God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 50 : ตอนที่ 47 ซ่งหงเสวี่ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 323 ครั้ง
    3 พ.ย. 62

                ตลอดเส้นทางที่กำลังมุ่งหน้ากลับตระกูลซ่ง สีหน้าของซ่งไป่หลางเต็มไปด้วยความดำมืด แม้ว่าในความทรงจำของมันจะไร้ซึ่งช่วงเวลาที่อบอุ่นของครอบครัว อีกทั้งยังไร้ซึ่งความรู้สึกผูกพันอันใด ทว่าอย่างน้อยที่สุดฮูหยินหลี่ผู้นั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นมารดาของมัน

                กล้าสังหารมารดาของมัน ซ่งไป่หลางย่อมไม่อาจปล่อยคนผู้นั้นเอาไว้ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม

                ขณะที่ซ่งไป่หลางมีท่าทีเคร่งเครียด เซี่ยหยางกลับกำลังครุ่นคิดไตร่ตรองถึงข่าวสารที่มันได้รับมา

                ‘หากเป็นคนจากแคว้นอื่นจริง การกระทำนี้นับว่าไม่มีเหตุผลอีกทั้งยังโง่เขลาอย่างยิ่ง ไม่ต้องเอ่ยถึงว่ามันลงมือรวดเร็วเกินไป แม้จะเป็นแคว้นที่อยู่ใกล้กับแคว้นสิบนภามากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเวลาที่ชื่อของเจ้าหนูเริ่มโด่งดังพวกมันไม่สมควรจะมาถึงเมืองบัวสวรรค์ด้วยความเร็วเพียงนี้’

                ‘อีกทั้งหากเป็นศัตรูต่างแคว้นและต้องการใช้ครอบครัวของเจ้าหนูเป็นเครื่องมือในการกำจัดมัน ยิ่งไม่สมควรกระทำโง่เง่าเช่นนี้ จากข่าวสารที่ได้รับดูเหมือนคนลึกลับสองคนนั้นเพียงแค่ลงมือสังหารมารดาของเจ้าหนู จากนั้นมิได้ทำสิ่งใดอีกเพียงแต่พำนักอยู่ที่ตระกูลซ่ง ต่อให้เป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนนี้การจะลงมืออุกอาจเช่นนี้ยังต้องคิดหน้าคิดหลังให้มากเข้าไว้ มิเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการท้าทายนิกายบัวสวรรค์ ไม่สิ ท้าทายแคว้นสิบนภาโดยตรง’

                ‘ต่อให้ไม่หวาดกลัวหยุนลั่วเฉินที่น่าจะเป็นระดับหนึ่งเหนือมนุษย์ อย่างน้อยมันก็น่าจะเกรงใจตระกูลหลิวอยู่บ้าง’

                ‘ฮืม น่าสนใจนัก ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสภาพของข้าฟื้นฟูขึ้นมาได้แปดส่วนเป็นอย่างน้อยแล้ว ขอเพียงมิใช่ผู้มีพลังขั้นจักรพรรดิฟ้าย่อมรับมือได้’ เซี่ยหยางคิดในใจด้วยความเชื่อมั่น

                หากให้มันคาดเดาผู้ลงมือมิสมควรเป็นคนของดินแดนนี้เด็ดขาด ทั้งยังมิสมควรมีขอบเขตพลังขั้นเหนือมนุษย์อีกด้วย ความมั่นใจที่พวกมันแสดงออกมาน่าจะเป็นไปได้ว่าพวกมันเป็นผู้มีพลังอย่างน้อยระดับรวมวิญญาณที่มาจากดินแดนที่สูงส่งกว่า

                ปัญหาก็คือเหตุใดพวกมันจึงมุ่งเป้ามาที่ซ่งไป่หลาง

                ระหว่างที่ซ่งไป่หลางกำลังมุ่งหน้าเดินทางด้วยความเร็วเต็มที่ หยุนลั่วเฉินได้มาถึงตระกูลซ่งก่อนแล้ว บัดนี้มุมปากของมันมีโลหิตไหลซึมออกมา สีหน้าฉายแววเคร่งขรึมทว่าแฝงด้วยประกายความหวาดหวั่น แส้ระดับลึกลับในมืออยู่ในสภาพเสียหายเล็กน้อยจากการปะทะเพียงหนเดียวเท่านั้น

                “บังอาจท้าทายพวกเรา คิดหรือว่าลำพังพลังระดับเหนือมนุษย์ขั้นสูงสุดของเจ้าจะทำสิ่งใดได้ จะว่าไปก็นับว่าน่าสนใจนัก ข้าสืบข่าวมาแล้วว่าผู้มีพลังสูงสุดในดินแดนแห่งนี้คืออู๋ตงไห่แห่งวังจักรพรรดิห้าสมุทร ระดับพลังของมันอยู่ที่ระดับสี่เหนือมนุษย์ แล้วเจ้าเป็นใครกัน” ชายวัยกลางคนแค่นเสียงถาม

                หยุนลั่วเฉินกัดฟันเล็กน้อย “คำถามนั้นเป็นข้าที่ต้องเอ่ยถามต่อพวกเจ้า ตัวตนที่แข็งแกร่งเช่นพวกเจ้าย่อมมิใช่ตัวตนของดินแดนแห่งนี้ แท้จริงพวกเจ้าต้องการอะไรจากซ่งไป่หลาง”

                “นี่มิใช่ธุระของเจ้า หากอยากตายข้าก็จะทำตามที่เจ้าต้องการ ทว่าหากอยากรักษาชีวิตไว้จงไสหัวไปซะ” ชายวัยกลางคนมิสนใจที่จะสนทนา

                “ช้าก่อน ท่านอาเจียง” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้นขัดการลงมือของชายวัยกลางคน นางยันร่างลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ดวงตาภายใต้ชุดคลุมปรายมองร่างของหยุนลั่วเฉินอย่างพิจารณา “หากข้าคาดเดามิผิด ท่านคงเป็นเจ้านิกายบัวสวรรค์คนปัจจุบัน หยุนลั่วเฉิน”

                “หืม” ชายวัยกลางคนประหลาดใจเล็กน้อย “มิใช่ว่าหยุนลั่วเฉินเพิ่งจะเลื่อนระดับเป็นขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์หรอกหรือ เหตุใดจึงมีพลังขั้นเจ็ดเหนือมนุษย์ไปได้”

                หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อย “ข้าเพียงแค่คาดเดาเท่านั้น เกรงว่าท่านเองคงจะปิดซ่อนพลังของตนเองเอาไว้มาตลอด ส่วนสาเหตุนั้นข้ามิสนใจเท่าใดนัก อย่างไรก็ตามหากท่านคือหยุนลั่วเฉินจริง เช่นนั้นขอให้ท่านวางใจได้ พวกเรามีเพียงความปรารถนาดีต่อซ่งไป่หลางเท่านั้น มิมีจุดประสงค์ชั่วร้ายอันใด”

                “ดูจากการที่พวกเจ้ามาจากดินแดนอื่นข้าก็พอจะวางใจได้ระดับหนึ่ง ทว่าซ่งไป่หลางเป็นตัวตนที่สำคัญต่อนิกายบัวสวรรค์และแคว้นสิบนภาในเวลานี้ หากไม่อาจยืนยันได้ชัดเจนพอข้าย่อมไม่อาจปล่อยให้มันต้องพบเจอกับอันตรายร้ายแรง พวกเจ้าทั้งสองอาจจะเหนือกว่าข้ามากทว่าหากข้ายินยอมต่อสู้แลกชีวิตก็มิเชื่อว่าจะไม่สามารถทำร้ายพวกเจ้า”

                “ไร้สาระนัก” ชายวัยกลางคนหัวเราะ “คุณหนูของข้านับว่าสร้างทางลงให้เจ้าแล้ว ทว่าเจ้ากลับกล้าโอหังต่อพวกเรา ขั้นเจ็ดเหนือมนุษย์ทุ่มเทแลกด้วยชีวิตแล้วอย่างไรเล่า หากเป็นระดับราชันยุทธ์เอ่ยวาจาเยี่ยงนี้ข้ายังพอเชื่อถืออยู่บ้าง ทว่าเจ้าแม้แต่ขั้นรวมวิญญาณยังก้าวไม่ถึงมิมีคุณสมบัติมาเอ่ยวาจาต่อหน้าพวกเราด้วยซ้ำ”

                “ขั้นราชันยุทธ์” สีหน้าของหยุนลั่วเฉินซีดขาวในทันที

                “ท่านเจ้านิกายหยุน” หญิงสาวถอนหายใจเสียงเหนื่อยหน่าย “บอกกับท่านตามตรง หากมิใช่เพราะข้าได้ทราบมาว่านิกายบัวสวรรค์มีใครบางคนที่ดีต่อซ่งไป่หลางข้าคงมิจำเป็นต้องไว้หน้าท่าน เช่นเดียวกับที่ข้าไม่คิดจะไว้หน้าตระกูลซ่ง อย่างไรก็ตามข้ามิต้องการก่อปัญหาให้กับนิกายของท่าน หากข้าคิดร้ายต่อซ่งไป่หลางจริงมันย่อมตกตายไปหลายร้อยครั้งแล้ว ทว่าข้าสาบานต่อท่านว่าทั้งข้าและท่านอาเจียงมิอาจคิดร้ายต่อซ่งไป่หลางโดยเด็ดขาด”

                หยุนลั่วเฉินรู้สึกไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ต่อให้คนตรงหน้าคิดร้ายกับซ่งไป่หลางจริงแล้วอย่างไรเล่า ตัวมันจะทำอันใดได้ มันเคยเชื่อมาตลอดว่าพลังระดับเหนือมนุษย์ขั้นสูงสุดของมันเพียงพอที่จะใช้ทอดตามองทั่วดินแดนแห่งนี้ ต่อให้วังจักรพรรดิห้าสมุทรมันก็มิเคยหวั่นเกรงอันใด ทว่าเวลานี้มันกลับรู้สึกคล้ายตนเองเป็นดั่งมดตัวเล็กๆที่สามารถถูกบดขยี้ได้ตลอดเวลา

                หญิงสาวพลันเอ่ยต่อ “การที่ท่านมาถึงที่นี่ แปลว่ากลุ่มของนิกายบัวสวรรค์ได้เดินทางกลับมาถึงแล้ว คาดว่าซ่งไป่หลางคงจะกลับมาถึงที่นี่ในเวลาไม่นานเช่นกัน พิจารณาจากเรื่องที่ท่านอาเจียงเผลอกระทำลงไป อืม ข้าคิดว่ามันคงมาถึงในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วยามแล้ว”

                ชายวัยกลางคนในชุดคลุมชะงักเล็กน้อย “คุณหนู ข้าเพียงทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น นังสารเลวผู้นั้นกล้าลักขโมยสร้อยหยกหมาป่าสวรรค์ไป ย่อมสมควรตายนับร้อยนับหมื่นครั้ง”

                “ผู้ที่สมควรตายก็คือเจ้า” เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับพลังที่แผ่ซัดเข้ามา สีหน้าของหยุนลั่วเฉินแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว มันรีบทะยานร่างเข้าขัดขวางฝ่ามือบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางเอาไว้

                “อย่าได้ล่วงเกินพวกมัน” หยุนลั่วเฉินระเบิดพลังทำลายการโจมตีด้วยฝ่ามือบัวสวรรค์จนแตกสลายไป

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อยทว่ามิได้สนใจการขัดขวางของหยุนลั่วเฉิน ฝ่ามือเตรียมซัดออกอีกครั้งหนึ่ง

                “หยุดมือซะ เจ้ามิใช่คู่มือของคนทั้งสอง แม้แต่หยุนลั่วเฉินก็มิอาจต้านทานพวกมันได้แม้แต่ครึ่งกระบวนท่า” เซี่ยหยางพลันเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง

                ซ่งไป่หลางหยุดชะงักในทันที ดวงตาสั่นสะท้านด้วยความไม่อยากเชื่อถือ

                “คนทั้งสองนี้ ชายผู้นั้นมีพลังระดับจักรพรรดิมนุษย์ ส่วนหญิงสาวผู้นั้นแม้จะมีพลังระดับรวมวิญญาณทว่านางยังเยาว์นัก อายุของนางมิต่างจากเจ้าเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งในกายของนางมีพลังของเพลิงมารบรรพกาลสถิตอยู่ด้วย” ฟังจากน้ำเสียงของเซี่ยหยางแล้วสามารถบอกได้เลยว่าตัวตนของทั้งสองร้ายกาจเพียงใด

                ‘จักรพรรดิมนุษย์’ ซ่งไป่หลางตกตะลึงอย่างยิ่ง พลังของคนผู้นี้ถึงกับไม่ต่างจากอดีตลูกศิษย์นิกายบัวสวรรค์ที่มันเคยพบเลยแม้แต่น้อย

                “ซ่งไป่หลาง” หญิงสาวในชุดคลุมพึมพำออกมาเบาๆ สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงอันซับซ้อนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปนกันไป

                ชายวัยกลางคนกลับเงียบงันไป ร่างกายของมันสั่นเทาน้อยๆราวกับกำลังข่มกลั้นอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง

                เซี่ยหยางพลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “วางใจเถอะ อย่างน้อยที่สุดทั้งสองคนนี้มิได้มีเจตนาร้ายต่อเจ้าเลยแม้แต่น้อย”

                “เจ้านิกายหยุน รบกวนขอให้ท่านออกไปด้วย พวกเรามีเรื่องต้องสนทนากับซ่งไป่หลางเป็นการส่วนตัว” หญิงสาวพลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเฉียบขาด หยุนลั่วเฉินลังเลเพียงหนึ่งชั่วลมหายใจก่อนจะเดินออกจากห้องรับรองไป มันรู้ดีว่าหากทั้งสองคนคิดร้ายจริงต่อให้มีมันอยู่ด้วยร้อยคนก็ยังมิอาจกระทำอันใดเพื่อขัดขวางได้

                “พวกเจ้าเป็นใครกัน” ซ่งไป่หลางพยายามข่มน้ำเสียงของตนเองให้สงบนิ่งที่สุด

                ชายวัยกลางคนพลันสะบัดมือหนึ่งครั้ง อาณาเขตที่มองไม่เห็นได้แผ่ปกคลุมไปทั่วเรือนรับรอง มันพยักหน้าให้กับหญิงสาวหนึ่งครา

             ซ่งไป่หลาง ก่อนที่จะตอบคำถามของเจ้าข้ากลับมีคำถามหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่า จงตอบแก่พวกเราตามตรง เจ้าเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์”

             น้ำเสียงของนางเย็นชาและแฝงด้วยประกายโทสะ ซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อยคาดมิถึงว่าคนตรงหน้าจะรู้ว่าตนเองมีความเกี่ยวพันบางอย่างกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์

             บอกความจริงไปเถอะ นางมีพลังของเพลิงมารบรรพกาลอยู่กับตัว สิ่งนี้นับเป็นขั้วตรงข้ามกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต สามารถเอ่ยได้ว่าสิ่งเดียวในโลกที่ตระกูลศักดิ์สิทธ์มิอาจปกครองก็คือดินแดนราชันย์ ดินแดนแห่งเหล่าผู้สืบทอดสายเลือดและพลังแห่งมารบรรพกาล” ร่างเลือนรางของเซี่ยหยางปรากฏขึ้นด้านหน้าของซ่งไป่หลางพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

        “อันใดกัน” ชายวัยกลางคนสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง มันตระหนักได้ทันทีว่าพลังของเซี่ยหยางมิได้ด้อยกว่ามัน ไม่สิ สมควรบอกว่าเหนือกว่ามันไปอีกหลายขั้นจนมันมิอาจตระหนักได้

        “ผู้อาวุโส ท่านคือ?” หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยภายใต้ชุดคลุม

        “ก่อนจะสนทนากัน มิใช่ว่าพวกเจ้าสมควรเปิดเผยใบหน้าออกมาก่อนหรอกหรือ” เซี่ยหยางถามด้วยรอยยิ้มลี้ลับ

        หญิงสาวถอนหายใจออกมา นางปลดชุดคลุมออกเผยให้เห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของตนเอง ซ่งไป่หลางมีสีหน้าแปรเปลี่ยนในทันที หญิงสาวนางนี้ ดูไปแล้วนับว่าคล้ายกับตนมากกว่าแปดส่วนเพียงแค่นางเป็นสตรีเท่านั้น รูปร่างของนางนับว่างดงามยิ่ง ใบหน้าหมดจดอีกทั้งยังแฝงด้วยเสน่ห์อันดึงดูดผู้คน โดยเฉพาะดวงตาของนางที่สามารถเอ่ยได้ว่าแฝงประกายมุ่งมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังไม่ต่างจากดวงตาของซ่งไป่หลางแม้แต่น้อย

        “คุณหนู” ชายวัยกลางคนอุทานเบาๆ

        “ท่านอาเจียง บุคคลที่อยู่ต่อหน้าเรา คนหนึ่งก็คือซ่งไป่หลาง อีกคนหนึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นผู้อาวุโสที่คอยสนับสนุนมันจากเบื้องหลัง จากข่าวที่พวกเราได้รับมา สถานะของซ่งไป่หลางที่เปลี่ยนแปลงไปภายในเวลาอันสั้นย่อมเกิดจากความช่วยเหลือของผู้อาวุโสท่านนี้ทั้งสิ้น”

        “พลังของผู้อาวุโสท่านนี้นับว่ายิ่งใหญ่นัก ทว่าฟังจากคำพูดที่ท่านเอ่ยมา คล้ายว่าท่านโล่งใจที่พวกเราเป็นศัตรูของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ นี่นับว่าแปลกนัก ข้าเคยคิดว่าท่านจะมีความเกี่ยวพันกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์” นางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

        “ข้ามีความเกี่ยวพันกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์จริง ทว่าก็เป็นเช่นเดียวกับพวกเจ้า ข้าคือศัตรูของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อพวกเจ้ามาจากดินแดนราชันย์ เช่นนั้นคงพอเคยได้ยินนามของข้า เซี่ยหยาง มาบ้าง”

        “มารเซี่ย” ชายวัยกลางคนที่บัดนี้ปลดชุดคลุมออกแล้วอุทานออกมา ใบหน้าของมันซีดเผือดในทันที

        หญิงสาวกลับประหลาดใจยิ่งขึ้น “มารเซี่ยผู้ผลาญทำลายรากฐานหนึ่งในสี่ของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ มีข่าวลือว่าท่านได้หายสาบสูญไปเมื่อประมาณครึ่งปีก่อน นึกไม่ถึงกลับได้พบเจอท่านที่นี่”

        เซี่ยหยางพยักหน้า “ข้าสูญเสียพลังไปมาก ร่างกายได้รับพิษศักดิ์สิทธิ์จนไม่อาจรักษาฟื้นฟู จึงตัดสินใจทิ้งร่างกายหลอมรวมกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์แล้วเดินทางข้ามมิติมาจนพบกับเจ้าหนูนี่ จากนั้นมันรับข้าเป็นอาจารย์ ส่วนข้าก็ช่วยเหลือมันฝึกฝน วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นับว่าเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของมัน ในส่วนของฐานรากศักดิ์สิทธิ์ มันล้วนได้รับวาสนามาจากสิ่งที่นิกายในอดีตทิ้งไว้ให้” จากนั้นเซี่ยหยางก็เล่าเรื่องของนิกายบัวสวรรค์ในอดีตให้พวกมันฟังคร่าวๆ

        “ถึงกับแย่งชิงโลหิตศักดิ์สิทธิ์จากสามยอดผู้อาวุโสได้ นิกายบัวสวรรค์ในยามนั้นช่างไม่ธรรมดายิ่งนัก” สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความพิศวง

        “ดังนั้น แม้ว่าซ่งไป่หลางจะมีพลังของรากฐานศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งมีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตัว ทว่ามันก็นับเป็นศัตรูของตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน” นางถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งอก

        “คิดว่าน่าจะถึงเวลาที่พวกเจ้าจะเล่าเรื่องของตนเองได้แล้วกระมัง” ซ่งไป่หลางพลันแค่นเสียงออกมา

        หญิงสาวพยักหน้า “เจ้าพูดถูก ท่านอาเจียงมอบของสิ่งนั้นให้กับเขาเถอะ”

        ชายวัยกลางคนพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าหาซ่งไป่หลาง มันหยิบเอาของสิ่งหนึ่งส่งให้กับเด็กหนุ่ม ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย มันคือสร้อยคอรูปหมาป่าที่สลักจากหยกสีขาวบริสุทธิ์ มองดูแล้วงดงามอย่างยิ่ง

        “นายน้อย ของสิ่งนี้เดิมทีสมควรเป็นของท่านตั้งแต่แรก เมื่อสิบหกปีก่อนตอนที่ข้าเดินทางมาถึงดินแดนแห่งนี้ ข้าได้ฝากฝังท่านเอาไว้ให้กับซ่งจิงลู่และฮูหยินของมัน พร้อมกันนั้นข้าได้มอบสร้อยเส้นนี้รวมทั้งทรัพยากรสำหรับใช้ฝึกตนเอาไว้ กำชับพวกมันให้นำออกมามอบให้กับท่านในเวลาที่เหมาะสม พร้อมกันนั้นยังได้มอบทรัพย์สมบัติตอบแทนพวกมันเอาไว้”

        สีหน้าของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความโกรธและโศกเศร้า “ข้าคาดมิถึงเลย ซ่งจิงลู่และฮูหยินของมันมิเพียงจะนำทรัพย์สมบัติที่ข้ามอบให้ไปเล่นพนัน มันยังถึงกับนำเอาทรัพยากรฝึกฝนสำหรับท่านออกไปแลกเปลี่ยนแล้วนำไปใช้พนันต่อ ท้ายที่สุดมันยังถึงกับกล้าเก็บสร้อยเส้นนี้เอาไว้โดยไม่มอบให้กับท่าน นับว่าข้าเลือกคนผิดพลาดจนทำให้ชีวิตของท่านต้องยากลำบากถึงเพียงนี้”

        ซ่งไป่หลางสีหน้าแปรเปลี่ยนทว่ามันมิได้เอ่ยอันใดออกมา ที่แท้คนผู้นี้คือผู้ที่นำมันมาฝากไว้กับซ่งจิงลู่และฮูหยิน?

        “แม้พวกเราจะมิได้มาที่นี่ทว่าเจ้าก็คงตระหนักได้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ เจ้ามิใช่บุตรของซ่งจิงลู่และฮูหยิน พวกมันเพียงได้รับฝากให้ดูแลเจ้าเท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยต่อ “สร้อยหยกหมาป่าสวรรค์ชิ้นนั้นคือของประจำตัวของเจ้า มันถูกสร้างขึ้นพร้อมกับสร้อยทับทิมหงอัคคีของข้า และพวกเราทั้งคู่ต่างได้รับมันตั้งแต่วันที่ถือกำเนิด เป็นสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตนของพวกเราทั้งสองคน” นางเอ่ยพร้อมกับหยิบเอาสร้อยทับทิมที่สลักด้วยรูปหงสีแดงงดงามตัวหนึ่งขึ้นมา ลวดลายของมันเห็นได้ชัดว่าถูกสลักขึ้นจากฝีมือของช่างคนเดียวกัน ดูประณีตและงดงามยิ่งนัก

        “หยกสวรรค์บริสุทธิ์และทับทิมโลหิตอัคคี ที่แท้พวกเจ้าก็มีที่มาจากดินแดนใต้สวรรค์ ตระกูลซ่งแห่งดินแดนใต้สวรรค์” เซี่ยหยางถอนหายใจออกมาราวกับว่ามันคาดเดาได้แล้ว

        “เป็นเกียรติที่ท่านรู้จักตระกูลซ่งของพวกเรา” หญิงสาวพยักหน้าออกมาช้าๆ

        “สิบหกปีก่อนตระกูลซ่งแห่งดินแดนใต้สวรรค์เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซ่งเฮยหลงผู้นำตระกูลได้ตายจากไปทำให้อำนาจของตระกูลซ่งสั่นคลอนอย่างรุนแรง ฮูหยินของมันที่เพิ่งคลอดบุตรและทารกชายหญิงฝาแฝดก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับเช่นกัน หลังจากนั้นสามปีต่อมาผู้นำคนใหม่ได้ปรากฏตัวขึ้นตระกูลซ่งจึงสามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างช้าๆ ข้าเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างระหว่างที่กำลังต่อสู้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์” เซี่ยหยางตอบกลับ

        “ทารกชายหญิงฝาแฝด ซ่งเฮยหลง” ซ่งไป่หลางพลันรู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาทั้งร่างกาย ราวกับว่านามนี้ได้ทำให้มันตระหนักถึงความรู้สึกคะนึงหาอันแปลกประหลาดที่มันไม่เคยรู้สึกมาก่อน

        “ซ่งเฮยหลงก็คือบิดาของพวกเรา ไป่หลาง ข้าคือน้องสาวฝาแฝดของเจ้า นามว่าซ่งหงเสวี่ย”

        ซ่งไป่หลางพลันรู้สึกราวกับถูกอัสนีบาตฟาดใส่ มันเองรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับความเป็นมาของตนเองมาโดยตลอด นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆหญิงสาวผู้หนึ่งกลับปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าทั้งยังบอกว่าเป็นน้องสาวของมัน แม้ว่ามันจะคาดเดาไว้บ้างตั้งแต่ตอนที่เห็นถึงความคล้ายคลึงกันระหว่างคนทั้งสองทว่ามันกลับไม่กล้าคิดฝันว่ามันจะได้พบเจอกับครอบครัวของมันจริงๆ

        “นายน้อย ข้าคือซ่งเจียง เป็นผู้รับใช้อาวุโสของตระกูลซ่ง ในวันที่ท่านและคุณหนูถือกำเนิด เป็นข้าที่พาพวกท่านหลบหนีออกมาจากตระกูลซ่งแล้วพาท่านมายังดินแดนแห่งนี้ จากนั้นพาคุณหนูไปยังดินแดนราชันย์” ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

        “เหตุใดจึงต้องพาทารกทั้งสองหลบหนีออกมาด้วย แท้จริงเมื่อสิบหกปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลซ่ง” เซี่ยหยางถามด้วยความรู้สึกสนใจอย่างยิ่ง

        “อาวุโสเซี่ย ท่านเคยได้ยินเรื่องคำทำนายสวรรค์พินาศหรือไม่” ซ่งหงเสวี่ยเอ่ยถามเซี่ยหยางด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าคำพูดประโยคนั้นกลับทำให้เซี่ยหยางรู้สึกตัวสั่นสะท้านขึ้นมาในทันที

        นั่นเพราะคำทำนายสวรรค์พินาศนั้นไม่เพียงมันจะเคยได้ยิน ทว่าเป็นคำทำนายที่เกี่ยวพันกับโชคชะตาของมันอย่างลึกซึ้ง ถึงกับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มันต้องกลายเป็นศัตรูกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

                ยามที่ตระกูลเซี่ยของมันถูกบีบคั้นและตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก มันได้ยินข่าวลืมเกี่ยวกับคำทำนายสวรรค์พินาศ และคำทำนายนี้ก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ตระกูลเซี่ยตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น

                นั่นเพราะในคำทำนายมีประโยคหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่า

                มารจากตระกูลเซี่ยแห่งดินแดนไป่หลงจะสร้างหายนะทำลายล้างสรวงสวรรค์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์

                เพื่อที่จะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เลือกที่จะบั่นทอนและทำลายตระกูลเซี่ยอย่างลับๆ นั่นคือหนึ่งในสาเหตุที่เซี่ยหยางไขว่คว้าอำนาจอย่างบ้าคลั่งและกลับกลายเป็นมารแห่งตระกูลเซี่ยที่บดทำลายตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไปได้ถึงหนึ่งในสี่

                “อาวุโสเซี่ย ท่านย่อมรู้จักคำทำนายสวรรค์พินาศ นั่นเพราะในคำทำนายนั้น มีท่านเป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วย” ซ่งหงเสวี่ยทอดถอนใจ “เช่นนั้นท่านรู้คำทำนายส่วนที่เหลือหรือไม่”

                ในความทรงจำของเซี่ยหยางพลันปรากฏข้อความท่อนหนึ่งที่มันเคยได้ยินจากข่าวลือของคำทำนายนี้เมื่อนานมาแล้ว

                ฝาแฝดจากดินแดนใต้สวรรค์จะพลิกสวรรค์ลงสู่ปฐพี นำพาดินแดนของพวกมันสู่ความรุ่งโรจน์เหนือผู้คนทั้งใต้หล้า

                หนึ่งจักกวาดล้างชำระล้างความศักดิ์สิทธิ์ที่แปดเปื้อนด้วยพลังวารี อีกหนึ่งจักเผาผลาญสรวงสวรรค์อันโสมมด้วยเปลวเพลิง

                แววตาของเซี่ยหยางพลันสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น ตั้งแต่อดีตมันไม่เคยใส่ใจคำทำนายอันไร้สาระนี้ ทั้งยังแค้นเคืองผู้ที่เอ่ยคำทำนายซึ่งชักนำหายนะมาสู่ตระกูลเซี่ย ทว่าเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว มิใช่ว่าคำทำนายถูกต้องไปมากกว่าสามส่วนแล้วหรือ

                มารเซี่ยผู้บดทำลายสรวงสวรรค์

                ทารกฝาแฝดหนึ่งชำระด้วยวารี หนึ่งเผาผลาญด้วยเปลวเพลิง มิใช่เอ่ยถึงซ่งไป่หลางและซ่งหงเสวี่ยทั้งสองคนนี้หรอกหรือ


----------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้อาจจะฟ้อนต์แปลกๆนะครับ พอดีผมลงในโน๊ตบุ้คครับ
สำหรับตอนก่อนหน้าตอนนี้เปิดขายสำเร็จแล้วครับ ช่วงเจ็ดวันนี้ขายในราคาส่วนลดอยู่ที่ 100 เหรียญครับ
หลังจากนี้ก็จะลงฟรีวันละตอนต่อเนื่องเรื่อยๆจนถึงท้ายบทเหมือนเดิมครับ
ที่พิเศษคือจะมาการลงตอนสำหรับอ่านล่วงหน้าครับ เนื่องจากมีบางท่านไม่สะดวกกับการเติมเงินซื้อที่อีกเว็บไซต์หนึ่ง สามารถเติมซื้อได้ที่เว็บนี้ได้เช่นกันครับ (ผมกำลังทดลองระบบนี้อยู่ เรื่องราคากับการลงยังไม่แน่นอน กรุณาใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจนะครับ)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 323 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #295 Lipolimtus (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 02:21
    เม่น..
    #295
    0
  2. #117 yukai (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 22:48

    ขอบคุณ
    #117
    0