God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 54 : ตอนที่ 50 ข่าวจากต่างแคว้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 385 ครั้ง
    4 พ.ย. 62

                ซ่งไป่หลางอาศัยอยู่ในเขตเทือกเขาต้องห้ามของนิกายบัวสวรรค์ ภายในระยะเวลาสามเดือนล้วนถูกใช้ไปกับการฝึกฝนภายใต้น้ำตกสวรรค์และการใช้แก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจจำนวนมาก

                ปราณแท้ของซ่งไป่หลางมีระดับความหนาแน่นสูงกว่าคนทั่วไปอย่างยิ่ง เผาผลาญแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสามไปมากกว่ายี่สิบอันยังมิอาจเลื่อนระดับเป็นขั้นสองเที่ยงแท้ได้ อีกทั้งยังนับว่าขาดไปอีกพอสมควร

                การฝึกฝนที่ผ่านมาสิ่งที่ก้าวหน้ามากที่สุดล้วนเป็นวิชาวารีแปลงลักษณ์ แม้เซี่ยหยางจะคาดเดาเอาไว้ว่าซ่งไป่หลางน่าจะฝึกสำเร็จภายในหกเดือน มิคาดว่าแท้จริงแล้วซ่งไป่หลางใช้เวลาฝึกเพียงสามเดือนเท่านั้น ตอนนี้ซ่งไป่หลางสามารถใช้วารีแปลงลักษณ์ระดับหนึ่งได้อย่างสมบูรณ์แล้ว

                ภายใต้ผลของวิชาวารีแปลงลักษณ์ ซ่งไป่หลางควบคุมพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่ง ก่อร่างขึ้นเป็นดาบวารีแล้วทดลองฟาดฟันลงบนต้นไม้สูงใหญ่ต้นหนึ่ง

                ดาบวารีศักดิ์สิทธิ์ตัดผ่านต้นไม้ราวกับไร้แรงต้าน ซ่งไป่หลางอุทานเบาๆด้วยความตกตะลึงเมื่อพบว่าต้นไม้นั้นค่อยๆแยกขาดออกจากกัน รอยตัดของดาบวารีศักดิ์สิทธิ์นับว่าเรียบเนียนยิ่ง แสดงให้เห็นถึงความคมของมัน

                ในอนาคตหลังจากที่ฝึกวิชานี้ในระดับสูงขึ้น เจ้าย่อมสามารถควบคุมวารีได้อิสระมากขึ้น อีกทั้งยังสร้างได้เป็นจำนวนมาก ในอดีตยามที่ข้าเผชิญหน้ากับพวกชั้นล่างของตระกูลศักดิ์สิทธิ์นับพันคน ข้าได้สร้างศาสตราวารีนับหมื่นเล่มแล้วควบคุมพวกมันเข้าประหัตประหารพวกมันจนหมดสิ้น เซี่ยหยางเอ่ยพลางหวนระลึกถึงเรื่องราวช่วงนั้น นับเป็นช่วงที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เริ่มเรียกขานนามของมันว่ามารเซี่ย

                ซ่งไป่หลางมีสีหน้าตื่นเต้นยิ่ง หากสามารถสร้างดาบวารีเช่นนี้ได้นับหมื่นอีกทั้งควบคุมให้พวกมันโจมตีศัตรูได้พร้อมกัน เช่นนั้นจะยังมีผู้ใดต้านทานได้อีก

                อย่าได้รีบร้อนเกินไปนัก วิชาวารีแปลงลักษณ์นั้นสามารถใช้กับพวกที่ระดับต่ำได้ก็จริง ทว่าหากเจอกับยอดฝีมือที่แท้จริงแล้วมันนับว่าไม่มีประโยชน์มากนัก อย่างไรเสียวิชานี้ก็มิใช่วิชาที่ใช้สำหรับการต่อสู้โดยตรง เพียงสะดวกในการใช้พลิกแพลงมากที่สุดเท่านั้น หลังจากเจ้าแข็งแกร่งมากพอข้ายังคงมีวิชาต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าให้กับเจ้าอีกมากมาย เซี่ยหยางเอ่ยเตือนออกมา มันเองสามารถใช้วิชานี้จัดการกับชนชั้นล่างของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับยอดฝีมือของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็นับว่าแตกต่างแล้ว

                อาจารย์ ท่านเอ่ยว่าขั้นสูงสุดของวิชาวารีแปลงลักษณ์คือสามารถควบคุมวารีได้ดั่งใจนึก ท่านเองสามารถใช้ได้ถึงระดับนั้นหรือไม่ ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม

                ข้าเพียงฝึกวิชานี้ได้ถึงระดับเก้าเท่านั้น ยังห่างจากขอบเขตดั่งใจนึกก้าวหนึ่ง ทว่าก็นับว่ามีอิสระในการใช้งานวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์มากพอแล้ว ในระดับสิบข้าเคยได้ยินมาว่าถึงขั้นสามารถแปรเปลี่ยนร่างเป็นส่วนหนึ่งของวารี มิอาจทำร้ายด้วยการโจมตีกายภาพ อีกทั้งยังสามารถหลอมรวมไปกับวารีตามธรรมชาติได้ มีอิสระดุจดังเป็นชิ้นส่วนของธรรมชาติ

                เป็นวิชาที่น่าทึ่งนัก ซ่งไป่หลางอุทาน

                “วิชาระดับสวรรค์ขึ้นไปย่อมเป็นวิชาที่น่าทึ่งทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าฝึกไปถึงระดับขั้นใดเท่านั้น ทว่าอย่างที่ข้าเคยบอกไป วิชาระดับสวรรค์การจะพัฒนาขึ้นแต่ละขั้นล้วนยากเย็นดุจปีนป่ายสวรรค์เช่นกัน มิเพียงต้องใช้เวลา ทรัพยากร อัจฉริยภาพของผู้ฝึกฝน ยังต้องรวมไปถึงวาสนาบางประการอีกด้วย เซี่ยหยางส่ายหน้าช้าๆ

                สำหรับเวลานี้เจ้าสามารถเอาชนะระดับหนึ่งเหนือมนุษย์ได้โดยง่าย สามารถรับมือกับระดับสองเหนือมนุษย์โดยไม่พ่ายแพ้ทว่ายังลำบากอยู่นักหากคิดจะเอาชนะ สิ่งสำคัญก็คือพลังขั้นเที่ยงแท้ของเจ้ายังอยู่เพียงระดับหนึ่ง ทำให้พลังลมปราณของเจ้าแปรเปลี่ยนเป็นระดับเที่ยงแท้ที่เหมาะสมกับการใช้พลังธาตุเพียงบางส่วนเท่านั้น

                ในเมื่อเจ้าสามารถฝึกวิชาวารีแปลงลักษณ์สำเร็จ จากนี้ไปใช้เวลาเพียงสามชั่วยามในการฝึกฝนวิชาระดับสวรรค์ทั้งหมดของเจ้าให้เคยชิน ส่วนเวลาที่เหลือใช้กับการฝึกฝนบ่มเพาะพลังเป็นหลัก อาศัยน้ำตกสวรรค์นี้รวมกับแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสาม เจ้าน่าจะสามารถไปถึงระดับสองเที่ยงแท้ภายในระยะเวลาสามเดือนที่เหลือ

                ระหว่างฝึกฝนจงอย่าลืมใช้ประโยชน์จากตราประทับสวรรค์ ในอนาคตมิเพียงพลังฝึกตน กระทั่งพลังโลหิตศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง หากฝึกฝนควบคู่กันไปได้ย่อมเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด

                ซ่งไป่หลางได้ทำการหลอมรวมแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสองทั้งหมดที่มีไปแล้ว ตอนนี้ทั้งหมดล้วนหลงเหลือเพียงแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสามทว่าจำนวนของพวกมันหลงเหลือเพียงยี่สิบกว่าชิ้นเท่านั้น การใช้แก่นวิญญาณมิสามารถเติมเต็มความต้องการพลังเที่ยงแท้ได้ ดังนั้นน้ำตกสวรรค์และตราประทับสวรรค์จึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด

                ซ่งไป่หลางบัดนี้ฝึกอยู่ในน้ำตกสวรรค์ระดับที่สี่ ภายใต้แรงกดดันของมันแม้แต่หยุนลั่วเฉินยังต้องขมวดคิ้วและไม่อาจรั้งอยู่ได้นานนัก ทว่าซ่งไป่หลางมีการหนุนเสริมจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ย่อมเหมาะสมกับสถานที่เช่นนี้เป็นที่สุด

                ปัง ปัง

                เสียงน้ำตกสวรรค์ปะทะเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซ่งไป่หลางหลับตาลงก่อนจะเปิดเผยพลังกายาบัวพิสุทธิ์ออกมา คุณสมบัติประการหนึ่งของวิชากายาบัวพิสุทธิ์ก็คือการดูดกลืนพลังธรรมชาติเพื่อมาส่งเสริมความแข็งแกร่งของตนเอง เมื่อใช้วิชากายาบัวพิสุทธิ์ดอกบัวบนหน้าผากของเด็กหนุ่มสว่างไสวขึ้น และพลังธาตุวารีก็เริ่มถูกซ่งไป่หลางดูดซับอย่างบ้าคลั่ง

                เซี่ยหยางสร้างร่างเงาของตนเองเฝ้าจับตาดูการฝึกฝนของซ่งไป่หลาง มันมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

                แปลกนัก โดยปกติแล้ววิชาประเภทท้าทายสวรรค์สมควรฝึกฝนยากยิ่งกว่าวิชาประเภทโองการสวรรค์หลายสิบเท่า ทว่าเจ้าหนูกลับดูคล้ายสามารถฝึกฝนจนวิชากายาบัวพิสุทธิ์ก้าวหน้าไปได้หลายขั้นแล้ว อีกไม่นานอาจกระทั่งสำเร็จกายาบัวพิสุทธิ์ระดับสอง เกรงว่าข้าคงต้องหาวิธีต้านรับทัณฑ์สวรรค์อัสนีบาตให้กับมันก่อน

                ธาตุที่สามารถเอาชนะอัสนีย่อมเป็นธาตุปฐพี แม้ซ่งไป่หลางจะสามารถควบคุมธาตุปฐพีได้ในระดับหนึ่งทว่ายังไม่อาจต้านรับพลังทำลายล้างของทัณฑ์อัสนีได้เป็นแน่ ยังคงต้องหาวิธีอื่นที่เหมาะสมยิ่งกว่า

                จริงสิ จะว่าไปเจ้าหนูได้รับร่มที่เป็นสมบัติชั้นปฐพีมาจากการประลองสิบนภา มิแน่มันอาจสามารถช่วยป้องกันทัณฑ์อัสนีได้บางส่วน

                 แม้ว่าร่มนั้นจะเป็นถึงสมบัติชั้นปฐพีทว่าในสายตาของเซี่ยหยางมันยังคงเป็นเพียงแค่ของที่น่าสนใจเล็กน้อยเท่านั้น หากเปลี่ยนเป็นสมบัติชั้นสวรรค์คงทำให้เซี่ยหยางตื่นเต้นได้มากกว่านี้

                นอกจากร่มแปดบัวดารานั้นแล้วยังมีเคล็ดอักขระค่ายกลปกป้องอีกมากกว่าสิบรูปแบบที่เซี่ยหยางนึกออก ของพวกนี้มีทั้งแบบที่ต้องใช้เวลาเตรียมการไปจนถึงของที่สามารถทำขึ้นได้ในพริบตา ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความฉุกเฉินของสถานการณ์

                อย่างไรก็ต้องตามหาวัตถุดิบสำหรับจัดทำค่ายกลขึ้นก่อน ตอนนี้ยังไม่เหมาะสมนักรอจนกว่าเจ้าหนูจะมีระดับถึงขั้นสองเที่ยงแท้ค่อยหาก็แล้วกัน แม้จะเอ่ยว่าสมควรใช้เวลาสามเดือนแต่เซี่ยหยางตระหนักได้แล้วว่าซ่งไป่หลางล้วนเหนือกว่าการคาดการปกติของมันเสมอ

                ท่านอาจารย์ ของเหล่านี้คือ?” ที่ตำหนักกลางของนิกายบัวสวรรค์ ฉินจีมีสีหน้าตื่นตะลึงเล็กน้อยเมื่อมองไปยังกองทรัพยากรและสมบัติมีค่าที่ถูกจัดวางเอาไว้จนแทบจะเต็มเรือนรับรอง แต่ไหนแต่ไรนิกายบัวสวรรค์มิเคยขาดแคลนสมบัติและทรัพยากรฝึกตนทว่าที่กองกันอยู่นี้สามารถเอ่ยได้ว่ามากมายยิ่งกว่าสมบัติที่นิกายเคยมีถึงห้าเท่าเป็นอย่างน้อย

                ผู้อาวุโสจางยิ้มเจื่อนๆตอบว่า ล้วนเป็นทรัพยากรที่ตระกูลหลิวมอบให้กับนิกายบัวสวรรค์ทั้งสิ้น ในฐานะนิกายอันดับหนึ่งของเหล่านี้จะถูกจัดส่งให้ทุกปีตราบใดที่พวกเรายังครองตำแหน่งอยู่ เพื่อใช้ในการบำรุงศิษย์ของนิกาย

                มิแปลกใจเลยที่นิกายหมื่นดาราจะยึดครองอันดับหนึ่งไว้ได้ยาวนานหลังจากที่เห็นรางวัลของนิกายอันดับหนึ่งเช่นนี้ รองเจ้านิกายถอนหายใจ เพียงสมบัติที่พวกมันได้รับในปีนี้ย่อมสามารถฟูมฟักศิษย์ระดับอัจฉริยะออกมาได้มากมายแล้ว

                ต้องขอบคุณพวกเจ้ารวมถึงไป่หลางที่ทำให้พวกเราได้รับทรัพยากรเหล่านี้มา แน่นอนว่าสี่ในสิบส่วนจะถูกแบ่งให้กับทุกคนที่เข้าร่วมการประลองสิบนภาเป็นอันดับแรก ส่วนที่เหลือหกส่วนจึงจะทำการแจกจ่ายไปยังศิษย์คนอื่นๆในนิกาย

                ฉินจีตกตะลึงเล็กน้อย สี่ในสิบส่วนอาจจะฟังดูไม่มากทว่าสมบัติระดับนี้เพียงแค่หนึ่งส่วนก็น่าจะทำให้นางเลื่อนไปถึงระดับห้าเที่ยงแท้ได้แล้ว

                ผู้อาวุโสจางราวกับคาดเดาเอาไว้ก่อนแล้ว ฉินเอ๋อ อย่างไรเสียพวกเจ้าล้วนเป็นกำลังสำคัญในการประลองสิบนภาครั้งต่อไป หากพวกเจ้าทำให้นิกายเราสามารถรั้งตำแหน่งอันดับหนึ่งเอาไว้ได้รางวัลพวกนี้ก็จะถูกส่งมาอีกเรื่อยๆ ดังนั้นการบำรุงศิษย์ที่ทำหน้าที่เข้าร่วมการประลองเป็นอันดับแรกนับว่าสมควรอย่างยิ่ง

                ฉินจีพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เช่นนั้นอาจารย์ ท่านมอบส่วนของข้าให้กับศิษย์น้องไป่หลางเถอะ เขาย่อมเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด ในความเป็นจริงหากมิใช่เพราะเขานิกายของเราย่อมไม่อาจได้รับอันดับหนึ่งเป็นแน่

                ส่วนของไป่หลางย่อมต้องมีแบ่งไปให้อย่างเหมาะสม แต่ส่วนของเจ้าก็จะขาดไปไม่ได้เช่นกัน ในปีถัดไปนิกายหมื่นดาราได้มีข่าวลือว่าหลินหลันเทียนจะถอนตัวออกจากการประลองแล้ว มิหนำซ้ำภายหลังจากการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับมันอาจอาศัยประตูข้ามแดนมุ่งหน้าไปยังดินแดนอื่นที่ระดับสูงยิ่งขึ้น

                แม้ข้าจะคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมแต่ไป่หลางนั้นเป็นอัจฉริยะที่อยู่คนละโลกกับพวกเรา ศักยภาพของมันเพียงพอที่จะมุ่งหน้าไปยังดินแดนที่สูงส่งยิ่งขึ้น หากมันตัดสินใจไปกับหลินหลันเทียนเช่นนั้นนิกายของเราก็จะตกสู่สภาวะยากลำบากอีกครั้ง สีหน้าของผู้อาวุโสจางจริงจังยิ่ง

                เมื่อถึงเวลานั้น กำลังสำคัญที่สุดของนิกายย่อมเป็นเจ้าและอู๋หลิว พวกเราจะสนับสนุนพวกเจ้าทั้งสองอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าหลังจากไม่มีไป่หลางและหลินหลันเทียนอยู่ พวกเจ้าจะสามารถแย่งชิงอันดับหนึ่งได้ ศัตรูที่ร้ายกาจของพวกเรายังคงมีหลิวหลี่ จ้าวฮุยและเยว่จิง มิอาจบอกได้เลยว่าปีหน้าถัดจากนี้พวกมันจะร้ายกาจเพียงใด

                ฉินจีตกใจเล็กน้อย นางไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน หากซ่งไป่หลางจากดินแดนแห่งนี้ไปจริงๆ ไปจากนิกายบัวสวรรค์เช่นนั้นนางคงรู้สึกเสียใจอย่างมาก ทว่าส่วนหนึ่งในใจนางกลับคาดเดาเอาไว้แล้วเช่นกัน

                ยุคสมัยของหลินหลันเทียนได้จบลงแล้วถูกแทนที่ด้วยซ่งไป่หลาง อย่างไรก็ตามยุคสมัยของซ่งไป่หลางกลับสั้นจนเกินไป นั่นเพราะดินแดนแห่งนี้ไม่เพียงพอจะรองรับพรสวรรค์ของมันได้ เรื่องนี้หยุนลั่วเฉินกล่าวกับรองเจ้านิกายและผู้อาวุโสจางด้วยตนเอง มันย่อมทราบดีว่าซ่งไป่หลางมีความสัมพันธ์กับยอดฝีมือที่เหนือล้ำยิ่งกว่าขั้นรวมวิญญาณหรือราชันยุทธธ์ มิมีทางหยุดอยู่ในสถานที่เช่นนี้เป็นแน่

                แม้จะเสียดายเพียงใดแต่ซ่งไป่หลางก็นับว่าได้ทำเพื่อนิกายบัวสวรรค์มามากแล้ว เกียรติยศและความรุ่งโรจน์สูงสุดในแคว้นสิบนภามิมีผู้อื่นที่สามารถมอบให้กับนิกายบัวสวรรค์ได้มากเท่ากับซ่งไป่หลางอีกแล้ว

                ผู้อาวุโสจาง มีแขกสำคัญมาที่นี่พร้อมกับระบุว่าต้องการพบเจอกับซ่งไป่หลางขอรับ ผู้ฝึกสอนคนหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาในเรือน มันตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อมองไปยังกองสมบัติ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าแขกสำคัญนั้นย่อมมีที่มาไม่ธรรมดา

                หืม เป็นผู้ใด ผู้อาวุโสจางถาม

                เป็นหลินหลันเทียนและอาวุโสลู่ของนิกายหมื่นดารา ยังมีเซียนกระบี่น้อยเยว่จิงที่เดินทางมาเพียงลำพังอีกด้วย คำตอบของมันทำให้ผู้อาวุโสจางประหลาดใจอย่างมาก เหตุใดหลินหลันเทียนจึงได้มายังสถานที่แห่งนี้ ยังมีเซียนกระบี่น้อยแห่งนิกายหอกระบี่อีกคนหนึ่ง

                เชิญพวกมันเข้ามา ฉินจี เจ้าจงไปตามไป่หลางมาที่นี่ แขกสำคัญเช่นนี้อาวุโสจางย่อมไม่กล้าขับไล่ไปเป็นแน่

                ฉินจีตอบรับก่อนจะจากไปด้วยความเร็วดุจสายลม การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าพลังฝีมือของนางพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งเช่นกัน

                ฉินจีย่อมทราบดีว่านางจะหาซ่งไป่หลางพบได้ที่ใด เมื่อมาถึงด้านหน้าน้ำตกสวรรค์ นางมองไปยังร่างที่กำลังยืนหยัดอยู่ภายใต้แรงปะทะของน้ำตกนั้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลาย หวนนึกไปถึงครั้งแรกที่ได้พบเจอกับเด็กหนุ่มคนนี้เมื่อหนึ่งปีก่อน คาดมิถึงเลยว่าเวลาเพียงหนึ่งปีจะทำให้เกิดเรื่องราวน่าอัศจรรย์หลายอย่างได้เพียงนี้

                และจุดศูนย์กลางของเรื่องราวอัศจรรย์เหล่านั้นย่อมเป็นเด็กหนุ่มผู้นี้

                ซ่งไป่หลางลืมตาขึ้นมา มุมปากเผยรอยยิ้มน้อยๆ มันทะยานร่างออกจากน้ำตกสวรรค์ก่อนจะทักทายอีกฝ่าย ศิษย์พี่ฉิน มาหาข้ามีธุระด่วนอันใด

                ข้ามาแจ้งข่าวสารเท่านั้น ตอนนี้มีแขกสำคัญสองสามคนมาที่นี่เพื่อพบกับเจ้า พวกมันรออยู่ที่เรือนรับรองของนิกาย

                แขกสำคัญ น่าสนใจนัก ถึงขนาดทำให้ท่านต้องมาตามข้าด้วยตนเองและไม่ถูกขับไล่ไป ซ่งไป่หลางเลิกคิ้ว

                ฉินจีพยักหน้า เป็นหลินหลันเทียนกับอาวุโสลู่ของนิกายหมื่นดารา ยังมีเยว่จิงอีกผู้หนึ่งด้วย

                ประหลาด ข้าคิดว่าหลินหลันเทียนจะใช้เวลาช่วงนี้เก็บตัวฝึกฝนเสียอีก ซ่งไป่หลางอุทานเบาๆทว่ามิได้คิดอันใดมากนัก ไปกันเถิด ศิษย์พี่ฉิน

                ช้าก่อน ฉินจีเอ่ยน้ำเสียงเบาหวิว ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อยหันมามองหน้าของนาง

                มีอันใดหรือ

                ไป่หลาง หลังจากเรื่องราวการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ เจ้าใช่คิดจะไปจากดินแดนแห่งนี้ใช่หรือไม่ ได้ฟังคำถามของนางซ่งไป่หลางมีท่าทีเรียบเฉยยิ่งราวกับมิได้ประหลาดใจอันใด

                อืม ศิษย์พี่ฉินเข้าใจถูกแล้ว ข้ามีเหตุผลและเป้าหมายบางอย่างที่ต้องกระทำให้สำเร็จ จึงไม่อาจรั้งอยู่ในดินแดนแห่งนี้ได้นานนัก หลังจากการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับผลงานของข้าย่อมนำพาผลประโยชน์มากมายกลับมาสู่นิกาย ข้าคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับการตอบแทนบุญคุณที่นิกายมอบให้กับข้าแล้ว

                เช่นนั้นหรือ ฉินจีถอนหายใจ ไม่มีอันใดแล้ว ข้าเพียงแค่อยากถามยืนยันเท่านั้น ไปกันเถอะ

                ซ่งไป่หลางเงียบงันเล็กน้อย มันย่อมเข้าใจความรู้สึกใจหายยามที่ใครบางคนที่มันผูกพันกำลังจะจากไป ก่อนหน้านี้ตอนที่ซ่งหงเสวี่ยกำลังจะเดินทางกลับไปยังดินแดนราชันย์มันยังบังเกิดความคิดอยากจะเรียกร้องให้นางอยู่ต่อ ทว่าต่างคนต่างมีเป้าหมายและบทบาทของตนเอง ถึงอย่างไรก็มิได้จากกันโดยถาวรมันจึงตัดใจลงอย่างรวดเร็ว ขอเพียงมันแข็งแกร่งมากพอการจะไปหาซ่งหงเสวี่ยก็ย่อมทำได้โดยง่ายแล้ว

                ทั้งสองเดินทางกลับมายังเรือนรับรองของนิกายบัวสวรรค์ ในเรือนนั้นนอกจากแขกผู้มาเยือนทั้งสามแล้ว ยังมีผู้อาวุโสจางและหยุนลั่วเฉินอยู่ด้วย

                เจ้านิกาย ท่านกลับมาแล้ว?” ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้หนึ่งเดือนหยุนลั่วเฉินได้เอ่ยว่ามันมีเรื่องราวสำคัญต้องไปจัดการสะสางจึงเดินทางหายไป และบัดนี้มันได้กลับมาถึงนิกายแล้ว อีกทั้งยังเป็นจังหวะช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะกับการมาถึงของหลินหลันเทียน เรื่องนี้นับว่าน่าแปลกนัก

                อืม ข้าทำธุระเสร็จแล้วจึงกลับมา หยุนลั่วเฉินตอบ มันปรายตามองผู้อาวุโสลู่เล็กน้อย

                อาวุโสลู่จากนิกายหมื่นดารากระแอมเบาๆ ซ่งไป่หลาง ที่ข้าและศิษย์เดินทางมาที่นี่ในวันนี้มีเรื่องราวสำคัญสองประการที่จะพูดคุยกับเจ้า ล้วนเกี่ยวข้องกับการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับทั้งสิ้น

                สีหน้าของหลินหลันเทียนและเยว่จิงล้วนฉายแววเคร่งขรึมจริงจัง หยุนลั่วเฉินก็มีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ซ่งไป่หลางพอจะรับรู้ได้แล้วว่าการบุกเบิกครั้งนี้น่าจะมีปัญหาบางอย่าง

                อาวุโสลู่เอ่ยต่อ การบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนิกายหมื่นดารา นิกายบัวสวรรค์ไปจนถึงตระกูลหลิวต่างให้ความคาดหวังกับมันอย่างมากที่สุด นั่นเพราะการที่มีทั้งเจ้าและหลันเทียนร่วมมือกัน ย่อมมีโอกาสสูงอย่างยิ่งที่แคว้นสิบนภาของเราจะสามารถคว้าผลประโยชน์จากดินแดนประตูสมุทรลี้ลับมาได้มากกว่าแคว้นอื่นๆทั้งหมด กลายเป็นแคว้นอันดับหนึ่งของทวีปห้าสมุทร

                ทว่ามิเพียงแค่พวกเราที่คิดเอาไว้เช่นนั้น แคว้นอื่นๆหลังจากที่ได้ทราบว่าหลันเทียนกลายเป็นระดับหนึ่งเหนือมนุษย์ รวมถึงเจ้าที่สามารถเอาชนะหลันเทียนได้ พวกมันย่อมหวาดกลัวต่อแคว้นสิบนภาเราเป็นอันมาก ข่าวที่พวกเราสืบหามาได้ทั้งยังยืนยันอย่างแน่ชัดแล้วก็คือ มีอย่างน้อยห้าแคว้นที่ตกลงร่วมมือกันเพื่อกำจัดพวกเราออกจากการบุกเบิกเป็นอันดับแรก

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่นับเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ หากมีศัตรูที่แข็งแกร่งจนเกินไปการร่วมมือกันจัดการย่อมนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง

                สหายซ่ง ข่าวนี้นับเป็นความจริงเชื่อถือได้แน่นอน อีกทั้งพวกมันจะไม่อดทนรอจนถึงวันบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ นิกายหอกระบี่ของข้าลอบส่งคนมาตรวจสอบและป้องกันการแฝงตัวของต่างแคว้นบริเวณทิศตะวันออกของที่ตั้งนิกายบัวสวรรค์ในเวลาสามเดือนมานี้ ศิษย์หลักผู้หนึ่งของนิกายได้พบกับมือสังหารระดับเหนือมนุษย์ของต่างแคว้น ยังดีที่มันสามารถหลบหนีและแจ้งข่าวไปยังเจ้านิกายได้ จึงทำให้เราส่งยอดฝีมือระดับเหนือมนุษย์ไปต้านทานมันเอาไว้ได้เช่นกัน

                มือสังหารระดับเหนือมนุษย์ ซ่งไป่หลางมีสีหน้าตกตะลึงทันที จำนวนยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์ของทั้งทวีปนี้นับรวมกันแล้วยังมีไม่ถึงร้อยคน ต่างแคว้นถึงกับส่งนักลอบสังหารขั้นเหนือมนุษย์มานับว่าพวกมันให้ความสำคัญกับภารกิจลอบสังหารครั้งนี้อย่างยิ่งยวด

                สหายซ่ง ตอนนี้การป้องกันนิกายบัวสวรรค์และนิกายหมื่นดารามีความเคร่งครัดเป็นอย่างมาก นั่นเพราะต้องการยืนยันความปลอดภัยของเจ้าและหลินหลันเทียน อย่างไรก็ตามที่พวกเราป้องกันได้มีเพียงภายในแคว้นเท่านั้น ทันทีที่เดินทางไปยังดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ ความปลอดภัยเหล่านี้ก็มิอาจมีอีกแล้ว เยว่จิงเอ่ยย้ำเตือนน้ำเสียงจริงจังยิ่ง

                หากเป็นภายในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับที่แต่ละแคว้นสามารถส่งตัวแทนมาได้เพียงสองคน คงจะไม่อันตรายเท่าใดกระมัง ซ่งไป่หลางเอ่ยออกมา มันมั่นใจยิ่งว่าคงไม่มีใครสามารถเอาชนะมันที่ร่วมมือกับหลินหลันเทียนได้

                นั่นก็ไม่แน่นัก สหายซ่งอย่าประมาทเด็ดขาด ในปีที่แล้วตัวแทนของแคว้นสิบนภาเราก็คือหลินหลันเทียนและศิษย์พี่ของนิกายหอกระบี่ผู้หนึ่ง แม้จะเป็นอันดับสองของแคว้นทว่าฝีมือของคนผู้นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าข้าในตอนนี้พอสมควร ภายใต้การต่อสู้กับต่างแคว้นมันได้ตกตายภายในดินแดนประตูสมุทรลี้ลับ เจ้าเป็นสหายที่ดียิ่งของข้า ข้าย่อมไม่ต้องการให้เจ้าประสบชะตากรรมเดียวกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 385 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #118 yukai (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 08:16

    ขอบคุณ
    #118
    0
  2. #83 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 20:21

    สรุปคือ กลัวตัวนำโชคจะตาย
    #83
    0