God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 217 : ตอนที่ 207 เหมันต์นิรันดร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    9 ก.พ. 64

                คนทั้งสี่วางแผนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นเวลานาน จนกระทั่งเมื่อรู้ตัวอีกทีการประลองก็ได้ผ่านไปจนถึงรอบของหนิงหว่านแล้ว

            บนสนามประลอง หนิงหว่านได้ปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณพื้นที่ทิศตะวันออก พื้นที่อันร้อนระอุและเต็มไปด้วยเปลวเพลิง พื้นที่นี้นับว่าเป็นพื้นที่ที่อันตรายและสร้างปัญหาให้กับนางได้มากที่สุดในบรรดาพื้นที่ทั้งสี่ทิศ ทว่าหนิงหว่านก็ไม่ได้ร้อนใจอันใดนัก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางได้ปรากฏตัวในพื้นที่นี้

            การประลองเมื่อปีก่อนนางก็ได้เริ่มต้นที่พื้นที่ทางทิศตะวันออกเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังสามารถคว้าอันดับหนึ่งในการประลองได้สำเร็จ

            ร่างของหนิงหว่านถูกฉายผ่านพลังของปราชญ์แห่งโชคชะตา กลุ่มของซ่งไป่หลางเวลานี้กำลังจับตามองการประลองของนางด้วยความสนใจ จากข้อมูลที่ได้มาจากลู่เหอ การประลองรอบของหนิงหว่านนั้นมีศัตรูที่น่ากลัวอยู่ไม่มากนัก ด้วยพลังที่แท้จริงของหนิงหว่านนางควรจะสามารถจัดการกับคู่ต่อสู้ทั้งหมดได้โดยไม่มีปัญหา

            อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดของผู้เข้าร่วมการประลองจำนวนสิบกว่าคน ซ่งไป่หลางก็พลันขมวดคิ้วอย่างเย็นชา

            พวกมันเล็งไปที่หนิงหว่านรั่วอวี่เองก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน มีคนสองคนเจอกันที่เขตทางทิศเหนือทว่าพวกมันกลับไม่ปะทะกันทั้งยังมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วพวกมันควรจะมุ่งหน้าไปยังเขตกลางที่ปลอดภัยแต่เวลานี้พวกมันกลับเลือกมุ่งหน้าไปยังพื้นที่เขตตะวันออกแทน

            ตามข้อจำกัดของสนามประลอง ตำแหน่งที่จะถูกส่งไปปรากฏตัวมักจะเป็นตำแหน่งที่ยากลำบากมากที่สุดเสมอ ดังนั้นทุกคนจึงเดาได้ว่าหนิงหว่านจะต้องถูกส่งไปยังเขตทิศตะวันออกที่นางไม่สามารถใช้พลังของตนเองได้อย่างเต็มที่ ดูเหมือนว่าในกลุ่มผู้เข้าร่วมประลองจะได้สร้างข้อตกลงบางอย่างร่วมกัน พวกมันต้องการที่จะกำจัดหนิงหว่านภายในเขตทิศตะวันออกตอนที่นางกำลังเสียเปรียบและอ่อนแอที่สุด

            แต่หากต้องการเช่นนั้น พวกมันก็ต้องหาตัวหนิงหว่านให้เจอก่อนที่นางจะเข้าไปสู่เขตกลาง เห็นได้ชัดว่าไม่มีทางที่คนจากเขตอื่นจะมาถึงตัวหนิงหว่านได้ก่อนเวลานั้น เว้นเสียแต่ว่า

            ในที่สุดก็หาตัวเจ้าเจอเสียทีเสียงหัวเราะดังขึ้นทำให้หนิงหว่านขมวดคิ้วของนางด้วยความประหลาดใจ นางรู้จักเจ้าของเสียงนี้ค่อนข้างดี

            ตามคาด เจ้ากับข้าถูกส่งมาที่เขตทิศตะวันออกเหมือนกับปีที่แล้วชายผู้หนึ่งปรากฏตัวตรงหน้าของหนิงหว่าน มันมีอายุมากกว่านางประมาณห้าปีแต่ระดับพลังของมันยังด้อยกว่าหนิงหว่านอยู่หลายส่วน อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับผู้เข้าร่วมประลองคนอื่นๆฝีมือของมันก็นับว่าโดดเด่นไม่เลวแล้ว

            คนผู้นี้คือหนึ่งในศิษย์ส่วนตัวของเมิ่งกั๋วแห่งสถาบันวิญญาณเหอปิง เป็นผู้ใช้พลังธาตุเหมันต์วารีเช่นเดียวกับหนิงหว่าน จึงไม่แปลกที่มันจะถูกส่งมายังพื้นที่ทางทิศตะวันออกเช่นกัน

            ซูกวนเจ้อ เจ้าเลือกที่จะตามหาข้าแทนที่จะรีบมุ่งหน้าเข้าไปที่เขตกลางงั้นหรือหนิงหว่านตระหนักได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ระดับพลังของนางสูงกว่าซูกวนเจ้ออย่างแน่นอน หากปะทะกันแม้ว่าจะเป็นเขตตะวันออกที่ระดับพลังของนางถูกจำกัดเอาไว้แต่ซูกวนเจ้อก็ตกอยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน ไม่อาจมีเปรียบต่อนางได้ แต่อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะตามหาตัวนางที่พื้นที่นี้ ย่อมแปลว่ามันมีแผนการอยู่ในใจ

            เจ้าไม่ควรทำให้อาจารย์ของข้าและท่านปราชญ์เหมันต์วารีโกรธเลย ข้าได้รับคำสั่งให้กำจัดเจ้าในการประลองครั้งนี้เสีย แม้ว่าจะไม่สามารถสังหารให้เจ้าตายได้ แต่หากเจ้าพ่ายแพ้ในการประลอง ฐานะและชื่อเสียงของเจ้าย่อมต้องเสียหายไปแน่ ถึงเวลานั้นข้าอยากรู้นักว่าปราชญ์แห่งหมอกยังจะยอมรับเจ้าอยู่หรือไม่

            ซูกวนเจ้อนั้นอิจฉาหนิงหว่านเป็นอย่างมาก นางไม่เพียงได้รับความสนใจจากปราชญ์เหมันต์วารี กระทั่งปราชญ์แห่งหมอกก็ยังต้องการนางเป็นศิษย์ หากมันได้รับโอกาสเช่นนี้บ้างละก็ ซูกวนเจ้อไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าอนาคตของมันจะรุ่งโรจน์ถึงเพียงใด

            ที่แท้เจ้าก็ลงมือตามคำสั่งของเมิ่งกั๋ว ซูกวนเจ้อเจ้าคิดจริงๆหรือว่าจะเอาชนะข้าได้หนิงหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            ฮึๆ ข้าคนเดียวย่อมไม่อาจเอาชนะเจ้าได้ แต่ว่าข้าไม่ใช่ศัตรูเพียงคนเดียวของเจ้า หน้าที่ของข้ามีเพียงสิ่งเดียวนั่นก็คือการไม่ปล่อยให้เจ้าผ่านจุดนี้ไปได้ซูกวนเจ้อหัวเราะอย่างเยือกเย็น

            หนิงหว่านพลันตระหนักรู้ถึงแผนการที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้าม ที่แท้ซูกวนเจ้อได้ร่วมมือกับใครบางคน หรืออาจกระทั่งกับหลายๆคนเพื่อที่จะกำจัดนางที่มีโอกาสได้รับชัยชนะมากที่สุดออกไปจากการประลองครั้งนี้ จริงอยู่ว่านางสามารถรับมือกับคู่ต่อสู้หลายคนได้พร้อมกันโดยมั่นใจว่าจะไม่พ่ายแพ้ แต่หากเป็นสถานที่ที่พลังที่แท้จริงของนางถูกจำกัดเอาไว้ ความยากในการต่อสู้ก็จะเพิ่มขึ้นมากหลายเท่า

            เจ้าไม่มีทางสกัดข้าได้หนิงหว่านที่รู้ถึงแผนการของอีกฝ่ายไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่นางมีอยู่ออกมา นางต้องรีบกำจัดซูกวนเจ้อให้พ้นทางจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ส่วนกลาง เมื่อไปถึงตำแหน่งนั้นต่อให้ฝ่ายตรงข้ามต้องการร่วมมือกันนางก็ไม่กลัว

            ซูกวนเจ้อยิ้ม มันอาจจะแสดงออกอย่างโง่งมด้วยการบอกแผนของตนเองให้หนิงหว่านรับรู้ ทว่ามันไม่ได้โง่เง่าถึงเพียงนั้นจริงๆ การที่มันกล้าเอ่ยแผนการออกมาก็แปลว่ามันได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้อยู่แล้ว

            ก่อนที่หนิงหว่านจะได้เคลื่อนไหว ใต้เท้าของซูกวนเจ้อพลันปรากฏเส้นสายอักขระจำนวนมากวิ่งพล่านพร้อมกับระดับพลังของมันที่ทะยานขึ้นสูงอย่างบ้าคลั่ง

            พลังเหมันต์วารีที่ควรจะถูกสะกดด้วยอากาศอันร้อนระอุของสภาพแวดล้อมกลับสำแดงพลังของมันออกมาราวกับว่าพลังความร้อนทั้งหมดไร้ผลโดยสิ้นเชิง ดวงตาของหนิงหว่านสั่นไหวในทันที

            ค่ายกลเหมันต์ไร้จุดจบในฐานะผู้ใช้พลังธาตุเหมันต์วารี นางย่อมรู้จักหนึ่งในค่ายกลที่ส่งเสริมพลังธาตุเหมันต์วารีได้ดีที่สุด แต่นึกไม่ถึงว่าซูกวนเจ้อจะสามารถใช้ค่ายกลนี้ได้ ไม่สิ ด้วยศักยภาพของซูกวนเจ้อมันย่อมไม่มีทางใช้ค่ายกลนี้ได้ด้วยตนเอง บางทีมันอาจจะได้รับของวิเศษที่บรรจุค่ายกลนี้มาจากอาจารย์ของมัน หรืออาจจะเป็นจากปราชญ์แห่งเหมันต์วารี

            หนิงหว่านรู้สึกสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ ต่อให้เป็นเมิ่งกั๋วก็ยังยากที่จะหาสมบัติระดับนี้ได้ เห็นได้ชัดว่าปราชญ์เหมันต์วารีน่าจะเป็นเจ้าของสมบัติวิเศษที่บรรจุค่ายกลนี้เอาไว้ การที่นางยินยอมให้คนอย่างซูกวนเจ้อนำสมบัติของนางออกมาใช้นั่นย่อมแปลว่านางโกรธแค้นหนิงหว่านมากจริงๆ

            ค่ายกลเหมันต์ไร้จุดจบจะทำให้พลังธาตุเหมันต์วารีของผู้ที่ใช้งานค่ายกลเพิ่มพูนขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว แม้ว่าซูกวนเจ้อจะอ่อนแอกว่าหนิงหว่านแต่ภายใต้สภาพแวดล้อมของพื้นที่ทิศตะวันออกรวมกับการที่ซูกวนเจ้อใช้งานค่ายกลเหมันต์ไร้จุดจบ ต่อให้เป็นหนิงหว่านก็ยังยากที่จะเอาชนะซูกวนเจ้อในเวลาอันสั้น

            คลื่นเหมันต์วารีอันเย็นเยียบซัดกลืนร่างของหนิงหว่านอย่างรวดเร็ว หอกน้ำแข็งก่อตัวขึ้นพร้อมกับซัดเข้าใส่ร่างของนาง หนิงหว่านไม่สามารถใช้พลังเหมันต์วารีสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาได้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงทะยานร่างหลบการโจมตีเท่านั้น

            ผ้าแพรของนางโบกสะบัดเข้าหาร่างของซูกวนเจ้อ แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับทำเพียงแย้มยิ้มสบายอารมณ์พลางปลดปล่อยพลังของมันสร้างม่านน้ำแข็งป้องกันผ้าแพรของนางเอาไว้

            หนิงหว่านทะยานร่างของนางไปเรื่อยๆ หากเป็นไปได้นางจะเว้นระยะห่างให้มากพอและหลบออกจากอาณาเขตการเคลื่อนไหวของซูกวนเจ้อเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตกลาง อย่างไรก็ตามซูกวนเจ้อนั้นตระหนักได้ถึงแผนการของนาง มันจึงเคลื่อนไหวติดตามมาไม่ปล่อยให้หนิงหว่านรอดพ้นไปได้แม้แต่น้อย

            ขณะที่หนิงหว่านพยายามสลัดซูกวนเจ้อให้หลุดนางพลันรู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบที่ทำให้ร่างของนางสั่นสะท้าน

            ที่อนุสรณ์แห่งปราชญ์ ซ่งไป่หลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ในที่สุดคู่ต่อสู้ที่อันตรายที่สุดของรอบเดี่ยวก็ปรากฏตัวแล้ว

            เหมือนกับปีที่แล้ว คู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจที่สุดที่หนิงหว่านเผชิญหน้าไม่ใช่ซูกวนเจ้อจากสถาบันเหอปิง ไม่ใช่เหยียนกู่ของสถาบันฟงอวิ๋น แต่เป็นจูเหวินจวินจากสถาบันหยางหัว ผู้ใช้พลังธาตุอัคคีที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากหนิงหว่านในการประลองเดี่ยวระดับพลังไม่เกินจักรพรรดิปฐพี

            เป็นไปไม่ได้ จูเหวินจวินเคลื่อนที่จากทิศเหนือมายังทิศตะวันออกรวดเร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไรหลายคนอุทานด้วยความตกตะลึง ก่อนหน้านี้จูเหวินจวินเพิ่งจะพบเจอกับใครบางคนจากทิศเหนือและพวกมันทั้งสองก็ได้หลีกเลี่ยงการต่อสู้เพื่อมุ่งหน้ามายังทิศตะวันออกเป็นอันดับแรก แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็ควรจะใช้เวลาราวๆครึ่งชั่วยามก่อนที่จะมาถึงจุดที่หนิงหว่านอยู่

            จูเหวินจวินใช้เวลาเพียงแค่ราวๆสามถึงสี่ก้านธูปเท่านั้น นี่หมายความว่าความเร็วของมันได้อยู่ในขอบเขตที่เหนือกว่าจักรพรรดิปฐพีทั่วไปแล้ว

            ซ่งไป่หลางตระหนักได้ถึงบางสิ่ง จูเหวินจวินในเวลานี้มีร่องรอยของอักขระค่ายกลอยู่บนตัว บางทีมันอาจจะใช้ค่ายกลข้ามมิติเพื่อย่นระยะเวลาเดินทาง ดูจากคนที่มันเพิ่งพบเจอในเขตทิศเหนือไม่นานมานี้ คนผู้นั้นยังอยู่ไกลจากพวกมันเป็นเวลาหลายชั่วก้านธูป ดังนั้นจูเหวินจวินจะต้องใช้วิธีที่พิเศษในการเดินทางอย่างแน่นอน

            จูเหวินจวินเป็นผู้ใช้อักขระค่ายกลงั้นหรือ ไม่สิ ในข้อมูลของลู่เหอ จูเหวินจวินไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอักขระค่ายกลแน่นอน นั่นหมายความว่ามันได้รับค่ายกลมาจากสถาบันของมัน ดูเหมือนว่าข่าวลือที่ปราชญ์แห่งเถ้าถ่านประทับใจจูเหวินจิงจะเป็นจริงสินะ พวกมันถึงได้มอบสมบัติวิเศษที่มีค่ายกลข้ามมิติให้แก่มัน

            ค่ายกลข้ามมิตินั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามาก กระทั่งสมบัติวิเศษที่สามารถใช้ค่ายกลข้ามมิติระยะทางใกล้ๆก็ยังหาได้ยากแล้ว ดังนั้นความสามารถของซ่งไป่หลางที่สามารถใช้อักขระเทวะต้นกำเนิดสร้างค่ายกลข้ามมิติจึงนับว่าเป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน

            หนิงหว่าน ได้เวลาที่ตำนานของเจ้าจะต้องจบลงแล้วจูเหวินจวินไม่สนใจซูกวนเจ้อเลยแม้แต่น้อย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพลังธาตุอัคคีเช่นนี้มันแทบจะกลายเป็นบุคคลไร้เทียมทาน พลังธาตุอัคคีอันร้อนแรงกวาดเข้าใส่ร่างของหนิงหว่านอย่างไร้ความปราณี

            เพื่อที่จะเอาชนะหนิงหว่าน การใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมเป็นหนทางเดียวเท่านั้น จูเหวินจวินตระหนักได้ถึงความจริงเรื่องนี้

            หนิงหว่านรู้ดีว่าสถานการณ์ของนางในเวลานี้ย่ำแย่เพียงใด ซูกวนเจ้อที่ใช้ค่ายกลเหมันต์ไร้จุดจบก็นับว่าเป็นศัตรูที่รับมือได้ยาก แต่เมื่อเทียบกับจูเหวินจวินแล้วนี่นับเป็นสถานการณ์ที่นางไม่อาจเอาชนะได้อย่างสิ้นเชิง

            เวลานี้นางมีทางเลือกเพียงสองทาง หนึ่งคือทำทุกวิถีทางเพื่อสลัดคนทั้งสองนี้ให้หลุดและมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ส่วนกลางซึ่งนับว่าเป็นหนทางที่ยากเย็นอย่างยิ่ง ส่วนทางเลือกอีกหนึ่งทางนั้น

            ลมหายใจของหนิงหว่านสงบลง นางหยุดเคลื่อนไหวดวงตากวาดมองคู่ต่อสู้ทั้งสองอย่างเยือกเย็น แม้ว่านางจะไม่ต้องการแต่ดูเหมือนว่านางจะไม่มีทางเลือกมากนัก หากไม่ใช้ของสิ่งนี้โอกาสที่นางจะได้รับชัยชนะในรอบนี้ก็จะเหลืออยู่ไม่มาก และหากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะทำให้การประลองของพวกซ่งไป่หลางได้รับผลกระทบไปด้วย

            หนิงหว่านรู้ดีว่าหงหยุนอาจารย์ของนางให้ความสำคัญกับการประลองครานี้มากเพียงใด ทั้งยังรู้ดีว่าปราชญ์แห่งหมอกอาจารย์คนใหม่ของนางกำลังจับตามองการประลองของนางอยู่จากที่ใดสักแห่ง เมื่อเป็นเช่นนี้นางจะไม่ยอมให้ผลลัพธ์จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของตนเอง

            เคล็ดเหมันต์นิรันดร์ ลมหายใจเหมันต์

            เมื่อนางปล่อยลมหายใจออก ทันใดนั้นไอหมอกเย็นยะเยียบก็ไหลผ่านจมูกของนางก่อนจะปกคลุมร่างของนาง พริบตาทั่วร่างของนางก็ถูกปกคลุมด้วยไอเย็นอันน่าตื่นตะลึง

            จูเหวินจวินประหลาดใจเล็กน้อย ประหลาดนัก ไม่ใช่ว่าที่นี่คือทิศตะวันออกที่เต็มไปด้วยพลังธาตุอัคคีหรอกหรือมันกวาดตามองซูกวนเจ้อ สำหรับเจ้านี่หากไม่ใช่เพราะอาศัยค่ายกลเหมันต์ไร้จุดจบเกรงว่าแม้แต่พลังธาตุเหมันต์วารีสักเล็กน้อยก็อาจจะไม่สามารถใช้ออกมาได้ แต่หนิงหว่านที่ไม่มีค่ายกลคอยช่วยเหลือเวลานี้กลับแผ่พลังเหมันต์วารีอันน่าตกตะลึงออกมาอย่างต่อเนื่อง

            ที่อนุสรณ์แห่งปราชญ์ สายตาของปราชญ์เหมันต์วารีพลันทอประกายด้วยความโลภ มันต้องการเคล็ดวิชานี้ เคล็ดวิชาที่สามารถต่อต้านได้กระทั่งสภาพแวดล้อมที่ขัดแย้งต่อพลังของตนเอง ควรทราบว่าต่อให้เป็นปราชญ์เหมันต์วารี ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนั้นนางก็ยังไม่สามารถใช้พลังของนางออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่หนิงหว่านกลับสามารถทำได้ นี่ก็คือความแตกต่างของเคล็ดวิชาที่ทรงพลัง

            หนิงหว่านปลดปล่อยพลังของนางผ่านผ้าแพร ทันใดนั้นทุกพื้นที่ที่ผ้าแพรของนางสะบัดผ่านก็ถูกปกคลุมด้วยไอเย็นและแผ่นน้ำแข็งเบาบาง ภายใต้ภาพเช่นนี้แม้แต่ซ่งไป่หลางก็ยังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

            นี่ก็คือเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์ที่อาจารย์และเฉินจือหยาเอ่ยถึง พลังที่สามารถเยือกแข็งกระทั่งวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ข้าไม่ประหลาดใจเลยที่มันมีพลังถึงเพียงนี้

            จูเหวินจวิน เจ้าคงคิดว่าจะสามารถจัดการกับข้าได้หากอยู่ในสภาพแวดล้อมของพื้นที่นี้ เช่นนั้นก็มาเถอะ ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่าต่อให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เจ้าได้เปรียบข้าก็ยังสามารถเอาชนะเจ้าได้อยู่ดีหนิงหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและราบเรียบไร้อารมณ์ ราวกับว่านางได้เยือกแข็งจิตวิญญาณของตนเองด้วยเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #346 จางเสวี่ยจิน (จากตอนที่ 217)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:33
    ขอบคุณครับ
    #346
    0