God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 51 : ตอนที่ 48 ความสันพันธ์ที่ซับซ้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 386 ครั้ง
    3 พ.ย. 62

                ที่แท้พวกเจ้าก็คือฝาแฝดในคำทำนายสวรรค์พินาศ เซี่ยหยางเอ่ยออกมาในที่สุด

                อาวุโสเซี่ย บอกท่านตามตรงข้ามิเคยเชื่อถือในคำทำนายนั้นมาก่อน แม้กระทั่งหลังจากการทำลายตระกูลศักดิ์สิทธิ์โดยตัวท่าน ข้าก็ยังคงไม่เชื่อถืออยู่หลายส่วน ทว่าตอนนี้จะเอ่ยว่ามิเชื่อก็ไม่สามารถเอ่ยได้เต็มปากอีกแล้ว ซ่งหงเสวี่ยถอนหายใจ

                ตระกูลซ่งเราขึ้นชื่อเรื่องสายเลือดแห่งผู้ควบคุมเปลวเพลิง ต่อให้เป็นผู้ที่อ่อนด้อยที่สุดในตระกูลก็ยังมีคุณสมบัติธาตุอัคคีที่โดดเด่นอย่างยิ่ง ข้าเองเป็นเพราะพรสวรรค์ทางด้านการควบคุมธาตุอัคคีจึงสามารถสร้างรากฐานให้กับตนเองอย่างมั่นคงในดินแดนราชันย์ ดังนั้นข้าจึงเชื่อว่าซ่งไป่หลางย่อมมีพรสวรรค์โดดเด่นในการควบคุมอัคคีเช่นกัน

                ฝาแฝดผู้หนึ่งชำระด้วยวารี หนึ่งเผาผลาญด้วยเปลวเพลิง ข้ามิอาจเชื่อมโยงคำทำนายนี้กับพวกเราสองพี่น้องได้เลยแม้แต่น้อย มิคาดว่าสุดท้ายแล้วโชคชะตาจะนำพาให้พี่ชายของข้าได้พบกับท่าน อีกทั้งยังสืบทอดวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์มาด้วย ข้าคิดว่านี่ก็คือส่วนหนึ่งของคำทำนายเช่นกัน

                น่าสนใจนัก คำทำนายนี้เดิมทีคล้ายจะไร้ที่มาที่ไปทว่าจู่ๆกลับกลายเป็นดูน่าเชื่อถือขึ้นมา เซี่ยหยางหัวเราะเบาๆ

                เรื่องนี้ข้าไม่เห็นด้วยนัก อาวุโสเซี่ย คำทำนายนี้มิได้ไร้ที่มาที่ไป อันที่จริงหลังจากที่รู้ว่าใคครคือเจ้าของทำนาย สามารถเอ่ยได้ว่ามันค่อนข้างมีความน่าเชื่อถือแลยทีเดียว ซ่งหงเสวี่ยเอ่ย

                หืม หรือที่แท้แล้วเจ้ามีเบาะแสเกี่ยวกับคำทำนายนั้น เซี่ยหยางประหลาดใจไม่น้อย แม้มันจะไม่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการตามหาเบาะแสของคำทำนายนี้อย่างจริงจังทว่ามันเองก็เคยได้ยินผ่านหูมาไม่น้อย น่าเสียดายที่มันไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าข่าวลือของคำทำนายนี้มาจากที่ใดกันแน่

                คำทำนายนี้มีที่มาจากชนเผ่าสาปสวรรค์ พวกมันนับเป็นตัวตนที่ถูกตระกูลศักดิ์สิทธิ์เกลียดชังมาโดยตลอดเป็นเวลาหลายร้อยปี ทว่าแม้จะตามล่าเพียงใดก็มิอาจสังหารพวกมันได้ทั้งหมด ในที่สุดเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว ตระกูลสาปสวรรค์ได้พลาดท่าให้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลสาปสวรรค์จะถูกสังหาร มันได้เผยแพร่คำทำนายสวรรค์พินาศออกมา หลายคนเชื่อว่าเพราะความแค้นที่พวกมันมีต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์พวกมันจึงเผยแพร่เรื่องนี้ ทว่าภายหลังมีข่าวลือว่าเพราะตระกูลสาปสวรรค์ถือครองคำทำนายนี้ไว้ต่างหาก ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จึงได้พยายามทำลายพวกมัน

                แปลกนัก เช่นนี้นับว่าไม่มีประโยชน์ ในความเป็นจริงพวกมันสมควรใช้ประโยชน์จากคำทำนายนี้เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงให้กับตระกูล พวกมันกลับเลือกที่จะทำลายตระกูลสาปสวรรค์ทิ้งเพราะเรื่องนี้ ฟังอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผล

                ซ่งหงเสวี่ยส่ายหน้า มิใช่ว่าพวกมันไม่ใช้ประโยชน์จากคำทำนายนี้ แต่เป็นเพราะพวกมันเองก็ตระหนักได้ว่าคำทำนายนี้มีโอกาสเกิดขึ้นจริงเป็นอย่างมาก จึงไม่มีทางเลือกต้องกำจัดตระกูลสาปสวรรค์ทิ้ง ปกปิดเนื้อหาคำทำนายทั้งหมดเอาไว้เป็นความลับ

                ศัตรูของตระกูลศักดิ์สิทธิ์มีมากมายราวกับเม็ดทราย แม้ว่ามันจะปกครองทุกอย่างด้วยพลังอำนาจ ทว่าก็เหมือนกับการใช้ฝ่ามือเดียวปิดแผ่นฟ้า หากคำทำนายเรื่องความพินาศของพวกมันแพร่กระจายออก ศัตรูของพวกมันย่อมหยิบฉวยมาใช้ประโยชน์เป็นแน่ ดังนั้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทางหนึ่งแก้ไขคำทำนาย จัดการกับผู้ที่ถูกกล่าวถึงในคำทำนายอย่างลับๆโดยพยายามมิให้ดึงดูดความสนใจผู้คน อีกทางหนึ่งไล่ล่าตระกูลสาปสวรรค์จนหมดสิ้น มิให้ข่าวลือคำทำนายแพร่กระจายออกไป

                พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว ทว่าหากเรื่องราวเป็นเช่นนี้จริง เหตุใดตระกูลสาปสวรรค์จึงไม่ลงมือแพร่กระจายข่าวลือเรื่องคำทำนายออกไปก่อนหน้านี้ พวกมันถึงกับรอให้สมาชิกตระกูลเหลือเพียงคนสุดท้าย ในที่สุดเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะจบสิ้นจึงค่อยปล่อยข่าวลือออก ทำเช่นนี้พวกมันมีแต่เสียหายอย่างไร้ค่าเท่านั้น

                ซ่งหงเสวี่ยถอนหายใจ พวกมันย่อมไม่ต้องการทำเช่นนี้ ความพินาศของตระกูลศักดิ์สิทธิ์แท้จริงแล้วก็คือความพินาศของพวกมันเช่นกัน ข้าได้อ่านเจอบันทึกจากดินแดนราชันย์เรื่องยุคสมัยเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ช่วงที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เริ่มก่อตั้งขึ้น ในเวลานั้นหลังจากที่บรรพบุรุษของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เริ่มสร้างรากฐานของมัน มันได้ตบแต่งภรรยาผู้หนึ่งและให้กำเนิดบุตรชายหญิงขึ้นมาสองคน บุรุษสืบทอดสายโลหิตตระกูลศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ หญิงสาวสืบทอดสายโลหิตศักดิ์สิทธิ์เพียงบางส่วนทว่ากลับได้สายเลือดมารดาของนางติดมาด้วยเป็นจำนวนมาก และนางก็คือบรรพบุรุษของตระกูลสาปสวรรค์

                เซี่ยหยางเบิกตากว้าง เช่นนั้นหมายความว่า ตระกูลสาปสวรรค์ก็คือเครือญาติของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ หากนับว่าพวกมันเป็นพี่น้องกัน เช่นนั้นพวกมันก็ถือกำเนิดมาจากบรรพบุรุษของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด

                ถูกต้อง พวกมันล้วนนับเป็นทายาทของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ น้ำเสียงของซ่งหงเสวี่ยเต็มไปด้วยความโกรธ พลังที่หญิงสาวผู้นั้นได้รับสืบทอดจากมารดาก็คือพลังในการทำนายชะตาฟ้า และทายาทตระกูลสาปสวรรค์ก็สืบทอดมันต่อมาเรื่อยๆโดยจะปรากฏในสตรีทุกรุ่นของตระกูล ดังนั้นตระกูลสาปสวรรค์จึงมักจะคอยทำนายเรื่องราวต่างๆให้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ตลอดมา จนกระทั่งคำทำนายสวรรค์พินาศปรากฏขึ้น

                ก่อนหน้านั้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์ยังคงยึดถือตระกูลสาปสวรรค์ดุจพี่น้อง ทว่าเมื่อคำทำนายนี้ปรากฏ ประมุขของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้เล็งเห็นถึงผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวที่จะตามมาหาคำทำนายนี้เผยแพร่ออกไป มันได้สั่งให้ตระกูลสาปสวรรค์ทำลายบันทึกคำทำนายทั้งหมดทิ้ง อีกทั้งยังต้องการสังหารท่านหญิงน้อยของตระกูลสาปสวรรค์และคนอื่นๆที่รู้เรื่องคำทำนายเพื่อปกปิดเรื่องนี้

                นี่นับเป็นชนวนของความแตกแยกครั้งใหญ่ ตระกูลสาปสวรรค์โกรธมากจนแยกตัวออกมาจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ พฤติกรรมนี้ทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์มิมีทางเลือกอื่นใดอีก พวกมันทำลายตระกูลสาปสวรรค์ทันทีด้วยกำลังทั้งหมด ทว่ากลับไม่อาจกระทำสำเร็จ ตระกูลสาปสวรรค์คล้ายจะเคยทำนายถึงเรื่องราวเช่นนี้อยู่ก่อนแล้ว พวกมันจึงสามารถหนีรอดจากหายนะได้ทุกครั้ง

                ทว่าในที่สุดตระกูลศักดิ์สิทธิ์สามารถทำลายพวกมันได้ ขณะเดียวกันก็ได้จัดการกับเรื่องราวในคำทำนายไปได้มากกว่าหกส่วน ทว่าก่อนที่จะทำสำเร็จตระกูลสาปสวรรค์กลับประกาศคำทำนายออกมา อีกทั้งมันยังแพร่ไปรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง

                ทุกตระกูลที่เกี่ยวข้องกับคำทำนายล้วนตื่นตัวขึ้นมาทันที จากที่เคยยินยอมต่อโชคชะตาอันโหดร้ายที่ถูกตระกูลศักดิ์สิทธิ์จัดฉากขึ้น พวกมันได้เริ่มทำการต่อต้าน และนั่นทำให้เกิดบุคคลเช่นท่านและพวกเราสองคนขึ้นมา หากคำทำนายนั้นไม่ถูกเผยแพร่เกรงว่าข้าและซ่งไป่หลางคงต้องถูกสังหารอย่างเงียบงันตั้งแต่ถือกำเนิด ท่านเองคงมิอาจทราบได้เลยว่าเหตุใดตระกูลเซี่ยจึงตกต่ำลงจนอยู่ในสภาพย่ำแย่ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ทำผิดพลาดในท้ายที่สุดและผลลัพธ์ของมันก็คือทุกอย่างในคำทำนายกำลังจะเกิดขึ้นจริง

                เรื่องนี้นับว่าน่าเหลือเชื่อนัก แม้แต่ซ่งไป่หลางยังรู้สึกว่าเรื่องนี้ฟังดูยิ่งใหญ่เสียจนมันไม่อาจทำใจเชื่อได้

                หลายๆเรื่องบนโลกใบนี้มักจะน่าเหลือเชื่อเช่นนี้เสมอ เซี่ยหยางหัวเราะเบาๆ

                ซ่งหงเสวี่ยมีท่าทีลังเลเล็กน้อย ในที่สุดนางเอ่ยออกมาว่า อาวุโสเซี่ย สาเหตุที่ท่านเลือกซ่งไป่หลาง เป็นเพราะว่าท่านรู้สึกได้ถึงความเข้ากันระหว่างวิญญาณของท่านกับมันใช่หรือไม่

                หืม เซี่ยหยางเลิกคิ้วก่อนจะพยักหน้า ถูกต้อง ข้าเดินทางมายังมิติที่ต่ำต้อยเพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะถูกตรวจพบโดยตระกูลศํกดิ์สิทธิ์และตามหาผู้ที่มีพลังวิญญาณเข้ากับข้าได้มากที่สุด ดังนั้นจึงได้พบกับเจ้าหนูนี่

                เช่นนั้นคงเป็นเพราะแบบนี้จริงๆ นางถอนหายใจออกมา ตอนนี้นางเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว อาวุโสเซี่ย เกรงว่าระหว่างท่านและซ่งไป่หลาง ไม่สิ ระหว่างท่านและพวกเราสองคน มิเพียงจะเกี่ยวข้องกันด้วยคำทำนาย ทว่ายังเกี่ยวข้องกันด้วยสายเลือดบางส่วนด้วย

                อันใดนะ?” เซี่ยหยางสีหน้าแปรเปลี่ยนไปทันที

                เรื่องนี้เจ้าเองก็ควรรับฟังไว้ด้วย พี่ชาย บิดาของพวกเรามีนามว่าซ่งเฮยหลง ส่วนมารดาของพวกเรามีนามว่าเซี่ยเหมยอัน หากข้าคิดไม่ผิดมารดาของพวกเราทั้งสองสมควรมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับอาวุโสเซี่ยหยางด้วย

                เซี่ยเหมยอัน นามนี้ราวกับอัสนีบาตฟาดเข้าใส่เซี่ยหยาง เป็นไปมิได้ แม้ว่าตระกูลเซี่ยจะไม่ได้มีถิ่นฐานอยู่ที่ดินแดนใต้สวรรค์ ทว่าหากเหมยอันอาศัยอยู่ที่นั่นเหตุใดพวกเราจึงไม่ทราบ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ มันพึมพำออกมาด้วยความรู้สึกซับซ้อนอย่างมาก

                ข่าวลือเรื่องที่ซ่งเฮยหลงตกตายฮูหยินของมันให้กำเนิดทารกแฝดแม้แต่เซี่ยหยางก็ยังทราบ ทว่ามันกลับไม่เคยทราบเลยว่าฮูหยินของซ่งเฮยหลงก็คือเซี่ยเหมยอัน

                อาจารย์ ท่านรู้จักกับมารดาของพวกเรา?” ซ่งไป่หลางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อได้ยินนามของมารดา อีกทั้งยังประหลาดใจที่นางเป็นคนตระกูลเซี่ย

                เซี่ยเหมยอัน ก็คือน้องสาวของข้าที่ตายตกไปตั้งแต่อายุสิบแปดปี เซี่ยหยางพึมพำออกมาราวกับคนไร้สติ

                ซ่งเจียงกลับเป็นฝ่ายพูดออกมา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ตระกูลเซี่ยคิดว่านายหญิงตกตายไปแล้ว ส่วนนายหญิงมิเคยเอ่ยปากเกี่ยวกับตระกูลของท่านเลย ราวกับว่าท่านได้ตัดขาดจากตระกูลเซี่ยอย่างสมบูรณ์ เพียงแค่ยังหลงเหลือแซ่เอาไว้เท่านั้น ข้าเคยสงสัยมาตลอดว่าเหตุใดตระกูลเซี่ยจึงทำเป็นไม่สนใจตัวตนของท่าน

                อาวุโสเซี่ย ท่านช่วยเล่าเรื่องของมารดาให้พวกเราฟังเพิ่มได้หรือไม่ ซ่งหงเสวี่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

                เซี่ยหยางราวกับยังไม่ฟื้นสติจากเรื่องราวอันน่าตกตะลึงนี้ เหมยอัน ในเวลานั้นตระกูลของเราเริ่มตกต่ำลงไป ชีวิตความเป็นอยู่ของข้าและเหมยอันนับว่ายากแค้นยิ่ง ทว่านางยังคงเต็มเปี่ยมด้วยกำลังใจและสดใสร่าเริงอยู่เสมอ วันหนึ่งนางเดินทางไปท่องเที่ยวในดินแดนระดับต่ำ ทว่านางกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าใช้เวลาสิบวันสิบคืนตามหาร่องรอยของนาง สุดท้ายพบเพียงเบาะแสที่ว่านางถูกสังหารโดยสัตว์ปีศาจระดับหกตัวหนึ่ง

                นาง... เหตุใดนางจึงยังมีชีวิตอยู่ แล้วเหตุใดนางจึงไม่คิดกลับมาที่ตระกูล ด้วยศักยภาพของตระกูลซ่งหากนางต้องการย่อมสามารถกลับมาหาข้าได้ตลอดเวลา เหตุใดนางเลือกที่จะปกปิดตัวตนเช่นนั้น แววตาและน้ำเสียงของมันสับสนอย่างยิ่ง

                แปลกนัก ซ่งเจียงอุทานออกมา ยามที่นายท่านได้พบกับนายหญิง เวลานั้นนายหญิงอายุได้ยี่สิบแปดปีแล้ว อีกทั้งความแข็งแกร่งของนางยังนับว่ายอดเยี่ยมยิ่ง อยู่ในระดับจักรพรรดิฟ้า นับเป็นสตรีที่มีพรสวรรค์สูงส่ง ที่สำคัญที่สุดนางเป็นศิษย์รักของหนึ่งในสามยอดผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นฐานะของนางจึงสูงส่งอย่างถึงที่สุด

                ศิษย์ของหนึ่งในสามยอดผู้อาวุโสตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เซี่ยหยางและซ่งไป่หลางสีหน้าแปรเปลี่ยน รู้สึกได้ถึงความซับซ้อนของเรื่องราวที่เพิ่มมากขึ้นอย่างกะทันหัน

                ถูกต้อง นายหญิงเป็นศิษย์รักของมันจริง ทว่าเพื่อแต่งงานกับซ่งเฮยหลง นางได้ละเมิดคำสั่งของอาจารย์จนถูกลงโทษมิให้กลับไปยังตระกูลศักดิ์สิทธิ์อีก จากนั้นนางอาศัยอยู่ที่ตระกูลซ่งตลอดเวลา จนกระทั่งเกิดเหตุเลวร้าวขึ้นกับนายท่าน ในวันที่นางคลอด ข้าได้รับคำสั่งให้พานายน้อยและคุณหนูหลบหนีออกมา ส่วนนายหญิงนั้นข้ามิอาจทราบข่าวคราวของนางอีกเลย แม้แต่ในดินแดนราชันย์ก็ไม่สามารถสืบข่าวเรื่องนี้ได้แม้แต่น้อย

                แปลว่านางอาจยังไม่ตาย เซี่ยหยางอุทานเบาๆ

                มีความเป็นไปได้สูงมาก ทว่าการที่ไม่อาจหาข่าวของนางพบนับว่าน่ากังวลไม่น้อย ซ่งเจียงถอนหายใจ

                อาจารย์ หากเป็นเช่นนั้นท่านก็นับได้ว่าเป็นท่านลุงของข้าเช่นนั้นหรือ?” ซ่งไป่หลางสอบถามด้วยความไม่มั่นใจนัก เซี่ยหยางเป็นพี่ชายของมารดามัน ย่อมมีศักดิ์เป็นลุงของมันเช่นกัน

                ย่อมเป็นเช่นนั้น ไม่นึกเลย ข้าเซี่ยหยางไม่เคยมีบุตรทว่าวันนี้กลับมีหลานสองคน อีกทั้งยังเป็นคนในคำทำนายสวรรค์พินาศทั้งสิ้น ตระกูลศักดิ์สิทธิ์นับว่าสร้างความบอบช้ำต่อพวกเราไว้มากนัก เซี่ยหยางถอนหายใจ

                ท่านลุงเซี่ย ซ่งหงเสวี่ยน้อมกายคารวะเซี่ยหยาง นางเองก็รู้สึกสับสนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน วันนี้นางไม่นึกเลยว่านอกจากจะได้พบกับพี่ชายแล้วนางจะยังได้พบกับลุงของนางอีกผู้หนึ่งด้วย

                เฮ้อ น่าเสียดายนักข้ามิอาจกระทำหน้าที่ของญาติผู้ใหญ่ให้กับพวกเจ้าได้ เซี่ยหยางรู้สึกอับจนปัญญายิ่ง หงเสวี่ย เจ้ามีพลังเพลิงมารบรรพกาลอยู่ในร่างย่อมหมายความว่าเจ้ามีฐานะอย่างน้อยที่สุดเป็นศิษย์สายตรงของจักรพรรดิมารอัคคี นี่คงเป็นเหตุผลที่เจ้ามาที่นี่ เพื่อพาไป่หลางไปยังดินแดนราชันย์กับเจ้าสินะ

                ท่านลุงเอ่ยถูกต้องส่วนหนึ่งผิดส่วนหนึ่ง ข้ามาที่นี่เพื่อพาพี่ชายไปยังดินแดนราชันย์จริง ทว่าฐานะของข้ามิใช่ศิษย์สายตรงของจักรพรรดิมารอัคคี ซ่งหงเสวี่ยตอบกลับ รอยยิ้มมีเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้าของนาง

                โอ้ แปลกนัก โดยทั่วไปแล้วจักรพรรดิมารอัคคีย่อมไม่มอบเพลิงมารบรรพกาลให้กับคนภายนอก

                นั่นเพราะข้าคือบุตรสาวบุญธรรมของจักรพรรดิเพลิงมารอัคคี ได้ฟังคำตอบของนาง เซี่ยหยางมีท่าทีตกใจเล็กน้อย

                “เช่นนี้เอง มิแปลกใจเลย เจ้าทั้งมีความสามารถและมีพรสวรรค์ในการควบคุมธาตุอัคคีของตระกูลซ่ง จักรพรรดิมารอัคคีมีอายุไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปีทว่าไม่อาจมีบุตรได้ ดังนั้นมันจึงคิดเรื่องรับบุตรบุญธรรมมาตลอด เพียงแต่นึกไม่ถึงสุดท้ายมันเลือกธิดาแทนที่จะเป็นบุตรชาย เกรงว่ามันคงเห็นคุณค่าของเจ้ามากจริงๆ

                จักรพรรดิมารอัคคีรักคุณหนูมาก ซ่งเจียงยืนยัน มันมิเพียงมอบพลังเพลิงมารบรรพกาลที่บริสุทธิ์ที่สุดให้กับคุณหนู ยังมอบสมบัติมารระดับปฐพีให้อีกจำนวนมาก มอบเคล็ดวิชาและวิธีฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้กับคุณหนู ในเวลานี้แม้คุณหนูจะยังอยู่ระดับรวมวิญญาณทว่าต่อให้ศัตรูเป็นระดับราชันย์ยุทธ์ระดับกลางก็ยังมิใช่คู่มือ ซ่งเจียงเอ่ยอย่างเทิดทูน

                เอาชนะราชันย์ยุทธ์ระดับกลาง ซ่งไป่หลางเหม่อลอยทันที เทียบกับความสำเร็จของซ่งหงเสวี่ยแล้วสิ่งที่มันทำได้นับว่าเป็นเพียงเรื่องไร้สาระไปเลย

                นายน้อย ท่านมิจำเป็นต้องคิดมาก เป็นเพราะดินแดนแห่งนี้ไม่เหมาะสมกับท่านจึงทำให้พรสวรรค์ของท่านมิอาจเปล่งประกายอย่างเต็มที่ ขอเพียงเดินทางไปที่ดินแดนราชันย์ อาศัยทรัพยากรของจักรพรรดิมารอัคคี ท่านย่อมก้าวหน้ารวดเร็วราวกับทะยานขึ้นสวรรค์ ซ่งเจียงรีบพูด

                ข้ามิเห็นด้วย ไป่หลางไม่จำเป็นต้องไปยังดินแดนราชันย์ เวลานี้เซี่ยหยางกลับพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังยิ่ง สำคัญยิ่งกว่านั้น พวกเจ้าสองคนยังมิควรเปิดเผยสถานะพี่น้องออกมาให้ผู้อื่นทราบ ทางที่ดีที่สุดคือต้องอยู่ห่างจากกันให้มากเข้าไว้

                ซ่งหงเสวี่ยเอ่ยถาม นี่เป็นเพราะอาวุโสเซี่ยกังวลเรื่องตระกูลศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่ ขอให้ท่านวางใจได้ บิดาบุญธรรมได้เอ่ยรับปากกับข้าอย่างหนักแน่นว่าจะปกป้องข้าและพี่ชายอย่างสุดความสามารถ อีกทั้งดินแดนราชันย์นับว่าเป็นศัตรูตลอดกาลของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ย่อมมิสนใจว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะคิดอย่างไร

                จักรพรรดิมารอัคคีจะปกป้องพวกเจ้าได้ตลอดเวลาหรือ แล้วตัวมิมีศัตรูของตนเองอยู่เลยหรือย่างไร สถานการณ์ที่ดินแดนราชันย์เป็นเช่นใดเจ้าย่อมรู้ดีกว่าข้า เซี่ยหยางพูดขัดทำให้ซ่งหงเสวี่ยเงียบงันไป ประการแรก ความปลอดภัยย่อมไม่อาจรับรองได้เต็มร้อยส่วน ประการที่สอง ระดับพลังของไป่หลางต่ำเกินไป ในดินแดนราชันย์ที่รุ่นเยาว์ซึ่งอ่อนแอที่สุดยังมีพลังขั้นเหนือมนุษย์ มันไปที่นั่นก็เท่ากับทำร้ายตนเอง ประการที่สามเวลานี้ไป่หลางมีทั้งวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์และฐานรากขั้นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ หากไปที่ดินแดนราชันย์เรื่องนี้ย่อมถูกเปิดเผยในพริบตา

                เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผยตระกูลศักดิ์สิทธิ์ย่อมให้ความสนใจ ถึงเวลานั้นทั้งเรื่องคำทำนายเกี่ยวกับฝาแฝด ทั้งเรื่องที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ภายในตัวของซ่งไป่หลาง เช่นนั้นตระกูลศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่ลังเลที่จะทุ่มเททุกวิธีเพื่อทำลายพวกเราทั้งหมดทิ้ง โดยมิสนใจแม้แต่จักรพรรดิมารอัคคีด้วยซ้ำ

                หงเสวี่ย ข้าเข้าใจดีว่าเจ้าเป็นห่วงและมีความปรารถนาดีต่อไป่หลาง ทว่าเจ้าทั้งสองคนมีพื้นฐานแตกต่างกัน สำหรับไป่หลางข้าได้คิดแผนการในอนาคตคร่าวๆสำหรับมันเอาไว้แล้ว ย่อมเป็นหนทางที่เหมาะสมยิ่งกว่า ส่วนเจ้ากลับไปยังดินแดนราชันย์ฝึกฝนเตรียมพร้อมรอจนกว่าเวลาจะมาถึง หลังจากข้าเห็นว่าถึงเวลาแล้วย่อมบอกให้ไป่หลางเดินทางไปสมทบกับเจ้าที่ดินแดนราชันย์เอง

                ซ่งหงเสวี่ยถอนหายใจออกมา ข้าเข้าใจแล้ว ทำตามท่านว่าน่าจะดีที่สุด ทว่าข้ายังคงมีหลายเรื่องที่อยากคุยกับพี่ชายของข้าก่อนที่จะกลับไปยังดินแดนราชันย์

                ตามสบายเถอะ ข้าจะปิดกั้นการรับรู้ของตนเอง เซี่ยหยางยิ้มก่อนจะสลายร่างเงาของตนเองทิ้งไป

                ซ่งเจียงเองก็เดินจากไปทว่ายังคงใช้ม่านพลังของมันปิดกั้นรอบบริเวณมิให้ผู้ใดมารบกวน

                ภายในห้องพัก ซ่งไป่หลางยังคงมีสีหน้าสับสนงุนงง วันนี้มันได้รู้เรื่องราวต่างๆมากมายหลายเรื่อง ทว่าขณะเดียวกันมันก็ราวกับกำลังรับฟังเรื่องของคนอื่น มิอาจนำมาเชื่อมโยงกับตนเองได้เลยแม้แต่น้อย

                เจ้าคงกำลังสับสน ซ่งหงเสวี่ยเอ่ยดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย

                ซ่งไป่หลางพลันพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ช่างเถิด เรื่องนี้นับว่าหนักจนข้าไม่อยากจะคิดต่อแล้ว ทว่าตอนนี้ข้ากลับอยากฟังเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้ามากกว่า น้องสาวของข้า เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิว่าดินแดนราชันย์เป็นเช่นไร แล้วเจ้าใช้ชีวิตอย่างไรมาบ้างสิบหกปีที่ผ่านมานี้

                แน่นอน หากเจ้าอยากฟังข้าก็ยินดีที่จะเล่า ซ่งหงเสวี่ยยิ้มก่อนจะเริ่มพูดคุยกับซ่งไป่หลาง บรรยากาศที่เคยหนักหน่วงและตึงเครียดบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเรียบง่ายและอบอุ่นยิ่ง เป็นช่วงเวลาของการสนทนาระหว่างพี่น้องที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อนทว่ากลับถูกผูกพันเอาไว้โดยสายเลือดในกาย ความรู้สึกอบอุ่นได้เติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปของคนทั้งสอง นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งไป่หลางและซ่งหงเสวี่ยได้พบเจอกับครอบครัวที่แท้จริงของตน อีกทั้งยังเป็นพี่ชายและน้องสาวฝาแฝดผู้เป็นดั่งตัวตนอีกครึ่งหนึ่งของกันและกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 386 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #74 Warinthonflorist (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 14:58

    เข้านิยาย​ไม่ได้​ เนิมเงินแล้วhttps://image.dek-d.com/27/0831/8527/129619660

    #74
    0