God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 19 ประลองในฐานะศิษย์หลัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 587 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                ผู้อาวุโสท่านหนึ่งได้รับหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในการประลอง

                หลังจากให้สัญญาณเริ่มการประลอง เทียนเจินเป็นฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวก่อน กระบี่ลายเงินของเขาเป็นอาวุธวิเศษระดับสูง พลังของมันเมื่อผสานกับเจตกระบี่ของเขาสามารถสังหารยอดฝีมือระดับเที่ยงแท้ได้อย่างง่ายดาย

                ซ่งไป่หลางมองดูร่างของเทียนเจินทะยานเข้าหาตน มุมปากเผยรอยยิ้มพร้อมกับจ้องมองวิถีกระบี่ของฝ่ายตรงข้าม

                เคล็ดม่านบัวสวรรค์

                กระบี่ลายเงินปะทะกับม่านบัวสวรรค์ทุกครั้งที่เทียนเจินฟาดฟันเข้าใส่ซ่งไป่หลาง ดวงตาของเทียนเจินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เป็นไปไม่ได้

                ไม่เพียงเทียนเจิน แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสยังตกตะลึงไปกับทักษะควบคุมของซ่งไป่หลาง

                เด็กคนนี้บีบอัดพลังป้องกันของม่านบัวสวรรค์เป็นจุดเล็กๆ แต่กลับมีการควบคุมที่สมบูรณ์แบบและแม่นยำอย่างยิ่ง ถึงกับใช้ปัดป้องกระบี่ของเทียนเจินได้โดยไม่ใช้พลังสูญเปล่า

                การแทงกระบี่ของเทียนเจินเป็นการโจมตีแบบรวมศูนย์ กล่าวโดยง่ายคือเป็นการโจมตีโดยรวมพลังโจมตีไปไว้ในจุดๆเดียว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีลักษณะนี้วิชาป้องกันทั่วไปยากที่จะรับมือพลังทำลายของกระบี่ได้ แต่ม่านบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางผ่านการควบรวมทำให้มีความหนาแน่นและมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งกว่าวิชาป้องกันปกติมาก

                จุดที่ยากของวิชาม่านบัวสวรรค์ที่ผ่านการควบรวมก็คือความแม่นยำและความรวดเร็ว ซ่งไป่หลางใช้เวลามากมายในการฝึกฝนวิชาม่านบัวสวรรค์จนมีความชำนาญระดับหนึ่ง สามารถสร้างม่านบัวสวรรค์ที่มีขนาดเท่าฝ่ามือได้อย่างคล่องแคล่ว

                มันป้องกันกระบี่ของเราได้อย่างหมดจด เทียนเจินไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่รับมือลำบากเช่นนี้มาก่อน

                ไม่ใช่ว่าระดับพลังของเทียนเจินสูงกว่าซ่งไป่หลางมากหรือ ทำไมซ่งไป่หลางถึงป้องกันได้กัน

                แม้แต่ในบรรดาศิษย์หลักที่มีพลังระดับสามเที่ยงแท้ด้วยกันก็ยังไม่คิดว่าตนเองจะสามารถป้องกันกระบี่ของเทียนเจินได้อย่างสมบูรณ์

                หลางเอ๋อ มีความสามารถในการควบคุมวิชาที่ยอดเยี่ยมมาก ดวงตาของผู้อาวุโสจางเป็นประกายชื่นชม

                เทียนเจินถูกกดดันให้ต้องหยุดโจมตีและถอย กระบี่ของเขาที่เคยสร้างปัญหาให้กับคู่ต่อสู้มากมายกลับไม่สามารถสร้างปัญหาต่อซ่งไป่หลางได้ อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้ลงมืออย่างเต็มกำลัง

                ซ่งไป่หลาง เจ้าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง แต่อย่าคิดว่าข้าจะแพ้ต่อเจ้า เทียนเจินชื่นชมอีกฝ่าย แต่เขามีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างยิ่ง

                เคล็ดกระบี่อัสนีบัวพิสุทธิ์

                ศิษย์น้องระวัง กระบี่ของเทียนเจินแฝงพลังธาตุอัสนี ฉินจีอุทานออกมา วิชากระบี่อัสนีของเทียนเจินสามารถคุกคามนางได้มาก นางจึงกังวลว่ามันอาจทำให้ซ่งไป่หลางได้รับอันตราย

                หลักการของวิชากระบี่อัสนีบัวพิสุทธิ์คือเร็วและรวมศูนย์ ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะป้องกันกระบี่ของข้าได้

                เทียนเจินมีความมั่นใจในกระบี่ของตนอย่างมาก เมื่อใช้วิชานี้ผสานกับพลังธาตุแม้แต่อู๋หลิวยังไม่กล้ารับตรงๆ

                ซ่งไป่หลางก็รับรู้ถึงความร้ายกาจของกระบี่นี้เช่นกัน หากเขาใช้พลังธาตุได้คงเลือกใช้วิธีป้องกัน แต่ในเมื่อใช้ไม่ได้การหลบหลีกย่อมเป็นหนทางที่ดีกว่า แม้กระบี่ของเทียนเจินจะเร็วทว่าซ่งไป่หลางในเวลานี้นอกจากมีฐานรากศักดิ์สิทธิ์เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแกร่งเหนือมนุษย์แล้วยังมีเคล็ดย่างก้าวแปดบัวดาราระดับสวรรค์อยู่กับตัว

                ท่าเท้าแปดบัวดารา

                ร่างของซ่งไป่หลางพลันเลือนรางคล้ายฝุ่นควัน พริบตาเดียวก็สลายหายไปก่อนที่กระบี่ของเทียนเจินจะสัมผัสร่าง ดวงตาของเทียนเจินเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ซ่งไป่หลางคล้ายเป็นภาพมายาที่เขาไม่อาจจับต้องได้เลยแม้แต่น้อย

                ตาข้าโจมตีบ้าง

                ซ่งไป่หลางปรากฏขึ้นจากด้านหลังของเทียนเจิน แทนที่จะใช้ฝ่ามือบัวสวรรค์เด็กหนุ่มกลับทดลองจู่โจมด้วยฝ่ามือธรรมดาทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังลมปราณ

                เคล็ดเกราะบัวอัสนี

                วิชาป้องกันของเทียนเจินคือเกราะบัวอัสนีซึ่งมีจุดเด่นคือสามารถสร้างม่านสายฟ้าอันร้ายกาจ นอกจากจะสามารถต้านทานการโจมตียังสามารถจู่โจมสวนกลับได้ขณะเดียวกัน เกราะบัวอัสนีนับได้ว่าเป็นวิชาระดับสูงที่ร้ายกาจอย่างมากวิชาหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยคุณสมบัติพรสวรรค์ด้านพลังธาตุสายฟ้าที่แข็งแกร่ง

                เข้ามาเลย เทียนเจินคำรามกร้าว ด้วยวิชาเกราะบัวอัสนีต่อให้อีกฝ่ายโจมตีด้วยฝ่ามือบัวสวรรค์อันร้ายกาจเทียนเจินก็ยังมีความมั่นใจว่าจะสามารถต้านทานได้

                เปรี้ยง!! ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสถึงการปะทะอันรุนแรงบริเวณฝ่ามือของตน เกราะบัวอัสนีมีความสามารถในการป้องกันและโจมตีกลับยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง หากไม่ใช่เพราะร่างกายและพลังของซ่งไป่หลางเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปมากการโจมตีนี้เขาอาจเป็นฝ่ายได้รับบาดเจ็บเสียเอง

                เจอกับการป้องกันของเกราะบัวอัสนีเข้าไปเต็มๆแต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บ เทียนเจินรู้สึกหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ซ่งไป่หลางมีพลังเพียงระดับสิบก่อกำเนิด โดยทั่วไปแทบไม่อยู่ในสายตาของเขาที่มีพลังถึงระดับสามเที่ยงแท้ อันที่จริงต่อให้เป็นระดับสองเที่ยงแท้เทียนเจินก็ยังมีความรู้สึกเหยียดหยามอยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำ

                พลังของเด็กคนนี้นับว่าหลุดพ้นจากกฏเกณฑ์อย่างแท้จริง บรรดาผู้อาวุโสต่างสูดลมหายใจอย่างตื่นตะลึง

                เพียงเวลาไม่นานที่ทั้งสองคนประลองกัน เห็นได้ชัดว่าซ่งไป่หลางแทบไม่ตกเป็นรองเลยสักนิดแม้ว่าจะมีระดับพลังต่ำกว่าหลายขั้น และยิ่งปะทะกันนานขึ้นความเฉียบคมของซ่งไป่หลางก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด

                ฮึ่ม เทียนเจินตระหนักได้ว่าตนเองไม่สามารถคงสภาพเกราะบัวอัสนีไว้ได้นานเกินไปจึงตัดสินใจสลายเกราะทิ้งชั่วคราว ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มเหี้ยม เมื่ออีกฝ่ายไร้ซึ่งเกราะอัสนีก็ถึงเวลาที่เขาจะโจมตีแล้ว

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

                เทียนเจินสะท้านวาบรีบทะยานร่างหลบออกไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วสูงสุด พริบตาหลังจากนั้นพื้นที่ที่เทียนเจินเคยยืนอยู่ก็ถูกครอบคลุมด้วยเงาของดอกบัวสวรรค์

                พลังทำลายล้างของฝ่ามือบัวสวรรค์นี่ร้ายกาจมาก แม้จะใช้เกราะบัวสวรรค์ต้านทานก็คงต้องได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่หากรู้ว่าจะถูกโจมตีข้าก็ยังสามารถกะจังหวะหลบได้ เทียนเจินเผยรอยยิ้มออกมา เป็นโชคดีของเขาที่ได้เห็นซ่งไป่หลางใช้เทคนิคนี้ในการจัดการกับโม่หลางมาก่อน จึงทำให้สามารถกะจังหวะหลบหลีบได้ง่ายขึ้น

                ข้ายังควบคุมฝ่ามือบัวสวรรค์ได้ไม่ดีพอ ไม่เช่นนั้นเทียนเจินไม่มีทางหลบได้เด็ดขาด หลังจากฝ่ามือบัวสวรรค์ถูกพัฒนาขึ้นเป็นวิชาระดับสวรรค์ แม้ว่าพลังทำลายของมันจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากทว่าการควบคุมกลับทำได้ยากเย็นยิ่ง ยิ่งใช้วิชาที่ร้ายกาจก็ยิ่งต้องอาศัยการทุ่มเทฝึกฝน กว่าจะถึงจุดที่สามารถควบคุมได้โดยสมบูรณ์ซ่งไป่หลางยังต้องใช้เวลาอีกมาก

                กระบี่ของเทียนเจินกวาดแทงออกไปอีกครั้งหนึ่ง ทว่าซ่งไป่หลางกลับสามารถก้าวหลบได้หมดอย่างง่ายดายด้วยท่าเท้าแปดบัวดารา

                เห็นทีหากไม่ทุ่มเทเต็มกำลังคงไม่สามารถเอาชนะได้ ทั้งสองฝ่ายต่างมีความคิดเดียวกัน

                ศิษย์หลักห้าอันดับแรกนั้นฝีมือไม่เลวเลย ต่อให้ซ่งไป่หลางจะมีพลังและความสามารถผิดมนุษย์ก็ยังไม่อาจเอาชนะโดยง่าย อาศัยเพียงพลังเข้าปะทะโดยตรงเหมือนที่สู้กับโม่หลางหรือซ่งชุนนั้นย่อมไม่มีทางเอาชนะโดยเด็ดขาด

                เทียนเจินเองก็หวาดผวา ซ่งไป่หลางผู้นี้ระดับน้อยกว่าเขามากแต่กลับแข็งแกร่งราวปีศาจ หากเติบโตขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยอย่าว่าแต่ชิงอันดับไปจากเขาเลย แม้แต่คนที่แข็งแกร่งกว่าเขาก็คงไม่สามารถต้านทานได้

                หากซ่งไป่หลางเข้าประลองในฐานะศิษย์สายใน อันดับหนึ่งคงเป็นของนิกายเราอย่างไม่ต้องสงสัย น่าเสียดาย ผู้ฝึกสอนรวมถึงผู้อาวุโสหลายคนส่ายหน้า ซ่งไป่หลางยังมีระดับพลังน้อย แม้จะมีพรสวรรค์น่าตะลึงเพียงใดแต่เขาก็ควรก้าวไปทีละขั้น ขอเพียงเป็นอันดับหนึ่งในแคว้นของบรรดาศิษย์สายในทั้งหมดย่อมมีโอกาสได้รับทรัพยากรฝึกฝนมากมาย ก้าวหน้ารวดเร็วราวมังกรทะยาน

                แทนที่จะเลือกหนทางที่ง่ายเขากลับทะเยอทะยานเกินไป ไขว่คว้าที่จะเข้าสู่สนามประลองของศิษย์สายหลัก ต่อให้ซ่งไป่หลางเอาชนะเทียนเจินสำเร็จและได้เข้าประลองจริงแล้วอย่างไรเล่า ระดับของเทียนเจินในแคว้นนั้นเรียกว่าไม่ต่ำไม่สูง เทียบกับอัจฉริยะของนิกายอื่นๆแล้วไม่อาจนับเป็นอันใดได้ ต่อให้ซ่งไป่หลางเหนือกว่าเทียนเจินจริงก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะได้รางวัลจากการประลองเสียหน่อย

                นึกถึงเรื่องนี้บรรดาผู้อาวุโสต่างก็ถอนหายใจออกมา

                ความได้เปรียบของข้าคือพลังธาตุ ต้องแสดงให้เห็นว่าตราบใดที่เจ้ายังไม่ก้าวสู่ขอบเขตขั้นเที่ยงแท้เจ้าก็ยากจะต่อกรกับคนในระดับนี้ได้ เทียนเจินสูดลมหายใจแล้วสะสมพลังธาตุของตน

                ซ่งไป่หลางระมัดระวังตัวมากขึ้น เทียนเจินคนนี้จากข้อมูลที่ข้าเคยถามศิษย์พี่ฉิน เขาใช้พลังได้สายธาตุคืออัสนีและอัคคี แต่เชี่ยวชาญอัสนีมากกว่า ทั้งยังมีพรสวรรค์อัสนีสูงส่งจึงแทบไม่ใส่ใจพลังธาตุอัคคีเลย

                เขาไม่ใช่คนโง่ ก่อนที่จะมาท้าประลองนอกจากเชื่อมั่นในตนเองแล้วเขายังศึกษาคู่ต่อสู้มาเป็นอย่างดีด้วย วิชาที่น่ากลัวที่สุดของเทียนเจิน หนึ่งคือวิชาป้องกันเกราะบัวอัสนี สองคือวิชาโจมตีกระบี่อัสนีบัวพิสุทธิ์ โจมตีทั้งแบบรวดเร็วและรวมศูนย์ พลังทำลายล้างและความเร็วนับว่าร้ายกาจยิ่ง

                หลังจากการปะทะที่ผ่านมา เขาย่อมรู้ดีว่าการใช้กระบี่อัสนีบัวพิสุทธิ์โจมตีข้านั้นยากเย็นยิ่ง ดังนั้นการโจมตีของเขาก็จะต้องเป็นเกราะบัวอัสนี ซ่งไป่หลางวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว

                ไม่ผิดจากที่ซ่งไป่หลางคาดคิด เทียนเจินรู้ดีว่ากระบี่ของตนยากจะทำร้ายอีกฝ่าย ดังนั้นจึงระเบิดพลังอัสนีธาตุก่อกำเนิดเกราะบัวอัสนีแล้วพุ่งเข้าหาซ่งไป่หลางอย่างรวดเร็ว

                เขาใช้ท่าเท้าย่างก้าวอัสนีผสมผสานด้วย ท่าเท้านี้มีจุดเด่นที่การระเบิดความเร็วในพริบตา ด้วยพลังทำลายของเกราะบัวอัสนีขอเพียงเข้าประชิดได้เขาก็จะเป็นฝ่ายชนะ ซ่งไป่หลางแน่แค่ไหนก็คงไม่รอด ผู้ชมต่างอุทานออกมา

                น่าประทับใจ ใช้กระบวนท่าผสานสมบูรณ์แบบ น่าเสียดายที่เจ้าประเมินพลังของตัวเองและข้าผิดไป ซ่งไป่หลางหัวเราะเสียงเย็น เขารอให้อีกฝ่ายเข้ามาหาอยู่นานแล้ว แม้เกราะบัวอัสนีจะน่ากลัวเพียงใดแต่วิชาโจมตีของซ่งไป่หลางก็น่ากลัวไม่แพ้กัน

                เคล็ดวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์

                อันใดกัน สีหน้าของเทียนเจินแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามใหญ่หลวงที่เข้ามาหาตน ซ่งไป่หลางคาดเดากลยุทธ์ของมันได้สมบูรณ์แบบยิ่ง ดังนั้นทำเพียงยืนหยัดรอคอย ร่ายวิชาฝ่ามือบัวสวรรค์ตระเตรียมเอาไว้ เพียงพริบตาที่ตนพุ่งเข้าหาซ่งไป่หลางก็เท่ากับพุ่งไป่หาหมัดของอีกฝ่าย

                ทว่าฉับพลันนั้นดวงตาของเทียนเจินพลันฉายประกายแสงเย็นเยียบ กับดักแล้วอย่างไรเล่า ในสภาพที่ร่ายเกราะบัวอัสนีเต็มกำลังเช่นนี้เขาไม่กลัวฝ่ามือบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางเด็ดขาด

                เปรี้ยง!!! การปะทะอันรุนแรงบังเกิดขึ้น พริบตาเดียวร่างของทั้งสองก็ถอยออกห่างจากกัน ดวงตาของเทียนเจินปรากฏแววเหลือเชื่อ หลังจากก้าวเท้าถอยหลังอย่างยากลำบากสามถึงสี่ก้าวจึงหยุดนิ่งแล้วกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ

                อีกด้านซ่งไป่หลางได้รับผลสะท้อนจากการโจมตีเช่นกัน ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเขาได้รับความเสียหายน้อยกว่าเทียนเจินมาก

                วิชาเกราะบัวอัสนียอดเยี่ยมนัก ซ่งไป่หลางชมเชย

                หากจะเอาชนะเทียนเจินข้าจำเป็นต้องโจมตีให้ได้อีกครั้งหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าพลังโจมตีของฝ่ามือบัวสวรรค์ถูกเกราะบัวอัสนีดูดซึมไปได้มากกว่าครึ่ง เทียนเจินแม้จะได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอรับไหว อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางสามารถโจมตีลักษณะนี้ได้อีกหลายต่อหลายครั้งอย่างไม่มีปัญหา แต่เทียนเจินจะให้ฝืนใช้เกราะบัวอัสนีต่อนับว่ายากลำบากยิ่ง

                ข้าแค่ต้องโจมตีให้โดนเท่านั้น ดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกายวาบ

                ข้าจะเอาชนะคนผู้นี้ได้ยังไงกัน เทียนเจินสีหน้าซีดขาว สัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ วิชากระบี่ของตนไม่สามารถโจมตีถูกเป้าหมาย เกราะบัวอัสนีที่ภาคภูมิใจก็กลายเป็นไร้ค่าทั้งยังพาตัวเองไปสู่หายนะ การเผชิญหน้ากับซ่งไป่หลางที่ควรจะเป็นเรื่องง่ายดายกลับกลายเป็นฝันร้ายสำหรับเทียนเจินที่มีพลังสูงกว่าหลายขั้น

                เทียนเจิน หากเจ้าไม่เข้ามาข้าจะเป็นฝ่ายไปหาเอง ซ่งไป่หลางไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งสติได้ เด็กหนุ่มร่ายวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราทะยานร่างเข้าหาฝ่ายตรงข้าม ร่างของซ่งไป่หลางเคลื่อนไหววูบวาบราวกับภาพมายา พริบตาเดียวก็เข้าประชิดตัวเทียนเจินได้สำเร็จอีกครั้ง

                แย่แล้ว เทียนเจินไม่กล้าใช้เกราะบัวอัสนีต้านรับเพราะกังวลฝ่ามือบัวสวรรค์ของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นจึงหมายจะใช้ท่าเท้าย่างก้าวอัสนีที่รวดเร็วกว่าหลบหนี

                ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้ม แทนที่จะใช้ท่าฝ่ามือบัวสวรรค์ที่โจมตีได้ช้ากว่าเด็กหนุ่มกลับเลือกจู่โจมด้วยฝ่ามือธรรมดาสามัญที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณ ฝ่ามือนี้ยังสอดผสานเข้ากับท่าเท้าแปดบัวดาราทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันซับซ้อน เทียนเจินกำลังจะก้าวหนีกลับพบว่าตนเองก้าวเข้าไปหาฝ่ามือของซ่งไป่หลางเสียเอง

                เปรี้ยง!! “อั่ก แม้พลังจะแตกต่างกันหลายขั้นแต่เทียนเจินไม่ได้ป้องกันตัวเองด้วยเกราะบัวอัสนีจึงทำให้ถูกฝ่ามือของซ่งไป่หลางปะทะเข้าเต็มร่าง ได้รับบาดเจ็บเพิ่มไปอีกไม่น้อย

                นี่คือผลของท่าเท้าแปดบัวดารา ซ่งไป่หลางร่ายท่าเท้าต่อเนื่องกดดันจนเทียนเจินรู้สึกราวกับว่าตนเองตกอยู่ท่ามกลางค่ายกลฝ่ามือ ไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้สำเร็จ ท้ายที่สุดจำต้องใช้วิชาเกราะบัวอัสนีออกมาอีกคราหนึ่งเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าซ่งไป่หลางก็รอจังหวะนี้อยู่แล้ว การร่ายเกราะบัวอัสนีจะทำให้เทียนเจินไม่สามารถขยับร่างกายได้ชั่วขณะ เป็นเวลาที่มากพอที่ตนจะโจมตีด้วยฝ่ามือบัวสวรรค์สำเร็จ

                เงาดอกบัวปรากฏขึ้นครอบคลุมเกราะบัวอัสนีของเทียนเจินจนมืดมิด พริบตาเดียวก็หมุนวนบดขยี้จนเกราะบัวอัสนีแตกสลายหายไป เทียนเจินกระอักเลือดดวงตาเลื่อนลอย ซ่งไป่หลางเห็นอีกฝ่ายหมดสภาพต่อสู้แล้วจึงยกเลิกกระบวนท่าปลดปล่อยให้เทียนเจินเป็นอิสระร่วงหล่นลงบนพื้น

                ทั้งเหล่าคนดูรวมไปถึงผู้ฝึกสอนและผู้อาวุโสต่างจ้องมองภาพที่ปรากฏขึ้นด้วยความเงียบงัน ภาพที่ซ่งไป่หลางสามารถไล่บดขยี้เทียนเจินได้อย่างเยือกเย็นและเรียบง่าย จากการต่อสู้ทั้งหมดเทียนเจินแทบไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้ แม้กระทั่งความเสียหายก็แทบจะไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้

                เอาชนะผู้ที่มีพลังเหนือกว่าอย่างขาดลอย!!

                ซ่งไป่หลางเป็นผู้ชนะ ได้รับตำแหน่งศิษย์หลักอันดับห้า ได้รับสิทธิ์เข้าประลองในงานประลองสิบนภาในฐานะศิษย์หลัก ผู้อาวุโสที่เป็นผู้ตัดสินเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก

                ผู้อาวุโสทุกท่าน เรื่องของซ่งไป่หลางจะต้องเก็บเอาไว้ให้เป็นความลับ อย่าได้แพร่งพรายให้นิกายอื่นๆรู้เด็ดขาด รองเจ้านิกายตั้งสติได้จึงส่งสัญญาณลับแจ้งต่อผู้อาวุโสทั้งหมดทันที นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก การปรากฏตัวของอัจฉริยะนั้นจะก่อให้เกิดการจับตามองจากทุกฝ่าย เดิมทีอัจฉริยะคนหนึ่งก็สามารถสร้างความอิจฉาและหวาดหวั่นให้กับนิกายอื่นๆได้มากอยู่แล้ว ยิ่งซ่งไป่หลางที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าอัจฉริยะคนใดในประวัติศาสตร์ มิต้องสงสัยเลยว่าหากนิกายอื่นรู้ตัวตนของเด็กหนุ่มล่วงหน้าพวกมันจะต้องเคลื่อนไหวเพื่อจัดการกับซ่งไป่หลางแน่นอน

                ผู้อาวุโสจาง พวกเราต้องให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้ถึงที่สุด โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ห้ามปล่อยให้เขาต้องพบเจอความเสี่ยงโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ในฐานะตัวแทนเจ้านิกาย ข้าอนุญาตให้ซ่งไป่หลางสามารถฝึกฝนวิชาระดับสูงทั้งหมดของนิกายโดยไม่มีข้อจำกัด รองเจ้านิกายกระซิบบอกผู้อาวุโสจาง

                อนุญาตให้ฝึกฝนวิชาระดับสูงทั้งหมดของนิกาย นี่นับว่าเป็นอภิสิทธิ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างมากสำหรับลูกศิษย์คนหนึ่ง ในบรรดาลูกศิษย์หลักทั้งหมด มีเพียงอู๋หลิวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์นี้ แม้แต่ฉินจีที่มีความแข็งแกร่งโดดเด่นก็ยังถูกจำกัดสิทธิ์เอาไว้เพียงแค่สามารถศึกษาวิชาระดับสูงได้มากกว่าศิษย์คนอื่นๆหลายวิชาเท่านั้น

                ผู้อาวุโสจางย่อมเข้าใจเรื่องราว จุดอ่อนของซ่งไป่หลางก็คือระดับพลังที่ยังไม่บรรลุขั้นเที่ยงแท้ทำให้ไม่สามารถใช้พลังธาตุได้ และวิชาที่แม้จะแข็งแกร่งแต่ก็ขาดการพลิกแพลงในหลายๆด้าน วิธีแก้ไขก็คือการเปิดโอกาสให้เรียนรู้วิชาจำนวนมากเพื่อสร้างเส้นทางที่เหมาะสมต่อการบ่มเพาะฝึกพลังในอนาคต

                รองเจ้านิกายวางใจ ข้าจะดูแลเด็กคนนี้อย่างดี ผู้อาวุโสจางรับปาก

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 587 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #105 yukai (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 05:16

    ขอบคุณ
    #105
    0
  2. #25 นัท (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 23:48

    ผู้อาวุโสจาง เอ็นดูซ่งน้อยของเรามากหาทรัพยากรให้ แม้ไม่ได้สอนอะไรมากมายเพราะซ่งน้อยมีอาจารย์เซียะคอยแน่ะนำสั่งสอน แถมซ่งน้อยยังเป็นอัจฉริยะอีก สอนรัยจำได้หมดมีพลิกแพลงแก้ไข จนเคล็ดวิชาธรรมดาเป็นระดับสูง โชคดีที่ได้อาจารย์ดี และอาวุโสจางที่คอยอำนวยความสะดวกและดูแลซ่งน้อยเป็นอย่างดี เป็นคัวละครที่ไม่เลือกที่รักมักทีชัง (เพราะอาวุโสจางมีศิษย์หลักส่วนตัวคือ ศิษย์พี่หญิง ฉินจี ที่ดูแลเอาใจใส่ศิษย์น้องอย่างจริงใจ ซ่งน้อยโชคดีตั้งแต่แรกที่เจอศิษย์พี่หญิง จนได้ฝากฝังอาวุโสจางที่เป็นอาจารย์ฝากซ่งน้อยเข้าทดสอบ ในที่สุดเลยได้เป็นอาจารย์ซ่งน้อย แถมยังช่วยชี้แน่ะวิชาให้ศิษย์พี่หญิง สรุป 2 ศิษยฺเอกผู้อาวุโสขาง ไม่ทำให้ท่านผิดหวังเลย โดยเฉพาะซ่งน้อย อาวุโสจางนี่ยิ้มแก้มปริ

    #25
    0