God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 53 : ตอนที่ 49 ตัดความสัมพันธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 350 ครั้ง
    4 พ.ย. 62

                เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วทว่าซ่งไป่หลางและซ่งหงเสวี่ยยังคงพูดคุยกันต่อไปเรื่อยๆราวกับไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย ทุกเรื่องราวของซ่งหงเสวี่ยในดินแดนราชันย์ล้วนแปลกใหม่ตื่นเต้นและเหนือจินตนาการของซ่งไป่หลางยิ่งนัก

                ในดินแดนแห่งนั้น แม้แต่รุ่นเยาว์ที่อ่อนแอที่สุดยังคงมีระดับห้าเที่ยงแท้เป็นอย่างน้อย และระดับเหนือมนุษย์สามารถเอ่ยได้ว่ากวาดตาหาได้ตามท้องถนนทั่วไป แม้แต่รุ่นเยาว์ที่เป็นขั้นรวมวิญญาณยังไม่นับว่าหายากเกินไป

                ระดับของซ่งหงเสวี่ยนั้นไม่นับว่าสูงส่งทว่าเมื่อพิจารณาจากอายุของนางรวมถึงความสามารถในการต่อสู้ที่สามารถเอาชนะได้แม้แต่ระดับราชันยุทธ์ นับว่าเป็นอัจฉริยะที่ทำให้ดินแดนราชันย์ต้องตกตะลึงผู้หนึ่งอย่างแท้จริง

                แม้ระดับของคนทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างมากในเวลานี้ ซ่งหงเสวี่ยกลับมิมีท่าทีดูแคลนหรือไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามตั้งแต่มาถึงดินแดนแห่งนี้เมื่อหลายวันก่อน นางและซ่งเจียงใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสืบข่าวของซ่งไป่หลาง ยิ่งได้รู้เรื่องราวของมันมากเพียงใดทั้งสองก็ยิ่งรู้สึกปวดใจมากขึ้นเท่านั้น

                สิบห้าปีที่ผ่านมาซ่งไป่หลางเป็นดั่งตัวตนที่ไร้ค่าและมิมีผู้ใดให้ความสนใจ ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดและกัดฟันอดทนต่อความลำบากทั้งหมดด้วยลำพังตัวคนเดียว ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ยินยอมช่วยเหลือหรือเป็นที่พึ่งพิงให้กับมัน ยากนักที่จะจินตนาการได้ว่าเด็กชายคนหนึ่งต้องใช้ชีวิตเช่นนั้นเป็นเวลาสิบห้าปี

                ยังดีที่หนึ่งปีที่ผ่านมาซ่งไป่หลางได้พบเจอกับเซี่ยหยางและเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของมันไปอย่างสิ้นเชิง อาศัยชั่วระยะเวลาสั้นๆเพียงหนึ่งปีกลับกลายเป็นอันดับหนึ่งของแคว้นสิบนภา ความช่วยเหลือของเซี่ยหยางคือสิ่งสำคัญทว่าพรสวรรค์แท้จริงของซ่งไป่หลางก็มิใช่สิ่งที่จะมองข้ามไปได้เช่นกัน

                หากมิใช่เพราะความเปลี่ยนแปลงกะทันหันที่เกิดขึ้นกับโชคชะตานี้ ซ่งไป่หลางคงตกตายภายใต้การทำร้ายของซ่งชางหยางตั้งแต่หนึ่งปีที่แล้ว ซ่งหงเสวี่ยและซ่งเจียงย่อมมาสายเกินไป และหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริงซ่งเจียงย่อมไม่ละเว้นตระกูลซ่งทั้งหมดอาจรวมไปถึงกระทั่งนิกายบัวสวรรค์ที่ปล่อยให้ซ่งไป่หลางตกตายภายใต้พื้นที่ของมัน

                ความเปลี่ยนแปลงของซ่งไป่หลางมิเพียงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวมันเองยังเป็นการช่วยให้ตระกูลซ่งและนิกายบัวสวรรค์รอดพ้นจากหายนะไปได้อย่างเฉียดฉิวเป็นที่สุด

                ภายใต้โทสะของผู้มีพลังระดับจักรพรรดิมนุษย์นิกายบัวสวรรค์หรือกระทั่งทั้งดินแดนแห่งนี้จะยังมีผู้ใดสามารถต้านรับเอาไว้ได้กัน

                พี่ไป่หลาง หลังจากนี้ข้าขอให้ท่านเรียกข้าว่าเสวี่ยเอ๋อเถิด ซ่งหงเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลยิ่ง สำหรับนางแล้วซ่งไป่หลางคือครอบครัวที่ใกล้ชิดที่สุด นางดีใจยิ่งนักที่ได้พบกับมันในที่สุด

                ได้ เสวี่ยเอ๋อ ซ่งไป่หลางตอบรับก่อนจะนึกขึ้นได้ จริงสิ ข้ามีสิ่งที่เรียกว่าตราประทับสวรรค์อยู่ อาจารย์บอกกับข้าว่าของสิ่งนี้มีคุณค่ายิ่งนักสามารถช่วยให้การฝึกฝนพลังวิญญาณเพิ่มพูนผลลัพธ์เป็นเท่าตัว เหมาะสมกับผู้ที่อยู่ในระดับรวมวิญญาณเป็นที่สุด ข้าคิดว่าควรมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า ตราประทับรูปดอกบัวถูกยื่นให้กับเด็กสาวตรงหน้า นางมีท่าทีแตกตื่นเล็กน้อย

                พี่ไป่หลาง ตราประทับสวรรค์เป็นสิ่งล้ำค่ายิ่ง อีกทั้งยังเป็นถึงสมบัติระดับสวรรค์ แม้ตอนนี้มันจะไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดทว่าท่านไม่ควรมอบมันให้กับผู้อื่นต่อให้เป็นข้าก็ตาม ข้ามีระดับพลังถึงขั้นรวมวิญญาณแล้วและมิขาดแคลนทรัพยากรสำหรับฝึกฝนแม้แต่น้อย ท่านควรเก็บไว้ใช้เองจะดีกว่า

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าอาจารย์บอกกับข้าว่าของสิ่งนี้จะฟื้นฟูตนเองได้ก็ต่อเมื่อมันได้อยู่ในดินแดนที่มีพลังมากพอ ในดินแดนแห่งนี้นับว่าทำให้คุณค่าของมันเสียเปล่าอย่างยิ่ง หากเจ้านำมันกลับไปยังดินแดนราชันย์มันย่อมฟื้นฟูตัวเองและกลับกลายเป็นสมบัติระดับสวรรค์อีกครั้งหนึ่ง

                เช่นนั้นท่านยิ่งสมควรเก็บมันเอาไว้ให้ดี ท่านลุงเซี่ยได้เอ่ยไว้แล้วว่ามีแผนการสำหรับท่าน ย่อมไม่ยินยอมให้ท่านอยู่ในดินแดนนี้ตลอดไป ในอนาคตท่านจะต้องเดินทางไปยังดินแดนต่างๆอีกจำนวนมาก ได้ค้นพบวาสนาและเรื่องราวมากมาย ยังมีอันตรายใหญ่หลวงที่รอคอยอยู่ แม้จะมีลุงเซี่ยคอยปกป้องทว่าบางคราท่านย่อมต้องพึ่งพาตนเอง ตราประทับสวรรค์นี้ย่อมช่วยท่านให้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้ช่วงเวลาที่ยากเย็น เชื่อข้าเถอะ มันเหมาะกับท่านมากกว่าข้านัก นางยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                พี่ไป่หลาง ข้าทราบดีว่าท่านปรารถนาดีต่อข้า ทว่าสำหรับข้าแล้วมิมีสิ่งใดสำคัญไปกว่าครอบครัว แม้ในฐานะของบุตรหน้าที่ของพวกเราคือการล้างแค้นให้กับครอบครัวที่ถูกทำลายและบิดาที่ถูกสังหาร แต่หากต้องสูญเสียพี่ชายของข้าไปอีกคนการล้างแค้นย่อมไม่มีความหมายอันใดอีก ได้โปรด พวกเราอาจไม่สามารถล้างแค้นได้สำเร็จ แต่อย่างน้อยที่สุดขอเพียงท่านยังมีชีวิตอยู่ สำหรับข้าเพียงเท่านี้ก็ประเสริฐที่สุดแล้ว

                ซ่งไป่หลางตะลึงไปเล็กน้อย อันที่จริงก่อนที่จะถึงวันนี้มันยังไม่เคยทราบถึงความเป็นมาของตัวเองมาก่อน การล้างแค้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์สำหรับมันแล้วย่อมเป็นการทำเพื่อตอบแทนพระคุณของเซี่ยหยางและนิกายบัวสวรรค์ ทว่าในเวลานี้กลับมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นอีกทั้งยังซับซ้อนจนกลายเป็นยุ่งเหยิงยิ่ง ได้ฟังคำพูดของซ่งหงเสวี่ยมันพลันตระหนักได้ว่าตอนนี้ตนเองมิใช่คนที่โดดเดี่ยวไร้พันธะอีกต่อไปแล้ว มันยังคงมีครอบครัว ยังมีน้องสาวที่มีชีวิตอยู่ หลังจากนี้ไปมันย่อมต้องรอบคอบยิ่งขึ้น ตระหนักถึงคนสำคัญของตัวเองให้มากขึ้น เห็นได้ชัดว่าซ่งหงเสวี่ยให้ความสำคัญกับมันเพียงใดแล้วมันจะปฏิเสธความรู้สึกของนางได้อย่างไร

                ข้าเข้าใจแล้ว เสวี่ยเอ๋อ จากนี้ไปข้าคือพี่ชายของเจ้า และข้าจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องเจ้าให้สมกับที่เป็นพี่ชาย นอกจากนี้ข้าจะยังไม่ตายโดยง่าย ต่อให้ต้องเจออันตรายมากมายเพียงใดข้าก็จะฝ่าฟันมันให้หมดสิ้น

                ซ่งไป่หลางพลันรู้สึกคล้ายกับว่าตนเองได้รับแรงกระตุ้นบางอย่าง ก่อนหน้านี้มันเพียงต้องการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นให้กับตนเอง เติมเต็มความรู้สึกอ้างว้างและอ่อนแอเดียวดายของตนเอง ในที่สุดหลังจากกลายเป็นอันดับหนึ่งของแคว้นสิบนภา มันกลับรู้สึกว่างเปล่าเล็กน้อย ราวกับว่ามันได้บรรลุเป้าหมายไปมากกว่าแปดส่วนแล้ว แต่กลับพบว่าบนยอดเขาที่มันปีนป่ายขึ้นอย่างยากลำบากไร้ซึ่งสิ่งใด มีเพียงความว่างเปล่าอันหนาวเหน็บเท่านั้น

                ทว่าบัดนี้มันได้ค้นพบแล้ว เหตุผลที่มีจะต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เป้าหมายที่มันต้องกระทำในอนาคต ความสัมพันธ์ของครอบครัว ทุกสิ่งที่มันได้พบในวันนี้ล้วนทำให้มันยิ่งต้องการพัฒนาตนเองให้มากขึ้นไปอีก ซ่งหงเสวี่ยมีพลังขั้นรวมวิญญาณแล้วทั้งที่อายุเท่ากับมัน หากมันยังมัวชักช้าอยู่เช่นนี้เกรงว่าทั้งชีวิตคงไม่อาจปกป้องนางได้

                พี่ไป่หลางเอ่ยเช่นนี้ข้าก็วางใจแล้ว ซ่งหงเสวี่ยพลันเผยรอยยิ้มสดใสงดงามยิ่ง

                หลังจากนี้ข้ากับท่านอาเจียงคงต้องกลับไปยังดินแดนราชันย์แล้ว ลุงเซี่ยย่อมรู้จักวิธีเดินทางไปยังดินแดนราชันย์ดี ดังนั้นข้าเชื่อว่าในอนาคตพวกเราจะได้พบกันแน่นอน เพียงแต่อาจต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

                ข้าเข้าใจแล้ว เมื่อถึงเวลาข้าจะไปหาเจ้าที่ดินแดนราชันย์ ซ่งไป่หลางพยักหน้ารับ

                ก่อนที่จะไป ข้ามีของอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมอบให้กับท่าน นางเอ่ยพร้อมกับกุมมือของซ่งไป่หลางเอาไว้ ทันใดนั้นซ่งไป่หลางพลันรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างถ่ายทอดเข้ามาภายในความคิดของตน เด็กหนุ่มมิได้ปิดกั้นอันใดเพียงรับเอาสิ่งที่นางถ่ายทอดให้เข้าสู่ห้วงความทรงจำทั้งหมด

                นี่คือเคล็ดวิชาอัคคีตระกูลซ่ง ทั้งหมดล้วนถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ลับของตระกูลที่ท่านพ่อฝากเอาไว้กับท่านอาเจียง นางเอ่ยสีหน้าซับซ้อนเล็กน้อย พี่ไป่หลาง ท่านอาเจียงรู้สึกผิดกับท่านมาตลอดสิบกว่าปีมานี้

                สำหรับซ่งเจียง เดิมทีมันสมควรให้ความสำคัญกับชีวิตของซ่งไป่หลางเป็นอันดับแรก เนื่องจากมันคือบุตรชายที่จะสืบสายโลหิตของซ่งเฮยหลงต่อไป ทว่าภายหลังจากที่มันนำซ่งไป่หลางมายังดินแดนแห่งนี้ มันเชื่ออย่างยิ่งว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความสงบและปลอดภัย อีกทั้งมันยังได้ฝากฝังทรัพยากรล้ำค่าจำนวนมากไว้กับซ่งจิงลู่ มิคาดคิดเลยว่ามันจะมองคนผิดไปได้ถึงเพียงนั้น

                ปล่อยให้ซ่งไป่หลางต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากสิบหกปีเต็มจนกระทั่งเกือบตกตายภายใต้ฝีมือของซ่งชางหยาง ความรู้สึกผิดจากเรื่องราวนี้ทำให้ซ่งเจียงรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง มันแทบคลุ้มคลั่งจนทำลายตระกูลซ่งทิ้งหากมิใช่เพราะนางเอ่ยห้ามไว้ตั้งแต่แรก

                ทว่าต่อให้สามารถหวนย้อนกลับไปยังช่วงเวลานั้นได้มันก็คงยังเลือกที่จะติดตามซ่งหงเสวี่ยไป คำสั่งของซ่งเฮยหลงระบุไว้ชัดเจนให้พานางไปยังดินแดนราชันย์ ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและผู้คนที่แข็งแกร่งจำนวนมาก เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งจะสามารถใช้ชีวิตตามลำพังได้อย่างไร ซ่งเจียงมิอาจฝืนใจปล่อยให้นางต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวท่ามกลางดินแดนอันร้ายกาจเช่นนั้นได้

                อีกทั้งสตรีย่อมแตกต่างจากบุรุษอย่างยิ่ง หากนำนางไปฝากไว้กับผู้อื่นอาศัยเพียงความงามของนางที่สมควรจะได้รับสืบทอดมาจากมารดา เกรงว่าเมื่อเติบโตขึ้นนางคงถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเชื่อมต่อความสัมพันธ์กับตระกูลหรือผู้มีอำนาจที่ใดสักแห่ง หากคนผู้นั้นมีนิสัยใจคอที่ใช้ได้ก็นับว่าโชคดี แต่หากคนผู้นั้นเป็นพวกคุณชายเจ้าสำราญที่เพียงปรารถนาในร่างกายของนางเล่า เช่นนั้นชะตาชีวิตของซ่งหงเสวี่ยคงน่าสงสารอย่างยิ่ง

                เรื่องนี้ซ่งเจียงคิดได้มีหรือซ่งไป่หลางจะคิดไม่ได้ หากมันทราบว่าตนเองมีน้องสาวและซ่งเจียงปล่อยนางทิ้งเอาไว้เพื่อมาดูแลมัน เช่นนั้นมันจะเคียดแค้นซ่งเจียงตลอดชั่วชีวิตของมัน การเลือกของซ่งเจียงไม่เพียงไม่ทำให้มันรู้สึกโกรธเคืองอันใด ยังทำให้มันรู้สึกขอบคุณจนสุดหัวใจ ซ่งเจียงได้ปกป้องน้องสาวเพียงคนเดียวของมันตลอดมา สำหรับชีวิตที่เลวร้ายของมันย่อมไม่อาจนับเป็นอันใดได้

                หากไม่ใช่เพราะชีวิตเช่นนี้ มันอาจไม่ได้มีวาสนารับเซี่ยหยางเป็นอาจารย์ สำหรับซ่งไป่หลางแล้วมันพอใจกับสิ่งที่ตนเองมีในเวลานี้จนมิอาจพอใจไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

                เจ้าจงขอบคุณท่านอาเจียงแทนข้า ข้ามิได้โกรธเคืองอันใดทั้งยังขอบคุณอย่างถึงที่สุด หากมิใช่เพราะท่านอาเจียงวันนี้ข้าคงไม่ได้พบกับน้องสาวของข้า นี่นับเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับข้าแล้ว

                ขอบคุณท่านมาก พี่ไป่หลาง ซ่งหงเสวี่ยยิ้มแย้ม นางรู้สึกยินดียิ่งที่ได้พบเจอพี่ชายของนางในวันนี้

                หลังจากที่สนทนากันจนพอใจ ซ่งเจียงและซ่งหงเสวี่ยได้จากไปในทันที พวกมันทั้งสองยังต้องเดินทางกลับไปยังดินแดนราชันย์ ระยะทางและวิธีการเดินทางข้ามมิติระหว่างดินแดนนั้นมิใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย เซี่ยหยางถึงกับเอ่ยว่าจากดินแดนแห่งนี้ไปยังดินแดนราชันย์เกรงว่าจะต้องใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนเพื่อเดินทาง อีกทั้งยังต้องสิ้นเปลืองพลังงานมากมายในการค้นหาเส้นทางมิติอีกด้วย

                อาจารย์ ตอนนี้ข้าได้รับเคล็ดวิชาอัคคีตระกูลซ่งมาจากเสวี่ยเอ๋อ มันเป็นวิชาที่ทรงพลังยิ่งนัก ถึงกับเป็นวิชาธาตุอัคคีระดับปฐพีและระดับสวรรค์ ท่านคิดว่าข้าควรฝึกฝนมันทันทีหรือไม่ ตอนนี้ซ่งไป่หลางมีวิชาระดับสวรรค์ทั้งหมดสี่วิชาและยังมีร่องรอยของวิชาระดับสวรรค์และปฐพีอีกมากมาย ทั้งวิชาของตระกูลซ่งและวิชาอื่นๆของนิกายบัวสวรรค์เอง

                เซี่ยหยางตอบกลับ การฝึกวิชาหลากหลายประเภทไม่อาจส่งผลดีในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเจ้าไม่มีเวลาในการฝึกมากนัก ตอนนี้ข้ามีทางเลือกแนะนำเจ้าสองทาง หนึ่งคือฝึกวิชาที่เจ้ามีจนถึงขั้นสอง วิชาระดับสวรรค์ขั้นสองย่อมทรงพลังมากขึ้นอย่างยิ่ง ทว่าความยากของมันก็ราวกับปีนป่ายสวรรค์เช่นกัน ต่อให้ใช้เวลาจนหมดหกเดือนยังมิอาจบอกได้ว่าเจ้าจะฝึกสำเร็จหรือไม่

                เช่นนั้นอีกทางเลือกเล่า ซ่งไป่หลางถามอย่างกระตือรือร้น

                อีกทางเลือกนับว่าง่ายดายกว่ามาก นั่นคือฝึกวิชาระดับสวรรค์ที่เหมาะสมกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์มากที่สุด เป็นวิชาที่ข้าเคยใช้ช่วงที่ได้รับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์มาใหม่ๆ นั่นคือวิชาวารีแปลงลักษณ์

                วิชาวารีแปลงลักษณ์ ซ่งไป่หลางอุทาน ชื่อวิชานี้นับว่าฟังดูไม่เลวเลย

                พลังของมันก็เป็นดั่งชื่อ นับว่าเป็นวิชาที่สะดวกสบายยิ่งนัก ในขั้นแรกเจ้าสามารถใช้วิญญาณวารีศํกดิ์สิทธิ์เพื่อแปรเปลี่ยนรูปทรงของมันให้เป็นศาสตราวุธง่ายๆเช่นดาบหรือลูกศร ในขั้นต่อมาเจ้าสามารถทวีจำนวนและความซับซ้อนของการแปลงลักษณ์มากขึ้น และหากเจ้าฝึกสำเร็จจนถึงขั้นสูงสุดเจ้าจะสามารถควบคุมวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างอิสระ มิถูกจำกัดด้วยขอบเขตกฏเกณฑ์ใดๆทั้งสิ้น

                นี่... นี่ก็นับเป็นวิชาระดับสวรรค์หรือ หรือว่ามันคือวิชาท้าทายสวรรค์

                เซี่ยหยางส่ายหน้า มิใช่ บอกกับเจ้าตามตรงในบรรดาวิชาทั้งหมดของข้า แม้จะมีวิชาระดับจักรวาลอยู่ทว่าวิชาระดับสวรรค์ล้วนแต่เป็นประเภทโองการสวรรค์ทั้งหมด ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าวิชาประเภทท้าทายสวรรค์เช่นกายาบัวพิสุทธิ์นับว่าหายากยิ่ง แม้แต่ข้าเองยังไม่อาจครอบครอง

                วิชาวารีแปลงลักษณ์แม้จะฟังดูน่าเหลือเชื่อทว่าหากมิใช่เพราะเจ้ามีวิญญาณวารีศักดิ์ศิทธิ์มันก็ยังมิอาจนับได้ว่าร้ายกาจมากนัก วารีทั่วไปเผชิญหน้ากับอัคคีที่ร้อนแรงยิ่งกว่ายังอาจระเหยแห้งเหือดไป เผชิญหน้าอัสนียังพ่ายแพ้อย่างหมดท่า เผชิญหน้าปฐพีทรงพลังยังมิอาจสั่นคลอน เผชิญหน้าวายุยังอาจถูกชักนำไปได้ ทว่าเมื่อเจ้ามีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตัว ขอเพียงมิใช่พลังระดับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ย่อมยากจะต้านทานวารีแปลงลักษณ์ของเจ้าได้

                ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเลือกเรียนวิชาวารีแปลงลักษณ์ หากข้าสามารถฝึกมันจนสำเร็จในการบุกเบิกดินแดนประตูสมุทรลี้ลับข้าย่อมสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เป็นอย่างมาก

                ดี ข้าจะมอบเคล็ดวิชาให้กับเจ้า ข้าคิดว่าภายในหกเดือนเจ้าน่าจะฝึกขั้นแรกของมันจนสำเร็จทันเวลาพอดี จะว่าไปข้ารู้สึกสนใจเกี่ยวกับดินแดนประตูสมุทรลี้ลับยิ่งนัก หากมันเป็นดินแดนที่มีระดับสูงส่งพวกเราอาจสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ไม่เลวได้ในดินแดนแห่งนั้น

                ไป่หลาง เจ้าพวกสารเลวนั่นหนีไปที่ใดแล้ว เจ้าได้จัดการพวกมันหรือไม่ เสียงกรีดร้องอันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังขึ้นจากภายนอก ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อยมองดูร่างของซ่งจิงลู่ที่วิ่งเข้ามาในเรือนรับรอง สีหน้าของมันทั้งซีดขาวและหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่าภาพที่ฮูหยินของมันถูกตัดคอต่อหน้าได้ทำลายขวัญกำลังใจของมันอย่างรุนแรง

                เดิมทีมันคิดว่าหลังจากซ่งเจียงมาถึงมันจะพาซ่งไป่หลางกลับไปด้วย นั่นเพราะซ่งเจียงก็คือคนที่ฝากซ่งไป่หลางไว้กับมันเมื่อสิบหกปีก่อน ทว่าน่าแปลกนักที่พวกมันกลับจากไปเพียงสองคน อีกทั้งยังจากไปโดยมิมีผู้ใดทันรู้สึกตัว

                ซ่งจิงลู่ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเกิดอันใดขึ้นระหว่างคนทั้งสาม ทว่าเมื่อซ่งไป่หลางยังคงอยู่ที่นี่นั่นย่อมมีความเป็นไปได้หลายส่วนว่าคนผู้นั้นมิได้เปิดเผยเรื่องตัวตนเบื้องหลังให้กับซ่งไป่หลางได้รับรู้ หากเป็นเช่นนั้นมันยังสามารถหลอกใช้ซ่งไป่หลางให้ทำการล้างแค้นได้ แม้ว่านิกายบัวสวรรค์จะไม่ยื่นมือช่วยเหลือโดยตรงแต่อย่างน้อยซ่งไป่หลางก็ถึงกับเอาชนะระดับเหนือมนุษย์ได้มาแล้ว ยังจะต้องกลัวอันใดอีกเล่า

                ซ่งจิงลู่ เจ้ามาได้เวลายิ่งนัก ซ่งไป่หลางหัวเราะเบาๆก่อนจะแผ่พลังของตนออกไปรอบด้าน แม้มันจะไม่ได้ทรงอำนาจเหมือนซ่งเจียงที่สามารถปิดกั้นพื้นที่เอาไว้มิให้ผู้ใดเข้ามายุ่งเกี่ยว ทว่าเมื่อมันแผ่พลังออกไปบรรดาผู้ที่ต้องการลอบสังเกตต่างรู้สึกได้ถึงความน่าสะพรึงกลัว พวกมันรีบหลบซ่อนตัวและหลบหนีไปอย่างรวดเร็วยิ่ง

                เจ้า... หลางเอ๋อ เจ้าจะทำอันใด เหตุใดเจ้ามิเรียกข้าว่าบิดา

                เจ้ายังกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้?” ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ซ่งจิงลู่ สิบหกปีก่อนตอนที่เจ้าและฮูหยินรับข้ามาเลี้ยงดู เจ้าย่อมได้รับทรัพย์สมบัติตอบแทนและทรัพยากรล้ำค่าจำนวนมากที่ฝากเอาไว้เพื่อให้ข้าได้ใช้ในอนาคต ตอบข้ามา ทรัพยากรเหล่านั้นบัดนี้อยู่ที่ใด

                จ.... เจ้าเอ่ยอันใด ข้าไม่ทราบ ข้าไม่ได้รับสิ่งใดมาทั้งนั้น ข้าและหลี่เอ๋อเพียงได้พบทารกผู้หนึ่งโดยบังเอิญ พวกข้าเวทนาสงสารจึงเก็บเอาเจ้ามาเลี้ยง เจ้ากำลังพล่ามอันใดกันแน่ ซ่งไป่หลาง เจ้าคิดจะเนรคุณต่อข้ารึ ซ่งจิงลู่รู้สึกร้อนรนยิ่ง มันเอ่ยเสียงดังจนแทบจะกลายเป็นกรีดร้อง

                ซ่งจิงลู่ เอ่ยได้ประเสริฐนัก เหตุผลเดียวที่ข้ามิสังหารเจ้าในทันทีก็เพราะอย่างน้อยที่สุดเจ้าและฮูหยินมิได้ปล่อยให้ข้าตายไปตั้งแต่เป็นทารก แต่หากข้าคาดมิผิดคงเป็นเพราะพวกเจ้าสองผัวเมียหวาดกลัวว่าคนที่ฝากฝังข้าไว้จะกลับมาในเร็ววัน จนกระทั่งเมื่อข้าอายุได้ห้าขวบปี พวกเจ้าจึงเริ่มแน่ใจว่าคนผู้นั้นคงไม่กลับมาอีก จากนั้นจึงได้เลิกสนใจข้า อีกทั้งยังนำเอาทรัพย์สมบัติและทรัพยากรที่ได้มาไปเผาผลาญกับการพนัน ข้าเอ่ยถูกหรือไม่

                ซ่งจิงลู่ทั้งกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้าม ซ่งไป่หลางคาดเดาได้ถูกต้องทั้งหมด ช่วงเวลาที่ซ่งไป่หลางอายุได้ห้าขวบปีพวกมันผัวเมียล้วนอยู่ในช่วงที่กำลังลุ่มหลงกับการพนัน ทรัพย์สมบัติที่ได้รับมาและแอบซ่อนไว้ตลอดไปจนถึงทรัพยากรฝึกตนที่พวกมันมิรู้จักล้วนถูกนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราและนำมาพนันจนหมดสิ้น

                ซ่งไป่หลางยังคงจดจำได้ดี มันเคยมีครอบครัวที่ปกติตั้งแต่จำความได้ ทว่าหลังจากอายุครบห้าขวบปี บิดามารดาของมันแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนั้นมันยังเด็กนักและโทษว่าเป็นความผิดที่ตนไร้พรสวรรค์ บิดามารดาจึงไม่ใส่ใจมันเช่นเคย ที่แท้ก็แค่เพราะทั้งสองมิได้หวาดกลัวต่อบุคคลเบื้องหลังมันอีกแล้วก็เท่านั้น

                ซ่งจิงลู่ จงยินดีเถอะที่ข้าจะไม่สังหารเจ้า ทว่าหลังจากนี้ไปจงอย่าได้คิดฝันว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากข้าอีก บุญคุณที่เจ้าไม่ปล่อยให้ข้าตายตอนยังเป็นทารก ข้านับว่าชดใช้ต่อเจ้าจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งหมดล้วนไม่ติดค้างอันใดต่อกัน เสียงของซ่งไป่หลางเยือกเย็นเด็ดขาดยิ่ง

                ซ่งหงเฉิน ซ่งหมิง จงฟัง ซ่งจิงลู่และฮูหยินของมันมิใช่บิดามารดาแท้จริงของข้า ข้ามิใช่คนของตระกูลซ่งแห่งเมืองบัวสวรรค์ เป็นเพียงเด็กที่พวกมันรับฝากมาเท่านั้น และตระกูลซ่งของพวกเจ้าล้วนมิเคยมอบสิ่งใดให้กับข้ามากไปกว่าความเย็นชาและการทอดทิ้ง ดังนั้นข้ามิมีสิ่งใดติดค้างต่อพวกเจ้าทั้งหมด

                ทว่าอย่างน้อยที่สุด ข้าอาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นเวลาสิบกว่าปี ดังนั้นข้าจะไม่ถือสาที่ตระกูลซ่งจะได้รับเกียรติและความรุ่งโรจน์จากชื่อเสียงของข้า ทว่าซ่งจิงลู่นั้นมิได้รับอนุญาตสำหรับเรื่องนี้ หากหลังจากวันนี้ไปข้าได้ยินข่าวว่ามันกล้าแอบอ้างฐานะบิดาของข้า หรือกระทั่งเอ่ยนามของข้าต่อหน้าผู้คน ข้าต้องการให้มันถูกตัดลิ้นทิ้งไปเสีย หากข้าพบว่ามันมิได้ถูกตัดลิ้น เช่นนั้นตระกูลซ่งก็เตรียมรับมือโทสะของข้าได้เลย

                ซ่งไป่หลางในเวลานี้ได้ปลดวางพันธะระหว่างมันและตระกูลซ่งแห่งเมืองบัวสวรรค์ทิ้งลงแล้ว สิ่งเดียวที่มันยังคงให้ความสำคัญอยู่บ้างในดินแดนแห่งนี้มีเพียงนิกายบัวสวรรค์เท่านั้น

                หลังจากวันนั้นตระกูลซ่งได้เก็บข่าวเรื่องนี้เอาไว้อย่างมิดชิด พวกมันเพียงประกาศว่าซ่งจิงลู่และฮูหยินมิใช่บิดามารดาแท้จริงของซ่งไป่หลาง อีกทั้งยังประนามว่าพวกมันได้ทำเรื่องเลวร้ายอันใดเอาไว้ ทว่ามิได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างซ่งไป่หลางและตระกูลซ่งทั้งหมด ในสายตาของผู้คนซ่งไป่หลางยังคงเป็นคนของตระกูลซ่งอยู่ และพวกมันยังได้ผลประโยชน์เล็กน้อยจากเรื่องนี้

                และซ่งไป่หลางก็ได้เก็บตัวอยู่ที่นิกายบัวสวรรค์ตลอดเวลา เกรงว่านอกจากเจ้านิกาย ผู้อาวุโสจางและฉินจีที่สนิทสนมกับมันแล้วผู้อื่นล้วนไม่เคยได้พบเจอกับซ่งไป่หลางอีก


-----------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้ก็ลองใช้แบบนี้ก่อนนะครับ คนที่อ่านฟรีรอเจ็ดวันจะได้อ่านครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 350 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น