God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 17 อัจฉริยะที่โดดเดี่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,723
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 560 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                หลางเอ๋อ ในเมื่อเจ้ามาแล้วข้าจะให้เจ้าได้ตัดสินความผิดของซ่งจวิน ซ่งหงเฉินเอ่ยกับซ่งไป่หลางด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและรักใคร่

                 เห็นได้ชัดว่าซ่งหงเฉินตัดสินใจที่จะซื้อใจซ่งไป่หลางด้วยการโยนซ่งจวินให้

                ซ่งไป่หลางกวาดตามองซ่งจวิน อีกฝ่ายมองกลับมาด้วยสายตาอาฆาต ซ่งไป่หลางหัวเราะเย้ยหยันก่อนจะกล่าวว่า ปัญหาของข้ากับซ่งชางหยางนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย สุดท้ายเราก็เป็นศิษย์สายในด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้ข้าเชื่อว่าซ่งชางหยางคงไม่ติดใจสิ่งใดแล้ว แต่ท่านลุงซ่งจวินกลับคิดแค้นต่อข้า

                หลางเอ๋อเจ้าอยากให้ลงโทษเขาเช่นไร ซ่งหงเฉินถาม

                ผนึกพลังของเขาเอาไว้ให้เหลือระดับหนึ่งเที่ยงแท้ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่พยายามทำร้ายข้า ซ่งไป่หลางตอบ

                สีหน้าของผู้คนแปรเปลี่ยนไป ให้ผนึกพลังเหลือระดับหนึ่งเที่ยงแท้เพื่อไม่ให้พยายามทำร้าย นั่นหมายความว่าซ่งไป่หลางมั่นใจว่าสามารถรับมือกับคนที่มีพลังระดับหนึ่งเที่ยงแท้ได้?

                ก่อนที่ซ่งหงเฉินจะได้กล่าวสิ่งใด คนสามคนวิ่งเข้ามาในเรือนอย่างร้อนรน นอกจากทั้งสามแล้วยังมีร่างหนึ่งที่ถูกแบกหามเข้ามาด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัส

                ซ่งชุน ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพของซ่งชุน เขาบาดเจ็บสาหัส หรือว่ามีศัตรูโจมตีตระกูลของเรา

                ซ่งชุน เกิดสิ่งใดขึ้นกับเจ้า ซ่งหงเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว หากมีใครกล้าเข้ามาโจมตีคนของตระกูลเขาจะโต้ตอบอย่างรุนแรง

                ขณะที่ทุกคนกำลังตกใจ คนที่ตกใจที่สุดกลับเป็นซ่งเจี่ย เพราะเขาเป็นคนสั่งให้ซ่งชุนไปจัดการกับซ่งไป่หลางด้วยตัวเอง ตอนแรกที่เขาเห็นซ่งไปหลางเดินเข้ามาเขายังคิดว่าซ่งชุนคงพลาดโอกาสที่จะสั่งสอนซ่งไป่หลางเงียบๆ นึกไม่ถึงซ่งชุนกลับมีสภาพสาหัสเช่นนี้

                หรือว่ามีคนคอยปกป้องซ่งไป่หลางอยู่ ในใจของซ่งเจี่ยเต็มไปด้วยความตึงเครียด

                ท่านประมุข ข้า ซ่งชุนพูดไม่ออก เขาไม่สามารถบอกได้ว่าแท้จริงแล้วคนที่ทำร้ายเขาก็คือซ่งไป่หลาง

                ในเวลานั้นซ่งไป่หลางหัวเราะออกมา เขาเอ่ยทำลายความเงียบงันของผู้คน มีสิ่งใดเป็นความลับกัน ซ่งชุน ท่านก็บอกต่อทุกคนไปสิ ว่าท่านต้องการสั่งสอนข้า แต่เพราะท่านอ่อนแอเกินไปจึงทำให้ท่านต้องกลายเป็นฝ่ายถูกสั่งสอนเสียเอง

                เป็นความโอหังและเย่อหยิ่งถึงขีดสุด ซ่งไป่หลางทำเช่นนี้เพื่อประกาศให้ทุกคนในตระกูลได้ทราบถึงความสามารถของเขา ทั้งหมดเพื่อป้องกันความยุ่งยากที่จะเกิดจากการโดนโจมตีในอนาคต คิดจะทำร้ายข้า ต้องดูก่อนว่าพวกเจ้ามีปัญญาหรือไม่

                เป็นไปไม่ได้ ซ่งไป่หลางน่ะรึจะเอาชนะซ่งชุน

                พลังระดับก่อกำเนิดและเที่ยงแท้มีระยะห่างอันมหาศาลขวางกั้นอยู่ ต่อให้เป็นอัจฉริยะอย่างซ่งเจียหลานก็ยังไม่สามารถเอาชนะผู้มีพลังระดับเที่ยงแท้ตอนที่ยังอยู่ขั้นก่อกำเนิด

                ข้าว่าจะต้องเป็นฝีมือของผู้อาวุโสจางแน่ เขาคงส่งคนมาคุ้มครองซ่งไป่หลางเอาไว้

                ไม่มีใครเชื่อว่าซ่งไป่หลางเป็นคนทำสิ่งนี้ มันน่าเหลือเชื่อเกินไปที่ผู้มีพลังระดับแปดก่อกำเนิดเอาชนะระดับสองเที่ยงแท้ได้

                หากผู้ใดสงสัยในความสามารถของข้า จงก้าวออกมาทดสอบด้วยตัวเอง ซ่งไป่หลางประกาศกร้าว

                ซ่งไป่หลาง ต่อให้เจ้ามีผู้อาวุโสจางหนุนหลังก็อย่าได้โอหังมากเกินไปนัก ระดับแปดก่อกำเนิดด้วยอายุเท่านี้อาจจะน่าอัศจรรย์ใจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีผู้ใดสามารถสั่งสอนเจ้าได้ ซ่งเจี่ยแค่นเสียง

                ซ่งไป่หลาง ในเมื่อเจ้าบอกให้ทดสอบ เช่นนั้นข้าก็จะทดสอบเจ้าเอง ซ่งจวินลุกขึ้น ดวงตาจ้องมองซ่งไป่หลางด้วยความเกลียดชัง

                ท่านประมุข รบกวนช่วยผนึกพลังของเขาด้วย ซ่งไป่หลางหันมาพูดกับซ่งหงเฉิน

                ได้ ซ่งหงเฉินฟาดฝ่ามือใส่ซ่งจวิน ใช้พลังที่เหนือกว่าเข้าไปผนึกพลังส่วนหนึ่งของซ่งจวินเอาไว้ ความแข็งแกร่งของซ่งจวินลดลงจนเทียบเท่ากับระดับหนึ่งเที่ยงแท้

                ซ่งจวินไม่ได้ต่อต้าน อันที่จริงเป็นเพราะเขาไม่อาจต่อต้านได้ไม่เช่นนั้นคงถูกลงโทษหนักกว่าเดิม ทว่าด้วยพลังระดับหนึ่งเที่ยงแท้ก็มากพอที่จะจัดการซ่งไป่หลางได้แล้ว เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าซ่งชุนจะถูกซ่งไป่หลางทำร้ายจริงๆ

                คิดหลอกลวงผู้คน ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง ซ่งจวินทะยานร่างเข้าหาซ่งไป่หลางทันที

                ซ่งหงเฉินกังวลเล็กน้อยแต่ก็ปล่อยให้ซ่งจวินทำตามใจชอบ เขาเองก็อยากรู้ว่าซ่งไป่หลางมีศักยภาพมากแค่ไหน แน่นอนว่าหากมันอันตรายเขาจะหยุดซ่งจวินด้วยตัวเอง

                ดวงตาของซ่งชุนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หากเป็นซ่งจวินในสภาวะปกติย่อมสามารถเอาชนะซ่งไป่หลางได้แน่นอน แต่ถูกจำกัดพลังเช่นนี้ยังอ่อนแอกว่าตัวเขาเสียอีก แบบนี้อย่าว่าแต่จะสั่งสอนซ่งไป่หลางเลย แค่เอาตัวรอดก็ยากเต็มทีแล้ว

                ซ่งจวินมีพลังธาตุอัคคีและวายุ เมื่อผสานกับวิชาขั้นสูงของเขาทำให้เกิดคลื่นอัคคีอันรุนแรงสามารถหลอมละลายแม้แต่เหล็กกล้า

                เคล็ดหมัดเพลิงคำราม

                วังวนเพลิงหมุนวนรอบร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาซ่งไป่หลาง เพียงพริบตาเดียววังวนนี้ก็กลืนร่างของซ่งไป่หลางเข้าไป

                แย่แล้ว ซ่งหงเฉินไม่นึกว่าซ่งจวินจะกล้าลงมือเต็มกำลังต่อเด็กอย่างซ่งไป่หลาง ดังนั้นจึงห้ามเอาไว้ไม่ทัน

                เปลวเพลิงสลายหายไปท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน ซ่งไป่หลางยืนอยู่ที่เดิม บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสบายอารมณ์

                ท่านโจมตีข้าหนึ่งครั้ง ข้าก็จะโจมตีท่านหนึ่งครั้งเช่นกัน ภายใต้การปกป้องของเคล็ดม่านบัวสวรรค์ เปลวเพลิงของซ่งจวินที่ถูกจำกัดพลังไม่มีผลต่อซ่งไป่หลางแม้แต่น้อย

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

                ดวงตาของซ่งชุนสั่นสะท้านเมื่อเห็นเงาของดอกบัวปรากฏขึ้น ร่างของซ่งจวินถูกเงาดอกบัวครอบคลุมเอาไว้พร้อมกับพลังกดดันของฝ่ามือที่ทรงพลัง ซ่งจวินพยายามสร้างเกราะลมปราณขึ้นแต่กลับไม่สามารถต้านทานพลังของฝ่ามือนี้ได้เลย ในที่สุดซ่งจวินทรุดร่างลงบนพื้นพร้อมกับกระอักเลือดออกมา

                เพียงฝ่ามือเดียว ทุกคนต่างตกใจจนพูดไม่ออก ระดับแปดก่อกำเนิดสามารถเอาชนะระดับหนึ่งเที่ยงแท้ด้วยฝ่ามือเดียว นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

                ท่ามกลางความตกตะลึง ดวงตาของซ่งหงเฉินทอประกายด้วยความพึงพอใจ ในที่สุดอัจฉริยะระดับนี้ก็เกิดขึ้นในตระกูลซ่ง

                คนที่ตกใจที่สุดกลับเป็นซ่งจิงลู่และฮูหยิน ทั้งสองไม่นึกเลยว่าเด็กที่พวกเขาปล่อยทิ้งเอาไว้ให้เผชิญกับชะตากรรมจะเติบโตมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้

                ถ้าข้ารู้ว่าวันนี้จะมาถึงละก็ ข้าไม่มีทางทำผิดพลาดโดยการทิ้งเขาเด็ดขาด

                ตอนนี้ซ่งจิงลู่รู้สึกเสียใจจนไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว เขาทิ้งได้เพชรเม็ดนี้ไปจากมืออย่างน่าเสียดาย

                ตอนยังเด็กซ่งไป่หลางไม่ได้แสดงสัญญาณของความเป็นอัจฉริยะออกมาเลย ตรงกันข้ามเขาอ่อนแอและยังไร้ค่าสุดๆ แม้แต่คนที่ธรรมดาที่สุดก็ยังแข็งแกร่งกว่าและมีแนวโน้มที่จะพัฒนามากกว่า

                ซ่งจิงลู่มีความลับบางอย่าง เขาและฮูหยินไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ และซ่งไป่หลางก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆของพวกเขา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างพวกเขาจำเป็นต้องรับเลี้ยงเด็กคนนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พวกเขาไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรกับซ่งไป่หลางมากนัก

                ตอนแรกที่ได้รับเลี้ยงเขา ข้าเชื่อว่าเขาจะต้องมีพรสวรรค์สูงมากแน่ๆ แต่พอรู้ว่ามันผิดข้าจึงไม่สนใจเขาอีก ใครจะรู้ว่าพรสวรรค์นั้นจะมาระเบิดออกตอนนี้ ซ่งจิงลู่มีสีหน้าเจ็บปวดเมื่อหวนนึกถึงอดีต

                เป็นไปได้ยังไงกัน แม้แต่ซ่งเจี่ยยังมีสีหน้าซีดขาว ต่อให้ถูกผนึกพลังแต่ซ่งจวินนั้นมีระดับฝีมือเทียบเท่ากับเขาเชียวนะ ต่อให้เป็นซ่งเจียหลานก็ตามถ้ามีระดับพลังขั้นหนึ่งเที่ยงแท้เท่ากันซ่งเจียหลานก็ไม่มีทางเอาชนะซ่งจวินได้ แต่ซ่งไป่หลางกลับทำได้ง่ายๆทั้งที่ระดับต่ำกว่า

                หากปล่อยมันเอาไว้ตำแหน่งอัจฉริยะอันดับหนึ่งของหลานเอ๋อจะต้องหลุดลอยไปแน่

                ตอนนี้อำนาจในตระกูลของซ่งเจี่ยนับได้ว่าโดดเด่นเหนือผู้ใดเพราะบุตรสาวที่ยอดเยี่ยมของเขายึดครองอันดับหนึ่งในบรรดาคนรุ่นใหม่ แต่ทันทีที่ซ่งไป่หลางผงาดขึ้นมาตำแหน่งนั้นได้สลายหายไป อำนาจของเขาก็สั่นคลอนอย่างร้ายแรงด้วยเช่นกัน

                ข้าต้องจัดการกับมันตั้งแต่ตอนที่ยังมีโอกาส ดวงตาของซ่งเจี่ยฉายแววอำมหิต

                ยังไงก็ตามซ่งเจี่ยไม่สามารถลงมือได้ง่ายๆ ซ่งไป่หลางในเวลานี้โดดเด่นเกินไป ได้รับความสนใจจากคนทั้งตระกูลอีกทั้งยังได้รับการปกป้องจากทั้งผู้อาวุโสจางจากนิกายบัวสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีซ่งหมิงที่ดูเหมือนจะสนับสนุนซ่งไป่หลางจนยอมมีปัญหากับซ่งจวิน ทั้งหมดนี้ทำให้ซ่งเจี่ยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะลงมือ

                พาตัวซ่งจวินไป ซ่งหงเฉินสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

                ร่างของซ่งจวินถูกหามออกไปนอกเรือน ระหว่างนั้นคนอื่นๆถูกสั่งให้แยกย้ายกันออกไป ท้ายที่สุดภายในเรือนเหลือเพียงซ่งไป่หลาง ซ่งจิงลู่และฮูหยินรวมไปถึงซ่งหงเฉินเท่านั้น

                หลางเอ๋อ เจ้ากลับมาที่ตระกูล มีธุระอะไรสำคัญหรือไม่ ซ่งหงเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

                ข้าได้ยินจากซ่งเจียหลานว่าบิดามารดาของข้าถูกควบคุมตัว ดังนั้นจึงเดินทางกลับมาเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ได้รับความเดือดร้อน ซ่งไป่หลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา แม้แต่กับซ่งหงเฉินเขาก็ไม่คิดจะผูกมิตรมากนัก

                ซ่งหงเฉินไม่สนใจท่าทีเย่อหยิ่งของเขา โอ้ หลางเอ๋อจงอย่าได้กังวล บิดามารดาของเจ้านับว่ามีคุณความชอบให้กำเนิดอัจฉริยะเช่นเจ้าขึ้นมา พวกเขาย่อมไม่มีทางได้รับความยากลำบาก

                ตาแก่เจ้าเล่ห์ ถึงแม้เจ้าจะไม่ได้สร้างความลำบากต่อพวกเขาแต่เจ้าก็จงใจดึงพวกเขาเอาไว้ใกล้ๆตัว เพื่อให้แน่ใจว่าข้าจะไม่หักหลังต่อตระกูล ซ่งไป่หลางคิดในใจ

                อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มีความต้องการที่จะก่อเรื่องกับตระกูลซ่งตราบใดที่ตระกูลซ่งไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเขาก่อน

                ท่านประมุขพูดเช่นนี้ข้าก็สบายใจ ขอฝากท่านช่วยดูแลบิดามารดาของข้าด้วย หลังจากนี้ข้าคงไม่อาจกลับมาที่ตระกูลได้อีกสักพัก อย่างน้อยก็จนกว่าจะจบการประลองสิบนภา

                อันที่จริงซ่งไป่หลางไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเดินทางกลับมายังตระกูลอีกแม้ว่าการประลองสิบนภาจะจบลงไปแล้วก็ตาม ภายใต้การแนะนำดูแลของเซี่ยหยางเด็กหนุ่มตั้งใจที่จะฝึกฝนตนเองจนพลังทะลุไปถึงขอบเขตเที่ยงแท้ขั้นสูงสุด และทะยานไปสู่ขอบเขตขั้นเหนือมนุษย์ หลังจากนั้นแคว้นสิบนภาก็จะไม่มีความสำคัญสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว

                ข้าทำให้พวกเขาได้เปลี่ยนฐานะความเป็นอยู่ เท่านี้ก็เท่ากับว่าได้ตอบแทนพวกเขาแล้ว จากนี้ไปข้าจะไม่มีสิ่งใดติดค้างในใจอีก

                ซ่งหงเฉินตอบรับที่จะช่วยดูแลซ่งจิงลู่และฮูหยินเป็นอย่างดี นอกจากนี้เขายังเป็นห่วงว่าซ่งไป่หลางอาจจะถูกลอบทำร้ายจากบุตรชายของตน ซ่งจวินและซ่งเจี่ยเป็นคนเช่นไรเขาย่อมรู้ดี ดังนั้นจึงออกคำสั่งให้ผู้อาวุโสของตระกูลที่มีพลังระดับสามเที่ยงแท้คนหนึ่งคุ้มครองซ่งไป่หลางเดินทางกลับไปยังนิกาย

                ข่าวลือของซ่งไป่หลางแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่อัจฉริยะจากตระกูลอื่นๆยังได้ยินชื่อเสียงของเขาและจดจำเอาไว้ในใจ อัจฉริยะคนใหม่ของตระกูลซ่งที่สามารถเอาชนะได้แม้กระทั่งระดับหนึ่งเที่ยงแท้ แม้แต่คนของตระกูลเทียนที่เป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ก็ยังให้ความสนใจและพยายามทาบทามเขาผ่านการหมั้นหมาย อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางได้ปฏิเสธทุกคนและเก็บตัวฝึกฝนอย่างเงียบงันในนิกายบัวสวรรค์

                นอกจากชื่อเสียงที่โด่งดังภายในเมืองแล้วแม้แต่ในนิกายเองชื่อเสียงของซ่งไป่หลางก็ยิ่งโด่งดังไปอีกหลายขั้น ซ่งเจียหลานไม่กล้าแม้แต่จะกลับมาท้าทายซ่งไป่หลางหลังจากถูกบิดาของนางกำชับอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามนางยังคงหาวิธีสร้างปัญหาให้กับซ่งไป่หลางเป็นระยะ ทว่าภายใต้การจัดการของผู้อาวุโสจางยังมีผู้ใดสามารถก่อปัญหาให้กับเขาได้กัน?

                แม้แต่ในบรรดาศิษย์สายในคนที่มีโอกาสได้พบเจอกับซ่งไป่หลางนั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย นอกจากการเก็บตัวสร้างรากฐานศักดิ์สิทธิ์แล้วซ่งไป่หลางได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการออกล่าสัตว์ปีศาจในเขตเทือกเขาต้องห้ามเพื่อสะสมทรัพยากรและฝึกฝนตัวเอง ในที่สุดหลังจากผ่านไปนับเดือนพลังของซ่งไป่หลางได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับเก้าก่อกำเนิด ทั้งยังมีระดับความบริสุทธิ์ที่สูงส่งอย่างยิ่ง

                ยังเหลือเวลาอีกสองเดือนก่อนที่การประลองสิบนภาจะมาถึง ตอนนี้รายชื่อของศิษย์หลักค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้ว นอกจากในบรรดาอัจฉริยะที่เคยครอบครองตำแหน่งเดิมสี่คนยังมีอัจฉริยะคนใหม่ถือกำเนิดขึ้น

                ศิษย์น้องฉินจีเพิ่งเข้ามาเป็นศิษย์สายในได้ไม่นาน ทว่ากลับฝึกฝนอย่างรวดเร็วทั้งยังมีความเข้าใจในศาสตร์วิชานิกายที่ลึกซึ้ง นอกจากนี้ด้วยพรสวรรค์ที่สามารถใช้พลังได้ถึงสามธาตุทำให้นางก้าวมาเป็นอันดับต้นๆของศิษย์สายในอย่างรวดเร็ว

                ศิษย์หลักห้าอันดับแรก อันดับหนึ่งคือจูเหวิน พลังฝึกตนอยู่ที่ขั้นสี่เที่ยงแท้ ทว่าด้วยอายุที่เกือบจะแตะถึงสี่สิบทำให้นี่จะกลายเป็นการประลองสิบนภาครั้งสุดท้ายของเขา

                อันดับสองคืออู๋หลิว หลังจากเผาผลาญทรัพยากรจำนวนมากพลังฝึกตนของเขาพัฒนาจนถึงระดับสี่เที่ยงแท้เช่นกัน นับว่าเป็นอัจฉริยะที่มีพลังขั้นสี่เที่ยงแท้ที่อายุน้อยที่สุดในนิกาย เขาเป็นดั่งอนาคตของนิกายบัวสวรรค์และถูกคาดหวังว่าจะสามารถบรรลุถึงระดับเหนือมนุษย์ได้ก่อนอายุหนึ่งร้อยปี

                อีกสองคนต่อมาคือฟงซุ่ย อัจฉริยะจากตระกูลฟงซึ่งเป็นตระกูลของเจ้าเมือง อายุของเขามากกว่าอู๋หลิวอยู่เล็กน้อยและพลังฝึกตนอยู่ที่ระดับสามเที่ยงแท้ ความอัจฉริยะของเขายังด้อยกว่าอู๋หลิวแต่ก็นับว่าโดดเด่นเมื่อเทียบกับศิษย์คนอื่นๆ

                อันดับสี่ก็คือเทียนเจิน เขามีอายุสามสิบห้าปีนับว่าใกล้จะพ้นสภาพการเป็นศิษย์อยู่มาก แต่เขาก็มีพลังถึงระดับสามเที่ยงแท้เช่นกัน

                อันดับห้าเดิมทีเคยเป็นของซ่งหูเหยียนที่มีระดับพลังขั้นสามเที่ยงแท้และมีอายุประมาณสามสิบปลายๆ ทว่าหลังจากที่เริ่มมีการประลองชิงอันดับ เขาได้พ่ายแพ้และถูกยึดอันดับห้าไปทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมประลอง อย่างไรก็ตามเขากำลังพยายามพัฒนาตัวเองอย่างเร่งรีบเพื่อที่จะกลับมาชิงตำแหน่งคืนอีกครั้ง

                และอันดับที่ห้าคนใหม่ก็คือฉินจี ภายใต้การสนับสนุนของผู้อาวุโสจาง นางใช้ทรัพยากรจำนวนมากและการฝึกที่พิเศษทำให้พลังของนางพุ่งทะยานมาจนถึงระดับสามเที่ยงแท้ด้วยอายุที่น้อยที่สุด อีกทั้งด้วยการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆของซ่งไป่หลาง นางมีความเข้าใจวิชาต่างๆสูงกว่าศิษย์หลักคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด

                แม้เหล่าศิษย์หลักจะมีศักยภาพที่น่าจับตามองเพียงใดทว่าตำแหน่งของพวกเขาล้วนมีความค่อนข้างแน่นอนและยากที่จะเปลี่ยนแปลงจึงทำให้ผู้คนไม่ให้ความสนใจนัก เทียบกันแล้วการชิงตำแหน่งของศิษย์สายในกลับรุนแรงยิ่งกว่า

                สามอันดับสุดท้ายของศิษย์สายในมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจากการประลองที่เกิดขึ้นในทุกๆวัน มีเพียงอันดับหนึ่งคือซ่งเจียหลานและอันดับสองคือฟงหยูซิงเท่านั้นที่สามารถยึดครองอันดับได้อย่างเหนียวแน่นและแทบไม่มีใครกล้าท้าประลอง

                อย่างไรก็ตามภายใต้การชิงตำแหน่งอันดุเดือดนี้ คนที่ได้อันดับห้านั้นสามารถตระหนักได้ว่าตนเองไร้ซึ่งความหวัง ตราบใดที่อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดของศิษย์สายในต้องการ ตำแหน่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน

                ข้าได้ยินว่าเขาสามารถเอาชนะระดับหนึ่งเที่ยงแท้ได้ตอนที่มีพลังระดับแปดก่อกำเนิด แม้หลายคนจะบอกว่าตระกูลซ่งจงใจสร้างข่าวลือ ทว่าข่าวลือนี้ซ่งจวินเองก็ได้รับความเสียหาย ข้าไม่คิดว่าซ่งหงเฉินจะโหดร้ายกับลูกชายของเขาขนาดนั้น

                ตอนนี้เขามีพลังระดับเก้าก่อกำเนิดแล้ว ใครจะรู้ว่าพลังต่อสู้ของเขาตอนนี้สูงส่งขนาดไหน ต่อให้เป็นอันดับหนึ่งอย่างซ่งเจียหลานแต่นางก็มีพลังเพียงระดับหนึ่งเที่ยงแท้เช่นกัน ถ้าซ่งไป่หลางต้องการอันดับหนึ่งย่อมเป็นของเขา

                แม้จะมีข่าวลือเกิดขึ้นมากมายทว่าซ่งไป่หลางกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ มีบางคนเอ่ยว่าได้พบเจอกับเงาของเขาที่ปรากฏตัวขึ้นในเขตเทือกเขาต้องห้าม บางคนยังอ้างว่าเห็นเขาสังหารสัตว์ปีศาจระดับสอง ซ่งไป่หลางออกล่าตามลำพังและคบหากับคนเพียงไม่กี่คน ภายใต้ชื่อเสียงที่พุ่งทะยานขึ้นตลอดเวลาในที่สุดใครบางคนได้ขนานนามของเขาว่า อัจฉริยะผู้โดดเดี่ยว

               

                 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 560 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #104 yukai (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:20

    ขอบคุณ
    #104
    0
  2. #23 นัท (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 22:38

    ในที่สุดก็รู้ว่า ที่แท้ซ่งไปหลาง หาใช่ลูกที่แท้จริง เป็นเด็กที่ 2 สามีแซ่ซ่ง รับมาเลี้ยง เฮ้อ ประวัติซ่งไปหลางเป็นใคร เหตุใด 2 สามีแซ่ซ่ง ที่รับมาเลี้ยงดูตอนแรกถึงมั่นใจนักว่า เด็กต้องมีพรสวรรค์ พอเลี้ยงมาไม่เป็นดังที่คาดเลยปล่อยทิ้งให้เผชิญชะตากรรมโดยมิได้สนใจ แท้จริงชาติกำเนิดซ่งไปหลางยังคงมีความลับแน่นอน ฟันธง รอลุ้นตอนต่อไป

    #23
    0