God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 164 : ตอนที่ 156 บรรยากาศที่น่าทำลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    28 ธ.ค. 63

                เซี่ยหยางหัวเราะอย่างสบายอารมณ์ ข้าใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียวเพื่อที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตวิญญาณของเฉินจือหยา อย่างไรก็ตามนี่ยังไม่ใช่การรักษาที่สมบูรณ์ หากนางต้องการรักษาจนหายขาดและฟื้นฟูจนกลับสู่สภาวะสมบูรณ์เกรงว่าจะต้องใช้เวลาเพิ่มอีกอย่างน้อยหกเดือน ตอนนี้อาการของนางอยู่ในสภาวะทรงตัวแล้วจะไม่ทรุดหนักไปมากกว่านี้อย่างแน่นอน ดังนั้นข้าจึงปลีกตัวจากมาเพื่อสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของเจ้าสักหน่อย

            เช่นนี้เอง อาการของนางคงตัวแล้วสินะซ่งไป่หลางรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย นั่นเพราะน้องสาวของมันผูกพันและห่วงใยในตัวเฉินจือหยาเป็นอย่างมาก หากอาการของนางทรุดลงจนถึงจุดที่ไม่สามารถรักษาเยียวยาได้อีก ซ่งหงเสวี่ยคงจะต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความเสียใจอย่างแน่นอน

            องครักษ์หยุน องครักษ์หลี่ เรื่องนี้ฝากพวกท่านจัดการต่อ ข้าต้องพาเจ้าเด็กนี่ไปรักษาซ่งไป่หลางมิได้ใส่ใจอาการบาดเจ็บสาหัสของเหล่าผู้เฝ้าประตู มันยกร่างของเทียนอี้ขึ้นก่อนจะพาตัวเข้าไปยังตำหนักเพลิงเมฆาของตนเอง

            หลี่เม่ยเม่ยและหยุนฟู่พยักหน้ารับด้วยความโล่งอก หากเซี่ยหยางต้องการระบายโทสะขึ้นมาต่อให้พวกมันสองคนร่วมมือกันก็ยังไม่แน่ว่าจะรับมือได้ มีเพียงจักรพรรดิมารอัคคีเท่านั้นจึงจะมีโอกาสรับมือเซี่ยหยางได้

            หลังจากที่ซ่งไป่หลางจากไป หลี่เม่ยเม่ยก็พลันถอนหายใจยาวออกมาหนึ่งครั้ง กลิ่นอายน่ากลัวมากจริงๆ สมแล้วที่เป็นมารเซี่ยผู้โด่งดังที่สามารถบ่อนทำลายรากฐานของตระกูลศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ได้ พลังที่แท้จริงของมารเซี่ยไม่ด้อยไปกว่าท่านจักรพรรดิมารอัคคีจริงๆ

            หยุนฟู่ยิ้มจางๆ เพราะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งเช่นนี้จึงทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องทุ่มเททุกสิ่งเพื่อกำจัดมารเซี่ยให้จงได้ ท้ายที่สุดพวกมันสามารถทำให้มารเซี่ยต้องตกอยู่ในสภาพไร้ซึ่งร่างกาย ทว่าวิญญาณยังคงครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์น่าทึ่งอีกคนหนึ่ง หากให้เวลาคุณชายซ่งเติบโตอีกสักหนึ่งร้อยปี เกรงว่าเขาจะต้องกลายเป็นฝันร้ายของตระกูลศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งอย่างแน่นอน

            หลี่เม่ยเม่ยส่ายหน้า เจ้าอย่าลืมสิว่านอกจากคุณชายซ่งแล้ว คุณหนูของพวกเราเองก็มีพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างกัน ไม่เพียงแต่นางสามารถรองรับพลังเพลิงมารบรรพกาลได้ พรสวรรค์ในการควบคุมพลังธาตุอัคคีของนางอยู่ในระดับที่แม้แต่ท่านจักรพรรดิมารอัคคียังประเมินว่าอยู่ในระดับเดียวกับท่าน ในอนาคตทั้งสองคนนี้จะต้องทำลายการปกครองที่โหดเหี้ยมของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จเป็นแน่

            อืม ทั้งคุณหนูและคุณชายซ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่ถูกกำหนดให้ทำลายรากฐานของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้นแววตาของหยุนฟู่ฉายแววกังวลอยู่ในส่วนลึก ศักยภาพของซ่งหงเสวี่ยและซ่งไป่หลางเริ่มชัดเจนขึ้นในแต่ละปีที่เติบโต คนหนึ่งเป็นบุตรสาวบุญธรรมของจักรพรรดิมารอัคคี อีกคนหนึ่งเป็นศิษย์ยอดพฤกษาอัจฉริยะที่ไม่เคยมีมาก่อนของสำนักพงไพร ต่อให้พยายามปกปิดซ่อนเร้นมากเพียงใดแต่สักวันหนึ่งตัวตนของคนทั้งสองย่อมต้องถูกจับตามองโดยตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่

            พวกเราควรเตรียมพร้อมรับมือเข้าไว้ ข้ามีลางสังหรณ์ว่าอีกไม่นานสงครามครั้งใหญ่จะต้องเกิดขึ้นหยุนฟู่ถอนหายใจเบาๆ

            ซ่งไป่หลางพิจารณาบาดแผลบนร่างของเทียนอี้ก่อนจะถอนหายใจออกมา เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก ตัวมันถูกบังคับให้กลายเป็นเด็กรับใช้ของหอประมูลราชันย์อัสนีจึงทำให้ไม่อาจฝึกฝนพลังยุทธ์และร่างกายได้เป็นเวลานาน บัดนี้แม้จะมีพลังระดับขั้นสามราชันยุทธ์แต่กลับอยู่ในสภาวะอ่อนแอยิ่ง ถูกรุมทำร้ายโดยราชันยุทธ์ขั้นเจ็ดและแปดจำนวนสี่คน ไม่แปลกเลยที่มันจะตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสจนไม่ได้สติเช่นนี้

            บาดแผลภายนอกและอวัยวะภายในไม่รุนแรงนัก ใช้โอสถบัวสีชาดชำระโลหิตก็เพียงพอที่จะฟื้นฟูกลับขึ้นมาได้ ที่สำคัญคือปัญหาพลังยุทธ์อ่อนกำลังที่เกิดจากการขาดฝึกฝนเป็นเวลานาน สำหรับเด็กหนุ่มที่กำลังเติบโตเช่นนี้การถูกบังคับให้ไม่สามารถฝึกฝนได้นานนับปีเป็นการทำลายอนาคตของมันไปส่วนหนึ่งโดยแท้

            ยังดีที่ซ่งไป่หลางได้เตรียมชุดโอสถสำหรับการฝึกฝนที่จำเป็นให้แก่เทียนอี้อยู่ก่อนแล้ว อาศัยโอสถเหล่านี้ที่มันปรุงขึ้นต่อให้เป็นสวะไร้ความสามารถก็ยังมีโอกาสแปลงกายเป็นพญาราชสีห์ สำหรับเทียนอี้ที่มีพรสวรรค์ดั้งเดิมที่เหมาะสมโอสถชุดนี้จะช่วยให้มันพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดชดเชยช่วงเวลาที่มันสูญเสียไปก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดี

            ท่านท่านก็คือนายท่านของข้าหรือ?” บัดนี้เทียนอี้เริ่มได้สติกลับคืนมาแล้ว มันประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้พบกับชายไม่คุ้นหน้าที่กำลังตรวจสอบชีพจรของมันอย่างละเอียด แต่เมื่อพิจารณาแล้วมันก็ตระหนักได้ว่าคนผู้นี้คือเจ้านายของมัน ผู้ที่เมตตาพาตัวมันออกมาจากหอการค้าราชันย์อัสนี

            อืม เป็นข้าเองซ่งไป่หลางถอดหน้ากากออกก่อนจะเอ่ยอย่างผ่อนคลาย อาการบาดเจ็บของเจ้ารุนแรงไม่น้อยทว่าข้าสามารถรักษาให้โดยง่าย จากนี้ไปให้กินโอสถบัวสีชาดชำระโลหิตนี้แล้วพักฟื้นเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม ทำให้แน่ใจว่าไม่มีอาการบาดเจ็บหลงเหลือ จากนั้นให้เริ่มกินโอสถเหล่านี้ โอสถแต่ละอย่างมีฤทธิ์ที่ค่อนข้างรุนแรง เจ้าต้องไม่กินมันทั้งหมดในครั้งเดียว ให้กินทีละชนิดและฝึกฝนพลังไปด้วย รอจนโอสถชนิดแรกถูกซึมซับจนหมดจึงค่อยกินโอสถถัดไป เข้าใจหรือไม่

            นายท่าน โอสถเหล่านี้เทียนอี้รู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย ในฐานะที่เคยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในงานประมูลสมบัติล้ำค่าต่างๆ มีโอสถวิเศษจำนวนมากที่มันเคยเห็นผ่านตา แต่เห็นได้ชัดว่าโอสถเหล่านี้มีคุณค่ามากกว่าโอสถที่ผู้คนแย่งกันซื้ออย่างบ้าคลั่งเหล่านั้นอย่างน้อยหนึ่งร้อยเท่า เจ้านายของมันกลับมอบโอสถเหล่านี้ให้โดยไม่คิดเสียดายเช่นนี้ทำให้มันรู้สึกทั้งละอายใจและเป็นกังวล

            เจ้าไม่ต้องคิดมาก ทุกสิ่งที่ข้ามอบให้เจ้าล้วนมีเหตุผล ในอนาคตข้าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ยิ่งใหญ่จนข้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับมือได้โดยลำพัง พรสวรรค์ของเจ้าจะกลายเป็นตัวช่วยข้าในอนาคต ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจช่วยเหลือเจ้ามาจากหอประมูลนั้น ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจมอบโอสถเหล่านี้แก่เจ้า จะว่าไปเจ้าได้รับกระบี่เล่มใหม่หรือยังซ่งไป่หลางนึกขึ้นได้ว่ามันมอบขนปีกวิหคอัสนีที่ประมูลมาได้แก่เทียนอี้และสั่งให้มันนำไปจ้างช่างหลอมแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่วิเศษ

            เทียนอี้มีสีหน้าอับจนเล็กน้อย เจ้านาย ขนปีกวิหคอัสนีที่ท่านมอบให้มีคุณค่าสูงส่งมากนัก ทีแรกข้ามัวแต่ดีใจจึงไม่ได้ไตร่ตรองให้รอบคอบ แต่เมื่อตั้งสติข้าจึงตระหนักได้ว่าข้าไม่ควรนำมันไปจ้างช่างหลอมด้วยตนเอง มิเช่นนั้นหากขนปีกวิหคอัสนีถูกแย่งชิงไปข้าคงไม่สามารถชดใช้ให้แก่ท่านได้

            ซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆ เทียนอี้กล่าวมีเหตุผล มันเองก็นับว่าเลินเล่อเกินไปจริงๆ เวลานี้เทียนอี้เป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง พลังระดับขั้นราชันยุทธ์ในดินแดนราชันย์ไม่อาจนับว่าสูงส่งอันใด คนไม่ผิดแต่ผิดที่ครอบครองหยก หากมันเปิดเผยขนวิหคอัสนีนี้โดยไม่ระวังก็มีโอกาสที่จะถูกยอดฝีมือเข้าแย่งชิงจริงๆ ในกรณีเลวร้ายที่สุดมันอาจถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมโดยไม่มีโอกาสต่อต้าน

ช่างเถอะ เจ้าฝึกฝนพลังไป นำขนวิหคอัสนีมาให้ข้า ข้าจะไหว้วานให้องครักษ์หลี่ช่วยจัดการเรื่องสร้างกระบี่ นอกจากฝึกฝนพลังแล้วเจ้ายังต้องฝึกฝนวิชากระบี่อีกด้วย ข้าคิดว่าคัมภีร์วิชากระบี่นี้เหมาะสมกับเจ้านัก รับมันไปเถอะซ่งไป่หลางส่งตำราวิชากระบี่ตัดมิติให้กับเทียนอี้

เทียนอี้รับตำรามาถือไว้ในมือ เมื่ออ่านตัวอักษรที่บันทึกเอาไว้ด้านหน้าก็พลันบังเกิดความสนใจขึ้นทันที ผู้ที่ไร้พรสวรรค์คือผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุด

คำเหล่านี้ช่างตรงกับตัวมันยิ่งนัก เทียนอี้มีพรสวรรค์ด้านการฝึกฝนพลังแต่กลับไร้ซึ่งพรสวรรค์ด้านพลังธาตุโดยสิ้นเชิง ดังนั้นมันจึงถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ไร้พรสวรรค์ อย่างไรก็ตามตราบใดที่มันเชื่อมั่นในกระบี่ที่ถือเอาไว้ เทียนอี้ยังคงเชื่อมั่นว่ามันจะสามารถทะยานไปยังจุดที่สูงส่งเหนือผู้ใด บางทีคัมภีร์กระบี่นี้อาจจะช่วยให้มันสามารถทำตามความฝันของมันได้สำเร็จ

เมื่อเปิดดูเนื้อหาของตำราด้านใน ดวงตาของเทียนอี้พลันเบิกออกกว้างก่อนที่หยาดน้ำตาจะไหลรินออกมาจากดวงตาของมัน

ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย ตัวมันเองก็เคยเปิดตำราออกอ่านแต่กลับไม่สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาได้มากนัก เป็นเพียงความตระหนักรู้อย่างเลือนรางเท่านั้น

เซี่ยหยางถอนหายใจด้วยความชื่นชม เจ้าหนู ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีโชคครั้งใหญ่แล้ว ผู้ติดตามที่เจ้าเลือกมานับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง

อาจารย์ ท่านหมายความเช่นไรซ่งไป่หลางไม่เข้าใจ

คัมภีร์กระบี่ตัดมิตินี้ ข้าตรวจสอบแล้วจึงพบว่ามันเป็นวิชากระบี่ชั้นยอดที่มีระดับความลึกซึ้งสูงส่งยิ่งนัก ดังนั้นข้าจึงไม่อาจทำความเข้าใจมันได้มากกว่าหนึ่งในสิบส่วน กล่าวคือรู้เพียงว่าเป็นวิชากระบี่ที่ดีแต่กลับไม่อาจเข้าใจว่าดีอย่างไร แต่เจ้าหนูนี่เพียงแค่เปิดอ่านหน้าแรกก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งการตื่นรู้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจค้นหาได้จากคนทั่วไปอย่างแท้จริง

ภวังค์แห่งการตื่นรู้?” ซ่งไป่หลางพึมพำเบาๆ

คล้ายกับที่เจ้าสามารถทำความเข้าใจอักขระเทวะต้นกำเนิด เมื่อคนผู้หนึ่งมีพรสวรรค์ในด้านใดด้านหนึ่งมากพอ ภูมิปัญญาอันลึกล้ำที่คนทั่วไปไม่สามารถทำความเข้าใจได้แต่คนผู้นั้นจะสามารถเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง เจ้าหนูเทียนอี้ผู้นี้ เป็นอัจฉริยะในศาสตร์แห่งกระบี่อย่างแท้จริง การที่มันได้รับคัมภีร์วิชากระบี่ตัดมิติจะช่วยให้มันหลุดพ้นจากผู้ฝึกกระบี่ทั่วไปและก้าวสู่จุดของการเป็นเซียนกระบี่ในอนาคต

แปลว่าข้าเลือกคนไม่ผิดจริงๆสินะซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มด้วยความยินดี

บางทีมันอาจจะเป็นโชคชะตาของเจ้า อย่างที่เจ้าเอ่ยว่าในอนาคตเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่สามารถรับมือได้ด้วยตัวคนเดียว เจ้าจึงได้พบเจอกับหลายๆสิ่งหลายอย่าง ทั้งน้องสาวของเจ้า รั่วอวี่ เจ้าหนูเทียนอี้ หรือแม้แต่เจ้าหนุ่มมู่เทียนหลงที่ครอบครองศิลามารบรรพกาล ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ถูกกำหนดโดยโชคชะตาทั้งสิ้น เพื่อที่จะสามารถทำลายตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ เจ้าจะต้องพึ่งพาทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ามีในอนาคต

แน่นอนว่าทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อข้าได้พบกับท่าน อาจารย์ซ่งไป่หลางหัวเราะเบาๆก่อนจะออกจากห้องพักปล่อยให้เทียนอี้จมอยู่กับเนื้อหาภายในตำรากระบี่ตัดมิติอย่างงมงาย

เมื่อออกจากวิหารเพลิงเมฆา ร่างงดงามของหลี่เม่ยเม่ยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของชายหนุ่ม คุณชายซ่ง ข้ามาเพื่อแจ้งข่าว ท่านจักรพรรดิมารอัคคีต้องการจัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้กับหลี่เฉียนในฐานะของอ๋องมารคนใหม่ งานเลี้ยงใหญ่ครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นในคืนวันพรุ่งนี้ดังนั้นจึงขอเชิญท่านเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย

โอ้ซ่งไป่หลางพยักหน้า เช่นนั้นจักรพรรดิมารอัคคีต้องการให้ข้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในฐานะของหยุนหลางหรือว่าผู้อาวุโสฟู่แห่งสำนักพงไพรกันละ

หลี่เม่ยเม่ยหัวเราะ ท่านจะเข้าร่วมในฐานะใดก็ได้ หรือหากท่านต้องการก็สามารถใช้ตัวตนที่แท้จริงของท่านได้เช่นกัน เนื่องจากโต๊ะของท่านจักรพรรดิมารอัคคีจะถูกจัดแยกจากตัวงานใหญ่ มีเพียงตัวท่านจักรพรรดิเท่านั้นที่จะปรากฏตัวต่อสายตาคนภายนอก ผู้ที่สามารถร่วมโต๊ะกับท่านจักรพรรดิได้มีเพียงฮูหยิน คุณหนู ท่านและมารเซี่ยเท่านั้น

เช่นนี้เองซ่งไป่หลางพยักหน้าเข้าใจ ในเมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวเช่นนั้นข้าจะเข้าร่วมอย่างลับๆที่โต๊ะของจักรพรรดิมารอัคคีก็แล้วกัน จริงสิองครักษ์หลี่ ข้าขอฝากให้ท่านนำสิ่งนี้ไปหลอมสร้างเป็นกระบี่วิเศษที วังจักรพรรดิมารอัคคีน่าจะรู้จักกับนักหลอมอาวุธวิเศษชั้นยอดกระมัง

ขนวิหคอัศนีถูกส่งให้กับหลี่เม่ยเม่ย นางพยักหน้าช้าๆก่อนจะตอบ ข้าจะจัดการให้ นับว่าเป็นจังหวะที่ดีไม่น้อยเพราะในงานเลี้ยงจะมีช่างหลอมอาวุธวิเศษที่โด่งดังหลายคนมาเข้าร่วม ข้าจะมองหาผู้ที่มีคุณสมบัติมากที่สุดในหมู่พวกมันและจัดการเรื่องนี้ให้กับท่าน

ตอนนี้เสวี่ยเอ๋ออยู่ที่ไหนซ่งไป่หลางรู้สึกคิดถึงน้องสาวของมันขึ้นมา

หลังจากที่การรักษาฮูหยินอยู่ในจุดที่น่าพึงพอใจ คุณหนูได้ไปเยี่ยมฮูหยินเป็นเวลาครึ่งชั่วยามและจากมาเพื่อให้นางได้พักผ่อน ตอนนี้ข้าคิดว่านางน่าจะอยู่ที่สวนบุปผาสีชาดหลี่เม่ยเม่ยเอ่ยด้วยความกังวลเล็กน้อย อันที่จริงต้องเอ่ยว่านางสร้างแสดงท่าทีกังวลมากกว่า บุคคลที่มีพลังระดับอนุเซียนหากไม่จงใจย่อมสามารถปกปิดอารมณ์ความรู้สึกต่อหน้าซ่งไป่หลางได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว

ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ท่านกังวลเรื่องอันใด

บางทีเวลานี้คุณหนูอาจจะกำลังอยู่กับมู่เทียนหลง

ซ่งไป่หลางทั้งขำทั้งฉุน แม้ว่าตนเองจะปล่อยวางเรื่องมู่เทียนหลงไปไม่น้อยแล้วแต่ดูเหมือนว่าจวินเฟิงซื่อเทียนจะไม่คิดแบบเดียวกัน บิดาบุญธรรมผู้นี้หวงบุตรสาวของมันมากเกินกว่าจะปล่อยวาง ทั้งยังพยายามลากซ่งไป่หลางเข้ามามีส่วนร่วมกับการกีดกันครั้งนี้ด้วย

อืม เอาเถอะถือซะว่าข้าจะทำเป็นไม่รู้เจตนาแอบแฝงของเจ้าและจักรพรรดิมารอัคคีแล้วกัน ข้าจะช่วยขัดขวางช่วงเวลาของพวกมันสักหน่อย

หลี่เม่ยเม่ยนำทางซ่งไป่หลางไปยังสวนบุปผาสีชาด สถานที่แห่งนี้อยู่ในอาณาเขตชั้นในของวังจักรพรรดิมารอัคคี เฉพาะบุคคลไม่กี่คนเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เข้ามายังสวนแห่งนี้ เนื่องจากมู่เทียนหลงถูกยกระดับความสำคัญจากการครอบครองศิลามารบรรพกาลแล้ว ดังนั้นมันจึงสามารถเข้ามายังสวนแห่งนี้ได้เช่นกัน

สวนบุปผาสีชาดนั้นเป็นดังชื่อของมัน ทั่วทั้งพื้นที่ล้วนเต็มไปด้วยดอกไม้สีแดงชาดอันงดงาม ดุจดังเปลวเพลิงที่ลุกโชนและพลิ้วไสวไปมาตามสายลม ซ่งหงเสวี่ยยืนอยู่ท่ามกลางดงบุปผาสีแดงชาด ชุดสีแดงสดของนางตัดกับสีผิวขาวละเอียดนุ่มนวลทำให้นางดูงดงามและโดดเด่นท่ามกลางบุปผาสีแดงทั้งมวล

ข้างกายของนางคือชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่มีท่าทางสงบสุขุม ดวงตาของชายหนุ่มมองไปยังร่างของหญิงสาวด้วยความห่วงใยและอ่อนโยน เมื่อได้เห็นภาพนี้ทำให้ซ่งไป่หลางอดไม่ได้ที่จะเข้าใจความรู้สึกของจวินเฟิงซื่อเทียน ไอ้บรรยากาศเช่นนี้มันช่างชวนให้เข้าไปทำลายเสียเหลือเกิน

อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางยังคงอดกลั้นความรู้สึกนี้เอาไว้ชั่วครู่ ชายหนุ่มใช้พลังของวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์และอักขระเทวะต้นกำเนิดเพื่อปกปิดร่องรอยของตนเองจากนั้นจึงลอบฟังบทสนทนาของคนทั้งสองอยู่ห่างๆ

เจ้าไม่โกรธที่ข้าปิดบังเรื่องศิลามารบรรพกาลงั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำของมู่เทียนหลงดังขึ้น น้ำเสียงนั้นฉายชัดถึงความประหลาดใจ

หญิงสาวเหลือบสายตามองชายหนุ่มก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ไม่มีเหตุผลที่ข้าจะโกรธเจ้า เนื่องจากเจ้ามีเหตุผลที่จะปกปิดเจ้าจึงได้ปกปิด เจ้าเห็นข้าเป็นหญิงสาวที่ไม่รู้ความผู้หนึ่งงั้นรึ

มู่เทียนหลงเผยยิ้มจางๆ ข้าเพียงแค่กังวลมากเกินไปเท่านั้น เนื่องจากกลัวว่าการปิดบังของข้าจะทำลายความเชื่อใจที่เจ้ามีให้แก่ข้า

มู่เทียนหลง ตั้งแต่ที่พวกเราทั้งสองยังเด็กทั้งข้าและเจ้าต่างก็ฝ่าฟันปัญหาต่างๆมาด้วยกันมากมาย ต่อให้เจ้ามีเรื่องที่ปกปิดไว้แต่ข้าก็เชื่อว่าทุกสิ่งล้วนเป็นไปเพราะความปรารถนาดีที่มีให้อีกฝ่ายเท่านั้น ดังนั้นข้าจึงไม่คิดโกรธเจ้าเลย ในความเป็นจริงมันทำให้ข้ารู้สึกกังวลมากกว่า

อืม ข้ารู้ว่าเจ้ากังวลเรื่องใดมู่เทียนหลงตอบรับ

หลังจากนี้ต้องระมัดระวังให้มาก ยังดีที่ความลับของเจ้าถูกเปิดเผยต่อหน้าท่านพ่อบุญธรรมและพี่ชายของข้ามิใช่ศัตรูผู้อื่น มิเช่นนั้นคงยากที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาใหญ่ได้ซ่งหงเสวี่ยทอดถอนใจ

หงเสวี่ย ที่จริงแล้วข้ามีบางอย่างที่ต้องการจะบอกกับเจ้าหลังจากที่ได้รับตำแหน่งอ๋องมาร น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถคว้าตำแหน่งอ๋องมารมาได้สำเร็จหลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่มู่เทียนหลงก็ตัดสินใจเอ่ยออกมาในที่สุด

เรื่องอันใด เจ้าเอ่ยมาเถอะถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับตำแหน่งอ๋องมารก็ช่าง เจ้าคิดว่าข้าสนใจตำแหน่งเช่นนี้งั้นรึ?” ซ่งหงเสวี่ยเลิกคิ้ว ดวงตาคู่งามจ้องมองสหายวัยเด็กของนางด้วยความสงสัย

ข้า อันที่จริงแล้วข้า

โอ้ ที่แท้เจ้าก็อยู่ที่นี่เองเสวี่ยเอ๋อขณะที่มู่เทียนหลงกำลังพยายามรวบรวมความกล้าที่จะเอ่ยคำที่ยากที่สุดออกมา ในที่สุดซ่งไป่หลางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ชายหนุ่มปลดการปกปิดตัวตนพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาทำให้มู่เทียนหลงแทบจะเผลอกัดลิ้นของตนเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #305 soranZ (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 23:57
    555 ซิสค่อน🤣🤣🤣
    #305
    0
  2. #304 พระจันทร์เสี้ยว (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 16:14
    ทำไมเรารู้สึกสะใจแปลกๆอ่ะ
    #304
    0
  3. #303 dfrdz007 (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 08:22
    thank u
    #303
    0