God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15 มุ่งหน้าสู่ตระกูลซ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 560 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                สามหาว

                โอหังยิ่งนัก!!” เหล่าผู้ติดตามของซ่งเจียหลานต่างร้องตะโกนออกมา เห็นได้ชัดว่าซ่งไป่หลางไม่ได้หมายความตามที่พูด เขาเพียงแค่ไม่คิดว่าตนเองจำเป็นต้องพึ่งพาซ่งเจียหลานเท่านั้น

                สีหน้าของซ่งเจียหลานจากเฉยชาแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธ ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยถูกปฏิเสธอย่างไร้ซึ่งความเคารพเช่นนี้ โดยเฉพาะจากคนในตระกูลซ่งที่ต่างมองนางเป็นความหวังและอนาคตของตระกูล นางยิ่งได้รับความเคารพและยกย่องอยู่เหนือผู้ใด

                ทว่าวันนี้นางกลับถูกเด็กน้อยที่เคยเป็นเพียงขยะของตระกูลปฏิบัติตัวเช่นนี้ใส่ นี่ทำให้ความอับอายกลายเป็นความโกรธแค้น

                ดี ดี ดีมาก ซ่งไป่หลาง ในเมื่อเจ้าไม่ไว้หน้าข้า ข้าก็จะไม่เมตตาต่อเจ้าเช่นกัน

                ผู้ติดตามของซ่งเจียหลานเห็นนางระเบิดอารมณ์ออกมาก็ไม่รอช้าทะยานร่างเข้าโจมตีประตูเรือนพักของซ่งไป่หลางหมายจะเอาใจนางโดยการซัดซ่งไป่หลางให้หมดสภาพ

                เปรี้ยง!! “อั่ก

                ร่างของมันถูกดีดกระเด็นออกมาอย่างรุนแรงโดยไม่ทันได้สัมผัสแม้แต่ประตูเรือน แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บมากนักทว่าความอับอายที่เกิดขึ้นทำให้มันทำสิ่งใดนอกจากพยายามกู้หน้าของตัวเองกลับมา

                ซ่งไป่หลาง เจ้าไร้ยางอายลอบทำร้ายข้า มันคำรามออกมาก่อนจะทะยานร่างเข้าหาประตูเรือนของซ่งไป่หลางอีกครั้งพร้อมกับชักดาบออกมาและฟาดฟันเข้าใส่เรือนพักของซ่งไป่หลางอย่างเกรี้ยวกราด

                น่ารำคาญนัก ซ่งไป่หลางแค่นเสียงเปิดประตูเรือนออกมาอีกครั้งก่อนจะสะบัดมือใส่อีกฝ่าย

                เปรี้ยง!! วิชาดาบตัดบุปผาอันเป็นวิชาระดับสูงกลับถูกดีดจนกระเด็นด้วยม่านพลังขนาดเล็กเท่ากับหนึ่งฝ่ามือ ชายผู้นั้นตกตะลึงจนพูดไม่ออก ดาบเมื่อครู่มันทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีตั้งใจที่จะทำลายเรือนพักอาศัยของซ่งไป่หลางให้สิ้นซากแต่กลับพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ซ่งไป่หลางดูจะลงมืออย่างสบายๆใช้พลังไม่ถึงห้าส่วนเสียด้วยซ้ำ

                พลังระดับแปดก่อกำเนิดกลับรับมือระดับเก้าก่อกำเนิดโดยง่าย บรรดาผู้ติดตามของซ่งเจียหลานรู้สึกตื่นตะลึง

                ไป่หลาง ข้าจะทำเป็นลืมเรื่องที่เจ้ากล้าอวดดีต่อหน้าข้า จงคุกเข่าคำนับขอขมาข้าซะ ซ่งเจียหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

                ไร้สาระ ข้าไม่เคยให้ของขวัญกับเจ้า ทั้งยังไม่ต้องการความช่วยเหลือของเจ้าด้วย ซ่งไป่หลางแค่นเสียงหัวเราะ

                ซ่งเจียหลานตื่นตะลึงกับท่าทีของอีกฝ่าย เดิมทีเรื่องนี้ก็เป็นเพียงความเข้าใจผิดของนางเท่านั้น เพราะผลวิญญาณสีแดงที่ซ่งไป่หลางมอบให้แก่ตระกูล หากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว นั่นก็เท่ากับการมอบให้อัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างนาง ซ่งเจียหลานเดิมทีไม่ใส่ใจซ่งไป่หลางมากนัก แต่ด้วยคิดว่าซ่งไป่หลางจงใจมอบผลวิญญาณให้นางผ่านตระกูลจึงทำให้นางคิดว่าซ่งไป่หลางต้องการผูกมิตรกับตน

                ดีมาก เจ้าคิดว่าตัวเองมีผู้อาวุโสจางอยู่เบื้องหลังแล้วจะไม่เห็นหัวข้าได้สินะ ข้าจะแสดงให้เจ้าได้รู้ความแตกต่างระหว่างเจ้ากับข้า ซ่งเจียหลานหัวเราะอย่างเย็นชา

                พลังระดับหนึ่งเที่ยงแท้ ซ่งไป่หลางมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย หากต้องเผชิญหน้ากับผู้มีพลังก่อกำเนิดขั้นสูงสุดถึงขนาดครึ่งก้าวสู่เที่ยงแท้เขาก็ไม่หวาดกลัว แต่ระดับเที่ยงแท้นั้นต่างออกไป

                นางมีพลังธาตุในตัวสองธาตุ แม้จะไม่ใช่อัจฉริยะที่เก่งกาจเท่าฉินจีแต่ก็ไม่อาจประมาทได้เด็ดขาด เซี่ยหยางเอ่ยเตือน

                อาจารย์ เท่าที่ข้าได้ยินมาซ่งเจียหลานชำนาญวิชากระบี่ผสานพลังธาตุลม สามารถสร้างคลื่นกระบี่ที่สามารถตัดได้แม้แต่เหล็กกล้า ท่านคิดว่าวิชาม่านบัวสวรรค์ของข้าจะสามารถต้านทานพลังของนางได้หรือไม่ ซ่งไป่หลางถามอย่างไม่มั่นใจนัก

                มีกับไม่มีพลังธาตุนั้นให้ผลลัพธ์แตกต่างกันมาก ยิ่งนางมีเจตกระบี่ที่แหลมคมผสานกับพลังธาตุลมที่มีพลังในการตัดอันร้ายกาจ เกรงว่าม่านบัวสวรรค์ของเจ้าในเวลานี้จะยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับกระบี่ของนาง ทว่าข้าหมายถึงหากเจ้าใช้ม่านบัวสวรรค์เพียงชั้นเดียวเท่านั้น เซี่ยหยางตอบกลับ

                ซ่งไป่หลางพลันยิ้มออกมา หลังจากการฝึกฝนอย่างหนักเขาสามารถสร้างม่านบัวสวรรค์ซ้อนทับกันถึงสามชั้น ต่อให้กระบี่ของซ่งเจียหลานจะแหลมคมเพียงใดอย่างมากก็ทำได้แค่ทำลายม่านบัวสวรรค์ได้สักสองชั้นเท่านั้น

                ที่ต้องระวังคือความเร็วของนาง หากเจ้าป้องกันพลาดต่อให้ม่านบัวสวรรค์แข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์ เซี่ยหยางย้ำเตือน

                ซ่งเจียหลานพลันเคลื่อนไหวในที่สุด นางดึงกระบี่ออกมาแล้วแทงเข้าใส่ซ่งไป่หลางโดยไม่ใช้เคล็ดวิชาทั้งยังออมพลังไว้ถึงสี่ส่วน ซ่งไป่หลางดูออกว่าอีกฝ่ายต้องการหยั่งเชิงจึงแสร้งทำเป็นป้องกันสุดความสามารถ ใช้ม่านบัวสวรรค์ต้านทานกระบี่ของซ่งเจียหลานเต็มกำลัง

                กระบี่ของซ่งเจียหลานถูกปัดกระเด็นออก ใบหน้าเย็นชาของนางพลันเผยรอยยิ้มเล็กๆขึ้น

                เคล็ดวิชากระบี่บัวคลายจันทร์ขั้นที่สี่

                เดิมทีนางฝึกวิชากระบี่บัวคลายจันทร์ถึงเพียงระดับสาม แต่เมื่อครึ่งเดือนก่อนซ่งเจียหลานสามารถทำความเข้าใจจนบรรลุไปถึงระดับสี่ได้ พลังทำลายของวิชากระบี่ระดับสี่ที่ผสานเข้ากับพลังธาตุทำให้คลื่นกระบี่ของซ่งเจียหลานสามารถตัดได้แม้กระทั่งเหล็กอันแข็งแกร่ง

                เร็วจริงๆ ซ่งไป่หลางตกตะลึงกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นในชั่วพริบตาของอีกฝ่าย

                เคล็ดม่านบัวสวรรค์

                ม่านพลังสามชั้นปรากฏขึ้นขัดขวางคลื่นกระบี่ของซ่งเจียหลานเอาไว้ เสียงปะทะอันรุนแรงดังขึ้นสามครั้งซ้อนก่อนที่ม่านบัวสวรรค์จะสลายหายไป ซ่งไป่หลางสีหน้าแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาประมาทความเร็วของซ่งเจียหลานมากเกินไป ม่านบัวสวรรค์ที่ควรจะแข็งแกร่งกลับถูกสร้างขึ้นมาอย่างฉุกละหุกจนมีพลังไม่สมบูรณ์พอทำให้ไม่สามารถป้องกันพลังทำลายล้างของอีกฝ่ายได้หมดจด

                เคล็ดวาดบัวล้อมสระสวรรค์

                ในช่วงเวลาวิกฤติซ่งไป่หลางพลันฉายแสดงสัญชาตญาณอันยอดเยี่ยมออกมา เคล็ดวิชาสายอ่อนที่เขาลอกเลียนมาจากอู่ลี่ลี่ถูกพัฒนาผ่านความเข้าใจเคล็ดวิชาที่ผู้อาวุโสเฝ้าซากวิหารถ่ายทอดให้ทำให้วิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ของซ่งไป่หลางมีความสมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง

                เมื่อใช้ออกคลื่นกระบี่อันรุนแรงที่ยังหลงเหลือพลังทำลายอยู่ก็ถูกชักนำให้พลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดาย ซ่งเจียหลานตกตะลึงไปเล็กน้อยเพราะไม่นึกว่าซ่งไป่หลางจะเอาตัวรอดจากกระบี่ของตนได้จึงเสียจังหวะโจมตีต่อเนื่องได้แต่ถอยห่างออกไปตั้งหลักใหม่อีกครั้ง

                พลังก่อกำเนิดระดับแปดกลับรอดจากคลื่นกระบี่ที่เราทุ่มเทพลังถึงแปดส่วน ซ่งเจียหลานรู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก

                ศิษย์พี่ซ่งโปรดยั้งมือ น้ำเสียงหวานใสดังกังวานหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของทุกคน ซ่งเจียหลานตวัดสายตาไปมองผู้มาใหม่ก่อนจะแปรเปลี่ยนท่าที

                ศิษย์น้องฉิน ไม่สิ ตอนนี้เจ้าเป็นศิษย์หลักแล้ว ข้าไม่ควรเรียกเจ้าเช่นนี้อีก ซ่งเจียหลานถอนหายใจ

                ฉินจีเผยรอยยิ้มอ่อนหวาน ศิษย์พี่ซ่งอย่าเกรงใจข้าเลย แม้จะกลายเป็นศิษย์หลักแต่ข้ายังคงนับถือท่านดังเดิม เอ่ยจบนางก็กวาดตามองไปหาซ่งไป่หลาง ศิษย์พี่ซ่ง อย่าได้ถือโทษน้องไป่หลางเลย ท่านเองย่อมรู้จักเบื้องหลังของเขา การจะให้เขายอมรับตระกูลซ่งในเวลาสั้นๆนั้นยากเย็นยิ่งนัก

                ซ่งเจียหลานส่ายหน้า ศิษย์น้องฉิน ไป่หลางเป็นคนในตระกูลของข้า เดิมทีข้าคิดจะให้การคุ้มครองและช่วยเหลือแต่เขากลับปฏิเสธซ้ำยังวางตัวหยิ่งยโส อย่างไรเสียเขาก็ต้องเคารพข้าในฐานะพี่สาว หากเขาไม่เคารพข้าก็จะสั่งสอนเขา

                ต้องดูก่อนว่าเจ้ามีปัญญาสั่งสอนข้าจริงหรือไม่ ซ่งไป่หลางหัวเราะอย่างเย็นชา เขาตัดสินใจที่จะตัดสัมพันธ์ต่อตระกูลซ่งอย่างแน่นอนแล้ว แม้จะไม่ได้ประกาศกร้าวออกไปแต่เขาก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของตระกูล

                ข้ามีผู้อาวุโสจางอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งหากข้าโดดเด่นมากพอนิกายย่อมให้ความสำคัญ ต่อให้ตระกูลซ่งต้องการฉุดข้าก็ไม่มีทางทำได้เด็ดขาด

                ซ่งไป่หลาง เจ้าอาจจะยังไม่รู้ แต่ตอนนี้ซ่งชางหยางได้ถูกประมุขตระกูลลงโทษอย่างรุนแรง แม้แต่บิดาของเขายังได้รับผลกระทบไปไม่น้อย ส่วนบิดามารดาของเจ้าถูกจับกุมตัวเอาไว้ สาเหตุเพราะโทษที่พวกเขาปล่อยปละละเลยเจ้า ทั้งหมดนี้ประมุขตระกูลทำเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเจ้า นอกจากนี้ยังสั่งให้ข้าคอยช่วยเหลือเจ้าที่นิกายแห่งนี้ หรือเจ้าคิดจะปฏิเสธแม้แต่ความต้องการของท่านประมุข ซ่งเจียหลานเอ่ยออกมา

                บิดามารดาของข้า?” ซ่งไป่หลางสีหน้าแปรเปลี่ยน แม้จะเกลียดชังตระกูลเพียงใดแต่บิดามารดาก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระคุณ เหตุใดจึงต้องจับกุมตัวพวกเขาด้วย

                หึ เรียกว่าจับกุมอาจจะฟังดูร้ายแรงไปบ้าง พวกเขาเพียงมีโทษระดับหนึ่งเท่านั้นในฐานะที่ทำให้เจ้าต้องเผชิญความยากลำบาก ทว่านี่ก็เป็นเพียงปัญหาเล็กๆ แค่เจ้าพยักหน้าทีเดียวก็คลี่คลายได้แล้ว ซ่งไป่หลางข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ติดตามข้าแล้วข้าจะช่วยให้เจ้าได้เป็นมือขวาของข้า ในอนาคตตำแหน่งในตระกูลของเจ้าจะเป็นรองแค่ข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น ซ่งเจียหลานเอ่ย

                เรื่องของข้าและบิดามารดาไม่ต้องให้ผู้อื่นมายุ่งเกี่ยว เรื่องอนาคตของข้าข้าจะกำหนดเองเช่นกัน ท่านอยากจะทำอะไรก็เรื่องของท่านเถอะ ซ่งไป่หลางแค่นเสียงก่อนจะหมุนตัวแล้วก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

                ตระกูลซ่ง เป้าหมายของซ่งไป่หลางย่อมเป็นตระกูลซ่ง แม้ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะตัดความสัมพันธ์แต่อย่างไรตนก็ไม่ต้องการให้บิดามารดาต้องมาเดือดร้อนเช่นกัน

                ศิษย์น้องฉิน นี่เป็นเรื่องภายในตระกูล เจ้าอย่ามาก้าวก่ายจะดีกว่า วันนี้ข้าจะสั่งสอนซ่งไป่หลางให้รู้จักการเคารพญาติผู้พี่ของมัน ซ่งเจียหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ซ่งไป่หลางเมินเฉยและปฏิเสธนางครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้ขีดความอดทนของนางหมดสิ้น

                ศิษย์พี่ซ่ง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นศิษย์น้องของข้า อีกทั้งระดับพลังของท่านสูงส่งกว่าเขามากนัก หากลงมือต่อเขาก็เท่ากับรังแกคนอ่อนแอ ข้าคงไม่อาจทนอยู่เฉยได้ ฉินจีตอบกลับด้วยรอยยิ้มหากแต่ดวงตาแฝงด้วยแววเคร่งขรึมจริงจัง

                ซ่งเจียหลานนึกไม่ถึงว่าฉินจีจะหนุนหลังซ่งไป่หลางอย่างเต็มที่ถึงขนาดนี้ เปรียบเทียบกันแล้วนางย่อมไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้กับฉินจีได้ ดังนั้นซ่งเจียหลานได้แต่ยอมแพ้ ย่อมได้ วันนี้ข้าจะปล่อยมันเอาไว้ก่อน ฉินจีเจ้าจะปกป้องมันเอาไว้ได้นานสักแค่ไหนกันเชียว

                ถึงจะจัดการด้วยตัวเองไม่ได้ก็ช่าง หากข้าคิดไม่ผิดมันจะต้องกลับไปที่ตระกูลเพื่อสะสางเรื่องบิดามารดาแน่นอน ขอให้ผู้อาวุโสชุนสั่งสอนมันแทนก็แล้วกัน

                ซ่งชุนเป็นผู้อาวุโสที่มีความสนิทสนมกับบิดาของนางและยังเอ็นดูนางไม่ต่างจากลูกแท้ๆ ดังนั้นขอเพียงนางขอร้องถึงแม้เรื่องนี้อาจทำให้เขาต้องเดือดร้อนทีหลัง ซ่งชุนย่อมไม่ปฏิเสธ

                ด้วยระดับพลังขั้นสองเที่ยงแท้ของซ่งชุน ซ่งไป่หลางย่อมไม่อาจต้านทานได้

                เจ้าหนู แน่ใจแล้วรึที่จะกลับไปยังตระกูลของเจ้าตอนนี้ ถึงแม้ด้วยการสร้างฐานรากศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ความแข็งแกร่งของเจ้าทัดเทียมกับผู้มีพลังระดับหนึ่งเที่ยงแท้แล้ว แต่หากเป็นขั้นสูงกว่านั้นเกรงว่าคงยากที่จะเอาตัวรอดได้ เซี่ยหยางเอ่ยถาม

                อาจารย์ ถึงแม้ข้าจะไม่ได้มีความผูกพันกับพวกเขามากนัก ถึงอย่างไรพวกเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นบิดามารดาของข้า ดังนั้นข้าย่อมไม่อาจอยู่เฉยได้ ซ่งไป่หลางถอนหายใจ

                เอาเถอะ ทำในสิ่งที่เจ้าต้องการย่อมดีที่สุด เซี่ยหยางถอนหายใจ

                อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ไป่หลางมีพลังอยู่ในระดับแปดก่อกำเนิด เมื่อรวมกับความบริสุทธิ์ของพลังและฐานรากศักดิ์สิทธิ์ ขอเพียงไม่ใช่ระดับสามเที่ยงแท้ขึ้นไปคงยากที่จะสังหารไป่หลางได้ ทว่าในระดับเที่ยงแท้ขึ้นไปเจ้าหนูก็เอาชนะได้ยากเช่นกัน

                เซี่ยหยางเตรียมพร้อมตลอดเวลา หากซ่งไป่หลางมีท่าทีว่าจะตกอยู่ในอันตราย ครานี้มันคงต้องยื่นมือช่วยเหลือ

                การเดินทางไปยังตระกูลซ่งนั้นใช้เวลาไม่มากสำหรับซ่งไป่หลางในเวลานี้ ความเร็วของเขาถือได้ว่าเท่าเทียมกับคนที่มีพลังระดับหนึ่งเที่ยงแท้

                ทว่าเพราะซ่งไป่หลางนั้นมีตัวตนที่แสนจะอ่อนแอและไร้ประโยชน์สำหรับตระกูลในอดีต ดังนั้นเขาจึงแทบไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แม้แต่คนรับใช้ที่เฝ้าหน้าประตูยังไม่ยอมให้ซ่งไป่หลางเข้าไปด้านใน

                ที่นี่คือเขตหลักของตระกูลซ่ง คนนอกห้ามเข้า ผู้รับใช้เอ่ย

                ซ่งไป่หลางขมวดคิ้ว ข้าคือคนตระกูลซ่ง เปิดทาง

                ผู้รับใช้มีสีหน้าประหลาดใจ ในฐานะที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเขตตระกูลซ่งมาอย่างยาวนาน เหตุใดเขาจึงไม่รู้จักคนผู้นี้ ขออภัย แต่ข้าไม่รู้จักท่าน ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าท่านเป็นคนตระกูลซ่งจริง

                ชื่อของข้าคือซ่งไป่หลาง ไปตามซ่งชางหยางให้มายืนยันตัวตนของข้า ซ่งชงหยางยังไม่ได้กลับไปที่นิกาย หนึ่งเพราะต้องการรักษาอาการบาดเจ็บและรอรับอาวุธชิ้นใหม่จากบิดา สองคือถูกทำโทษจากผู้นำตระกูลจึงทำให้ต้องถูกจำกัดบริเวณเอาไว้ในเขตอาศัย

                เมื่อได้ยินชื่อของซ่งไป่หลาง ผู้รับใช้ของตระกูลซ่งหันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ตอนนี้ชื่อเสียงของซ่งไป่หลางโด่งดังไปทั่วตระกูล ทว่าคนที่รู้จักตัวตนของซ่งไป่หลางจริงๆกลับมีไม่มากนัก

                นายน้อย รอสักครู่หนึ่ง ถึงจะเกรงกลัวชื่อเสียงของซ่งไป่หลางแต่ผู้รับใช้ที่เฝ้าประตูไม่กล้าปล่อยให้เขาผ่านเข้าไปได้ตราบใดที่ยังไม่มีการยืนยันตัวตน ดังนั้นหนึ่งในสองคนรับใช้จึงรีบวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อไปรายงานเรื่องนี้ต่อผู้นำตระกูล

                ซ่งไป่หลางกลับมาที่นี่ ข่าวสารยังไม่ทันถึงหูของซ่งหงเฉินที่เป็นผู้นำ ซ่งจวินกลับเป็นคนแรกที่ได้รับข่าวสารก่อนใคร ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ความแค้นที่ซ่งไป่หลางกระทำต่อซ่งชางหยางนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะรับได้ อีกทั้งตัวตนของซ่งไป่หลางยิ่งทำให้บุตรชายของเขาถูกลดความสำคัญจากตระกูลลง

                ข้าจะต้องไปสั่งสอนมันสักเล็กน้อย แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีผู้อาวุโสจางหนุนหลังอยู่แล้วอย่างไรเล่า ซ่งจวินไม่เชื่อว่าผู้อาวุโสจางจะให้ความสำคัญกับซ่งไป่หลางมากนัก อย่างมากก็เพียงแค่สนใจในตัวเขาเท่านั้น ขอเพียงไม่ลงมือหนักหน่วงเกินไปมีหรือผู้อาวุโสจางจะออกหน้าเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง

                ท่านพี่คิดจะทำอะไรหรือ ขณะที่ซ่งจวินกำลังจะก้าวเท้าออกจากเรือนของตน ร่างหนึ่งกลับปรากฏขึ้นขวางทางเขาเอาไว้ รอยยิ้มของผู้มาทำให้ซ่งจวินเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและสงสัย

                ซ่งหมิง ข้าจะทำสิ่งใดมีหน้าที่ต้องรายงานเจ้าก่อนรึ เขาถลึงตาใส่น้องชายของตน ซ่งหมิงดูจะต้องการขัดขวางความสุขของผู้คนเสียจริง

                หึหึ ท่านพี่คิดว่าข้าไม่รู้หรือ ท่านต้องการเล่นงานไป่หลางสินะ ถึงเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ลูกชายของท่านและข้าแต่อย่างน้อยเขาก็เป็นตระกูลซ่งคนหนึ่ง เด็กที่มีพรสวรรค์ของตระกูลสมควรได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด ท่านย่อมรู้ดี

                แท้จริงแล้วซ่งหมิงต้องการสิ่งใดกันแน่ หรือมันอยากให้ซ่งไป่หลางติดค้างบุญคุณเพื่อผลประโยชน์ในอนาคต เรื่องนี้มีความเป็นไปได้หลายส่วน ต้องรู้ว่าสถานภาพของซ่งไป่หลางในตระกูลนั้นย่ำแย่อย่างมาก แม้แต่บิดามารดาแท้ๆยังไม่คิดสนใจ หากซ่งหมิงสวมบทผู้อาวุโสใจดีมีเมตตาสร้างบุญคุณต่อเขาอาจทำให้ในอนาคตซ่งไป่หลางช่วยสนับสนุนซ่งหมิงอย่างเต็มที่ ตำแหน่งผู้นำตระกูลที่เดิมทีเป็นการแข่งขันระหว่างซ่งเจี่ยและซ่งจวินก็เท่ากับมีคู่แข่งที่น่ากลัวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน

                ซ่งจวินแค่นเสียงออกมา ซ่งไป่หลางทำร้ายลูกชายข้าจนสาหัส ข้าเพียงแค่ต้องการสั่งสอนเขาเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าคงไม่คิดขัดขวางข้า?”

                แน่นอนว่าข้าจะขัดขวางท่าน เด็กทั้งสองประลองกันมีบาดเจ็บย่อมเป็นเรื่องปกติ หากเป็นฝ่ายไป่หลางที่บาดเจ็บท่านคิดจะชดเชยให้เขาหรือไม่ หึ ท่านพี่ ข้าไม่ปล่อยให้ท่านได้ทำร้ายเด็กคนนี้แน่นอน

                คิดว่าสู้ข้าได้งั้นรึ ซ่งจวินหัวเราะอย่างเยือกเย็น นอกจากซ่งเจี่ยกับบิดาของเขาซ่งหงเฉินแล้วซ่งจวินไม่เกรงกลัวผู้ใดทั้งสิ้น

                ซ่งหมิงเพียงแย้มยิ้มไม่โต้ตอบ

                ข้าควรจะหยั่งเชิงมันเสียก่อน ซ่งจวินไม่แน่ใจว่าระดับพลังของซ่งหมิงสูงขึ้นแล้วหรือไม่ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

                เคล็ดวิชาหมัดตระกูลซ่ง ระดับหก

                ซ่งจวินส่งหมัดอันรุนแรงของตนออกไป พลังหมัดนี้นับว่ารุนแรงระดับหนึ่งเพราะซ่งจวินชำนาญเพลงหมัดตระกูลซ่งถึงระดับหก แม้จะเป็นเพียงวิชาระดับกลางแต่พลังทำลายของมันเทียบเท่าวิชาระดับสูง

                คิดหยั่งเชิงข้า?’ ซ่งหมิงคิดในใจอย่างดูแคลน ซ่งจวินจงใจใช้เพียงวิชาระดับกลาง คิดหรือว่าแค่นี้จะทำให้รู้ความสามารถของเขา

                เคล็ดวิชาหมัดตระกูลซ่ง ระดับหก

                เปรี้ยง!! หมัดของทั้งสองปะทะกัน ซ่งจวินชะงักก่อนจะก้าวถอยหลังไปหลายก้าว คิ้วขมวดเข้าหากันขณะมองร่างของฝ่ายตรงข้าม ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ซ่งหมิงฝึกเพลงหมัดตระกูลซ่งถึงระดับหก พลังหมัดไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าแม้แต่น้อย ถึงข้าจะออมพลังไว้หลายส่วนแต่มีความเป็นไปได้ที่เขาจะอยู่ระดับสามเที่ยงแท้เท่ากับข้า

                ท่านพี่ เลิกหยั่งเชิงข้าเถอะ หากท่านไม่เอาจริงก็อย่าหวังจะผ่านข้าไปได้ ซ่งหมิงเอ่ยอย่างเยือกเย็น

                ซ่งจวินหัวเราะ ย่อมได้ หากเจ้าคิดจะขวางทางข้าจนถึงที่สุด ก็จงอย่าเสียใจภายหลัง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 560 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #102 yukai (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 20:50

    ขอบคุณ
    #102
    0