God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 อักขระหลอมปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,654
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 647 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                การสอบรอบแรกเพิ่งผ่านพ้นไปแต่กลับสร้างคลื่นแห่งความตื่นตระหนกให้แก่นิกายบัวสวรรค์เป็นอันมาก ผู้อาวุโสเว่ยถึงกับต้องละทิ้งหน้าที่ดูแลการสอบกลางคันเพื่อต้อนรับผู้อาวุโสอีกสามท่านที่มาจากฝ่ายศิษย์สายในทั้งยังมีบุคคลพิเศษอย่างรองเจ้านิกายมาร่วมดูการทดสอบด้วยตนเองอีกด้วย

                ข้าได้ยินข่าวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ นึกไม่ถึงที่แท้กลับเป็นเด็กตระกูลซ่งนี่เอง ผู้อาวุโสฟ่านหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลังของตระกูลซ่งนั้นเป็นที่ประจักต่อผู้คน ซ่งเจียหลานที่เป็นถึงศิษย์สายในอันดับสองและกำลังสอบเพื่อเลื่อนขั้นเข้าสู่ศิษย์หลักของนิกายเองก็เป็นศิษย์ที่เขาอบรมดูแลมากับมือ

                เรื่องที่ว่าศิษย์สายนอกมีเด็กตระกูลซ่งที่โดดเด่นอยู่นั้นข้าเองก็เคยได้ยินมา ทว่านั่นเป็นซ่งชางหยางที่ตอนนี้อยู่ที่อันดับสี่ของการสอบ ไม่ใช่ซ่งไป่หลางที่เป็นอันดับหนึ่ง ผู้อาวุโสเว่ย เด็กซ่งไป่หลางผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นใครมาจากไหน เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินว่ามีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ในนิกายของเรา ผู้อาวุโสสุ่ยขัดขึ้นมาพลางส่งคำถามไปให้ผู้อาวุโสเว่ย

                ผู้อาวุโสเว่ยถอนหายใจก่อนจะตอบไปตามตรง ผู้อาวุโสทั้งหลาย ซ่งไป่หลางผู้นี้แท้จริงแล้วเมื่อครึ่งปีก่อนเขามีพลังเพียงระดับสามก่อกำเนิด เป็นเพียงผู้รับใช้ของนิกาย ถูกทอดทิ้งทั้งจากตระกูลและผู้ฝึกสอนของนิกายแห่งนี้ เขาหายตัวไปเมื่อหกเดือนก่อนหลังถูกทำร้ายโดยซ่งชางหยางและพรรคพวก บัดนี้เพิ่งจะหวนกลับมาที่นิกายโดยมีฉินจีเป็นผู้พามาด้วยตัวเอง นี่คือทั้งหมดที่ข้าพอจะตอบต่อพวกท่านได้

                ระดับสามเมื่อครึ่งปีก่อน อันใดกัน ได้ยินดังนั้นเหล่าผู้อาวุโสรวมทั้งรองเจ้านิกายต่างตกตะลึงเป็นอย่างมาก ควรทราบว่าเวลาครึ่งปีลำพังเลื่อนจากระดับห้าเป็นระดับเจ็ดได้ก็นับว่าน่าประทับใจอย่างมากแล้ว แต่ซ่งไป่หลางผู้นี้กลับสามารถเลื่อนจากระดับสามมาเป็นเจ็ดได้ นับว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

                สำหรับเรื่องนี้ ผู้อาวุโสจาง ท่านอาจให้คำตอบที่ดีกับพวกเราได้ รองเจ้านิกายหันมาสอบถามผู้อาวุโสจาง ที่แท้คนผู้นี้คือผู้ที่ดูแลอบรมฉินจีตั้งแต่ยามที่นางเข้ามาเป็นศิษย์สายใน ผู้อาวุโสคนอื่นๆต่างเชื่อว่าในเมื่อฉินจีรู้จักกับซ่งไป่หลาง ผู้อาวุโสจางเองก็ควรจะรู้จักเช่นกัน

                ผู้อาวุโสจางเดิมทีไม่อยากเอ่ยแต่เมื่อถูกจับจ้องมากเข้าก็ต้องตอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอบพวกท่านตามตรง ฉินจีเพิ่งจะเล่าเรื่องของเจ้าหนุ่มนี่ให้ข้าฟังเมื่อสองเดือนก่อน ตอนนั้นนางกลับมาจากการฝึกฝนในหุบเขาต้องห้าม เล่าว่าพบเจอกับเด็กหนุ่มประหลาดที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่ง มันผู้นี้แม้มีระดับพลังเพียงระดับห้าก่อกำเนิดกลับสามารถฝึกฝนใต้น้ำตกลมปราณชั้นสามที่มีเพียงผู้มีพลังระดับห้าเที่ยงแท้จึงจะทนรับไหวได้ ทั้งยังมีความเข้าใจในเคล็ดวิชาของนิกายที่สูงส่งกว่าผู้ใด ถึงขั้นพัฒนาเคล็ดวิชาด้วยตนเองสำเร็จ

                ฝึกฝนใต้น้ำตกลมปราณชั้นสาม ได้ฟังเช่นนี้ยิ่งทวีความตื่นตกใจต่อเหล่าผู้อาวุโสเป็นอย่างยิ่ง

                น้ำตกลมปราณชั้นสามนั้นอย่าว่าแต่ศิษย์สายนอก แม้แต่ศิษย์สายในยังไม่สามารถทนรับได้ มีเพียงศิษย์หลักไม่กี่คนที่มีคุณสมบัติเพียงพอ หรือกระทั่งพวกเราผู้อาวุโสก็มีเพียงไม่ถึงสิบคนที่มีความสามารถเช่นนั้น

                น่าสนใจยิ่งนัก ไม่แน่เด็กหนุ่มผู้นี้อาจได้รับวาสนาบางอย่างจากหุบเขาต้องห้าม ดวงตาของผู้อาวุโสฟ่านพลันปรากฏแววละโมบ

                ข้าเข้าใจแล้ว เด็กหนุ่มผู้นี้มีพรสวรรค์และดวงชะตาดียิ่ง อย่างไรก็ตามมันเคยถูกทอดทิ้งจากทั้งตระกูลและนิกายของเรา ไม่แน่ว่าภายหลังเมื่อมีชื่อเสียงแล้ว อาจมีนิกายอื่นมายื่นข้อเสนอดึงตัวมันไปก็เป็นได้ รองเจ้านิกายถอนหายใจออกมา ผู้อาวุโสจาง หากข้าคาดไม่ผิดเด็กหนุ่มผู้นี้กับฉินจีศิษย์ของเจ้ามีความผูกพันธ์บางประการต่อกัน ดังนั้นข้าอยากให้เจ้ารับมันเป็นศิษย์ อบรมเด็กหนุ่มผู้นี้ให้เป็นกำลังหลักของนิกายต่อไป แต่หากพบว่าไม่สามารถควบคุมได้และมีแนวโน้มว่ามันจะก่อให้เกิดอันตราย จงแจ้งต่อข้าโดยตรง

                ผู้อาวุโสจางพยักหน้าตอบรับ ในขณะที่ผู้อาวุโสคนอื่นๆต่างเผยสีหน้าเสียดาย เช่นผู้อาวุโสฟ่านที่คิดอยากรับซ่งไป่หลางมาเป็นศิษย์ เพราะอยากรู้ว่าเด็กหนุ่มได้รับวาสนาอันใดจากหุบเขาต้องห้ามกันแน่

                ท่านรองเจ้านิกาย ข้าจะอบรบให้มันเป็นกำลังหลักของนิกายของเราได้อย่างแน่นอน อันที่จริงนี่ไม่ใช่เรื่องยาก ที่ผ่านมาเด็กหนุ่มผู้นี้พบเจอแต่โชคชะตาที่โหดร้าย แม้แต่ตระกูลของมันก็ยังไม่ให้ความสำคัญ หากพวกเราใช้วิธีเติมเต็มสิ่งที่มันขาดหาย ให้ความสำคัญกับมันอย่างถูกต้อง มันจะต้องซื่อสัตย์ต่อนิกายมากยิ่งกว่าที่ซื่อสัตย์ต่อตระกูลเสียอีก ผู้อาวุโสจางเสนอวิธีการ

                ดี ตกลงใช้วิธีที่เจ้าว่า รองเจ้านิกายพยักหน้า อย่างไรเสียมันก็ไม่อยากกำจัดคนมีความสามารถ หากมั่นใจว่าสามารถควบคุมดูแลได้จริงซ่งไป่หลางย่อมไม่จำเป็นต้องถูกกำจัดออกไป

                ผู้อาวุโสจางลอบถอนหายใจ ครานี้นับว่าเป็นงานที่ยากลำบากอยู่บ้าง แต่เพราะศิษย์รักของมันฉินจีขอร้องให้มันช่วยเหลือซ่งไป่หลาง มันจึงไม่มีทางเลือกต้องตอบรับ อันที่จริงมันนึกเวทนาซ่งไป่หลางไม่น้อย เด็กหนุ่มคนนี้ควรที่จะได้รับสิ่งดีๆชดเชยโชคชะตาอันโหดร้ายของตนเสียที

               

                ซ่งไป่หลางบัดนี้อยู่ในการทดสอบด่านที่สอง เนื่องจากเขาผ่านด่านแรกเร็วกว่าใครดังนั้นจึงมีโอกาสในด่านที่สองมากกว่าคนอื่นๆด้วย ในด่านนี้ความยากของมันก็คือการหาทางออกเนื่องจากเป็นพื้นที่เขาวงกตขนาดใหญ่ ทั้งยังเต็มไปด้วยสัตว์ปีศาจแม้จะเป็นสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งแต่สัตว์ปีศาจบางตัวยังแข็งแกร่งจนแม้แต่ผู้มีพลังระดับเจ็ดยังรับมือได้ยากลำบาก

                ซ่งไป่หลางเคลื่อนที่ไปตามเขาวงกต ระหว่างทางพบเจอกับสัตว์ปีศาจไม่น้อยกว่าสิบตัว ทว่าทุกตัวกลับถูกสังหารทิ้งในเสี้ยวพริบตา เนื่องจากการทดสอบนี้คนภายนอกสามารถมองดูได้ผ่านลูกแก้วลมปราณขนาดยักษ์ที่นิกายนำมาตั้งเอาไว้ ดังนั้นภาพที่ซ่งไป่หลางผ่านด่านแรกได้อย่างง่ายดายทั้งยังสังหารสัตว์ปีศาจลงตัวแล้วตัวเล่าจึงสร้างคลื่นความตื่นตะลึงให้เหล่าศิษย์ที่ไม่ได้ร่วมสอบครั้งแล้วครั้งเล่า

                อาจารย์ ท่านสามารถช่วยข้าหาทางออกได้หรือไม่ ซ่งไป่หลางรู้ว่าเซี่ยหยางอยากให้ตนได้รับอันดับหนึ่งเพื่อรางวัลพิเศษ ดังนั้นจึงคิดให้เซี่ยหยางช่วยเหลือชี้ทางแก่ตน

                เซี่ยหยางตอบว่า เจ้าหนู แน่นอนว่าข้ารู้ แต่ข้าไม่คิดจะช่วยเหลือเจ้าหรอกนะ กะอีแค่ด่านทดสอบง่ายๆเท่านี้ หากเจ้าไม่ได้อันดับหนึ่ง ข้าจะลงโทษเจ้าให้ฝึกฝนจนกระอักเลือด

                ซ่งไป่หลางไม่ได้พูดอะไรอีก ในเมื่อเซี่ยหยางไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาก็ตั้งใจที่จะผ่านการทดสอบนี้ด้วยตนเอง

                สัตว์ปีศาจระดับหนึ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับซ่งไป่หลางแม้แต่น้อย ทันทีที่มันปรากฏตัวออกมาซ่งไป่หลางเพียงขยับตัวซัดฝ่ามือด้วยเคล็ดวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ ฝ่ามือเดียวของเขาก็สามารถปลิดชีพมันได้อย่างง่ายดาย

                ที่แท้ที่นี่มีค่ายกลกระดูกมายาเป็นแกนหลัก ซ่งไป่หลางหลังจากค้นหาไปได้ระยะหนึ่งก็ลอบถอนหายใจออกมา เรื่องนี้สำหรับศิษย์ทั่วไปอาจไม่รู้แต่ซ่งไป่หลางใช้เวลานับปีไปกับหน้าที่ดูแลหนังสือในหอคัมภีร์ นอกจากคัมภีร์วิชาต่อสู้ที่เป็นข้อห้ามซึ่งเขาต้องลักลอบเรียนรู้อย่างระมัดระวัง คัมภีร์หนังสือประเภทอื่นเช่นพวกค่ายกลนั้นไม่มีข้อห้ามไม่ให้ผู้รับใช้อ่าน ดังนั้นซ่งไป่หลางจึงนับได้ว่าเป็นผู้รอบรู้คนหนึ่ง อย่างน้อยก็ในระดับที่นิกายบัวสวรรค์มีบันทึกข้อมูลเอาไว้

                ไม่เลวนี่เจ้าหนู ถ้ารู้จักค่ายกลกระดูกมายาเจ้าก็คงหาทางออกจากที่นี่ได้ไม่ยากเซี่ยหยางเอ่ยปากชม

                จริงอย่างที่อาจารย์ว่า แต่ข้ากลับไม่คิดจะออกไปจากที่นี่เร็วนัก ยังต้องเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อีกสักเล็กน้อย ซ่งไป่หลางเอ่ยจบก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตนคำนวณเอาไว้แล้ว เซี่ยหยางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา

                ดี เจ้าถึงกับคิดเก็บเกี่ยวกระดูกปีศาจที่เป็นแกนหลักของค่ายกล แม้มันจะไม่นับว่าเป็นวัตถุดิบล้ำค่าอะไรมากนักแต่สำหรับระดับพลังขั้นเที่ยงแท้ หากนำกระดูกปีศาจมาหลอมเป็นอาวุธนับว่าเหมาะสมนัก

                กระดูกปีศาจสำหรับเซี่ยหยางแล้วไม่มีคุณค่าแต่สำหรับผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้และก่อกำเนิดนับว่าเป็นวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก สามารถนำมาใช้หลอมเป็นอาวุธระดับสูงได้ ผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้หากมีอาวุธระดับสูงในมือเท่ากับว่าสามารถเอาชนะผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย

                แต่การทดสอบคงไม่ง่ายดายเพียงนั้น เซี่ยหยางยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสนุก

                ในขณะที่ผู้เข้าร่วมสอบคนอื่นพยายามไล่ฆ่าสัตว์ปีศาจและหาทางออกเพื่อไปยังสนามสอบชั้นถัดไป ซ่งไป่หยางกลับเคลื่อนไหวอย่างมีแบบแผนเป็นอย่างยิ่ง เพียงเวลาหนึ่งชั่วยามเขาก็มาถึงจุดที่มีไอพลังลมปราณหนาแน่นที่สุดของเขาวงกต ที่นี่คือสถานที่ก่อกำเนิดค่ายกลกระดูกมายา ทั้งยังเป็นที่ประทับของกระดูกปีศาจที่เป็นแกนกลางของค่ายกลด้วย

                ฮ่าๆ อักขระหลอมปีศาจ นับว่าเป็นลูกเล่นที่ไม่เลวทีเดียว เซี่ยหยางหัวเราะออกมาอย่างเสียไม่ได้ เขาคิดไว้แล้วว่าการจะนำกระดูกปีศาจไปนั้นคงไม่มีทางง่ายดายเป็นอันแน่ และก็เป็นเช่นนั้นจริง บริเวณรอบๆแท่นวางกระดูกปีศาจนั้นเต็มไปด้วยอักขระหลอมปีศาจ แม้จะเป็นเพียงอักขระขั้นต่ำแต่ก็นับได้ว่าอันตรายอย่างมากสำหรับผู้มีพลังขั้นก่อกำเนิด

                เจ้าหนู เจ้าคงจะต้องถอดใจแล้ว เซี่ยหยางเอ่ยออกมา

                อักขระหลอมปีศาจระดับต่ำนั้นเป็นกับดักรูปแบบที่จะทำงานก็ต่อเมื่อมีผู้ก้าวล้ำเข้าไปในเขตแดนของอักขระ เมื่อเริ่มทำงานอักขระจะดึงพลังจากกระดูกปีศาจที่เป็นแกนกลางของค่ายกลเพื่อทำการสร้างสัตว์ปีศาจขึ้นมา ด้วยระดับของกระดูกปีศาจบวกกับพลังของอักขระขั้นต่ำ สัตว์ปีศาจที่จะถือกำเนิดขึ้นมาคงหนีไม่พ้นสัตว์ปีศาจระดับสองที่แข็งแกร่งถึงขนาดต้องใช้ผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ในการต่อสู้กับมัน

                อาจารย์ ข้าจะไปเอามันมา ซ่งไป่หลางกลับไม่สนใจคำพูดของเซี่ยหยาง ดวงตาของเด็กหนุ่มทอประกายวาวโรจน์มุ่งหน้าเข้าไปหาอักขระหลอมปีศาจอย่างไม่เกรงกลัว

                ด้านนอกสนามสอบ ผู้อาวุโสเว่ยถึงกับปวดหัวเมื่อเห็นว่าซ่งไป่หลางกำลังมุ่งหน้าเข้าไปสู่กับดัก เป็นไปได้หรือไม่ว่าเด็กนั่นไม่รู้ถึงความอันตรายของอักขระหลอมปีศาจ

                รองเจ้านิกายหัวเราะ เจ้าเด็กนั่นรู้จักกระทั่งค่ายกลกระดูกมายา ไม่มีทางไม่รู้จักอักขระหลอมปีศาจอยู่แล้ว ข้ากลับสงสัยว่ามันอาจมีความมั่นใจว่าจะสามารถกำจัดสัตว์ปีศาจระดับสองได้

                หรือไม่ก็สามารถแก้ไขค่ายกลได้ ผู้อาวุโสจางเอ่ยขึ้นมาทำให้ทุกคนถึงกับเงียบกริบ

                นั่นเป็นไปไม่ได้ ผู้อาวุโสจาง ข้าเว่ยใช้เวลานับสิบปีเรียนรู้ศาสตร์แห่งอักขระและค่ายกล กว่าจะสามารถสร้างอักขระหลอมปีศาจขั้นต่ำขึ้นมาได้ การแก้ไขยังยากยิ่งกว่าการสร้างข้าต้องใช้เวลาเรียนรู้นานถึงสิบห้าปี เด็กหนุ่มผู้นี้ย่อมไม่มีทางเข้าใจในศาสตร์ที่ลึกซึ้งของอักขระได้ถึงขั้นนั้น ผู้อาวุโสเว่ยส่ายหน้าไม่เชื่อถือ

                ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย หากจะบอกว่าซ่งไป่หลางสามารถเอาชนะสัตว์ปีศาจระดับสองยังพอจะเชื่อถือได้บ้าง แต่หากบอกว่ามันสามารถแก้ไขอักขระได้นี่นับว่าเกินเลยจินตนาการผู้คนไปมาก

                แม้แต่อัจฉริยะในด้านค่ายกลของนิกายที่บัดนี้เป็นถึงศิษย์หลักก็ยังต้องใช้เวลาเรียนรู้นานถึงเจ็ดปีกว่าจะมีระดับความสามารถใกล้เคียงกับผู้อาวุโสเว่ย คือสามารถสร้างและแก้ไขอักขระหลอมปีศาจได้สำเร็จ

                ฉินจีเคยเล่าให้ฟังว่าเจ้าหนุ่มนี่ถึงขนาดสามารถวิแคราะห์วิชาของนางและปรับแก้ได้ตั้งแต่ที่เห็นครั้งแรก ไม่แน่ว่าในด้านการทำความเข้าใจมันอาจเป็นอัจฉริยะเหนือผู้ใดทั้งหมดในนิกาย ผู้อาวุโสจางคิดต่างออกไป

                เมื่อซ่งไป่หลางก้าวเข้าไปจนเกือบจะถึงภายในเขตแดนอักขระเท้าของมันกลับหยุดลงก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย เด็กหนุ่มย่อตัวลงจ้องมองอักขระหลอมปีศาจอย่างตั้งใจ ใช้เวลาเพียงห้าลมหายใจกลับปรากฏรอยยิ้มออกมา

                สลาย เด็กหนุ่มชี้ปลายนิ้วเข้าหาอักขระตัวหนึ่งก่อนจะระเบิดพลังลมปราณซัดเข้าไปในกลุ่มอักขระ พลังลมปราณของซ่งไป่หลางแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มอักขระก่อนที่ทั้งอักขระหลอมปีศาจและพลังลมปราณของซ่งไป่หลางจะสลายไปพร้อมกัน

                เป็นไปไม่ได้ ทั้งเซี่ยหยางรวมถึงผู้อาวุโสเว่ยอุทานออกมาพร้อมกัน

                ทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างรู้สึกตกตะลึง โดยเฉพาะเซี่ยหยางที่คิดว่าตนเองคงไม่มีวันตกใจกับอะไรในมิติแห่งนี้มาครานี้ยังรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาจนได้ ความรู้สึกที่มีต่อซ่งไป่หลางแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

                หรือว่าแท้จริงแล้วนี่คือพรสวรรค์แฝงของมัน

                วิธีแก้อักขระของซ่งไป่หลางนั้นผิดเพี้ยนพิสดารนัก จะเรียกได้ว่าพลิกทุกตำราวงการอักขระเลยก็ไม่ผิด ควรถูกจัดสรรเข้าไปอยู่ในหมวดนอกรีตเสียด้วยซ้ำ แม้แต่เซี่ยหยางที่รู้จักวิชาอักขระอยู่ไม่น้อยทั้งยังเคยแก้อักขระขั้นสูงมาแล้วมากมายก็ยังไม่นึกว่าจะมีวิธีการแบบนี้อยู่บนโลก

                เจ้าหนู เจ้าไปเรียนรู้วิธีแก้อักขระแบบนี้มาจากที่ใดกัน เซี่ยหยางสอบถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

                ซ่งไป่หลางมีสีหน้าประหลาดใจ อาจารย์ ข้าไม่เคยเรียนวิธีแก้อักขระ เพียงแต่เคยศึกษาเกี่ยวกับอักขระและค่ายกลจากตำรา ส่วนที่ข้าแก้อักขระเมื่อครู่ก็เป็นเพียงการทดลองทำตามความเข้าใจของข้าเองเท่านั้น

                เป็นไปได้หรือ เซี่ยหยางยิ่งฟังยิ่งตื่นตระหนก เจ้าพอจะอธิบายได้หรือไม่ เจ้าใช้วิธีใดสลายอักขระหลอมปีศาจ

                สิ่งที่ข้าทำก็คือการทำลาย อักขระสำคัญ ที่เป็นตัวเชื่อมโยงและร้อยเรียงพลังทั้งหมดในกลุ่มอักขระ โดยการเพิ่มพลังให้กับมันจนเกินระดับที่เหมาะสม เมื่ออักขระสำคัญนี้ได้รับพลังมากเกินไปมันจึงสร้างการกระตุ้นที่ผิดพลาดให้กับอักขระตัวอื่นๆทั้งหมด จากนั้นจึงสลายไป ปกติแล้วคนทั่วไปก็แก้ไขอักขระกันแบบนี้ไม่ใช่หรืออาจารย์ ซ่งไป่หลางถามกลับด้วยความสงสัย

                ผิดแล้ว โดยทั่วไปผู้ใช้อักขระและค่ายกลจะใช้วิธีแก้ไขค่ายกลโดยการสร้างอักขระหรือแก้ไขตัวอักขระเดิม เพื่อให้ความหมายและเงื่อนไขของค่ายกลเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถใช้การได้ แต่เจ้าหนูนี่กลับใช้วิธีง่ายกว่านั้น เพียงแค่ทำให้อักขระทำลายตัวเอง วิธีง่ายๆแบบนี้เหตุใดจึงไม่มีใครคิดได้กัน เซี่ยหยางได้แต่คิดในใจด้วยความตกตะลึง

                อันที่จริงต้องยกคุณความดีให้กับหนังสือค่ายกลที่ซ่งไป่หลางได้อ่าน เพราะในนั้นมีอธิบายไว้แค่วิธีการสังเกตและแก้ไขอักขระเบื้องต้นแต่กลับไม่มีการลงลึกถึงรายละเอียดเพราะเป็นวิชาขั้นสูงเกินไป เมื่อซ่งไป่หลางศึกษาจึงได้คิดไปเองว่าคนทั่วไปคงจะแก้ไขอักขระด้วยวิธีทำลายอักขระสำคัญ ทั้งที่ในความเป็นจริงแม้แต่ในบรรดาผู้ใช้อักขระมีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถเข้าใจได้ว่าอักขระสำคัญคือสิ่งใด และวางอยู่ในจุดไหนของค่ายกล

                แต่วิธีนี้ใช้ได้ยากหากเป็นค่ายกลระดับสูง เพราะมีอักขระสำคัญจำนวนมาก หากจะแก้ไขคงต้องใช้เวลา ซ่งไป่หลางถอนหายใจออกมา ยังดีที่อักขระหลอมปีศาจเป็นแค่อักขระขั้นต่ำมันจึงแก้ไขได้ หากเป็นอักขระขั้นสูงมันคงไม่กล้าเสี่ยงเช่นกัน

                หึหึ เจ้าหนูนี่เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว แต่แบบนี้ก็น่าสนใจดี ปล่อยให้มันเข้าใจผิดไปด้วยความสามารถของมันอาจสามารถสร้างวิธีการใหม่ๆในการใช้อักขระได้ แบบนี้เองที่เรียกว่ายิ่งไม่รู้ยิ่งเปิดกว้าง การสร้างสรรค์คือจุดเด่นของเจ้าหนูนี่ เราไม่ควรไปสร้างกรอบให้มันเด็ดขาด ในด้านอักขระและค่ายกล หากให้เวลามันฝึกฝนไม่แน่มันอาจกลายเป็นอัจฉริยะคนใหม่ของโลกเลยทีเดียว

                เมื่อไม่มีอักขระหลอมปีศาจแล้วซ่งไป่หลางจึงเดินเข้าไปหาแท่นใจกลางค่ายกลกระดูกมายาและหยิบเอากระดูกปีศาจมาครอบครองอย่างง่ายดาย หลังจากกระดูกปีศาจที่เป็นแกนกลางหายไปภายในเวลาห้านาทีค่ายกลกระดูกมายาจะสลายไปและการหาทางออกจากด่านทดสอบที่สองจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับทุกคน

                เจ้าหนู เพราะว่าเจ้ามัวแต่มาเสียเวลากับกระดูกปีศาจ เป็นไปได้ว่าอาจมีคนออกจากที่นี่ไปที่สนามทดสอบต่อไปก่อนเจ้าแล้ว เซี่ยหยางเอ่ยออกมา

                ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ข้าควรรีบไปยังสนามต่อไปได้แล้ว

                ราวกับล่วงรู้ว่าเส้นทางที่ถูกต้องอยู่ที่ไหน ซ่งไป่หลางมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว เพียงไม่ถึงยี่สิบลมหายใจเขาก็พบกับประตูที่กำลังปรากฏออกมาเพราะพลังของค่ายกลที่อ่อนกำลังลง

                ผู้ใด นอกจากซ่งไป่หลางแล้วยังมีอีกสองคนที่อยู่ใกล้บริเวณประตูนี้ หนึ่งคือหญิงสาวที่ติดตามซ่งไป่หลางมาติดๆในรอบแรก และอีกคนหนึ่งคือซ่งชางหยางที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด

                ข้าคือคนแรกที่จะออกไปจากที่นี่ ซ่งชางหยางหัวเราะอย่างย่ามใจและพุ่งตัวเข้าไปยังประตู

                หญิงสาวที่อยู่ห่างออกไปกลับลงมือซัด มีดสั้นขัดขวางให้ซ่งชางหยางต้องหยุดชะงัก ชายหนุ่มคำรามด้วยความหัวเสียร่ายฝ่ามือฟาดปะทะเข้ากับอาวุธลับชิ้นนั้น แต่ทันทีที่มันเสียจังหวะร่างของหญิงสาวก็พุ่งทะยานผ่านพุ่งเข้าไปจนเกือบถึงประตูเป็นคนแรก

                อย่าหวัง ซ่งชางหยางระเบิดพลังลมปราณเรียกใช้อาวุธระดับกลางของตนคือหอกเพลิงปฐพี ทันทีที่ขว้างหอกออกไปปรากฏเป็นคลื่นพลังอันเกรี้ยวกราดซัดเข้าใส่ร่างของหญิงสาวจากด้านหลัง

                หญิงสาวจำต้องชะงักท่าร่าง ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นแผ่วเบาทั่วร่างบิดพริ้วงดงาม ชายเสื้อของนางโบกสะบัดรัดพันหอกเพลิงปฐพีของซ่งชางหยางอย่างนุ่มนวลหากแต่แฝงไว้ด้วยเคล็ดอ่อนอันแยบคายสลายพลังซัดขว้างของซ่งชางหยางจนหมดสิ้น

                ซ่งชางหยางแค่นเสียงกำลังจะพุ่งตัวเข้าปะทะกลับพบว่ามีเงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานผ่านตนเองไปทั้งยังผ่านร่างของหญิงสาวด้วยความเร็วที่ไม่อาจสกัดกั้น

                หญิงสาวเดาะลิ้นใช้หอกเพลิงปฐพีที่บัดนี้หมดอานุภาพซัดขว้างออกอีกครั้งโดยมีเป้าหมายที่เงาร่างปริศนานั้น

                ที่แท้เงาร่างนั้นคือซ่งไป่หลาง หลังจากพบว่าทั้งหญิงสาวและซ่งชางหยางต่างขัดขวางกันเองทำให้มันมีโอกาสเร่งความเร็วแซงทั้งสองไปได้ เหลืออีกไม่กี่ก้าวก็จะเข้าไปในประตูได้สำเร็จ ทว่าหอกเพลิงปฐพีที่พุ่งตามมาไม่ใช่สิ่งที่จะละเลยได้

                ซ่งไป่หลางตัดสินใจฉับพลันพลิกหมุนร่างกลางอากาศ ซัดฝ่ามือออกด้วยฝ่ามือบัวสวรรค์ เงาของดอกบัวพุ่งทะยานเข้าปะทะกับหอกเพลิงปฐพีดีดสะท้อนให้หอกระดับกลางปลิวกระเด็นไปทั้งยังเหลือคลื่นพลังรูปดอกบัวซัดเข้าหาหญิงสาวที่เป็นผู้ซัดหอก หญิงสาวอุทานออกมาหนึ่งคำดีดทะยานร่างหลบออกจากรัศมีดอกบัวพ้นทันท่วงที

                คนที่รับเคราะห์จากการโจมตีครั้งนี้กลับเป็นซ่งชางหยางที่พุ่งร่างตามมาติดๆ โดยไม่เห็นการปะทะกันของดอกบัวและหอกเพลิงปฐพี เห็นเพียงแค่ตอนที่มันถูกดีดปลิวกระเด็นเท่านั้น หลังจากหญิงสาวเคลื่อนตัวหลบมันจึงเห็นเงาดอกบัวที่พุ่งเข้ามาใกล้จนไม่สามารถหลบได้ทัน ร่างของซ่งชางหยางปลิวกระเด็นพร้อมกับกระอักเลือดออกมา หอกเพลิงปฐพียังลอยมาปักอยู่ข้างๆร่างของมันอย่างน่าหวาดเสียว

                ไม่ได้อันดับหนึ่ง ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ยังได้อันดับสอง หญิงสาวถอนหายใจออกมาก่อนจะพุ่งร่างเข้าไปในประตูตามซ่งไป่หลางไปติดๆ       

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 647 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #97 yukai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 21:05

    ขอบคุณ
    #97
    0
  2. #33 surapong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 11:03

    สนุกครับ เปิดกลุ่มรับทางเฟสนะครับ

    #33
    0