God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 133 : ตอนที่ 128 ออกจากสวนสมุนไพรวิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    1 ก.ย. 63

                ช่วงเวลาที่ใช้ไปในการหลอมโอสถนั้นจิตวิญญาณของซ่งไป่หลางได้ถูกใช้งานอย่างหนัก ซึ่งตรงกับเงื่อนไขเริ่มต้นของการเข้าสู่พลังขั้นรวมวิญญาณพอดี อย่างไรก็ตามห้วงวิญญาณของซ่งไป่หลางนั้นแตกต่างจากคนทั่วไปอยู่บ้าง นั่นเพราะแกนหลักของห้วงวิญญาณในเวลานี้คือทะเลสาบที่กำเนิดจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ หนทางในการพัฒนาสู่ขั้นรวมวิญญาณของซ่งไป่หลางจึงแตกต่างจากคนอื่นเช่นกัน

            เซี่ยหยางก็เคยพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้บ้าง หากซ่งไป่หลางสามารถพัฒนาขึ้นสู่ขั้นรวมวิญญาณได้ ระดับพลังของมันจะทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่งด้วยผลของพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ทว่าขณะเดียวกันวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ก็นับเป็นอุปสรรคสำคัญในการทะลวงด่านจากขั้นเหนือมนุษย์ไปยังขั้นรวมวิญญาณ

            นั่นเพราะพลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังจนเกินไป มีเพียงต้องอาศัยเวลาช่วยเหลือในการหลอมรวมวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นหนึ่งเดียวกับห้วงวิญญาณของซ่งไป่หลางอย่างแท้จริง

            การหลอมโอสถจิตวิญญาณเทวะกลับกลายเป็นตัวช่วยที่เหนือความคาดหมายประการหนึ่ง ทุกชั่วลมหายใจที่ทุ่มเทให้กับการปรุงโอสถจิตวิญญาณของซ่งไป่หลางก็ได้ถูกใช้งานอย่างเต็มกำลังและเร่งเร้าให้เกิดการเติบโตพัฒนาขึ้นอย่างสุดความสามารถ ในที่สุดขั้นตอนที่ควรจะยุ่งยากที่สุดกลับดำเนินมาจนถึงจุดที่ใกล้จะบรรลุผลสำเร็จเต็มที ซ่งไป่หลางรู้สึกได้ว่าทันทีที่มันเสร็จสิ้นการปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะมันจะสามารถทะยานขึ้นสู่ขั้นรวมวิญญาณได้เช่นกัน

            ในที่สุดระยะเวลาอันยาวนานก็ได้สิ้นสุดลง เพลิงวิญญาณเยือกแข็งดับลงพร้อมกับกลิ่นอายหันหอมหวนที่แผ่พุ่งออกมาจากเตาหลอมโอสถหยิบยืมตะวัน พร้อมกันนั้นร่างของซ่งไป่หลางก็ได้ระเบิดกลิ่นอายของพลังอันรุนแรงออกมา กลิ่นอายนี้ทำให้รั่วอวี่ที่เฝ้าดูอยู่ถึงกับตื่นตะลึง เป็นไปไม่ได้ นี่คือพลังของขั้นรวมวิญญาณแน่หรือ

            นางตระหนักได้ทันทีว่าพลังของซ่งไป่หลางเวลานี้ต่อให้เป็นราชันยุทธ์ขั้นห้าก็ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ให้แก่มันได้ กลิ่นอายของพลังขั้นรวมวิญญาณอันเข้มข้นนั้นเป็นสิ่งที่นางไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน

            ภายใต้การระเบิดพลังครั้งนี้ โอสถสีทองคำเม็ดหนึ่งได้พวยพุ่งขึ้นมาจากเตาหลอมก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหายสาบสูญไปอย่างรวดเร็ว ซ่งไป่หลางลืมตาขึ้นสีหน้าเผยความยินดีและพึงพอใจอย่างยิ่ง ในที่สุดภารกิจของมันก็ลุล่วงแล้ว โอสถจิตวิญญาณเทวะถูกปรุงสำเร็จและถูกส่งมอบให้แก่ต้นมหาพฤกษา ขณะเดียวกันยังได้รับผลพลอยได้คือระดับพลังที่ทะลวงถึงขั้นรวมวิญญาณ

            ซ่งไป่หลางตระหนักได้อย่างชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงของตนเอง การเชื่อมต่อกับพลังธาตุชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ แม้ก่อนหน้านี้จะใช้ออกได้ดั่งใจทว่าซ่งไป่หลางกลับรู้สึกมาตลอดว่าการใช้วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ของมันยังคงขาดบางสิ่งบางอย่างทำให้ไม่สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ทว่าสิ่งที่ติดขัดนั้นในที่สุดก็หายไปแล้ว ราวกับว่าวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับห้วงวิญญาณของมันอย่างแท้จริง

            มิติสวนสมุนไพรวิเศษสั่นสะท้านเบาๆเป็นจังหวะ รั่วอวี่ตระหนักได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับมิติแห่งนี้ รอยยิ้มสดใสพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง ในที่สุดต้นมหาพฤกษาก็ได้รับการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว

            ดินแดนเทพพฤกษาเป็นดินแดนที่ดำรงอยู่ได้ด้วยพลังธาตุพฤกษาอันมหาศาลที่หลั่งไหลออกมาจากการคงอยู่ของต้นมหาพฤกษา หากชีวิตของต้นมหาพฤกษาจบลง ดินแดนเทพพฤกษาก็จะดำเนินไปถึงจุดสิ้นสุดเช่นกัน แม้ว่าสุดท้ายนางจะมิใช่มนุษย์ ทว่าดินแดนเทพพฤกษาก็ยังคงเป็นบ้านของนาง และต้นมหาพฤกษาก็คือที่มาของชีวิตของนาง

            ภารกิจของพวกเราเสร็จสิ้นแล้ว ได้เวลาออกไปข้างนอกแล้วละซ่งไป่หลางหันมาเอ่ยต่อรั่วอวี่

            หญิงสาวพยักหน้า นับตั้งแต่ที่ซ่งไป่หลางเริ่มปรุงโอสถนางก็ได้ส่งคนทั้งหมดที่เหลือของสำนักพงไพรกลับออกไปก่อนแล้ว เวลานี้ในสวนสมุนไพรวิเศษจึงเหลือเพียงแค่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เท่านั้น ในที่สุดทั้งสองคนก็จะได้ออกไปสู่โลกภายนอกอีกครั้ง

            ผู้อาวุโสฉู่เย่ พวกเราทั้งสองคนขอตัวลาแล้วซ่งไป่หลางเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

            เสียงถอนหายใจอันแก่ชราดังขึ้น ข้าต้องขอขอบคุณเจ้าสำหรับความช่วยเหลือในครั้งนี้ แม้จะดูเหมือนว่าพวกเราสองฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ตอบแทน ทว่าสำหรับข้าแล้ว มิมีสิ่งใดล้ำค่าเท่ากับต้นมหาพฤกษานี้อีก การที่เจ้าช่วยรักษาชีวิตของมันเอาไว้ นับว่าข้าติดค้างเจ้าอยู่มากจริงๆ

            แสงสีน้ำตาลอ่อนปรากฏขึ้นบนข้อมือของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ เมื่อมันจางลงซ่งไป่หลางจึงพบว่าแสงสีน้ำตาลนั้นปกคลุมกำไลพฤกษาที่รั่วอวี่เคยมอบเอาไว้ให้ตน

            ข้าได้เปลี่ยนแปลงสมบัตินั้น จากนี้ไปมันคือสมบัติวิเศษระดับสวรรค์ น่าเสียดายที่พลังของข้ามิมากเพียงพอที่จะทำให้มันกลายเป็นสมบัติขั้นบรรพกาลได้ฉู่เย่ทอดถอนใจ กำไลพฤกษาสวรรค์ของพวกเจ้าทั้งสองล้วนมีพลังของข้าแฝงอยู่ ในอนาคตพวกเจ้าทั้งสองล้วนมีโชคชะตาคาบเกี่ยวกันและจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังที่สุดอย่างตระกูลศักดิ์สิทธิ์ กำไลนี้จะช่วยให้พวกเจ้าสามารถรับรู้ถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้นต่อฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกันหากอยู่ในดินแดนเดียวกันพวกเจ้าก็จะสามารถติดต่อกันผ่านกำไลพฤกษาสวรรค์ได้ตลอดเวลาเช่นกัน

            พวกเจ้าไปเถอะ สวนสมุนไพรวิเศษแห่งนี้ได้ทำหน้าที่ของมันเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากนี้ไปด้วยภูมิปัญญาที่เจ้าได้รับถ่ายทอดไปและเมล็ดพันธุ์รวมถึงสมุนไพรล้ำค่าจำนวนมากที่พวกเจ้าเก็บเกี่ยวไปได้ พวกมันทั้งหมดจะกลายเป็นรากฐานใหม่สำหรับสวนสมุนไพรแห่งใหม่ จงดูแลพวกมันให้ดีและจำไว้ว่าอนาคตของผู้ปรุงโอสถทั้งหลายล้วนขึ้นอยู่กับพวกเจ้าทั้งสองแล้ว

            มิติสวนสมุนไพรวิเศษสั่นสะท้านเบาๆอีกครั้งก่อนที่ร่างของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่จะหายไปจากพื้นที่สวนสมุนไพรวิเศษ

            รีบไปที่พื้นที่ประตูทิศใต้เสียงตะโกนโวยวายดังขึ้นทันทีที่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ปรากฎตัว แม้ทั้งสองจะอยู่ในพื้นที่เขตส่วนกลางของสำนักพงไพรทว่าบรรยากาศแห่งความวุ่นวายและพลุกพล่านนั้นตลบอบอวลไปทั่วทั้งสำนัก สีหน้าของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

            รั่วอวี่หลับตาลงก่อนที่จะใช้ประสาทสัมผัสของนางเชื่อมต่อเข้ากับต้นมหาพฤกษา เมื่อนางลืมตาขึ้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก มีการปะทะที่รุนแรงบริเวณประตูทิศใต้ของสำนัก เป็นตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านจากดินแดนใต้สวรรค์

            ตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านซ่งไป่หลางพึมพำเบาๆ มันไม่เคยได้ยินชื่อของสองตระกูลนี้มาก่อน

            เมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน ตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านได้เดินทางมายังดินแดนเทพพฤกษาโดยมีกำลังยอดฝีมือขั้นอนุเซียนสองคนและจักรพรรดิฟ้ามากกว่าสิบคน นอกจากนี้ยังมียอดฝีมือขั้นต่ำลงมาอีกรวมกันแล้วมากกว่าห้าร้อยคน พวกมันเปิดฉากบุกโจมตีสำนักพงไพรโดยไม่สนใจสิ่งใด แน่นอนว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ล้วนอยู่เบื้องหลังเสียงที่ซ่งไป่หลางคุ้นเคยดังขึ้น

            ดวงตาของซ่งไป่หลางแดงเล็กน้อย ท่านอาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว

            เสียงของเซี่ยหยางเต็มไปด้วยความอบอุ่นยินดี เจ้าคือศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดอย่างแท้จริง ไป่หลาง แม้ว่าข้าจะไม่ได้อยู่กับเจ้าในพื้นที่มิตินั้นทว่าข้ารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในห้วงวิญญาณของเจ้าได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่เรายังมิอาจทดสอบพลังของเจ้าในตอนนี้ เจ้าจะต้องช่วยสำนักพงไพรยับยั้งการโจมตีของตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านเสีย

            ซ่งไป่หลางประหลาดใจเล็กน้อย อาจารย์ เพียงแค่ตระกูลรับใช้สองตระกูลเป็นไปได้อย่างไรที่จะกดดันสำนักพงไพรของพวกเราได้ โดยเฉพาะเมื่อสำนักพงไพรได้รับทรัพยากรมากมายจากสวนสมุนไพรวิเศษไป

            เฮอะ ตระกูลทั้งสองนี้ยังไม่ได้เป็นแม้กระทั่งตระกูลรับใช้ด้วยซ้ำ อันที่จริงสาเหตุที่พวกมันทุ่มกำลังบุกโจมตีก็เพราะหวังที่จะแย่งชิงตำแหน่งตระกูลรับใช้จากตระกูลหั่วต่างหาก สำหรับกองกำลังของพวกมัน ในสภาวะปกติย่อมไม่ครณามือของสำนักพงไพร ทว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์เองก็มิได้อยู่เฉย ในตอนนี้ฟางเจี่ยลื่อเองก็ได้เข้าต่อสู้กับจวินเม่ยอย่างเต็มกำลังแล้ว มันยังได้รับสมบัติระดับบรรพกาลอีกชิ้นหนึ่งจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์มาด้วย นั่นทำให้จวินเม่ยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแก่มันเซี่ยหยางรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย

            อันที่จริงหากมิใช่เพราะอยู่ในสภาพวิญญาณ เซี่ยหยางคงออกหน้ากำจัดฟางเจี่ยลื่อด้วยตนเองไปนานแล้ว น่าเสียดายที่พลังของมันมิอาจเทียบเคียงกับสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งยังมีจุดอ่อนในฐานะที่อยู่ในสภาพวิญญาณอยู่มากมาย การปรากฏตัวของมันยังอาจกลายเป็นการดึงดูดการโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้นจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้อีก ดังนั้นมันจึงต้องเฝ้าดูสงครามที่เกิดขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก

            เสียงของเซี่ยหยางเต็มไปด้วยความโกรธ ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ ข้าไม่รู้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ใช้วิธีใด แต่มันกลับสามารถบงการเจ้าสำนักสระทิพย์และอนุเซียนของสำนักสระทิพย์ได้สำเร็จ ตอนที่ตระกูลเจิ้นและตระกูลว่านบุกโจมตี สำนักสระทิพย์แสร้งเข้ามาทำทีคล้ายต้องการผูกมิตรและช่วยเหลือสำนักพงไพรผลักดันศัตรูจากต่างดินแดน ทว่าอยู่ๆพวกมันกลับหักหลังและลงมือลอบทำร้าย ผู้อาวุโสหลักสองในสามของสำนักพงไพรเวลานี้ตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บ ต้องต่อสู้อย่างยากลำบากต่ออนุเซียนฝ่ายตรงข้ามที่มีถึงสี่คน

            สำนักอื่นๆในดินแดนเทพพฤกษาเองก็ไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว เพียงแค่จับตาดูสงครามครั้งนี้จากที่ไกลๆเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าพวกมันมิสนใจที่จะต้านทานการรุกรานจากภายนอกอีกต่อไปแล้ว

            ที่แท้ก็มีเรื่องเช่นนี้สีหน้าของซ่งไป่หลางมืดครึ้ม รั่วอวี่ ข้าจะไปตรวจสอบสภาพของสงครามสักหน่อย

            หญิงสาวพยักหน้า เจ้าไปเถอะ ข้าสัมผัสได้ว่าอาจารย์ชางไป่เหอและอาจารย์อู๋เจ้อกำลังทำบางสิ่งบางอย่างกับค่ายกลทั่วทั้งสำนัก ข้าจะไปทางนั้นสักหน่อย

            ความสามารถของรั่วอวี่ในเวลานี้เหมาะแก่การช่วยเหลือสำนักทั้งภาพรวมมากกว่าการเข้าไปอยู่ในสนามรบเพียงจุดเดียว ซ่งไป่หลางเข้าใจเรื่องนี้เช่นกันดังนั้นจึงใช้อักขระเทวะต้นกำเนิดสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติพาร่างของตนเองไปยังประตูทิศใต้ในเสี้ยวพริบตา

            ฮี่ๆ สำนักพงไพรที่เป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งของดินแดนเทพพฤกษาที่แท้กลับมีดีแค่นี้เอง เวลานี้เจ้าสำนักของพวกเจ้าถูกรั้งไว้โดยผู้อาวุโสฟาง ผู้อาวุโสหลักที่เป็นยอดฝีมือขั้นอนุเซียนก็ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงจนเหลือเพียงคนเดียวที่ยังพอสู้ไหว คิดว่าค่ายกลของพวกเจ้าจะสามารถถ่วงรั้งเอาไว้ได้นานเพียงใดกันจักรพรรดิฟ้าของตระกูลเจิ้นเอ่ยเย้ยหยันเมื่อมองสภาพอันน่าสมเพชของสำนักพงไพร

            ผู้อาวุโสมู่แห่งหอการค้ามีสีหน้ามืดดำและเผยโทสะออกมา ทว่ามันมิกล้าเคลื่อนไหวอย่างบุ่มบ่ามเนื่องจากต้องควบคุมค่ายกลปกป้องสำนักมิให้ศัตรูบุกทะลวงเข้ามาได้ เวลานี้อนุเซียนของตระกูลเจิ้น ตระกูลว่าน รวมถึงสองอนุเซียนของสำนักสระทิพย์ล้วนอยู่ในสภาวะพักฟื้นหลังการต่อสู้ แม้พวกมันจะใช้วิธีลอบทำร้ายและกลุ้มรุมแต่ก็ยังได้รับผลตอบแทนที่ร้ายแรงไม่น้อยเช่นกัน

            หากสำนักพงไพรฝืนเปิดศึกเวลานี้ ก็จะต้องเผชิญหน้ากับอนุเซียนทั้งสี่ที่อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์นัก แต่ถึงจะไม่สมบูรณ์อนุเซียนก็ยังทรงพลังมากเกินไป จักรพรรดิฟ้าสิบคนร่วมมือกันยังมิอาจต้านทานได้สำเร็จ

            ฝ่ายของผู้บุกรุกเองก็ไม่เสี่ยงเช่นกัน หากพวกมันฝืนโจมตีต่อไปแม้จะมีอนุเซียนถึงสี่คน แต่ด้วยลูกไม้และค่ายกลที่สำนักพงไพรมี เกรงว่าจะกลายเป็นการแลกที่ได้ไม่คุ้มเสีย ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจจะต้องมีการเสียสละชีวิตของอนุเซียนไปสักคน แน่นอนว่าไม่มีขั้วอำนาจใดยินยอมเสี่ยงสูญเสียอนุเซียนของพวกมันไป

            ดังนั้นสถานการณ์ที่เคยดุเดือดจึงกลับมาสงบเป็นการชั่วคราว สำนักพงไพรหลบอยู่ด้านหลังค่ายกล ขณะที่ฝ่ายบุกรุกพยายามจู่โจมทำลายค่ายกลอย่างบ้าคลั่งภายใต้การนำของจักรพรรดิฟ้าทั้งสองฝ่าย

            ไฉ่เอ๋อ เจ้าควรเข้าไปหลบที่ส่วนกลางของสำนัก แม้ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์ยอดพฤกษาทว่าระดับพลังของเจ้าตอนนี้นับว่าอ่อนแอนักเมื่อเทียบกับศิษย์พี่คนอื่นๆ ตำแหน่งของเจ้าจะกลายเป็นเหยื่อชั้นดีที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามจำนวนมากบุกเข้ามารุมสังหารเจ้าเป็นอันดับแรกหยุนป้อเอ่ยด้วยความกังวล

            ว่านไฉ่เอ๋อส่ายหน้า ข้ามิมีทางหลบซ่อนขณะที่พี่น้องของข้ากำลังต่อสู้เสี่ยงอันตราย ที่ผ่านมาข้าใช้ชีวิตด้วยความขลาดกลัวมาโดยตลอด ทว่าหลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆมาข้าก็ได้เรียนรู้ที่จะกลายเป็นคนที่กล้าหาญขึ้น เวลานี้ข้าจะไม่เอาแต่หลบอีกต่อไปแล้ว

            ด้านข้างนางว่านหลิงมองนางด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งกังวลและภาคภูมิใจในเวลาเดียวกัน นางพูดถูกต้องแล้ว หากสำนักพงไพรเผชิญหน้ากับวิกฤติร้ายแรงชีวิตของพวกเราก็ไม่อาจรักษาไว้ได้เช่นกัน มิสู้ทุ่มเททุกสิ่งอย่างร่วมมือกับสำนักจัดการกับพวกสารเลวเหล่านั้นให้หมดสิ้นในคราเดียว

            พลังของว่านหลิงเวลานี้พัฒนาถึงขั้นสี่รวมวิญญาณแล้ว นับว่ามีความเร็วในการฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมในบรรดาคนอายุราวๆเดียวกัน นางคืออัจฉริยะด้านการต่อสู้ผู้หนึ่ง

            กลุ่มห้วงใบไม้ผลิของพวกเราทั้งหมดจะต่อสู้ปกป้องสำนักจนตัวตายด้านหลังของพวกนางเต็มไปด้วยเหล่าคนรุ่นใหม่ที่ตะโกนก้องอย่างฮึกเหิม ภายใต้การนำของสองพี่น้องตระกูลว่านกลุ่มห้วงใบไม้ผลิกลับกลายเป็นขั้วอำนาจรุ่นใหม่ของสำนักพงไพรที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญและซื่อสัตย์

            วันนี้จะไม่มีผู้ใดต้องตายทั้งนั้นเสียงตะโกนดังกึกก้องกลบเสียงของกลุ่มห้วงใบไม้ผลิโดยสิ้นเชิง เหล่าศิษย์ที่มีระดับชั้นเหนือมนุษย์และรวมวิญญาณต่างหันไปมองที่มาของเสียงนั้นก่อนที่จะนิ่งค้างด้วยความตกตะลึง

            ร่างที่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกมันเป็นร่างที่พวกมันรู้จักเป็นอย่างดี ชื่อเสียงของคนผู้นี้ต่อให้เป็นศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาได้เพียงวันเดียวก็มิอาจไม่เคยได้ยิน ศิษย์ยอดพฤกษาอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในรอบร้อยปี ไม่สิ โดดเด่นที่สุดตั้งแต่สำนักพงไพรก่อตั้งขึ้น ผู้มีพรสวรรค์ทั้งการต่อสู้และการปรุงโอสถที่มิมีผู้ใดเทียบติด

            ทว่าพวกมันล้วนจดจำอย่างแม่นยำว่าไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่มิติสวนสมุนไพรจะเปิดออก คนผู้นี้เพิ่งกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาที่มีพลังเพียงขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เท่านั้น แต่คนที่ยืนต่อหน้าพวกมันในเวลานี้กลับเป็นผู้ที่มีพลังขั้นหนึ่งรวมวิญญาณ อีกทั้งกลิ่นอายของมันยังบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าผู้มีพลังขั้นรวมวิญญาณคนไหนๆ

            ซ่งไป่หลางกวาดตามองพี่น้องศิษย์ร่วมสำนัก มีทั้งคนที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคย ถัดออกมาก็คือเหล่าผู้ฝึกสอน ผู้อาวุโสต่างๆที่ล้วนมีพลังแข็งแกร่งทั้งระดับราชันยุทธ์และจักรพรรดิทั้งหลาย ยังมีศิษย์ยอดพฤกษาลำดับอื่นๆรวมถึงเหยาเสี่ยวฉานรวมอยู่ด้วย

            กำลังรบของสำนักพงไพรได้เตรียมความพร้อมอยู่ที่นี่ รอคอยเวลาที่ค่ายกลจะถูกทำลายและสงครามจะเริ่มต้นขึ้น

            ไม่มีผู้ใดต้องตายงั้นหรือ โอหังยิ่งนักจักรพรรดิฟ้าตระกูลเจิ้นสบถ เพียงแค่เจ้าหนูที่มีระดับพลังขั้นรวมวิญญาณผู้หนึ่ง เพียงข้าสะบัดมือเบาๆก็สังหารเจ้าได้แล้ว เจ้าเชื่อหรือไม่

            ซ่งไป่หลางเหลือบสายตามองออกไปยังภายนอกค่ายกล รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของมัน เพียงแค่จักรพรรดิฟ้าผู้หนึ่ง เพียงแค่ข้าสะบัดมือเบาๆเจ้าก็ตายแล้ว เจ้าเชื่อหรือไม่

            สีหน้าของจักรพรรดิฟ้าตระกูลเจิ้นกลายเป็นสีแดงด้วยความโกรธทันที บัดซบ รอให้ค่ายกลของพวกเจ้าถูกทำลาย ข้าจะดูว่าเจ้าจะสังหารข้ายังไง

            มิจำเป็นต้องรอ ข้าจะสังหารเจ้าเดี๋ยวนี้ซ่งไป่หลางเอ่ยจบก็สะบัดมือทางจักรพรรดิฟ้าผู้นั้น ในสายตาของคนทั่วไปมองเห็นเพียงภาพที่ซ่งไป่หลางสะบัดมือออก แต่ผู้ที่มีพลังขั้นจักรพรรดิฟ้าขึ้นไปกลับมองเห็นหยาดวารีอันเลือนรางที่มีขนาดเท่าเข็มเล่มหนึ่งพุ่งฝ่าค่ายกลออกไปอย่างแผ่วเบา

            จักรพรรดิฟ้าตระกูลเจิ้นแค่นเสียงใช้ฝ่ามือสะบัดออกหมายจะบดทำลายลูกไม้เล็กๆเบื้องหน้าของมัน ทว่าคาดไม่ถึงว่าเข็มวารีเล่มเล็กนั้นกลับฉีกกระชากคลื่นพลังลมปราณของมันออกแล้วพุ่งเข้าปักลงบนศีรษะของมันอย่างแม่นยำ

            อ้ากกกเสียงกรีดร้องโหยหวนดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนามรบ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวหยุดลงโดยฉับพลัน สีหน้าของทุกคนที่มองไปยังจักรพรรดิฟ้าผู้นั้นแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความเหลือเชื่อและตื่นตะลึงไม่สิ้นสุด

            จักรพรรดิฟ้าผู้หนึ่ง เพียงการสะบัดมือหนึ่งครั้งของซ่งไป่หลางเวลานี้กลับคล้ายถูกระเบิดทำลายจากภายใน ร่างของมันร่วงหล่นลงอย่างไร้ค่าและชีวิตของมันก็ดับสูญไปอย่างง่ายดายเพียงนี้

            ซ่งไป่หลางมองดูมันด้วยความเฉยชา ทว่าภายในใจกลับมีคำพูดประโยคหนึ่ง ขอบคุณท่านอาจารย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #249 ALOHA (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 22:34
    โหดกว่าเดิม ขอบคุณคนแต่งที่มาแต่งให้อ่านนะคะ
    #249
    0
  2. #248 akechai (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 09:15

    ขอบคุณครับ
    #248
    0
  3. #247 dfrdz007 (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 07:00
    thank u
    #247
    0