้าของซ่งไป่หลางช้าไม่อาจนับว่าเป็นความผิดของเด็กหนุ่มได้เลย ต้องเอ่ยว่านี่นับเป็นขีดจำกัดของดินแดนแห่งนี้แล้ว หากเปลี่ยนให้ซ่งไป่หลางผู้นี้ไปเติบโตยังดินแดนราชันย์เช่นเดียวกับซ่งหงเสวี่ยเกรงว่าบัดนี้คงก้าวไปถึงระดับขั้นสูงสุดของขั้นรวมวิญญาณเช่นกัน

                สิ่งสำคัญก็คือต้องหาวิธีชดเชยความเร็วในการฝึกที่สูญเสียไปให้ได้มากที่สุด ดังที่เซี่ยหยางเคยพูดเอาไว้ว่ามีเพียงต้องพึ่งพาวาสนาพิเศษเท่านั้น

                วาสนาพิเศษสำหรับคนทั่วไปอาจจะเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันที่มิอาจพบเจอในความเป็นจริง ทว่าเซี่ยหยางนับเป็นตัวตนเช่นใด มันเป็นถึงศัตรูที่ทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องโกรธเกรี้ยวด้วยการทำลายรากฐานของพวกมันไปอย่างร้ายแรงส่วนหนึ่ง ตัวตนที่เป็นภัยต่อขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ดุจดังสรวงสวรรค์ แค่เพียงวาสนาพิเศษเซี่ยหยางย่อมสามารถนำมาให้ซ่งไป่หลางได้

                ค่ายกลบางอย่างถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว ซ่งไป่หลางมองดูเส้นทางเข้าออกของรังมดอสูรฉีกวิญญาณที่ถูกปิดด้วยค่ายกลจำนวนสิบกว่าเส้นทาง เขารอคอยสัญญาณให้เริ่มลงมืออย่างสงบนิ่ง

                สิบสองเส้นทางที่ข้าปิดผนึกด้วยค่ายกลล้วนเป็นเส้นทางที่อยู่สูงกว่าเส้นทางอื่นๆ หากพลังวารีของเจ้าเริ่มบดขยี้ภายในรังของพวกมัน เส้นทางเหล่านี้ย่อมกลายเป็นเส้นที่ปลอดภัยที่เหลือรอด และพวกมันจะต้องหลบหนีมายังเส้นทางเหล่านี้เท่านั้น ทว่าภายใต้ค่ายกลของข้าพวกมันมิอาจออกมาได้อย่างแน่นอน ลงมือเถอะ

                ได้ฟังเช่นนั้นซ่งไป่หลางก็พยักหน้าก่อนจะเริ่มวาดฝ่ามือของตนออก บนหน้าผากของซ่งไป่หลางปรากฏสัญลักษณ์รูปดอกบัวของเคล็ดกายาพิสุทธิ์เปล่งประกายขึ้น เมื่อดอกบัววารีปรากฏพลังวารีอันรุนแรงก็พัดกระหน่ำเข้าไปในรังของมดอสูรฉีกวิญญาณ

                ซ่งไป่หลางสัมผัสได้ว่ามดอสูรมากมายตกตายภายใต้พลังวารีของตนในทันที พวกมันอาจจะเป็นสัตว์ปีศาจระดับสามทว่าพวกมันมิได้แข็งแกร่งท่ากับสัตว์ปีศาจประเภทอื่นๆ ดังนั้นภายใต้การโจมตีเช่นนี้ทำให้สามารถฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดาย

                คลื่นวารียังคงซัดกระแทกเข้าไปตามเส้นทางใต้ดินอย่างบ้าคลั่ง ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าพลังของตนคล้ายถูกบางอย่างหยุดยั้งเอาไว้ ทว่าไม่นานการหยุดยั้งนั้นก็แตกสลายไป

                ไม่นึกแลยว่าราชินีของพวกมันจะฉลาดไม่เลว ทันทีที่รู้ตัวว่าเจ้าโจมตีด้วยพลังธาตุวารี มันถึงกับสั่งให้มดอสูรฉีกวิญญาณจำนวนนับร้อยผนวกรวมกันกลายเป็นโล่มีชีวิตและขวางกั้นเส้นทางของพลังวารีเอาไว้ ทว่าพวกมันย่อมไม่มีทางขวางกั้นพลังของเจ้าที่มาจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เด็ดขาด เซี่ยหยางเอ่ยเสียงเรียบ ภายใต้ประสาทสัมผัสของมันทำให้สามารถตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในใต้ดินราวกับมองเห็นด้วยตา

                ฝูงมดแตกกระจายหลังจากต้านทานฝ่ามือบัวสวรรค์เอาไว้ได้เพียงไม่นาน ราชินีมดอสูรไร้สิ้นหนทางเลือก มันนำเอาทัพมดอสูรที่ยังเหลือรอดชีวิตจากการถูกดูดกลืนเข้าไปในพลังวารีหลบหนีมายังเส้นทางที่อยู่เหนือน้ำ

                เห็นภาพนั้นเซี่ยหยางพลันยิ้มจางๆ

                หากพวกเจ้าเลือกตายโดยพลังของไป่หลาง พวกเจ้าอาจยังมีโอกาสมีชีวิตอยู่อีกเล็กน้อย

                บริเวณที่เซี่ยหยางจัดตั้งค่ายกล ตัวอักขระหมุนวนอย่างรวดเร็วยิ่งก่อนที่เซี่ยหยางจะใช้พลังบางส่วนของตนส่งพลังวารีเล็กๆกลุ่มหนึ่งเข้าไป

                หมอกวารีแพร่กระจายออกมาจากปากรังมดอสูร จากนั้นกลืนร่างของกลุ่มมดอสูรฉีกวิญญาณเข้าไป แม้กระทั่งราชินีมดเองก็ยังอยู่ในกลุ่มนั้น ทันทีที่พวกมันได้รับหมอกวารีเข้าไปในร่างพวกมันก็หยุดนิ่ง ดวงตาหม่นแสงลงไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต

                พลังของเซี่ยหยางสูงส่งเกินไป เพียงการโจมตีด้วยเศษเสี้ยวละอองวารีที่ดูคล้ายหมอกเหล่านี้ก็สามารถสังหารสัตว์ปีศาจระดับสามได้ทั้งหมด

                อาจารย์ ข้ารู้สึกได้ว่ามิมีการเคลื่อนไหวภายในรังของพวกมันแล้ว ซ่งไป่หลางอุทานออกมาเบาๆ ก่อนหน้านี้รังยังคงสั่นไหวเพราะการเคลื่อนที่พร้อมกับของฝูงมดภายใต้การนำของราชินีมด ทว่าเมื่อเซี่ยหยางลงมือมันก็ไม่มีสิ่งใดเหลือรอดอยู่อีก

                เก็บเกี่ยวแก่นวิญญาณของพวกมันเถอะ พิจารณาแล้วข้าคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับเจ้าในการเลื่อนระดับไปยังขั้นสามเที่ยงแท้จริงๆ เซี่ยหยางยิ้มออกมาจางๆทว่าทันใดนั้นสีหน้าของมันซีดขาวลงเล็กน้อย ดวงตาทอแววตกตะลึง

                อันใดกัน อาการบาดเจ็บทางวิญญาณจากทัณฑ์อัสนีของข้าควรจะหายดีแล้ว ทว่าบัดนี้กลับรู้สึกเจ็บปวดราวกับวิญญาณได้รับบาดแผลร้ายแรง

                เซี่ยหยางรีบหลับตาลงก่อนจะสำรวจสภาพกายวิญญาณของตน ทันใดนั้นมันรู้สึกตกตะลึงและสิ้นหวังอย่างยิ่ง บัดซบ นึกไม่ถึงเลยว่าพิษศักดิ์สิทธิ์ได้หลอมรวมเข้ากับอัสนีศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่ข้าจะตาย ไม่เพียงมันแฝงอยู่ในกายของข้ามันยังแฝงเข้ามาลึกถึงระดับวิญญาณ ทว่าเหตุใดมันจึงไม่เคยส่งผลกระทบต่อข้ามาก่อน

                ก่อนที่เซี่ยหยางจะทิ้งร่างกายของตนเองมา มันได้รับพิษศักดิ์สิทธิ์จากหนึ่งในยอดฝีมือของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ แม้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์จะมีประสิทธิภาพในการรักษาเยียวยาอย่างยิ่ง ทว่ายังคงมีบางอย่างที่ไม่อาจใช้พลังของมันเยียวยาได้ในเวลาสั้นๆ

                เซี่ยหยางคิดว่าพิษเหล่านั้นติดอยู่กับร่างกายของตนและสมควรสลายไปหมดแล้วเมื่อตนถอดวิญญาณออกมา ทว่าเมื่อย้อนนึกดูแล้วเวลานั้นนอกจากพิษศักดิ์สิทธิ์มันยังได้รับการโจมตีโดยผู้ใช้พลังวิญญาณอัสนีศักดิ์สิทธิ์โจมตีใส่ชั้นวิญญาณของมันอีกด้วย เป็นไปได้ว่าพิษและอัสนีได้หลอมรวมกันและฝังเอาไว้อย่างเงียบเชียบภายในวิญญาณของมันตลอดมา

                ทว่าพิษนี้มีผลต่อวิญญาณน้อยมาก และพลังอัสนีศักดิ์สิทธิ์ก็หลงเหลือเพียงกลิ่นอายอัสนีที่แฝงอยู่ในวิญญาณเล็กน้อยเท่านั้น มิได้ร้ายแรงอันใด จนกระทั่งเซี่ยหยางได้รับบาดเจ็บจากทัณฑ์อัสนีสวรรค์ก่อนหน้านี้ทำให้กลายเป็นการกระตุ้นอัสนีศักดิ์สิทธิ์และพิษที่หลอมรวมกัน กายวิญญาณของมันจึงเริ่มถูกรุกรานจากพิษศักดิ์สิทธิ์ในที่สุด

                นี่เป็นเหตุผลที่เป็นไปได้มากที่สุดในความคิดของเซี่ยหยาง มันรู้สึกขมขื่นเป็นอย่างมาก หากรู้ตั้งแต่ตอนที่พิษยังไม่ส่งผลมันย่อมสามารถขับไล่พิษไปได้อย่างง่ายดาย ทว่ามารู้เอาตอนที่พิษตื่นขึ้นแล้วเช่นนี้มีเพียงต้องทุ่มเทพลังเต็มที่ในการเยียวยาขจัดพิษเท่านั้น อาศัยพลังของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ยังสามารถรักษาพิษได้ ทว่าคงต้องใช้เวลานานมากทีเดียว

                อาจารย์ เกิดอันใดขึ้นกับท่าน ภายใต้ความผูกพันทางวิญญาณ ซ่งไป่หลางตระหนักได้ทันทีว่าวิญญาณของเซี่ยหยางสั่นไหวอย่างรุนแรงและมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้น

                เฮ้อ นับว่าข้าประมาทตระกูลศักดิ์สิทธิ์มากเกินไป เซี่ยหยางถอนหายใจ มันเล่าเรื่องให้ซ่งไป่หลางฟังอย่างหยาบๆ และสถานการณ์ที่มันกำลังเผชิญหน้าในตอนนี้

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ที่แท้เซี่ยหยางต้องบาดเจ็บก็เพราะการช่วยปกป้องตนจากทัณฑ์อัสนีสวรรค์ในครั้งนั้น อาจารย์ท่านสามารถรักษามันได้หรือไม่

                หากใช้โอสถวิเศษที่มีพลังรักษาทางวิญญาณย่อมสามารถเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว ทว่าโอสถที่จะต้องใช้นั้นมิเพียงเป็นโอสถประเภทเยียวยาวิญญาณที่หาได้ยากยิ่ง ยังต้องเป็นโอสถที่มีระดับสูงพอจะจัดการกับพิษศักดิ์สิทธิ์ได้ ข้าย่อมมิอาจคาดหวังว่าจะค้นหาพวกมันพบ

                หรือหากรักษาขับพิษโดยวิธีการปกติก็ย่อมทำได้เช่นกัน แต่ระหว่างนั้นข้าจำต้องหลีกเลี่ยงการใช้พลังออกไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังระดับใดก็ตาม นั่นเพราะทุกครั้งที่ใช้พลังพิษจะยิ่งแพร่กระจายไปยังกายวิญญาณของข้ามากยิ่งขึ้น เซี่ยหยางตอบกลับ

                เจ้าหนู หากข้าทุ่มเทรักษาโดยไม่ใช้พลังออกไปเลย เต็มที่ก็สามปีข้าย่อมขับพิษได้หมด ทว่าเวลาสามปีนั้นมิอาจบอกว่าเป็นเวลาสั้นๆ และข้ามิต้องการให้แผนการฝึกฝนของเจ้าล่าช้าออกไปแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามแผนการฝึกฝนที่ข้าวางไว้นับว่าอันตรายสำหรับเจ้าอย่างยิ่ง หากมิได้รับการปกป้องจากข้าไม่อาจบอกได้เลยว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดได้หรือไม่

                ซ่งไป่หลางพลันตอบกลับทันที อาจารย์ ไม่ว่าอันตรายเพียงใดข้าจะหาวิธีทำให้สำเร็จ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือชีวิตของท่าน ข้าขอให้ท่านรีบรักษาตนเองให้หายดี ส่วนข้านั้นจะทำการฝึกฝนตามแผนการของท่านอย่างเต็มกำลัง แม้จะอันตรายเพียงใดข้าย่อมไม่ลังเลอย่างแน่นอน อีกทั้งข้ามีความเชื่อมั่นว่าจะก้าวผ่านมันไปได้

                เซี่ยหยางยิ้มด้วยสีหน้าซีดเซียวเล็กน้อย ข้าเชื่อว่าเจ้าจะทำได้ อันที่จริงภายใต้การปกป้องของข้าการเติบโตของเจ้าอาจจะก้าวกระโดดรวดเร็ว ทว่าย่อมขาดสิ่งสำคัญคือสัญชาตญาณที่ตระหนักต่อภัยอันตราย ทว่าหลังจากนี้เมื่อไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากข้า เจ้าจงจำเอาไว้ว่าการรักษาชีวิตสำคัญที่สุด

                ตอนนี้พิษได้กำเริบขึ้นมาอย่างรุนแรง ข้าไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปิดกั้นประสาทสัมผัสเพื่อระงับพิษไม่ให้แพร่กระจายไปมากกว่านี้ เจ้าในเวลานี้มีแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสามจำนวนมาก จงใช้มันฝึกฝนและพัฒนาไปยังระดับสามเที่ยงแท้ ระหว่างนี้จงระวังภายนอกเอาไว้ตลอดเวลา แม้สัตว์ปีศาจจะไม่กล้าเข้าใกล้พื้นที่รังของมดอสูรฉีกวิญญาณ ทว่าหากพวกมันมีระดับสูงพอ พวกมันย่อมไม่หวาดกลัวอันใด

                อาจารย์ ท่านวางใจเถอะ ข้าจะรักษาชีวิตของตนอย่างแน่นอน     

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 319 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น