God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 24 อสูรวารีเฝ้าสมบัติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 424 ครั้ง
    24 ต.ค. 62

                รัศมีกระบี่อันแหลมคมทอปกคลุมทั่วทิศทาง ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วมองหาเส้นทางหลบทว่าเคล็ดกระบี่นี้ของเยว่จิงยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไร้ซึ่งหนทางหลบหนีโดยสิ้นเชิง

เช่นนี้ก็มีแต่ต้องต้านรับโดยตรงแล้ว ซ่งไป่หลางถอนหายใจ

เยี่ยมมาก การโจมตีของเซียนกระบี่น้อยไร้ซึ่งช่องโหว่ ต่อให้ซ่งไป่หลางมีวิชาป้องกันแต่ไหนเลยจะป้องกันรัศมีกระบี่จากทุกทิศทางได้ อย่างน้อยเขาต้องได้รับบาดเจ็บไม่น้อยแน่ ดวงตาของรองเจ้านิกายหุบเขามืดเปล่งแสงมุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวชั่วร้าย มันหวังให้ซ่งไป่หลางพลาดท่าบาดเจ็บจากการต่อสู้จนไม่อาจเก็บสะสมคะแนนได้อีก

ได้ยินคำพูดของรองเจ้านิกายหุบเขามืดทั้งผู้อาวุโสจางและรองเจ้านิกายบัวสวรรค์ต่างหันมาสบตากัน แม้ว่าจะรู้สึกเป็นห่วงซ่งไป่หลางไม่น้อยทว่ามากกว่าความกังวลกลับเป็นความรู้สึกคาดหวังรอคอย ตั้งแต่ได้รู้จักเด็กหนุ่มผู้นี้ซ่งไป่หลางได้แสดงความมหัศจรรย์สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาต่อหน้าพวกเขานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นครานี้ก็เช่นกัน พวกเขาต่างเฝ้ารอการลงมือของซ่งไป่หลางที่จะทำให้รอดจากการโจมตีของเยว่จิงได้

เปรี้ยง!! เสียงปะทะหนักๆดังขึ้นทำให้สีหน้าของเยว่จิงแปรเปลี่ยนไปในฉับพลัน นางคิดว่าซ่งไป่หลางจะพยายามฝืนป้องกันด้วยวิชาม่านบัวสวรรค์ และเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บเพราะไม่อาจป้องกันได้ทั้งหมด ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นการปะทะระหว่างกายเนื้อกับรัศมีกระบี่ ร่างกายของซ่งไป่หลางราวกับหล่อหลอมขึ้นมาจากโลหะวิเศษ กระทั่งรัศมีกระบี่ของเยว่จิงที่สามารถตัดภูเขาผ่าศิลาก็ยังไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับเด็กหนุ่มได้

แหลมคมจริงๆ มีเพียงซ่งไป่หลางที่ตระหนักได้ถึงความแหลมคมของรัศมีกระบี่นี้ การป้องกันของเขาไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายดั่งตาเห็น หากไม่ใช่เพราะทุ่มเทใช้พลังลมปราณไปกับเคล็ดวิชากายาบัวพิสุทธิ์ อย่าว่าแต่ต้านรับรัศมีกระบี่เหล่านี้เลย เพียงแค่คลื่นปะทะเล็กๆจากกระบี่ของเยว่จิงก็สามารถตัดร่างของเขาจนขาดได้แล้ว

มองเห็นร่างของซ่งไป่หลางที่ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาว ดวงตาของผู้อาวุโสจางก็เบิกกว้างอุทานออกมาด้วยความเหลือเชื่อ เป็นเคล็ดวิชากายาบัวพิสุทธิ์ อย่างไรก็ตามมีเพียงฝึกจนถึงขั้นสูงสุดของวิชานี้เท่านั้นจึงจะสามารถปลดปล่อยเกราะกายาพิสุทธิ์ออกมาได้ ไป่หลางกลับสามารถฝึกฝนมันได้รวดเร็วเพียงนี้

ถัดจากฝ่ามือบัวสวรรค์ก็เป็นวิชากายาบัวพิสุทธิ์ วิชาเหล่านี้เดิมทีไม่ได้มีระดับสูงจนน่าตกใจ ทว่าเมื่อฝึกจนถึงขั้นสูงสุดแต่ละวิชาล้วนมีพลังทำลายล้างไม่ด้อยไปกว่าวิชาระดับสูงกว่ามัน ควรทราบว่าอัจฉริยะผู้หนึ่งต้องทุ่มเทฝึกฝนหลายปีเพื่อให้บรรลุวิชาก้าวหน้าไปในแต่ละขั้น ทว่าซ่งไป่หลางได้ทลายทุกกฏเกณฑ์และฝึกฝนจนวิชาของเขาทะยานไปจนแตะถึงระดับที่เป็นตำนาน

มีเพียงซ่งไป่หลางที่รู้ว่าผู้อาวุโสจางคิดผิด วิชากายาบัวพิสุทธิ์ของเขาเพิ่งฝึกสำเร็จเพียงขั้นแรก ทว่าสาเหตุที่สามารถปลดปล่อยเกราะกายาพิสุทธิ์ออกมาได้ก็เพราะเขาได้พัฒนามันจนกลายเป็นวิชาระดับสวรรค์ได้สำเร็จ!!

ต่อให้เป็นวิชาระดับสูงที่ฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดมันก็เทียบไม่ได้แม้แต่กับขั้นแรกของวิชาระดับสวรรค์ ด้วยความรู้ที่ซ่งไป่หลางได้รับจากซากวิหารบัวสวรรค์รวมกับการชี้แนะของเซี่ยหยาง ยิ่งผสานกับศักยภาพของตัวซ่งไป่หลางเอง วิชากายาบัวพิสุทธิ์ได้กลับคืนสู่ระดับที่แท้จริงของมันในที่สุด

ป้องกันได้สำเร็จจริงๆ เยว่จิงรู้สึกไม่อยากเชื่อในภาพที่ปรากฏตรงหน้า เดิมทีสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของเคล็ดวิชากระบี่ของนางก็คือพลังโจมตี อย่าว่าแต่ผู้ที่มีระดับต่ำกว่า ต่อให้เป็นผู้มีพลังระดับขั้นสี่เที่ยงแท้หากเผชิญหน้ากับพลังโจมตีของนางก็ยากที่จะป้องกันได้โดยไม่บาดเจ็บ และนางที่รู้ถึงศักยภาพของตัวเองจึงมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์การโจมตีที่ไม่สามารถหลบหลีกได้ ด้วยเหตุนี้นางเชื่อมั่นว่าแม้แต่ผู้ที่มีพลังระดับสี่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง อย่างไรก็ตามมีคนที่มีพลังเพียงระดับสิบก่อกำเนิดสามารถป้องกันกระบี่ของนางได้โดยไม่บาดเจ็บจริงๆ

สหายซ่ง เดิมทีข้าแค่รู้สึกสนใจในตัวเจ้า แต่ตอนนี้ข้ากลับรู้สึกนับถือและหวาดหวั่น เยว่จิงแอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ซ่งไป่หลางยิ้ม ข้าเองก็นับถือเจ้าเช่นกัน ไม่เกี่ยวกับระดับของพลังแม้แต่เจตจำนงกระบี่ของเจ้าก็พัฒนาไปไกลกว่าคนรุ่นเดียวกันหลายเท่า ฉายาเซียนกระบี่น้อยนั้นไม่ใช่ได้มาโดยข่าวลืออย่างแท้จริง

เยว่จิงถอนหายใจ ข้าเองเชื่อมั่นในเจตจำนงกระบี่ของตนเองมาโดยตลอด ทว่าวันนี้เมื่อพบกับเจ้าก็ทำให้ความเชื่อมั่นของข้าสั่นคลอนไม่น้อย อย่างไรก็ตามข้ายังมีความมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะได้

ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกัน ซ่งไป่หลางหัวเราะ มาเถอะ มาสู้กันต่อ

ใบหน้าของทั้งสองคนประดับด้วยรอยยิ้ม การได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่คู่ควรเป็นความรู้สึกที่กระตุ้นจิตวิญญาณของทั้งคู่เป็นอย่างมาก ทว่าก่อนที่ทั้งสองจะได้ปะทะกันอีกครั้งประสาทสัมผัสของซ่งไป่หลางและเยว่จิงก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามา

นี่ เยว่จิงอุทาน

ในที่สุดมันก็ปรากฏออกมา ในจิตวิญญาณของซ่งไป่หลาง เซี่ยหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงด้วยความพึงพอใจ ไม่น้อยไปกว่าที่คาดหวังเอาไว้ สมบัติธาตุวารีชิ้นนี้ถึงขั้นก่อให้เกิดอสูรวารีจากจิตวิญญาณธรรมชาติ

แม่น้ำที่กว้างกว่าสิบจั้งบัดนี้ปรากฏคลื่นวารีซัดกระเพื่อมขึ้นลง พริบตาก็บังเกิดเป็นคลื่นซัดโถมเข้าหาซ่งไป่หลางและเยว่จิง หมายจะกวาดมนุษย์ทั้งสองให้ถูกกลืนกินลงไปในแม่น้ำพร้อมๆกัน

สัตว์ปีศาจรูปแบบจิตวิญญาณน้ำ เยว่จิงสีหน้าเคร่งเครียด ในบรรดาสัตว์ปีศาจทั้งหมด รูปแบบจิตวิญญาณธาตุเป็นแบบที่หายากที่สุด ขณะเดียวกันก็รับมือยากที่สุดด้วย

สัตว์ปีศาจตนนี้อยู่ในระดับสองขั้นสูงสุด และไม่ห่างจากระดับสามมากแล้ว ซ่งไป่หลางสูดหายใจ

อสูรวารีนั้นไม่มีรูปร่างแท้จริง วิธีเดียวที่จะจัดการกับมันก็คือการทำลายแก่นวิญญาณ ทว่าการจะทำลายแก่นวิญญาณของมันก็นับว่ายากอย่างยิ่ง ควรทราบว่าเมื่อมันไม่มีรูปร่าง หมายความว่ามันสามารถเคลื่อนย้ายแก่นวิญญาณไปยังทุกจุดของแม่น้ำได้ อย่างไรก็ตามพลังการควบคุมของมันจะไม่อยู่ห่างจากแก่นวิญญาณมากเกินไป หมายความว่าเมื่อมันต้องการโจมตี แก่นวิญญาณของมันก็จะอยู่ไม่ไกลจากคู่ต่อสู้มากนัก

คลื่นน้ำของอสูรวารีซัดเข้าหาทั้งสองคน ในคลื่นนี้ไม่เพียงเต็มไปด้วยแรงปะทะ ยังแฝงด้วยพลังวิญญาณของสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุด ยากจะรับมืออย่างยิ่ง

เยว่จิงดีดตัวถอยหลังพลางขยับกระบี่ในมือ ริ้วกระบี่พุ่งทะยานปะทะเข้ากับคลื่นน้ำและฉีกมันออกจากกัน อย่างไรก็ตามคลื่นน้ำนั้นไร้รูปร่างและไม่สามารถตัดขาดได้ เยว่จิงขมวดคิ้ววาดกระบี่อีกสามสี่ครั้งส่งพลังทำลายล้างเข้ายับยั้งทำให้คลื่นน้ำช้าลงและไม่สามารถตามนางได้ทัน

ซ่งไป่หลางกลับตรงกันข้าม เด็กหนุ่มยืนอย่างสงบนิ่งมองดูคลื่นน้ำซัดเข้ามาหาตนเอง ดวงตาทอประกายวาวโรจน์ไร้ซึ่งความหวาดกลัว การโจมตีที่เขากังวลน้อยที่สุดในโลกใบนี้ก็คือการโจมตีด้วยธาตุน้ำ

เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

เยว่จิงอุทานด้วยความตกตะลึง นางไม่คิดว่าซ่งไป่หลางจะไม่หลบทั้งยังสวนกลับอย่างบ้าบิ่นเช่นนี้

เบื้องหน้าของซ่งไป่หลางปรากฏรูปลักษณ์ของดอกบัว เมื่อคลื่นน้ำปะทะกับดอกบัวนั้นมันก็แตกกระจายออกไป อย่างไรก็ตามดอกบัวนี้ไม่สามารถต้านทานคลื่นน้ำของสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงได้นานนัก

ภาพของดอกบัวแตกสลายไป และร่างของซ่งไป่หลางก็ถูกกลืนเข้าไปในคลื่นน้ำนั้น

แย่แล้ว ถ้าถูกลากลงไปในแม่น้ำละก็ เขาไม่รอดแน่ เยว่จิงมีสีหน้าเคร่งเครียด นางวิ่งเข้าไปหาคลื่นน้ำและพยายามจะช่วยซ่งไป่หลาง ทว่าเมื่อมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านในนั้น นางก็ได้แต่หยุดนิ่งและเปิดเผยความงงงันบนใบหน้า

ซ่งไป่หลางยืนหยัดอยู่ตรงนั้น ไม่เพียงไม่ได้รับความเสียหายจากพลังธาตุน้ำ เขายังไม่แม้แต่ถูกแรงกระแทกของมันทำให้เสียสมดุลแม้แต่น้อย

วินาทีที่ถูกคลื่นน้ำกลืน ซ่งไป่หลางก็สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของอสูรวารี

เป็นไปไม่ได้ เจ้ามีพลังวิญญาณวารีที่แข็งแกร่งและศักดิ์สิทธิ์ระดับนี้ได้ยังไง เสียงนั้นฟังดูแปลกประหลาดและแฝงด้วยความตะลึงลานหวาดกลัว

ส่งสมบัติวารีที่เจ้าปกป้องมาซะ ภายในคลื่นน้ำ ซ่งไป่หลางไม่สามารถอ้าปากพูดได้ อย่างไรก็ตามสำหรับเซี่ยหยางที่สื่อสารผ่านวิญญาณ เขาสามารถติดต่อกับอสูรวารีได้แน่นอน

รู้สึกถึงคลื่นวิญญาณอันแข็งแกร่งและศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยหยาง อสูรวารีรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก แต่มันก็ไม่เต็มใจที่จะสูญเสียสมบัติธาตุวารีไป เพราะตัวมันสามารถมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะสมบัติชิ้นนี้ หากเสียไปไม่เพียงระดับพลังของมันจะลดลง การพัฒนารวมถึงสติปัญญาของมันก็จะถดถอยลงไปหลายขั้นเช่นกัน

แม้จะต้องสูญเสียระดับพลังแต่เจ้าก็ยังจะรักษาแก่นวิญญาณและชีวิตไว้ได้ อย่างไรก็ตามในเมื่อเจ้าเลือกที่จะปฏิเสธ พวกเราก็ไม่มีทางเลือก เซี่ยหยางถอนหายใจ เขาย่อมรับรู้ความรู้สึกไม่ยินยอมของฝ่ายตรงข้าม

ซ่งไป่หลางพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำพูดของเซี่ยหยาง ดวงตาเฉียบคมกวาดมองไปยังจุดสีขาวที่อยู่ลึกลงไปในแม่น้ำ นั่นก็คือแก่นวิญญาณของอสูรวารี แม้มันจะค่อนข้างเล็กแต่ด้วยประสาทสัมผัสอันยอดเยี่ยม เขามองเห็นมันได้ในทันที

เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

ซ่งไป่หลางซัดฝ่ามือไปที่แม่น้ำ เขาสัมผัสได้ถึงความตระหนกและร้อนรนของอสูรวารี ก่อนที่ดอกบัวจะซัดเข้าใส่จุดสีขาวนั้น แก่นวิญญาณของอสูรวารีก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วยิ่งและหลบหนีไปทางต้นแม่น้ำ

คิดหนี!?” ซ่งไป่หลางคำราม เมื่ออสูรวารีหนีไปคลื่นน้ำก็สลายไปด้วยเช่นกัน เขารีบทะยานร่างเรียบไปกับผืนน้ำดวงตาจ้องมองแก่นวิญญาณอย่างไม่ละสายตา

เขาไม่เพียงไม่ได้รับอันตราย กลับยังสามารถทำให้สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดหลบหนีไปได้ เยว่จิงรู้สึกเหลือเชื่อมากยิ่งขึ้น

ควรทราบว่าสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดนั้นมีเพียงผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ห้าเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์รับมือได้ และหากเป็นระดับเที่ยงแท้ขั้นสี่คนๆนั้นก็ต้องเป็นอัจฉริยะระดับเดียวกับอสูรเพลิงจ้าวฮุยหรือว่าหลิวหลี่แห่งนิกายหมื่นดาราเท่านั้น

แม้แต่เยว่จิง สำหรับนางสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลางนั้นเป็นสิ่งที่นางจัดการได้ และต่อให้เป็นขั้นสูงส่วนใหญ่นางก็ไม่รู้สึกหวาดกลัว เพียงแต่ยากที่จะจัดการพวกมันเช่นกัน ทว่าระดับสองขั้นสูงสุด ทั้งยังเป็นรูปแบบจิตวิญญาณธรรมชาติ การต่อสู้กับมันในพื้นที่แม่น้ำแบบนี้เท่ากับฆ่าตัวตาย เยว่จิงเชื่อว่าต่อให้เป็นหลินหลันเทียนที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของการประลองครั้งนี้เขาก็คงเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันเป็นแน่

ดวงตาเยว่จิงทอประกาย ซ่งไป่หลางผู้นี้ เขาจะต้องทำให้อัจฉริยะทั้งหมดในการประลองรู้สึกประหลาดใจอย่างแน่นอน

ขณะที่กำลังลังเลว่าจะติดตามซ่งไป่หลางไปดีหรือไม่ สัญชาตญาณบางอย่างกระตุ้นให้เยว่จิงรู้สึกถึงอันตราย นางรีบทะยานร่างหลบเข้าไปยังพุ่มไม้ใกล้ๆ ด้วยพลังวิญญาณที่หลงเหลืออยู่จากการโจมตีของสัตว์ปีศาจขั้นสาม กลิ่นอายของนางถูกปกปิดเอาไว้อย่างสมบูรณ์

เป็นกลิ่นอายของสัตว์ปีศาจที่ทรงพลังนัก ไม่แน่ว่าเจ้าเด็กจากนิกายบัวสวรรค์นั่นอาจตายไปแล้ว หลังจากเยว่จิงซ่อนตัวไม่นาน ร่างหกร่างได้มุ่งหน้ามายังจุดที่นางเคยอยู่

ดวงตาของเยว่จิงหรี่ลง นิกายขุนเขาอัคคี จ้าวฮุย

ผู้นำของกลุ่มนั้นคืออัจฉริยะที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุคของนิกายขุนเขาอัคคี และในการประลองนี้เขาก็ถูกประเมินว่าเป็นรองเพียงแค่หลินหลันเทียนคนเดียวเท่านั้น

นอกจากเขาแล้วยังมีสมาชิกของนิกายขุนเขาอัคคีอีกสี่คน และอีกหนึ่งคนนั้นเยว่จิงจำได้ว่านางมาจากนิกายหุบเขามืด ใบหน้าของนางมืดมนอย่างยิ่งในเวลานี้

หยูเสี่ย ตามข้อตกลงของเราข้ายินดีที่จะจัดการกับเจ้าเด็กจากนิกายบัวสวรรค์ให้แก่เจ้า อย่างไรก็ตามมันคงไม่รอดหลังถูกโจมตีโดยสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่ง ดังนั้นข้าไม่อาจทำสิ่งใดได้อีก เห็นแก่ที่นิกายหุบเขามืดของพวกเจ้าให้ความเคารพนิกายขุนเขาอัคคีอย่างดีมาเสมอ ข้าจึงจะช่วยให้เจ้าได้คะแนนจากการประลองรอบแรกบ้างเล็กน้อย อันดับของพวกเจ้าจะได้ไม่ต่ำจนเกินไปและมีโอกาสในรอบถัดไป

ได้ยินคำพูดของจ้าวฮุย หญิงสาวจากนิกายหุบเขามืดได้แต่พยักหน้าอย่างท้อแท้ นางอุตส่าห์ได้พบเจอกับพวกจ้าวฮุยโดยบังเอิญ ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างนิกายจากการที่นิกายหุบเขามืดมอบบรรณาการให้กับนิกายขุนเขาอัคคีอยู่เสมอ ดังนั้นนิกายขุนเขาอัคคีจึงถือว่านิกายหุบเขามืดเป็นบริวารของตน จ้าวฮุยจึงให้ความช่วยเหลือนางอย่างไม่ใส่ใจนัก

ด้วยพลังของจ้าวฮุย ต่อให้เขาแบ่งรางวัลจากการล่าให้กับศิษย์คนอื่นๆในนิกายรวมทั้งแบ่งอีกส่วนไปให้นิกายหุบเขามืด เขาก็ยังมีอันดับที่สูงมากๆอยู่ดี

ขอบคุณพี่จ้าว หยูเสี่ยแห่งนิกายหุบเขามืดได้แต่ทำใจยอมรับว่านางไม่อาจแก้แค้นซ่งไป่หลางได้อีกแล้ว

การล่าของจ้าวฮุยนั้นทรงพลังและรวดเร็วอย่างมาก จ้าวฮุยไม่ใส่ใจภัยอันตราย เขาเพียงแค่มองหาจุดที่สัตว์ปีศาจระดับสองอาศัยอยู่จำนวนมากแล้วเข้าไปจัดการกับพวกมันอย่างรวดเร็ว ภายในหนึ่งวันจ้าวฮุยสามารถทำคะแนนได้อย่างมหาศาล หากนับรวมกับคะแนนที่เขามอบให้กับหยูเสี่ย ไม่แน่ว่าคะแนนของเขาอาจไล่ตามหลินหลันเทียนได้สำเร็จ

                หลังจากทั้งหกคนจากไป เย่วจิงพลันสูดลมหายใจอย่างเย็นเยียบ ลำพังจ้าวฮุยคนเดียวก็เป็นศัตรูที่นางรับมือได้ยากลำบากมากแล้ว ศิษย์คนอื่นๆของนิกายขุนเขาอัคคียังนับได้ว่าไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง อย่างไรเสียนิกายขุนเขาอัคคีก็เป็นอันดับสองเป็นรองเพียงแค่นิกายหมื่นดาราเท่านั้น ศิษย์อันดับสองและสามของนิกายขุนเขาอัคคีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าอันดับหนึ่งของนิกายระดับต่ำกว่า

                สู้กับจ้าวฮุยผู้นี้โอกาสชนะของข้ามีไม่ถึงสามส่วน ยิ่งหากมันร่วมมือกับคนอื่นๆโอกาสที่ข้าจะหลบหนีรอดได้ก็น้อยเต็มที ยังดีที่การต่อสู้ของเรากับซ่งไป่หลางถูกขัดขวางโดยสัตว์ปีศาจ ไม่เช่นนั้นพวกเราสองคนคงถูกจ้าวฮุยเล่นงานเป็นแน่

                นิสัยของจ้าวฮุยนั้นเยว่จิงได้ยินมาบ้าง คนผู้นี้มีนิสัยโหดร้ายและไร้ความปราณี ขณะเดียวกันก็มีความนิยมในสาวงามอย่างยิ่ง เหตุผลหนึ่งที่ทำให้จ้าวฮุยช่วยเหลือหยูเสี่ยไม่ใช่แค่เพราะความสัมพันธ์ระหว่างนิกายแต่เป็นเพราะหยูเสี่ยนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่ดีด้วย หากจ้าวฮุยพบนางเข้า ด้วยหน้าตาของเยว่จิงที่งามยิ่งกว่าหยูเสี่ยสามสี่ขั้นจ้าวฮุยย่อมไม่ปล่อยให้นางจากไปโดยเรียบง่ายเป็นแน่

                ไม่รู้ว่าซ่งไป่หลางไปสร้างปัญหาอะไรเอาไว้ หากเขาต้องเผชิญหน้ากับจ้าวฮุยคงจะไม่รอดแน่ เยว่จิงได้แต่ถอนหายใจในความโชคร้ายของอีกฝ่าย หลังจากนั้นนางจึงมุ่งหน้าไปยังเส้นทางอื่นเพื่อเก็บคะแนนของตนเอง

                ด้านซ่งไป่หลางหลังจากไล่ล่าอสูรวารีมาได้ระยะทางหนึ่งก็พบว่าอีกฝ่ายได้หลบหนีมาจนถึงจุดที่เป็นต้นแม่น้ำ ลมหายใจของซ่งไป่หลางขาดช่วงไปเล็กน้อยเมื่อมองเห็นน้ำตกขนาดมหึมาทอดยาวสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้วยความสูงของมันเขามองเห็นเพียงมวลเมฆที่ปกปิดส่วนยอดของน้ำตกเอาไว้ ทำให้ไม่อาจทราบได้เลยว่าน้ำตกนี้แท้จริงแล้วมีความสูงเพียงใด

                แรงปะทะของสายน้ำที่ไหลรินลงมาจากน้ำตกมากพอจะบดขยี้ทุกสิ่ง แม้แต่น้ำตกลมปราณระดับสามก็ยังไม่อาจเทียบได้กับระดับของน้ำตกนี้

                ไม่นึกว่าในมิติระดับนี้จะยังมีน้ำตกวิเศษขั้นรวมวิญญาณอยู่ น้ำเสียงของเซี่ยหยางแฝงด้วยความอัศจรรย์ใจ

                น้ำตกวิเศษขั้นรวมวิญญาณ ซ่งไป่หลางเอ่ยน้ำเสียงติดขัด พลังกดดันที่น้ำตกนี้แผ่ออกมาเหนือล้ำยิ่งกว่าระดับขั้นเที่ยงแท้หรือแม้แต่เหนือมนุษย์ ต่อให้เป็นผู้มีพลังระดับเหนือมนุษย์ขั้นสุดยอดก็ยังไม่อาจยืนหยัดอยู่ภายใต้แรงของมัน

                อาจารย์ หากข้าฝึกฝนภายใต้น้ำตกนี้ พลังของข้าจะพัฒนาขึ้นเหมือนกับน้ำตกลมปราณหรือไม่ ซ่งไป่หลางเอ่ยถามดวงตาเป็นประกาย

                เซี่ยหยางหัวเราะ สำหรับตอนนี้น้ำตกนี้ยังไม่มีประโยชน์สำหรับเจ้า ต่อให้เจ้าใช้เคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์และม่านบัวสวรรค์ด้วยพลังทั้งหมด เจ้าก็คงยืนหยัดได้ไม่เกินสามชั่วลมหายใจ ระยะเวลาเท่านี้ย่อมไม่มีประโยชน์ที่เจ้าจะฝึกฝน หากต้องการใช้ประโยชน์จากมันเจ้าก็ต้องไปให้ถึงระดับเที่ยงแท้และควบคุมพลังธาตุให้ได้เสียก่อน เมื่อถึงตอนนั้นน้ำตกนี้จะกลายเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าสำหรับเจ้า

                สำหรับตอนนี้ อย่าเพิ่งสนใจน้ำตกวิเศษ จงไปนำสมบัติวารีมาซะ มันจะต้องสร้างประโยชน์ให้กับเจ้าในการประลองครั้งนี้ได้แน่

                ซ่งไป่หลางพยักหน้า ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่เชื่อเซี่ยหยาง หลังจากอสูรวารีหลบหนีมาถึงจุดนี้มันก็ไม่สามารถไปที่ไหนได้อีกแล้ว ต่อให้มันเป็นสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงสุดแต่มันก็ไม่อาจเข้าไปภายใต้อำนาจของน้ำตกวิเศษได้  ทำได้เพียงเคลื่อนตัววนเวียนอยู่ใกล้ๆกับจุดนั้น ราวกับเชื่อมั่นว่าซ่งไป่หลางจะไม่สามารถเข้าไปในอาณาเขตของส่วนต้นน้ำได้

                หากเป็นกับมนุษย์ทั่วไปอาณาเขตที่อสูรวารีเข้าไปหลบอยู่ตอนนี้ก็ต้องเป็นผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์จึงจะสามารถเข้าไปใกล้มันได้ ทว่าสำหรับเจ้าแล้วไม่ต้องเอ่ยถึงวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ลำพังพลังจากโลหิตศักดิ์สิทธิ์ก็ทำให้ร่างกายของเจ้าแกร่งพอจะเข้าไปได้แล้ว เซี่ยหยางพูดอย่างสบายๆ

                ซ่งไป่หลางมองไปยังตำแหน่งของอสูรวารีก่อนจะเผยรอยยิ้มเยือกเย็น สมบัติวารีระดับเหนือมนุษย์ ครั้งนี้เจ้าจะหนีข้าไปไหนได้อสูรวารี

                เด็กหนุ่มระเบิดพลังลมปราณใช้ท่าเท้าแปดบัวดาราทะยานร่างเข้าไปในเขตต้นน้ำ การต่อสู้ในน้ำนั้นทำให้อสูรวารีได้เปรียบเป็นอย่างมาก ทว่าสำหรับผู้ครอบครองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ อสูรวารีไม่สามารถนับเป็นอันใดได้

                สัมผัสได้ถึงการรุกรานของซ่งไป่หลางทำให้อสูรวารีรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง แม้จะปะทะกันได้เพียงชั่วครู่ทว่าสัญชาตญาณของมันได้ร้องเตือนว่ามนุษย์ตรงหน้าของมันมีความอันตรายเป็นอย่างมาก และทำให้มันหวาดกลัวไปจนถึงส่วนนลึกของวิญญาณ

                ไร้ซึ่งทางเลือก อสูรวารีหลอมรวมพลังวิญญาณเข้ากับกระแสน้ำสร้างเป็นหอกวารีที่หมุนเป็นเกลียวจำนวนมากก่อนจะส่งมันพุ่งเข้าโจมตีใส่ร่างของซ่งไป่หลางที่ลอยทะยานอยู่กลางอากาศ

                ร่างของซ่งไป่หลางปรากฏแสงสีขาวปกคลุมกายด้วยพลังของวิชากายาบัวพิสุทธิ์ หอกวารีถูกทำลายลงอย่างง่ายดายเมื่อปะทะเข้ากับร่างกายของเด็กหนุ่ม

                ส่งสมบัติวารีมาซะ ซ่งไป่หลางคำราม

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์!!

 ---------------------------------------------------------------------

ในเว็บเด็กดีจะลงช้ากว่านะครับ สามารถอ่านได้ที่ https://www.kawebook.com/ 

ตอนนี้กำลังลังเลว่าจะเริ่มเปิดขายที่ตอนเท่าไหร่ แต่ถ้าเริ่มเปิดขายแล้วกวีบุ้คจะลงนำไปก่อนช่วงหนึ่งครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 424 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #110 yukai (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 07:47

    ขอบคุณ
    #110
    0
  2. #12 ILOVEMRCHU (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 08:57

    ขอบคุณค่ะ
    #12
    0