God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 161 : ตอนที่ 153 ศิลามารบรรพกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    23 ธ.ค. 63

            ใช้เวลานานกว่ามู่เทียนหลงประมาณครึ่งชั่วยามในที่สุดหลี่เฉียนก็สามารถหลุดพ้นจากค่ายกลมารบรรพกาลได้สำเร็จ จิตวิญญาณของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกอ่อนล้าอย่างมาก เมื่อหันกลับไปมองด้านหลังกลับพบว่าในค่ายกลมารบรรพกาลไม่หลงเหลือผู้ใดอีกแล้ว

            เป็นไปได้อย่างไร หรือว่าคนที่เหลือต่างก็ยอมแพ้ไปหมดแล้วหลี่เฉียนงุนงงเป็นอย่างมาก

            อย่างไรก็ตามนางไม่ต้องการเสียเวลาอีกต่อไปและมุ่งหน้าไปยังเส้นทางด้านหน้าทันที หากคนอื่นๆถอนตัวสละสิทธิ์ไปหมดแล้วเช่นนั้นเมื่อไปถึงด่านต่อไปและเหลือนางเพียงคนเดียวก็เท่ากับว่าการทดสอบได้จบลงแล้ว และนางจะได้รับตำแหน่งอ๋องมารอย่างที่ต้องการ

            หลี่เฉียนเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ตั้งแต่เด็กตำแหน่งอ๋องมารก็คือสิ่งที่นางใฝ่ฝันมาโดยตลอด ผู้ที่นางเคารพนับถือมากที่สุดในชีวิตก็คือหลี่เม่ยเม่ย ผู้ที่ได้รับเกียรติและตำแหน่งองครักษ์ทั้งสี่ของจักรพรรดิมารอัคคี การได้รับตำแหน่งอ๋องมารจะกลายเป็นก้าวแรกสำหรับการเดินตามรอยของนาง

            ตามความเข้าใจของหลี่เฉียน นางเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าสู่ค่ายกลมารบรรพกาล และในเมื่อด้านหลังไม่มีผู้ใดติดตามมาอีก นั่นย่อมหมายความว่ามีนางเพียงคนเดียวที่สามารถผ่านด่านทดสอบมาได้มิใช่หรือ

          ทว่าความคิดของนางต้องหยุดชะงักลงในทันทีเมื่อนางถูกผู้คุมกฏพาตัวมายังด่านประลองโลหิตมารบรรพกาล ณ ที่แห่งนั้นนางได้พบกับคนสองคนที่ล่วงหน้ามารออยู่ก่อนแล้ว

            หยุนหลางหลี่เฉียนมองไปยังชายลึกลับที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาก่อนหน้าการทดสอบจะเริ่มขึ้นได้ไม่นาน เห็นได้ชัดว่าหยุนหลางผู้นี้มีบางอย่างซ่อนเอาไว้อย่างแท้จริง มิเช่นนั้นองครักษ์หยุนและจักรพรรดิมารอัคคีคงไม่รับรองให้มันเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้

            อีกผู้หนึ่งที่ยืนรออยู่กลับเป็นมู่เทียนหลง นี่ทำให้นางประหลาดใจอย่างมาก ระดับพลังของมู่เทียนหลงนั้นนับว่าอยู่ในระดับกลางๆไม่ได้มีความโดดเด่นอันใด กระทั่งฟ่านหลี่ที่โดดเด่นรองจากนางยังไม่สามารถผ่านด่านการทดสอบมาได้ แต่มู่เทียนหลงที่ดูธรรมดาสามัญผู้นี้กลับสามารผ่านมาสำเร็จ ทั้งยังใช้เวลาน้อยกว่านางในการก้าวผ่านด่านค่ายกลมารบรรพกาลอีกด้วย นี่ทำให้นางรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก

            เอาละ เนื่องจากผู้ผ่านด่านทั้งสามมากันครบหมดแล้ว ดังนั้นข้าจะเริ่มทำการจับคู่ประลองให้กับพวกเจ้าทั้งสามคนเสียงอันเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวขององครักษ์โฮ่วหลาน ดวงตาของมู่เทียนหลงและหลี่เฉียนสั่นไหวในทันที พวกมันไม่นึกเลยว่าองครักษ์โฮ่วหลานจะปรากฏตัวขึ้นและทำหน้าที่ควบคุมการทดสอบด้วยตนเอง อีกทั้งเวลานี้ดูเหมือนจะไม่มีผู้คุมกฎคนอื่นๆอยู่รอบๆเลยแม้แต่คนเดียว

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จักรพรรดิมารอัคคีช่างเข้าใจมันดีเสียจริง มันต้องการทดสอบพลังของมู่เทียนหลงอย่างเต็มที่ทว่าหากอยู่ภายใต้สายตาและการสังเกตจากเหล่าผู้คุมกฏมันย่อมไม่สามารถลงมือด้วยพลังที่แท้จริงและดึงจุดเด่นของตนเองออกมาได้ แต่เนื่องจากตอนนี้เหลือคนอยู่เพียงสี่คน มันย่อมไม่ใส่ใจหลี่เฉียนนักเนื่องจากนางเป็นญาติขององครักษ์หลี่ ภายใต้การดูแลของหลี่เม่ยเม่ยนางย่อมไม่กล้าปากโป้งใดๆอยู่แล้ว

            ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาในการจับคู่แล้ว

            หลี่เฉียน นับว่าเจ้าโชคดีได้ผ่านเข้ารอบโดยมิต้องต่อสู้ การประลองครั้งนี้เป็นของหยุนหลางและมู่เทียนหลงโฮ่วหลานถอนหายใจออกมาด้วยความประหลาดใจ แม้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายคาดหวังทว่ามันก็ยังขึ้นอยู่กับโชคชะตาเสียส่วนใหญ่ นางไม่ได้จงใจเลือกผลการจับคู่ประลองเช่นนี้อย่างแน่นอน

            หลี่เฉียนพยักหน้าก่อนจะนั่งลงเพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูพลังวิญญาณของตนเองที่สูญเสียไปจากด่านค่ายกลมารบรรพกาล ขณะที่ซ่งไป่หลางและมู่เทียนหลงได้ก้าวขึ้นไปบนเวทีประลอง

            ซ่งไป่หลางมองมู่เทียนหลงก่อนจะเผยรอยยิ้ม มู่เทียนหลง ก่อนหน้านี้ข้าได้บอกเจ้าแล้วว่าข้ามิได้ต้องการตำแหน่งอ๋องมาร อันที่จริงเป้าหมายเดียวที่ข้าเข้าร่วมการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารก็เพราะต้องการทำความรู้จักเจ้า

          มู่เทียนหลงประหลาดใจเล็กน้อย คุณชายหยุน ท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ในบรรดาผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมดข้าเป็นเพียงระดับกลางๆเท่านั้น คนที่ท่านควรสนใจน่าจะเป็นหลี่เฉียนหรือฟ่านหลี่มากกว่า

          ซ่งไป่หลางแค่นเสียง เฮอะ เจ้าสารเลวฟ่านหลี่นั้นข้าย่อมให้ความสนใจมันอยู่บ้างในฐานะที่มันกล้ามาตอแยกับน้องสาวของข้า สำหรับหลี่เฉียนพรสวรรค์ของนางสูงส่งนับว่าไม่เลวจริงๆ แต่นั่นไม่เกี่ยวข้องกับข้า ก่อนที่จะประลองกันข้าควรจะเปิดเผยฐานะให้เจ้ารู้เสียก่อน เพื่อที่เจ้าจะได้เข้าใจถึงเจตนาของข้าและไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง

          หน้ากากถูกถอดออกก่อนที่ร่างของซ่งไป่หลางจะกลับคืนสู่สภาวะเดิม มู่เทียนหลงและหลี่เฉียนขมวดคิ้วด้วยความงุนงง แน่นอนว่าพวกมันไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของซ่งไป่หลาง อย่างไรก็ตามการที่คนผู้นี้ใช้สมบัติวิเศษปลอมแปลงตัวตนเข้าร่วมการทดสอบเช่นนี้มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นการทำผิดกฏ แต่องครักษ์โฮ่วกลับมองผ่านเรื่องนี้ราวกับมิได้ใส่ใจอันใด หรือว่าที่จริงนางรับรู้ตัวตนของชายผู้นี้ตั้งแต่แรก

            ที่แท้เจ้าเป็นใครกันแน่มู่เทียนหลงตระหนักได้ว่าชายตรงหน้านั้นน่าจะมีอายุใกล้เคียงหรือกระทั่งเท่ากับตน อย่างไรก็ตามมันรู้สึกคุ้นเคยกับอีกฝ่ายอย่างน่าประหลาด ชายคนนี้ช่างคล้ายกับนางยิ่งนัก

          ชื่อของข้าคือซ่งไป่หลาง ศิษย์ยอดพฤกษาของสำนักพงไพร ขณะเดียวกันข้ายังมีอีกฐานะหนึ่งนั่นก็คือพี่ชายแท้ๆของเสวี่ยเอ๋อ

          คำตอบของซ่งไป่หลางทำให้มู่เทียนหลงตกตะลึงในทันที เจ้า ที่แท้เจ้าก็คือพี่ชายของหงเสวี่ย

          ซ่งไป่หลางพยักหน้า ถูกต้อง รู้มาว่าความสัมพันธ์ของเจ้าและน้องสาวข้าค่อนข้างดีทีเดียว นิสัยของเจ้านับว่ายอดเยี่ยม จิตใจแข็งแกร่งมุ่งมั่นและอดทน พูดตรงๆข้าประทับใจในตัวเจ้าไม่น้อย อย่างไรก็ตามข้ายังมีบางสิ่งที่ติดใจสงสัยเกี่ยวกับตัวเจ้าอยู่ ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ มู่เทียนหลงจงประลองกับข้าด้วยทุกสิ่งที่เจ้ามี มิเช่นนั้นอย่าโทษว่าข้าใจดำที่ต้องกีดกันเจ้าไม่ให้เข้ามายุ่งกับน้องสาวของข้า

          แววตาของมู่เทียนหลงกลายเป็นหมองหม่นลงทันที ความละอายใจและความคับข้องใจนั้นถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าซ่งไป่หลางเอ่ยถูกต้อง มันได้ซ่อนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้จริงๆและแม้แต่ซ่งหงเสวี่ยเองก็ยังไม่รู้เรื่องนี้

            ขณะเดียวกันที่วังจักรพรรดิมารอัคคี ซ่งหงเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงงุนงง ท่านพี่พูดถึงเรื่องอะไรกัน มู่เทียนหลงซ่อนสิ่งใดเอาไว้

          จักรพรรดิมารอัคคีขมวดคิ้ว ที่ผ่านมาข้าเองก็ไม่ได้เอะใจอันใด อย่างไรก็ตามนั่นเพราะข้ายังไม่เคยสำรวจมันอย่างจริงจัง แต่พี่ชายของเจ้าดูเหมือนจะตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้ เจ้าใจเย็นๆก่อนเถอะพี่ชายเจ้าไม่ได้ต้องการสังหารมู่เทียนหลง เพียงแค่ต้องการเปิดเผยความลับของมันเท่านั้น

          ซ่งหงเสวี่ยกังวลเล็กน้อย คนทุกคนย่อมมีความลับที่ปกปิดเอาไว้ เหตุใดต้องพยายามบีบคั้นมู่เทียนหลงถึงเพียงนั้น

          จวินเฟิงซื่อเทียนหัวเราะเบาๆ เด็กโง่ มิใช่เพราะพี่ชายเป็นห่วงเจ้ามากหรอกรึ หากความลับที่ว่ามิใช่เรื่องอันตรายอันใดก็ย่อมไม่มีปัญหา แต่หากมันเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาพี่ชายของเจ้าย่อมไม่กล้าปล่อยให้มู่เทียนหลงปกปิดเอาไว้แล้วเข้าใกล้เจ้าโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ เจ้าเชื่อใจในตัวพี่ชายของเจ้าเถอะ มันมิได้มีเจตนาร้ายอย่างแน่นอน

           มู่เทียนหลงสูดลมหายใจ ซ่งไป่หลาง ข้าเคยได้ยินหงเสวี่ยเอ่ยถึงเจ้าบ่อยครั้ง แต่ดูเหมือนสิ่งที่ข้าจะพลาดเรื่องสำคัญไปมากเลยทีเดียว

          ตอนที่มันได้ยินเรื่องของซ่งไป่หลางจากซ่งหงเสวี่ย นางเอ่ยถึงพี่ชายที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในดินแดนระดับต่ำและต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากภายในตระกูลซ่งที่ไม่เคยให้ความสนใจและเหลียวแล นางยังได้เล่าอีกว่าซ่งไป่หลางนั้นมีพลังเพียงแค่ระดับขั้นเที่ยงแท้เท่านั้น ไม่นึกเลยว่าเวลาผ่านไปเพียงไม่นานผู้ที่มีพลังระดับเที่ยงแท้จะกลับกลายเป็นขั้นรวมวิญญาณ อีกทั้งนั่นยังเป็นเพียงระดับพลังภายนอกอีกด้วย

            หากพิจารณาจากการที่ซ่งไป่หลางสามารถผ่านด่านการทดสอบต่างๆจนมาถึงรอบนี้ได้ อย่างน้อยที่สุดความแข็งแกร่งที่แท้จริงของมันย่อมไม่ต่ำกว่าระดับราชันยุทธ์ขั้นแปดเป็นอย่างน้อย

            ข้านั้นมีความลับอยู่จริงๆดั่งที่เจ้าว่า ที่ผ่านมามีหลายครั้งที่ข้าคิดจะเปิดเผยมันต่อหน้าหงเสวี่ย อย่างไรก็ตามมันไม่มีประโยชน์แม้ว่านางจะได้รับรู้เรื่องนี้ กลับกันมันจะกลายเป็นผลร้ายทั้งต่อข้าและอาจสร้างปัญหาให้กับนางอีกด้วยมู่เทียนหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น อย่างไรก็ตามเวลานี้ข้าเหลือทางเลือกไม่มากแล้ว เพื่อที่จะไล่ตามนางให้ทัน เพื่อที่จะสามารถยืนเคียงข้างและเป็นกำลังให้แก่นางได้ ตำแหน่งอ๋องมารคือหนทางที่ดีที่สุด และข้าก็ไม่ต้องการทำลายความเชื่อใจที่นางมีต่อข้าเช่นกัน ดังนั้นตามที่เจ้าว่า ข้าจะเปิดเผยทุกสิ่งในการต่อสู้ครั้งนี้

          มาเถอะ สู้กับข้าด้วยพลังทั้งหมดของเจ้าซ่งไป่หลางพยักหน้าก่อนจะเริ่มใช้งานเคล็ดวิชากายาบัวพิสุทธิ์

            สัญลักษณ์ดอกบัวปรากฏขึ้นบนหน้าผากของชายหนุ่ม ขณะเดียวกันพลังของซ่งไป่หลางได้พุ่งทะยานจนถึงขอบเขตราชันยุทธ์ขั้นแปด ชายหนุ่มวาดฝ่ามือออกเบื้องหน้าก่อนที่จะปรากฏรูปลักษณ์ดอกบัวขึ้นเหนือท้องฟ้า

            ฝ่ามือบัวสวรรค์สามชั้นฟ้า!!

          พลังบดขยี้อันรุนแรงเกรี้ยวกราดซัดลงบนร่างของมู่เทียนหลง แทนที่จะหลบหลีกชายหนุ่มกลับอ้าปากคำรามด้วยน้ำเสียงดังก้อง พลังปราณธาตุปฐพีแผ่ขยายจนปกคลุมไปทั่วสนามประลอง ปรากฏเกราะหินผาอันทรงพลังขึ้นห้อมล้อมร่างของมู่เทียนหลงเอาไว้

            นี่!!” แม้แต่องครักษ์โฮ่วหลานผู้เยือกเย็นก็ยังต้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ไม่เพียงแค่นาง จวินเฟิงซื่อเทียนที่มองภาพทั้งหมดผ่านนัยน์ตาอัคคีก็พลันลุกขึ้นจากบัลลังก์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความประหลาดใจ

            ไม่น่าเชื่อ สายเลือดศิลามารบรรพกาล

          ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆ เพราะแบบนี้เองมันถึงได้รู้สึกถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยจากร่างของมู่เทียนหลงก่อนหน้านี้ กลิ่นอายที่คล้ายกับเพลิงมารบรรพกาลบนร่างของน้องสาวและจวินเฟิงซื่อเทียน นั่นก็เพราะมู่เทียนหลงมีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกันอยู่ในตัวของมัน

            ศิลามารบรรพกาล พลังระดับบรรพกาลที่มิได้ด้อยไปกว่าเพลิงมารบรรพกาลของจักรพรรดิมารอัคคีเลยแม้แต่น้อย

            มู่เทียนหลงเอ่ยถูกต้องแล้ว ความลับเช่นนี้หากถูกเปิดเผยออกมาโดยไม่ระวังจะต้องก่อให้เกิดปัญหาใหญ่หลวงอย่างแน่นอน ขั้วอำนาจของจักรพรรดิทั้งสามแห่งดินแดนราชันย์นั้นต่างก็รู้ถึงคุณค่าของสายโลหิตมารบรรพกาล โลหิตมารบรรพกาล วิญญาณดาบมารบรรพกาลและเพลิงมารบรรพกาล ทั้งสามสิ่งนี้คือแกนหลักของขั้วอำนาจทั้งสามในดินแดนราชันย์ การปรากฏตัวขึ้นของสายเลือดศิลามารบรรพกาลจะกลายเป็นดั่งชนวนความวุ่นวายที่ทำให้สมดุลทั้งหมดของดินแดนราชันย์เกิดความเปลี่ยนแปลง

            ไม่เพียงแค่สามขั้วอำนาจใหญ่ของดินแดนราชันย์เท่านั้น กระทั่งขั้วอำนาจระดับรองลงมาหรือกระทั่งผู้คนจากต่างดินแดนหากได้รู้ความลับนี้ย่อมไม่มีวันอยู่เฉยเป็นแน่ โดยเฉพาะตระกูลศักดิ์สิทธิ์ที่กระหายในอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด พวกมันต้องการยึดครองดินแดนราชันย์มาเป็นเวลานานมากแล้วแต่กลับไม่สามารถทำสงครามโดยตรงกับดินแดนราชันย์ได้ หากพวกมันรู้ถึงตัวตนของมู่เทียนหลง มีหรือที่พวกมันจะอยู่เฉยและไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว

            ครอบครองสายเลือดศิลามารบรรพกาลได้ก็มีโอกาสสร้างขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สามจักรพรรดิของดินแดนราชันย์ นี่ย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดอย่างแน่นอน

            มู่เทียนหลงแบกรับพลังและความลับอันยิ่งใหญ่เช่นนี้เอาไว้กับตัว ดังนั้นแม้ไม่อยากปิดบังก็ยังต้องปิดบัง ทว่าท้ายที่สุดแล้วสำหรับมู่เทียนหลง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับมันมิใช่ความลับนี้แต่เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในหัวใจของมันต่างหาก มีเพียงซ่งหงเสวี่ยเท่านั้นที่มันจะไม่ยอมสูญเสียไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม

            ข้าจะลงมือเต็มกำลังแล้ว รับมือมู่เทียนหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นยิ่งขึ้น เมื่อใช้งานสายเลือดศิลามารบรรพกาลการเชื่อมต่อกับธาตุปฐพีก็ยิ่งแข็งแกร่งและทรงพลัง เวลานี้ร่างของมู่เทียนหลงกลับดูยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งราวกับภูเขาทั้งลูก

            นี่ก็คือความรู้สึกเวลาเผชิญหน้ากับยอดฝีมือผู้ใช้พลังธาตุปฐพี พริบตาพื้นของสนามประลองก็พลันเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง แท่งศิลาอันแข็งแกร่งและแหลมคมจำนวนมากปรากฏขึ้นและพุ่งเข้าหาร่างของซ่งไป่หลางจากทุกทิศทาง

            ร่างของซ่งไป่หลางหายไปจากจุดเดิมอย่างรวดเร็วด้วยเคล็ดย่างก้าวแปดบัวดารา ทว่าขณะที่กำลังหลบการโจมตีมู่เทียนหลงกลับสามารถระบุตำแหน่งของซ่งไป่หลางได้อย่างชัดเจน แท่งศิลาจำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นและไล่ตามบดขยี้ร่างของซ่งไป่หลางอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาให้พักหายใจแม้แต่น้อย

            อันใดกัน มู่เทียนหลงมองตามท่าย่างก้าวแปดบัวดาราของข้าทันรึซ่งไป่หลางตกตะลึงเล็กน้อย ที่ผ่านมาท่าเท้าย่างก้าวแปดบัวดารานี้สามารถใช้หลบหนีจากยอดฝีมือมาได้จำนวนมากหลายต่อหลายครั้ง ทว่าเวลานี้มันกลับดูไร้ซึ่งความหมายอย่างสิ้นเชิง แม้จะพยายามใช้การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนและสร้างร่างมายาจากภาพติดตาแต่มันกลับไร้ผล มู่เทียนหลงสามารถมองออกในทันทีและไล่โจมตีต่อเนื่องจนทำให้ซ่งไป่หลางไม่สามารถหยุดเท้าได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว

            ปล่อยให้ถูกต้อนฝ่ายเดียวไม่ได้ซ่งไป่หลางตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ร่างสูงทะยานเข้าหามู่เทียนหลงแทนที่จะหลบหนีไปรอบๆเหมือนคราแรก มู่เทียนหลงประกบฝ่ามือเข้าหากันแผ่นศิลาขนาดยักษ์ก็พลันปรากฏขึ้นขวางด้านหน้าของซ่งไป่หลางเอาไว้ นอกจากขัดขวางทิศทางการเคลื่อนไหวแล้วแผ่นศิลานี้ยังแฝงด้วยพลังลมปราณอันหนาแน่น หากปะทะเข้ากับแผ่นศิลาย่อมทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บเป็นแน่

            เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์สามชั้นฟ้า!!

          เปรี้ยง!! แผ่นศิลาด้านหน้าของซ่งไป่หลางแตกหักออกเป็นสองส่วนด้วยพลังของฝ่ามือบัวสวรรค์ อย่างไรก็ตามก่อนที่ซ่งไป่หลางจะได้พุ่งผ่านรอยแตกของแผ่นศิลา รอยแตกนั้นกลับสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่น่าตื่นตระหนก พริบตาเดียวร่างของซ่งไป่หลางกลับคล้ายถูกขังอยู่ในแผ่นศิลาของมู่เทียนหลง

            เปรี้ยง!! แผ่นศิลาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆอีกครั้งด้วยดาบที่หลอมสร้างขึ้นจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ซ่งไป่หลางรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อย หากมิใช่เพราะดาบวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์มีความแหลมคมมากเพียงพอเกรงว่ามันคงถูกผนึกเอาไว้ในแผ่นศิลาเป็นแน่

            นั่นคือดาบอันใดกันคิ้วของมู่เทียนหลงกระตุกด้วยความประหลาดใจ ที่ผ่านมาไม่ว่าเมื่อใดที่มันเริ่มใช้พลังสายโลหิตศิลามารบรรพกาลพลังธาตุปฐพีที่มันควบคุมจะแข็งแกร่งและทรงพลังจนผู้ที่มีระดับพลังใกล้เคียงกับมันไม่สามารถทำลายได้ หรือต่อให้เป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ไม่เลวก็ทำได้เพียงสร้างความเสียหายให้กับพลังธาตุปฐพีของมันเล็กน้อยเท่านั้น เช่นเดียวกับที่ซ่งไป่หลางใช้ฝ่ามือบัวสวรรค์ทำลายม่านศิลาสำเร็จ แต่เพียงพริบตาเดียวม่านศิลาก็ฟื้นสภาพกลับขึ้นมาอีกครั้ง

            อย่างไรก็ตามดาบวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์กลับส่งผลที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง แผ่นศิลาที่ถูกดาบวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ตัดผ่านนั้นไม่สามารถที่จะฟื้นฟูในระยะเวลาอันสั้น หากมู่เทียนหลงต้องการใช้วิธีเดิมเพื่อกักขังซ่งไป่หลางเอาไว้มันจะต้องสูญเสียพลังเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และสุดท้ายก็มีโอกาสที่แผ่นศิลาจะถูกตัดผ่าอีกครั้งเช่นกัน

            พลังโจมตีของศิลามารบรรพกาลไม่รุนแรงเหมือนกับเพลิงมารบรรพกาล แต่จุดเด่นอยู่ที่พลังป้องกัน ความแข็งแกร่งและการสัมผัสสินะ บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่มู่เทียนหลงสามารถระบุตำแหน่งที่แท้จริงของข้าได้ตลอดเวลา

          ซ่งไป่หลางตระหนักได้ถึงคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของพลังธาตุปฐพีในที่สุด เมื่อเทียบกับธาตุอื่นๆพลังธาตุปฐพีนั้นเชื่อมต่อผสมผสานเป็นหนึ่งเดียว ยอดฝีมือที่ใช้พลังธาตุปฐพีสามารถที่จะสามารถแผ่ประสาทสัมผัสของมันเป็นหนึ่งเดียวกับผืนปฐพีได้ ดังนั้นตราบใดที่ซ่งไป่หลางยังเคลื่อนไหวอยู่บนพื้นดินย่อมไม่สามารถหลบหนีการตรวจจับของมู่เทียนหลงได้เป็นแน่

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #298 dfrdz007 (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 18:32
    thank u
    #298
    0
  2. #297 มนุษย์ร่ม (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 09:41
    กลับมาแล้ว เย้เย้เย้ สนุกมากๆ ครับ
    #297
    0