God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 55 : ตอนที่ 51 แผนการของซ่งไป่หลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 349 ครั้ง
    5 พ.ย. 62

                เรื่องที่มีคนของนิกายหอกระบี่เคยตกตายในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ ซ่งไป่หลางเองได้รับรู้มาบ้างเช่นกัน ในฐานะที่มันจะต้องเป็นตัวแทนของแคว้นสิบนภาเดินทางเข้าร่วมการบุกเบิกนี้มันย่อมต้องหาข้อมูลไว้บ้าง

                ปีที่แล้ว หลินหลันเทียนเป็นอันดับหนึ่งของการประลองสิบนภา อันดับสองก็คือคนของนิกายหอกระบี่ เชียนเล่ย พลังอยู่ที่ระดับห้าเที่ยงแท้ แม้จะนับว่าแข็งแกร่งอย่างมากในแคว้นสิบนภาทว่าเทียบกับอัจฉริยะอันดับหนึ่งของต่างแคว้นแล้วมันก็เป็นเพียงตัวตนระดับกลางๆผู้หนึ่งเท่านั้น

                เวลานั้นทั้งสองคนเข้าสู่ดินแดนประตูสมุทรลี้ลับโดยอาศัยเพียงความรู้เล็กน้อยที่มีบันทึกเอาไว้โดยตระกูลหลิว น่าเสียดายที่พวกเขามีข้อมูลของดินแดนแห่งนั้นน้อยเกินไป อีกทั้งเพราะปัญหาบางอย่างทำให้เกิดปัญหากับแคว้นวงแหวนมังกร แคว้นอันดับสามของทวีปห้าสมุทร เพราะเรื่องนั้นจึงทำให้หลินหลันเทียนและเชียนเล่ยถูกโจมตีจากอันดับหนึ่งของแคว้นวงแหวนมังกร

                หลินหลันเทียนยังสามารถรับมือได้แต่เชียนเล่ยไหนเลยจะรับมืออัจฉณิยะที่มีพลังระดับห้าเที่ยงแท้ขั้นสูงสุดที่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างยิ่ง อาการบาดเจ็บของเชียนเล่ยรุนแรงนัก ทั้งสองหลบหนีไปยังพื้นที่บางแห่งของดินแดนประตูสมุทรลี้ลับพบเจอกับสภาพภูมิอากาศเลวร้ายอย่างยิ่ง ในที่สุดเชียนเล่ยทนพิษบาดแผลไม่ไหวตกตายลงไปในดินแดนแห่งนั้น นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของนิกายหอกระบี่ครั้งหนึ่ง

                ซ่งไป่หลาง ครั้งนั้นพวกเรามีเรื่องกับแคว้นวงแหวนมังกรเพียงแคว้นเดียวถึงกับทำให้เชียนเล่ยต้องรับบาดเจ็บสาหัสและไม่อาจเอาชีวิตรอดกลับมาได้ ครั้งนี้แคว้นที่คิดกำจัดพวกเรากลับมีมากมายอย่างน้อยที่สุดก็ห้าแคว้น ข้ายังมั่นใจอย่างมากว่าแคว้นอื่นๆที่มิได้ประกาศตัวก็ต้องการกำจัดพวกเราไม่น้อยไปกว่ากัน พิจารณาในแง่ร้ายที่สุด การบุกเบิกครั้งนี้พวกเราสองคนจะถูกมองเป็นศัตรูจากคนทั้งหมด มิอาจประมาทได้เด็ดขาด หลินหลันเทียนเอ่ยเตือนจริงจัง

                ลำพังพลังฝีมือของมันพอจะมั่นใจว่าไม่หวาดกลัวต่ออัจฉริยะของแคว้นใดก็ตาม แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปอย่างยิ่ง แต่ละแคว้นย่อมมีเคล็ดวิชาและอาวุธลับเฉพาะตัว สถานการณ์เช่นนี้สามารถกล่าวได้ว่าเต็มไปด้วยอันตรายอันยากคาดเดา

                ยังมี กรณีที่เลวร้ายที่สุดก็คือ แม้แต่วังจักรพรรดิห้าสมุทรเองก็ต้องการกำจัดพวกเจ้า อยู่ๆหยุนลั่วเฉินก็เอ่ยออกมา สีหน้าของผู้อาวุโสลู่และผู้อาวุโสจางแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง หลินหลันเทียนเองถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมาเล็กน้อยกับคำพูดประโยคนี้

                วังจักรพรรดิห้าสมุทร?” ซ่งไป่หลางยิ่งรู้สึกประหลาดใจ หยุนลั่วเฉินมิได้คล้ายกับพูดขึ้นโดยอาศัยเพียงการคาดเดาเท่านั้น คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากัน หรือว่าระหว่างที่หยุนลั่วเฉินหายไปเป็นเพราะมันไปสืบข่าวเกี่ยวกับวังจักรพรรดิห้าสมุทรมากัน

                เจ้านิกายหยุน เรื่องนี้มิอาจล้อเล่นได้ วังจักรพรรดิห้าสมุทรย่อมปรารถนาที่จะได้รับความช่วยเหลือจากแคว้นต่างๆ ยิ่งแต่ละแคว้นมีกำลังแข็งแกร่งเพียงใดผลประโยชน์ในการบุกเบิกที่ตกต่อพวกมันยิ่งมากขึ้นตามกันไป เหตุใดพวกมันจึง... ผู้อาวุโสลู่คัดค้าน

                หยุนลั่วเฉินถอนหายใจเล็กน้อย ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปห้าสมุทรก็คือผู้พิทักษ์วังสมุทรอู๋ตงไห่ มันมีพลังระดับสี่เหนือมนุษย์ด้วยอายุหนึ่งร้อยห้าสิบปี นับว่าอยู่ในช่วงวัยชราอย่างมาก รองลงมากลับกลายเป็นว่ายอดฝีมือของวังจักรพรรดิห้าสมุทรมิได้มีความแข็งแกร่งโดดเด่นเกินกว่าผู้นำของแต่ละแคว้น ในความเป็นจริงอำนาจของพวกมันนับว่าอยู่ในสภาวะที่กำลังไม่มั่นคงอย่างมาก ในสายตาของพวกมันการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับยังไม่สำคัญเท่าการรักษาอำนาจที่มีในมือในเวลานี้

                หากแต่ละแคว้นมีอัจฉริยะที่แข็งแกร่งพอใช้ได้พวกมันย่อมยินดีอย่างยิ่ง ทว่าเมื่ออัจฉริยะผู้นั้นโดดเด่นจนเกินไปก็นับว่าเป็นอีกเรื่องแล้ว ในสายตาของพวกมันอัจฉริยะรุ่นใหม่เหล่านี้ล้วนสามารถคุกคามอำนาจของพวกมันได้ในอนาคตทั้งสิ้น หากมิสามารถยืนยันได้ว่าจะสามารถดึงตัวมาร่วมกับพวกมันได้ หนทางที่เหลือก็มีเพียงต้องกำจัดทิ้งเท่านั้น หยุนลั่วเฉินอธิบายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

                แม้จะอธิบายด้วยหลักการและเหตุผลเพียงใด ท้ายที่สุดที่มันมั่นใจจนเอ่ยออกมาเช่นนี้ก็เพราะมันไปยังวังจักรพรรดิห้าสมุทรและลอบสืบเป้าหมายของอีกฝ่ายมาจนชัดเจนแล้ว ด้วยฝีมือของมันการลอบเร้นเข้าไปในวังจักรพรรดิห้าสมุทรย่อมสามารถกระทำได้ เพียงแค่ต้องระวังตัวเล็กน้อย

                มันถึงกับได้ยินกับหูว่าจักรพรรดิห้าสมุทรได้สั่งให้อู๋ตงไห่จับตาดูซ่งไป่หลางด้วยตนเอง หากเห็นว่าซ่งไป่หลางมีโอกาสที่จะสามารถคุกคามอำนาจของพวกมันได้ให้หาหนทางลงมือกำจัดทิ้งทันทีที่มันเข้าสู่ดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ

                การบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับนั้นนอกจากแต่ละแคว้นที่ได้รับอนุญาตให้ส่งอัจฉริยะเข้าไปแคว้นละสองคนแล้ว วังจักรพรรดิเจ้าสมุทรยังส่งอัจฉริยะรุ่นใหม่ของพวกมันเข้าไปถึงสิบคน อีกทั้งยังมีอู๋ตงไห่ติดตามไปดูแลด้วยตนเองด้วย

                นั่นหมายความว่าอู๋ตงไห่จะเป็นผู้ที่มีพลังสูงที่สุดในการบุกเบิกนั้น และหากมันต้องการกำจัดซ่งไป่หลางก็ย่อมไม่มีผู้ใดมีอำนาจต่อต้านมันได้

                เรื่องนี้ทำให้หยุนลั่วเฉินรู้สึกว่าตนเองไม่มีทางเลือกอีกแล้ว ก่อนที่การบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับจะเริ่มต้นขึ้นมันจะเปิดเผยตัวตนและพลังของมัน สังหารอู๋ตงไห่ทิ้งแล้วยึดอำนาจจากวังจักรพรรดิห้าสมุทรเสีย ด้วยพลังของมันในดินแดนแห่งนี้ย่อมมิมีผู้ใดสามารถต่อต้านมันได้อีก

                ได้แต่หวังว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะมิได้จับตาดูนิกายบัวสวรรค์เอาไว้อีกแล้วหลังจากผ่านไปหลายร้อยปี

                “หมายความว่าในกรณีที่เลวร้ายมิเพียงจะต้องพบเจอกับอันตรายในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ เราอาจยังต้องเผชิญหน้ากับอัจฉริยะระดับเหนือมนุษย์ของแต่ละแคว้นรวมกับกองกำลังของจักรพรรดิห้าสมุทรที่นำโดยอู๋ตงไห่สินะ ซ่งไป่หลางพึมพำออกมาเบาๆ

                หากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเราไม่ควรส่งหลันเทียนและซ่งไป่หลางเข้าไปร่วมกับการบุกเบิกครั้งนี้เด็ดขาด อาวุโสลู่เอ่ยอย่างจริงจัง เดิมทีคิดว่ามีเพียงบรรดาแคว้นต่างๆที่เป็นศัตรูกับเรา เรื่องนี้ยังพอจะหาวิธีแก้ไขได้ ทว่าหากรวมกำลังของวังจักรพรรดิห้าสมุทรเข้าไปด้วย นี่นับว่าอันตรายเกินไปแล้ว

                ข้าเห็นด้วย เจ้านิกายหยุนหากเรื่องนี้ท่านมีความเชื่อมั่นเกินหกส่วนก็ไม่ควรส่งสหายซ่งไปเด็ดขาด เยว่จิงพยักหน้าพูดเสริมในทันที

                หยุนลั่วเฉินถอนหายใจ ทุกท่าน เรื่องนี้ข้ามีความมั่นใจอย่างน้อยแปดเก้าส่วนแล้ว ทว่าต่อให้พวกเราเลือกที่จะไม่เข้าร่วมการบุกเบิกครั้งนี้ คิดหรือว่าจะทำให้รอดพ้นจากเจตนาชั่วร้ายของพวกมันไปได้

                ในทางตรงกันข้าม วังจักรพรรดิห้าสมุทรจะอ้างว่าพวกเราต้องการแข็งข้อกระด้างกระเดื่องต่อการปกครองของพวกมัน และระดมขุมกำลังของแต่ละแคว้นทั้งหมดทำลายแคว้นสิบนภาทิ้งเสีย ภายใต้การบงการของวังจักรพรรดิห้าสมุทรและความหวาดกลัวที่พวกมันล้วนมีต่อพวกเรา มีหรือพวกมันจะต่อต้านคำสั่งนี้

                ฮึ่ม เช่นนั้นก็เพียงต่อสู้สุดกำลังเท่านั้น ข้ามิคิดว่าพวกมันจะสามารถทำลายแคว้นสิบนภาเราได้โดยง่าย อาวุโสลู่แค่นเสียงออกมา

                ท่านเอ่ยถูก พวกมันย่อมมิสามารถทำลายพวกเราโดยง่าย แต่นั่นจะทำให้พวกเราได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน ดังนั้นข้าจึงจะเสนอทางเลือกอีกทางหนึ่ง ดวงตาของหยุนลั่วเฉินแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ นั่นก็คือทำลายวังจักรพรรดิห้าสมุทร ยึดอำนาจปกครองของทวีปห้าสมุทรให้กับแคว้นสิบนภาของเรา ใช้อำนาจที่เหนือกว่าทำให้พวกแคว้นต่างๆมิมีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหุบปากของมัน

                อันใดนะ ผู้อาวุโสลู่และผู้อาวุโสจางตกตะลึงอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับหลินหลันเทียนและเยว่จิง มีเพียงซ่งไป่หลางที่เพียงเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

                เจ้านิกาย ท่านคิดจะลงมือกับอู๋ตงไห่และกองกำลังของจักรพรรดิห้าสมุทรด้วยตนเองสินะ ซ่งไป่หลางถาม

                หยุนลั่วเฉินเองก็ตกใจเช่นกัน หรือว่าเจ้าทราบอยู่แล้ว

                ซ่งไป่หลางหัวเราะเบาๆ ท่านย่อมคาดเดาเรื่องนี้ได้

                เจ้านิกายบัวสวรรค์ได้แต่พยักหน้าแทนการตอบรับ มันเคยเปิดเผยพลังของมันต่อหน้าพวกซ่งเจียงมาแล้ว ซ่งไป่หลางแน่นอนว่าต้องมีความเกี่ยวข้องสำคัญบางอย่างต่อคนทั้งสองนั้น แน่นอนว่าย่อมต้องรู้เรื่องระดับพลังของมันด้วย

                เจ้านิกายหยุน เรื่องนี้ท่านคงมิได้เอ่ยล้อเล่นกระมัง วังจักรพรรดิห้าสมุทรมีตัวตนระดับเหนือมนุษย์อย่างน้อยสิบคน อู๋ตงไห่อยู่ที่ระดับสี่เหนือมนุษย์ รองลงมาคือผู้พิทักษ์คาบสมุทรทั้งห้ามีพลังระดับสองถึงสามขั้นเหนือมนุษย์ ท่านจะเอาชนะพวกมันได้เช่นไร ผู้อาวุโสลู่ถามออกมา

                แน่นอนว่าข้าสามารถจัดการพวกมันได้ มิปิดบังต่อพวกเจ้าแล้ว นิกายบัวสวรรค์ของพวกเราเดิมทีเป็นนิกายที่มีประวัติความเป็นมายาวนานยิ่งกว่าทุกนิกายบนดินแดนแห่งนี้ มีสิ่งสืบทอดที่พวกเจ้ามิอาจจินตนาการได้ พลังของข้าบัดนี้อยู่ที่ระดับขั้นเจ็ดเหนือมนุษย์ มิจำเป็นต้องหวาดเกรงผู้ใดในดินแดนแห่งนี้ เพียงแค่เพราะเหตุผลบางอย่างข้าจึงไม่เปิดเผยมันในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

                หยุนลั่วเฉินมิใส่ใจที่มันจะเปิดเผยความลับนี้ต่อนิกายอื่น อย่างไรมันก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวผู้ใดอยู่แล้ว นิกายหมื่นดาราและนิกายหอกระบี่นับว่ามีมิตรภาพที่ดีต่อนิกายบัวสวรรค์เรา ตระกูลหลิวเองก็นับว่ามีความสัมพันธ์พอใช้ได้ ดังนั้นหลังจากที่ข้าทำลายวังจักรพรรดิห้าสมุทรและกำราบต่างแคว้นสำเร็จ ข้ายังคงแบ่งปันการเก็บเกี่ยวแก่พวกเจ้าบางส่วน ให้แคว้นสิบนภาของพวกเรากลายเป็นผู้ปกครองคนใหม่ของดินแดนแห่งนี้

                ผู้อาวุโสลู่ตกตะลึงไปเล็กน้อย ไม่อาจทราบได้เลยว่าหยุนลั่วเฉินกำลังพูดความจริงหรือไม่

                ที่แท้เจ้านิกายหยุนก็มีพลังระดับเหนือมนุษย์ขั้นสูงสุดนี่เอง มิน่าเล่า หลินหลันเทียนกลับเอ่ยออกมาราวกับมิได้แปลกใจแม้แต่น้อย อันที่จริงมันได้รับเบาะแสเรื่องนี้มานานแล้ว ตอนที่ซานจื่อเฟิงปรากฏตัวรบกวนการประลองของซ่งไป่หลางและจ้าวฮุย พลังของซานจื่อเฟิงและหลิวจื่อฮวนทั้งสองล้วนเป็นระดับเหนือมนุษย์เช่นกัน ทว่าความเข้มข้นของพลังกลับมิอาจเทียบเคียงหยุนลั่วเฉินได้ หลินหลันเทียนใช้ช่วงเวลานั้นดูดซับอายพลังขั้นเหนือมนุษย์ สัมผัสถึงความแตกต่างของพลังได้อย่างชัดเจน มันสงสัยนานแล้วว่าหยุนลั่วเฉินจะต้องมีอันใดบางอย่างปิดซ่อนไว้

                เยว่จิงยังคงไม่หายจากอาการตกตะลึง ทว่าไม่นานนางพลันหัวเราะด้วยความยินดี เช่นนั้นก็นับว่าสหายซ่งได้รับความปลอดภัยอย่างแท้จริงแล้ว หากมิมีวังจักรพรรดิห้าสมุทรคอยบงการมิเท่ากับว่าดินแดนประตูสมุทรลี้ลับจะเป็นของพวกเราแคว้นสิบนภาหรอกหรือ เรายังต้องสนใจแคว้นอื่นๆไปทำไม ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงอันตรายใดๆเลยด้วยซ้ำ

                เจ้านิกาย ท่านมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว กลับเป็นซ่งไป่หลางที่เอ่ยออกมาขัดจังหวะในที่สุด

                จริงอยู่ว่าในดินแดนแห่งนี้มิมีผู้ใดสามารถต้านทานท่านได้ วังจักรพรรดิห้าสมุทรจะเป็นหรือตายล้วนอยู่ที่ท่านตัดสิน ทว่าท่านคิดจริงหรือว่าพวกมันจะไม่มีมาตรการป้องกันอันใด ดูจากการที่วังจักรพรรดิห้าสมุทรกล้าใช้ประตูข้ามแดนไปยังดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ พวกมันย่อมมีวิธีการสำหรับป้องกันศัตรูจากต่างดินแดนที่มีความสามารถสูงล้ำอยู่แล้ว ในความเป็นจริง ข้าคาดเดาว่าวังจักรพรรดิห้าสมุทรอาจมีความสัมพันธ์กับขั้วอำนาจของดินแดนอื่น นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกมันสร้างฐานอำนาจในดินแดนแห่งนี้ได้รวดเร็วยิ่ง

                หากขั้วอำนาจในดินแดนอื่นไม่มีผู้มีพลังเหนือกว่าขั้นเจ็ดเหนือมนุษย์ เช่นนั้นก็นับว่าไม่มีอันใดน่าห่วง แต่ถ้าพวกมันมีพลังเหนือกว่านั้นละ ท่านกำจัดวังจักรพรรดิห้าสมุทรไปแล้ว พวกมันก็จะส่งคนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ามาจัดการกับพวกเรา เช่นนั้นก็นับว่าดินแดนแห่งนี้ได้จบสิ้นแล้ว คำพูดของซ่งไป่หลางทำให้หยุนลั่วเฉินสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย

                เป็นความจริงที่วังจักรพรรดิห้าสมุทรสร้างรากฐานของพวกมันได้รวดเร็วยิ่งจนผิดวิสัย ในอดีตเมื่อประมาณหนึ่งร้อยกว่าปีก่อน แต่ละแคว้นยังคงไม่ยุ่งเกี่ยวอันใดต่อกัน ทว่าวันหนึ่งกลับปรากฏวีรบุรุษที่เรียกขานตนเองว่าผู้ครองสมุทร มันมีพลังเหนือล้ำกว่าทุกขั้วอำนาจของแต่ละแคว้น ไม่มีผู้ใดสามารถต่อกรมันได้เลยแม้แต่น้อย

                ภายในเวลาสิบปี ผู้ครองสมุทรก่อตั้งขั้วอำนาจของตนที่จุดศูนย์กลางของทวีปห้าสมุทร สถาปนาวังจักรพรรดิห้าสมุทรขึ้นแล้วกลายเป็นจักรพรรดิห้าสมุทรคนแรก

                ความเป็นมาของจักรพรรดิห้าสมุทรคนแรกนั้นนับว่าเป็นปริศนาอย่างมาก ราวกับว่ามันไม่เคยมีตัวตนมาก่อน อยู่ๆกลับสามารถสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้ในพริบตา กระทั่งก่อตั้งขั้วอำนาจอันยิ่งใหญ่ขึ้น ปกครองทั่วทั้งดินแดนได้อย่างไร้ผู้ต่อต้าน

                ความน่าจะเป็นของเรื่องนี้ย่อมต้องเป็นจักรพรรดิห้าสมุทรที่แท้คือบุคคลผู้มาจากต่างแดน เช่นนั้นขั้วอำนาจจักรพรรดิห้าสมุทรย่อมต้องมีความสัมพันธ์กับต่างแดนเป็นแน่

                หากท่านเจ้านิกายมีเป้าหมายที่จะทำเช่นนั้นจริง สิ่งแรกที่ท่านต้องให้ความสำคัญคือสืบหาที่มาของวังจักรพรรดิห้าสมุทรให้จงได้ ทว่าเรื่องนี้นับว่ายากเย็นนัก อีกทางเลือกหนึ่งปล่อยให้พวกอัจฉริยะต่างแคว้นรวมถึงคนของวังจักรพรรดิห้าสมุทรที่เข้าร่วมการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับเป็นหน้าที่ของข้ากับหลินหลันเทียน ข้ากล้าเอ่ยรับรองกับพวกท่านว่าจะสามารถเอาชีวิตรอดกลับมา ทั้งยังสามารถสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับพวกที่คิดร้ายต่อพวกเราได้ด้วย เช่นนี้ย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยยิ่งกว่านัก ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นและหนักแน่นอย่างยิ่ง

                หยุนลั่วเฉินตื่นตะลึงไปครู่หนึ่ง ไป่หลาง เจ้าคงไม่ลืมว่าวังจักรพรรดิสมุทรอยู่ภายใต้การควบคุมของอู๋ตงไห่ พลังของมันคือระดับสี่เหนือมนุษย์ เจ้ามีความมั่นใจว่าจะจัดการกับมัน?”

                “ข้าจัดการไม่ได้ มิได้แปลว่าไม่มีวิธีสังหารมัน จากที่ข้าศึกษามาเล็กน้อย ดินแดนประตูสมุทรลี้ลับประกอบไปด้วยชนพื้นเมืองที่มีระดับเที่ยงแท้และเหนือมนุษย์ พวกมันมีพลังฝึกตนแข็งแกร่งจากการใช้ทรัพยากรฝึกฝนที่ดีทว่าขาดแคลนวิชาระดับสูงและวิชาระดับลึกลับ ดังนั้นพลังในการต่อสู้ของพวกมันจึงอ่อนแอกว่าพวกเรา ทว่าขณะเดียวกันในดินแดนนั้นมีสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งถึงระดับสี่อยู่ ข้ามีวิธีบางอย่างที่จะชักนำให้อู๋ตงไห่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจระดับสี่

                ผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์มิอาจรับมือสัตว์ปีศาจระดับสี่ได้ มันอาจจะต้องการหลบหนีทว่าข้าย่อมมีวิธีการขัดขวางการหลบหนีของมันเช่นกัน หากข้าต้องการอู๋ตงไห่มิมีทางเลือกอื่นนอกจากตกตาย ส่วนพวกคนที่เหลือข้าย่อมมิจำเป็นต้องหวาดกลัวพวกมันมากเกินไป

                สหายซ่ง นี่มิใช่เรื่องง่ายดายดังที่เจ้าว่า มิต้องเอ่ยถึงว่าสัตว์ปีศาจระดับสี่สามารถสังหารเจ้าได้โดยง่าย อู๋ตงไห่เองก็สามารถสังหารเจ้าได้ด้วยเช่นกัน แม้ว่าสิ่งที่เจ้าพูดจะฟังดูมีเหตุผลแต่ข้ากลับเห็นว่าแนวทางของเจ้านิกายหยุนมีความเป็นไปได้มากกว่านัก เยว่จิงรีบคัดค้านออกมาทันที

                สหายเยว่ น้ำใจและความห่วงใยของเจ้าข้าย่อมทราบซึ้งอย่างยิ่ง ทว่าข้าเอ่ยด้วยความสัตย์จริง ในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับอู๋ตงไห่และคนต่างแคว้นเหล่านั้นจักมิมีวันได้สังหารข้า ส่วนพวกมันจะมีชะตาเช่นไรล้วนขึ้นอยู่กับการกระทำของพวกมันเองทั้งสิ้น เรื่องนี้ข้ากล้ายืนยัน

                ที่ซ่งไป่หลางมั่นใจเช่นนี้ส่วนหนึ่งย่อมเป็นเพราะตัวตนของเซี่ยหยาง วังจักรพรรดิห้าสมุทรมีความเป็นไปได้อย่างมากว่ามันจะมีการติดต่อหรือมีความสัมพันธ์กับต่างดินแดน ทว่าอย่างมากก็เป็นเพียงดินแดนที่มีบุคคลระดับรวมวิญญาณไปจนถึงขั้นราชันยุทธ์เท่านั้น ตราบใดที่ไม่มีบุคคลระดับจักรพรรดิฟ้าย่อมมิอาจสร้างแรงคุกคามต่อซ่งไป่หลางภายใต้การคุ้มครองของเซี่ยหยาง

                แต่กับนิกายบัวสวรรค์นั้นนับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เซี่ยหยางตั้งใจจะให้ซ่งไป่หลางเดินทางออกจากดินแดนแห่งนี้หลังจากจบสิ้นการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ หากนิกายบัวสวรรค์สร้างปัญหาจนดึงดูดผู้มีพลังระดับราชันยุทธ์มาในตอนนี้ย่อมทำให้นิกายต้องเผชิญหน้ากับหายนะอย่างแน่นอน

                อืม หากเจ้าเอ่ยเช่นนี้พวกเราก็ยินดีที่จะเชื่อ เยว่จิงรู้สึกอับจนคำพูด อย่างไรก็ตามนางมิคิดว่าซ่งไป่หลางเพียงเอ่ยคำโกหกเหลวไหลเท่านั้น

                ซ่งไป่หลาง แม้คำถามนี้อาจไม่เหมาะสมนักทว่าข้ายังคงคาดหวังที่จะเอ่ยถามออกไป ความปลอดภัยนั้นนับรวมหลันเทียนของนิกายหมื่นดาราไว้ด้วยหรือไม่ ผู้อาวุโสลู่เอ่ยถามออกมาสีหน้าหนักใจเป็นอย่างยิ่ง

                หลินหลันเทียนยิ้มเจื่อน ตั้งแต่เมื่อใดกันที่มันต้องกลายเป็นภาระของผู้อื่นเช่นนี้

                ข้าย่อมหมายถึงการร่วมมือกันระหว่างข้าและหลินหลันเทียน เพื่อจะเอาชนะทั้งต่างแคว้นและขุมกำลังของวังจักรพรรดิห้าสมุทร ข้าเพียงคนเดียวกระทำได้ยากลำบากนัก พรสวรรค์ของหลินหลันเทียนนับว่าช่วยเหลือข้าได้มาก ในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับย่อมต้องพึ่งพากันและกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซ่งไป่หลางยืนยัน

                แม้ในความเป็นจริงตัวตนของหลินหลันเทียนจะมิได้จำเป็นมากนัก ทว่าประสบการณ์ของหลินหลันเทียนที่เคยเข้าไปในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับย่อมนำมาซึ่งความสะดวกหลายประการ อย่างน้อยที่สุดเขาย่อมมีความรู้และความทรงจำเกี่ยวกับดินแดนแห่งนั้นอยู่ไม่น้อย เซี่ยหยางเองยังเอ่ยว่าเบาะแสที่ได้รับจากหลินหลันเทียนอาจช่วยให้การเก็บเกี่ยวภายในดินแดนนั้นได้ผลลัพธ์เป็นสองถึงสามเท่า

                เช่นนั้นพวกเราก็วางใจได้แล้ว ซ่งไป่หลาง สหายนิกายบัวสวรรค์ทุกท่าน หากเรื่องนี้มีวังจักรพรรดิห้าสมุทรมาเกี่ยวข้องด้วยจริงพวกเรายิ่งสมควรระมัดระวังเอาไว้ หากข้าคาดมิผิดมือสังหารที่ปรากฏตัวที่รอบๆนิกายบัวสวรรค์มิเพียงมาจากแคว้นอื่นๆแต่ยังมีคนของวังจักรพรรดิห้าสมุทรอยู่ด้วย ขอให้เตรียมความพร้อมตลอดเวลา ข้ากับหลันเทียนจะเดินทางกลับแล้ว

                ผู้อาวุโสลู่รีบร้อนจากไปเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเพราะข่าวเรื่องวังจักรพรรดิห้าสมุทร อีกส่วนย่อมต้องเป็นเรื่องพลังที่แท้จริงของหยุนลั่วเฉิน แม้จะแสดงท่าทีเป็นมิตรอย่างยิ่งแต่เรื่องนี้นับว่าน่าตกใจเกินไป มันต้องรายงานต่อเจ้านิกายหมื่นดาราโดยตรงเพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

                หยุนลั่วเฉินมิได้สนใจนิกายอื่นๆ ยิ่งมิสนใจแคว้นต่างๆที่อาจสร้างอันตราย แต่คำพูดของซ่งไป่หลางนั้นน่าคิดยิ่งนัก หากวังจักรพรรดิห้าสมุทรมีความเกี่ยวข้องกับต่างแดนมันคงต้องลงมือสืบเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว

 

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 349 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #119 yukai (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 08:30

    ขอบคุณ
    #119
    0
  2. #84 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 13:29

    #หลินเทียนตัวภาระ
    #84
    0