God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 162 : ตอนที่ 154 สิ้นสุดการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    25 ธ.ค. 63

            ซ่งไป่หลางมีเวลาไม่มากเนื่องจากเคล็ดกายาบัวพิสุทธิ์เป็นวิชาที่สิ้นเปลืองพลังอย่างมหาศาล ชายหนุ่มเหลือเวลาเพียงไม่ถึงสี่ชั่วก้านธูปก่อนที่จะตกอยู่ในสภาวะไร้สิ้นพลังดังนั้นจึงละทิ้งความคิดฟุ้งซ่านและเริ่มเปิดฉากการต่อสู้ใหม่อีกครั้ง

            เคล็ดวารีแปลงลักษณ์

            ซ่งไป่หลางทะยานร่างขึ้นกลางอากาศพร้อมกับวาดมือสร้างแส้วารีสะบัดเข้าหาร่างของมู่เทียนหลงสามสายในคราเดียว

            มู่เทียนหลงกวาดสายตาไปมาอย่างรวดเร็วก่อนจะสร้างม่านศิลาขึ้นขวางแส้วารีของซ่งไป่หลางเอาไว้ ทว่าทันทีที่ม่านศิลาปรากฏขึ้นแส้วารีก็พลันเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษและพุ่งหักหลบม่านศิลาของมู่เทียนหลงก่อนที่จะฟาดเข้าใส่ร่างของมันอย่างรุนแรง

            เปรี้ยง!! ร่างสูงของมู่เทียนหลงซวนเซเล็กน้อยทว่าแส้วารีนี้กลับไม่สามารถสร้างบาดแผลร้ายแรงให้แก่มัน นั่นเพราะบนร่างของมู่เทียนหลงฉาบเคลือบไว้ด้วยพลังธาตุปฐพีอันแข็งแกร่ง แม้แส้วารีจะถือกำเนิดจากพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ทว่าพลังทำลายล้างของมันยังไม่มากพอที่จะเจาะทะลวงพลังป้องกันแบบเต็มกำลังของศิลามารบรรพกาลได้

            พลังป้องกันแข็งแกร่งนัก ดูเหมือนหากข้าต้องการทำลายพลังป้องกันของมันก็มีแต่ต้องใช้พลังทำลายที่เหนือกว่าเท่านั้น ดวงตาของซ่งไป่หลางฉายประกายวาวโรจน์ก่อนที่บนฝ่ามือของมันจะปรากฏหยาดวารีหนึ่งหยดขึ้น

            ทันทีที่หยาดวารีปรากฏขึ้นมู่เทียนหลงก็พลันรู้สึกถึงแรงกดดันที่หนักอึ้งจนทำให้วิญญาณของมันสั่นสะท้าน ดวงตาของมันจ้องมองไปยังหยาดวารีด้วยความหวาดหวั่น วิชาประเภทรวบรวมพลังงั้นรึ ต้องขัดขวางเอาไว้

            เคล็ดศิลามารบรรพกาล มารศิลากลืนร่าง

            เปรี้ยง!! ผืนดินเกิดเสียงดังสั่นสะท้านไปทั่วบริเวณก่อนที่แผ่นศิลาขนาดมหึมาจะปรากฏขึ้นล้อมร่างของซ่งไป่หลางเอาไว้ทั้งสี่ด้าน มู่เทียนหลงประกบฝ่ามือหนึ่งครั้งแผ่นศิลาทั้งสี่ก็เคลื่อนเข้าหากันกลายเป็นกล่องลูกบาศก์ขนาดมหึมาผนึกร่างของซ่งไป่หลางเอาไว้ด้านใน

            ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เพียงแค่การกักขังเช่นนี้ย่อมไม่สามารถหยุดยั้งการรวบรวมพลังของมันเอาไว้ได้ ทว่าทันทีที่ลูกบาศก์ศิลาประกบเข้าหากันโดยสมบูรณ์ ทันใดนั้นหนามศิลาจำนวนมหาศาลก็พุ่งทะลุออกมาจากพื้นดินและแผ่นศิลาทั้งหมด

            ซ่งไป่หลางเบิกตากว้างสองเท้าสลับก้าวไปมาเพื่อหลบหลีกหนามศิลาแต่กลับพบว่าหนามเหล่านี้แทงเข้ามาจากทุกทิศทาง ดังนั้นชายหนุ่มจึงตัดสินใจทะยานร่างขึ้นบนท้องฟ้า สองเท้าสลับเหยียบบนหนามศิลาที่ทิ่มแทงออกมาเพื่อใช้เป็นแรงส่งพุ่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน

            เคล็ดศิลามารบรรพกาล ระเบิดศิลา

            เปรี้ยง!!! หนามศิลาทั้งหมดระเบิดออกส่งแรงระเบิดมหาศาลปกคลุมทั่วลูกบาศก์ศิลา แรงปะทุที่เกิดขึ้นทำให้แม้แต่หลี่เฉียนที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ยังมีสีหน้าซีดเซียว หากเปลี่ยนเป็นนางที่ต้องเผชิญหน้ากับการระเบิดครั้งนี้เกรงว่าแม้แต่ร่างของนางก็คงถูกบดขยี้เป็นผุยผงในพริบตา

            พลังระเบิดรุนแรงมาก ไม่น่าเชื่อว่าพลังธาตุปฐพีจะมีเคล็ดการโจมตีที่ทรงพลังถึงเพียงนี้ซ่งไป่หลางที่อยู่ ณ จุดศูนย์กลางของการระเบิดเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยการทุ่มเทพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับวิชาม่านบัวสวรรค์ปกคลุมร่างของตนเองเอาไว้ ทว่าก็ยังคงได้รับบาดเจ็บรุนแรงเช่นกัน

            อย่างไรก็ตามหยาดวารีหมื่นสังหารยังคงสามารถคงสภาพเอาไว้ได้และไม่ถูกทำลายจากการโจมตีครั้งนี้ ซ่งไป่หลางสะบัดมือออกส่งหยาดวารีหมื่นสังหารออกไปยังตำแหน่งของมู่เทียนหลง

            เนื่องจากร่างของซ่งไป่หลางลอยอยู่กลางอากาศทั้งยังถูกบดบังด้วยฝุ่นควันจากแรงระเบิดมากมายจึงทำให้มู่เทียนหลงทำได้เพียงตรวจสอบตำแหน่งของซ่งไป่หลางอย่างคร่าวๆเท่านั้น ดังนั้นเมื่อหยาดวารีหมื่นสังหารพุ่งทะลุกลุ่มควันออกมาก็สายเกินกว่าที่มันจะหลบได้อีกต่อไป

            แย่แล้วม่านตาของมู่เทียนหลงเบิกกว้าง มันรีบผสานพลังศิลามารบรรพกาลให้กลายเป็นเกราะศิลาปกคลุมร่างของตนเองเอาไว้ก่อนที่หยาดวารีจะกระทบเข้ากับร่างของมันเพียงชั่วอึดใจ

            เปรี้ยง!! พลังอันมหาศาลที่ถูกกักเก็บรวบรวมระเบิดออกในพริบตาและแทบจะบดขยี้เกราะศิลาของมู่เทียนหลงจนเป็นผุยผง มู่เทียนหลงสะสมพลังอย่างเร่งร้อนเพื่อฟื้นฟูสภาพของเกราะศิลาแต่กลับพบว่าไม่สามารถฟื้นฟูได้ทันการ ในที่สุดเกราะศิลาก็ถูกทำลายและพลังทำลายล้างของหยาดวารีหมื่นสังหารก็ได้ส่งผลถึงร่างของมู่เทียนหลงในที่สุด

            ใบหน้าของมู่เทียนหลงบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน ร่างสูงทรุดเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นมุมปากมีโลหิตไหลซึมออกมา แม้ว่าเกราะศิลาจะสามารถลดทอนพลังโจมตีส่วนมากของหยาดวารีหมื่นสังหารได้สำเร็จแต่พลังทำลายส่วนที่เหลือกลับสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ร่างกายและอวัยวะภายในของมัน

            ซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆ หลังจากที่การโจมตีของหยาดวารีหมื่นสังหารจบลงแม้จะทำให้มู่เทียนหลงบาดเจ็บสาหัสได้แต่พลังของตนเองก็ถูกเผาผลาญไปจนหมดสิ้นเช่นกัน เคล็ดกายาบัวสวรรค์ได้ถูกใช้จนเกินขีดจำกัดจึงทำให้เวลานี้ซ่งไป่หลางเหลือพลังเพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น

            เอาเถอะ ท้ายที่สุดเป้าหมายของข้าก็สำเร็จแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความลับของมู่เทียนหลงอีกต่อไปแม้จะรู้สึกเสียดายที่ไม่อาจโค่นมู่เทียนหลงได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่ซ่งไป่หลางเองก็ตระหนักถึงข้อจำกัดของตนเองได้อย่างชัดเจน เวลานี้ระดับพลังของมันยังต่ำเกินไป แม้จะสามารถใช้เคล็ดกายาบัวสวรรค์เพื่อเพิ่มพูนพลังจนสู้กับราชันย์ยุทธ์ระดับสูงหรือแม้แต่จักรพรรดิมนุษย์ได้แต่ก็ถูกจำกัดอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเคล็ดวิชากายาบัวพิสุทธิ์เท่านั้น

            หากข้ามีพลังถึงระดับจักรพรรดิมนุษย์เป็นอย่างน้อยและสามารถใช้ศาสตราวุธของเซียนพฤกษาได้ ต่อให้มู่เทียนหลงมีพลังระดับจักรพรรดิฟ้าข้าก็ยังสามารถทำลายพลังป้องกันของมันได้ ดูเหมือนข้าจะต้องให้ความสำคัญกับการฝึกฝนพลังมากกว่านี้

            ซ่งไป่หลางโยนของบางอย่างให้กับมู่เทียนหลง รับไปซะ โอสถบัวสีชาดชำระโลหิตและโอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณคุณภาพระดับห้า ด้วยโอสถทั้งสองนี้เจ้าจะสามารถรักษาบาดแผลและฟื้นฟูพลังวิญญาณจนกลับสู่สภาพสมบูรณ์ในเวลาไม่นาน เพื่อที่เจ้าจะสามารถประลองรอบต่อไปในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

            มู่เทียนหลงที่กำลังพยายามฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ การใช้โอสถวิเศษถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎ ช่างเถอะในเมื่อข้าอยู่ในสภาพเช่นนี้ย่อมไม่สามารถเอาชนะหลี่เฉียนได้อีกต่อไป โชคก็นับเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ในเมื่อข้าไม่มีโชคเช่นนั้นข้าก็คงไม่เหมาะสมกับตำแหน่งอ๋องมาร

            หลี่เฉียนที่เฝ้ามองการประลองอยู่ด้านข้างกำหมัดของนางแน่น หลังจากได้เห็นการต่อสู้ระหว่างซ่งไป่หลางและมู่เทียนหลงนางก็ตระหนักได้ว่าระดับพลังของคนทั้งสองนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่านางเลยแม้แต่น้อย หากต่อสู้กันอย่างเต็มกำลังมีความเป็นไปได้มากกว่าหกส่วนที่นางจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่สุดท้ายนางกลับกลายเป็นผู้ชนะเพียงเพราะคนทั้งสองต่อสู้กันจนบาดเจ็บและถอนตัวไปเช่นนั้นหรือ

            แม้จะต้องการตำแหน่งอ๋องมารอย่างมากทว่าด้วยศักดิ์ศรีที่นางมีทำให้หลี่เฉียนไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปได้ มู่เทียนหลง จงใช้โอสถและฟื้นฟูพลังของเจ้าให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ซะ ข้าไม่สามารถยอมรับตำแหน่งอ๋องมารได้จนกว่าจะสามารถเอาชนะเจ้าในการประลอง

            อันที่จริงหลี่เฉียนเองก็ต้องการประลองกับซ่งไป่หลางเช่นกัน แต่เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของซ่งไป่หลางมีเพียงมู่เทียนหลงเท่านั้นมิได้เกี่ยวข้องอันใดกับตำแหน่งอ๋องมาร นอกจากนี้ฐานะของซ่งไป่หลางยังทำให้นางไม่สามารถเข้าไปตอแยด้วยได้ อีกฝ่ายเป็นถึงพี่ชายแท้ๆของบุตรสาวบุญธรรมจักรพรรดิมารอัคคี ต่อให้หลี่เฉียนกลายเป็นอ๋องมารนางก็ยังต้องเกรงใจซ่งหงเสวี่ยอยู่หลายส่วน

            มู่เทียนหลงรู้สึกคับข้องใจเล็กน้อย แน่นอนว่าใจมันย่อมไม่ต้องการปล่อยตำแหน่งอ๋องมารให้หลุดมือไปเนื่องจากนี่เป็นโอกาสที่จะทำให้มันสามารถเข้าใกล้ซ่งหงเสวี่ยได้ ทว่าอีกทางหนึ่งมันก็ไม่ต้องการขัดต่อหลักการของตนเองเช่นกัน

            ไม่จำเป็นต้องประลองอีกต่อไปแล้ว ตำแหน่งอ๋องมารคนที่สิบห้าตกเป็นของหลี่เฉียนเสียงเย็นชาขององครักษ์โฮ่วหลานดังขึ้นขัดความคิดของมู่เทียนหลง

            ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เจือด้วยความผิดหวังและโล่งใจในคราเดียว ในเมื่อเป็นการตัดสินจากหนึ่งในสี่องครักษ์นั่นย่อมหมายความว่าโอกาสของมันได้สิ้นสุดลงแล้ว ขณะเดียวกันมันก็ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจอันใดอีกต่อไป

            ทว่าสำหรับเจ้ามู่เทียนหลง แม้จะไม่สามารถมอบตำแหน่งให้อย่างเป็นทางการแต่เจ้าจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลจากองครักษ์หยุนนับจากนี้ไปเสียงอันทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้งทว่าครานี้กลับไม่ใช่เสียงอันเย็นชาขององครักษ์โฮ่วหลาน แต่กลับเป็นเสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

            ดวงตาของหลี่เฉียนและมู่เทียนหลงเบิกกว้างขึ้นทันที ในฐานะที่พวกมันต่างก็เป็นคนของวังจักรพรรดิมารอัคคี พวกมันจะไม่รู้จักเจ้าของเสียงนี้ได้อย่างไร

            ท่านจักรพรรดิมารอัคคีหลี่เฉียนและมู่เทียนหลงคุกเข่าลงในทันที

            จวินเฟิงซื่อเทียนมองไปยังร่างของมู่เทียนหลงด้วยแววตาซับซ้อน ทางหนึ่งมันรู้สึกยินดีที่วังจักรพรรดิมารอัคคีมีโอกาสได้รับตัวผู้ที่มีสายเลือดศิลามารบรรพกาล ทว่าอีกทางหนึ่งมู่เทียนหลงผู้นี้กลับหมายตาบุตรสาวบุญธรรมที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของมัน นี่ทำให้จวินเฟิงซื่อเทียนรู้สึกคับข้องใจอย่างมาก หินก้อนนี้วางทับลงบนเท้า อยากจะเตะให้กระเด็นกลับไม่สามารถทำได้เนื่องจากเนื้อแท้ของมันคือหยก สุดท้ายก็จำใจต้องปล่อยให้มันทับอยู่บนเท้าต่อไป

            อยู่ภายใต้การดูแลขององครักษ์หยุนหรือมู่เทียนหลงรู้สึกสับสนเล็กน้อย

            ทว่าหลี่เฉียนกลับตกตะลึงยิ่งกว่าหลายเท่า บ้าน่า ต่อให้เป็นอ๋องมารอย่างดีก็แค่ได้รับโอกาสในการใช้ทรัพยากรและฝึกฝนวิชาระดับสูงของวังจักรพรรดิมารอัคคีเท่านั้น แต่คนที่จะมีโอกาสได้รับการดูแลสั่งสอนโดยส่วนตัวจากองครักษ์ทั้งสี่นั้นที่ผ่านมาไม่เคยมีมาก่อนเลย

            หลี่เฉียนมิใช่คนโง่เขลา ก่อนหน้านี้นางไม่เข้าใจถึงที่มาของพลังธาตุปฐพีอันแข็งแกร่งของมู่เทียนหลง เพียงแค่รู้สึกถึงความคล้ายคลึงบางอย่างเท่านั้น แต่เวลานี้นางได้เข้าใจอย่างชัดแจ้งแล้ว ที่แท้พลังธาตุปฐพีนั้นมิใช่พรสวรรค์ธรรมดา แต่เป็นพรสวรรค์ที่สามารถพลิกโชคชะตาได้อย่างแท้จริง

            เมื่อนึกถึงจุดนี้นางก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเย็นเยือกเข้าไปเต็มปอด มู่เทียนหลงมีพรสวรรค์ของศิลามารบรรพกาล ซ่งไป่หลางที่มีพลังต่ำกว่าอย่างชัดเจนกลับสามารถต่อสู้กับมันและกระทั่งเกือบเอาชนะได้สำเร็จ ทั้งสองคนนี้อายุน้อยกว่านางหลายปีแต่กลับมีพลังถึงขั้นนี้ นี่ทำให้ความเชื่อมั่นที่นางบ่มเพาะสะสมมาตลอดชีวิตสั่นคลอนอย่างรุนแรงเลยทีเดียว

            เจ้าพอใจหรือยังจวินเฟิงซื่อเทียนหันมาพูดคุยกับซ่งไป่หลาง

            ชายหนุ่มพยักหน้า ข้าบรรลุความต้องการทั้งหมดแล้ว เรื่องหลังจากนี้ท่านจัดการเองเถอะ

            จวินเฟิงซื่อเทียนหัวเราะอย่างพึงพอใจก่อนจะโยนของบางอย่างให้กับหลี่เฉียนและมู่เทียนหลง รับไปซะ เหล่านี้ล้วนเป็นโอสถล้ำค่าคุณภาพระดับห้าที่เจ้าหนูผู้นี้ปรุงขึ้นมา ต้องการหาโอสถล้ำค่าเช่นนี้ต่อให้ดั้นด้นไปถึงดินแดนเทพพฤกษาก็ยังไม่อาจพานพบ นับว่าพวกเจ้าโชคดีนัก

            โอสถอันล้ำค่าที่ซ่งไป่หลางมอบให้กับวังจักรพรรดิมารอัคคีแน่นอนว่ามากกว่าหกส่วนจวินเฟิงซื่อเทียนต้องการเก็บเอาไว้ให้กับซ่งหงเสวี่ย แต่ซ่งไป่หลางกลับยืนกรานหนักแน่นให้มันมอบให้แก่อัจฉริยะรุ่นเยาว์คนอื่นๆ ส่วนของซ่งหงเสวี่ยนั้นแน่นอนว่าซ่งไป่หลางได้จัดเตรียมแยกเอาไว้ก่อนแล้ว สำหรับคุณค่าและปริมาณของมันย่อมไม่ต้องกังวลว่าจะน้อยหน้าที่มอบให้กับจวินเฟิงซื่อเทียน

            สิ่งที่ทำให้จวินเฟิงซื่อเทียนพึงพอใจมากที่สุดก็คือโอสถกายาหิมะคุณภาพระดับห้านั่นเอง ซ่งไป่หลางได้จัดเตรียมโอสถเหล่านี้ให้แก่น้องสาวของมันจำนวนมากพอที่จะมั่นใจได้ว่านางจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการเพลิงแฝงร่างไปอีกเป็นเวลานาน

            มีโอสถกายาหิมะคุณภาพระดับห้าช่วยเหลือ ในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่อาการเพลิงแฝงร่างปะทุขึ้น ซ่งหงเสวี่ยจะสามารถต้านทานความเจ็บปวดได้โดยง่าย หลังจากนั้นอาศัยสมาธิของนางเพื่อควบคุมพลังที่ปะทุออกมาให้สำเร็จ สิ่งนี้จะทำให้พลังของนางพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอนาคตอย่างแน่นอน

            ซ่งไป่หลาง เจ้ารอสักครู่มู่เทียนหลงลังเลครู่หนึ่งในที่สุดมันก็ตัดสินใจเอ่ยปากออกมา

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงต่อหน้าจวินเฟิงซื่อเทียน มู่เทียนหลงจะสามารถรักษาบุคลิกภาพเอาไว้ได้ไม่เลวเลยทีเดียว

            มู่เทียนหลงกดข่มความหวาดหวั่นที่มีต่อจวินเฟิงซื่อเทียน ดวงตามองตรงไปยังซ่งไป่หลางก่อนจะเอ่ย การที่เจ้ามาเข้าร่วมการทดสอบโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ข้า ดังนั้นบางทีเจ้าน่าจะรู้ถึงเจตนาของข้าดีอยู่แล้ว เจ้ามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

            สีหน้าของจวินเฟิงซื่อเทียนมืดมนลงทันที ไม่ทันถามความเห็นพ่อบุญธรรมก็ข้ามไปหาพี่ชายเลยงั้นหรือ เจ้าหนูนี่ชักจะข้ามหน้าข้ามตาเกินไปแล้วกระมัง

            ซ่งไป่หลางชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มลึกลับ บุคลิก นิสัยและพรสวรรค์ทุกสิ่งที่เจ้ามีล้วนนับว่ายอดเยี่ยมไร้ที่ติ อย่างไรก็ตามน้องสาวของข้าคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่ข้าเหลืออยู่ในตอนนี้ นางคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับข้า ดังนั้นต่อให้เจ้าไร้ที่ติเพียงใดข้าก็ไม่อาจปล่อยให้เจ้าผ่านด่านไปได้โดยง่าย หากเจ้าไม่คิดจะตัดใจก็จงเตรียมใจเอาไว้เถอะ

            คำพูดของซ่งไป่หลางทำให้จวินเฟิงซื่อเทียนรู้สึกพึงพอใจไม่น้อย เฮอะ นอกจากเจ้าหนูนี่แล้ว เสวี่ยเอ๋อก็สำคัญต่อข้ามากเช่นกัน หมายปองบุตรสาวบุญธรรมของข้าอาศัยเพียงแค่ศิลามารบรรพกาลยังไม่เพียงพอ เตรียมใจไว้เถอะ

            จวินเฟิงซื่อเทียนไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร หากเปลี่ยนเป็นบุรุษอื่นมันคงทั้งด่าทั้งไล่ตะเพิดไปนานแล้ว แต่เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าบุตรสาวบุญธรรมของมันไม่ได้มีทีท่าต่อต้านหรือหลีกหนี ดังนั้นจวินเฟิงซื่อเทียนจึงไม่สามารถออกตัวแรงจนเกินไปเหมือนตอนฟ่านหลี่ แน่นอนว่ามันไม่ต้องการมีปัญหากับบุตรสาวบุญธรรมของมัน

            ขอบคุณท่านจักรพรรดิมารอัคคี ขอบคุณซ่งไป่หลาง ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อมมู่เทียนหลงสูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้าของมันปลอดโปร่งขึ้นและดวงตาก็ฉายชัดถึงความเชื่อมั่น ในที่สุดความกังวลลึกๆของมันก็ได้ถูกปัดเป่าไปจนหมดสิ้นแล้ว แม้ทั้งซ่งไป่หลางและจวินเฟิงซื่อเทียนต่างก็เอ่ยในทำนองเดียวกันว่ามันยังไม่คู่ควร แต่เห็นได้ชัดว่าทั้งสองมิได้พยายามขัดขวางหรือกีดกันเช่นกัน

            ให้เตรียมใจงั้นหรือ นับตั้งแต่ที่มันรู้ถึงหัวใจของตนเอง มู่เทียนหลงก็ได้เตรียมใจเอาไว้นานมากแล้ว นับตั้งแต่ที่มันรู้ว่าซ่งหงเสวี่ยกลายเป็นบุตรสาวบุญธรรมของจักรพรรดิมารอัคคี มันก็มิได้ถอดใจมิใช่หรือ ฐานะแตกต่างแล้วอย่างไร นางอยู่สูงแล้วอย่างไร ขอเพียงมันไม่ย่อท้อและมุ่งมั่นก้าวต่อไปด้านหน้า มู่เทียนหลงมิเชื่อว่ามันจะไม่สามารถก้าวขึ้นไปยืนหยัดอยู่เคียงข้างนางได้ในสักวันหนึ่ง

            พวกเจ้าแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนได้แล้ว ข้าจะให้ผู้คุมกฎประกาศผลการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารในวันรุ่งขึ้น โฮ่วหลานเจ้าติดตามดูแลเจ้าหนูซ่งไป่หลางให้ดี อย่าปล่อยให้มันเป็นอันใดไปมิเช่นนั้นเจ้ามารเซี่ยจะต้องมาก่อความวุ่นวายแก่ข้าเป็นแน่จวินเฟิงซื่อเทียนเอ่ยก่อนจะหายตัวจากไปอย่างไร้ร่องรอย

            ซ่งไป่หลางส่ายหน้าเล็กน้อย ใจหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงสถานการณ์ด้านอาจารย์ของมัน เป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่เซี่ยหยางทุ่มเทรักษาอาการบาดเจ็บของเซียนหญิงเฉินจือหยา

            เอาเถอะ ระดับข้ายังไม่คู่ควรที่จะกังวลเกี่ยวกับท่านอาจารย์ ข้าควรจะกลับไปและเร่งฝึกฝนได้แล้ว อืม ยังมีเรื่องบางอย่างที่ต้องรีบจัดการอยู่ซ่งไป่หลางนึกขึ้นได้ว่าระหว่างการทดสอบที่ค่ายกลมารบรรพกาลมันสามารถเปิดกล่องกลและได้รับคัมภีร์กระบี่เล่มหนึ่งมา ดังนั้นหลังจากพักฟื้นร่างกายจนกลับสู่สภาวะสมบูรณ์มันจึงปลอมแปลงตัวตนและมุ่งหน้าออกจากวังจักรพรรดิมารอัคคีไปยังโรงเตี๊ยมที่เทียนอี้อาศัยอยู่

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #301 dfrdz007 (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 06:43
    ขอบคุณคับ
    #301
    0
  2. #299 Lipolimtus (จากตอนที่ 162)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:20
    ดี...!!!
    #299
    0