God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 56 : ตอนที่ 52 กลับเข้าสู่มิติรวมนภาอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 352 ครั้ง
    5 พ.ย. 62

                นิกายหมื่นดาราและเยว่จิงจากไปแล้ว ซ่งไป่หลางจึงเอ่ยกับหยุนลั่วเฉินในที่สุด

                ท่านเจ้านิกาย ตอนนี้ข้าคิดว่านี่เป็นเวลาอันเหมาะสมแล้ว หลังจากที่ข้าบรรลุการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับข้าย่อมไปจากดินแดนแห่งนี้เช่นกัน ดังนั้นก่อนที่จะไปข้าจึงต้องมอบของเหล่านี้ให้ท่านเสียก่อน

                แหวนมิติของซ่งไป่หลางเปล่งแสงเล็กน้อยจากนั้นสมบัติจำนวนมากปรากฏขึ้นมา ผู้อาวุโสจางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงในขณะที่หยุนลั่วเฉินประหลาดใจเล็กน้อย

                สมบัติระดับลึกลับและมหัศจรรย์มากมายเพียงนี้ เจ้าได้รับมันมาจากมิติลี้ลับของการประลองสิบนภางั้นหรือ หยุนลั่วเฉินคาดเดาได้ในทันที หากมีขุมสมบัติระดับนี้อยู่จริงมันย่อมถูกค้นพบและแย่งชิงไปหมดสิ้นแล้ว การที่ซ่งไป่หลางมีของเหล่านี้ในครอบครองย่อมมีความเป็นไปได้เพียงไม่กี่ทางเท่านั้น

                ซ่งไป่หลางพยักหน้า ผู้อาวุโสจาง รบกวนท่านออกไปก่อน เรื่องนี้ข้าจำเป็นต้องเอ่ยกับท่านเจ้านิกายเท่านั้น น้ำเสียงของเด็กหนุ่มยังคงแฝงความเคารพแต่มันมิได้เรียกขานอาวุโสจางว่าอาจารย์อีกแล้ว ผู้อาวุโสจางมิได้เอ่ยอันใดเพียงแต่ออกจากเรือนไปอย่างเงียบงัน มันย่อมรู้ดีว่านี่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

                ซ่งไป่หลาง ในความเป็นจริงแม้ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ของนิกายบัวสวรรค์และได้รับความช่วยเหลือบางส่วนจากนิกาย ทว่ามันก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ด้วยศักยภาพรวมถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของเจ้า มิมีความจำเป็นอันใดต้องทำเพื่อนิกายเรามากมายขนาดนี้ เพียงทรัพยากรที่ได้รับมาจากอันดับหนึ่งของเจ้าก็นับว่าส่งผลดีต่อนิกายเรามากพอแล้ว หยุนลั่วเฉินเอ่ยเสียงเรียบ ราวกับมันมิได้สนใจกองสมบัติระดับลึกลับและมหัศจรรย์เหล่านี้แม้แต่น้อย

                ท่านเจ้านิกาย ความเป็นจริงแล้วข้าได้รับหลายสิ่งหลายอย่างจากนิกายมากกว่าที่ท่านคาดมากนัก แม้กระทั่งสมบัติเหล่านี้ก็นับว่าได้รับมันมาจากนิกายเช่นกัน ท่านรู้หรือไม่แท้จริงแล้วผู้ที่สร้างมิติรวมนภาและมิติลี้ลับสำหรับการประลองสิบนภาก็คืออดีตลูกศิษย์ของนิกายบัวสวรรค์ผู้หนึ่ง และสมบัติเหล่านี้ก็ล้วนเป็นคนผู้นั้นทิ้งเอาไว้เพื่อหวังว่าสักวันศิษย์ของนิกายบัวสวรรค์จะได้รับสืบทอดมันไป ซ่งไป่หลางตอบกลับ

                หยุนลั่วเฉินตะลึงเล็กน้อย นี่เป็นเรื่องจริง?”

                “ตัวท่านเองคงจะพอรู้อยู่แล้วว่าในอดีตนิกายบัวสวรรค์ของเราเป็นเช่นใด และเหตุใดจึงได้กลับกลายเป็นสภาพเช่นนี้ ทว่านี่มิใช่จุดจบของนิกายอย่างแน่นอน เป็นเพียงการรอคอยเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น และนี่ก็คือเวลาอันเหมาะสมที่ว่า ใช้สมบัติและทรัพยากรเหล่านี้ทำให้นิกายของพวกเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น สำคัญที่สุดคือท่านจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ข้ายังมีวิชาที่แท้จริงของนิกายที่ได้รับถ่ายทอดมา ภายในเวลาสามวันจากนี้ข้าจะบันทึกเคล็ดวิชาทั้งหมดของนิกายและส่งมอบให้กับท่าน

                หลังจากที่ข้าไป ข้าเชื่อว่านิกายของพวกเราจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกคราหนึ่ง ข้าอาจไม่สามารถอยู่ช่วยเหลือพวกท่านจนถึงที่สุดทว่าข้ายังคงปรารถนาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนิกายของพวกเรา ขอเพียงใช้สิ่งที่ข้ามอบให้ไปอย่างคุ้มค่า ภายใต้กลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นอู๋หลิวและศิษย์พี่ฉิน นิกายบัวสวรรค์ย่อมกลายเป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งของดินแดนนี้ได้ภายในสิบปีเป็นอย่างช้า และต่อให้ขั้วอำนาจเบื้องหลังของวังจักรพรรดิห้าสมุทรจะต้องการขัดขวางพวกมันก็ทำได้เพียงมองอย่างโง่งมเท่านั้น

                ประกายตื่นเต้นปรากฏบนดวงตาของหยุนลั่วเฉิน อันที่จริงอาศัยเพียงสมบัติที่ซ่งไป่หลางนำออกมาเหล่านี้ก็สามารถยกระดับนิกายบัวสวรรค์ให้สูงส่งยิ่งกว่านิกายหมื่นดาราได้หลายสิบขั้นแล้ว ตัวมันเองมีระดับพลังเหนือกว่าทุกผู้คนในดินแดนตั้งแต่ต้น อาศัยทรัพยากรชั้นยอดและอาวุธระดับมหัศจรรย์ที่ได้รับย่อมทำให้ทะยานไปสู่ระดับรวมวิญญาณในเร็ววันเช่นกัน

                หยุนลั่วเฉินมิเคยจินตนาการออกเลยว่ามันจะสามารถฝ่าไปยังระดับรวมวิญญาณได้ ระดับทรัพยากรในดินแดนนี้ตกต่ำจนเกินกว่าจะหล่อหลอมยอดฝีมือระดับรวมวิญญาณขึ้นมา แต่สมบัติที่ซ่งไป่หลางมอบให้ได้ทำลายเงื่อนไขข้อนั้นไปแล้ว

                ได้ ด้วยสิ่งที่เจ้ามอบให้กับนิกายแน่นอนว่าพวกเราจะต้องแข็งแกร่งจนมากพอที่จะกลายเป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งของดินแดน มิเพียงในเวลาสิบปี ขอเพียงห้าปีเท่านั้น อู๋หลิวและฉินจีเป็นอัจฉริยะที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างยิ่ง ทั้งยังมีนิสัยซื่อสัตย์และผูกพันกับนิกายอย่างยิ่งยวด ข้ามั่นใจจะสามารถผลักดันพวกมันขึ้นเป็นระดับขั้นเหนือมนุษย์ภายในหนึ่งปี ถึงเวลานั้นย่อมไม่มีขั้วอำนาจใดในแคว้นต้านทานเราได้ ส่วนอำนาจภายนอกขอเวลาเพียงสามปีพวกเราย่อมบดขยี้ได้ทั้งหมดเช่นกัน

                หยุนลั่วเฉินเอ่ยอย่างมั่นใจยิ่ง ในแง่ของการฝึกฝนพลังขั้นเหนือมนุษย์มันเชื่อว่ามิมีผู้ใดในดินแดนนี้ชำนาญไปมากกว่ามันอีกแล้ว

                ยอดเยี่ยมนัก สามวันจากนี้ข้าจะคัดลอกเคล็ดวิชาทั้งหมดลงไปในซากวิหารบัวสวรรค์ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาต้องห้าม เวลานี้ยังคงมิมีผู้ใดเข้าไปถึงส่วนในของซากวิหารได้นอกจากท่านและข้า ย่อมเหมาะสมที่จะจัดการเรื่องนี้มากที่สุด จากนั้นข้าจะทำการแก้ไขค่ายกลของซากวิหารให้คนของเราสามารถเข้าไปด้านในได้ ส่วนผู้ใดจะมีวาสนากับวิชาใดในนั้นก็ล้วนแล้วแต่วาสนาของพวกมันแต่ละคนแล้ว

                ซากปรักวิหารบัวสวรรค์นั้นได้หมดหน้าที่ของมันลงไปแล้ว ทว่ายังคงมีผู้ฝักใฝ่ศึกษาศาสตร์ค่ายกลเข้าไปภายในนั้นเป็นระยะ นับจากวันที่ซ่งไป่หลางได้รับโลหิตศักดิ์สิทธิ์มาก็ผ่านไปนานหลายเดือนมากแล้ว ในที่สุดมิมีผู้ใดสามารถฝ่าเข้าไปถึงด้านในของซากวิหารได้เลยนอกจากหยุนลั่วเฉิน

                หยุนลั่วเฉินพอจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าซ่งไป่หลางย่อมไม่พลาดที่จะเข้าไปสำรวจด้านในนั้น อีกทั้งยังอาจเข้าไปถึงด้านในจนสำเร็จ มันพยักหน้าด้วยความเห็นด้วย เคล็ดวิชาต่างๆหากถูกบันทึกเอาไว้ด้านในนั้นย่อมไม่ดูแปลกตาจนเกินไป นับว่าเหมาะสมที่จะใช้เก็บซ่อนจากภายนอก แรกเริ่มมันจะคัดเฉพาะศิษย์หลักไม่กี่คนเข้าไปก่อน จากนั้นจึงค่อยขยายไปยังกลุ่มศิษย์หลักที่เหลือและศิษย์สายใน

                วิชาที่ซ่งไป่หลางมีล้วนเป็นวิชาระดับสวรรค์ ต่อให้พวกมันต้องการฝึกยังไม่แน่ว่าจะฝึกสำเร็จ แต่ภายใต้ความเข้าใจของซ่งไป่หลางเด็กหนุ่มสามารถตัดทอนวิชาเหล่านี้แยกออกเป็นส่วนๆ ทำให้ผู้ฝึกค่อยๆพัฒนาระดับของวิชาไปตามขั้นพลังของตนเอง อย่างเช่นเมื่อเริ่มฝึกในระดับเที่ยงแท้วิชาจะยังคงมีพลังในระดับวิชาขั้นลึกลับ แต่หากพัฒนาไปจนถึงขั้นเหนือมนุษย์จะสามารถฝึกฝนวิชาไปจนถึงระดับอัศจรรย์ได้

                อย่างไรก็ตามยังคงมีโอกาสที่บางคนจะฝึกฝนวิชาจนสำเร็จครบทั้งหมด แต่นั่นหมายความว่าคนผู้นั้นจะต้องเป็นอัจฉริยะระดับเดียวกับซ่งไป่หลางเท่านั้น

                ระยะเวลาสามวันผ่านไปซ่งไป่หลางใช้เวลากับการจารึกตัวอักษรลงบนแผ่นหินแล้วนำไปติดตั้งไว้ด้านในซากวิหาร ระหว่างนั้นยังคอยทำการปรับเปลี่ยนแก้ไขค่ายกลในวิหารไปพลางๆ เดิมทีซ่งไป่หลางไม่สามารถแก้ไขค่ายกลเหล่านี้ได้มากนักหนึ่งเพราะระดับพลังที่ยังน้อยเกินไป สองเพราะความเข้าใจศาสตร์ค่ายกลในเวลานั้นยังน้อยเกินไป แต่เวลานี้ซ่งไป่หลางมีความเข้าใจศาสตร์ค่ายกลลึกซึ้งขึ้น อีกทั้งยังมีพลังเหลือเฟือในการจัดการกับตัวอักขระ

                สามารถเอ่ยได้เลยว่าไม่มีค่ายกลใดที่เป็นของนิกายบัวสวรรค์แล้วซ่งไป่หลางจะไม่รู้จักหรือไม่อาจแก้ไขมันได้

                เมื่อเรื่องราวที่ติดค้างทั้งหมดถูกจัดการเรียบร้อย ซ่งไป่หลางได้กลับมาทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกฝนฝีมือของตนเองอีกคราหนึ่ง

                อาจารย์ แม้ว่าข้าจะอาศัยน้ำตกสวรรค์และแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจช่วยเหลือการควบรวมลมปราณเพื่อฝ่าไปยังระดับขั้นต่อไปยังนับว่าช้าเป็นอย่างมาก ข้าควรแก้ไขอย่างไรดี ซ่งไป่หลางเริ่มรู้สึกเคร่งเครียด มันฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนครบเดือนกลับพบว่าพลังของมันยังไม่เข้าใกล้จุดสูงสุดของระดับหนึ่งได้เลย

                “เฮ้อ ส่วนหนึ่งต้องโทษที่ไอพลังของดินแดนนี้ตกต่ำลงมากจนเกินไป แม้จะเป็นน้ำตกสวรรค์ทว่าพลังลมปราณธรรมชาติของมันนับว่าอ่อนแออย่างยิ่งเมื่อเทียบกับน้ำตกสวรรค์ในดินแดนอื่นๆ มิเช่นนั้นเจ้าคงสามารถก้าวไปถึงระดับสองได้แล้ว จริงสิ จะว่าไปนี่นับว่ามีวิธีแก้ไขอยู่ เซี่ยหยางพลันนึกขึ้นได้

                อาจารย์ วิธีนั้นคือ?” ซ่งไป่หลางรีบถามทันที

                ดินแดนนี้อาจจะอ่อนแอทว่าในดินแดนมิติรวมนภามีแม้กระทั่งสัตว์ปีศาจระดับสี่ ดังนั้นระดับของมันย่อมไม่ธรรมดาโดยเด็ดขาด ข้าได้สนทนากับจิตวิญญาณของศิษย์นิกายบัวสวรรค์จึงทราบว่ามันมิได้สร้างมิติรวมนภา ทว่าใช้วิธีการบางอย่างสร้างประตูข้ามดินแดนชั่วคราวขนาดเล็กขึ้นมา แม้บัดนี้เศษเสี้ยววิญญาณมันจะสลายไปแล้วทว่าเส้นทางเชื่อมนั้นมิได้สลายไปด้วย ด้วยความสามารถของข้ายังคงช่วยเจ้าเปิดช่องทางเข้าไปภายในนั้นได้

                มิติรวมนภา ทำเช่นนั้นได้ด้วยหรืออาจารย์ ซ่งไป่หลางตกตะลึงอย่างมาก ภายในมิติรวมนภานั้นมีระดับสูงส่งกว่าดินแดนนี้จริง อีกทั้งยังมีสัตว์ปีศาจระดับสามจำนวนมาก แม้กระทั่งสัตว์ปีศาจระดับสี่ก็ยังมีเช่นกัน ในสถานที่เช่นนั้นย่อมมีโอกาสในการฝึกฝนมากกว่า

                บัดนี้เวลาเหลือเพียงสองเดือนก่อนที่จะไปยังดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ ไปที่ตระกูลหลิวกันเถอะ ทว่าอย่าได้เปิดเผยตัวตน พวกเราต้องไม่ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นในการลอบเข้าสู่พื้นที่มิติรวมนภาในครั้งนี้ เซี่ยหยางหัวเราะออกมาเบาๆ มันรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่ไม่เลวเลยทีเดียว ภายในมิติรวมนภาการพัฒนาของซ่งไป่หลางย่อมก้าวกระโดดไปอีกระดับ

                อาจารย์ ทว่าภายในมิติรวมนภานับว่าค่อนข้างยากลำบากที่จะเอาตัวรอดนัก สัตว์ปีศาจในพื้นที่นั้นราวกับมิต้องการให้มีมนุษย์เข้าไปยุ่งเกี่ยว หลังจากตอนประลองสิบนภาข้าสามารถยืนหยัดได้ถึงแค่วันที่ห้าเท่านั้น ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย จดจำได้ว่าสัตว์ปีศาจในมิติรวมนภาค่อนข้างดุร้ายและมักจะไล่สังหารผู้คนอยู่เสมอ

                มิต้องกังวล ขอเพียงใช้ค่ายกลอำพรางสักเล็กน้อยก็สามารถหลบซ่อนอยู่ในนั้นได้อย่างง่ายดายแล้ว สัตว์ปีศาจมีวิธีการรับรู้ต่างไปจากมนุษย์ ค่ายกลอำพรางของข้าสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของสัตว์ปีศาจระดับสี่ลงไปได้ทั้งหมด เจ้าเพียงไปยังน้ำตกสวรรค์ภายในมิติรวมนภาที่ครั้งก่อนพบเจอกับอสูรวารีก็พอเซี่ยหยางตอบกลับ ต่อให้เจอสัตว์ปีศาจระดับสี่มันก็สามารถกำจัดได้โดยง่าย มิต้องกังวลสิ่งใด

                หลังจากวางแผนการโดยคร่าวๆแล้วซ่งไป่หลางได้หลบเร้นออกจากเทือกเขาต้องห้ามของนิกายบัวสวรรค์ มุ่งหน้าไปยังพื้นที่เขตตระกูลหลิวในทันที แม้ว่าความเร็วในการเดินทางจะมิอาจเทียบกับการขี่มัจฉาบัวสวรรค์ไปได้ทว่าซ่งไป่หลางในเวลานี้มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าขั้นเหนือมนุษย์ การเดินทางด้วยความเร็วสูงสุดยังคงน่าตื่นตะลึงอย่างยิ่งเพียงหนึ่งวันหนึ่งคืนก็มาถึงพื้นที่ของตระกูลหลิวแล้ว

                ภายใต้ความช่วยเหลือของเซี่ยหยางการลอบเข้าไปในพื้นที่ของตระกูลหลิวนับว่าง่ายดายยิ่งนัก ผู้เฝ้าอาณาเขตราวกับมองมิเห็นและมิอาจสัมผัสตัวตนแปลกปลอมของซ่งไป่หลางได้เลยแม้แต่น้อย

                ผ่านไปเพียงสี่เดือนเท่านั้นทว่ากลับเป็นความทรงจำที่น่าคิดถึงนัก มองไปยังลานประลองที่บัดนี้มีเพียงความว่างเปล่าซ่งไป่หลางมีแววตาระลึกถึงเล็กน้อย

                ไปเถอะ ข้าสามารถเปิดมันไว้ได้เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น มิฉะนั้นอาจทำให้พวกตระกูลหลิวรับรู้ถึงความผิดปกติได้ เซี่ยหยางกระตุ้นเตือน

                ทันทีที่เข้าไปในมิติรวมนภา ซ่งไป่หลางพลันหลับตาลงก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มุมปาก ที่นี่มีอายพลังสูงส่งกว่าดินแดนด้านนอกมากนัก ข้ารู้สึกได้เลยว่าหากฝึกในพื้นที่มิตินี้ย่อมทำให้พลังของข้าก้าวกระโดดมากกว่าสองเท่าของภายนอก

                นี่เป็นเพียงอากาศทั่วไปเท่านั้น หากมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่มีธาตุวารีหนาแน่นเช่นน้ำตกสวรรค์ การฝึกฝนย่อมได้ผลมากขึ้นอย่างน้อยสามเท่าขึ้นไป เซี่ยหยางแค่นเสียงออกมา

                นี่จึงเป็นเหตุผลที่หงเสวี่ยมีพลังลมปราณเหนือกว่าเจ้านัก ถึงกับฝึกถึงระดับรวมวิญญาณขั้นสูงสุด นั่นเพราะความแตกต่างของพลังในดินแดนล้วนไม่เท่ากัน ตระกูลศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ในดินแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีกลิ่นอายพลังสูงสุด ไม่เพียงเหมาะกับการฝึกยุทธ์อย่างถึงที่สุดยังเหมาะกับการบำรุงรากฐานศักดิ์สิทธิ์ด้วย นับเป็นสาเหตุที่พวกมันครองความแข็งแกร่งเหนือดินแดนอื่นๆเรื่อยมา

                อาจารย์ เช่นนั้นหากในอนาคตข้าไปยังดินแดนที่สูงส่งยิ่งขึ้นย่อมมีโอกาสไล่ตามระดับการฝึกฝนของนางทันใช่หรือไม่ ซ่งไป่หลางต้องการปกป้องน้องสาวของตนดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

                ยากนัก ขณะที่เจ้าต้องเดินทางไปยังดินแดนต่างๆหงเสวี่ยกำลังฝึกฝนอยู่ที่ดินแดนราชันย์ ดินแดนที่มีพลังด้อยกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งนางยังมีพรสวรรค์และอัจฉริยภาพมิน้อยไปกว่าเจ้า การจะไล่ตามนางให้ทันได้โดยทั่วไปย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ ทว่าหากพึ่งพาวาสนาพิเศษบางอย่างย่อมมีโอกาสเป็นไปได้บางส่วน เซี่ยหยางตอบเรียบๆ

                วาสนาพิเศษหรือ ซ่งไป่หลางยิ้มเจื่อน ของเช่นนี้จะหาได้ง่ายดายได้อย่างไรกัน

                หนึ่งในวาสนาพิเศษที่เจ้าได้พบเจอก็คือข้าและวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อย่างไรเล่า ยังมีโลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าได้จากนิกายบัวสวรรค์ อย่าลืมละว่าพลังฝึกตนมิใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด พลังในการต่อสู้ล้วนประกอบขึ้นจากหลายปัจจัย แม้จะมีพลังขั้นรวมวิญญาณแต่หากมีปัจจัยอื่นประกอบร่วมมากพอยังมีหนทางเอาชนะขั้นราชันยุทธ์ได้ ขั้นราชันยุทธ์ยังอาจเอาชนะจักรพรรดิทั้งสามขั้นได้เช่นกัน ทั้งหมดล้วนขึ้นกับวาสนาพิเศษเช่นนี้

                พาเจ้ามายังมิติรวมนภาแห่งนี้ นอกจากจะเพื่อให้เจ้าได้ฝึกฝนในพื้นที่ที่เหมาะสมแล้วยังเป็นการมาหาวัตถุดิบสำหรับการสร้างทรัพยากรฝึกฝนในอนาคตอีกด้วย ยังจำโลหิตเพลิงของสัตว์ปีศาจระดับสี่ก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ ข้าต้องการใช้มันสำหรับเป็นส่วนประกอบของโอสถเพลิงชำระจิตทว่ายังคงขาดสมุนไพรและชิ้นส่วนสัตว์ปีศาจบางอย่าง ภายนอกย่อมหาได้ยากทว่าในมิติรวมนภาไม่แน่อาจจะยังพอหาได้ เซี่ยหยางยิ้มอย่างมีนัยยะ

                ก่อนอื่นเจ้ามุ่งหน้าไปยังน้ำตกสวรรค์ก่อนเถอะ

                ซ่งไป่หลางตอบรับก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว หวนนึกถึงครั้งก่อนที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้จึงพบว่าช่างแตกต่างกันนัก พลังของมันในยามนี้ต่อให้เจอกับสัตว์ปีศาจระดับสามขั้นต้นก็ยังมั่นใจว่าจะจัดการได้โดยง่าย

                ระหว่างทางย่อมไม่เรียบง่าย สัตว์ปีศาจระดับสองตั้งแต่ขั้นต่ำไปจนถึงขั้นสูงปรากฏตัวขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าซ่งไป่หลางเพียงใช้วิชาวารีแปลงลักษณ์ตัดร่างของพวกมันด้วยใบมีดวารีศักดิ์สิทธิ์ในพริบตา เก็บเกี่ยวแก่นวิญญาณของพวกมันเอาไว้ด้วยความยินดี

                แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจภายในมิติรวมนภานับว่าแข็งแกร่งกว่าแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจจากภายนอกนัก น่าจะมีความบริสุทธิ์มากกว่าอย่างน้อยสองถึงสามขั้น ซ่งไป่หลางอุทานออกมาเบาๆเมื่อตรวจสอบพวกมันโดยละเอียด

                นี่จึงเป็นธรรมชาติของดินแดนระดับสูงยิ่งขึ้น อีกทั้งสัตว์ปีศาจแม้จะเป็นระดับเดียวกันแต่พลังของพวกมันจะแตกต่างกันในส่วนรายละเอียด ทั้งบริสุทธิ์และหนาแน่นยิ่งกว่า เซี่ยหยางอธิบายอย่างเยือกเย็น

                เข้าใกล้เขตน้ำตกสวรรค์ ซ่งไป่หลางพลันตระหนักได้ว่ามีสัตว์ปีศาจที่ทรงพลังกำลังเคลื่อนไหว ที่แท้กลับเป็นสัตว์ปีศาจระดับสามจระเข้วารี พลังของมันเทียบเท่ากับระดับเหนือมนุษย์ขั้นหนึ่งทีเดียว

                ซ่งไป่หลางแย้มยิ้ม หากเป็นการประลองสิบนภาก่อนหน้ามันคงเลือกหลีกเลี่ยงจระเข้วารีตัวนี้ ทว่าซ่งไป่หลางในเวลานี้นับได้ว่าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

                หวนนึกถึงวิธีการที่มันใช้จัดการกับสัตว์ปีศาจในน้ำตอนการประลองสิบนภา ซ่งไป่หลางพลันซัดฝ่ามือบัวสวรรค์ลงในน้ำทันที

                ฝ่ามือบัวสวรรค์สองชั้นฟ้า

                ดอกบัววารีและวายุปรากฏขึ้นหมุนวนพัดเอาร่างอันใหญ่ยักษ์ของจระเข้วารีขึ้นมาบนฝั่ง เมื่อขึ้นฝั่งแล้วความเร็วของมันลดน้อยลงอย่างมาก มิมีโอกาสได้ทำอันใดก็ถูกดาบวารีศักดิ์สิทธิ์ของซ่งไป่หลางตัดศีรษะของมันออกอย่างง่ายดาย

                แหลมคมยิ่งนัก ซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆ เกล็ดของจระเข้วารีสามารถป้องกันการโจมตีของระดับเหนือมนุษย์โดยง่ายทว่ากลับไม่อาจต้านทานการตัดของดาบวารีศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย

                เจ้าคิดว่าวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งใดกัน พลังของมันเทียบเท่ากับสมบัติชั้นสวรรค์เป็นอย่างน้อย ย่อมมิมีทางที่เกล็ดของสัตว์ปีศาจระดับสามจะป้องกันได้อยู่แล้ว เซี่ยหยางปวดหัวเล็กน้อย ซ่งไป่หลางยังคงไม่คุ้นชินกับพลังของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เสียที

                อาจารย์ ข้ามีความคิดดีๆบางอย่างแล้ว ซ่งไป่หลางพลันหยิบเอาดาบเล่มหนึ่งขึ้นมาจากแหวนมิติของตน เป็นดาบระดับมหัศจรรย์เล่มหนึ่ง แม้จะมอบสมบัติวิเศษเกือบทั้งหมดให้กับนิกายทว่าซ่งไป่หลางก็ยังคงเก็บบางส่วนไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต สมบัติเหล่านี้ย่อมสามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับสมบัติที่มันจำเป็นต้องใช้ในต่างดินแดน

                หืม เจ้าต้องการจะฝึกดาบอย่างจริงจังงั้นรึ อย่าดีกว่า การจะฝึกดาบให้ถึงขั้นสร้างเจตแห่งศาสตรานับว่าต้องใช้เวลา หากฝึกตั้งแต่เด็กยังนับว่าเหมาะสมแต่เริ่มฝึกเอาตอนนี้ย่อมมิมีทางเหนือกว่าผู้ที่ฝึกอย่างจริงจังได้ เซี่ยหยางเตือน

                ข้าเพียงจะนำมันมาใช้ประโยชน์เช่นนี้เท่านั้น ซ่งไป่หลางยิ้มพลางใช้วารีแปลงลักษณ์ควบคุมให้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมไปทั่วทั้งดาบ มองดูคล้ายการใช้ดาบวิเศษที่เสริมพลังด้วยธาตุวารี

                จะทำเช่นนี้นับว่าไร้ประโยชน์นัก ใช้ดาบที่ทำจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ไปเลยยังยอดเยี่ยมกว่า เซี่ยหยางไม่เข้าใจเท่าใดนัก

                ซ่งไป่หลางหัวเราะ ในสายตาของผู้คนอาวุธของข้าคือดาบที่เสริมพลังธาตุวารี ทว่าในจังหวะที่การต่อสู้จำเป็นต้องตัดสินเป็นตายนั้น ความเข้าใจนี้จะช่วยให้ข้าสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย

                สัตว์ปีศาจระดับสามตัวหนึ่งพลันพุ่งจู่โจมลงจากฟากฟ้า มันคือวิหคอสูรสายลมที่มีร่างกายขนาดใหญ่โต เมื่อมันโจมตีเข้ามาก็คล้ายกับพัดพาเอาพายุที่เกรี้ยวกราดเข้ามาด้วย

                ซ่งไป่หลางมองไปยังร่างของมันที่ยังคงอยู่ห่างออกไปอีกหลายจั้ง ดาบในมือตวัดวาดออกอย่างไร้ความหมายเนื่องจากมันยังอยู่ไกลเกินกว่าจะใช้ระยะของดาบในการโจมตี ทว่าเมื่อดาบวาดออกคลื่นวารีที่เคยครอบคลุมอยู่บนตัวดาบพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง คมมีดวารียืดขยายออกไปราวกับดาบในมือกลายเป็นดาบยักษ์ที่มิอาจคาดคะเนขนาดของมันได้ คลื่นวารีตัดผ่านร่างของวิหคอสูรวายุตนนั้นจนขาดออกจากกันเป็นสองส่วนอย่างง่ายดาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 352 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #120 yukai (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 09:02

    ขอบคุณ
    #120
    0