God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 23 เซียนกระบี่น้อยเยว่จิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 539 ครั้ง
    23 ต.ค. 62

                ซ่งไป่หลางลงมือจัดการกับสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งจำนวนมากตลอดเส้นทาง ยังมีบางตัวที่เป็นถึงระดับสองขั้นต้นแต่ก็ถูกซ่งไป่หลางจัดการอย่างง่ายดาย พลังฝีมือของซ่งไป่หลางเวลานี้เทียบเคียงได้กับระดับสามเที่ยงแท้ เพียงแค่ยังไม่สามารถใช้พลังธาตุได้ก็เท่านั้น

                จนกระทั่งเมื่อเดินตามกลิ่นอายของสมบัติวิเศษไป ซ่งไป่หลางรับรู้ได้ว่าตนได้ล่วงเลยเข้ามาในอาณาเขตของสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลางแล้ว กลิ่นอายของสัตว์ปีศาจทั้งแข็งแกร่งและดุร้ายเป็นอย่างมาก สามารถสัมผัสได้ชัดเจนยิ่ง

                สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลางยังไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้มีพลังเที่ยงแท้ขั้นสามที่เป็นตัวแทนของอัจฉริยะของทั้งสิบนิกายเท่าใดนัก ซ่งไป่หลางประเมินระดับคร่าวๆของพวกมัน

                ประมาทเกินไปแล้วเจ้าหนู ถ้าเป็นในโลกภายนอกสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลางย่อมไม่ใช่ปัญหาของคนเหล่านี้จริง ทว่าในมิติแห่งนี้มีความพิเศษลี้ลับ สัตว์ปีศาจทุกตัวไม่เพียงแข็งแกร่งกว่าปกติยังมีจุดเด่นที่พิเศษหายากยิ่งกว่าสัตว์ปีศาจธรรมดาทั่วไป ไม่ต้องเอ่ยถึงสัตว์ปีศาจที่อาศัยอยู่บริเวณที่มีสมบัติวิเศษ พวกมันจะซึมซับพลังของสมบัติจนทำให้เกิดรูปแบบพิเศษเฉพาะตัว จัดการได้ยากอย่างยิ่ง เซี่ยหยางเอ่ยเตือน

                น่าสนใจนัก ดวงตาของซ่งไป่หลางเปล่งประกาย

                ตั้งแต่เข้ามาถึงมิติรวมนภา สภาพพื้นที่ของมันคล้ายกับผืนป่าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถจำกัดความได้ว่ามันมีความกว้างยาวมากน้อยเพียงใด ทว่าซ่งไป่หลางรู้สึกได้ว่าตนเองกำลังยืนอยู่เพียงแค่บริเวณชายขอบของป่าเท่านั้น เพราะยิ่งส่งประสาทสัมผัสเข้าไปลึกเพียงใดก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงพลังงานของสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งอัดแน่นอยู่ด้านในนั้น

                ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามิติรวมนภาที่แท้แล้วเป็นมิติที่แม้แต่ผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ก็ยังไม่สามารถสำรวจได้ทั้งหมด

                มุ่งหน้าต่อไปได้ไม่นานซ่งไป่หลางก็พบกับธารน้ำเล็กสายหนึ่ง คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันเมื่อรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของธารน้ำแห่งนี้ ความหนาแน่นพลังลมปราณตามธรรมชาติของพื้นที่คล้ายจะมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ธารน้ำแห่งนี้ แม้แต่พื้นดินในจุดที่ซ่งไป่หลางยืนอยู่ก็มีกระแสพลังลมปราณธรรมชาติหนาแน่นกว่าพื้นที่ก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

                และพลังลมปราณเหล่านั้นก็มีจุดศูนย์กลางจากสมบัติวิเศษ เห็นได้ชัดว่าพลังของมันไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

                ที่นี่เป็นเพียงชายขอบที่สมบัติวิเศษแผ่พลังมาถึง ยังต้องมุ่งหน้าตามเส้นทางน้ำไปอีก เซี่ยหยางอธิบาย

                พิจารณาจากระดับพลังที่หนาแน่น เกรงว่าสัตว์ปีศาจที่อาศัยอยู่ในธารน้ำนี้คงมีพลังไม่ต่ำกว่าระดับสอง ไม่แน่อาจมีกระทั่งสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูง

                ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้ม สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงเหมาะที่จะนำมาใช้พิสูจน์ฝีมือของเขาในเวลานี้

                เด็กหนุ่มมุ่งหน้าเลียบไปตามเส้นทางของสายน้ำ ยิ่งเดินเข้าไปลึกเพียงใดยิ่งพบว่าพลังที่แฝงเร้นอยู่ในธรรมชาติยิ่งทวีความหนาแน่นมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังเทียบไม่ได้กับพลังของซากวิหารบัวสวรรค์ในเวลานั้น

                หวนนึกถึงโลหิตศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ระลึกถึงฐานรากศักดิ์สิทธิ์ในกายของตน

                เจ้าหนู พลังของเจ้าในแวลานี้นับว่าแข็งแกร่งกว่าคนระดับเดียวกันหลายเท่า ทว่าจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของเจ้ายังไม่เปิดเผย โลหิตศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงพื้นฐานของฐานรากศักดิ์สิทธิ์ แต่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ต่างหากที่เป็นระดับสูง ขอเพียงพัฒนาถึงขั้นเที่ยงแท้ใช้พลังธาตุออกมาได้ วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์จะทำให้เจ้ายกระดับตัวเองไปอีกขั้นโดยสิ้นเชิง น้ำเสียงเซี่ยหยางเผยความเคร่งขรึมจริงจัง

                ระดับสามเที่ยงแท้เป็นเพียงเศษหิน เจ้าจะสามารถรับมือได้แม้กระทั่งระดับสี่เที่ยงแท้

                ซ่งไป่หลางรู้สึกฮึกเหิม เขารู้ดีว่าตนยังไม่สามารถข้ามไปยังขอบเขตเที่ยงแท้ได้ในระยะเวลาอันสั้น ทว่าขอเพียงได้รับวาสนาหรือสมบัติบางอย่างจากมิติรวมนภา ไม่แน่เขาอาจสามารถก้าวข้ามได้สำเร็จ

                หืม ประสาทสัมผัสของซ่งไป่หลางรับรู้ถึงการปรากฏตัวของสัตว์ปีศาจ แม้พลังของมันจะมีความกลมกลืนเป็นหนึ่งกับสายน้ำทว่าเด็กหนุ่มที่ครอบครองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ย่อมสัมผัสได้ถึงความแตกต่างนั้น

                ผืนน้ำแหวกออกจากกัน เสียงฟุ่บดังขึ้นพร้อมกับกระสุนน้ำรวดเร็วรุนแรงพุ่งตรงเข้าหาร่างของเด็กหนุ่ม ซ่งไป่หลางแค่นเสียงรวบรวมพลังก่อเกิดเป็นม่านบัวสวรรค์สามชั้นขวางกั้นระหว่างตนกับกระสุนน้ำนั้นเอาไว้

                ม่านบัวสวรรค์ที่ละเอียดและแข็งแกร่งต้านทานกระสุนน้ำไม่ได้สองชั้นพังทลายลงในพริบตาชั้นที่สามมีรอยปริร้าวทว่าก่อนที่มันจะแตกสลายไปซ่งไป่หลางก็เปลี่ยนตำแหน่งของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                สัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลาง ดวงตาซ่งไป่หลางทอประกายวาวโรจน์

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

                ผืนน้ำกระจายออกอย่างรุนแรง เงาดอกบัวกดทับลงไปสร้างคลื่นกระเพื่อมบีบบังคับให้สัตว์ปีศาจที่ซ่อนตัวในน้ำถูกซัดกระเด็นกระดอนขึ้นมาบนบก

                เสียงตึงหนักๆดังขึ้นทันทีที่สัตว์ปีศาจกระแทกกายลงบนพื้น ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วเมื่อพบว่าสัตว์ปีศาจที่ลอบจู่โจมตนเป็นเต่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง

                เต่าตัวนี้มีความพิเศษไม่น้อย มันมีน้ำหนักเยอะมากแต่กลับมีร่างกายที่พิเศษราวกับสามารถแล่นไหลไปตามสายน้ำได้อย่างง่ายดาย เมื่อครู่มันคงไม่ทันระวังว่าจะถูกเจ้าซัดจนน้ำกระเพื่อมจึงถูกส่งลอยขึ้นมาด้วย ไม่เช่นนั้นด้วยน้ำหนักของมันอย่าหวังว่าเจ้าจะยกมันขึ้นมาบนบกสำเร็จ เซี่ยหยางหัวเราะชอบใจ

                สมแล้วที่เป็นมิติพิเศษ สัตว์ปีศาจในนี้ล้วนไม่ธรรมดาจริงๆ ซ่งไป่หลางถอนหายใจ

                ห้ามประมาทเชียวเจ้าหนู สัตว์ปีศาจตัวนี้พลังแทบจะถึงจุดสูงสุดของระดับสองขั้นกลางแล้ว อีกก้าวเดียวจะกลายเป็นระดับสองขั้นสูง แม้จะอ่อนแอกว่าระดับสองขั้นสูงแต่ก็นับว่าแข็งแกร่งกว่าระดับสองขั้นกลางทั่วไปมาก

                ซ่งไป่หลางเดิมทีไม่คิดประมาทอยู่แล้วเมื่อได้รับคำเตือนยิ่งระมัดระวังมากขึ้น ก้าวเท้าเข้าหาสัตวปีศาจเต่าวารีอย่างเชื่องช้าขณะเดียวกันเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีอย่างรอบคอบ

                สัตว์ปีศาจเต่าวารีกลับมีท่าทีตื่นตระหนก แม้ว่ามันจะสามารถใช้ชีวิตบนบกแต่การเคลื่อนไหวของมันเชื่องช้าอย่างมาก ยังไม่นับที่การโจมตีของมันโดยส่วนมากพึ่งพาพลังจากธารน้ำเป็นหลัก โดนจับขึ้นมาอยู่บนบกความสามารถโดยรวมของมันถึงกับตกลงไปเกือบครึ่ง

                ซ่งไป่หลางคำรามใช้ฝ่ามือบัวสวรรค์โจมตีอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเงาของดอกบัวครอบคลุมร่างของเต่าวารีก็สั่นสะท้านได้รับความเสียหายรุนแรง มันพยายามอ้าปากรวบรวมพลังเป็นกระสุนอากาศยิงเข้าใส่ซ่งไป่หลาง แต่เมื่อขาดการหนุนเสริมจากธารน้ำกระสุนนี้ก็ไม่อาจนับเป็นอันใดได้

                ม่านบัวสวรรค์ปรากฏขึ้นป้องกันการโจมตีของเต่าวารีเอาไว้ ซ่งไป่หลางใช้ฝ่ามือบัวสวรรค์ซ้ำอีกครั้งหนึ่งกระดองของเต่าวารีก็แตกกระจายเลือดเนื้อถูกบดขยี้หลงเหลือเพียงแก่นวิญญาณของสัตว์ปีศาจเท่านั้น

                หนึ่งร้อยคะแนน ดวงตาซ่งไป่หลางทอประกาย

                ถือว่าเจ้าโชคดี สัตว์ปีศาจที่อาศัยในธารน้ำนี่มีความสัมพันธ์กับพลังของธารน้ำอย่างลึกล้ำ อยู่ในธารน้ำพวกมันแข็งแกร่งแต่ถูกดึงขึ้นมาก็เป็นเพียงสัตว์ปีศาจที่อ่อนแอตัวหนึ่ง เซี่ยหยางถอนหายใจ หากเป็นสภาวะปกติสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงไม่มีทางอ่อนแอเพียงนี้เด็ดขาด

                ข้ารู้วิธีเก็บคะแนนรอบแรกแล้ว ซ่งไป่หลางหัวเราะ ใช้ประสาทสัมผัสกวาดไปทั่วบริเวณธารน้ำพบว่ามีสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลางอีกหลายตัวอยู่ใกล้เคียงทว่าอยู่ลึกลงไปพอสมควร เพื่อดึงดูดสัตว์ปีศาจเหล่านั้นซ่งไป่หลางโยนเศษเนื้อของเต่าวารีลงไปในธารน้ำแล้วรอคอยอย่างเงียบงัน

                ภาพที่ซ่งไป่หลางสามารถกำจัดสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงได้โดยง่ายถูกถ่ายทอดให้คนภายนอกเห็นตลอดเวลา

                ผู้อาวุโสจางคิ้วกระตุกนึกปลงในความโชคดีของซ่งไป่หลาง ขณะเดียวกันรู้สึกชมเชยศิษย์ของตนเป็นอย่างมาก ถึงจะเป็นเพราะโชคดีส่วนหนึ่งแต่หากไม่ใช่ยอดฝีมือระดับหัวกะทิไหนเลยจะสามารถทำลายกระดองของเต่าวารีและสังหารมันได้โดยง่าย หากเปลียนเป็นผู้อื่นไม่แน่ว่าคงตายตั้งแต่ถูกกระสุนน้ำโจมตี หรือต่อให้รอดแต่การจะยกร่างของเต่าวารีขึ้นมาได้ก็แทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลย

                ผู้อาวุโสของนิกายหุบเขามืดสีหน้ามืดทะมึน ความแค้นที่ซ่งไป่หลางทำให้ศิษย์สี่คนของตนตกรอบยังไม่ทันสะสางซ่งไป่หลางกลับยิ่งแสดงความโดดเด่นออกมา ควรทราบว่าในบรรดาผู้เข้าร่วมประลองหลายคนนอกจากซ่งไป่หลางแล้วมีอีกเพียงสามถึงสี่คนเท่านั้นที่จัดการกับสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงได้ในตอนนี้ และคะแนนของซ่งไป่หลางก็นับได้ว่าอยู่ในห้าอันดับแรกเหนือยิ่งกว่าอู๋หลิวเสียอีก

                อู๋หลิวแน่นอนว่าจัดการสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงได้ แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร เขารวมกลุ่มกับศิษย์นิกายบัวสวรรค์อีกสามคนคะแนนก็ต้องหารแบ่งกันไม่มีทางสูงกว่าซ่งไป่หลางไปได้

                เวลานี้คนที่คะแนนสูงกว่าซ่งไป่หลางมีเพียงหลินหลันเทียนที่ครองอันดับหนึ่ง จ้าวฮุยแห่งนิกายขุนเขาอัคคีอันดับสอง หลิวหลี่จากนิกายหมื่นดาราอันดับสาม และซ่งไป่หลางก็ครองอันดับสี่ต่อหลังจากคนเหล่านี้

                ทว่าเพียงอันดับสี่ที่เขาถือครองอยู่ก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนจิตใจสั่นสะท้านได้แล้ว ควรทราบว่าทั้งสามคนที่อยู่เหนือเขาล้วนเป็นยอดฝีมือขอบเขตเที่ยงแท้ระดับสี่ถึงห้า ซ่งไป่หลางยังไม่ก้าวถึงระดับเที่ยงแท้กลับทะยานเหยียบหัวอัจฉริยะจำนวนมากจนครองอันดับสี่ได้สำเร็จเรื่องนี้ไม่มีใครกล้าจินตนาการถึงมาก่อน

                และคะแนนของซ่งไป่หลางก็ไม่ได้หยุดนิ่ง หลังจากค้นพบจุดอ่อนของสัตว์ปีศาจในธารน้ำเขาใช้วิธีการเดิมดึงเอาสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลางจำนวนมากขึ้นมาบนบก สัตว์ปีศาจประเภทปลากลายเป็นหมดสภาพในทันทีส่วนสัตว์ปีศาจครึ่งบกครึ่งน้ำหรือประเภทเลื้อยคลานยังพอต่อสู้ได้บ้างแต่จุดแข็งถูกทำลายจึงพ่ายแพ้ตกตายอย่างรวดเร็ว

                เวลาผ่านไปรวดเร็วยิ่งในที่สุดวันแรกของการประลองก็จบลง คะแนนของซ่งไป่หลางพลันกระโดดทะยานกลายมาเป็นอันดับสามแซงได้กระทั่งหลิวหลี่จากนิกายหมื่นดารา!!

                แม้วิธีการของซ่งไป่หลางออกจะดูขี้โกงไปบ้างแต่กลับไม่มีใครเอ่ยตำหนิ ข้อแรกไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถซัดให้ร่างของสัตว์ปีศาจกระเด็นขึ้นมาจากธารน้ำได้ สัตว์ปีศาจเหล่านี้ล้วนมีความพิเศษและชำนาญการเคลื่อนไหวในน้ำเป็นอย่างมาก พลังต่อสู้ของพวกมันไม่ธรรมดา บางตัวต่อให้ขึ้นมาบนบกก็ยังแข็งแกร่งพอที่จะสังหารผู้มีพลังระดับสามเที่ยงแท้

                การล่าของซ่งไป่หลางแสดงให้เห็นถึงระดับอัจฉริยภาพของเขา

                พักผ่อนจนอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมซ่งไป่หลางเริ่มออกล่าอีกครั้ง คราวนี้เขาก้าวเดินเข้าไปยังส่วนลึกของธารน้ำ พบว่าธารน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งยังลึกขึ้นหลายระดับ กลิ่นอายสัตว์ปีศาจล้วนแข็งแกร่งถึงขนาดมีสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงไม่ต่ำกว่าห้าตัวที่เขาพบเจอตอนผ่านทาง

                ซ่งไป่หลางไม่ได้ล่าอย่างต่อเนื่องเหมือนเมื่อวาน เด็กหนุ่มสำรวจจนมั่นใจว่าจุดไหนมีสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงแยกตัวอยู่โดดเดี่ยวจึงเริ่มลงมือ คะแนนที่ได้รับคล้ายจะช้ากว่าวันแรกทว่าคะแนนการล่าไม่ใช่เป้าหมายหลักของซ่งไป่หลางเป็นเพียงผลพลอยได้ระหว่างทางเท่านั้น

                เป้าหมายที่แท้จริงก็คือสมบัติวิเศษที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังต่างหาก

                มาถึงจุดนี้ข้าจึงสัมผัสได้อย่างชัดเจนแล้ว สมบัติวิเศษที่ถูกรักษาไว้เป็นสมบัติที่มีพลังแฝงขั้นเหนือมนุษย์แน่นอน สัตว์ปีศาจที่อยู่ใกล้มันยังเป็นถึงสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูงที่ใกล้จะทะลวงไปถึงระดับสามเต็มที การคว้าสมบัติชิ้นนี้มาไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ เซี่ยหยางถอนหายใจออกมา

                อาจารย์ แม้สัตว์ปีศาจจะแข็งแกร่งแต่พวกมันล้วนมีจุดอ่อน ขอเพียงข้าสามารถลากมันขึ้นมาบนบกได้ย่อมมีวิธีจัดการกับมัน ซ่งไป่หลางพูดอย่างเชื่อมั่น

                สองวันมานี้เขาสังหารสัตว์ปีศาจไปมากมาย ทั้งระดับสองขั้นต่ำ กลางไปจนถึงระดับสองขั้นสูงบางตัว เรียกได้ว่าแทบไม่พบเจอกับความยากลำบาก

                สัตว์ปีศาจแข็งแกร่งเพียงใดก็ล้วนเป็นสัตว์ที่พึ่งพาธารน้ำ ขอเพียงสามารถดึงมันขึ้นมาจากน้ำได้ความแข็งแกร่งของพวกมันก็หดหายไปหลายส่วนแล้ว

                ‘ชักจะได้ใจจนเลินเล่อเกินไปเสียแล้ว เซี่ยหยางได้แต่ถอนหายใจ อย่างไรก็ตามมันตัดสินใจที่จะเงียบงันแทนที่จะเอ่ยเตือน เรื่องบางเรื่องปล่อยให้ประสบด้วยตนเองจึงจะเข้าใจ

                เดินตามกลิ่นอายสัตว์ปีศาจที่ถูกสังหารมา ไม่นึกว่าในที่สุดกลับได้พบกับคนผู้นี้ ด้านหลังของซ่งไป่หลางห่างออกไปหลายร้อยก้าว ปรากฏร่างบอบบางของเด็กสาวผู้หนึ่ง

                แม้จะดูบอบบางทว่าสภาวะรอบตัวของนางกลับแหลมคมประดุจกระบี่เล่มหนึ่ง เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาอันแหลมคมของนางจึงทำให้ซ่งไป่หลางสามารถรับรู้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

                แม่นางเยว่จิง เป็นเกียรติที่ได้พบ ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เด็กหนุ่มสัมผัสได้ว่าห่างไปอีกไม่กี่ลี้ก็ใกล้จะไปถึงจุดที่สมบัติวิเศษตั้งอยู่แล้ว ดังนั้นเขาไม่ยินดีที่จะปล่อยให้เยว่จิงมุ่งหน้าไปไกลกว่านี้ หากเจรจาได้ก็ดีไปแต่หากไม่สำเร็จก็มีแต่ต้องใช้กำลังบังคับให้นางเปลี่ยนเส้นทาง หรือไม่ก็ต้องจัดการให้นางหลบหนีออกไปจากการประลองให้จงได้

                หึหึ อย่าคิดว่าจัดการนางจะง่ายดายเหมือนกับพวกนิกายหุบเขามืด ระดับพลังอาจจะใกล้เคียงกันแต่เด็กสาวคนนี้ไม่เพียงมีพลังที่เข้มข้นกว่า นางยังมีเจตกระบี่ที่แหลมคมแลยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง

                ได้ยินคำพูดของเซี่ยหยาง ซ่งไป่หลางพยักหน้าเล็กน้อย เดิมทีเขาก็ไม่คิดว่าจะจัดการกับเยว่จิงได้ง่ายดายอยู่แล้ว นางเป็นถึงศิษย์ผู้โดดเด่นของนิกายหอกระบี่ แลตำแหน่งของนิกายหอกระบี่ก็อยู่สูงยิ่งกว่านิกายบัวสวรรค์ ต่อให้เปรียบเทียบเยว่จิงกับอู๋หลิวที่มีพลังระดับสี่เที่ยงแท้ ยังไม่แน่ว่าอู๋หลิวจะชนะเยว่จิงได้

                สหายจากนิกายบัวสวรรค์ แม้ผู้คนจะมองข้ามเจ้าเพราะระดับพลังขั้นสิบก่อกำเนิด ทว่าข้ากลับเห็นต่างออกไป อันที่จริงเราสองคนไม่ใช่ศัตรูกัน เพียงแค่แยกทางไล่สังหารสัตว์ปีศาจเก็บแต้มก็ย่อมทำได้ ทว่าข้ากลับรู้สึกสนใจในตัวเจ้าไม่น้อย เยว่จิงเอ่ยปากพูดน้ำเสียงฉะฉาน

                ซ่งไป่หลางฟังแล้วมุ่นคิ้วเล็กน้อย พบว่าสตรีอายุใกล้เคียงกับตนผู้นี้ไม่เพียงเป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ ทั้งในด้านการวิเคราะห์รวมไปถึงเอ่ยปากล้วนทำได้ดีเยี่ยม

                สหาย อย่างไรพบกันนับเป็นวาสนา มาประมือกันสักยกหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นบาดเจ็บล้มตาย เพียงแค่เอ่ยยอมแพ้แล้วก็จบ เมื่อถึงเวลานั้นล้วนไม่ต้องบีบบังคับให้อีกฝ่ายถอนตัวจากการประลอง เพียงแยกทางก็พอ

                ฟังดูแล้วเยว่จิงไม่ได้มีเจตนาร้ายอย่างแท้จริง นางเพียงสนใจในตัวซ่งไป่หลางเท่านั้น ดังเช่นเด็กน้อยที่พบเจอของเล่นถูกใจย่อมต้องอยากลองเล่นดูสักคราหนึ่ง ทว่าเยว่จิงนอกจากความเป็นเด็กแล้วยังซุกซ่อนสติปัญญาและความสุขุม ไม่คิดกดดันซ่งไป่หลางสร้างความบาดหมางอันไม่จำเป็น

                ซ่งไป่หลางนึกตามก่อนจะเผยรอยยิ้ม ย่อมได้สหายเยว่ นามของข้าคือซ่งไป่หลาง ยินดีเป็นคู่ประลองกับเจ้าหนึ่งยก ยินดีทำตามเงื่อนไขของเจ้า ทว่าเราประลองกันอย่างเต็มที่ไม่จำเป็นต้องวิตกเกินเหตุ อย่าได้กังวลเรื่องอาการบาดเจ็บ ข้าย่อมสามารถดูแลตัวเองได้ระดับหนึ่ง สู้กันอย่างสบายใจเถอะ

                สหายซ่งเอ่ยได้ถูกใจข้ายิ่งนัก รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าเยว่จิง

                ภาพการพานพบกันของทั้งสองคนดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้ชมเป็นอันมาก ควรทราบว่าเยว่จิงนั้นเป็นที่จับตามองตั้งแต่แรก ส่วนซ่งไป่หลางก็เป็นม้ามืดน่าตื่นตะลึงที่สามารถทะยานขึ้นมาสู่อันดับต้นๆในตารางของเหล่ายอดฝีมือ การต่อสู้นี้ขอเพียงซ่งไป่หลางสามารถรับมือเยว่จิงได้ ชื่อเสียงของเขาจะยิ่งพุ่งทะยานจนไม่สามารถยับยั้ง

                ผู้อาวุโสจางและรองเจ้านิกายบัวสวรรค์หันมาสบตากัน ต่างเผยร่องรอยความกังวลอย่างไม่อาจปกปิด ซ่งไป่หลางนั้นเป็นอัจฉริยะอย่างไม่ต้องสงสัย ขอเพียงให้มีเวลาฝึกฝนอีกหนึ่งปีอย่าว่าแต่เยว่จิงเลย แม้แต่การกลายเป็นอันดับหนึ่งของแคว้นยังไม่ใช่เรื่องยาก ทว่าในช่วงเวลานี้พรสวรรค์ของซ่งไป่หลางยังไม่สุกงอม พลังก็นับได้ว่าเสียเปรียบอย่างมาก เกรงว่ายากจะรับมือยอดฝีมืออย่างเยว่จิงได้

                เมื่อสองฝ่ายต่างเตรียมพร้อมการต่อสู้เยว่จิงเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน นางจ้องมองซ่งไป่หลางอย่างละเอียด จากนั้นจึงชักกระบี่ทะยานร่างเข้าหาเด็กหนุ่ม มือเล็กนวลกวาดจ้วงกระบี่ไปด้านหน้า พริบตาก็ปรากฏริ้วกระบี่นับสิบสายแทงกราดเข้าใส่ซ่งไป่หลางอย่างน่าหวาดหวั่น

                มองริ้วกระบี่ตรงหน้าซ่งไป่หลางสะบัดมือคราหนึ่งเรียกใช้ม่านบัวสวรรค์ปัดป้อง ทุกจุดที่กระบี่จ้วงแทงเข้ามาล้วนถูกป้องกันด้วยม่านบัวสวรรค์ที่มีขนาดเท่ากับหนึ่งฝ่ามือ ความรวดเร็วแม่นยำไม่ด้อยไปกว่ากระบี่ของเยว่จิงแม้แต่น้อย

                พลังป้องกันแข็งแกร่งยิ่ง ทั้งยังแม่นยำรวดเร็ว เยว่จิงรู้สึกตกตะลึง

                ตาข้าโจมตีบ้าง ซ่งไป่หลางเอ่ยยิ้มๆ

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

                เยว่จิงสะท้านเฮือกสัมผัสถึงอันตรายได้จากสัญชาตญาณดังนั้นรีบสืบเท้าเร็วรี่หลบออกจากจุดเดิม จากนั้นเงาดอกบัวอันทรงพลังก็ประทับลงบนพื้นที่ที่นางเคยยืนอยู่

                มองเห็นเงาดอกบัวนั้นเยว่จิงสีหน้าแปรเปลี่ยน หากนางหลบช้ากว่านี้สักเล็กน้อยเกรงว่าคงถูกเงาดอกบัวนั้นกลืนกินได้รับความเสียหายไม่น้อยเป็นแน่ ควรทราบว่าในฐานะมือกระบี่ความเชี่ยวชาญของนางคือการโจมตีหาใช่การป้องกันไม่

                ซ่งไป่หลางผู้นี้กลับเชี่ยวชาญทั้งการโจมตีและป้องกัน ทั้งหมดล้วนทรงพลังพอๆกับผู้มีพลังระดับเที่ยงแท้ขั้นสาม นิกายบัวสวรรค์ไปขุดปีศาจอัจฉริยะผู้นี้มาจากที่ใดกัน

                ในฐานะที่เป็นอัจฉริยะคนหนึ่งเยว่จิงย่อมมีความคุ้นเคยกับคนที่โดดเด่นเหนือผู้อื่น ทว่าซ่งไป่หลางนั้นนับว่าเป็นอีกขอบเขตประเภทหนึ่ง แม้อายุของทั้งสองคนจะไม่ห่างกันนักแต่ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันนี้ ขอเพียงซ่งไป่หลางมีวิธีพัฒนาระดับพลังของตนเองอย่างรวดเร็ว วันข้างหน้ายากนักที่นางจะสามารถตามเขาทัน

                มีคนประเภทนี้อยู่ ภายหน้าไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องกลายเป็นอันดับหนึ่งของงานประลองสิบนภาอย่างแน่นอน ทว่าสำหรับตอนนี้ ยังเร็วเกินไปสำหรับเจ้า

                ดวงตาของเยว่จิงทอประกายแหลมคม นางตัดสินใจได้ในฉับพลัน อนาคตของซ่งไป่หลางย่อมต้องเป็นดั่งมังกรโจนทะยาน ใคร่จะต่อสู้อย่างสูสีและคว้าชัยก็มีแต่ช่วงเวลาแบบนี้เท่านั้น ดังนั้นนางไม่คิดปล่อยโอกาสหลุดลอยอย่างเด็ดขาด

                เคล็ดกระบี่เดียวดาย ตัดสายลม

                มองเห็นคลื่นกระบี่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับนภากาศ ซ่งไป่หลางสูดหายใจเย็นเยียบ กระบี่นี้ของเยว่จิงไม่เพียงผสานด้วยเจตกระบี่ยังเต็มเปี่ยมด้วยพลังธาตุลม คุณสมบัติฟาดฟันเจาะทะลุนั้นโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้ผสานม่านบัวสวรรค์สามชั้นซ้อนยังไม่แน่ว่าจะปัดป้องสำเร็จ

                ท่าเท้าแปดบัวดารา

                ร่างของซ่งไป่หลางเรือนลางขยับวูบวาบประดุจเงาพราย กระบี่ของเยว่จิงตัดผ่านเพียงภาพมายาของเด็กหนุ่ม ทว่าสมาธิของเยว่จิงกลับไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย

                ข้าย่อมคาดเดาได้ว่าเจ้ามีความสามารถด้านการเคลื่อนไหวไม่เลวเช่นกัน รอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าของนาง

                เคล็ดกระบี่เดียวดาย ร้อยกระบี่ศักดิ์สิทธิ์

                เผชิญหน้าวิชากระบี่นี้ของนางซ่งไป่หลางจึงรู้สึกถึงวิกฤติประการหนึ่ง ลำพังรังสีกดดันอันเฉียบคมของเยว่จิงก็ทำให้รู้สึกแสบคันเนื้อหนังไม่น้อยแล้ว เมื่อผสานรวมกับกระบวนท่ากระบี่อันขึ้นชื่อของนิกายหอกระบี่ ยามนี้ซ่งไป่หลางคล้ายยืนหยัดกลางพายุ รอบกายล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยคมเขี้ยวกระบี่อันน่าสะพรึงกลัว

                อย่างที่คิดเลย ระดับอัจฉริยะของแคว้นหากไม่ลงมือเต็มกำลังยากจะรับมือได้ ซ่งไป่หลางรู้สึกกดดันทว่ากลับรู้สึกตื่นเต้นในขณะเดียวกัน หลังจากได้พบกับเซี่ยหยางเขาก็ไม่ได้เจอกับความรู้สึกตื่นเต้นในการต่อสู้เช่นนี้มานานแล้ว

               

                 

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 539 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #109 yukai (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 06:13

    ขอบคุณ
    #109
    0
  2. #28 นัท (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 07:24

    มวยถูกคู่แล้วงานนี้ ซ่งน้อยได้ลับฝีมือเต็มที่งานนี้ หุหุ (ได้สตรีเป็นเพื่อน 1 คน ไม่แน่อัจฉริยะหญิง 1 เดียวคนนี้ในอนาคตอาจพัฒนาไปมากกว่าเพื่อนก็เป็นได้ เพื่อนที่รู้ใจ อิอิ ) ลุ้นตอนต่อไป

    #28
    0
  3. #8 Zenri (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 16:42
    ค้างมากเลยไรท์
    #8
    0