God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 218 : ตอนที่ 208 เริ่มการประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    10 ก.พ. 64

                หลังจากความพ่ายแพ้จากการประลองเมื่อหนึ่งปีก่อน จูเหวินจวินก็ได้สาบานว่าจะต้องเอาชนะให้ได้ในการประลองครั้งถัดไป

            เพื่อการนั้นมันได้ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งไม่มีหยุดพักแม้แต่ชั่วลมหายใจเดียวเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

            เพื่อการนั้นมันได้ขอร้องอาจารย์และหยิบยืมสมบัติวิเศษจำนวนมากเพื่อใช้ในการประลองระหว่างสถาบันรอบใหม่

            เพื่อการนั้นมันถึงกระทั่งร่วมมือกับแผนการของสถาบันเหอปิงที่ต้องการหยุดหนิงหว่านเอาไว้ที่เขตตะวันออกที่นางเสียเปรียบที่สุดและกำจัดนางลงในสถานที่แห่งนั้น

            จูเหวินจวินเชื่อมั่นอย่างมากว่ามันไม่ต้องการความร่วมมือจากคนอื่นตราบใดที่หนิงหว่านถูกหยุดเอาไว้ที่เขตตะวันออก มันเพียงลำพังก็สามารถโค่นล้มนางได้

            อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นทั้งหมดของจูเหวินจวินถูกบดขยี้ลงในพริบตา

            เบื้องหน้าของมัน ร่างอันงดงามของหนิงหว่านเวลานี้ราวกับถูกย้อมด้วยหมอกสีขาวที่เป็นไอเย็นอันเกิดจากลมหายใจของนาง มือขาวนวลของนางกำลังบีบไปที่ลำคอของซูกวนเจ้อ สีหน้าของซูกวนเจ้อมืดมิดและเขียวคล้ำ ร่างของมันดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน

            เป็นไปไม่ได้ เหตุใดนางจึงทรงพลังถึงเพียงนี้ นอกจากนี้พลังเหมันต์วารีของข้าที่เสริมด้วยอักขระเหมันต์ไร้สิ้นสุดเหตุใดจึงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่นาง

            หนิงหว่านมองซูกวนเจ้อด้วยดวงตาราบเรียบไร้อารมณ์ ร่างของซูกวนเจ้อค่อยๆถูกปกคลุมด้วยไอเย็นก่อนจะค่อยๆแปรสภาพกลายเป็นน้ำแข็ง

            จูเหวินจวินสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้นางกลับสามารถแช่แข็งคนได้ นี่เป็นพลังที่เหนือสามัญสำนึกจนเกินไปแล้ว เคล็ดวิชาของนางไร้ขีดจำกัดอย่างนั้นหรือ

            หนิงหว่านสามารถแช่แข็งซูกวนเจ้อได้ อย่างไรก็ตามนางตระหนักดีว่าภายใต้สภาพแวดล้อมอันร้อนแรงเช่นนี้ผ่านไปไม่นานน้ำแข็งของนางก็จะค่อยๆละลาย ดังนั้นนางจึงไม่คิดจะจบลงเพียงแค่การแช่แข็งร่างของมัน

            ระหว่างที่ซูกวนเจ้อถูกน้ำแข็งปกคลุม แรงบีบที่มากขึ้นจากฝ่ามือของนางก็ทำให้ลำคอของซูกวนเจ้อที่กลายเป็นน้ำแข็งๆค่อยๆปริแตก ก่อนที่ร่องรอยการแตกสลายจะลุกลามและร่างของซูกวนเจ้อก็ได้แตกสลายออกเป็นเศษน้ำแข็งก่อนจะสลายหายไป

            เป็นเพราะการคุ้มครองของอนุสรณ์แห่งปราชญ์ทำให้ชีวิตของซูกวนเจ้อยังสามารถรักษาเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามการที่ร่างกายของมันถูกทำลายเป็นเศษน้ำแข็งชิ้นเล็กๆคงกลายเป็นความทรงจำและความหวาดกลัวที่ฝังลึกในจิตวิญญาณของมันไปอีกแสนนาน

            คนที่จากไปหวาดกลัวมากเพียงใดคนที่ยังอยู่กลับหวาดกลัวมากยิ่งกว่า จูเหวินจวินพบว่าความแค้นและปณิธานของมันที่ถูกสั่งสมมาเป็นเวลาหนึ่งปีได้สลายหายไปจนหมดสิ้นแล้วกับภาพที่มองเห็นเบื้องหน้า

            หนิงหว่านในเวลานี้เย็นชาเสียยิ่งกว่าช่วงเวลาปกติ นี่ก็คือผลจากเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์ เมื่อใช้พลังอย่างเต็มที่ไม่เพียงจะสามารถเยือกแข็งสรรพสิ่งรอบตัว กระทั่งอารมณ์และจิตวิญญาณของตนเองก็ยังหนีไม่พ้นความเย็นเยียบนี้ไปด้วย

            จูเหวินจวินกรีดร้องอย่างขลาดเขลา มันทะยานร่างหลบหนีออกจากหนิงหว่านโดยลืมไปแล้วว่าแผนการของมันคือการรั้งนางเอาไว้ที่เขตทิศตะวันออก

            หนิงหว่านไม่ได้ไล่ตาม นางเพียงยื่นมือไปทางจูเหวินจวินก่อนที่พลังเหมันต์วารีอันยิ่งใหญ่จะกวาดออกไปทางร่างของจูเหวินจวิน

            ร่างสูงชะงักไปชั่วครู่ จูเหวินจวินเหลือบมองขาทั้งสองข้างก็พบว่ามันกำลังถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง มันรีบระเบิดพลังธาตุอัคคีของตนเองออกมาอย่างร้อนรนหวังที่จะละลายน้ำแข็งนั้นแต่กลับพบว่าพลังธาตุอัคคีของมันถูกยับยั้งเอาไว้ เป็นการยับยั้งที่ทรงพลังยิ่งกว่าสภาพอากาศอันหนาวเหน็บของทิศเหนือ ราวกับว่าพลังเหมันต์วารีนี้กำลังแช่แข็งเปลวไฟของมันเอาไว้

            เจ้าไม่ควรบีบให้ข้าต้องลงมือหนิงหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและแผ่วเบา นางขยับร่างเข้ามาหาจูเหวินจวินก่อนจะสะบัดผ้าแพรอย่างแผ่วเบาและเชื่องช้า ก่อนที่ร่างของจูเหวินจวินจะถูกตัดผ่าออกและสลายหายไปจากการประลอง

            ที่อนุสรณ์แห่งปราชญ์ ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ลอบสบตากัน หากนางใช้พลังที่แท้จริงในการประลองก่อนหน้า เจ้ามีโอกาสชนะนางมากน้อยเพียงใดซ่งไป่หลางถามรั่วอวี่ผ่านทางจิตวิญญาณที่เชื่อมต่อด้วยกำไลพฤกษาสวรรค์

            ไม่มั่นใจนัก แต่อย่างน้อยที่สุดพฤกษากว่าแปดส่วนของข้าน่าจะถูกผนึกเอาไว้ สำหรับพิษข้ามีพิษบางส่วนที่สามารถใช้ได้แม้จะอยู่ภายใต้พลังเหมันต์วารีก็ตาม ดังนั้นจึงไม่อาจตัดสินได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุดรั่วอวี่ถอนหายใจเบาๆ นางและหนิงหว่านต่างก็รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ไพ่ลับทั้งหมดในการประลองหยั่งเชิงเช่นนั้น

            สมกับที่เป็นเหมันต์นิรันดร์ เคล็ดวิชาที่เฉินจือหยายกย่องว่าสามารถเยือกแข็งได้กระทั่งวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ซ่งไป่หลางพึมพำ หากได้รับเคล็ดวิชานี้มาก็จะสามารถใช้ร่วมกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน ทว่าชายหนุ่มกลับไม่มั่นใจนักว่าตนเองควรที่จะเรียนรู้หรือไม่

            เพียงแค่ดูสภาพของหนิงหว่านก็ตระหนักได้แล้ว เคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์เป็นดั่งดาบสองคม เห็นได้ชัดว่านิสัยดั้งเดิมของหนิงหว่านมิใช่คนที่เย็นชาหรือไร้อารมณ์แต่เพราะได้รับผลกระทบจากเคล็ดวิชานี้ทำให้การแสดงออกของนางเปลี่ยนไป

            จริงอยู่ที่เคล็ดวิชานี้เป็นหนทางหนึ่งที่จะสามารถพัฒนาการใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ไปได้อีกขั้น ทว่าหนทางไม่จำเป็นต้องมีเพียงหนึ่งเสมอไป แม้แต่เซี่ยหยางเองก็ยังเอ่ยว่าการใช้เหมันต์นิรันดร์เป็นเพียงหนึ่งในแนวคิดอันหลากหลายสำหรับการพัฒนาเท่านั้น

            ถึงอย่างไร การผูกมิตรกับหนิงหว่านไว้ก่อนก็เป็นเรื่องที่ดี ด้วยความแข็งแกร่งของนางรวมกับการที่นางเป็นศิษย์ของหลินอี้ซิน ในอนาคตตำแหน่งของนางในดินแดนร้อยประตูจะต้องไม่ใช่ตำแหน่งธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นนางจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์

            ซูกวนเจ้อกับจูเหวินจวินถูกกำจัดแล้ว หนิงหว่านน่าจะชนะในรอบนี้อย่างไม่มีปัญหา ที่เหลือก็คือรอบคู่กับรอบของพวกเรารั่วอวี่เอ่ยออกมา

            รอบคู่นั้นมีโอกาสชนะน้อยมาก คู่ของสถาบันเหอปิงแข็งแกร่งที่สุดคงจะได้รับอันดับหนึ่งเหมือนกับปีก่อน สำหรับรอบกลุ่มขอเพียงเอาชนะได้โดยเหลือมากกว่าสองคนพวกเราก็จะได้รับชัยชนะซ่งไป่หลางเอ่ยสรุป

            การต่อสู้ที่เหลือของรอบเดี่ยวนั้นไม่สำคัญมากนัก ถึงแม้คนจากทิศทางทั้งสามจะรวมตัวก่อนเพื่อโค่นล้มหนิงหว่านแต่ภายใต้การลงมืออย่างเต็มกำลังของนาง ไม่มีผู้ใดสามารถยืนหยัดต่อหน้านางได้เลยแม้แต่น้อย ในที่สุดชัยชนะของรอบเดี่ยวก็ตกเป็นของหนิงหว่านจริงๆ ไม่มีใครรู้ว่าคิ้วของปราชญ์เหมันต์วารีกระตุกด้วยความโกรธเมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้

            สำหรับรอบคู่ เป็นอย่างที่ทุกคนคาดเดา คู่ของสถาบันหลานฮัวถูกจัดการเป็นอันดับต้นๆ ส่วนคู่ที่สามารถเอาชนะได้ในท้ายที่สุดยังคงเป็นคู่ของสถาบันเหอปิง

            เตรียมตัวเถอะ ถึงรอบของพวกเราแล้วซ่งไป่หลางเอ่ยก่อนที่ร่างของมันและสหายอีกสามคนจะถูกแสงปกคลุมและเคลื่อนย้ายเข้าสู่สนามประลองของอนุสรณ์แห่งปราชญ์

            เป็นดั่งคาดร่างของคนทั้งสี่ปรากฏตัวขึ้นที่พื้นที่เขตตะวันตก เมื่อเทียบกับเขตอื่นๆแล้วนี่นับเป็นเขตที่สร้างปัญหาให้กับพวกมันได้มากที่สุดจริงๆ

            เมฆอัสนีดำทมิฬปกคลุมทั่วผืนฟ้า เส้นสายอัสนีฟาดปะทะลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง เทียนอี้ไม่รอช้าใช้กระบี่วิหคอัสนีของมันตวัดออกทำให้เส้นสายอัสนีที่อยู่ใกล้เคียงถูกรวบรวมมาที่กระบี่ของมันก่อนที่จะฟาดลงบนร่างของคนอื่นๆ

            กระบี่ของเทียนอี้สั่นเล็กน้อยแต่ด้วยเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ในที่สุดมันก็ย่อยสลายพลังอัสนีที่ซึมซับเข้ามาได้ เทียนอี้ใช้กระบี่วิหคอัสนีเป็นดั่งสายล่อฟ้าช่วยปกป้องคนอื่นๆเอาไว้

            มุ่งหน้าไปยังเขตทิศใต้ซ่งไป่หลางทำตามแผนอย่างรวดเร็ว ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติถูกสร้างขึ้นมันมีขนาดใหญ่พอสำหรับคนสี่คนและส่งร่างของคนทั้งสี่ไปยังทิศใต้

            รั่วอวี่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทันทีที่ทั้งสี่คนปรากฏตัวในเขตที่เต็มไปด้วยหมอกพิษหนาแน่นโอสถของนางก็ถูกแจกจ่ายให้กับคนทั้งหมด นี่คือโอสถต้านพิษที่นางปรุงขึ้นด้วยตนเอง อันที่จริงซ่งไป่หลางก็มีโอสถต้านพิษคุณภาพระดับห้าอยู่ในมือ แต่เรื่องพิษนั้นอย่างไรมันก็ยังไม่ชำนาญเท่ารั่วอวี่ จึงให้นางรับผิดชอบหน้าที่ในการต้านพิษแทน

            รั่วอวี่กวาดประสาทสัมผัสของนางก่อนที่จะลืมตาขึ้น เจอแล้ว ห่างออกไปราวห้าลี้ทางนั้นประสาทสัมผัสของจักรพรรดินั้นไม่ใช่สิ่งที่ประมาทได้ ทันทีที่รั่วอวี่รู้ถึงตำแหน่งของคู่ต่อสู้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็คงตระหนักรู้แล้วเช่นกัน

            เยว่จิงและเทียนอี้ทะยานร่างไปยังทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะพบเจอกับคู่ต่อสู้อย่างกลุ่มของสถาบันฟงอวิ๋นยังไม่จำเป็นที่จะต้องเผยไพ่ลับอย่างกระบี่วิญญาณ และการสู้กับศัตรูอื่นๆก็เป็นการฝึกฝนประสบการณ์ก่อนที่จะไปเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจของจริง

            เป้าหมายที่พบเจอเป็นกลุ่มของสถาบันหยางหัว ความแข็งแกร่งของพวกมันควรจะอยู่ที่ประมาณอันดับห้าในการประลองรอบนี้ แม้จะค่อนข้างแข็งแกร่งแต่ซ่งไป่หลางก็ไม่ได้กังวลอันใดนัก ในสภาพแวดล้อมหมอกพิษเช่นนี้แม้จะเตรียมโอสถต้านพิษเอาไว้ก็ยังไม่สามารถต้านได้สมบูรณ์ ควรทราบว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถสรรหาโอสถต้านพิษคุณภาพสูงได้ โอสถที่คนเหล่านี้ใช้เป็นเพียงแค่คุณภาพระดับสามเท่านั้น

            เทียนอี้และเยว่จิงอาศัยช่วงเวลาที่อีกฝ่ายยังไม่ทันเตรียมพร้อมบุกเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว กระบี่ในมือของคนทั้งสองอาบด้วยเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ แม้ว่าระดับพลังจะต่ำกว่าทว่าความดุดันในการโจมตีของคนทั้งสองกลับไม่ลดลงเพราะเรื่องนี้

            รั่วอวี่คอยช่วยสนับสนุนและดูแลคนทั้งสองจากอันตราย ขณะที่ซ่งไป่หลางทำหน้าที่เฝ้าดูเพียงเท่านั้น นี่คือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับเทียนอี้และเยว่จิง คนทั้งสองนั้นแทบไม่เคยผ่านประสบการณ์ต่อสู้ที่รุนแรงมาก่อน โดยเฉพาะเยว่จิงนั้นนอกจากการประลองที่สถาบันหลานฮัวแล้วนางก็ไม่เคยได้สู้กับชนชั้นจักรพรรดิคนอื่นๆเลย ดังนั้นการต่อสู้นี้จึงมีไว้เพื่อให้นางได้ฝึกฝนโดยเฉพาะ

            อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางประเมินนางต่ำเกินไปเล็กน้อย อย่าลืมว่าแม้เยว่จิงจะไม่ได้มีประสบการณ์ประลองกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งด้วยตนเองแต่นางก็ได้รับความทรงจำมาจากอักขระของเซียนกระบี่เหวินชิง  ความทรงจำที่ถูกถ่ายทอดนั้นทำให้เยว่จิงได้รับประสบการณ์ส่วนหนึ่งของบุคคลระดับเซียนกระบี่มาด้วย ดังนั้นเจตจำนงกระบี่บริสุทธิ์ของนางจึงยิ่งทวีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น

            ยอดฝีมือกระบี่รุ่นเยาว์ทั้งสองคนฟาดฟันกระบี่ในมืออย่างไร้ความหวาดกลัว ทว่าคู่ต่อสู้เองก็ไม่ใช่กระจอก ในที่สุดหัวหน้ากลุ่มของสถาบันหยางหัวก็ตั้งสติได้อย่างสมบูรณ์ มันเริ่มสั่งการคนที่เหลืออีกสามคนให้รับมือกับเทียนอี้และเยว่จิงในทันที

            หากเป็นช่วงเวลาปกติเทียนอี้และเยว่จิงคงจะไม่ใช่คู่มือของคนทั้งสี่เลยแม้แต่น้อย น่าเสียดายที่เทียนอี้และเยว่จิงมีพี่เลี้ยงอยู่ด้วยคนหนึ่ง

            ภายใต้การลงมืออย่างลับๆของรั่วอวี่ ร่างของจักรพรรดิปฐพีทั้งสี่ที่กำลังพยายามต้านทานผลกระทบจากพิษด้วยโอสถต้านพิษกลับรู้สึกราวกับว่าพิษที่อยู่รอบตัวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้ระดับพลังของพวกมันลดลง การเคลื่อนไหวก็ติดขัดไม่ราบรื่นไม่อาจดึงพลังของตนเองมาใช้ได้อย่างเต็มที่แม้แต่น้อย

            เพื่อให้คนทั้งสองสามารถเอาชนะได้ รั่วอวี่จึงตัดสินใจที่จะลดทอนพลังของคู่ต่อสู้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

            บัดซบ สถาบันหลานฮัวส่งคนที่ไม่มีพลังระดับขั้นจักรพรรดิปฐพีมาเข้าร่วมการประลองแบบกลุ่ม ทั้งยังใช้คนเพียงแค่สองคนสู้กับพวกข้า หยามกันเกินไปแล้วผู้นำของสถาบันหยางหัวคำรามด้วยความโกรธ เพียงแค่ภาพที่จูเหวินจวินถูกกำจัดอย่างง่ายดายในรอบเดี่ยวก็ทำให้ปราชญ์แห่งเถ้าถ่านโกรธมากแล้ว หากพวกมันพ่ายแพ้ในรอบกลุ่มด้วยสภาพเช่นนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบทลงโทษอันรุนแรงจะรอคอยพวกมันอยู่ในอนาคตอย่างแน่นอน

            ผู้นำของสถาบันหยางหัวตระหนักได้ว่ามือกระบี่ทั้งสองที่มีพลังด้อยกว่านั้นไม่ได้อ่อนแออย่างที่เห็นภายนอก การจะจัดการพวกมันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย อย่างไรก็ตามสายตาของมันกวาดไปเห็นใครบางคนที่ยืนจับตามองดูการต่อสู้จากระยะไกล ทันใดนั้นดวงตาของมันก็ทอประกายด้วยความโหดเหี้ยม

            เจ้าพวกสถาบันหลานฮัวกล้าส่งคนที่มีพลังเพียงแค่ระดับราชันยุทธ์ขั้นห้ามาประลองงั้นหรือ เจ้านั่นอ่อนแอเสียจนไม่กล้าเข้าร่วมการต่อสู้ เฮอะๆ ข้าจะจัดการมันเป็นอันดับแรก

            ผู้นำของสถาบันหยางหัวระเบิดพลังของมันออกมา คลื่นเพลิงอัคคีอันร้อนแรงทำให้กระบี่ของเทียนอี้และเยว่จิงถูกผลักออก ขวานที่อาบย้อมด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงปรากฏขึ้นบนมือของผู้นำสถาบันหยางหัว

            ตายซะ!!”

            เคล็ดขวานผ่าตะวัน

            ร่างของผู้นำสถาบันหยางหัวทะยานผ่านเทียนอี้และเยว่จิงไป มันไม่สนใจรั่วอวี่ที่น่าจะแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มศัตรูแต่มุ่งหน้าไปยังซ่งไป่หลางที่อยู่ห่างจากการต่อสู้แทน

            เดิมทีมันคาดว่ามือกระบี่ทั้งสองจะต้องพยายามหยุดมันเอาไว้ หรือหญิงสาวที่แข็งแกร่งผู้นั้นจะต้องลงมืออะไรบางอย่าง ดังนั้นมันจึงเตรียมแผนรับมือเอาไว้มากมาย คาดไม่ถึงมือกระบี่ทั้งสองเพียงแค่เหลือบมองมันเล็กน้อยก็ไม่ได้ให้ความสนใจอีก ส่วนหญิงสาวผู้นั้นไม่ได้สนใจมองมาทางมันแม้แต่น้อย

            ฮ่าๆ พวกมันเองก็คงไม่ให้ความสำคัญกับสหายที่อ่อนแอสินะ ทำไมสถาบันหลานฮัวถึงได้ส่งไอ้กระจอกที่ไม่มีความสำคัญเช่นนี้เข้าร่วมประลองกัน ช่างเถอะ กำจัดเจ้านี่ก่อนค่อยไปจัดการคนอื่นๆต่อ

            ขวานอาบเปลวเพลิงตวัดวาดออก ซ่งไป่หลางมองดูคมขวานที่ฟาดฟันมาทางตนเองด้วยสายตาเฉยชา ขณะเดียวกันเทียนอี้ก็ลอบบ่นพึมพำ

            เจ้าหน้าโง่ นายท่านอุตส่าห์ปล่อยให้ข้ากับแม่นางเยว่จัดการแท้ๆแต่มันกลับทำให้ข้าต้องเสียโอกาสไปด้วยการเลือกฆ่าตัวตาย

            ฉึบ!! ขวานเล่มนั้นผ่าร่างของซ่งไป่หลางออกเป็นสองส่วน มันถูกผ่าออกเป็นสองส่วนจริงๆทว่ากลับไม่มีโลหิตหรือร่องรอยของความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย เวลานั้นผู้นำของสถาบันหยางหัวก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่มันฟันลงไปเป็นเพียงภาพติดตาที่ตกค้างอยู่บนอากาศเท่านั้น

            หยาดวารีหมื่นสังหาร

            แปะ!! ก่อนที่มันจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้นำของสถาบันหยางหัวก็รู้สึกได้ว่ามีหยดน้ำเล็กๆสัมผัสเข้าที่แผ่นหลังของมัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #347 dfrdz007 (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:24
    thank u
    #347
    0