God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 216 : ตอนที่ 206 วางแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    9 ก.พ. 64

                ก่อนที่การประลองจะเริ่มต้นขึ้น คนผู้หนึ่งก็ได้ปรากฏตัวอยู่บนท้องฟ้าเหนือพื้นที่อนุสรณ์แห่งปราชญ์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนผู้นี้ก็คือผู้ที่รับผิดชอบดูแลการประลองระหว่างสถาบันรวมทั้งควบคุมดูแลพื้นที่อนุสรณ์แห่งปราชญ์ด้วย ในอีกมุมหนึ่งเขายังเป็นผู้ที่สรรค์สร้าง กุญแจแห่งโชคชะตาและมอบให้กับปราชญ์อีกเก้าคนที่เหลือในทุกๆปี

            ปราชญ์แห่งโชคชะตาปรากฏตัวแล้ว

            ปราชญ์แห่งโชคชะตา จูจื่อหลง ภายนอกเขาดูเป็นชายหนุ่มแต่แท้จริงแล้วเขามีอายุราวๆเกือบสองร้อยปีแล้ว นอกจากนี้ยังมีระดับพลังอยู่ที่เซียนสวรรค์ขั้นสี่ เทียบเคียงกับจักรพรรดิมารทั้งสามของดินแดนราชันย์และยอดผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์

            จูจื่อหลงได้รับสืบทอดตำแหน่ง ปราชญ์แห่งโชคชะตามาจากอาจารย์ของตนที่เคยทำหน้าที่นี้มาก่อน ในบรรดาตำแหน่งปราชญ์ทั้งหลาย ตำแหน่งปราชญ์แห่งโชคชะตานั้นมีการสืบทอดมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม แม้ว่าจะมีทั้งชื่อเสียงและความแข็งแกร่งทว่าปราชญ์แห่งโชคชะตาทุกรุ่นกลับไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการสร้างสถาบันวิญญาณ ปราชญ์แห่งโชคชะตาจะค้นหาลูกศิษย์ด้วยตนเองและฝึกฝนศิษย์เพียงคนเดียวให้กลายเป็นผู้สืบทอดทำหน้าที่รุ่นต่อไปเพียงเท่านั้น

            จูจื่อหลงกวาดตามองเหล่าผู้คนในอนุสรณ์แห่งปราชญ์ เวลานี้ตัวแทนของสถาบันวิญญาณทั้งหมดได้มารวมตัวกันแล้ว ผู้ที่ถูกเลือกให้เข้าประลองในแต่ละรอบได้ถูกระบุตัวตนอย่างชัดเจนแล้วเช่นกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาข้าจะเริ่มการประลองรอบระดับพลังไม่เกินขั้นห้าราชันย์ยุทธ์รูปแบบการประลองเดี่ยว ณ บัดนี้

            สิ้นคำของจูจื่อหลง ร่างของคนส่วนหนึ่งจำนวนไม่กี่คนก็พลันหายตัวไปจากฝูงชน คนเหล่านี้ก็คือ ตัวแทนที่เข้าร่วมการประลองรูปแบบเดี่ยวระดับพลังไม่เกินขั้นห้าราชันยุทธ์นั่นเอง

            การประลองระดับนี้ยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก ทว่าซ่งไป่หลางก็ยังคงอยากจับตาดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความสนใจ นั่นเพราะอนุสรณ์แห่งปราชญ์นั้นมีขนาดกว้างใหญ่มาก กระทั่งอาณาเขตสนามประลองก็ยังใหญ่โตราวกับป่าขนาดยักษ์ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงต้องการรู้ว่าคนที่มารับชมความสนุกนั้นจะได้เห็นภาพการประลองเช่นใด

            เมื่อการประลองเริ่มต้นซ่งไป่หลางก็เข้าใจได้ในทันที คล้ายกับการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมาร ดูเหมือนว่าปราชญ์แห่งโชคชะตาจะมีสมบัติวิเศษบางอย่างที่ทำให้สามารถถ่ายทอดภาพของการประลองออกมาได้ ทั้งยังยอดเยี่ยมกว่านัยน์ตาแห่งอัคคีของจักรพรรรดิมารอัคคีเสียอีก

            เวลานี้บนท้องฟ้าเหนืออนุสรณ์แห่งเซียนได้ปรากฏภาพฉายของเหล่า ตัวแทนที่เข้าร่วมการประลองจำนวนนับสิบภาพ ซ่งไป่หลางมองดูด้วยความรู้สึกสนใจ ปราชญ์แห่งโชคชะตานั้นควบคุมภาพต่างๆด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจล้วนถูกถ่ายทอดผ่านของวิเศษของปราชญ์แห่งโชคชะตาได้อย่างครบถ้วน

            ขณะที่กำลังจับตามองดูการถ่ายทอดภาพของผู้เข้าร่วมประลอง ซ่งไป่หลางก็ได้ทำการลอบสำรวจ คู่ต่อสู้ของตนเองไปด้วยในตัว

            ลู่เหอปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชน มันเอ่ยข้อมูลของตัวแทนที่น่าสนใจจากสถาบันต่างๆออกมา แน่นอนว่าที่สำคัญที่สุดก็คือตัวแทนในรอบที่จะต้องประลองกับซ่งไป่หลาง สถาบันฟงอวิ๋นนั้นนับว่าน่ากลัวที่สุด ส่วนสถาบันเหอปิงอาจเพราะไม่สามารถคว้าตัวหนิงหว่านไปได้จึงทำให้ผู้ที่เข้าประลองรอบทีมยังคงใช้คนกลุ่มเดิม นี่แปลว่าโอกาสที่สถาบันเหอปิงจะสามารถคว้าชัยชนะในรอบกลุ่มได้นั้นน้อยมากแล้ว

            นายท่าน คนของข้าพบว่าเป้าหมายเองก็อยู่ที่นี่ด้วยจริงๆไม่นานลู่เหอก็รายงานสิ่งที่ซ่งไป่หลางต้องการออกมา

            สีหน้าของซ่งไป่หลางแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้จะคาดเดาเอาไว้แล้วก็ตามแต่เมื่อได้รู้ว่า คนผู้นั้นอยู่ที่นี่จริงๆมันก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเล็กน้อย

            นางน่าจะมาเพื่อดูการประลองเสียงถอนหายใจของเซี่ยหยางดังขึ้นในห้วงวิญญาณ

            อาจารย์ พวกเราควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้

            ข้าไม่คิดว่านางจะอยู่ที่นี่คนเดียว หากข้างกายนางมีเฉินฟงซุนอยู่ด้วยการเข้าไปหานางย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก อีกทั้งนางก็ไม่ได้มีความทรงจำอยู่อีกด้วย ปล่อยเรื่องนางเอาไว้สักพักก่อนเถอะเซี่ยหยางตอบกลับ

            ซ่งไป่หลางพยักหน้า แม้ว่ามันจะอยากพบหน้าเซี่ยเหมยอันผู้เป็นมารดาอีกสักครั้งทว่ามันก็เข้าใจดีถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ไม่เพียงแค่ตัวมันที่มีความผูกพันกับเซี่ยเหมยอัน เซี่ยหยางเองก็เป็นพี่ชายแท้ๆของนาง เมื่อเทียบกับตัวมันแล้วความผูกพันของเซี่ยหยางอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

            เนื่องจากซ่งไป่หลางนั้นไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมารดาของมันเลยนับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาแต่เซี่ยหยางนั้นอยู่กับเซี่ยเหมยอันผู้เป็นน้องสาวเป็นเวลาเกือบยี่สิบปีจนกระทั่งนางหายตัวไป สองพี่น้องใช้ชีวิตประคับประคองกันอย่างยากลำบากเพื่อที่จะแก้ไขโชคชะตาของตระกูลเซี่ยที่ถูกบีบคั้นโดยตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ความผูกพันระหว่างคนทั้งสองย่อมต้องมากกว่าซ่งไป่หลางที่รู้จักมารดาเพียงแค่จากเรื่องเล่าเท่านั้น

            ระหว่างนี้เจ้าควรจะวางแผนกับสหายของเจ้าเสียก่อน อย่าลืมว่าการประลองนี้จะเป็นสิ่งตัดสินว่าพวกเจ้าจะได้รับกุญแจแห่งโชคชะตาครบสำหรับทุกคนหรือไม่เซี่ยหยางให้คำแนะนำ

            ตอนนี้ทุกคนได้ทำความเข้าใจกฎของการประลองจนครบถ้วนแล้วแต่กลับยังไม่ได้วางแผนเอาไว้อย่างจริงจังมากนัก หลังจากที่ได้รับข้อมูลของกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบันฟงอวิ๋นจากลู่เหอ ซ่งไป่หลางก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันขึ้นมาทันที

            โดยเฉพาะชื่อของหลี่ฮ่าว คนผู้นี้ไม่ได้เป็นรองอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของดินแดนราชันย์อย่างแน่นอน อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะไปถึงระดับจักรพรรดิฟ้าแล้ว ในกลุ่มของพวกมันเกรงว่าคงมีเพียงซ่งไป่หลางที่ทุ่มกำลังอย่างเต็มที่และรั่วอวี่เท่านั้นที่จะสามารถรับมือกับหลี่ฮ่าวได้ ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆของกลุ่มก็นับว่าน่ากลัวไม่น้อย

            ซ่งไป่หลางส่งสัญญาณเรียกรั่วอวี่ เทียนอี้และเยว่จิงให้มารวมตัวกัน ทั้งสี่ปลีกตัวออกจากอนุสรณ์แห่งปราชญ์และยืมใช้ ห้องฝึกตนซึ่งเป็นมิติแยกของอนุสรณ์แห่งปราชญ์โดยจ่ายหยกศิลาลมปราณเป็นจำนวนมาก ห้องฝึกตนนั้นให้ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยแก่ผู้ที่ยอมจ่ายในราคาแพง

            หลังจากที่แบ่งปันข้อมูลของคู่ต่อสู้ให้กับกลุ่ม เทียนอี้และเยว่จิงดูจะมีปฏิกิริยาค่อนข้างมากขณะที่รั่วอวี่ยังคงมีท่าทีปกติ เห็นได้ชัดว่าประสบการณ์เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าหลายต่อหลายครั้งจากสวนสมุนไพรวิเศษไปจนถึงสงครามดินแดนเทพพฤกษาทำให้นางเคยชินในการต่อสู้กับศัตรูที่เหนือกว่าอยู่นานแล้ว

            อันที่จริงแม้แต่การเผชิญหน้ากับอนุเซียนที่ต้องการชีวิตนางก็ยังรอดผ่านมาได้จากการร่วมมือกับซ่งไป่หลางดังนั้นรั่วอวี่จึงรู้สึกว่าคู่ต่อสู้ที่นางจะต้องเผชิญหน้าในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด

            นายท่าน พวกเราจะรับมือกลุ่มของสถาบันฟงอวิ๋นยังไงเทียนอี้ถาม

            ซ่งไป่หลางครุ่นคิดชั่วขณะก่อนจะเอ่ย กลุ่มของสถาบันฟงอวิ๋นนั้นไม่เพียงแข็งแกร่งแต่ยังสมบูรณ์แบบมาก พวกมันมีหลี่ฮ่าวเป็นแกนหลักและคนที่แข็งแกร่งที่สุด ในกลุ่มของเราน่าจะมีเพียงข้าและรั่วอวี่ที่จะสามารถรับมือหลี่ฮ่าวได้โดยไม่พ่ายแพ้ แต่จะเอาชนะมันได้หรือไม่ ข้าก็ไม่อาจพูดได้อย่างชัดเจน

            พลังของหลี่ฮ่าวนั้นน่าจะเทียบเคียงได้กับจักรพรรดิฟ้าแล้ว หากทุ่มเทเต็มกำลังมันควรจะเหนือกว่าหนิงหว่านเสียอีก จริงอยู่ว่ารั่วอวี่เคยเอาชนะหนิงหว่านมาก่อนแล้ว แต่นั่นคือกรณีที่ทั้งสองฝ่ายต่างยังไม่ได้ใช้ไพ่ลับของตนเองออกมา

            นอกจากหลี่ฮ่าวแล้ว พวกเจ้าคิดว่าคนที่อันตรายที่สุดของกลุ่มสถาบันฟงอวิ๋นคือใครซ่งไป่หลางเอ่ยถาม

            จากข้อมูลที่นายท่านมอบให้ เนี่ยจื่อจ้านเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญการใช้พลังธาตุวายุและอัสนี นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นด้านการโจมตีและลอบสังหารที่รวดเร็ว ข้าคิดว่าน่าจะอันตรายที่สุดเทียนอี้ให้ความเห็น

            ข้ากลับคิดว่าเนี่ยจื่อกวนที่ใช้การโจมตีระยะไกลน่ากลัวกว่า ในการประลองรอบก่อนๆศรอัสนีทะลวงและศรวายุเงามายาของมันจัดการกับคู่ต่อสู้ได้มากพอๆกับหลี่ฮ่าวเลยเยว่จิงไม่เห็นด้วย

            ในที่สุดรั่วอวี่ก็เอ่ยออกมา คนที่น่ากลัวที่สุดรองจากหลี่ฮ่าว ไม่สิ อาจจะน่ากลัวกว่าหลี่ฮ่าวก็คืออิ๋งซูเอ๋อ

            เทียนอี้และเยว่จิงต่างก็ไม่เห็นด้วย ไม่น่าเป็นไปได้ ตามข้อมูลที่นายท่านให้มา อิ๋งซูเอ๋อได้จัดการกับศัตรูไปแค่สองคนเท่านั้น เทียบกับยอดฝีมือจากสถาบันอื่นยังไม่นับว่าโดดเด่นเลยด้วยซ้ำ

            ซ่งไป่หลางยิ้ม ในแง่ของความแข็งแกร่ง อิ๋งซูเอ๋ออาจจะไม่มีทางโดดเด่นเท่ากับหลี่ฮ่าว ไม่อันตรายเท่ากับฝาแฝดตระกูลเนี่ย แต่อย่าลืมว่านี่คือการต่อสู้ของกลุ่มสี่คน ความสามารถเฉพาะตัวแน่นอนว่าเป็นสิ่งสำคัญแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือกลยุทธ์ของทั้งกลุ่ม กลุ่มที่แข็งแกร่งเช่นนั้นกลับยอมรับอิ๋งซูเอ๋อที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งโดดเด่นเข้าไป นั่นย่อมหมายความว่าความสามารถบางอย่างของนางโดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริง

            รั่วอวี่พยักหน้าและเสริมว่า จากข้อมูลที่เจ้าได้รับมา อิ๋งซูเอ๋อเชี่ยวชาญพลังธาตุวารีและปฐพี สิ่งที่โดดเด่นก็คือความสามารถในการป้องกันและควบคุมการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการควบคุมกลยุทธ์ของกลุ่มด้วย การที่นางสามารถควบคุมกลุ่มได้ก็หมายความว่าทั้งพี่น้องตระกูลเนี่ยและหลี่ฮ่าวที่แข็งแกร่งผู้นั้นยอมรับคำสั่งของนาง พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่

            เทียนอี้กับเยว่จิงตกตะลึงทันที เดิมทีพวกมันทั้งสองก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มสาวที่ไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก แม้จะเคยผ่านการต่อสู้มามากมายแต่กลับขาดแคลนประสบการณ์ต่อสู้ระดับกลุ่มใหญ่หรือสงคราม ไม่คุ้นชินกับความสำคัญของผู้ควบคุมและบัญชาการ

ถ้าไม่เอาชนะหลี่ฮ่าวก็ไม่สามารถได้รับอันดับหนึ่งได้ ในขณะเดียวกันถ้าไม่จัดการกับอิ๋งซูเอ๋อก็ยากที่จะจัดการกับพวกหลี่ฮ่าวทั้งกลุ่มได้ เพราะฉะนั้นข้าจะมอบหน้าที่จัดการกับอิ๋งซูเอ๋อให้พวกเจ้าสองคนซ่งไป่หลางมองไปที่เทียนอี้และเยว่จิง

นายท่าน ข้าเทียนอี้รู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย

พวกเจ้าวางใจ การจัดการกับอิ๋งซูเอ๋อไม่ได้หมายความว่าต้องทำให้นางพ่ายแพ้หรือสังหารนาง สิ่งสำคัญก็คือทำให้นางไม่สามารถตั้งสมาธิและสังเกตสถานการณ์ของคนทั้งกลุ่มได้ ขอเพียงนางไม่มีเวลามากพอที่จะวางแผนและควบคุมกลยุทธ์ความได้เปรียบก็จะเป็นของพวกเรา

เทียนอี้และเยว่จิงสบตากันก่อนที่ทั้งสองจะพยักหน้า เยว่จิงตอบ ได้ พวกเราจะจัดการกับอิ๋งซูเอ๋อให้

ซ่งไป่หลางมองไปที่รั่วอวี่ หน้าที่ของเจ้าคือจัดการกับฝาแฝดตระกูลเนี่ย ขณะเดียวกันก็ช่วยข้าใช้พลังสร้างพื้นที่ที่จะป้องกันไม่ให้อิ๋งซูเอ๋อและฝาแฝดตระกูลเนี่ยสามารถยื่นมือเข้ามาได้ ข้าจะสู้กับหลี่ฮ่าวภายใต้พื้นที่นั้น

ได้รั่วอวี่ตอบรับในทันที สำหรับนางแล้วเรื่องนี้อยู่ในขอบเขตที่นางสามารถทำได้อย่างแน่นอน

นายท่านจะรับมือกับหลี่ฮ่าวเพียงลำพังงั้นหรือเทียนอี้และเยว่จิงรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย หน้าที่ของพวกมันสองคนคือรับมือกับอิ๋งซูเอ๋อขณะที่รั่วอวี่ต้องเผชิญหน้ากับคนสองคนพร้อมกัน ขณะเดียวกันซ่งไป่หลางก็รับหน้าที่ในการรับมือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายตรงข้าม

ซ่งไป่หลางพยักหน้าตอบ ข้าเชื่อว่าข้าจะไม่พ่ายแพ้แน่นอน แต่จะเอาชนะได้หรือไม่นั้นยังไม่อาจยืนยันได้ หน้าที่ของพวกเจ้าก็คือหากเป็นไปได้ให้เอาชนะอิ๋งซูเอ๋อและช่วยรั่วอวี่จัดการกับฝาแฝดตระกูลเนี่ย จากนั้นจึงมาร่วมมือกันจัดการหลี่ฮ่าวเสีย

เทียนอี้และเยว่จิงสลัดความไม่มั่นใจทิ้ง นายท่าน ข้าจะรีบจัดการกับอิ๋งซูเอ๋อให้เร็วที่สุด

ดีซ่งไป่หลางยิ้มอย่างเชื่อมั่น

นอกจากเรื่องคู่ต่อสู้แล้วอีกเรื่องที่พวกเราต้องวางแผนก็คือสนามประลอง เดิมทีข้าคิดว่ามันจะเป็นแบบเดียวกับการทดสอบระหว่างเดือนของสถาบันแต่นึกไม่ถึงสนามประลองของอนุสรณ์แห่งปราชญ์จะใหญ่ถึงเพียงนี้ซ่งไป่หลางลำบากใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงขนาดของสนามประลองที่ใหญ่โตทั้งยังมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้าส่วน

ทิศเหนือเป็นพื้นที่หนาวเหน็บมีเพียงหิมะ น้ำแข็งและต้นสนเท่านั้น พายุหิมะทำให้ทัศนวิสัยของผู้คนย่ำแย่ ประสารทสัมผัสก็ถูกบดบังโดยคลื่นพลังลมปราณธรรมชาติ นอกจากนี้อากาศที่หนาวเย็นยังทำให้ผู้ที่ไม่แข็งแกร่งเพียงพอถูกลดทอนพลังของมันไปหลายส่วนในพื้นที่นี้

ทิศตะวันออกลุกไหม้ด้วยเปลวไฟบรรยากาศคล้ายคลึงกับหุบเหวเพลิงนรก พื้นที่ลับของดินแดนราชันย์ที่ใช้สำหรับการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมาร ความร้อนนั้นทำให้ผู้คนต้องทนทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่ใช้พลังธาตุวารีและพฤกษายากที่จะสำแดงพลังของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ในสถานที่แห่งนี้

ทิศใต้ปกคลุมด้วยหมอกพิษหนาแน่น กระทั่งยอดฝีมือก็ยังต้องทุ่มเทพลังเพื่อปกป้องร่างกายของตนเองไม่ให้ถูกพลังของพิษแทรกซึมเข้าไปภายในร่างกาย หากเกิดการต่อสู้ขึ้นบาดแผลเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างช่องโหว่ที่ทำให้พิษซึมผ่านเข้าไปภายในร่างกายได้

ทิศตะวันตกหนาแน่นไปด้วยเมฆอัสนีที่ฟาดผ่าลงบนพื้นอย่างบ้าคลั่ง หากเคลื่อนไหวโดยไม่ระมัดระวังหรือพลาดท่าถูกพลังอัสนีฟาดลงบนร่างต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ยังยากที่จะฟื้นฟูกลับขึ้นมาสู่สภาพสมบูรณ์ในเวลาอันสั้น

พื้นที่ตรงกลางของสนามประลองนั้นเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ครอบคลุมอาณาเขตราวๆหนึ่งพันจั้ง เป็นผืนป่าอันเงียบสงบ ทันทีที่เริ่มประลองทุกกลุ่มจะถูกส่งไปยังทิศทั้งสี่โดยการสุ่ม เป้าหมายแรกของกลุ่มผู้เข้าร่วมทั้งหมดก็คือจะต้องมุ่งหน้าออกจากพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายทั้งสี่ทิศทางและมุ่งหน้าไปยังพื้นที่กลางที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตามพื้นที่ปลอดภัยนั้นไม่มีอยู่จริง นั่นเพราะทันทีที่เข้าสู่พื้นที่ตรงกลางสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการปะทะระหว่างกลุ่มอย่างแน่นอน อันที่จริงมีหลายกลุ่มที่น่าจะปะทะกันตั้งแต่อาณาเขตทั้งสี่ทิศอยู่ก่อนแล้วแต่ความรุนแรงของการปะทะย่อมไม่เท่ากับเมื่อทั้งหมดมาถึงพื้นที่ปลอดภัยที่ส่วนกลาง

พวกเราไม่รู้ว่าจะถูกเลือกให้ไปอยู่ที่พื้นที่ทิศไหน อย่างไรก็ตามด้วยศักยภาพของกลุ่มเราไม่ว่าจะเป็นทิศไหนก็น่าจะสามารถจัดการได้โดยไม่มีปัญหาซ่งไป่หลางเอ่ยออกมา

อย่างที่ซ่งไป่หลางเอ่ย ไม่ว่าจะเป็นเปลวไฟ พายุหิมะ พิษหรือเมฆอัสนีกลุ่มของซ่งไป่หลางล้วนมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือภัยพิบัติเหล่านี้ได้ พื้นที่เปลวไฟย่อมไม่อาจผ่านการป้องกันของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่หนาวเหน็บก็ยังต้านทานด้วยพลังธาตุอัคคีของซ่งไป่หลาง พื้นที่พิษยิ่งไม่ใช่ปัญหารั่วอวี่นั้นคือผู้เชี่ยวชาญด้านพิษพอๆกับด้านการปรุงโอสถ นางสามารถแก้ไขพิษร้ายแทบทั้งหมดบนโลกใบนี้

พื้นที่เมฆอัสนีอาจจะสร้างปัญหาเล็กน้อยแต่เทียนอี้ก็มีกระบี่วิหคอัสนีอยู่ในมือ ตราบใดที่ถือกระบี่นี้เทียนอี้จะสามารถใช้ตนเองเป็นโล่ปกป้องคนทั้งกลุ่มเอาไว้ได้โดยไม่ยากเย็นนัก

 ----------------------------------

ติดนิยายเรื่องมุมมองนักอ่านพระเจ้า (อ่านแต่ต้นจนจบสี่วันติด) ก็เลยหายไปพักหนึ่งเลยขออภัยด้วยครับ ตอนนี้อ่านจบแล้วแรงบันดาลใจชาร์จเต็มเปี่ยมกลับมาทำงานต่อ จะลงชดเชยของที่พลาดไปให้ภายในไม่เกินวันศุกร์นะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #345 dfrdz007 (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:34
    thank u
    #345
    0
  2. #344 Mayrybowwy (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:59
    รอตอนต่อไปนะค่ะ🥰🥰🥰
    #344
    0