God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 135 : ตอนที่ 130 รากมหาพฤกษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    2 ก.ย. 63

                ความแตกตื่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหล่าผู้รุกรานในทันที แม้แต่อนุเซียนทั้งสี่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บและหวาดกลัว ค่ายกลนี้ของสำนักพงไพรน่ากลัวเกินไปแล้ว ต่อให้เป็นอนุเซียนอย่างพวกมันยังรู้สึกว่าพลังอำนาจของพวกมันถูกลดทอนลงมากกว่าสามส่วน ผู้ที่มีพลังต่ำลงไปก็ยิ่งไม่อาจต้านทานพลังของค่ายกลนี้ได้

            ซ่งไป่หลางชิงลงมือท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ฝ่ามือบัวสวรรค์ถูกซัดออกอีกครั้งโดยมุ่งเป้าไปที่เหล่าราชันยุทธ์ระดับสูง หากเป็นเวลาทั่วไปคนเหล่านี้ย่อมสามารถต้านทานฝ่ามือบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางได้ไม่ยากนัก ทว่าในสภาวะที่กำลังแตกตื่นทั้งยังไม่อาจใช้พลังความแข็งแกร่งได้ดั่งใจ การโจมตีของซ่งไป่หลางกลับกลายเป็นการโจมตีที่อันตรายสามารถคุกคามได้กระทั่งชีวิตของพวกมัน

            ราชันยุทธ์ขั้นสูงหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัสในขณะที่บางส่วนหลบรอดออกมาได้ทันท่วงที ทว่าหลังจากการโจมตีของซ่งไป่หลางถูกส่งออกไปคนของสำนักพงไพรก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน

            ยอดฝีมือของสำนักพงไพรพุ่งทะยานออกมาจากค่ายกลคุ้มภัยแล้วโถมเข้าโจมตีกองกำลังของตระกูลเจิ้น ตระกูลว่านและสำนักสระทิพย์อย่างบ้าคลั่ง ก่อนหน้านี้เนื่องจากความเสียเปรียบในแง่จำนวนทำให้พวกมันต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับตลอดเวลาทำให้คนของสำนักพงไพรรู้สึกอัดอั้นมานานมากแล้ว ในที่สุดก็ได้เวลาปลดปล่อยความโกรธแค้นเสียที

            เวลานี้แม้แต่จักรพรรดิฟ้าของตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านต่างร้อนรนและสั่งให้คนของพวกมันพยายามถอยออกจากพื้นที่ของสำนักพงไพรให้เร็วที่สุด พวกมันรู้ดีว่าสถานการณ์ในเวลานี้เลวร้ายเพียงใด กระทั่งจักรพรรดิฟ้าอย่างพวกมันก็เอ่ยได้ว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งยวด หากถูกจักรพรรดิฟ้าของสำนักพงไพรเข้าจู่โจมพวกมันอยากรักษาชีวิตยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่

            ผู้อาวุโสหลักต้าซานเองก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน มันใช้พลังที่เพิ่มพูนขึ้นจากค่ายกลบุกทะลวงอย่างบ้าคลั่งเข้าฟาดฟันกับอนุเซียนทั้งสี่ของฝ่ายตรงข้ามซึ่งเดิมทีก็มิได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว เวลานี้เมื่อเผชิญหน้ากับพลังของค่ายกลก็ยิ่งพบว่าพวกมันล้วนตกอยู่ในสภาพของเหยื่อผู้ถูกล่า กลับกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบที่ทำได้เพียงต้องล่าถอยและถ่วงเวลาเอาไว้เท่านั้น

            คิดจะหนีออกจากป่าห้าฤดูกาลงั้นหรือ คิดว่าทำไมพวกเราถึงต้องใช้เวลานานนักในการตระเตรียมค่ายกลนี้กัน นั่นก็เพราะข้าต้องทำให้มั่นใจว่าจะมิมีพวกเจ้าคนใดสามารถหลบหนีออกไปได้ยังไงเล่าเสียงตะโกนของอู๋เจ้อดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการทำงานของค่ายกลอีกประเภทหนึ่ง

            ฝ่ายผู้รุกรานที่เดิมทียืนอยู่วงนอกและใกล้กับพื้นที่ชายขอบของป่าห้าฤดูกาลมากที่สุดเดิมทีพวกมันสรรเสริญให้กับโชคดีของพวกมันที่ทำให้สามารถหลบหนีจากขอบเขตค่ายกลได้เร็วพอ ทว่าภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าได้บดทำลายความหวังของพวกมันโดยสมบูรณ์แบบ

            เวลานี้รอบนอกของป่าห้าฤดูกาลได้ถูกบดบังเอาไว้ด้วยกำแพงหนามสูงกว่าร้อยจั้ง ทั้งยังเป็นกำแพงหนามที่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างยิ่ง ผู้ใดที่พยายามทำลายจะต้องเผชิญหน้ากับการโต้ตอบอันน่าสะพรึงกลัว กำแพงหนามจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีเส้นหนามจำนวนมากผุดออกมาแล้วรัดพันคนผู้นั้นเอาไว้ หนามที่เกาะอยู่บนเถาวัลย์จะสูบกินโลหิตของเหยื่ออย่างบ้าคลั่งและทำให้แม้แต่จักรพรรดิมนุษย์ก็ยังมีโอกาสตกตายในเวลาอันสั้น

            หากฟางเจี่ยลื่อหรือตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์อยู่ที่นี่พวกมันคงสามารถบอกได้ทันทีว่านี่ก็คือค่ายกลหนามทมิฬสูบวิญญาณที่จวินเม่ยเคยใช้เพื่อกักขังยอดฝีมือของตระกูลหั่วเอาไว้ก่อนหน้า ทว่านั่นเป็นเพียงค่ายกลขนาดเล็กที่ใช้ปกคลุมห้องห้องหนึ่งเอาไว้เท่านั้น แต่ครานี้ค่ายกลนี้กลับถูกใช้ออกเพื่อปกคลุมผืนป่าห้าฤดูกาลทั้งหมด นับว่าเป็นค่ายกลที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

            ที่แท้รากฐานของสำนักพงไพรยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้คนของตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านรู้สึกสิ้นหวัง ขณะที่สำนักสระทิพย์ได้แต่สำนึกเสียใจที่พวกมันกล้าแข็งข้อและตั้งเป้าหมายที่จะแย่งชิงตำแหน่งขั้วอำนาจอันดับหนึ่งจากสำนักพงไพร

            ที่ผ่านมาแม้สำนักพงไพรจะเป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งและได้รับผลประโยชน์ที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับขั้วอำนาจอื่นๆในดินแดนเทพพฤกษาทว่าสำนักพงไพรก็มิเคยถืออำนาจทำตัวเผด็จการรังแกขั้วอำนาจที่อ่อนแอกว่ามาก่อน ในส่วนของการแย่งชิงสิทธิ์เพื่อเข้าสำรวจสวนสมุนไพรวิเศษก็ล้วนแต่เป็นข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกันหลังการประลองแย่งชิงสิทธิ์ที่เป็นธรรมเช่นกัน

            ดังนั้นสามารถเอ่ยได้ว่าสำนักพงไพรเป็นสำนักที่ยึดถือคุณธรรมและมิเคยสร้างปัญหาใดๆให้กับสำนักสระทิพย์ แม้ว่าหลังจากนี้ไปสำนักพงไพรจะรุ่งโรจน์ขึ้นเพียงใดพวกมันก็ยังมิเคยคิดที่จะกวาดล้างสำนักอื่นๆและกลายเป็นขั้วอำนาจเพียงหนึ่งเดียวในดินแดนเทพพฤกษาอยู่ดี

            นั่นเพราะสำนักพงไพรมิมีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น

            ทว่าเจ้าสำนักสระทิพย์กลับเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน นับตั้งแต่การพยายามแย่งชิงโอกาสในการสำรวจสวนสมุนไพรวิเศษจนกระทั่งถึงตอนนี้ พวกมันได้ใช้กลอุบายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการลอบทำร้ายสำนักพงไพร แน่นอนว่าหลังจากวันนี้ไปดินแดนเทพพฤกษามีสำนักพงไพรย่อมไม่อาจมีสำนักสระทิพย์อยู่ร่วมกันได้อีก

            นี่จะต้องเป็นจุดจบของสำนักสระทิพย์อย่างแน่นอน สีหน้าของเจ้าสำนักสระทิพย์กลายเป็นดำมืดและลำไส้ของมันก็แทบจะกลายเป็นสีเขียวด้วยความเสียใจ

            เหล่าอนุเซียนนั้นสามารถหลบหนีจากอาณาเขตของค่ายกลหนามทมิฬสูบวิญญาณนี้ได้อย่างแน่นอน ทว่าพวกมันย่อมมิเต็มใจทำเช่นนั้น นั่นเพราะกองกำลังของขั้วอำนาจต่างๆของพวกมันล้วนอยู่ที่นี่ หากกองกำลังเหล่านี้ตกตายที่นี่ทั้งหมดก็เท่ากับรากฐานกว่าครึ่งของพวกมันจะถูกทำลายไปด้วยพร้อมๆกัน

            นี่เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกมันคนใดคนหนึ่งจะสามารถแบกรับได้ไหว

            สำนักพงไพรต้องการสังหารพวกเราทั้งหมดที่นี่เป็นแน่ พวกเจ้าทั้งหมดหากมีไพ่ลับอันใดก็จงใช้ออกมาเสีย อย่าได้รีรออีกเจ้าสำนักสระทิพย์คำรามเสียงต่ำ

            อนุเซียนทั้งสองตระกูลสบตากัน ดวงตาเผยความเจ้าเล่ห์และมิยินยอมทว่าขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความอับจนปัญญา พวกมันถูกบีบคั้นถึงขั้นนี้แล้ว หากมิยินยอมเปิดเผยไพ่ลับออกไปอีกละก็เกรงว่าคงถึงคราวสิ้นสุดของตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านเป็นแน่

            ไพ่ลับของตระกูลเจิ้นแน่นอนว่าย่อมมีอยู่ ทว่ามิอาจนำออกมาใช้โดยง่าย หากต้องการให้ข้านำมันออกมาละก็ พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องถ่วงรั้งอนุเซียนของสำนักพงไพรเอาไว้ให้นานถึงหนึ่งชั่วยามเป็นอย่างน้อยอนุเซียนตระกูลเจิ้นเอ่ย

            อนุเซียนตระกูลว่านถอนหายใจ ไพ่ลับตระกูลว่านเองก็มีอยู่เช่นกัน แต่มันมิใช่ไพ่ลับที่ใช้สำหรับพิฆาตศัตรู แต่เป็นการรักษาชีวิตมากกว่า หากถึงคราวคับขันมิอาจหลีกเลี่ยงจริงข้าจะใช้ของวิเศษของข้าเพื่อสร้างม่านปราการป้องกันเอาไว้ ข้าเชื่อว่ามันจะสามารถปกป้องพวกเรารวมถึงคนของเราได้สักหนึ่งชั่วยามเช่นกัน

            เช่นนั้นตระกูลว่านก็จงใช้สมบัติชิ้นนั้นออกมาก่อนเถอะ หากเจ้าไม่รีบใช้เกรงว่าคนของเราจะถูกพวกสำนักพงไพรสังหารจนหมดสิ้นเจ้าสำนักสระทิพย์เอ่ยอย่างร้อนรน ทุกชั่วลมหายใจมีคนของสำนักสระทิพย์ถูกฆ่าตายตลอดเวลา มันมิอาจทนให้กำลังรบของสำนักสระทิพย์สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์เช่นนี้

            ตกลงอนุเซียนตระกูลว่านรับคำก่อนที่จะหยิบแหวนมิติขึ้นมา เมื่อมันคลายมือออกก็ปรากฏวัตถุปริศนารูปทรงคล้ายดั่งพีระมิดขึ้นบนฝ่ามือ

            ม่านพลังสามเหลี่ยมเทวะอนุเซียนตระกูลว่านตะโกนก้อง

            ทันใดนั้นคนของสำนักพงไพรก็รู้สึกถึงพลังที่ขัดขวางเบื้องหน้าของพวกมัน ขณะที่ฝ่ายของตระกูลว่าน ตระกูลเจิ้นและสำนักสระทิพย์กลับถอยร่นอย่างสะดวกสบาย ซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ด้วยสายตาของคนทั่วไปอาจจะมองไม่เห็นสิ่งใดและรู้สึกเพียงแค่ว่าถูกพลังบางอย่างขัดขวาง ทว่าซ่งไป่หลางนั้นมีประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอักขระค่ายกล ดังนั้นจึงมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านปราการล่องหนนี้อย่างชัดเจน

            เป็นสมบัติวิเศษที่ยอดเยี่ยมนัก บางทีอาจเป็นสมบัติระดับสวรรค์ที่เข้าใกล้ระดับบรรพกาลเลยทีเดียวซ่งไป่หลางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ อักขระที่โปร่งใสจนแทบจะมิอาจมองเห็นนั้นมีบางส่วนที่ต้องกับแสงตะวันและทำให้เกิดภาพลวงตาเล็กๆน้อยๆขึ้นกลางอากาศ ดังนั้นซ่งไป่หลางจึงรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสมบัติวิเศษของอนุเซียนตระกูลว่านนั้นถูกใช้เพื่อสร้างอักขระป้องกันที่ซับซ้อน มันมิเพียงมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งแต่ยังสามารถใช้ระบุเป้าหมายได้แม่นยำอย่างยิ่ง

            สถานการณ์กลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง สำนักพงไพรกลายเป็นฝ่ายที่พยายามโถมทำลายม่านปราการ ขณะที่ฝ่ายผู้รุกรานกลับต้องหดหัวอยู่เบื้องหลังสมบัติวิเศษของอนุเซียนตระกูลว่านอย่างไร้ทางเลือก

            นึกไม่ถึงตระกูลว่านจะมีสมบัติที่ทรงพลังเช่นนี้ผู้อาวุโสหลักต้าซานถอนหายใจด้วยความโกรธแค้น

            ดูเหมือนข้าจะมาถึงช้าไปเล็กน้อยรั่วอวี่ที่เพิ่งเคลื่อนย้ายเข้าสู่สงครามเผยยิ้มจนใจเมื่อนางพบว่าสมรภูมิได้เข้าสู่สภาวะที่เงียบสงบลงชั่วคราวอีกครั้ง นางทะยานร่างมาอยู่ที่ด้านหน้าของกองกำลัง เคียงข้างร่างของซ่งไป่หลาง

            ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง นางก็ตระหนักได้ว่าซ่งไป่หลางกำลังสังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น นั่นทำให้นางลอบกวาดตามองตามและพบว่ามีอักขระโปร่งใสที่ล่องลอยอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ด้วยภูมิปัญญาบางส่วนที่นางได้รับจากเซียนพฤกษาทำให้นางมีความเข้าใจต่ออักขระมากขึ้นไม่น้อย

            อักขระป้องกันเหล่านี้ทรงพลังนัก ด้อยกว่าค่ายกลคุ้มภัยของสำนักเราเพียงเล็กน้อยเท่านั้นรั่วอวี่ลอบชมเชย

            แม้จะทรงพลังแต่อักขระและค่ายกลนั้นมิใช่สิ่งที่สมบูรณ์แบบ ทุกค่ายกลล้วนมีหนทางแก้ ทุกอักขระล้วนมีหนทางทำลายซ่งไป่หลางเอ่ยอย่างเชื่อมั่น หลังจากวิเคราะห์รูปแบบของอักขระเหล่านี้อยู่ชั่วขณะหนึ่ง ชายหนุ่มก็มั่นใจมากกว่าหกส่วนว่าจะสามารถทำลายอักขระป้องกันเหล่านี้ได้ในเวลาไม่นาน

            มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่รั่วอวี่เอ่ยถาม

            ข้าต้องการพลังทำลายที่มากพอสำหรับโจมตีไปยังตำแหน่งที่ข้าบอกในเวลาที่เหมาะสมที่สุด บางทีอาจจะต้องพึ่งผู้อาวุโสหลักต้าซานซ่งไป่หลางตอบกลับ

            มิจำเป็น หากเป็นสถานที่อื่นข้าคงไม่อาจช่วยเจ้าได้ ทว่าภายในอาณาเขตของสำนักพงไพร ข้าสามารถใช้ประโยชน์จากต้นมหาพฤกษาได้เล็กน้อย เจ้าบอกตำแหน่งและเวลา ข้าจะเป็นคนโจมตีให้เองรั่วอวี่หัวเราะเบาๆ

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงเลยว่ารั่วอวี่จะสามารถใช้ประโยชน์จากต้นมหาพฤกษาได้ทั้งที่อยู่ภายนอกมิติสวนสมุนไพรวิเศษ นี่ก็คือพลังของภูมิปัญญาอย่างนั้นหรือ

            ซ่งไป่หลางอดไม่ได้ที่จะนึกถึง ศาสตราวุธที่มันได้รับมาจากเซียนพฤกษา น่าเสียดายที่ระดับพลังของมันยังไม่มากพอที่จะใช้งานศาสตราวุธชิ้นนี้ได้ มิเช่นนั้นคงไม่ต้องลำบากให้ผู้อื่นจัดการเรื่องนี้แล้ว

            ข้าจะส่งตำแหน่งให้แก่เจ้า และจะบอกเจ้าว่าควรโจมตีเมื่อไหร่

            รั่วอวี่พยักหน้า นางปล่อยให้ซ่งไป่หลางส่งความคิดผ่านจิตวิญญาณให้แก่นางโดยมิได้ป้องกันอันใด เวลานี้คนทั้งสองได้สร้างความไว้วางใจให้แก่กันจนถึงระดับที่สามารถทุ่มเทความเชื่อใจให้อีกฝ่ายได้อย่างไม่มีข้อแม้แล้ว

            ต้นมหาพฤกษาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางสำนักพงไพรสั่นสะท้านเล็กน้อย และก่อนที่จะมีผู้ใดพบเจอความผิดปกติของมัน รากไม้ขนาดมหึมาก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องหน้าของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่

            ตอนนี้ซ่งไป่หลางเอ่ยเบาๆ

            เปรี้ยง!!! เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งผืนป่าห้าฤดูกาล สีหน้าของอนุเซียนตระกูลว่านแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดและตื่นตะลึงถึงขีดสุด สมบัติรูปทรงพีระมิดบนฝ่ามือของมันแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาพร้อมกับม่านปราการที่คอยปกป้องคุ้มครองคนของพวกมันเอาไว้

            เป็นไปมิได้ ต้นมหาพฤกษาเหตุใดจึง…” เจ้าสำนักสระทิพย์พึมพำราวกับคนเสียสติ

            แม้แต่คนจากสำนักพงไพรก็ยังมองภาพนี้ด้วยความตะลึงลาน พวกมันมิอาจเข้าใจถึงเหตุผลที่ต้นมหาพฤกษามีการเปลี่ยนแปลงทั้งยังเคลื่อนไหวตามคำสั่งของใครบางคน

            ที่ผ่านมาแม้สำนักพงไพรจะตั้งอยู่โดยมีต้นมหาพฤกษาเป็นแกนกลาง ทว่าทุกคนในดินแดนเทพพฤกษาล้วนตระหนักดีว่าสำนักพงไพรมิใช่เจ้าของต้นมหาพฤกษา ไม่เคยมีผู้ใดสามารถควบคุมบงการต้นมหาพฤกษาได้มาก่อน แม้แต่จวินเม่ยเองก็ยังไม่สามารถทำได้

            ต้นมหาพฤกษาคือรากฐานของดินแดนเทพพฤกษา ตราบใดที่สำนักพงไพรมิอาจควบคุมมันก็เท่ากับว่าสำนักพงไพรยังมิใช่ผู้ปกครองแห่งดินแดนเทพพฤกษาอย่างแท้จริง และสำนักอื่นๆก็มีโอกาสที่จะแย่งชิงตำแหน่งขั้วอำนาจอันดับหนึ่งมาได้ตราบใดที่สามารถแย่งชิงตำแหน่งของสำนักพงไพรมาเป็นของตน นี่คือแนวคิดพื้นฐานสำหรับผู้คนในดินแดนเทพพฤกษาตลอดเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา

            ทว่าวันนี้ต้นมหาพฤกษากลับเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว มีใครบางคนที่สามารถบังคับควบคุมมันได้ นั่นแปลว่าราชันย์ของดินแดนเทพพฤกษาได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วเช่นกัน

            แต่แท้จริงแล้วคนผู้นั้นมิใช่ราชันย์ แต่เป็นราชินีต่างหาก ไม่สิ หากวัดตามอายุของนางสมควรเรียกนางว่าองค์หญิงหรือท่านหญิงน้อยแห่งดินแดนเทพพฤกษาจึงจะเหมาะสมที่สุด

            เพียงการเคลื่อนไหวเดียวของต้นมหาพฤกษาก็ทำลายพลังอำนาจของสมบัติวิเศษระดับสวรรค์จนกลายเป็นเพียงฝุ่นผง คนของสำนักพงไพรรู้สึกได้ว่าม่านปราการล่องหนได้สลายไปแล้ว ขณะที่ฝ่ายผู้รุกรานต่างรู้สึกสิ้นหวังจนมิอาจยืนหยัดต่อสู้ได้อีก หลายคนถึงกับหันหลังแล้ววิ่งไปทางค่ายกลหนามทมิฬสูบวิญญาณอย่างไร้สติ

            เจ้าถึงกับควบคุมรากของต้นมหาพฤกษาได้เชียว?” ซ่งไป่หลางเอ่ยถามด้วยความตกตะลึง

            รั่วอวี่ยิ้มน้อยๆก่อนจะกระซิบบอกอีกฝ่ายเบาๆ นั่นมิใช่รากของต้นมหาพฤกษาดั้งเดิม สมควรเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้ามากกว่า

            “…” ซ่งไป่หลางยิ่งตื่นตะลึงมากขึ้น มันรู้ดีว่ารั่วอวี่แท้จริงแล้วก็คือผลของต้นมหาพฤกษา ผลก็คือเมล็ด เมล็ดก่อกำเนิดราก หรือว่ารั่วอวี่กำลังวิวัฒนาการในรูปแบบของนาง วันหนึ่งนางจะกลายเป็นต้นมหาพฤกษาอีกต้นหนึ่งหรือไม่

            ชายหนุ่มไม่อาจรู้เลยว่าภายใต้ความตื่นตะลึงนั้นยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกมิยินยอมพร้อมใจบางประการ

            ไป่หลาง นี่เจ้าเซี่ยหยางที่รับรู้ความคิดของมันตลอดเวลาอดไม่ได้ที่จะตกใจไปชั่วขณะ มันอยู่กับซ่งไป่หลางมาหลายปีแล้ว ได้พบเห็นการเติบโตของเด็กหนุ่มผู้นี้จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาซ่งไป่หลางได้พบเจอกับสตรีที่โดดเด่นมาไม่น้อย ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่มันพบอารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างจากปกติออกมาจากตัวของซ่งไป่หลาง

            เซี่ยหยางยังรู้อีกด้วยว่ารั่วอวี่ผู้นี้รวมถึงผู้อาวุโสรั่วมิใช่มนุษย์ และจากการที่มันรู้ความคิดของซ่งไป่หลางมันจึงล่วงรู้รายละเอียดที่เซียนพฤกษากล่าวถึงเช่นกัน

            มันตระหนักได้ว่าศิษย์ของตนกำลังสับสนอย่างหนักภายในใจ เซี่ยหยางพลันถอนหายใจเบาๆ อย่างไรเสียบุรุษก็คือบุรุษ ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าตัวตนของแม่นางรั่วอวี่ผู้นี้โดดเด่นและพิเศษกว่าหญิงสาวทุกคนบนโลก อีกทั้งนางยังมีนิสัยที่ยอดเยี่ยม ทั้งการกระทำและความคิดล้วนคู่ควรที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกหลงใหลในตัวของนางโดยไม่รู้ตัว

            เจ้าหนู เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว หากมันเป็นความรู้สึกชั่วครู่เจ้าก็จงปล่อยวางมันเสีย แต่หากมันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเที่ยงแท้ ก็จงยึดถือมันเอาไว้ให้มั่นเถอะ สำหรับเรื่องที่เจ้ากังวลมิมีความจำเป็นอันใดที่จะต้องใส่ใจกับมัน ไม่ผิดที่มนุษย์จะตกหลุมรักกับเผ่าพันธุ์อื่น และแม้ตัวตนของนางจะดูแตกต่างไปพอสมควร แต่นางก็ยังคงเป็นนาง เจ้ารู้สึกเช่นใดก็จงตัดสินใจเอาเองเถอะ

----------------------------------------------------------

อันนี้ของวันพรุ่งนี้นะครับ เนื่องจากคืนนี้ไม่ว่างเลยกลัวว่าจะไม่ได้อัพยาวๆ เลยมาลงไว้ก่อน พรุ่งนี้งดหนึ่งวันนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #300 butterfly_sp (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 23:11
    ฮั่นเน้ ไป่หลางเดินตามรอยถังซานแน่เลย แต่นางก็น่ารักดีน้า
    #300
    0
  2. #254 dfrdz007 (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 22:59
    thank u
    #254
    0
  3. #253 akechai (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 18:06

    ขอบคุณครับ
    #253
    0
  4. #251 kittysmall (จากตอนที่ 135)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 09:32

    ขอบคุณค่า

    #251
    0