God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 สอบเลื่อนระดับศิษย์สายใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 660 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                ผู้อาวุโสเว่ยคือผู้ที่ได้รับมอบหมายในการจัดการสอบเลื่อนระดับจากศิษย์สายนอกให้กลายเป็นศิษย์สายใน หลายวันมานี้มันต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะวางแผนสร้างด่านทดสอบต่างๆให้เหมาะสมกับจำนวนและระดับพลังของศิษย์ที่จะเข้าร่วมการทดสอบ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและวุ่นวายทำให้มันหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกับลูกศิษย์ของนิกายที่พยายามเข้าหาเพื่อติดสินบนสำหรับการทดสอบที่กำลังจะเกิดขึ้น

                อย่างไรก็ตามมีศิษย์บางคนที่มันไม่สามารถหลบหน้าได้ โดยเฉพาะศิษย์สายในที่โดดเด่นและมีโอกาสที่จะได้เลื่อนเข้าไปอยู่ในทำเนียบศิษย์หลักอย่างฉินจี มันเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดศิษย์สายในผู้นี้ถึงได้ลงทุนมาหามันทั้งที่นางไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการสอบของมันแม้แต่น้อย

                ผู้อาวุโสเว่ย รบกวนท่านมาพบข้าในช่วงเวลานี้ ข้าเกรงใจจริงๆ ฉินจีเอ่ยทักทายอย่างนอบน้อม

                ผู้อาวุโสเว่ยยิ้มก่อนจะตอบว่า ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ ฉินเอ๋อเจ้าเป็นถึงศิษย์สายในอันดับหนึ่ง และกำลังจะได้เข้าเป็นศิษย์หลัก เมื่อถึงตอนนั้นตำแหน่งของเจ้าก็ไม่นับว่าด้อยกว่าข้า มีสิ่งใดให้ข้าช่วยเหลือข้าย่อมไม่ปฏิเสธ

                ฉินจีเผยรอยยิ้มหวานก่อนจะผายมือไปทางเด็กหนุ่มที่ติดตามนางมา ผู้อาวุโส ศิษย์น้องผู้นี้มีนามว่าซ่งไป่หลาง อันที่จริงก่อนหน้านี้เกิดปัญหาบางอย่างขึ้นทำให้เขาถูกลดขั้นไปเป็นผู้รับใช้ ข้าอยากให้ท่านช่วยรับรองสถานะของเขาในฐานะศิษย์สายนอก เพื่อที่เขาจะได้มีสิทธิ์เข้าร่วมการสอบในครั้งนี้

                เขาน่ะหรือ ถูกลดขั้นเป็นผู้รับใช้ ผู้อาวุโสเว่ยอุทานด้วยความตกตะลึง ตั้งแต่ตอนที่เด็กหนุ่มผู้นี้ติดตามฉินจีเข้ามามันก็ประเมินระดับของเด็กหนุ่มเอาไว้ก่อนแล้ว ยังนึกชมเชยว่าเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบห้าถึงสิบหกปีกลับมีพลังถึงระดับเจ็ดก่อกำเนิด แต่มันกลับไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย เมื่อได้ฟังคำของฉินจีกลับกลายเป็นรู้สึกงงงัน เหตุใดเด็กที่มีพรสวรรค์เช่นนี้จึงได้กลายเป็นผู้รับใช้ของนิกายได้เล่า

                ผู้อาวุโส ข้าซ่งไป่หลาง เดิมทีก่อนหน้านี้มีพลังเพียงระดับสามก่อกำเนิด จึงถูกนิกายมอบตำแหน่งผู้รับใช้ แต่ด้วยการช่วยเหลือของศิษย์พี่ฉิน ข้าฝึกฝนจนพัฒนาอย่างรวดเร็ว ศิษย์พี่ฉินเอ่ยว่าข้าน่าจะมีคุณสมบัติพอสำหรับเป็นศิษย์สายนอก และยังมีโอกาสสอบเลื่อนตำแหน่งเป็นศิษย์สายในได้ ข้าจึงติดตามศิษย์พี่ฉินมาหาท่าน ซ่งไป่หลางเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม ทั้งยังยกความชอบในการพัฒนาของเขาให้แก่ฉินจีเพื่อไม่ให้ถูกสงสัยและถูกเพ่งเล็งมากเกินไป

                ระดับสามกลับกลายเป็นระดับเจ็ดก่อกำเนิด โฮ่ๆ นับว่ามีพรสวรรค์ไม่เลวทีเดียว ได้สิ ด้วยพลังและอายุของเจ้านับว่ามีคุณสมบัติมากเกินพอสำหรับศิษย์สายนอก ข้าจะให้เจ้าเข้าร่วมการสอบด้วย ผู้อาวุโสเว่ยหัวเราะพลางเอ่ยชมเชย

                ขอบคุณผู้อาวุโสเว่ย ทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกัน ก่อนที่ฉินจีจะเอ่ยต่อว่า เช่นนั้นพวกข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ศิษย์น้อง ตามมาข้าจะพาเจ้าไปจัดหาที่พักสำหรับศิษย์สายนอก

                ผู้อาวุโสเว่ยมองตามร่างของคนทั้งสองก่อนจะถอนหายใจออกมา พลางเอ่ยเรียก มู่เอ๋อ เจ้าได้ยินข้าหรือไม่

                อาจารย์ ศิษย์อยู่ที่นี่แล้ว สิ้นคำของผู้อาวุโสเว่ย ร่างเงาบอบบางปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของมันก่อนจะย่อตัวลงคารวะอย่างงดงาม

                มู่เอ๋อ ข้ารู้ดีว่าเจ้ากำลังยุ่งกับการฝึกฝนเพื่อเข้าร่วมสอบเลื่อนระดับ แต่ข้าขอไหว้วานให้เจ้าช่วยเหลือข้าเล็กน้อย สืบหาประวัติของซ่งไป่หลางผู้นี้ให้กับข้าหน่อย

                ร่างบอบบางย่อตัวลงอีกครั้งก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ผู้อาวุโสเว่ยเหม่อมองอย่างครุ่นคิด เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นคนตระกูลซ่ง เป็นไปได้หรือที่จะเป็นเพียงผู้รับใช้ หรือเป็นเพราะมันด้อยพรสวรรค์จนแม้แต่ตระกูลยังคิดละทิ้ง ทว่าสิ่งที่ข้าเห็นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่ามันไม่ใช่ผู้ด้อยพรสวรรค์ อย่างไรข้าควรจะสืบสาวเรื่องของมันให้ชัดเจนเสียหน่อย

               

                อันที่จริงฉินจีไม่จำเป็นต้องพาซ่งไป่หลางมาหาที่พักเองก็ได้ แต่เพราะนางรู้ว่าเด็กหนุ่มไร้ซึ่งมิตรและคนรู้จักในบรรดาศิษย์ของนิกายนอกจากนาง ดังนั้นนางจึงเป็นห่วงเขาไม่น้อย แต่หากให้นางเป็นคนออกหน้า ต่อให้เป็นศิษย์สายนอกอันดันหนึ่งก็ยังต้องช่วยจัดหาที่ทางให้กับซ่งไป่หลาง

                ในที่สุดซ่งไป่หลางได้พักในห้องพักธรรมดาๆห้องหนึ่งในเขตศิษย์สายนอก เจ้าของคนเก่านั้นเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายในตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดมาจับจองเป็นเจ้าของใหม่ จึงทำให้ซ่งไป่หลางสามารถใช้ห้องพักนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา

                ทว่าเมื่อเข้ามาถึงด้านในห้อง ซ่งไป่หลางกลับพบว่ามีตัวอักษรขนาดเล็ก ถูกสลักเอาไว้บนผนังห้องด้วยคมดาบ เห็นได้ชัดว่าผู้สลักมีฝีมือดาบดีเยี่ยมยิ่ง ลายมือประณีตบรรจง น้ำหนักแสดงออกถึงความหนักแน่นและนุ่มนวลผสมผสานกันอย่างลงตัว

                ลมหายใจข้าคือดาบแห่งข้า ตราบใดยังมีลมหายใจข้ายังถือดาบในมือ

                ซ่งไป่หลางสูดลมหายใจรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณของผู้ที่สลักถ้อยคำเหล่านี้ เมื่อมองลงไปยังเห็นชื่อ สู่จิงลี่ สลักเอาไว้ด้วย แม้ไม่รู้จักกันแต่จิตใจของซ่งไป่หลางกลับรู้สึกเคารพและยกย่องสู่จิงลี่ผู้นี้อย่างไม่อาจหักห้าม

                ต้องเป็นคนประเภทใดกันจึงจะมีจิตวิญญาณแห่งดาบที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้

                เซี่ยหยางที่ได้เห็นตัวอักษรเหล่านี้หัวเราะออกมา เจ้าหนู ตื่นเต้นเกินไปแล้ว จริงอยู่ว่าคนที่เขียนข้อความนี้มีจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นในเชิงดาบ แต่ในแง่ของความสามารถยังนับว่าอ่อนด้อยนัก ไม่ถึงขั้นคู่ควรกับการได้รับคำชมเชยหรอก

                ซ่งไป่หลางถอนหายใจออกมา สำหรับอาจารย์ก็คงเป็นเช่นนั้น แต่ถึงอย่างไรข้าก็ยังรู้สึกนับถือคนผู้นี้อยู่ดี

                เอาเถอะ ไว้เจ้าเติบโตได้เห็นโลกมากกว่านี้เจ้าก็จะเข้าใจสิ่งที่ข้าพูด เซี่ยหยางได้แต่เอ่ยอย่างจนใจ

                แม้ว่าการกลับมาของซ่งไป่หลางจะเป็นไปอย่างเรียบง่ายและเงียบเชียบภายใต้การจัดการของฉินจี ทว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่จับตามองค้นหาข่าวสารเกี่ยวกับการสอบเลื่อนระดับตลอดเวลา ในบรรดาคนเหล่านั้น มีผู้ที่รู้ถึงการติดต่อระหว่างฉินจีและผู้อาวุโสเว่ย ดังนั้นภายใต้การสืบค้นข้อมูลของคนเหล่านี้ ในที่สุดข่าวลือเรื่องซ่งไป่หลางก็เริ่มถูกล่วงรู้โดยศิษย์สายนอกคนอื่นๆจนได้

                อย่างไรก็ตามเป็นเพราะว่าการค้นหาข้อมูลของซ่งไป่หลางไม่สามารถทำได้ง่ายนัก กว่าที่หลายๆคนจะรู้ตัววันแห่งการสอบก็ได้มาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                อันใดนะ ซ่งไป่หลาง ซ่งชางหยางแค่นเสียงคำราม ความรู้สึกเต็มไปด้วยสับสนงุนงงทั้งยังโกรธเกรี้ยว มันมั่นใจว่าตนเองสังหารซ่งไป่หลางไปแล้วเมื่อครึ่งปีก่อน แต่บัดนี้ชื่อนี้กลับหวนมาอีกครั้ง ทั้งยังมาในรูปแบบที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

                เดิมทีหากแม้ว่าซ่งไป่หลางยังมีชีวิตรอดและหวนกลับมาจริงซ่งชางหยางคงไม่คิดจะให้ความสนใจอีก นั่นเพราะระดับของคนทั้งสองห่างกันมากเกินไป ทว่าซ่งไป่หลางกลับกลายเป็นผู้ที่มีพลังระดับเจ็ดก่อกำเนิด เรื่องนี้ได้สร้างความรู้สึกไม่เชื่อถือทั้งยังวุ่นวายใจให้กับซ่งชางหยางอย่างมาก

                นี่มันเป็นไปได้หรือ ข้อมูลของเจ้าคงผิดพลาดมากกว่า ซ่งชางหยางยังเลือกที่จะไม่เชื่อถือ

                พี่ซ่ง ข้ามั่นใจข้อมูลนี้ไม่มีทางผิดพลาด เพราะเดิมทีข้าเองก็ไม่เชื่อถือเช่นกัน ถึงขั้นสืบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนในที่สุดก็รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ข้าถึงกล้าเอามาบอกต่อท่าน ลูกน้องของซ่งชางหยางรู้สึกหวาดกลัว เป็นเพราะเมื่อครึ่งปีก่อนมันเป็นหนึ่งในผู้ที่รุมทำร้ายซ่งไป่หลางจนสาหัสปางตาย เวลานี้ซ่งไป่หลางกลับมาพร้อมกับพลังที่แข็งแกร่ง หากต้องการแก้แค้นตัวมันจะมีปัญญาต่อต้านได้อย่างไร

                ฮึ่ม ก็แค่เศษขยะของตระกูล จะมีความสำคัญอันใดกัน สิ่งที่ข้าต้องสนใจตอนนี้ก็คือการสอบเลื่อนระดับต่างหาก ซ่งชางหยางแค่นเสียงพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อดึงความสนใจของตัวเองกลับไปอยู่ที่การสอบอีกครั้ง

                พี่ซ่งกล่าวถูกต้อง ท่านไม่จำเป็นต้องสนใจซ่งไป่หลาง เดิมทีมันก็ไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงท่านได้ แม้จะหวาดกลัวอยู่มาก แต่ลูกน้องผู้จงรักภักดีก็ยังเลือกที่จะเอาใจลูกพี่ของตนอย่างเต็มที่

                ไป ตามข้าไปยังสนามสอบ แม้ว่าลูกน้องของซ่งชางหยางจะไม่ได้เข้าร่วมการสอบด้วย แต่การนำพากลุ่มลูกน้องจำนวนมากติดตามไปยังสนามสอบก็สามารถทำให้บารมีของตนเพิ่มพูนได้มากขึ้น ซ่งชางหยางจึงเลือกพากลุ่มลูกน้องติดตามไปยังสนามสอบด้วย หวังข่มขู่ผู้คนที่เป็นคู่แข่งของตน

                ซ่งไป่หลาง หากไม่พบเจอก็ว่าไปอย่าง แต่หากเราพบเจอกันในการประลอง ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่ยังมีชีวิตอยู่ ดวงตาของซ่งชางหยางทอประกายวาวโรจน์

                ที่สนามสอบ จำนวนผู้เข้าสอบในปีนี้มีจำนวนมากถึงสามพันคนทว่าในบรรดาคนเหล่านี้ ผู้ที่จะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายในมีเพียงแค่หนึ่งร้อยคนเท่านั้น คนที่เหลือจะต้องกลับไปฝึกฝนพร้อมกับความผิดหวัง และกลับมาสอบใหม่อีกครั้งในปีหน้า นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว

                ผู้อาวุโสเว่ยและผู้ช่วยอีกสามคนยืนรออยู่บนแท่นใจกลางลานกว้างของสนามประลอง หลังจากตรวจสอบว่าผู้เข้าสอบทุกคนมาถึงสนามประลองแล้วเขาจึงเริ่มประกาศ

                ข้า ผู้อาวุโสได้รับมอบหมายจากเจ้านิกายให้มาคุมการสอบเลื่อนระดับในครั้งนี้ พวกเจ้ามีทั้งหมดสามพันสองร้อยสี่สิบหกคน จะมีเพียงหนึ่งร้อยคนที่ได้เข้าสู่ทำเนียบศิษย์สายใน จงฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการทดสอบในครั้งนี้ให้ดี กล่าวจบก็กวาดสายตามองไปยังผู้ช่วยของตนให้เป็นผู้สานต่อการอธิบาย

                ผู้ช่วยคนหนึ่งพยักหน้าแล้วกล่าวออกมาว่า การสอบครั้งนี้จะมีทั้งหมดสามด่าน ด่านแรกคือสนามพลังเขี้ยววายุ พวกเจ้าทุกคนจะต้องฝ่าเข้าไปในด่านเขี้ยววายุและเอาชีวิตรอดไปจนถึงปลายทางเพื่อเข้าสู่ด่านต่อไป ผู้ใดที่รู้ตัวว่าไม่สามารถฝ่าไปได้ไหวจงใช้ลูกแก้วเคลื่อนย้ายตำแหน่งที่ได้รับจากการลงทะเบียนเพื่อออกจากการทดสอบซะ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่รับรองชีวิตของพวกเจ้า

                ด่านที่สองคือด่านวังวนอสูรร้าย สิ่งที่พวกเจ้าต้องทำก็คือการจัดการกับสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งที่จะปรากฏตัวขึ้นและค้นหาเส้นทางไปสู่ด่านสุดท้าย เช่นกันหากคิดว่าไม่สามารถผ่านได้ก็จงใช้ลูกแก้วเคลื่อนย้ายตำแหน่งซะ

                และสุดท้าย ด่านประลองแห่งจิตวิญญาณ พวกเจ้าที่เหลือรอดจากการทดสอบสองด่านแรกจะได้รับคะแนนขึ้นอยู่กับความเร็วในการผ่านด่านและจำนวนสัตว์ปีศาจที่สังหาร และในด่านที่สามพวกเจ้าจะต้องประลองกันโดยใช้คะแนนนี้เป็นเดิมพัน แต่ละคนจะมีโอกาสสู้สิบครั้ง ทุกชัยชนะคือสิบแต้มสำหรับการเลื่อนขั้น ผู้ที่มีแต้มสูงสุดหนึ่งร้อยคนจะผ่านเข้าสู่การเป็นศิษย์สายใน และคนที่มีคะแนนสูงที่สุดจะได้รับรางวัลพิเศษ

                ด่านในการทดสอบของปีนี้นับว่าไม่แตกต่างจากปีก่อนๆมากนัก โดยเฉพาะการที่จบลงด้วยการประลอง ซึ่งมักจะเป็นรอบที่ได้รับการจับตาดูจากผู้คนในนิกายมากที่สุด เนื่องจากผู้ที่จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้มักจะเป็นผู้เหลือรอดที่มีความโดดเด่นมากที่สุดในบรรดาศิษย์สายนอกทั้งหมด

                การสอบได้เริ่มต้นขึ้น ผู้เข้าสมัครทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังสนามพลังเขี้ยววายุซึ่งเป็นมิติขนาดใหญ่มากพอที่จะบรรจุคนได้นับหมื่น ซ่งไป่หลางยืนอยู่ท่ามกลางผู้คน กวาดสายตามองผ่านสนามสอบด่านแรกก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา

                สมแล้วที่ขึ้นชื่อว่าสนามพลังเขี้ยววายุ คมมีดสายลมฟาดฟันไปทั่วพื้นที่ทั้งบนพื้นดินและท้องฟ้า ถึงแม้จะมองเห็นปลายทางอยู่แต่การจะผ่านไปได้นั้นคงไม่ง่ายแน่

                ประตูสู่ด่านถัดไปนั้นอยู่หากจากจุดเริ่มต้นถึงยี่สิบลี้ เนื่องจากไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่เลยจึงทำให้มองเห็นปลายทางได้อย่างชัดเจน ทว่านอกจากจุดที่เหล่าผู้สมัครยืนอยู่ในตอนนี้ หากก้าวเท้าออกไปเพียงไม่กี่สิบก้าวก็จะพ้นออกจากเขตปลอดภัยและต้องเผชิญหน้ากับสนามพลังเขี้ยววายุในทันที

                ไม่จำเป็นต้องกังวลเจ้าหนู เขี้ยววายุเหล่านี้อาจจะทำอันตรายผู้มีพลังระดับเจ็ดก่อกำเนิดทั่วไปได้แต่กับเจ้านั้นนับเป็นอีกเรื่อง แม้จะยังมีพลังเพียงขั้นเจ็ดแต่ความหนาแน่นของพลังในกายเจ้าบวกกับพลังของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ พลังของเจ้าสามารถต่อกรได้กระทั่งระดับสิบก่อกำเนิด หรือก็คือไม่มีผู้ใดในขั้นก่อกำเนิดที่สามารถดูถูกเจ้าได้อีกแล้วในเวลานี้ ไปเถอะ คมเขี้ยววายุไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องระวังหรอก เซี่ยหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ

                อาจารย์ ถ้าหากข้าผ่านไปเลยมันจะไม่โดดเด่นเกินไปหรือ ซ่งไป่หลางถามอย่างไม่มั่นใจ

                โดดเด่นสิดี ข้าสนใจรางวัลพิเศษสำหรับอันดับหนึ่งไม่น้อย หากมันเป็นวิชาลับของนิกายเจ้าข้าอาจดัดแปลงให้มันกลายเป็นวิชาขั้นสูงกว่าเดิมได้ เจ้าจะได้ฝึกวิชาอื่นเพิ่มนอกเหนือจากฝ่ามือบัวสวรรค์และท่าเท้าแปดบัวดารา

                ซ่งไป่หลางพยักหน้า ในเมื่ออาจารย์เอ่ยเช่นนี้มันก็ไม่คิดกังวลอันใดอีก ซ่งไป่หลางสูดลมหายใจย่อกายลงก่อนจะพุ่งทะยานร่างฝ่าเข้าไปในสนามพลังคมเขี้ยววายุ

                ผู้ใดกัน เหล่าผู้สมัครสอบต่างอุทานออกมา ยามนี้ไม่ว่าจะเป็นระดับหกหรือเจ็ดก่อกำเนิดต่างก็ต้องใช้เวลาในการสังเกตความอันตรายของคมเขี้ยววายุให้ละเอียดก่อนจึงจะเริ่มเคลื่อนไหว แต่กลับมีคนใจร้อนพุ่งทะยานออกไปคนแรกสร้างความตื่นตกใจต่อผู้คนอย่างมาก

                เฮอะ ก็แค่คนอวดเก่ง ดียิ่งนักข้าจะได้ประเมินระดับความอันตรายของคมเขี้ยววายุง่ายขึ้น หนึ่งในผู้ร่วมสอบที่มีพลังระดับเจ็ดก่อกำเนิดแค่นเสียง

                ร่างของซ่งไป่หลางก้าวพ้นอาณาเขตปลอดภัยเพียงวินาทีเดียวก็ถูกโจมตีด้วยคมเขี้ยววายุเส้นหนึ่ง ซ่งไป่หลางคำรามกร้าวใช้พลังลมปราณซัดหมัดด้วยเคล็ดกระบวนท่าเพลงหมัดตระกูลซ่งทำลายคมเขี้ยววายุทิ้งอย่างง่ายดายก่อนจะพุ่งตัวต่อไปโดยไม่สนใจผู้คนที่อยู่ด้านหลัง

                ทำลายคมเขี้ยววายุด้วยมือเปล่า เป็นไปได้หรือ ผู้คนอุทานด้วยความตื่นตะลึง ก่อนที่คนผู้หนึ่งจะเอ่ยออกมาว่า

                ฮึ่ม ที่แท้คมเขี้ยววายุก็ไม่เท่าไหร่ หรือแท้จริงแล้วนี่คือสนามทดสอบความกล้ากันแน่ สิ้นคำมันก็รีบพุ่งตัวออกไปทันที

                หลายคนเมื่อได้ยินประโยคนี้ก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าแย่แล้วเพราะหากออกตัวช้าเกินไปย่อมได้รับแต้มน้อยกว่าคนอื่นๆ หากคมเขี้ยววายุอันตรายจริงเหตุใดจึงมีคนทำลายมันได้ด้วยมือเปล่ากัน เพียงพริบตาเดียวกว่าห้าร้อยชีวิตก็พุ่งทะยานออกจากเขตปลอดภัยไปตามๆกัน

                ทว่าภาพที่ตามมานั้นโหดร้ายน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับโลหิตที่สาดกระจายจากการฟาดฟันของคมเขี้ยววายุ เหล่าผู้เข้าร่วมสอบที่มีพลังเพียงระดับหกก่อกำเนิดสามารถต้านทานคมเขี้ยววายุได้เล็กน้อยก็ถูกมันฟาดฟันจนบาดเจ็บสาหัส แสงสว่างจากการใช้ลูกแก้วเคลื่อนย้ายสว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังฝืนพยายามเคลื่อนที่ต่อไปข้างหน้าแม้จะได้รับบาดเจ็บก็ตาม

                บัดซบ คมเขี้ยววายุร้ายกาจถึงเพียงนี้ เหตุใดคนผู้นั้นจึงทำลายได้อย่างง่ายดายทั้งยังไปข้างหน้าต่อได้โดยไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย เหล่าผู้เข้าสอบที่เหลือต่างรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าคมเขี้ยววายุไม่ใช่สิ่งที่จะประมาทได้เลยแม้แต่น้อย

                ในบรรดาผู้คนทั้งหมด ซ่งชางหยางที่ได้เห็นแผ่นหลังของคนที่นำไปเป็นอันดับแรกอย่างชัดเจนกัดฟันด้วยความโกรธแค้น ซ่งไป่หลาง เป็นเจ้าจริงๆ หรือว่าเจ้าจะได้รับของวิเศษมาจากหุบเขาต้องห้าม ไม่สิ ได้ข่าวว่าเจ้ากลับมาที่นิกายพร้อมกับฉินจีศิษย์สายในอันดับหนึ่ง ไม่แน่นางคงมอบอะไรบางอย่างให้กับเจ้าสินะ อย่าคิดว่าข้าจะไม่กล้าไล่ตามเจ้าเชียว

                เปิด!!” ซ่งชางหยางคำรามพร้อมกับสะบัดชุดคลุมของตน กลิ่นอายลมปราณของระดับแปดก่อกำเนิดครอบคลุมร่างของมันเอาไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะพุ่งทะยานฝ่าคมเขี้ยววายุออกไป นี่คือชุมคลุมสลักอักขระที่สามารถสร้างเกราะลมปราณระดับแปดก่อกำเนิดได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เป็นหนึ่งในของวิเศษที่มันได้รับจากบิดาเพื่อให้ผ่านการสอบครั้งนี้ไปได้โดยไม่มีปัญหา

                อย่าขวางข้า ซ่งชางหยางไม่สนใจคมมีดสายลมที่ซัดเข้ามา แม้จะสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกและความเสียหายบนตัวชุดคลุมแต่ความรู้สึกไม่ยอมแพ้กลับมีมากมายยิ่งกว่า พยายามพุ่งไปด้านหน้าเพื่อติดตามซ่งไป่หลางที่ออกตัวไปก่อนให้ทันการ

                ในเวลาเดียวกันเหล่าผู้โดดเด่นในบรรดาศิษย์สายนอกต่างก็เริ่มเคลื่อนไหวและพุ่งตามร่างของซ่งชางหยางมาติดๆ

                เจ้าหนู มีคนกำลังพยายามตามเจ้ามาแล้ว แม้ความเร็วของพวกมันจะไม่ได้มากมายนักแต่พวกมันยอมรับความเสียหายจากคมเขี้ยววายุเพื่อแลกกับความเร็ว หากปล่อยเอาไว้พวกมันอาจจะแซงเจ้าก่อนถึงปลายทางได้ เซี่ยหยางเอ่ยอย่างเฉื่อยชา

                อาจารย์ เช่นนั้นข้าจะไม่เสียเวลาแล้ว ซ่งไป่หลางพยักหน้าก่อนจะหยุดฝีเท้า จากนั้นหมุนวนฝ่ามือเป็นรูปวงกลมและฟาดออกไปด้านหน้าอย่างเชื่องช้า

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

                เปรี้ยง!!! เงาของดอกบัวพุ่งทะยานออกจากฝ่ามือของซ่งไป่หลาง เพียงพริบตาก็กวาดคมเขี้ยววายุในเส้นทางด้านหน้าจนไม่เหลือแม้เพียงเส้นเดียว ซ่งไป่หลางพลันระเบิดพลังลมปราณพุ่งทะยานสุดกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายโดยไม่สนใจความตื่นตะลึงของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

                นั่น หรือว่าเขาฝึกวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ถึงขั้นสิบแล้ว

                ไม่ผิดแน่ ฝ่ามือที่ปรากฏรูปลักษณ์ของดอกบัว ทรงพลังยิ่งนัก คนผู้นี้ยังเป็นเพียงศิษย์สายนอกจริงหรือ

                แม้ส่วนหนึ่งจะรู้สึกตกใจแต่คนที่กำลังติดตามซ่งไป่หลางอยู่กลับรู้สึกได้ว่าโชคเข้าข้างตนเอง ขอเพียงเร่งติดตามซ่งไป่หลางไปก่อนที่ค่ายกลจะสร้างคมเขี้ยววายุชุดใหม่ขึ้นมาได้ทันพวกมันก็จะสามารถผ่านเข้าสู่รอบถัดไปโดยง่าย

                ทว่าเซี่ยหยางไหนเลยจะปล่อยให้มีคนใช้ประโยชน์จากลูกศิษย์ของตน เมื่อเห็นว่ามีผู้ต้องการจะไล่ตามมาจึงปล่อยพลังผ่านละอองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ สร้างม่านหมอกขึ้นมาด้านหลังของซ่งไป่หลางในเสี้ยวพริบตา ทันทีที่ผู้ติดตามมาด้านหลังเข้าสู่เขตแดนของหมอกละอองนี้ก็พบว่าเส้นทางทั้งหมดล้วนสับสนวุ่นวาย ไม่อาจมองเห็นได้ว่าซ่งไป่หลางมุ่งหน้าไปทิศทางใด ทั้งยังไม่เห็นจุดหมายที่ต้องวิ่งไปหา ราวกับตกอยู่ภายใต้ภาพลวงตาไร้สิ้นสุด

                สลายไปซะ ซ่งชางหยางคำรามระเบิดพลังลมปราณอย่างโกรธแค้น เพราะคิดว่านี่เป็นฝีมือของซ่งไป่หลางที่ต้องการเล่นงานตน

                เซี่ยหยางจงใจใช้พลังเพียงแค่ก่อกวนเท่านั้น ดังนั้นเมื่อซ่งชางหยางระเบิดพลังออกมาหมอกจึงสลายไปทันที ทว่ากว่าที่จะทำลายหมอกสำเร็จคมเขี้ยววายุชุดใหม่ก็เริ่มปรากฏแล้ว ทำให้ผู้ที่ติดตามมาต้องรับมือการปะทะจากคมเขี้ยววายุอย่างยากลำบากและไม่สามารถติดตามซ่งไป่หลางโดยง่ายอีก

                โอ้ ไม่เลวเลย เซี่ยหยางพบว่ามีคนสองคนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกมายาของตน เป็นหนึ่งบุรุษห้าวหาญหนึ่งสตรีงดงาม ตรวจสอบแล้วจึงพบว่าทั้งคู่มีพลังระดับเจ็ดก่อกำเนิดขั้นสุดท้ายที่ใกล้จะพัฒนาสู่ระดับแปดเต็มที โดยเฉพาะฝ่ายสตรีนับว่ามีพรสวรรค์ไม่เลวเลยทีเดียว

                เจ้าหนุ่มนั่นมีของวิเศษที่ทำให้ภาพลวงตาระดับทั่วไปไม่ส่งผล ส่วนยัยหนูนั่นตัดสินใจรวดเร็วจัดการกับหมอกมายาในเสี้ยววินาทีจึงไม่ได้รับผลกระทบ หึหึ ท่าทางการสอบครั้งนี้จะมีเรื่องน่าสนุกให้เจ้าทำแล้ว เจ้าหนู เซี่ยหยางหัวเราะอย่างชอบใจ

 

   พิมพ์เนื้อหาตรงนี้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 660 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #274 Hikangbanna flowers (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 06:43
    ปลอบใจตนเอง
    #274
    0
  2. #167 lznuscrfb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:43
    ตอนนี้เริ่มสนุกละๆ
    #167
    0
  3. #96 yukai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 20:53

    ขอบคุณ
    #96
    0
  4. #32 surapong (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 10:50

    สนุกมากครับน่าจะเปิดกลุ่มลับนะครับ

    #32
    0