God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 220 : ตอนที่ 210 ปณิธานของเทียนอี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    11 ก.พ. 64

                นับว่าค่อนข้างโชคดีทีเดียว ศัตรูคราวนี้เป็นกลุ่มสถาบันจอมกระบี่ กลุ่มของสถาบันจอมกระบี่นั้นแข็งแกร่งรองจากสถาบันหยางหัวเล็กน้อยในปีที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าปีนี้พวกมันจะแข็งแกร่งมากขึ้น คนที่นำทัพเป็นอัจฉริยะคนใหม่ที่เพิ่งเข้าศึกษาในสถาบันได้ไม่นาน ดูเหมือนปราชญ์แห่งกระบี่จะพาตัวคนผู้นี้มาด้วยตนเอง ทั้งยังหมายที่จะรับไว้เป็นศิษย์ด้วย

            คนผู้นี้ถูกเรียกด้วยฉายาว่ากระบี่หยก ไม่ใช่เพียงเพราะฝีมือกระบี่แต่ยังรวมถึงลักษณะภายนอกที่โดดเด่นอีกด้วย เป็นชายหนุ่มรูปงามดุจหยกเมื่อถือกระบี่แล้วก็ให้ความรู้สึกสูงส่งยากจะเข้าถึง ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่าหานเส้าเทียน

            เดิมทีปราชญ์แห่งกระบี่คิดจะให้หานเส้าเทียนเข้าร่วมกาประลองแบบเดี่ยว แต่เมื่อพิจารณาจากความแข็งแกร่งของหนิงหว่านมันก็เปลี่ยนใจ เห็นได้ชัดว่าปราชญ์แห่งกระบี่นั้นคาดหวังในตัวศิษย์คนนี้มาก หากลงประลองแบบเดี่ยวและต้องพ่ายแพ้ให้กับหนิงหว่านจนเกิดเป็นบาดแผลทางจิตใจมิสู้ปล่อยให้มันลงประลองแบบกลุ่มแทน ต่อให้พ่ายแพ้กลุ่มของสถาบันฟงอวิ๋นแต่ก็เพราะศักยภาพของกลุ่มฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ก็พอจะรักษาสภาพจิตใจเอาไว้ได้ทั้งยังได้รับประสบการณ์ด้วย

            หานเส้าเทียนเพิ่งทะยานขึ้นเป็นจักรพรรดิปฐพีได้ไม่นานทางด้านระดับพลังจึงยังไม่เท่ากับพวกผู้เข้าประลองคนอื่นๆที่ส่วนมากมักจะเป็นขั้นจักรพรรดิปฐพีที่ใกล้พัฒนาเต็มที แต่ถึงอย่างนั้นศักยภาพของมันก็ยังเหนือกว่าผู้ประลองจำนวนมาก กระทั่งเป็นผู้นำของกลุ่มสถาบันจอมกระบี่ได้อย่างไม่มีปัญหา

            ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อของหานเส้าเทียนจากข้อมูลที่ซ่งไป่หลางใช้ลู่เหอช่วยรวบรวมให้ เทียนอี้รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นเป็นเวลาเดียวกัน มันรู้จักหานเส้าเทียนผู้นี้ เพราะต่างก็เป็นคนที่มาจากดินแดนแปดกระบี่เช่นเดียวกัน

            แม้ซ่งไป่หลางจะพบเจอกับเทียนอี้ที่ดินแดนราชันย์แต่อย่าลืมว่าตัวมันเป็นคนของตระกูลเทียนที่อพยพหนีมาจากดินแดนแปดกระบี่ ในดินแดนแห่งนั้นตระกูลเทียนเคยเป็นหนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจมากแต่กลับพลาดท่าจนต้องหลบหนีย้ายมาอยู่ที่ดินแดนราชันย์

            ตระกูลหานเองก็เป็นหนึ่งในตระกูลมหาอำนาจของดินแดนแปดกระบี่เช่นกัน ชื่อเสียงของหานเส้าเทียนนั้นโด่งดังมานานแล้วในดินแดนแปดกระบี่ เพียงแต่ไม่นึกว่าจะดังเสียจนดึงดูดความสนใจของปราชญ์แห่งกระบี่เข้า

            หานเส้าเทียนเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในรอบร้อยปีของตระกูลหาน อายุเพียงยี่สิบกว่าปีก็บรรลุเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ เวลานี้อายุราวๆยี่สิบแปดปีมีพลังขั้นจักรพรรดิปฐพี กลายเป็นความหวังใหม่สำหรับตระกูลหานทั้งตระกูล

            นายท่าน อนุญาตให้ข้าได้ประลองกับหานเส้าเทียนด้วยเทียนอี้ที่พบเจอกับกลุ่มของสถาบันจอมกระบี่ไม่อาจทนทานต่อความตื่นเต้นและกระตือรือร้นของตนเองได้

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย พิจารณาดูแล้วเจตจำนงกระบี่ของหานเส้าเทียนที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้อ่อนด้อยเลย ถึงจะไม่แหลมคมเท่ากับเทียนอี้แต่ก็ไม่ด้อยกว่ามาก ระดับพลังของสองคนแตกต่างกันเกินไป เทียนอี้ไม่อาจเอาชนะได้อย่างแน่นอน

เทียนอี้ เจ้ามั่นใจว่าจะชนะ?” ซ่งไป่หลางเอ่ยถาม

เทียนอี้เม้มปากของมันเล็กน้อย คำถามนี้หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นมันอาจจะพยักหน้าอย่างเชื่อมั่น แต่เมื่อคู่ต่อสู้เป็นหานเส้าเทียนที่มีเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ทั้งยังมีพลังเหนือกว่ามันก็ไม่อาจตอบกลับได้ในทันที แต่ประกายแห่งความต้องการต่อสู้และท้าทายขีดจำกัดนั้นผลักดันให้มันพยักหน้าในที่สุด

ซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆ เซียนกระบี่เหวินชิงปะทะกับยอดผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เฉินกั่วได้สำเร็จด้วยวิถีกระบี่ทั้งที่พลังของมันด้อยกว่า เหตุผลที่ชนะก็เพราะมันมีกระบี่ที่ดีอยู่ในมือ เจ้าเข้าใจความหมายของมันหรือไม่

ดวงตาของซ่งไป่หลางกวาดมองเทียนอี้ก่อนจะหยุดที่ร่างของเยว่จิง

เยว่จิงตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เทียนอี้ หากเจ้าต้องการเอาชนะหานเส้าเทียนผู้นั้นจริงๆละก็…”

แม่นางเยว่ นายท่าน ข้าเข้าใจความหมายของพวกท่าน จริงอยู่ว่าหากไม่ถือกระบี่วิญญาณข้าก็คงไม่อาจเอาชนะหานเส้าเทียนได้ ทว่าข้าไม่ได้คาดหวังชัยชนะถึงเพียงนั้น แม้จะน่าละอายแต่ข้าในเวลานี้เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ว่าวิถีกระบี่ของข้าไม่ด้อยไปกว่าอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของดินแดนแปดกระบี่ ข้าต้องการกอบกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีให้กับตระกูลเทียนด้วยตัวข้าเอง

ซ่งไป่หลางมองเทียนอี้ เจ้าเด็กโง่ สิ่งที่สามารถกอบกู้และเกียรติยศได้มีเพียงชัยชนะเท่านั้น ต่อให้เจ้าสามารถรับมือหานเส้าเทียนได้แม้จะมีพลังต่ำกว่าแต่หากเจ้าไม่อาจมีชัยชนะ สิ่งที่เจ้าต้องการก็เป็นเพียงความฝันอันเลื่อนลอย

แม้จะคิดเช่นนั้นแต่ซ่งไป่หลางกลับไม่ได้พูดอันใดออกไป มันรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญสำหรับเด็กหนุ่มผู้ที่สาบานเป็นผู้ติดตามของตน จริงอยู่ด้วยฐานะของผู้เป็นนายและผู้มีบุญคุณ ซ่งไป่หลางสามารถออกคำสั่งต่อเทียนอี้ได้โดยตรง แต่มันมิได้ต้องการข้ารับใช้ อันที่จริงซ่งไป่หลางเพียงต้องการสหายที่พึ่งพาได้ที่สามารถฝากฝังสิ่งต่างๆเอาไว้ได้ก็เท่านั้น

เอาเถอะ ถึงอย่างไรสถาบันจอมกระบี่ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง ก่อนที่จะเผชิญหน้ากับสถาบันฟงอวิ๋นคงไม่เสียหายอันใดที่จะให้เทียนอี้และเยว่จิงได้ลองทุ่มเททุกสิ่งดู

สิ่งที่ซ่งไป่หลางไม่ขาดก็คือโอสถวิเศษ ต่อให้การต่อสู้ครั้งนี้อาจจะทำให้เทียนอี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด

เยว่จิง เจ้าเองก็เลือกคู่ต่อสู้สักหนึ่งคนเถอะ ข้ากับรั่วอวี่จะรับมืออีกสองคนในที่สุดซ่งไป่หลางก็พยักหน้าอนุญาตให้เทียนอี้ลงมือ

เทียนอี้ยิ้มด้วยความซาบซึ้งและตื่นเต้น มันได้สาบานที่จะรับใช้และติดตามซ่งไป่หลางอย่างซื่อสัตย์ มันรู้ดีว่าการกระทำครั้งนี้เป็นความเอาแต่ใจที่ไม่สมควรได้รับการอภัย ทว่าตราบใดที่ผู้เป็นนายไว้วางใจในตัวมัน เทียนอี้ก็จะต้องตอบแทนความไว้วางใจนั้นอย่างสุดความสามารถอย่างแน่นอน

ข้าจะไม่พ่ายแพ้ต่อหานเส้าเทียน!!’ จิตวิญญาณของเทียนอี้พลันยกระดับขึ้นโดยไม่รู้ตัว

กลุ่มของสถาบันจอมกระบี่ค้นพบกลุ่มของซ่งไป่หลางนานแล้ว ทว่าหานเส้าเทียนกลับส่งสัญญาณให้อีกสามคนเฝ้าดูฝ่ายตรงข้ามอย่างเยือกเย็น

ข้อแรก ข้อมูลของกลุ่มจากสถาบันหลานฮัวนั้นมีอยู่น้อยมากเกินไป น้อยเสียจนมันรู้สึกกังวลทั้งยังแปลกประหลาดเสียจนไม่อาจทำความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันใดต่อให้รู้ว่าไม่อาจเอาชนะแต่ก็จะต้องส่งคนที่ดีที่สุดลงมาเข้าร่วมการประลอง แต่สถาบันหลานฮัวกลับส่งคนที่เป็นราชันยุทธ์ลงมาสามคนและจักรพรรดิมนุษย์อีกหนึ่งคน ช่างไม่สมเหตุสมผลเสียเลย

นอกจากนี้การปรากฏตัวของคนกลุ่มนี้ยังแปลกประหลาด ไม่คล้ายกับว่าพวกมันถูกส่งมาที่ทิศตะวันออกและเดินทางไปเรื่อยๆจนพบเจอกับกลุ่มของมัน แต่คล้ายกับว่าพวกมันปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ซึ่งหานเส้าเทียนคาดว่ามันอาจจะเป็นผลมาจากการใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย

ต้องชมเชยว่าหานเส้าเทียนผู้นี้ชาญฉลาดไม่เลวจริงๆ

เห็นท่าทีของกลุ่มสถาบันจอมกระบี่ เทียนอี้ก็รู้สึกว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างดีสำหรับมัน หากทั้งสองกลุ่มยังไม่ปะทะกันความต้องการของมันก็จะยิ่งสะดวกขึ้น ดังนั้นร่างของเด็กหนุ่มจึงทะยานออกมาในทันที

หานเส้าเทียน ข้าเทียนอี้ขอท้าประลองต่อเจ้า

คิ้วของหานเส้าเทียนกระตุกเล็กน้อย เจ้าเด็กน้อยที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเสียด้วยซ้ำ แม้ว่าจะมีพลังถึงขั้นสิบราชันยุทธ์แต่กลับกล้าท้าประลองข้ามขั้นเช่นนี้ ไม่มากเกินไปหน่อยหรือ

อย่างไรก็ตามมันไม่ได้แสดงท่าทีดูถูกออกไปเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเมื่อตระหนักได้ถึงเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ของอีกฝ่าย บ้าน่า อายุไม่ถึงยี่สิบปีกลับบรรลุเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์แล้ว ทั้งยังเฉียบคมและบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก

หานเส้าเทียนตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติ หากสัญชาตญาณของมันไม่ผิดพลาด บางทีเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มผู้นี้อาจจะร้ายกาจยิ่งกว่ามันเสียอีก

ความภาคภูมิใจในฐานะของอัจฉริยะกระบี่ได้ถูกกระตุ้นเสียแล้ว หานเส้าเทียนชักกระบี่ของมันออกมาจากนั้นจึงทะยานร่างมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเทียนอี้ พร้อมกับส่งสัญญาณห้ามคนอื่นๆเอาไว้ พวกเจ้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง ให้ข้าทดสอบฝีมือน้องชายที่น่าสนใจผู้นี้เสียหน่อย

เทียนอี้ยิ้มอย่างพึงพอใจ เป็นเกียรติที่คุณชายหานยอมประลองกับข้า

หานเส้าเทียนไม่ได้โต้ตอบอะไร มันเพียงจรดปลายกระบี่เข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามอย่างตั้งใจ ก่อนที่เจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ของมันจะหลั่งไหลออกมา

เจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ทั้งสองสายปะทะกัน ทันใดนั้นหานเส้าเทียนก็ตระหนักอย่างชัดเจนว่าสัญชาตญาณของมันไม่ผิดพลาด ในแง่ของเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์เจ้าเด็กน้อยผู้นี้ยังเหนือกว่ามันเสียอีก

แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ดวงตาของหานเส้าเทียนกลับไม่มีร่องรอยของความหวั่นไหว สมาธิทั้งหมดของมันหลอมรวมเข้ากับกระบี่ในมืออย่างเยือกเย็น

เทียนอี้ไม่มีโอกาสชนะเลยเยว่จิงพึมพำด้วยน้ำเสียงกังวล เสียเปรียบในด้านพลังอย่างชัดเจน ด้านเจตจำนงกระบี่อาจจะเหนือกว่าแต่ก็ไม่ได้มากมายจนเห็นผลลัพธ์ชัดเจนอันใด ด้านสภาวะอารมณ์และจิตใจก็ไม่ได้มีใครเหนือกว่ากัน กับคู่ต่อสู้เช่นนี้หากไม่ยกระดับพลังหรือเจตจำนงกระบี่ขึ้นอย่างก้าวกระโดดก็คงไม่อาจเอาชนะได้

มันไม่มีสิทธิ์พ่ายแพ้ซ่งไป่หลางเอ่ยเบาๆ หลังจากที่เทียนอี้ให้คำมั่นว่ามันจะชนะ เทียนอี้ก็ไม่อาจพ่ายแพ้ได้อีกแล้ว เพราะนั่นจะเป็นการทำลายความไว้วางใจทั้งหมดที่ตนมอบให้ สำหรับเทียนอี้แล้วสิ่งนี้ยังแย่เสียยิ่งกว่าความตาย

เยว่จิงยิ่งรู้สึกกังวลและสับสน แม้เรื่องนี้จะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่สำหรับเทียนอี้แล้วมันกลับเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทั้งศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่น หากตัดสินด้วยความเป็นไปได้แล้วเทียนอี้ควรจะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน โอกาสชนะของมันมีไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นอย่างนั้นแต่มันกลับรับปากว่าจะชนะ

ซ่งไป่หลางเองก็รู้ดี เยว่จิงเชื่อเช่นนั้น รู้ดีว่าเทียนอี้แทบไม่มีโอกาสชนะอยู่เลย ถึงอย่างนั้นตอนที่เทียนอี้ให้คำสัญญาว่ามันจะชนะซ่งไป่หลางกลับพยักหน้ายินยอมและอนุญาตให้มันทำตามใจ ทั้งยังไม่ยอมรับความผิดพลาดที่มีโอกาสเกิดขึ้นอย่างมากมายนั้นอีกด้วย

โดยไม่รู้ตัว เยว่จิงไม่อาจทำใจได้หากเทียนอี้ต้องสูญเสียทุกสิ่งลงเพียงเพราะความพ่ายแพ้ในครั้งนี้

อย่าแพ้นะนางครุ่นคิดภาวนาในใจ

คนทั้งสองยืนจ้องหน้ากัน ปลายกระบี่จรดเข้าหาฝ่ายตรงข้าม สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะผ่อนออกอย่างแผ่วเบา ทั้งสองคนอยู่ในสภาวะเช่นนี้เป็นเวลาราวหนึ่งก้านธูป

แม้จะดูหยุดนิ่งแต่ทุกคนที่เฝ้าดูอยู่กลับไม่กล้าส่งเสียงหรือแม้แต่กลืนน้ำลาย นั่นเพราะตระหนักได้ถึงการต่อสู้ด้วยพลังสมาธิและสภาวะกระบี่แห่งจิตวิญญาณ

ผู้ที่สูญเสียสมาธิก่อน แม้จะเพียงแค่พริบตาก็ได้ก้าวเท้าสู่ความพ่ายแพ้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ในหัวของเทียนอี้เต็มไปด้วยสภาพอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลาย ตื่นเต้น ยินดี กังวล หวาดกลัว มันรู้ดีว่าตนเองมีโอกาสพ่ายแพ้มากเพียงใด รู้ดีถึงศักยภาพของหานเส้าเทียนตั้งแต่ที่มองเห็นอีกฝ่าย แต่มันกลับตระหนักได้ว่านี่คือโอกาสที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของมัน และหากมันพลาดโอกาสนี้ไปในอนาคตมันคงไม่อาจรักษาคุณสมบัติที่จะก้าวตามผู้เป็นนายได้อีกต่อไป

แม้จะติดตามซ่งไป่หลางมาได้ไม่นาน แต่มันก็ได้รู้เรื่องราวของผู้เป็นนายมาค่อนข้างมากแล้ว นายท่านผู้นี้ใช้เวลาเพียงประมาณห้าปี เปลี่ยนตนเองจากคนที่ไม่มีใครเหลียวแลในสถานที่อย่างแคว้นสิบนภา ในนิกายเล็กๆที่อ่อนแอนั้น ด้วยพลังระดับขั้นสามก่อกำเนิดที่แม้แต่เด็กสามขวบในดินแดนราชันย์ก็ยังเหลือบมองอยู่ดูแคลน ด้วยระยะเวลาเพียงแค่นั้นกลับทะยานขึ้นมาจนถึงจุดนี้

อย่าได้มองว่าพลังของนายท่านอยู่ที่ขั้นราชันยุทธ์เท่านั้น พลังต่อสู้ที่แท้จริงของนายท่านที่เอาชนะได้กระทั่งจักรพรรดิปฐพี เกรงว่าต่อให้เป็นจักรพรรดิฟ้าก็คงเอาชนะนายท่านไม่ได้ง่ายๆ กับบุคคลเช่นนี้หากคิดจะติดตามเพียงแค่พรสวรรค์เล็กน้อยที่มันมีคงไม่เพียงพอ

เทียนอี้เคยภาคภูมิใจว่าตนเองเป็นอัจฉริยะที่พัฒนาพลังได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมันได้รู้เรื่องของซ่งไป่หลางมากขึ้นมันก็ตระหนักได้ว่าเพียงแค่นี้ยังไม่เพียงพอ

หากปล่อยเอาไว้ สักวันหนึ่งนายท่านก็จะพัฒนาขึ้นไป พัฒนาจนมันไม่อาจก้าวตามทัน เมื่อถึงเวลานั้นมันก็จะสูญเสียคุณสมบัติที่จะคอยติดตามรับใช้นายท่านไปได้

มันได้เห็นซ่งเจียงผู้ที่คอยติดตามรับใช้คุณหนูซ่งหงเสวี่ยมาตลอดเวลายี่สิบปี แม้ว่าซ่งเจียงจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ติดตามรับใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบในช่วงเวลานั้น แต่ตอนนี้กลับต้องจมอยู่กับความทุกข์ที่ค้นพบว่ามันไม่อาจช่วยเหลืออันใดนางได้อีกแล้ว ตอนที่ซ่งเจียงคอยดูแลสั่งสอนเทียนอี้ ซ่งเจียงก็มักจะเอ่ยย้ำเตือนเสมอว่าหากมันไม่เร่งพัฒนาตนเองก็จะไม่อาจช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างผู้เป็นนายได้อีกต่อไป

กับนายท่านที่แข็งแกร่งและพัฒนาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ เทียนอี้ไม่อาจปล่อยให้ตนเองใช้ชีวิตอย่างเฉยชาได้ มันฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดพักแต่กลับพบว่าไม่อาจที่จะไล่ตามผู้เป็นนายได้ทันเลย

จนกระทั่งเวลานี้ บางสิ่งได้ทำให้มันตระหนักด้วยสัญชาตญาณว่ามีเพียงสถานการณ์นี้เท่านั้น นี่คือโอกาสที่มันจะสามารถพลิกเปลี่ยนโชคชะตาได้ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เคยเป็นดวงดาวอันโดดเด่นที่มันทำได้เพียงแหงนหน้ามองครั้งยังอยู่ที่ดินแดนแปดกระบี่ แม้จะต้องเจอกับศัตรูที่แทบไม่มีโอกาสเอาชนะ แต่มันก็รู้ดีว่ามีเพียงสถานการณ์เช่นนี้เท่านั้นที่จะผลักดันตนเองขึ้นไปได้อย่างที่ต้องการ

ข้าจะเอาชนะหานเส้าเทียนและเป็นผู้ติดตามที่ทำประโยชน์ให้นายท่าน

แม้จะครุ่นคิดสิ่งต่างๆมากมายแต่น่าแปลกที่ลมหายใจของเทียนอี้กลับสงบเป็นอย่างมาก สมาธิของมันก็จดจ่ออยู่ที่กระบี่ในมือ ราวกับว่าความคิดอันสับสนวุ่นวายก่อนหน้านี้ของมันได้ถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวและถูกถ่ายทอดลงบนกระบี่ที่อยู่ในมือ

เวลาชั่วสองก้านธูปผ่านไป ในที่สุดปลายกระบี่ของหานเส้าเทียนพลันสั่นระริกเล็กน้อย

และนี่เป็นเวลาที่เทียนอี้เริ่มเคลื่อนไหว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น