God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 156 : ตอนที่ 148 คนที่ไม่คู่ควร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    22 ก.ย. 63

                นับว่าซ่งไป่หลางประเมินศักยภาพของอัจฉริยะจากวังจักรพรรดิมารอัคคีต่ำเกินไป แม้ระดับพลังของพวกมันจะอยู่ที่ขั้นราชันยุทธ์เสียส่วนใหญ่ทว่าจุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของพวกมันก็คือความเชี่ยวชาญพลังธาตุอัคคี

            เบื้องหน้าของซ่งไป่หลาง ชายผู้หนึ่งสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนที่จะระเบิดพลังลมปราณอัคคีอันร้อนแรงออกมา พริบตาเดียวที่เท้าทั้งสองข้างของมันก็อัดแน่นด้วยพลังธาตุอัคคีก่อนที่ระเบิดออกส่งร่างของมันลอยไปบนอากาศพุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง

            เฮอะ ท่าเท้าอัคคีทะยาน เป็นวิธีผ่านด่านแบบสามัญของด่านนี้อยู่แล้วคนจำนวนมากต่างแค่นเสียงก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวในท่าทางลักษณะเดียวกัน เห็นได้ชัดว่าข้อมูลของด่านทดสอบนี้มิใช่ความลับอันใด คนที่เคยเข้าร่วมย่อมนำเรื่องราวมาแบ่งปันให้กับชนรุ่นหลัง วิธีที่ง่ายที่สุดในการสอบผ่านด่านแรกก็คือพุ่งไปโดยมิสัมผัสกับแม่น้ำลาวาที่ร้อนระอุนั้น

            ท่าเท้าอัคคีทะยานเป็นการใช้พลังธาตุอัคคีผลักดันร่างของตนเองให้พุ่งไปด้านหน้าและสามารถเคลื่อนไหวกลางอากาศได้ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ข้อเสียของมันก็คือมันเป็นกระบวนท่าที่ควบคุมยากมาก โดยเฉพาะการข้ามผ่านแม่น้ำลาวาที่มีเปลวไฟพุ่งปะทุขึ้นจากด้านล่างตลอดเวลา หากพลาดท่าพุ่งเข้าชนกับเสาอัคคีที่พวยพุ่งขึ้นมาก็มีโอกาสเสียหลักพลัดตกจมลงไปในแม่น้ำลาวาได้ตลอดเวลา

            ซ่งไป่หลางมิได้สนใจคนเหล่านั้นมากนัก เพียงมองจ้องไปที่มู่เทียนหลงผู้นั้น จากข้อมูลที่องครักษ์หยุนเล่าให้ฟังดูเหมือนว่ามู่เทียนหลงจะมิได้มีพรสวรรค์ด้านพลังธาตุอัคคีมากนักแต่กลับเชี่ยวชาญพลังธาตุปฐพีเป็นหลัก นี่ทำให้มันค่อนข้างแปลกแยกเมื่อเทียบกับผู้อื่นในวังจักรพรรดิมารอัคคี

            มู่เทียนหลงสูดหายใจรวบรวมพลังลมปราณก่อนที่มันจะวาดมือออกไปด้านหน้า ทันใดนั้นผืนดินก็พลันสั่นไหวและพื้นดินได้ผุดขึ้นมาจากแม่น้ำลาวาอันร้อนระอุกลายเป็นเส้นทางเส้นเล็กเบื้องหน้าของมัน

            มู่เทียนหลงมิใส่ใจว่าจะมีผู้ใดใช้ประโยชน์จากพลังของตนหรือไม่ มันเพียงใช้เส้นทางที่สร้างขึ้นมุ่งตรงไปด้านหน้าเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางชื่นชมอีกฝ่ายในใจ เห็นได้ชัดว่าพลังของมู่เทียนหลงมิใช่ระดับธรรมดาสามัญดั่งที่หลายคนคิด การที่มันสามารถสร้างเส้นทางที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำลาวานี้ได้ต้องใช้พลังไม่น้อยเลยทีเดียว

            ขณะที่ซ่งไป่หลางกำลังจะใช้ประโยชน์จากเส้นทางของมู่เทียนหลงกลับมีใครบางคนพุ่งตัดหน้าผ่านมันไปก่อน ทั้งยังใช้พลังธาตุอัคคีของมันบดทำลายเส้นทางของมู่เทียนหลงทิ้งจนหมดสิ้นไม่ปล่อยให้ผู้อื่นสามารถติดตามไปโดยง่าย ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย มันจำได้ว่าองครักษ์หยุนเคยอธิบายถึงชายผู้นี้ว่าเป็นคนที่มีโอกาสจะได้รับอันดับหนึ่งในการทดสอบครั้งนี้ มันก็คือฟ่านหลี่ เป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นผู้หนึ่งในบรรดาคนรุ่นเดียวกัน

            ฟ่านหลี่ผู้นี้ไม่เพียงมีพรสวรรค์โดดเด่นและมีระดับพลังสูงถึงระดับราชันยุทธ์ขั้นสิบ มันยังมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองและเจ้าเล่ห์อีกด้วย องครักษ์หยุนยังจงใจให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าฟ่านหลี่ผู้นี้มีความสนใจต่อซ่งหงเสวี่ยถึงขั้นเคยพยายามให้ผู้อาวุโสของตระกูลฟ่านมาสู่ขอนางจากจักรพรรดิมารอัคคี เวลานั้นจักรพรรดิมารอัคคีได้เต็มไปด้วยโทสะทั้งด่าทอตระกูลฟ่านและเหยียดหยามฟ่านหลี่อย่างหนักทำให้ฟ่านหลี่เสื่อมเสียเกียรติอย่างมาก

            จวินเฟิงซื่อเทียนได้เอ่ยว่า มิใช่ว่าตระกูลของพวกเจ้าไม่คู่ควร แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็ล้วนไม่คู่ควรกับบุตรสาวของข้าทั้งนั้น

            แน่นอนว่านี่เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบที่มาจากอาการหวงลูกสาวเกินเหตุของจวินเฟิงซื่อเทียนเท่านั้น มิใช่ว่าฟ่านหลี่มิคู่ควรกับซ่งหงเสวี่ย อันที่จริงตระกูลฟ่านก็นับว่าเป็นตระกูลชั้นสูง ผู้อาวุโสฟ่านเป็นถึงยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิฟ้าที่ใกล้จะบรรลุขั้นอนุเซียนเต็มที ทั้งยังมีผลงานรับใช้วังจักรพรรดิมารอัคคีมายาวนาน ฟ่านหลี่เป็นอัฉริยะที่โดดเด่นและมีโอกาสกลายเป็นอนุเซียนเช่นกัน มันจะไม่คู่ควรได้อย่างไร

            ฟ่านหลี่ไม่อาจยอมรับความอัปยศนี้ได้มันจึงตั้งเป้าที่จะคว้าตำแหน่งอ๋องมารมา จากนั้นจึงจะใช้ตำแหน่งอันสูงส่งนี้เพื่อสู่ขอซ่งหงเสวี่ยอีกครั้ง นึกไม่ถึงหญิงสาวผู้สูงส่งและเยือกเย็นกลับแสดงความสนิทสนมกับชายแปลกหน้าที่มาจากหมู่บ้านชายขอบผู้หนึ่ง ทั้งที่เป็นเพียงชายสามัญและมิได้มีความโดดเด่นอันใด

            ฟ่านหลี่รู้สึกถึงภัยคุกคามที่เกิดจากมู่เทียนหลง ดังนั้นจึงไม่ลังเลที่จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับชายผู้นี้ หลังจากที่มู่เทียนหลงใช้พลังธาตุปฐพีสร้างเส้นทางและกำลังมุ่งตรงไปด้านหน้า ฟ่านหลี่ก็ได้ใช้ความเร็วที่เหนือกว่าพุ่งไปด้านหน้ามันแล้วบดทำลายเส้นทางของมันทิ้งอย่างไร้ความปราณี

            มู่เทียนหลงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจแต่มันมิได้สูญเสียสมาธิเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่เส้นทางถูกทำลายมันก็ได้ใช้พลังธาตุปฐพีสร้างแท่นหินขึ้นมาจำนวนมากรอบตัวและใช้แท่นหินเหล่านั้นแทนแท่นเหยียบดีดทะยานร่างไปมาท่ามกลางแม่น้ำลาวาอันร้อนระอุ

            คนจำนวนมากต่างสบถด่าฟ่านหลี่ที่จงใจทำลายเส้นทางของมู่เทียนหลงทำให้พวกมันไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ดั่งที่หวัง ซ่งไป่หลางที่ยังยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นมองร่างของฟ่านหลี่ด้วยสายตาเย็นชา คนเช่นนี้น่ะหรือปรารถนาที่จะได้แต่งงานกับน้องสาวของมัน เฮอะ ข้ามศพข้าไปให้ได้เสียก่อน

            ซ่งไป่หลางมิสนใจผู้คนที่ยังรั้งรออยู่ที่จุดเริ่มต้นอีกต่อไปกลับทะยานร่างดิ่งลงไปในแม่น้ำลาวาท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนจำนวนมาก

            นี่.. ญาติขององครักษ์หยุนต้องการปลิดชีพตัวเองอย่างนั้นหรือ กระทั่งราชันยุทธ์ขั้นสิบก็ยังไม่กล้าแช่ตัวลงไปในลาวานั่นโดยตรง

            เฮอะๆ โง่เขลาเสียจริง ถ้าลาวานี่เป็นเพียงแค่น้ำอุ่นสำหรับผู้มีพลังขั้นรวมวิญญาณเช่นนั้นมันก็ไม่ควรจะเป็นบททดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารแล้ว ไม่ว่าใครก็ล้วนผ่านไปได้ง่ายๆทั้งนั้นหลายคนต่างวิจารณ์ออกมาด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

            ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมาพวกมันก็ต้องเงียบเสียงพร้อมกับอ้าปากค้างเผยสีหน้าตื่นตะลึง ร่างที่จมดิ่งลงในแม่น้ำลาวาเวลานี้กลับทำตัวราวกับมัจฉาตัวหนึ่งที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำลาวาอย่างเชื่องช้าสบายอารมณ์ ซ่งไป่หลางผุดศีรษะขึ้นมาด้านบนเป็นระยะเพื่อกักเก็บลมหายใจควบคุมพลังลมปราณจากนั้นก็มุดลงไปใต้แม่น้ำลาวาอีกครั้งแล้วแหวกว่ายไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง

           

            ภายในท้องพระโรงของวังจักรพรรดิมารอัคคี จวินเฟิงซื่อเทียน ซ่งหงเสวี่ยและสี่องครักษ์กำลังรับชมการทดสอบด้วยสมบัติวิเศษนัยน์ตาอัคคี สมบัติระดับสวรรค์ที่สามารถถ่ายทอดภาพจากสถานที่หนึ่งมายังอีกสถานที่หนึ่งได้

            จวินเฟิงซื่อเทียนลอบหัวเราะเบาๆ สมแล้วที่เป็นศิษย์ของมารเซี่ยผู้นั้นทั้งยังมีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์อยู่ในร่าง แม้ว่าแม่น้ำลาวานั้นจะร้อนระอุเพียงใดแต่มันก็มิอาจเทียบเคียงกับพลังเพลิงมารบรรพกาลเป็นแน่ ซ่งไป่หลางมีวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถต้านทานพลังเพลิงมารบรรพกาลอยู่ในร่าง ยังมีอันใดต้องกลัวลาวาอุ่นๆเหล่านี้อีก

            ซ่งหงเสวี่ยขมวดคิ้วใช้ดวงตาที่เฉียบคมของนางมองร่างของชายปริศนาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำลาวา ในคราแรกนางมัวแต่ให้ความกังวลและสนใจเกี่ยวกับมู่เทียนหลงสหายของนางจึงมิได้ใส่ใจญาติขององครักษ์หยุนผู้นี้นัก ทว่าเมื่อภาพของนัยน์ตาอัคคีจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของหยุนหลางผู้นี้นางก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติในทันที

            ซ่งหงเสวี่ยมิใช่คนโง่ ก่อนหน้านี้นางต้องการเรียกพี่ชายที่เก็บตัวในตำหนักเพลิงเมฆาให้มาร่วมรับชมแต่กลับถูกองครักษ์หยุนห้ามเอาไว้และระบุว่าซ่งไป่หลางกำลังอยู่ในขั้นตอนหลอมโอสถสำคัญ เมื่อนางพิจารณาเกี่ยวกับบุคลิกและรูปร่างของหยุนหลางผู้นี้ก็พบว่าคล้ายกับพี่ชายของนางยิ่งนัก ยังมีเรื่องระดับพลังของมันที่อยู่เพียงขั้นสามระดับรวมวิญญาณ รวมกับการที่มันสามารถทนต่อความร้อนของแม่น้ำลาวาได้ ซ่งหงเสวี่ยแทบจะยืนยันได้ทันทีว่าหยุนหลางผู้นี้ก็คือพี่ชายของนางอย่างแน่นอน

            องครักษ์หยุน ท่านว่าหยุนหลางผู้นั้นเป็นญาติห่างๆของท่าน แต่เหตุใดข้ากลับรู้สึกคุ้นเคยกับมันนัก หรือบางทีข้าอาจจะเคยพบกับญาติของท่านมาก่อนซ่งหงเสวี่ยเอ่ยถามออกมาทันที

            หยุนฟู่เผยยิ้มอบอุ่น คุณหนูคิดมากเกินไปแล้ว หยุนหลางเพิ่งจะมาถึงวังจักรพรรดิอัคคีได้ไม่นาน ย่อมไม่เคยพบเจอกับท่านมาก่อน

            องครักษ์หยุน ญาติห่างๆของท่านผู้นี้ช่างน่าสนใจนัก มีพลังเพียงระดับรวมวิญญาณเท่านั้นแต่กลับทนต่อความร้อนของแม่น้ำลาวานั้นได้ การที่ท่านกล้ารับรองสถานะแก่มันรวมถึงการที่ท่านพ่อยินยอมให้เพิ่มรายชื่อของมันเข้าร่วมการทดสอบอย่างกระทันหัน ทำให้ข้าอดคิดไม่ได้ว่าคนผู้นี้อาจจะมีความพิเศษบางอย่างซ่งหงเสวี่ยไม่ยอมแพ้

            คุณหนู…” ขณะที่หยุนฟู่กำลังจะอธิบายต่อเสียงของจวินเฟิงซื่อเทียนก็ดังขึ้นเสียก่อน

            พอแล้วหยุนฟู่ ในเมื่อเสวี่ยเอ๋อรู้แล้วก็ช่างเถอะ เสวี่ยเอ๋อเจ้าคิดถูกแล้ว หยุนหลางนั่นก็คือพี่ชายของเจ้าซ่งไป่หลาง

            พวกท่านกำลังทำสิ่งใดกันซ่งหงเสวี่ยรู้สึกโกรธเล็กน้อย ทั้งบิดาบุญธรรมและองครักษ์หยุนต่างทำเรื่องนี้ลับหลังนาง ยังมีพี่ชายของนางที่ยอมให้ความร่วมมือโดยไม่บอกนางแม้แต่น้อย

            พี่ชายของเจ้าก็แค่อยากร่วมสนุกเล็กน้อยเท่านั้น ยังไงซะตำแหน่งอ๋องมารก็มิได้สำคัญอันใดสำหรับมันจวินเฟิงซื่อเทียนตอบโดยไม่ยอมบอกเหตุผลที่แท้จริง

            นิสัยรักความสนุกและตื่นเต้นท้าทายนั้นเป็นพื้นฐานของชายหนุ่มทั่วไป ดังนั้นข้ออ้างนี้จึงมิได้ฟังดูแปลกประหลาดมากนัก อย่างไรก็ตามซ่งหงเสวี่ยยังเชื่อว่ามันต้องมีเหตุผลมากกว่านี้ซ่อนอยู่ หากเพียงแค่ต้องการเล่นสนุกเหตุใดซ่งไป่หลางรวมถึงบิดาบุญธรรมต้องปกปิดเรื่องนี้แก่นางก่อนหน้า

            พวกท่านบอกข้าตามตรง เหตุใดจึงต้องส่งพี่ชายเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ซ่งหงเสวี่ยเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง นางมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับมู่เทียนหลงสหายของนาง

            อ้า ก็ได้ๆ ข้าจะบอกเจ้าจวินเฟิงซื่อเทียนตระหนักได้ว่าบุตรสาวบุญธรรมของมันเข้าใกล้เป้าหมายที่แท้จริงของมันไปทุกที ดังนั้นจึงตัดสินใจโยนไพ่ใบสุดท้ายออกมา ก็แค่ว่าวันก่อนองครักษ์หยุนได้เล่าถึงการทดสอบนี้รวมถึงเล่าเรื่องของฟ่านหลี่ผู้นั้นไปด้วย เมื่อได้ยินว่าฟ่านหลี่กล้าพยายามที่จะสู่ขอเจ้ารวมถึงได้รู้จักนิสัยอวดดีของมันพี่ชายของเจ้าก็เกิดโทสะขึ้นมา เอ่ยปากว่าจะไปสั่งสอนมันด้วยตนเอง ดังนั้นข้าและองครักษ์หยุนจึงช่วยเหลือให้มันได้เข้าร่วมทดสอบครั้งนี้เพื่อไปสั่งสอนเจ้านั่นก็เท่านั้นเอง

            ฟ่านหลี่งั้นหรือซ่งหงเสวี่ยชะงักไปเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าองครักษ์หยุนจะเล่าเรื่องน่าอายเช่นนี้ให้พี่ชายของนางฟัง การพยายามเข้าหานางของฟ่านหลี่ในเวลานั้นทำให้นางรู้สึกรำคาญใจอย่างมากแต่เนื่องจากนางยังไม่มีฐานะอำนาจที่มั่นคงในวังจักรพรรดิมารอัคคีดังนั้นนางจึงทำได้เพียงหลีกเลี่ยงฟ่านหลี่เท่านั้น

            นึกไม่ถึงฟ่านหลี่จะหน้าด้านกว่าที่นางคิด กระทั่งพยายามให้ผู้อาวุโสของตระกูลฟ่านมาสู่ขอนาง ยังดีที่บิดาของนางไม่ยินยอมดังนั้นนางจึงไม่ต้องกลายเป็นคู่หมั้นของคนอย่างฟ่านหลี่

            เมื่อนึกถึงสิ่งที่ฟ่านหลี่เคยสร้างปัญหาเอาไว้ซ่งหงเสวี่ยเองก็รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยเช่นกันอย่างไรก็ตามนางยังมีสติมากพอที่จะตระหนักได้ถึงความผิดปกติ แม้ฟ่านหลี่จะน่ารำคาญไม่น้อยทว่ามันก็มิใช่พวกไร้ฝีมือ พลังของมันอยู่ในขั้นสูงสุดของระดับราชันยุทธ์แล้วพวกท่านกลับส่งพี่ชายข้าที่มีระดับพลังเพียงขั้นรวมวิญญาณไปสู่กับมัน ทั้งยังเป็นการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมาร พวกท่านอยากสังหารพี่ชายของข้าหรืออย่างไร

            เจ้าวางใจเถอะ สำหรับการต่อสู้กับฟ่านหลี่มันย่อมมิจำเป็นต้องต่อสู้กันจนตกตายไปข้าง ยังมีเรื่องอันตรายของด่านทดสอบข้าได้มอบสมบัติสำหรับเอาชีวิตรอดให้กับพี่ชายของเจ้าไปไม่น้อย คิดว่าข้าอยากมีปัญหากับมารเซี่ยงั้นหรือจวินเฟิงซื่อเทียนหัวเราะ

            ฮึ่ม หากพี่ชายของข้าได้รับบาดเจ็บจากการทดสอบครั้งนี้ ข้าจะมาคิดบัญชีกับพวกท่านซ่งหงเสวี่ยคาดโทษอย่างอับจนหนทาง

            ต้องขอบคุณบิดาบุญธรรมของนางที่ทำให้นางต้องกังวลเพิ่มขึ้น จากเดิมที่กังวลความปลอดภัยของมู่เทียนหลงเวลานี้นางยังต้องมากังวลถึงพี่ชายของนางอีกคน

            หากท่านลุงเซี่ยอยู่กับพี่ชายนางย่อมไม่กังวลแม้แต่น้อย ทว่าในเวลานี้พี่ชายของนางมิมีอาจารย์คอยปกป้องอยู่ หากมันเจอกับอันตรายและไม่สามารถเอาตัวรอดได้จะทำเช่นไร

            กังวลก็ส่วนกังวล เวลานี้ซ่งหงเสวี่ยทำได้เพียงเฝ้ามองการทดสอบจากภายนอกเท่านั้น

            ภาพฉายจากนัยน์ตาอัคคีได้แสดงให้เห็นภาพที่ซ่งไป่หลางข้ามไปจนถึงฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จโดยมิได้รับผลกระทบจากธารลาวาแม้แต่น้อย ขณะเดียวกันภาพก็ฉายกลับมาที่ฝั่งของมู่เทียนหลงและฟ่านหลี่ เวลานี้มู่เทียนหลงสามารถข้ามมายังฝั่งตรงข้ามสำเร็จแล้วเช่นกันทำให้ฟ่านหลี่ต้องเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจ แม้มันจะพยายามทำลายแท่นหินที่มู่เทียนหลงใช้เหยียบแต่อีกฝ่ายกลับสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งกว่า ก่อนที่แท่นหินทั้งหมดจะถูกทำลายก็ส่งร่างผ่านพ้นมาได้โดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ

            ฟ่านหลี่ แม้ว่าการทดสอบนี้จะไม่ได้มีกฏอย่างเป็นทางการมิให้ทำการต่อสู้กันเองทว่าก็ยังมีการออกกฏห้ามมิให้สังหารผู้อื่นอย่างตั้งใจ การลงมือของเจ้าเห็นได้ชัดว่าหมายให้ข้าตกลงไปในธารลาวานั่น เช่นนี้ก็นับว่ามีเจตนาสังหารแล้วมู่เทียนหลงเอ่ยอย่างเยือกเย็น

            ฟ่านหลี่แค่นเสียง เฮอะ หากแค่ธารลาวาอุ่นๆเช่นนี้ก็สามารถสังหารเจ้าได้ เช่นนั้นก็นับว่าเจ้าไร้ประโยชน์เกินกว่าจะเข้ารับการทดสอบชิงตำแหน่งอ๋องมารแล้ว มู่เทียนหลงอย่าได้เอ่ยวาจาไร้สาระ รอให้ข้าได้รับตำแหน่งอ๋องมารแล้วสู่ขอซ่งหงเสวี่ยมาได้ ข้าค่อยมากำจัดเจ้าทีหลัง

            ฟ่านหลี่มิได้สนใจมู่เทียนหลงอีก มันย่อมตระหนักดีว่าหากมันดื้อดึงลงมือสังหารมู่เทียนหลงอย่างเปิดเผยมันจะต้องเผชิญหน้ากับบทลงโทษจากวังจักรพรรดิมารอัคคีเป็นแน่ ดังนั้นมันจึงทำได้เพียงลอบเล่นงานในบางโอกาสเท่านั้น

            โอ้ เจ้านี่ช่างดึงดูดความเกลียดชังได้เก่งกาจเสียจริง กระทั่งฟ่านหลี่ที่เป็นตัวเต็งของตำแหน่งอ๋องมารก็ยังต้องการกำจัดเจ้าทิ้งเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง มู่เทียนหลงหันกลับไปก็พบว่าเป็นชายปริศนาหยุนหลางผู้นั้น

            เจ้าก็คือญาติขององครักษ์หยุนมู่เทียนหลงประหลาดใจเล็กน้อย ด้วยระดับพลังของหยุนหลางผู้นี้ไม่ควรข้ามผ่านธารลาวามาได้โดยง่าย เนื่องจากมันมัวแต่ตั้งสมาธิกับการรับมือฟ่านหลี่จึงไม่มีโอกาสได้เห็นภาพที่ซ่งไป่หลางแหวกว่ายผ่านธารลาวามา

            เรียกข้าว่าหยุนหลาง สหายดูแล้วเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจดี แต่กลับถูกหมายหัวโดยบุคคลอันตรายเช่นนั้น เจ้าคงต้องลำบากสักหน่อยในการทดสอบครั้งนี้

            มู่เทียนหลงยิ้มอย่างจนใจ ข้าไม่อาจทำอันใดกับฟ่านหลี่ได้ ทว่าข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อชิงตำแหน่งอ๋องมาร แม้ว่าฟ่านหลี่ต้องการจะหยุดข้าสักกี่ครั้ง แต่สิ่งที่ข้าเชื่อมั่นที่สุดก็คือความพยายามไม่ย่อท้อของตัวข้าเอง

            น่าสนใจ เช่นนั้นข้าจะคอยเอาใจช่วยเจ้า เนื่องจากข้ามิได้ต้องการตำแหน่งอ๋องมารนี้อยู่แล้วซ่งไป่หลางหัวเราะเบาๆก่อนจะตบไหล่ของมู่เทียนหลงสองสามครั้งแล้วเดินจากไป

            มิได้ต้องการตำแหน่งอ๋องมารงั้นหรือมู่เทียนหลงประหลาดใจเล็กน้อยแต่มันกลับสามารถระบุได้ว่าคนผู้นี้เอ่ยความจริงต่อมันทุกประการ

            หลังจากผ่านมู่เทียนหลงมาสีหน้าของซ่งไป่หลางก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและเย็นชา ฟ่านหลี่ เจ้าสารเลวที่น่ารังเกียจผู้นี้กล้าที่จะเล็งไปที่น้องสาวของข้า ดูเหมือนว่าข้าจะต้องสั่งสอนให้มันรู้สักหน่อยว่าสิ่งใดคือความเหมาะสมและคู่ควร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #288 我喜欢花 (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 13:23
    โอ้ยยยย คุณพี่ชายยย ตอนนี้ขำสุดๆละ5555555
    #288
    0
  2. #277 dfrdz007 (จากตอนที่ 156)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 06:56
    thank u
    #277
    0