God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 201 : ตอนที่ 192 ปราชญ์แห่งหมอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    21 ม.ค. 64

                ภายใต้เคล็ดเหมันต์นิรันดร์ หนิงหว่านสามารถโค่นจักรพรรดิปฐพีคนแล้วคนเล่าลงได้อย่างง่ายดาย ผ้าแพรของนางโบกสะบัดท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเหน็บส่งคลื่นกระแทกซัดเข้าใส่ร่างของจักรพรรดิปฐพีที่กำลังถูกผนึกอยู่ท่ามกลางพลังเหมันต์นิรันดร์ ครั้งแล้วครั้งเล่าการโจมตีของนางสามารถส่งร่างของยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิปฐพีคนอื่นๆลงจากลานประลอง ในที่สุดก็เหลือเพียงแค่สี่คนที่ยังยืนหยัดอยู่บนลานประลองได้

            หนิงหว่านมองดูอีกสี่คนที่เหลือ เห็นได้ชัดว่าพวกมันต่างก็เป็นศิษย์ระดับขั้นจักรพรรดิปฐพีที่โดดเด่นที่สุดในสถาบันวิญญาณหลานฮัว ดังนั้นนางจึงไม่สามารถประมาทคนเหล่านี้ได้แม้แต่น้อย

            ในทางตรงกันข้าม คนสี่คนนั้นได้ร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อจัดการกับหนิงหว่านเป็นอันดับแรก พวกมันต่างกระจายออกเป็นสี่ทิศทางล้อมหนิงหว่านเอาไว้ตรงกลาง จากนั้นก็เริ่มทำการโจมตีใส่หนิงหว่านพร้อมๆกัน

            น่าเสียดายที่หนิงหว่านนั้นเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญการป้องกันมากกว่าการโจมตี ดังนั้นแม้จะถูกรุมจากยอดฝีมือทั้งสี่ทิศแต่นางกลับสามารถรับมือเอาไว้ได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ ในที่สุดหนิงหว่านก็สบโอกาสใช้เคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์ผนึกการเคลื่อนไหวของคนผู้หนึ่งได้อย่างสมบูรณ์และส่งมันออกจากลานประลองไปในพริบตา

            คู่ต่อสู้เหลือสามคนความกดดันก็ลดน้อยลง หนิงหว่านสะบัดผ้าแพรของนางรัดพันร่างของหญิงสาวคนหนึ่งพร้อมกับใช้พลังธาตุเหมันต์ผนึกการเคลื่อนไหวของนางเอาไว้ จากนั้นก็ส่งร่างของมันตามออกไปอย่างรวดเร็ว

            สองคนสุดท้ายสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว จากสี่ต่อหนึ่งกลายเป็นสองต่อหนึ่งโอกาสชนะที่เคยมีอยู่น้อยนิดกลับกลายเป็นแทบไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

            ใช้เวลาอีกไม่นานหนิงหว่านก็จัดการไปได้อีกหนึ่งคน ทำให้เวลานี้บนลานประลองเหลือแค่นางกับชายที่เคยหาเรื่องกลุ่มของซ่งไป่หลางเท่านั้น

            หนิงหว่าน เจ้ายังแข็งแกร่งและสง่างามเช่นเคยชายผู้นั้นถอนหายใจออกมาด้วยความชื่นชม

            หนิงหว่านขมวดคิ้วมองชายผู้นั้นด้วยความเกลียดชัง ตั้งแต่ที่ชายคนนี้พยายามตามตื้อนางทั้งยังพยายามสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลของนาง หนิงหว่านไม่เคยมีความประทับใจต่อมันเลยแม้แต่น้อย ในมุมมองของนางชายคนนี้ไม่มีสิ่งใดเหมาะสมกับนางเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมองนางด้วยสายตาราวกับต้องการครอบครองนางเอาไว้ ดังนั้นนางจึงมีเพียงความรู้สึกขยะแขยงต่ออีกฝ่ายเท่านั้น

            แต่อย่างไรนางก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็นจักรพรรดิปฐพีที่แข็งแกร่งมากทีเดียว มิเช่นนั้นนางคงเขี่ยอีกฝ่ายออกจากลานประลองได้ตั้งแต่แรก

            ไม่รอให้หนิงหว่านลงมือ ชายผู้นั้นก็ตัดสินใจถอนตัวยอมแพ้จากการประลอง ตอนที่กลุ้มรุมยังเอาชนะนางไม่ได้ เหลืออยู่คนเดียวย่อมไม่มีหนทางเอาชนะเช่นกัน ในที่สุดการทดสอบประจำเดือนก็จบลง

            หนิงหว่านพูดคุยกับหงหยุนผู้เป็นอาจารย์เล็กน้อยจากนั้นนางจึงมุ่งหน้ากลับไปที่เรือนพักของตน ระหว่างทางกลับพบว่ากลุ่มของซ่งไป่หลางยังคงเฝ้ารอนางอยู่

            หนิงหว่านไม่ได้พูดอะไรออกมา นางเพียงก้าวผ่านคนทั้งสี่กลับไปที่เรือนพักเท่านั้น ซ่งไป่หลางและคนอื่นๆก็ไม่ได้ว่าอันใดเพียงก้าวเดินตามนางไปอย่างเงียบงัน

            บรรยากาศการเดินที่แสนน่าอึดอัดดำเนินต่อไปจนกระทั่งคนทั้งหมดเข้าไปในเรือนพัก ภายในห้องรับรองหนิงหว่านหยุดเท้าของนางก่อนจะหันกลับมามองซ่งไป่หลางและอีกสามคน พวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจ เจ้าหมายถึงเรื่องอะไร?”

            พวกเจ้าไม่กลับมาที่เรือนพักแต่รอข้าอยู่ที่นั่น หรือพวกเจ้าต้องการที่จะให้คนอื่นๆเห็นว่าพวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันหนิงหว่านเอ่ยถามอย่างเย็นชา

            ซ่งไป่หลางยิ้ม ไม่ใช่ ก็แค่พวกเราเดินกลับมาทางเดียวกันเท่านั้น เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราไม่นับว่าสำคัญอันใด แต่หากเจ้าต้องการเป็นสหายกับข้า ข้าก็จะรับเอาไว้พิจารณา

            ต้องการเป็นสหายกับเจ้า?” หนิงหว่านอุทานออกมาก่อนที่นางจะตัวสั่นด้วยความโกรธ นางน่ะหรือต้องการเป็นสหายกับอีกฝ่าย ที่ผ่านมานางทั้งไล่ทั้งด่าทอฝ่ายตรงข้ามหวังจะให้พวกมันหลบออกจากเรือนพักแห่งนี้ไป แต่สุดท้ายกลับถูกตอบรับอย่างเฉยเมยและกระทั่งส่งสายตาเวทนาสงสารตอนที่นางทำอะไรไม่ถูกจนต้องร้องไห้ออกมา สุดท้ายอีกฝ่ายกลับมองว่านางต้องการผูกมิตรงั้นหรือ นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกัน

            ดวงตาของหนิงหว่านแดงก่ำก่อนที่น้ำตาจะไหลออกจากดวงตาของนาง นิ้วเรียวชี้ไปที่ซ่งไป่หลางก่อนจะเอ่ยว่า เจ้า หากไม่ใช่เพราะว่ามีกฎของสถาบันห้ามมิให้ลงมือกับคนของสถาบันด้วยกันนอกลานประลองข้าจะผนึกเจ้าไว้ในก้อนน้ำแข็งสามวันสามคืนเสีย

            ซ่งไป่หลางยักไหล่ไม่ใส่ใจก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในห้องพักของตนและเริ่มทำการฝึกฝนต่อ เป้าหมายของซ่งไป่หลางก็คือการสร้างจุดชีพจรราชันย์ที่สามขึ้นมาในระยะเวลาหนึ่งเดือน

            รั่วอวี่ เยว่จิงและเทียนอี้ต่างก็ไม่ได้สนทนากับหนิงหว่านเพิ่มเติม ระหว่างที่กำลังดูการต่อสู้ของนางคนทั้งสี่ได้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่เร่งรีบในการผูกมิตรกับหนิงหว่านเนื่องจากวิธีการนั้นใช้ไม่ได้ผลกับนางอย่างแน่นอน

            วิธีที่ซ่งไป่หลางเลือกก็คือปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แม้จะเริ่มต้นได้ไม่ดีนักแต่คนอย่างหนิงหว่านต่อให้ใช้วิธีเข้าหาด้วยรอยยิ้มหรือพยายามประจบประแจงก็ไม่อาจสร้างความสัมพันธ์ต่อนางได้ มิเช่นนั้นนางคงไม่สร้างกำแพงต่อผู้คนในสถาบันวิญญาณอย่างหนาแน่นถึงเพียงนี้

            ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับโชค หากโชคดีพอจากการเริ่มต้นที่ย่ำแย่เช่นนี้ก็อาจพัฒนาจนกลายเป็นสหายที่ดีต่อกันในอนาคต แต่หากโชคชะตากำหนดให้ไม่อาจเป็นสหายกันได้ ซ่งไป่หลางก็ไม่คิดจะฝืนดึงดันอย่างไม่มีความหมาย

            ทันทีที่กลับถึงห้องพัก เสียงของเซี่ยหยางก็ดังขึ้น หนิงหว่านผู้นั้น ดูเหมือนจะเป็นทายาทของตระกูลหยกเหมันต์

            ตระกูลหยกเหมันต์หรือ?” ซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อย อาจารย์ ท่านหมายถึงตระกูลที่เป็นเจ้าของเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์ที่เซียนเฉินจือหยาเอ่ยถึงเมื่อครานั้น?”

            ถูกต้อง เจ้าเองก็น่าจะตระหนักได้ว่าพลังเหมันต์วารีของนางแข็งแกร่งและโดดเด่นยิ่งกว่าเหมันต์วารีทั่วไปหลายเท่า นั่นก็เพราะเคล็ดเหมันต์นิรันดร์นั้นเป็นเคล็ดวิชาเหมันต์วารีที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ตามที่เฉินจือหยาเอ่ยพลังเหมันต์นิรันดร์สามารถเยือกแข็งได้กระทั่งวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ นางจึงเคยคิดที่จะผนวกเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์เข้ากับการใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์

            เช่นนั้นข้าก็ควรที่จะผูกมิตรกับนางสินะซ่งไป่หลางรู้สึกยุ่งยากใจเล็กน้อย สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้วการผูกมิตรกับหนิงหว่านไม่เพียงจะเป็นผลดีต่อการสร้างเส้นสายในดินแดนร้อยประตูในอนาคตเท่านั้นแต่ยังรวมถึงหนทางในการพัฒนาของซ่งไป่หลางเองด้วย

            ซ่งไป่หลางรู้สึกยุ่งยากใจเล็กน้อย ด้วยความสัมพันธ์เช่นนี้ในปัจจุบันจะให้ผูกมิตรในอนาคตยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้สำเร็จ ยิ่งต้องการขอเคล็ดวิชาประจำตระกูลจากอีกฝ่ายซ่งไป่หลางคิดไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าจะใช้วิธีใดเพื่อให้หนิงหว่านยอมมอบเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์ให้กับตนเอง

            บางทีอาจจะต้องพึ่งพารั่วอวี่ซ่งไป่หลางอับจนหนทางเล็กน้อย เมื่อเทียบกับตัวมันเองแล้วรั่วอวี่นับว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับคนอย่างหนิงหว่าน

            อุปนิสัยของรั่วอวี่นั้นเป็นมิตรและเข้าหาง่ายโดยธรรมชาติ แม้แต่คนที่เย็นชาที่สุดก็ยังไม่สามารถปิดกั้นตนเองจากนางได้นาน ขณะที่ซ่งไป่หลางนั้นไม่ถนัดในการสานสัมพันธ์กับผู้คนสักเท่าใดนัก

            ทันทีที่เอ่ยเรื่องนี้กับรั่วอวี่ นางก็มองซ่งไป่หลางด้วยสายตาประหลาด ซ่งไป่หลาง หรือว่าเจ้าสนใจหนิงหว่านงั้นหรือ?”

            ซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะรีบส่ายหน้าเอ่ยว่า ไม่ ข้าเพียงแค่สนใจเคล็ดวิชาเหมันต์วารีที่นางใช้เท่านั้น ถ้าหากสามารถผูกมิตรกับนางได้ก็อาจจะสามารถขอให้นางช่วยถ่ายทอดหรือสอนเคล็ดวิชานั้นได้

            เคล็ดเหมันต์วารีงั้นหรือรั่วอวี่ประหลาดใจเล็กน้อย วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าสามารถใช้กับพลังเหมันต์วารีด้วยงั้นรึ

            หากเป็นพลังเหมันต์วารีทั่วไปย่อมไม่สามารถใช้คู่กับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้ ทว่าเคล็ดวิชาของหนิงหว่านนั้นเรียกว่าเคล็ดเหมันต์นิรันดร์ เป็นวิชาที่ตกทอดของตระกูลหยกเหมันต์ น่าเสียดายที่อาจารย์เอ่ยว่าตระกูลนี้ได้ถูกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทำลายไปแล้ว ดังนั้นการที่ข้าได้เจอกับหนิงหว่านที่นี่จึงนับได้ว่าเป็นความโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ตามเนื่องจากมันเป็นเคล็ดวิชาของตระกูลนาง การที่นางจะยอมถ่ายทอดให้ผู้อื่นก็นับว่ายากมากเช่นกัน

            รั่วอวี่เองก็เห็นด้วย แม้ว่าข้าจะสามารถผูกมิตรกับนางได้แต่ก็ไม่อาจทำให้นางมอบเคล็ดวิชาประจำตระกูลเป็นแน่ อันที่จริงได้ยินมาว่านางเป็นทายาทของตระกูลหนิงมิใช่หรือ เหตุใดนางจึงมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลหยกเหมันต์ที่สาบสูญไปเสียได้

            ข้อมูลของหนิงหว่านนั้นไม่ใช่ความลับอันใด ตระกูลหนิงเองก็มีเคล็ดวิชาเหมันต์วารีเป็นของตนเองเช่นกันแต่หนิงหว่านกลับโดดเด่นยิ่งกว่าคนอื่นๆในตระกูล บางทีอาจจะเป็นเพราะนางใช้เคล็ดวิชาของตระกูลหยกเหมันต์มิใช่ของดั้งเดิมจากตระกูลหนิง

            เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้ซ่งไป่หลางถอนหายใจ แม้มันจะรู้สึกว่าเคล็ดวิชาเหมันต์วารีของหนิงหว่านร้ายกาจแต่หากไม่ใช่เพราะเซี่ยหยางเอ่ยออกมาด้วยตนเองมันก็คงไม่รู้ว่าที่หนิงหว่านใช้เป็นถึงเคล็ดเหมันต์นิรันดร์

            เอาเถอะ แม้จะไม่อาจรับรองผลลัพธ์แต่ข้าจะพยายามผูกมิตรกับนางให้เองรั่วอวี่รับปาก

            แม้จะเอ่ยเช่นนั้นทว่าเวลาหนึ่งเดือนก็ได้ผ่านไปอย่างเลื่อนลอยโดยที่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ไม่มีโอกาสสานสัมพันธ์กับหนิงหว่านเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย ระยะหลังมานี้หนิงหว่านเริ่มเรียนรู้ที่จะอยู่โดยไม่ใส่ใจกับกลุ่มของซ่งไป่หลาง ความอ่อนไหวของนางจึงลดลงอย่างมากในที่สุดนางก็กลับคืนสู่สภาพคุณหนูผู้เย็นชาได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

            การทดสอบประจำเดือนรอบนี้ซ่งไป่หลางและพรรคพวกมิได้ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว เรื่องนี้ทำให้หงหยุนรู้สึกร้อนใจอย่างมากเพราะมันคาดหวังที่จะได้เห็นพัฒนาการของซ่งไป่หลาง ในอีกสองเดือนจะถึงช่วงการประลองระหว่างสถาบันแล้ว แม้มันจะเชื่อมั่นในพรสวรรค์อันโดดเด่นของซ่งไป่หลางแต่มันก็ยังต้องการทำความรู้จักอีกฝ่ายมากขึ้น ยังมีกลุ่มของรั่วอวี่ที่มันไม่เคยเห็นความสามารถที่แท้จริงดังนั้นมันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องพูดคุยกับหลินอี้ซินโดยตรง

            คิดไม่ถึงหลินอี้ซินไม่เพียงปฏิเสธไม่ให้การช่วยเหลือ นางยังหลบหนีออกจากสถาบันวิญญาณหลานฮัวไปอย่างรวดเร็วและหายตัวไปเป็นเวลานาน นี่ทำให้หงหยุนเหลือทางเลือกไม่มากนัก

            กระทั่งเมื่อมันพยายามค้นหาที่พักของซ่งไป่หลางและสหายมันจึงได้รู้ว่าคนเหล่านี้ที่แท้ก็พักอยู่ร่วมกับศิษย์รักของมันอย่างหนิงหว่าน

            หว่านเอ๋อระหว่างที่กำลังฝึกฝน หนิงหว่านต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าอาจารย์ของนางได้เข้ามาหานางด้วยความคาดหวัง ครั้งล่าสุดที่ได้เห็นท่าทีเช่นนี้ของผู้เป็นอาจารย์ หนิงหว่านจำได้ว่าตอนนั้นเป็นคราที่หงหยุนต้องการให้นางคว้าชัยชนะในการทดสอบประจำเดือนสมัยที่นางเป็นจักรพรรดิมนุษย์

            อาจารย์ ท่านมีธุระอันใดกับข้ากันหงหยุนนั้นไม่จำเป็นต้องดูแลหนิงหว่านอย่างใกล้ชิดมาเป็นเวลานานแล้ว หลังจากที่นางเติบโตจนถึงขั้นจักรพรรดิปฐพีคำแนะนำที่หงหยุนให้นางได้ก็ลดเหลือน้อยลงเต็มที อีกเพียงไม่นานนางก็จะจบการศึกษาในสถาบันหลานฮัวแล้วเช่นกัน เมื่อนึกถึงเรื่องนี้หงหยุนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจหายเล็กน้อย

            หว่านเอ๋อ เจ้าน่าจะรู้ดีว่าข้านั้นตั้งความหวังเอาไว้ที่การประลองระหว่างสถาบันครั้งนี้มากเพียงใด ในระดับพลังขั้นจักรพรรดิปฐพีนั้นข้ามั่นใจว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง แต่ในระดับอื่นๆนั้นกลับมีเพียงไม่กี่คนที่โดดเด่นมากพอที่จะทำให้เชื่อมั่นได้ ข้ารู้มาว่าเจ้าพักอยู่รวมกับกลุ่มศิษย์ของอาจารย์หลิน ดังนั้นบางทีเจ้าอาจจะสนิทกับคนเหล่านั้นใช่หรือไม่หงหยุนเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง

            หนิงหว่านส่ายหน้า อาจารย์ คนกลุ่มนั้นก็แค่เข้ามาพักในเรือนพักเดียวกับข้าเท่านั้น มิได้มีความเกี่ยวข้องอันใดมากไปกว่านั้นเลย

            หงหยุนได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา เอาเถอะๆ ข้ารู้ว่านี่เป็นคำขอที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัว แต่ข้าอยากให้เจ้าผูกมิตรกับคนกลุ่มนั้นเอาไว้สักหน่อย ถึงอย่างไรพวกมันก็เป็นศิษย์โดยตรงของอาจารย์หลิน

            อาจารย์หลิน? จะว่าไปหลินอี้ซินผู้นั้นเป็นใครกัน ข้าไม่เคยได้ยินชื่อของนางมาก่อนจนกระทั่งการทดสอบประจำเดือนครั้งที่แล้ว หลังจากนั้นข้าก็ได้รู้เกี่ยวกับนางมาบ้าง ดูเหมือนว่านางจะมีสิทธิพิเศษมากมายในสถาบันวิญญาณแห่งนี้หนิงหว่านถามด้วยความสงสัย

            หงหยุนลังเลเล็กน้อยว่าควรจะบอกความลับนี้แก่หนิงหว่านหรือไม่ ทว่าเมื่อพิจารณาจากการที่หนิงหว่านเป็นศิษย์รักที่มันไว้วางใจมากที่สุด และมันต้องการให้หนิงหว่านช่วยจัดการเรื่องการประลองระหว่างสถาบันครั้งต่อไป รวมถึงเรื่องที่ว่าจริงๆแล้วหลินอี้ซินเองก็ไม่ได้เจตนาที่จะปกปิดความลับอันใดมากนัก สุดท้ายหงหยุนจึงตัดสินใจบอกความจริงแก่ศิษย์ของตน

            ที่จริงแล้ว อาจารย์หลิน หลินอี้ซินผู้นั้นก็คือเจ้าของโดยชอบธรรมของสถาบันวิญญาณหลานฮัว

            เอ้ะหนิงหว่านอุทานด้วยความตกตะลึง อาจารย์ ไม่ใช่ว่าเจ้าของสถาบันวิญญาณหลานฮัวคือปราชญ์แห่งหมอก หนึ่งในสิบปราชญ์ของดินแดนร้อยประตูหรอกหรือ

            เรื่องนี้ไม่ว่าผู้ใดที่ร่ำเรียนอยู่ในสถาบันวิญญาณหลานฮัวต่างก็รู้ดี ผู้ที่ดูแลสถาบันวิญญาณหลานฮัวในขณะนี้ก็คือหนึ่งในสิบปราชญ์ ปราชญ์แห่งหมอกไม่ผิดแน่

            แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าปราชญ์แห่งหมอกคือผู้ใดคำถามของหงหยุนทำให้หนิงหว่านชะงักไปทันที

            ในความเป็นจริง ไม่มีผู้ใดรู้จักตัวตนของปราชญ์แห่งหมอกแม้แต่บรรดาปราชญ์ทั้งสิบด้วยกัน พวกมันก็ยังไม่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของปราชญ์แห่งหมอกมาก่อน ชื่อเสียงของปราชญ์แห่งหมอกนั้นโด่งดังมาจากการที่ตัวมันเพียงคนเดียวเคยขับไล่คนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่พยายามก่อเรื่องในดินแดนร้อยประตูออกไป เวลานั้นผู้ที่มาหาเรื่องเป็นถึงผู้อาวุโสหลักระดับเซียนสวรรค์ แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้บุคคลลึกลับผู้หนึ่งเข้า

            บุคคลลึกลับนั้นมิได้เปิดเผยชื่อหรือหน้าตา เพียงแต่ระบุว่าตนเองเป็นผู้ดูแลสถาบันวิญญาณหลานฮัวเท่านั้น หลังจากนั้นก็มีคนตั้งฉายาให้กับบุคคลลึกลับนั้นว่าปราชญ์แห่งหมอก ผู้มีพลังระดับเซียนสวรรค์เช่นเดียวกับปราชญ์อีกเก้าคนของดินแดนร้อยประตู

            หนิงหว่านตกตะลึง ที่แท้ ปราชญ์แห่งหมอกผู้นั้นก็คืออาจารย์หลินอี้ซินงั้นหรือ


--------------------------------------

ช่วงดึกๆจะมาลงสองตอนของวันนี้ให้นะครับ อันนี้ชดเชยวันที่แล้วไม่เก็บเหรียญครับ ช่วงนี้ติดอนิเมะมาก ขออภัยจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #332 dfrdz007 (จากตอนที่ 201)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 20:57
    สนุกคับ
    #332
    0
  2. #331 cxz09876 (จากตอนที่ 201)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 14:48
    อ่าวไอพวกนี้ทำงานกันยังไงไม่รู้จักเจ้านายตัวเอง55555555
    #331
    0