God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 22 หนึ่งต่อห้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 545 ครั้ง
    22 ต.ค. 62

                หลังจากเข้ามาในมิติรวมนภาแล้ว ซ่งไป่หลางนั่งนิ่งราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง รออยู่หลายชั่วก้านธูปมุมปากของเขาจึงปรากฏเป็นรอยยิ้ม

                มองเห็นร่างห้าร่างกำลังทะยานเข้ามาหาตนจากที่ไกลๆเขาจึงเอ่ยทักทาย คนของนิกายหุบเขามืด พบกันอีกแล้วนะ

                อันใดกัน เหตุใดจึงมีแต่เจ้าสวะนี่ หนึ่งในห้าอุทานด้วยความประหลาดใจ ศิษย์พี่หญิง หรือพวกมันจะรู้ตัวแล้วดักโจมตีเรา

                หญิงสาวผู้นำของนิกายหุบเขามืดหลับตาลงก่อนจะส่ายหน้า ไม่ใช่ ข้าตรวจสอบแล้วไม่มีใครซุ่มซ่อนอยู่ เจ้าหนูนี่อยู่ตัวคนเดียว

                ฮ่าๆ หรือพวกมันจะรู้ว่าเจ้าสวะนี่ถูกพวกเราทำเครื่องหมายติดตามเอาไว้จึงสลัดทิ้งออกจากกลุ่ม น่าสงสารยิ่งนัก แม้แต่คนในนิกายเดียวกันก็ยังทอดทิ้งมัน อีกคนหัวเราะออกมา

                เสียดายนัก อุตส่าห์คิดว่าจะได้โอกาสกำจัดนิกายบัวสวรรค์ทิ้งก่อน เห็นทีต้องเสียเวลาตามล่าในรอบหลังๆ ชายอีกคนส่ายหน้า

                หญิงสาวผู้นำศิษย์นิกายหุบเขามืดเอ่ยออกมา เจ้าเด็กน้อย สหายของพวกเจ้าอยู่ที่ไหน

                ซ่งไป่หลางหัวเราะตอบว่า พวกเขาอยู่ที่ไหนไม่ใช่ธุระของพวกเจ้า อันที่จริงข้าต่างหากคือคนที่มีธุระต่อพวกเจ้าน่ะ ยังดีที่พวกเจ้าไม่ปล่อยให้ข้าต้องรอนานนัก

                เจ้ากำลังรอพวกเรา?” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ

                หึหึ วิชาทำเครื่องหมายติดตามของพวกเจ้ายังกระจอกเกินไป คิดหรือว่าข้าจะไม่รู้ตัว เอาเถอะ ในเมื่อพวกเจ้าคิดจะใช้ข้าเป็นเครื่องมือเพื่อโจมตีนิกายของข้า ข้าเองก็ไม่คิดจะเป็นฝ่ายโดนกระทำฝ่ายเดียวหรอกนะ

                ฮ่าๆ ศิษย์พี่หญิง เจ้าสวะตัวนี้เหมือนจะกลายเป็นปัญญาอ่อนไปแล้ว มันเอ่ยราวกับว่าสามารถจัดการกับพวกเราได้ อย่าว่าแต่พวกเราห้าคนเลย แค่ข้าคนเดียวใช้นิ้วแค่นิ้วเดียวก็กำจัดเจ้าได้ง่ายๆแล้ว เจ้าหนูข้าจะให้โอกาสเจ้า คุกเข่าขอขมาพวกเราแล้วข้าจะยอมให้เจ้าใช้ยันต์ป้องกันตัวหนีออกไป ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าพิการเสีย

                ฟังคำพูดของอีกฝ่ายซ่งไป่หลางก็เผยยิ้ม ทำให้ข้าพิการ เจ้าไม่กลัวโดนนิกายบัวสวรรค์ตอบโต้หรือการลงโทษรึไง

                ตอบโต้หรือการลงโทษ? ฮ่าๆ เจ้าหนูไม่รู้รึว่าการต่อสู้จนถึงขั้นบาดเจ็บพิการนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดายิ่ง หากไม่ถึงขั้นสังหารให้ตกตายผู้ใดจะเอาความได้

                ยอดเยี่ยม ข้ารอฟังคำพูดประโยคนั้นอยู่ ซ่งไป่หลางหัวเราะ เจ้าเอ่ยว่าจัดการข้าได้ด้วยนิ้วข้างเดียว เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าได้ใช้นิ้วเดียวสมใจ สิ้นคำก็ก้าวเดินเข้าหากลุ่มนิกายหุบเขามืดอย่างเยือกเย็น

                อวดดีนัก พิการไปก็อย่ามาโทษข้าแล้วกัน ศิษย์ชายของนิกายหุบเขามืดโกรธขึ้นมาแล้ว สวะอย่างซ่งไป่หลางกลับกล้าดูถูกผู้มีพลังขั้นสามเที่ยงแท้อย่างเขา นี่ทำให้เขาเสียหน้าอย่างมาก

                ไปสั่งสอนมัน ศิษย์หญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

                พิการไปซะเจ้าโง่ ชายคนนั้นทะยานเข้าหาซ่งไป่หลาง ใช้กระบวนท่าฝ่ามือวาดโลหิตอันเป็นวิชาระดับสูงโจมตีเข้าใส่ซ่งไป่หลาง พลังทำลายรุนแรงยิ่งหมายจะบดขยี้ร่างของซ่งไป่หลางให้บาดเจ็บสาหัส

                เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มบนใบหน้า ยื่นมือออกไปรับฝ่ามือของฝ่ายตรงข้ามตรงๆ

                เคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์

                ร่างของซ่งไป่หลางปรากฏแสงสีฟ้าอ่อนครอบคลุมเอาไว้ เมื่อปะทะกันศิษย์ชายของนิกายหุบเขามืดพลันรู้สึกคล้ายใช้ฝ่ามือปะทะโลหะ ได้รับแรงสะท้อนทำให้เกิดความเจ็บปวด ไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัวทันซ่งไป่หลางก็โจมตีโดยเล็งเป้าไปที่มือของฝ่ายตรงข้าม

                กร๊อบ!! นิ้วทั้งสี่ของชายคนนั้นพลันบิดงอเสียรูปในพริบตาเดียว ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นทว่าไม่ทันกรีดร้องก็พบว่าซ่งไป่หลางเคลื่อนไหวอีกครั้งจู่โจมไปที่มืออีกข้างของตน เสียงอันน่าสยดสยองดังขึ้นอีกทำให้นิ้วอีกห้านิ้วบิดงอจนเสียรูปไม่อาจขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

                “อ้ากกก ชายคนนั้นกรีดร้องทรุดร่างลงดิ้นทุรนทุรายบนพื้น ซ่งไป่หลางยิ้มเยาะก่อนจะกวาดสายตามองไปยังร่างของอีกสี่คนที่เหลือ

                พวกเจ้าละอยากจะพิการเหมือนเขาหรือไม่

                อันใดกัน ทั้งสี่คนของนิกายหุบเขามืดสีหน้าแปรเปลี่ยนด้วยความไม่อยากเชื่อ ต่อให้ชายคนนั้นเป็นอันดับห้าอ่อนแอที่สุดในกลุ่มแต่ก็ไม่ควรพ่ายแพ้ให้กับผู้มีพลังระดับสิบก่อกำเนิด ทั้งยังพ่ายแพ้อย่างหมดท่าราวกับว่าเผชิญหน้ากับผู้มีพลังเหนือกว่า

                 การลงมือของซ่งไป่หลางทั้งรวดเร็วทั้งกะทันหันเกินไป อย่าว่าแต่ศิษย์นิกายหุบเขามืดที่งุนงง แม้แต่คนที่ดูจากภายนอกก็ยังมองไม่ทันว่าเกิดอันใดขึ้น

                อันใดกัน มิใช่ว่าคนของนิกายหุบเขามืดเป็นฝ่ายโจมตีหรอกหรือ ทำไมเขากลายเป็นบาดเจ็บไปเองเสียได้

                เป็นไปได้อย่างไร หรือว่าเด็กหนุ่มคนนั้นสามารถเอาชนะคนที่มีพลังระดับสามเที่ยงแท้ได้

                ในบรรดาคนทั้งหมดมีแค่พวกผู้อาวุโส รองเจ้านิกายรวมทั้งหลิวจื่อฮวนที่มองออกถึงการลงมือของซ่งไป่หลาง

                ดวงตาของหลิวจื่อฮวนสาดประกาย เจ้าหนูนั่นยอดเยี่ยมนัก ลงมือได้รวดเร็วเฉียบคม ทั้งยังไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่า ด้วยพลังที่ด้อยกว่ามากกลับทำเหมือนอีกฝ่ายอ่อนแอกว่าตน เอาชนะอย่างง่ายดาย

                ไม่น่าเชื่อ หรือว่านิกายบัวสวรรค์จะมีสุดยอดอัจฉริยะกำเนิดขึ้นมา แม้แต่บรรดาผู้อาวุโสของนิกายต่างๆยังรู้สึกตกตะลึง

                มิน่าพวกเขาถึงกล้าส่งเด็กคนนี้มาร่วมการประลองศิษย์หลัก ดวงตาของผู้อาวุโสลู่แห่งนิกายหมื่นดาราทอประกายด้วยความสนใจ

                ภายในมิติรวมนภา ซ่งไป่หลางกวาดตามองคนของนิกายหุบเขามืด เอาละ ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้า คุกเข่าขอขมาข้าซะแล้วใช้ยันต์ป้องกันหนีออกไป ไม่เช่นนั้นข้าจะจัดการพวกเจ้าเสีย

                สีหน้าของศิษย์นิกายหุบเขามืดแปรเปลี่ยนเป็นไม่น่ามอง

                เจ้าหนู อย่าคิดว่ากลกระจอกๆของเจ้าจะใช้กับพวกเราได้ อีกสองคนเคลื่อนไหวเข้าโจมตีซ่งไป่หลาง คนหนึ่งใช้วิชามีดมายา จู่โจมลี้ลับลวงตา อีกคนใช้วิชาแส้อสูร รัดพันฟาดสังหาร

                ซ่งไป่หลางไม่ใส่ใจการโจมตีเหล่านี้ เพียงสะบัดมือคราวหนึ่งก็สร้างม่านบัวสวรรค์ขนาดเท่าฝ่ามือป้องกันการโจมตีทั้งสองอย่างแม่นยำยิ่ง จากนั้นร่ายวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ ปรากฏเงาของดอกบัวอันกระจ่างชัดครอบคลุมร่างของศิษย์นิกายหุบเขามืดผู้ใช้วิชามีด

                อ้ากกก ศิษย์ผู้ใช้มีดกรีดร้อง ได้รับผลของฝ่ามือบัวสวรรค์ทำให้บาดเจ็บสาหัสในชั่วอึดใจ ไม่ทันที่คนที่เหลือจะได้ตกตะลึงซ่งไป่หลางก็ร่ายท่าเท้าแปดบัวมายากระโจนเข้าถึงตัวศิษย์ผู้ใช้แส้สำเร็จ

                เคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์

                ร่างของซ่งไป่หลางปรากฏแสงสีฟ้าครอบคลุม พริบตาเดียวก็ซัดฝ่ามือเข้าใส่หน้าอกของศิษย์คนนั้น เสียงกร๊อบอันน่ากลัวดังขึ้นพร้อมกับรอยยุบรูปฝ่ามือบนหน้าอกของอีกฝ่าย ร่างของศิษย์คนนั้นปลิวกระเด็นกระอักเลือดออกมากองโต ได้รับความเสียหายจนยากจะขยับตัวในเวลาอันสั้น

                บัดซบ ศิษย์หญิงหัวหน้ากลุ่มนิกายหุบเขามืดแค่นเสียง ร่ายวิชากรงเล็บอสูรทมิฬออกมาจู่โจม พลังระดับสามเที่ยงแท้ขั้นสูงสุดของนางกดดันซ่งไป่หลางได้เล็กน้อย

                เด็กหนุ่มสร้างม่านบัวสวรรค์ซ้อนกันสามชั้น ป้องกันกรงเล็บอสูรทมิฬได้สำเร็จทว่าต้องถอยร่นไปอีกหลายก้าวเพราะการโจมตีจากชายอีกคนที่สอดผสานเข้ามา

                ศิษย์พี่ เจ้าหนูนี่แท้จริงแข็งแกร่งมาก พวกเราร่วมมือกันกำจัดมันดีกว่า เมื่อสองคนที่เหลือร่วมมือกัน ซ่งไป่หลางรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะศิษย์หญิงที่ใช้วิชากรงเล็บอสูรทมิฬ พลังโจมตีและความเร็วของนางไม่เลวเลย แม้แต่เทียนเจินก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง

                ยังไงก็ตาม พลังของนิกายหุบเขามืดไม่สามารถท้าทายอู๋หลิวหรือจูเหวินได้ด้วยซ้ำ เหตุใดพวกมันถึงตั้งใจหาเรื่องเรากัน ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย นิกายหุบเขามืดจงใจทำเครื่องหมายไว้บนตัวเขาหมายจะใช้ติดตามมาโจมตีไม่ผิดแน่ ทว่าหากปะทะกันจริงๆมีหรือนิกายบัวสวรรค์จะเสียเปรียบ ต่อให้ซ่งไป่หลางอ่อนแอจริงแต่จะเอาชนะอีกสี่คนที่เหลือเกรงว่านิกายหุบเขามืดยังไม่มีคุณสมบัติพอ

                ฮึ่ม เจ้าหนูนี่มีวิชาป้องกันแข็งแกร่งมาก ทั้งยังมีท่าเท้ายอดเยี่ยม ยากจะจัดการในเวลาสั้นๆ ศิษย์หญิงนิกายหุบเขามืดมีสีหน้ามืดครึ้ม หากปล่อยเอาไว้เช่นนี้หน้าตาของนิกายหุบเขามืดคงเสื่อมเสียเป็นแน่

                ช่วยไม่ได้ เดิมทีของชิ้นนี้มีไว้เพื่อจัดการอู๋หลิวกับจูเหวิน แต่หากไม่ใช้คงไม่สามารถจัดการเจ้าเด็กปีศาจนี่ได้ ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก ในที่สุดนางตัดสินใจหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติของตน

                นั่นมัน ซ่งไป่หลางตกใจเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกลิ่นอายชั่วร้ายได้จากของในมืออีกฝ่าย

                โฮ่ ดวงตาต้องสาป เซี่ยหยางประหลาดใจทว่าเป็นเพียงดวงตาต้องสาปที่อ่อนแออย่างมาก สำหรับระดับเที่ยงแท้ทั่วไปคงไม่อาจต่อต้าน แต่น่าเสียดายที่มันไม่สามารถใช้กับผู้ที่ครอบครองพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้

                ซ่งไป่หลางรู้สึกว่ากลิ่นอายชั่วร้ายพยายามจะแทรกซึมเข้ามาในร่าง ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับแก่นโลหิตศักดิ์สิทธิ์และพลังบริสุทธิ์ของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์แล้วกลิ่นอายนั้นก็ถูกบดทำลายอย่างรวดเร็ว ไม่มีโอกาสส่งผลต่อร่างของเขาแม้แต่น้อย

                หึหึ เจ้าหนูอวดเก่ง ภายใต้การกัดกร่อนของดวงตาต้องสาป อย่าว่าแต่เจ้าเลย ต่อให้เป็นอู๋หลิวหรือจูเหวินก็จะต้องตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอไปจนถึงระดับวิญญาณ ไม่มีทางต่อต้านข้าได้ หญิงสาวหัวเราะชั่วร้าย ด้วยของวิเศษชิ้นนี้นางสามารถกำจัดศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตนเองได้อย่างง่ายดาย ทว่าน่าเสียดายที่มันไม่มีผลมากนักต่อผู้มีพลังระดับห้าเที่ยงแท้ ไม่เช่นนั้นนางจะใช้มันกับหลินหลันเทียนแล้วเอาชนะเขาซะ

                น่ารังเกียจนัก ภายนอกมิติรวมนภา รองเจ้านิกายบัวสวรรค์แค่นเสียงดวงตาแดงก่ำตวัดมองไปที่รองเจ้านิกายหุบเขามืด เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายถึงขั้นยอมลดเกียรติใช้ของต้องสาปเพื่อจัดการกับพวกเขา

                น่าเสียดายนัก ความสามารถของไป่หลางโดดเด่นจริง แต่เผชิญหน้ากับดวงตาต้องสาปก็ยากที่จะเอาชนะได้แล้ว ใช้ยันต์ป้องกันตัวหนีออกมาเถอะ เขาได้แต่ปลดปลง

                เดี๋ยวก่อน มีบางสิ่งผิดปกติ ผู้อาวุโสจางขมวดคิ้วมองดูซ่งไป่หลางที่ยังคงยืนอย่างสงบเยือกเย็น

                ในมิติรวมนภา ศิษย์ชายที่เหลืออีกคนของนิกายหุบเขามืดกระโจนร่างเข้าหาซ่งไป่หลาง หมายจู่โจมจัดการให้ถึงขั้นพิการเพื่อล้างแค้นให้พรรคพวก

                ศิษย์หญิงมองภาพนั้นอย่างย่ามใจ ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าซ่งไป่หลาง สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นไม่น่ามอง ใจเต้นกระตุกสัญชาตญาณกรีดร้องว่านี่ไม่ปกติแล้ว

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

                กร๊อบ!!! เสียงอันน่าสยดสยองดังขึ้น ร่างของชายผู้นั้นถูกเงาดอกบัวกดทับจนบิดงอ ร่างกายพิการมากกว่าห้าส่วนในพริบตา ทั้งยังหมดสติโดยไม่ทันได้รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น น่าคือผลจากการลงมือด้วยเคล็ดวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์เต็มกำลังของซ่งไป่หลาง

                ดวงตาของเด็กหนุ่มทอประกายเย็นเยียบ นอกจากใช้ของสกปรกยังคิดลงมือให้ข้าพิการ เช่นนั้นก็อย่าโทษที่ข้าลงมือหนักเกินไปแล้วกัน

                ศิษย์หญิงกรีดร้องออกมา เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่ได้รับผลของดวงตาต้องสาปได้อย่างไร ของชิ้นนี้นอกจากหลินหลันเทียนก็ไม่น่าจะมีใครต่อต้านได้

                ซ่งไป่หลางหัวเราะ โง่จริง พวกเจ้ามีของวิเศษแล้วข้าจะมีของวิเศษบ้างไม่ได้หรือ?”

                ราวกับถูกฟาดด้วยค้อน ศิษย์หญิงนิกายหุบเขามืดตระหนักได้แล้วว่านางกำลังอยู่ในการประลองเช่นใด นี่คือการประลองระหว่างศิษย์ตัวแทนของนิกาย ทุกคนที่เข้ามาล้วนเป็นความภาคภูมิใจของแต่ละนิกาย ของวิเศษ อาวุธวิเศษ วิชาระดับสูง ทุกอย่างที่แต่ละนิกายมีล้วนทุ่มเทให้ศิษย์ของตนอย่างเต็มที่เพื่อเกียรติยศของนิกาย

                ดี พวกข้าพ่ายแพ้แล้วอย่างแท้จริง ศิษย์หญิงหัวเราะขมขื่น พิจารณาจากการลงมือของซ่งไป่หลาง ต่อให้นางไม่พ่ายแพ้ในเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่อาจเอาชนะได้เช่นกัน หากสู้กันสักหนึ่งร้อยกระบวนท่าถึงเวลานั้นนางก็คงเป็นฝ่ายแพ้อยู่ดี

                เข้าใจแล้วก็ดี ใช้ยันต์ป้องกันตัวออกไปจากที่นี่ซะ ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจไม่ได้กลับออกไปโดยสมบูรณ์

                ศิษย์หญิงสีหน้าไม่สู้ดีนัก เจ้าหนู อย่าได้บีบคั้นกันเกินไปนัก ออกไปเช่นนี้ก็เท่ากับไม่ได้คะแนน เข้ารอบถัดไปย่อมไม่มีโอกาสได้รับของวิเศษ ไม่ต้องเอ่ยถึงรอบสุดท้ายที่ต้องใช้แต้มตัวเองท้าสู้ผู้อื่น ข้าไม่มีทางยอมให้นิกายข้ากลายเป็นอันดับสุดท้ายของการประลอง

                ไม่ใช่พวกเจ้าหรอกหรือที่ต้องการทำแบบนั้นกับพวกเรานิกายบัวสวรรค์ ถึงเวลาถูกดาบสนองคืนกลับมาเรียกร้องหาว่าข้าบีบคั้น น่าขันนัก ซ่งไป่หลางไม่มีความเมตตาแม้แต่น้อย เสียเวลาเกินไปแล้ว หากยังไม่ยอมออกไปข้าก็จะลงมือละนะ

                อย่าคิดว่าข้าจะยอม หญิงสาวคำรามออกมาหนึ่งคำจากนั้นใช้ความเร็วอันยอดเยี่ยมทะยานร่างหนีไปอย่างรวดเร็ว ซ่งไป่หลางเผยยิ้มร่ายท่าเท้าแปดบัวดาราไล่ตามไปติดๆ

                ความเร็วของนางเหนือกว่า ซ่งไป่หลางพบว่าตนเองค่อยๆถูกทิ้งห่างออกไปทีละน้อย

                เจ้าหนู ไล่ตามนางต่อก็เสียเวลา อย่างไรซะนิกายหุบเขามืดก็คงทำอันใดได้ไม่มากแล้ว เอาเวลาไปเก็บเกี่ยวเถอะ เสียงของเซี่ยหยางดังขึ้น ข้าใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งจึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสมบัติวิเศษ ทั้งยังเป็นสมบัติธาตุวารีด้วย ระยะห่างอยู่ไม่ไกลนัก หากได้รับมาไม่แน่อาจช่วยให้เจ้าสามารถดึงพลังธาตุวารีออกมาใช้ได้เล็กน้อยโดยที่ยังไม่ต้องไปถึงระดับเที่ยงแท้

                ซ่งไป่หลางได้ยินก็เลิกไล่ตามหญิงสาวของนิกายหุบเขามืด สำหรับเขาแล้วการประลองครั้งนี้หนทางเดียวที่จะทำให้เขามีโอกาสในการได้รับรางวัลก็คือการพยายามทะยานไปถึงขั้นเที่ยงแท้เพื่อใช้พลังธาตุให้ได้

                รอบๆนี้ยังมีสัตว์ปีศาจระดับหนึ่งและระดับสองขั้นต่ำอาศัยอยู่ด้วย ข้าควรเก็บคะแนนไปด้วยระหว่างทาง ซ่งไป่หลางไม่รีบร้อนมากนัก เขามีเวลาถึงสามวันในมิติแห่งนี้

               

                สีหน้าของรองเจ้านิกายหุบเขามืดแปรเปลี่ยนเป็นไม่น่ามอง เขาตระหนักแล้วว่าชะตากรรมของนิกายหุบเขามืดในเวลานี้ อย่าว่าแต่จะชิงอันดับจากนิกายบัวสวรรค์เลย แม้แต่อันดับเดิมก็ยังยากที่จะรักษาเอาไว้ได้

                 อย่างน้อยจิงเอ๋อก็ยังมีเนตรต้องสาปอยู่กับตัว ไม่มีทางพลาดท่าโดยง่าย ทว่าเจ้าเด็กประหลาดพลังขั้นสิบก่อกำเนิดนั่นกลับเอาชนะศิษย์ของเราที่มีพลังขั้นสามเที่ยงแท้ได้ นิกายบัวสวรรค์ไปหาอัจฉริยะฟ้าประทานระดับนี้มาจากที่ใดกันแน่ หากปล่อยเอาไว้นานเข้ารอจนมันเติบใหญ่อันดับของนิกายบัวสวรรค์คงพุ่งทะยานขึ้นไม่หยุดเป็นแน่

                สายตาชั่วร้ายกวาดมองไปยังสีหน้าของผู้อาวุโสของนิกายอื่นๆ เหอะๆ ถือว่าเจ้าเด็กนั่นโชคร้าย หลังการประลองนี้คงมีหลายนิกายที่ต้องการกำจัดเขาก่อนที่จะกลายเป็นภัยคุกคามเป็นแน่ การชิงอันดับของแต่ละนิกายนั้นดุเดือดเกินไป อัจฉริยะที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นปัญหาย่อมถูกเพ่งเล็งกำจัดเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว

                รองเจ้านิกายบัวสวรรค์เองก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน ตาเฒ่าทั้งหลายที่นี่คงคิดเรื่องเลวร้ายอยู่แน่ๆ ทว่าจะจัดการกับไป่หลางพวกเจ้าคงต้องทุ่มเทมากเสียหน่อย ชีวิตของซ่งไป่หลางมีความสำคัญอย่างมาก เป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ต่อให้การประลองครั้งนี้เขาไม่ใช่อันดับต้นๆแล้วอย่างไร ในปีหน้าไม่แน่ซ่งไป่หลางอาจกลายเป็นอันดับหนึ่งของการประลองสิบนภาผลักดันให้นิกายบัวสวรรค์ทะยานขึ้นท้องฟ้าก็เป็นได้

                เพื่อปกป้องอัจฉริยะที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ นิกายย่อมต้องทุ่มเททุกอย่างที่มีเช่นกัน

                ผู้อาวุโสจาง ของสิ่งนั้นท่านได้มอบให้กับเจ้าหนูไป่หลางไว้แล้วใช่หรือไม่

                ผู้อาวุโสจางมีรอยยิ้มไม่สู้ดีนัก ข้าไม่ได้มอบมันให้กับไป่หลางแต่มอบให้กับฉินเอ๋อ ทว่าข้าได้กำชับนางเอาไว้แล้วว่าหากเกิดเหตุร้ายให้ทุ่มเทปกป้องไป่หลางอย่างเต็มที่

                รองเจ้านิกายสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เหตุใดท่านไม่มอบมันให้กับไป่หลางโดยตรงเล่า

                ท่านอาจจะไม่รู้จักนิสัยของไป่หลางนัก เด็กคนนี้ไม่ให้ความสนิทสนมกับผู้ใดง่ายๆ ทั้งยังหลีกเลี่ยงเรื่องบุญคุณความแค้นอย่างละเอียดรอบคอบ หากข้านำของสิ่งนี้มอบให้กับเขาด้วยตัวเองทั้งยังเป็นสิ่งที่ถูกส่งมอบจากนิกาย เกรงว่าไป่หลางคงไม่ยอมรับไปโดยง่าย ทว่าหากเป็นฉินเอ๋อมอบให้เขา ด้วยมิตรภาพและความรู้สึกดีๆระหว่างพวกเขาทั้งสองไป่หลางจะไม่มีทางปฏิเสธโดยเด็ดขาด รอจนกว่าถึงเวลาที่เหมาะสมฉินเอ๋อก็คงมอบให้กับไป่หลางเอง

                รองเจ้านิกายถอนหายใจ เรื่องบาดแผลทางใจของซ่งไป่หลางเกี่ยวกับตระกูลซ่งเขาย่อมรู้ดี เด็กคนนี้ไม่ต้องการสร้างภาระผูกพันให้กับตนเองมากเกินไป เกรงว่าแม้แต่กับนิกายบัวสวรรค์เองซ่งไป่หลางก็คงไม่มีใจผูกพันอะไรมากมายนัก แม้แต่ผู้อาวุโสจางที่รับเขาเป็นศิษย์ใกล้ชิดซ่งไป่หลางยังไม่เคยเข้าไปขอคำชี้แนะหรือขอทรัพยากรฝึกฝน มีก็แต่ผู้อาวุโสจางมอบให้ด้วยตัวเองทั้งหมด

                เสียดายนัก ทว่าอัจฉริยะระดับเขาอนาคตไม่มีทางหยุดอยู่แค่แคว้นสิบนภาเป็นแน่ แต่ข้าก็หวังว่าเขาจะนำพานิกายบัวสวรรค์ให้พบเจอกับความรุ่งเรืองก่อนที่จะจากไป รองเจ้านิกายคิดในใจ

                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 545 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #108 yukai (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 06:02

    ขอบคุณ
    #108
    0
  2. #50 Parichat1009 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 20:34
    คิดดีๆ
    #50
    0