God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 28 พบกับหลินหลันเทียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 531 ครั้ง
    28 ต.ค. 62

                ซ่งไป่หลางรับรู้ถึงพลังอันผันผวนตรงหน้าสีหน้าของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้น พร้อมกันนั้นเซี่ยหยางที่อยู่ภายในร่างของเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

                จิตวิญญาณพิษปฐพี นับว่ายุ่งยากไม่น้อยทีเดียวหากได้รับมันเข้าไป อย่างไรก็ตามสำหรับเจ้าที่มีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ย่อมสามารถชำระพิษนี้ได้ในเวลาไม่นานนัก ทันใดนั้นเซี่ยหยางจึงหัวเราะออกมาเบาๆ จริงสิ ข้านึกอะไรสนุกๆออกแล้ว ข้าจะไม่อนุญาตให้เจ้าใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์รักษาพิษชนิดนี้จนกว่าเจ้าจะเผชิญกับอันตราย

                “!!” ซ่งไป่หลางพูดไม่ออก ก่อนที่จะได้ทันกระทำสิ่งใดร่างของหมาป่าปฐพีพลันระเบิดออก หมอกควันสีเทาแผ่พุ่งปกคลุมร่างของซ่งไป่หลางอย่างรวดเร็วยิ่งและแทรกซึมเข้าไปในผิวหนังของเด็กหนุ่ม

                นี่มัน ซ่งไป่หลางพลันตระหนักได้ถึงคุณสมบัติของจิตวิญญาณพิษปฐพีอย่างรวดเร็ว

                จิตวิญญาณพิษปฐพีเป็นพิษที่เปรียบเสมือนการลงโทษโดยผืนปฐพี ผู้ที่ถูกพิษจะถูกกดทับไว้ด้วยน้ำหนักที่มากกว่าปกติถึงยี่สิบเท่า สำหรับผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์พิษนี้ไม่อาจนับเป็นอันใด แต่สำหรับผู้มีพลังลมปราณขั้นเที่ยงแท้ลงไปนี่นับว่าร้ายแรงอย่างยิ่ง เซี่ยหยางอธิบาย

                ควรทราบว่าขั้นเหนือมนุษย์คือขอบเขตของการพัฒนากายเนื้อให้ก้าวสู่ระดับชั้นเหนือมนุษย์ ทว่าขอบเขตก่อกำเนิดและเที่ยงแท้คือขอบเขตของชั้นลมปราณภายใน การใช้ลมปราณสามารถช่วยแบกรับน้ำหนักได้แต่กลับสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก ดังนั้นสำหรับผู้มีพลังน้อยกว่าขั้นเหนือมนุษย์จึงหวาดกลัวจิตวิญญาณพิษปฐพีเป็นอย่างมาก

                สีหน้าของผู้อาวุโสจางและรองเจ้านิกายเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม น่าเสียดายนักที่พวกเราเตรียมยาและของวิเศษสำหรับแก้พิษไว้มากแต่กลับไม่มีอันใดสามารถแก้ไขพิษนี้ได้ อย่างไรก็ตามหากให้เวลาไป่หลางสักสามหรือสี่วันเขาย่อมสามารถขับพิษออกจากร่างกาย แต่เขาคงไม่มีโอกาสใดๆในมิติรวมนภาอีกแล้ว

                ช่างเถอะ ด้วยระดับพลังขั้นสิบก่อกำเนิด การที่เขาอยู่ภายในมิติรวมนภาจนถึงตอนนี้ก็นับว่าอัศจรรย์มากแล้ว ยังมิเอ่ยถึงการที่เขาได้รับไข่มุกวารี นับว่าเป็นวาสนาที่ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงได้เลย

                เอ้ะ นั่น เสียงอุทานของผู้อาวุโสจางทำให้รองเจ้านิกายรีบหันกลับไปมองสถานการณ์ของซ่งไป่หลางอีกครั้ง

                ภายในมิติรวมนภา ซ่งไป่หลางเผชิญหน้ากับน้ำหนักที่เพิ่มพูนขึ้นถึงยี่สิบเท่า ทำให้ร่างกายขยับได้ยากลำบากมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าก็ไม่ถึงกับทนรับไม่ไหว เพียงแค่ไม่สามารถขยับได้ดั่งใจนึกเท่านั้น

                คนธรรมดาทั่วไปคงต้องอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก แต่เจ้ามีแก่นโลหิตศักดิ์สิทธิ์ พลังของกายเนื้อย่อมเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป การได้รับจิตวิญญาณพิษปฐพีในตอนนี้ไม่ใช่อุปสรรคแต่จะกลายเป็นเครื่องมือฝึกฝนร่างกายอย่างดีเยี่ยม เซี่ยหยางเอ่ยอย่างพึงพอใจ

                หืม มีใครกำลังมา ซ่งไป่หลางขมวดคิ้ว หากผู้มาเป็นศัตรูก็เท่ากับเขาต้องอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากแล้ว

                หืม ผู้มาจ้องมองร่างของซ่งไป่หลาง ดวงตาเผยความประหลาดใจอย่างไม่อาจหักห้าม ในบรรดาตัวแทนของสิบนิกายที่เข้าร่วมประลอง เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบเจอกับซ่งไป่หลางในสถานที่นี้

                หลินหลันเทียน ซ่งไป่หลางขมวดคิ้ว หลินหลันเทียนผู้นี้คืออันดับหนึ่งของการประลองอย่างไม่ต้องสงสัย ต่อให้เป็นจ้าวฮุยที่แข็งแกร่งดุดันแต่เมื่อเปรียบเทียบกับบรรยากาศรอบตัวของหลินหลันเทียน ซ่งไป่หลางกลับรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งสูงส่งยากจะเปรียบเทียบได้

                หากหลินหลันเทียนแสดงตนเป็นศัตรูและต้องการกำจัดเขา ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะเอาตัวรอด ซ่งไป่หลางทำได้เพียงระมัดระวังตัวอย่างยิ่งยวด พร้อมกันนั้นยังเตรียมพร้อมที่จะใช้ยันต์ช่วยชีวิตตลอดเวลา ในตอนนี้เขามีแต้มสะสมจำนวนมาก ต่อให้ด้อยกว่าหลินหลันเทียนแต่ก็น่าจะอยู่เหนือกว่าคนอีกจำนวนมาก ขอเพียงไม่ถูกแย่งชิงไปจะทำให้เกิดเป็นความได้เปรียบในรอบสุดท้าย

                เจ้าคือเด็กน้อยจากนิกายบัวสวรรค์ นี่คงเป็นครั้งแรกที่พวกเราได้พูดคุยกันตรงๆ หลินหลันเทียนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุขุม ไร้ซึ่งท่าทีคุกคามหรือความเย่อหยิ่ง นับว่าเป็นยอดฝีมือที่มีบุคลิกแปลกประหลาดผู้หนึ่ง

                นามของข้าคือซ่งไป่หลาง เด็กหนุ่มตอบกลับ

                ระดับพลังขั้นสิบก่อกำเนิดกลับอยู่รอดมาได้จนถึงตอนนี้ อีกทั้งจากประสาทสัมผัสของข้าเมื่อครู่สถานที่แห่งนี้มีสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดอยู่สามตัว สองตัวหลบหนีออกมาแต่อีกตัวหนึ่งกลับ...... สายตาของหลินหลันเทียนกวาดมองไปที่สัตว์ปีศาจหมาป่าปฐพีเคยอยู่

                ข้าสังหารมันไปแล้ว คำตอบของซ่งไป่หลางไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของหลินหลันเทียนนัก

                ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสิบนิกายพยักหน้าคล้ายคาดเดาไว้ก่อนแล้ว ตั้งแต่ที่ได้เห็นเจ้าครั้งแรกสัญชาตญาณก็บอกกับข้าว่าเจ้านั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นภายนอก อย่างไรก็ตามเจ้ายังเหนือกว่าที่ข้าคาดไว้อยู่หลายส่วนนัก ถึงกับสามารถบีบให้สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดสามตัวต้องหลบหนี

                หนึ่งในสัตว์ปีศาจที่หลบหนีไปถูกกำจัดโดยหลินหลันเทียนเช่นกัน การจัดการกับสัตว์ปีศาจสำหรับหลินหลันเทียนนับว่าง่ายดายยิ่ง แต่กับคนอื่นนับว่าแตกต่าง เกรงว่านอกจากสิบอันดับแรกของการประลองแล้วคนอื่นๆที่เหลือแทบจะไม่สามารถรับมือสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดสามตัวได้ด้วยตัวคนเดียว

                ได้รับคำชมจากอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นสิบนภาเยี่ยงนี้ทำให้ข้ารู้สึกยินดียิ่ง ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับท่านข้าก็นับว่าเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น

                หลินหลันเทียนมิได้เอื้อนเอ่ยมากไปกว่านี้ เปล่าประโยชน์ที่จะยกยอกันไปมา มันเพียงเปลี่ยนประเด็นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย วันนี้คือวันที่ห้านับตั้งแต่เข้าสู่มิติรวมนภา ตามที่นิกายหมื่นดาราบันทึกไว้ตั้งแต่อดีตอัจฉริยะทั้งหมดที่เข้าร่วมประลองไม่เคยสามารถอยู่ได้ถึงวันที่หก เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าจะยืนหยัดได้ถึงเวลาใดในวันนี้เท่านั้น

                โอ้ ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วประหลาดใจ แม้ว่าสัตว์ปีศาจระดับสูงจะมีมากมายในมิติรวมนภา แต่หากผู้คนจงใจหลบเลี่ยงเอาชีวิตรอด เขาเชื่อว่ายังสามารถอยู่ต่อได้อีกหลายวัน เหตุใดประวัติศาสตร์ของนิกายหมื่นดาราจึงบันทึกไว้ว่าไม่เคยมีผู้ใดอยู่ถึงวันที่หกกัน

                เจ้าคงจะสงสัย อันที่จริงข้าเองก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ศิษย์พี่ของข้าในรุ่นก่อนๆมีหลายคนที่ก้าวถึงระดับชั้นสูงสุดของขั้นเที่ยงแท้เช่นเดียวกับข้า ทว่าพวกเขาก็ยังไม่อาจอยู่รอดเกินวันนี้ ตามบันทึกที่ข้าได้รับมา วันที่ห้าจะเป็นวันที่สัตว์ปีศาจระดับสามปรากฏตัวขึ้น หากมีเพียงตัวเดียวข้าย่อมรับมือได้ แต่ในบันทึกกล่าวว่า พวกมันปรากฏตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและมากมายมหาศาลยิ่ง

                ลมหายใจของหลินหลันเทียนยังคงสงบนิ่ง การสังหารสัตว์ปีศาจระดับสามหนึ่งตัวย่อมไม่อาจกระทำได้โดยรวบรัด เมื่อเผชิญหน้ากับพวกมันตัวหนึ่ง ต่อให้เป็นฝ่ายได้เปรียบเมื่อผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งสัตว์ปีศาจระดับสามจะปรากฏตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเวลานั้นมาถึงก็ยากที่จะได้รับชัยชนะแล้ว

                ซ่งไป่หลางตกตะลึงไปเล็กน้อย สัตว์ปีศาจระดับสามนั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง ทรงพลังกว่าปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดอย่างน้อยสามเท่าตัว ต่อให้ทุ่มเทเต็มกำลังอย่างมากก็คงสังหารสัตว์ปีศาจระดับสามขั้นต้นได้ตัวหนึ่งเท่านั้น หากเรื่องราวเป็นไปตามที่หลินหลันเทียนบอกก็ยากที่จะเก็บเกี่ยวคะแนนมากกว่านี้ และวันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของตนในมิติรวมนภาแน่นอน

                ท่านบอกเรื่องพวกนี้กับข้าทำไม ซ่งไป่หลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย เรื่องราวพวกนี้หลินหลันเทียนสมควรเก็บเป็นความลับเพื่อความได้เปรียบของตน

                เพราะข้าต้องการใช้ประโยชน์จากเจ้า หลินหลันเทียนตอบโดยไม่คิดมาก ความยากของวันที่ห้าก็คือจำนวนของสัตว์ปีศาจระดับสามที่มีอยู่มาก ตามบันทึกของนิกายข้ายากนักที่จะมีคนอยู่จนถึงช่วงเวลานี้ ที่ผ่านมามีเพียงศิษย์พี่รุ่นก่อนไม่กี่คนมีวาสนาสามารถจัดการสัตว์ปีศาจระดับสามได้ และหากข้าต้องการวาสนาเช่นนั้น หากมีคนช่วยแบ่งเบาดึงดูดสัตว์ปีศาจส่วนหนึ่งไปย่อมดีสำหรับข้า

                หลินหลันเทียนเอ่ยอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมายิ่ง ซ่งไป่หลางไม่โกรธที่อีกฝ่ายกล่าวเช่นนี้ในทางตรงกันข้ามกลับยังรู้สึกชื่นชมเสียมากกว่า หลินหลันเทียนผู้นี้ช่างเปิดเผยยิ่งนัก

                หลินหลันเทียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า หวังว่าเจ้าจะยังสามารถรักษาตัวอยู่ได้จนถึงช่วงเวลานั้น ตอนนี้ข้าจะไปละ ยังคงต้องหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการรับมือสัตว์ปีศาจเหล่านั้น

                ซ่งไป่หลางพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ดูเหมือนหลินหลันเทียนจะไม่สนใจฉกชิงคะแนนของตนแม้แต่น้อย ในความเป็นจริงหลินหลันเทียนย่อมสามารถจัดการสัตว์ปีศาจระดับที่ตนจัดการได้อย่างง่ายดาย ด้วยสถานะของเขาจึงไม่จำเป็นที่เขาจะต้องแย่งชิงคะแนนจากผู้ใด

                หลังจากหลินหลันเทียนจากไปซ่งไป่หลางจึงเริ่มสนทนากับวิญญาณของเซี่ยชิง

                อาจารย์ ท่านคิดว่าข้าจะสามารถเอาชนะคนผู้นี้ได้หรือไม่

                เซี่ยชิงไม่เสียเวลาครุ่นคิดแม้แต่น้อย สำหรับเจ้าหนูผู้ใช้ไฟนั่นด้วยพลังของเจ้าตอนนี้เต็มที่ก็คือต่อสู้ได้อย่างสูสี ทว่าสำหรับเจ้าหนุ่มคนนี้หากต้องการเอาชนะ มีเพียงแต่ต้องพัฒนาตัวเจ้าเองให้ถึงระดับเที่ยงแท้อย่างน้อยก็ขั้นสาม

                “!!?” ซ่งไป่หลางถึงกับตื่นตะลึงในการวิเคราะห์ของเซี่ยชิง ที่ผ่านมาเขามีพลังเพียงระดับสิบก่อกำเนิดแต่กลับสามารถเอาชนะผู้มีพลังเที่ยงแท้ระดับสามโดยง่าย ทั้งยังสามารถต่อสู้กับระดับสี่ได้ ทว่าหลินหลันเทียนที่มีพลังเที่ยงแท้ขั้นห้ากลับยังห่างชั้นจากตนเพียงนั้น

                หากเป็นผู้มีพลังระดับเที่ยงแท้ขั้นห้าทั่วไปข้าย่อมไม่เอ่ยเช่นนี้ อันที่จริงคนผู้นี้นับว่าคล้ายคลึงกับเจ้าระดับหนึ่ง การฝึกบ่มเพาะพลังลมปราณมีระดับความลึกซึ้งและหนาแน่นเหนือกว่าคนทั่วไปมาก สามารถเอาชนะคนที่ระดับเหนือกว่าตนอย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในแง่ของการควบคุมพลังธาตุ มันเชี่ยวชาญถึงสี่ธาตุ หนึ่งในนั้นคือธาตุวายุและความชำนาญของมันยังเหนือกว่าความสามารถควบคุมอัคคีของเจ้าหนูผู้ใช้ไฟเสียอีก

                เห็นได้ชัดว่านามของอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นสิบนภาย่อมคู่ควรกับมัน อย่างไรก็ตามนี่เพียงเพราะเจ้ายังพลังต่ำเตี้ยเกินไป หากเจ้าอยู่ในขั้นเที่ยงแท้ระดับสามย่อมเอาชนะมันได้เช่นกัน

                ซ่งไป่หลางถึงกับรู้สึกสั่นสะท้าน หลินหลันเทียนคนนี้ยังอยู่เหนือความคาดการของมันไปอีกขั้น

                อย่างไรก็ตาม เจ้าไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลที่หนึ่ง ผลวิญญาณสีเหลืองมิมีประโยชน์ต่อเจ้า ส่วนแก่นวิญญาณสัตว์ปีศาจระดับสาม เฮอะ กระทั่งเจ้าหนุ่มผู้นั้นยังสามารถหามาเองโดยง่าย เจ้าเองขอเพียงเพิ่มระดับสู่ขั้นเที่ยงแท้ก็ย่อมทำได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ได้อันดับหนึ่งแต่ขอเพียงเจ้าได้อันดับสอง ด้วยพลังขั้นสิบก่อกำเนิดกลับเป็นรองเพียงคนผู้เดียว เท่านี้ก็มากพอสำหรับการสร้างชื่อแล้ว

                ขณะเดียวกันที่ภายนอกมิติรวมนภา ผู้อาวุโสลู่เทียนแห่งนิกายหมื่นดาราเผยสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นการสนทนาของซ่งไป่หลางและหลินหลันเทียน มิคาดว่าหลันเทียนประเมินเด็กจากนิกายบัวสวรรค์ไว้สูงส่งเพียงนี้ อันที่จริงดูคล้ายมันประเมินเด็กหนุ่มผู้นั้นสูงกว่าหลี่เอ๋อเสียอีก

                หลิวหลี่คืออันดับสองของนิกายหมื่นดารา ระดับพลังเป็นรองหลินหลันเทียนเพียงเล็กน้อย หลังจากที่หลินหลันเทียนพ้นช่วงวัยไปนางก็จะกลายเป็นอันดับหนึ่งรุ่นถัดไปเช่นกัน ต่อให้เผชิญหน้ากับจ้าวฮุยที่เป็นอันดับหนึ่งของนิกายขุนเขาอัคคีก็ยังมั่นใจมากกว่าหกส่วนว่านางจะเป็นฝ่ายเหนือกว่า และเพราะความมั่นใจนี้ตระกูลหลิวถึงกับยอมลงทุนกับของรางวัลของอันดับสองอย่างมากมาย เนื่องจากเชื่อว่าหลิวหลี่จะได้รับมันไปนั่นเอง

                พลังของเจ้าหนูซ่งไป่หลางผู้นั้นนับว่าน่าตกตะลึงนัก ด้วยระดับขั้นสิบก่อกำเนิดกลับสู้ได้แม้กระทั่งขั้นสี่เที่ยงแท้ อีกทั้งยามนี้ยังถึงกับฝืนใช้พลังธาตุอออกมาได้ หากให้เวลาอีกสักหนึ่งปีย่อมต้องบรรลุไปถึงขั้นเดียวกับหลินหลันเทียนเป็นแน่

                ตอนนี้นอกจากหลินหลันเทียนหลายๆคนที่เหลือเองก็ต่างเริ่มเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ส่วนมากมุ่งหน้าไปยังพื้นที่รอบนอกของมิติรวมนภาเพื่อยืดเวลาของตนเองให้มากที่สุด สัตว์ปีศาจระดับสามอย่างไรก็อาศัยที่เขตด้านในเป็นส่วนใหญ่กว่าพวกมันจะออกอาละวาดไปทั่วมิติพวกมันยังพอมีเวลาเก็บเกี่ยวสัตว์ปีศาจระดับต่ำลงมาได้บ้าง

                นอกจากหลินหลันเทียนและซ่งไป่หลางแล้ว ผู้ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ขอบเขตชั้นในมีเพียงอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแต่ละนิกายไม่กี่คนเท่านั้น

                ซ่งไป่หลางยังคงสนทนากับเซี่ยหยางในจิตใจของตน ตอนนี้เจ้ามีอยู่สองทางเลือก ทางที่หนึ่งคืออาศัยอยู่ที่ขอบเขตน้ำตกสวรรค์ พลังธาตุวารีที่นี่หนาแน่นเป็นอย่างยิ่ง ย่อมช่วยหนุนเสริมการใช้พลังธาตุวารีของเจ้าเอง การต่อสู้เอาชีวิตรอดย่อมง่ายขึ้นหลายส่วน

                เด็กหนุ่มพยักหน้าคล้อยตาม แล้วทางที่สองละ ท่านอาจารย์?”

                “ทางที่สองคือมุ่งหน้าไปยังเขตพื้นที่ที่อุดมด้วยธาตุอัคคี ที่เช่นนั้นย่อมเต็มไปด้วยสัตว์ปีศาจธาตุไฟ แม้พลังของเจ้าจะถูกลดทอนพลังลงแต่อย่างไรก็เป็นธาตุที่กดข่มกัน เจ้าย่อมได้เปรียบเหนือสัตว์ปีศาจธาตุไฟมากกว่า

                เซี่ยหยางเอ่ยต่อ ทางแรกเจ้าสามารถต่อสู้ได้โดยสะดวก แต่สัตว์ปีศาจที่จะมายังพื้นที่น้ำตกสวรรค์แน่นอนย่อมไม่ใช้สัตว์ปีศาจที่แพ้ทางธาตุวารี เจ้าอาจอยู่ได้นานขึ้นแต่ยากที่จะเก็บเกี่ยวสิ่งใดเพิ่ม ทางที่สองเจ้าอาจอยู่ได้ไม่ยาวนานนัก แต่ยังมีความหวังหลายส่วนที่จะกำจัดสัตว์ปีศาจได้ก่อนต้องหลบหนีจากไป

                ซ่งไป่หลางตัดสินใจรวดเร็วยิ่ง เช่นนั้นย่อมต้องเลือกอาณาเขตธาตุไฟ รอดอยู่ยืนยาวย่อมไม่มีประโยชน์ไปกว่าสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้บางส่วน

                ไม่เพียงซ่งไป่หลางที่ตัดสินใจเช่นนั้น ในบรรดาอัจฉริยะของแต่ละนิกายที่ยังเหลืออยู่ย่อมเคยได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการประลองจากบันทึกของแต่ละนิกายเอง ดังนั้นก่อนที่ซ่งไป่หลางจะเคลื่อนไหวคนเหล่านี้ส่วนมากต่างก็มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่เป็นธาตุขั้วตรงข้ามกับตนเองก่อนแล้ว

                ด้วยประสาทสัมมัสของซ่งไป่หลางการจะมองหาพื้นที่ธาตุไฟเข้มข้นในดินแดนมิติรวมนภานั้นนับว่ายากเย็นยิ่ง ทว่าเมื่อได้รับความช่วยเหลือของเซี่ยหยางเด็กหนุ่มจึงสามารถมุ่งหน้าไปยังเขตภูเขาไฟได้อย่างไร้ปัญหา

                เมื่อเข้าสู่ระยะของอาณาเขตภูเขาไฟไอความร้อนอันรุนแรงกระตุ้นให้ซ่งไป่หลางรู้สึกตื่นตัวขึ้น อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นธาตุขั้วตรงข้ามกับตนเองซ่งไป่หลางกลับไม่รู้สึกถึงความทรมานแผดเผาของความร้อน กลับกันยังรู้สึกสดชื่นและคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

                ความรู้สึกนี้ทำให้ซ่งไป่หลางประหลาดใจยิ่ง ทว่าเซี่ยหยางกลับไม่รู้สึกว่าแปลก ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์นั้นมิใช่วารีธรรมดา เปลวไฟและความร้อนทั่วไปย่อมไม่อาจสร้างปัญหา ยังมีธาตุอัคคีดั้งเดิมในกายของซ่งไป่หลางเอง ก่อนที่จะทำการหลอมรวมกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์เด็กหนุ่มเองก็มีพรสวรรค์ของธาตุอัคคีดั้งเดิมอยู่ก่อนแล้ว

                เขตพื้นที่นี้มีพลังธาตุอัคคีค่อนข้างเข้มข้น สัตว์ปีศาจระดับต่ำไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ดังนั้นย่อมต้องเป็นสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงขึ้นไป และด้วยช่วงเวลาที่ผ่านมาสัตว์ปีศาจที่หลงเหลือในพื้นที่นี้ย่อมต้องเป็นสัตว์ปีศาจระดับสามขึ้นไป ห่างไปด้านหน้าเจ้าประมาณหนึ่งพันก้าวมีสัตว์ปีศาจระดับสามขั้นต้นตัวหนึ่ง ด้วยความสามารถของเจ้าขอเพียงทุ่มเทสุดกำลังย่อมสามารถสังหารมันได้

                แม้ซ่งไป่หลางจะได้รับผลกระทบของจิตวิญญาณพิษปฐพีอยู่แต่ผลของมันไม่นับว่าร้ายแรงนักเพียงแต่ทำให้ขยับตัวยากลำบากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

                อย่างไรก็ตามแม้เซี่ยหยางจะเอ่ยอย่างสบายๆแต่ซ่งไป่หลางกลับไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย อย่างไรเสียสัตว์ปีศาจระดับสามก็น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

                เมื่อเด็กหนุ่มก้าวเข้าไปยังอาณาเขตห้าร้อยก้าวประสาทสัมผัสของซ่งไป่หลางพลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเข้มข้นของสัตว์ปีศาจ เพียงสัมผัสผิวเผินก็บอกได้ว่าพลังของมันแข็งแกร่งกว่าสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดโดยสิ้นเชิง

                อสรพิษเพลิงสีชาด ซ่งไป่หลางพลันตระหนักได้ว่าที่แท้มันก็คืออสรพิษเพลิงสีชาด สัตว์ปีศาจประเภทเดียวกับที่ตนเคยพบเจอในพื้นที่ต้องห้ามของนิกายบัวสวรรค์

                เมื่อมันวิวัฒนาการสู่ระดับสามแล้วขนาดตัวของมันนับว่าใหญ่กว่าตัวที่ซ่งไป่หลางเคยพบถึงห้าเท่าเป็นอย่างน้อย ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือพิษกรดเพลิงของมันถึงกับสามารถหลอมละลายหินภูเขาไฟ หากสัมผัสถูกร่างกายย่อมสลายไปไม่เหลือเช่นกัน

                ขณะที่ซ่งไป่หลางสัมผัสถึงมันมันเองก็รู้สึกถึงการบุกรุกของเด็กหนุ่มเช่นกัน อสรพิษเพลิงสีชาดระดับสามเคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่งพริบตาก็ใช้ร่างกายอันใหญ่โตเลื้อยเข้าหาซ่งไป่หลางทำให้ระยะห่างหดสั้นลงแหลือเพียงไม่ถึงร้อยก้าว

                ซ่งไป่หลางสูดหายใจบงการพลังธาตุวารีรวดเร็วยิ่ง พลังฝ่ามือซัดออกเบื้องหน้าฉายภาพของดอกบัววารีกดทับลงบนร่างของอสรพิษเพลิงสีชาด

                ฟ่อ!! อสรพิษเพลิงสีชาดสะบัดหางเพียงคราเดียวภาพดอกบัววารีพลันแตกสลาย ทว่าแรงปะทะก็ทำให้หางของมันถูกดีดกระเด็นจนทำให้การเคลื่อนไหวหยุดชะงัก ซ่งไป่หลางเปลี่ยนสีหน้าในฉับพลันนี่เป็นครั้งแรกที่กระบวนท่าฝ่ามือบัวสวรรค์ของตนถูกทำลายโดยง่าย

                ท่าเท้าแปดบัวดารา

                ร่างของเด็กหนุ่มพลันเคลื่อนไหวลี้ลับถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นยังซัดฝ่ามือใส่อสรพิษเพลิงสีชาดอีกสองฝ่ามือ ทั้งสองล้วนแปรเปลี่ยนลักษณ์เป็นดอกบัววารีมุ่งโจมตีใส่สัตว์ปีศาจอย่างเต็มกำลัง

                สติปัญญาของสัตว์ปีศาจระดับสามย่อมไม่ย่ำแย่ เมื่อมันรับรู้ถึงพลังของฝ่ามือบัวสวรรค์จึงไม่ฝืนใช้กำลังปะทะหักหาญ ร่างกายใหญ่โตของมันบิดเลื้อยอย่างพิศดารหลบเลี่ยงภาพประทับของดอกบัววารีอย่างรวดเร็ว

                ทว่าทันทีที่มันเลือกหลบใบหน้าของซ่งไป่หลางพลันปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ

                ครืน!! ดอกบัววารีหมุนคว้างกลางอากาศสร้างแรงดึงดูดและแรงบดขยี้อันน่าหวาดหวั่น ร่างของอสรพิษเพลิงสีชาดถูกแรงดึงดูดนี้ฉุดลากเล็กน้อย เมื่อสัมผัสเข้ากับกลีบของดอกบัวเกล็ดบนร่างของมันพลันแตกกระจายโลหิตหลั่งไหล

                อสรพิษเพลิงสีชาดพลันรู้สึกแตกตื่นรีบสะบัดหางของมันแทงทะลวงทำลายดอกบัววารีทิ้ง พร้อมกันนั้นยังอ้าปากออกพ่นพิษกรดเพลิงเข้าใส่ซ่งไป่หลางดุจลูกศรปลิดวิญญาณ

                ม่านบัวสวรรค์

                เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มปรากฏม่านบัววารีธาตุปกป้องเอาไว้ถึงสามชั้น พิษกรดเพลิงหลอมละลายชั้นแรกอย่างรวดเร็วแต่ก็สลายไปมากกว่าครึ่ง เมื่อม่านชั้นที่สองสลายไปไอพิษก็พลันระเหยหมดสิ้นไม่เหลือพลังมากพอทำลายม่านพลังชั้นที่สาม

                ความเร็วและความแม่นยำในการควบคุมม่านพลังของซ่งไป่หลางแทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่อสรพิษเพลิงสีชาดเองก็มิใช่ชักช้าเช่นกัน มันอาศัยจังหวะเวลาอันแสนสั้นที่ซ่งไป่หลางป้องกันพิษของมันเลื้อยเข้าประชิดเด็กหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง

                กายาบัวพิสุทธิ์

                ซ่งไป่หลางหลอมรวมพลังวารีปกคลุมร่างกาย หลบเลี่ยงเขี้ยวอันใหญ่โตของอสรพิษเพลิงสีชาดแล้วใช้มือเปล่าทะลวงไปที่ใบหน้าของมันอย่างรุนแรง

                ฉูด!! โลหิตทะลักออกมากจากจุดที่ซ่งไป่หลางซัดเข้าใส่ ขณะเดียวกันพิษกรดเพลิงบางส่วนหยดลงบนร่างของเด็กหนุ่ม แม้จะมีพลังจากวิชากายาบัวพิสุทธิ์ช่วยปกป้องแต่ผิวหนังส่วนที่ได้รับพิษก็ยังแปรเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดแพร่กระจายไปทั่วร่างของซ่งไป่หลาง

                ดูเหมือนเจ้าจะยังลงมือไม่เร็วพอ เซี่ยหยางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย ฉับพลันนั้นซ่งไป่หลางสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ประสาทสัมผัสของเด็กหนุ่มกระตุ้นเตือนถึงการปรากฏตัวของสัตว์ปีศาจอีกตนหนึ่งที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าอสสรพิษเพลิงสีชาดแม้แต่น้อย

                ที่แท้การลงมือต่อสู้ของซ่งไป่หลางและอสรพิษเพลิงสีชาดได้ดึงดูดความสนใจจากสัตว์ปีศาจระดับสามตัวอื่นเข้าเสียแล้ว

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 531 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #114 yukai (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 09:07

    ขอบคุณ
    #114
    0