God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 132 : ตอนที่ 127 ความเป็นมาอันน่าตื่นตะลึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

                ภายในตำหนักหมื่นสมุนไพร รั่วอวี่นั้นได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการซึมซับ ภูมิปัญญาของเซียนพฤกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ดวงตาของนางเปิดออกพร้อมกับคลื่นพลังที่แผ่พุ่งออกมาภายนอกร่างกาย เสียงกึกก้องดังไปทั่วทั้งตำหนักทำให้แม้แต่ซ่งไป่หลางที่กำลังง่วนอยู่กับการควบคุมเตาหลอมโอสถยังอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองไปยังร่างของนาง

            ปัง!! รั่วอวี่สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อร่างกายของนาง ภูมิปัญญาของเซียนพฤกษานั้นล้ำลึกสุดหยั่ง ทว่ารั่วอวี่กลับสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังค้นพบว่ายิ่งนางเข้าใจในศาสตร์พลังธาตุพฤกษาลึกซึ้งมากขึ้นระดับพลังของนางก็ยิ่งเพิ่มพูนและทำให้ระดับพลังของนางก้าวไปยังจุดที่สูงขึ้นตลอดเวลา

            เวลานี้แม้จะเอ่ยว่านางสามารถซึมซับภูมิปัญญาทั้งหมดเอาไว้ได้ ทว่าสิ่งที่นางทำความเข้าใจได้เวลานี้กลับเป็นเพียงความรู้ส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งเท่านั้น ภูมิปัญญาส่วนที่เหลือยังคงถูกปิดผนึกเอาไว้รอจนกว่านางจะสามารถทำความเข้าใจมันได้ในอนาคต

            เสียงยินดีของฉู่เย่ดังขึ้น ระดับพลังของเจ้าพัฒนาขึ้นจากขั้นห้ารวมวิญญาณกลายเป็นขั้นแปดราชันยุทธ์ในทันทีที่เจ้าเข้าใจส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาได้ ในอนาคตขอเพียงเจ้าสามารทำความเข้าใจภูมิปัญญาทั้งหมด พลังของเจ้าก็จะก้าวไปยังจุดที่ทัดเทียมกับข้าในอดีตได้เช่นกัน

            แม้จะกำลังทุ่มเทสมาธิส่วนหนึ่งไปกับการปรุงโอสถ ทว่าซ่งไป่หลางก็ยังสามารถแบ่งสมาธิออกมาเพื่อพูดคุยได้บ้าง ผู้อาวุโสฉู่เย่ ตามความเข้าใจของข้าระดับพลังของผู้คนสมควรขึ้นอยู่กับการฝึกฝนพลังลมปราณและจิตวิญญาณมิใช่หรือ เหตุใดอาศัยภูมิปัญญาของท่าน ระดับพลังของนางจึงได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลเช่นนี้ หรือแท้จริงท่านได้มอบพลังของท่านให้นางผ่านภูมิปัญญานั้น

            หึหึ หากเปลี่ยนเป็นเจ้าหรือผู้อื่นต่อให้สามารถเข้าใจภูมิปัญญาของข้าได้ครบร้อยส่วนก็เพียงแค่เพิ่มพูนความเข้าใจต่อศาสตร์พลังธาตุพฤกษาและการปรุงโอสถเท่านั้น ทว่ากับนางนั้นนับว่าเป็นกรณีพิเศษ เจ้าหนู เจ้าอยู่กับนางมานานพอสมควรกลับไม่ค้นพบถึงความแตกต่างเลยงั้นหรือฉู่เย่หัวเราะเบาๆ

            ความแตกต่าง?” ซ่งไป่หลางเริ่มเอะใจ เดิมทีรั่วอวี่นั้นเป็นอัจฉริยะอย่างแน่นอน ความสามารถและพรสวรรค์ของนางในด้านศาสตร์พลังธาตุพฤกษานับว่าน่าทึ่ง แม้แต่ในสำนักพงไพรก็ยังเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุด ต่อให้เป็นจวินเม่ยเจ้าสำนักก็ยังไม่โดดเด่นถึงเพียงนี้เมื่อยังมีอายุเท่ากับนาง

            อย่างไรก็ตามซ่งไป่หลางคิดมาตลอดว่าพรสวรรค์และความอัจฉริยะของนางไม่เพียงเกิดจากสิ่งที่ติดตัวนางมาตั้งแต่เกิด แต่ยังเป็นผลมาจากการสั่งสอนของผู้อาวุโสรั่วอีกด้วย คาดเดาจากความเคารพที่เซี่ยหยางมีให้แก่ผู้อาวุโสรั่ว ระดับของผู้อาวุโสรั่วสมควรสูงส่งยิ่งกว่าจวินเม่ยอีกหลายขั้น

            เมื่อนึกถึงเรื่องนี้อย่างละเอียด ซ่งไป่หลางพลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติจริงๆ ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์สามารถมีอายุขัยได้มากกว่าหนึ่งร้อยปี ราชันยุทธ์ยังมากถึงหนึ่งร้อยห้าสิบปี และเหล่าจักรพรรดินั้นมีอายุขัยมากกว่าสองร้อยปี มิต้องเอ่ยถึงระดับที่สูงยิ่งขึ้นอย่างอนุเซียนหรือขั้นอื่นๆเลย ยกตัวอย่างเช่นผู้อาวุโสหลักทั้งสามของสำนักพงไพร ต่างก็มีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปีทั้งสิ้นทว่าทั้งหมดกลับยังดูเต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง มิได้มีท่าทีคล้ายคลึงกับชายชราสักนิด

            ในทางตรงกันข้ามผู้อาวุโสรั่วที่มีระดับพลังสูงส่งเหนือยิ่งกว่าอนุเซียนกลับดูเป็นชายชราที่เข้าใกล้ช่วงสุดท้ายของอายุขัยแล้วผู้หนึ่ง บางทีผู้อาวุโสรั่วอาจจะมีอายุเกินกว่าสามหรือสี่ร้อยปีขึ้นไป นั่นหมายความว่าหากผู้อาวุโสรั่วเป็นปู่ของรั่วอวี่จริงๆ อายุของทั้งสองคนก็นับว่าห่างกันมากเกินผิดปกติ

            อันที่จริงซ่งไป่หลางไม่เคยรู้เลยว่าบิดามารดาของรั่วอวี่เป็นใครกันแน่ ทั้งไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับประวัติภูมิหลังของนางมาก่อน รู้แค่เพียงว่านางอาศัยอยู่ร่วมกับปู่ของนางมาตั้งแต่แบเบาะ ความรู้และความสามารถทั้งหมดล้วนได้รับสืบทอดมาจากปู่ของนาง

            ซ่งไป่หลางยิ่งคิดก็ยิ่งตระหนักถึงความผิดปกติ พลังธาตุพฤกษาของรั่วอวี่นั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป แม้แต่ยอดฝีมืออย่างจวินเม่ยกลิ่นอายของพลังธาตุพฤกษาของนางก็ยังไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ มันคล้ายกับว่าพลังธาตุพฤกษาของรั่วอวี่นั้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าและปราศจากสิ่งเจือปน เป็นพลังธาตุพฤกษาที่ไร้สิ่งแปลกปลอมใดๆ

            ยังมีท่าทีของอาจารย์ชางไป่เหอ แม้หลังจากรู้จักกันแล้วจะพบว่านางมิได้เป็นคนเย็นชาอันใดเพียงแค่เพราะความสนใจทั้งหมดของนางล้วนทุ่มเทให้กับมวลพฤกษา ดังนั้นนางจึงหลีกเลี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ กระทั่งกับซ่งไป่หลางในคราแรกนางก็ยังมีท่าทีห่างเหินเป็นอย่างยิ่ง แต่ท่าทีที่นางแสดงกับรั่วอวี่กลับแตกต่างออกไป ดูเป็นมิตรและอบอุ่นมากกว่าปกติ

            เดิมทีซ่งไป่หลางเพียงแค่ประหลาดใจแต่มิได้เก็บมาคิดอันใดมากนัก ทว่าเมื่อรวมความรู้สึกประหลาดใจต่างๆเข้าด้วยกันรวมกับคำพูดของฉู่เย่ ซ่งไป่หลางก็พลันเกิดความคิดอันน่าตกตะลึงขึ้นประการหนึ่ง

            หรือว่าแท้จริงแล้วนาง…”

            ซ่งไป่หลาง เจ้าเอ่ยถึงเรื่องใดรั่วอวี่ประหลาดใจ นางไม่อาจเข้าใจคำพูดของซ่งไป่หลางและฉู่เย่

            นังหนู เจ้าถูกเลี้ยงดูขึ้นมาแบบมนุษย์ ทว่าแท้จริงแล้วเจ้าก็ตระหนักดีว่าตนเองมิใช่มนุษย์ที่แท้จริง เช่นเดียวกับปู่ของเจ้าฉู่เย่ถอนหายใจเบาๆ

            รั่วอวี่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางย่อมตระหนักดีว่าตนเองนั้นแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป นับตั้งแต่ที่ปู่ของนางส่งนางไปยังสำนักพงไพร เมื่อนางได้ทำความรู้จักผู้คนจำนวนมาก นางก็ยิ่งตระหนักถึงความแตกต่างได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

            แม้นางจะไม่ได้ใส่ใจมากนัก ทว่านางก็ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของนางมาเป็นเวลานานแล้ว

            ท่านผู้อาวุโสฉู่เย่ หรือว่าท่านจะรู้จักภูมิหลังของข้ารั่วอวี่เอ่ยถามน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย ใจหนึ่งนางรู้สึกหวาดกลัวที่จะรู้ความจริง นางรักปู่ของนางมากและเชื่อว่าความรักนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตามนางกลัวว่าภูมิหลังที่เป็นปริศนาจะบังคับให้นางต้องไปจากปู่ของนาง

            มิต้องกังวลอันใด ตัวตนของเจ้ามิใช่สิ่งที่สร้างปัญหาให้กับเจ้า ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ใช่มนุษย์และมิได้มีบิดามารดาก็ตามฉู่เย่ตอบกลับ อันที่จริงจะบอกว่ามิมีบิดาก็ไม่ถูกนัก หากยึดถือว่าบิดาคือผู้ให้กำเนิด เช่นนั้นก็อาจจะถือได้ว่าข้าก็คือบิดาที่แท้จริงของเจ้า

            คำพูดของประโยคนี้ของฉู่เย่ทำให้ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ตกตะลึงในทันที ฉู่เย่อธิบายต่ออย่างเชื่องช้า ทั้งเจ้าและปู่ของเจ้าล้วนถือกำเนิดขึ้นมาก็เพราะข้า และถือกำเนิดขึ้นมาจากสวนสมุนไพรแห่งนี้ ไม่สิ กำเนิดขึ้นมาจากต้นมหาพฤกษานี้ต่างหาก

            กำเนิดจากต้นมหาพฤกษารั่วอวี่รู้สึกไร้คำพูด

            เรื่องนี้คงต้องเล่าจากเมื่อครั้งตอนที่ข้าเริ่มปลูกต้นมหาพฤกษา เมล็ดพันธุ์ของต้นมหาพฤกษานั้นเป็นสิ่งที่ข้าได้รับมาจากจิตวิญญาณบรรพกาลที่เจ้าหนูผู้นี้ก็น่าจะรู้จัก รวมถึงเคล็ดอักขระเทวะต้นกำเนิดที่เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ข้ามาถึงจุดนี้ ก็ล้วนได้รับมาจากจิตวิญญาณบรรพกาลเช่นกัน

            ตอนนั้นจิตวิญญาณบรรพกาลเล่าให้ข้าฟังว่า ต้นมหาพฤกษาเป็นต้นไม้บรรพกาลที่ดำรงอยู่ในยุคสมัยของเทพมาร ทว่าหลังจากยุคแห่งการล่มสลาย ต้นมหาพฤกษาก็ได้ตายลง ก่อนตายมันได้ทิ้งเมล็ดพันธุ์เอาไว้หนึ่งเมล็ด ซึ่งจิตวิญญาณบรรพกาลก็ได้เก็บรักษาเอาไว้จนกระทั่งมอบต่อให้กับข้า

            ในฐานะของผู้ปรุงโอสถ เจ้าควรจะตระหนักดีว่าสมุนไพรและพฤกษาทั้งมวลล้วนมีจิตวิญญาณของพวกมัน ทว่ามีเพียงพฤกษาไม่กี่ชนิดจึงจะมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งและชัดเจนมากพอ ต้นมหาพฤกษาคือต้นไม้ที่มีจิตวิญญาณแข็งแกร่งและชัดเจนมากที่สุด และก่อนที่มันจะตายมันก็ได้ให้กำเนิดผลมหาพฤกษาขึ้นมา เวลานั้นผลมหาพฤกษาได้จำแลงร่างของมันเป็นเทพพฤกษาและต่อการกับเหล่ามารปีศาจ จนสุดท้ายก็ถูกทำลายโดยจอมมารผู้หนึ่ง

            หลังจากที่ข้าได้รู้ถึงเรื่องนี้ ข้าจึงรู้ว่าหากสามารถปลูกต้นมหาพฤกษาให้เติบโตได้ เมื่อมันออกผล ผลมหาพฤกษาก็จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิต ทว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ข้าสามารถทำให้ผลมหาพฤกษาถือกำเนิดเพียงผลเดียว นั่นก็คือปู่ของเจ้าคำพูดของฉู่เย่ทำให้รั่วอวี่สั่นสะท้านเล็กน้อย นางไม่นึกเลยว่าปู่ของนางและตัวนางจะมีความเป็นมาเช่นนี้

            ฉู่เย่เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ อย่างไรก็ตามข้าเป็นเพียงมนุษย์ผู้หนึ่ง จะสามารถปลูกต้นมหาพฤกษาให้สมบูรณ์ได้เช่นใด ผลมหาพฤกษาผลแรกกลับไม่สามารถเติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ มิอาจกลายเป็นผลมหาพฤกษาที่แข็งแกร่งทรงพลังเทียบเท่าเทพพฤกษาในอดีตได้

            ข้าใช้เวลาร้อยกว่าปีในการเลี้ยงดูปู่ของเจ้า และถ่ายทอดความรู้ต่างๆให้แก่มัน ข้าจึงรู้ว่าผลมหาพฤกษาจะเติบโตและทรงพลังมากขึ้นเมื่อมันมีความเข้าใจลึกซึ้งต่อศาสตร์พลังธาตุพฤกษา นั่นเพราะตัวมันคือพฤกษาที่แท้จริง ยิ่งลึกซึ้งก็ยิ่งเติบโต ยิ่งทวีความแข็งแกร่ง

            ปู่ของเจ้าเข้าใจถึงความเสียใจของข้า ดังนั้นแม้ต้นมหาพฤกษาจะกำลังดำเนินสู่ช่วงเวลาวิกฤติ มันก็ยังคงทุ่มเทในการดูแลต้นมหาพฤกษาเพื่อให้กำเนิดผลมหาพฤกษาที่สมบูรณ์แบบ จนในที่สุดต้นมหาพฤกษาก็ได้ให้กำเนิดผลมหาพฤกษาขึ้นเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว

            ซึ่งนั่นก็คือข้าเสียงของรั่วอวี่เต็มไปด้วยอารมณ์สับสนวุ่นวาย

            ปู่ของเจ้าก็คือญาติของเจ้าจริงๆ ไม่ใช่ญาติทางสายเลือดแบบเดียวกับมนุษย์ทว่าก็ถือเป็นญาติที่กำเนิดจากรากฐานเดียวกัน มีความผูกพันทางวิญญาณอย่างแท้จริงฉู่เย่เอ่ยต่อ และเมื่อเจ้าเข้าสู่สวนสมุนไพรวิเศษ ข้าก็ตระหนักได้ทันทีว่ามันทำสำเร็จแล้ว เจ้าคือผลมหาพฤกษาที่สมบูรณ์แบบ แม้จะถูกเลี้ยงมาในแบบมนุษย์ทว่าในอนาคตเจ้าก็จะข้ามพ้นขอบเขตของมนุษย์ และกลายเป็นเทพเจ้าเทียบเท่ากับเทพพฤกษาบรรพกาลฉู่เย่ไม่อาจเก็บซ่อนอารมณ์ของมัน น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความสุขและความยินดี

            เจ้าก็คือส่วนหนึ่งของคำทำนายสวรรค์พินาศ ผลมหาพฤกษาจะทำให้สวรรค์สั่นคลอนและร่วมสรรค์สร้างสวรรค์แห่งใหม่ที่ไร้มลทิน เดิมทีข้าเคยคิดว่าคำทำนายนี้เอ่ยถึงปู่ของเจ้า ทว่าน่าเสียดายที่มิใช่ ปู่ของเจ้าอาจจะมีพลังที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปและเทียบเคียงได้กับผู้ที่มีสายโลหิตของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ทว่าก็มิอาจอยู่เหนือกว่าพวกมัน

            ทว่าเจ้านั้นต่างออกไป ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงมนุษย์ที่ได้รับโลหิตศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า ทว่าเจ้าคือตัวตนที่จะได้กลายเป็นเทพเจ้า อนาคตของเจ้านั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะเทียบเคียงได้

            คำทำนายสวรรค์พินาศอีกแล้วซ่งไป่หลางตกตะลึงอีกครั้งหนึ่ง คำทำนายนี้ได้ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย เมื่อคำนึงถึงบทต่างๆที่มันล้วนเคยได้ยินมา เซี่ยหยาง ตัวมันเอง ซ่งหงเสวี่ย รั่วอวี่ ฉู่เย่และสำนักพงไพร ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีความเกี่ยวข้องกับคำทำนายสวรรค์พินาศทั้งสิ้น

            เช่นนั้นรั่วอวี่ก็มิใช่มนุษย์ แต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับภูติพฤกษา มิแปลกใจเลยที่อาจารย์ชางไป่เหอปฏิบัติต่อนางแตกต่างออกไปและพลังธาตุพฤกษาของนางก็บริสุทธิ์อย่างมากซ่งไป่หลางถอนหายใจเบาๆด้วยความทึ่ง อีกทั้งพลังของนางยังมิได้พัฒนาขึ้นด้วยการบ่มเพาะฝึกฝนดั่งเช่นคนทั่วไป แต่เกิดจากการทำความเข้าใจศาสตร์พลังธาตุพฤกษาสินะ

            ฉู่เย่ตอบรับ ถูกต้องแล้ว ยิ่งนางทำความเข้าใจภูมิปัญญาแห่งธาตุพฤกษาได้มากเพียงใดพลังของนางก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น ทักษะการต่อสู้ต่างๆก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตามด้วยภูมิปัญญาที่ข้ามีอย่างมากที่สุดก็แค่สามารถทำให้นางมีพลังทัดเทียมกับข้าในอดีตเท่านั้น ยังมิอาจไปสู่ระดับเทพพฤกษาบรรพกาลได้

            เช่นนั้นต้องทำอย่างไรนางถึงจะก้าวไปยังระดับเทพพฤกษาบรรพกาลซ่งไป่หลางรู้สึกสนใจเรื่องนี้อย่างมาก ตั้งแต่ที่มันได้รู้จักกับจิตวิญญาณบรรพกาลมันก็รู้สึกว่าเรื่องราวในอดีตนั้นน่าศึกษาเรียนรู้ยิ่งนัก

            เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่อาจรู้ได้ ทว่าจิตวิญญาณบรรพกาลได้แนะนำเรื่องสำคัญเอาไว้ นั่นก็คือแม้ว่าสิ่งมีชีวิตในยุคบรรพกาลจะล้มหายตายจากไปเกือบหมดแล้ว ทว่าสถานที่ที่มีร่องรอยและภูมิปัญญาของยุคบรรพกาลยังไม่ได้หายไปทั้งหมด บางทีมันอาจจะมีภูมิปัญญาบรรพกาลบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเทพพฤกษา ขอเพียงในอนาคตนางสามารถค้นพบมันได้ นางก็จะสามารถก้าวข้ามขอบเขตกลายเป็นเทพพฤกษาคนใหม่ฉู่เย่ตอบอย่างจนปัญญา

            ซ่งไป่หลางพยักหน้ารับรู้ เรื่องประเภทนี้นับว่าขึ้นอยู่กับโชคชะตาของแต่ละคน หากคำทำนายสวรรค์พินาศมิได้ผิดพลาด แม้รั่วอวี่จะไม่สามารถค้นหาภูมิปัญญาของเทพพฤกษาได้พบแต่นางก็ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่สำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์อยู่ดี

            ผู้อาวุโสฉู่ บางทีท่านอาจจะรู้ประโยคทั้งหมดของคำทำนายสวรรค์พินาศ?” ซ่งไป่หลางสอบถามด้วยความคาดหวัง

            ทว่าฉู่เย่กลับถอนหายใจออกมา น่าเสียดายนัก เรื่องนี้ข้ารู้เพียงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับดินแดนเทพพฤกษาและต้นมหาพฤกษาเท่านั้น ท่านหญิงน้อยของตระกูลสาปสวรรค์เอ่ยว่าวันใดที่คำทำนายทั้งหมดถูกรวบรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อนั้นจึงจะเป็นวันที่สวรรค์พินาศสิ้น ดังนั้นข้าไม่คิดว่านางน่าจะแบ่งคำทำนายออกเป็นส่วนๆและส่งมอบให้แก่ผู้ที่ถูกเลือกโดยโชคชะตาที่เกี่ยวเนื่องกับคำทำนายของนางเท่านั้น

            ซ่งไป่หลางลอบตื่นตะลึงเล็กน้อย ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ข้าได้พบเจอกับคำทำนายของตระกูลสาปสวรรค์มามากมาย ทว่ากลับมิเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน บางทีข้าน่าจะลองพูดคุยเรื่องนี้กับอาจารย์ และหากเจอหงเสวี่ยข้าควรถามนางเกี่ยวกับคำทำนายที่นางรู้

            พลังของรั่วอวี่ได้พุ่งทะลุเข้าสู่ขั้นแปดราชันยุทธ์แล้ว อีกทั้งระดับพลังของนางยังแตกต่างจากคนทั่วไป ซ่งไป่หลางคาดเดาได้เลยว่าแม้ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือขั้นจักรพรรดิมนุษย์หรือกระทั่งจักรพรรดิปฐพีขึ้นไป นางก็ยังมีโอกาสเอาชนะได้

            ซ่งไป่หลางรู้สึกกดดันเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเวลาไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่คนทั้งสองยังร่วมมือกันต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตมายาและกลุ่มของหั่วฟู่ แม้ว่าเวลานั้นรั่วอวี่จะมีระดับพลังสูงกว่าตนอยู่พอสมควรทว่าในแง่ของระดับความสามารถโดยรวมซ่งไป่หลางยังมีความเชื่อมั่นว่าสามารถเทียบชั้นกับนางได้อยู่บ้าง ทว่าเวลานี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง พลังของรั่วอวี่นั้นสูงส่งเกินไป เกรงว่าแม้แต่ศิษย์ยอดพฤกษาอันดับหนึ่งอย่างเหยาเสี่ยวฉานก็คงมิอาจเทียบกับนางได้อีกแล้ว

            ข้าเองก็ต้องฝึกฝนให้หนักยิ่งขึ้นซ่งไป่หลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ในสภาวะที่กำลังทุ่มเทสมาธิเพื่อปรุงโอสถย่อมไม่เหมาะที่จะฝึกฝนเพิ่มพูนพลัง ทำให้ซ่งไป่หลางสูญเสียเวลาที่ใช้สำหรับฝึกฝนไปมากกว่าหนึ่งเดือน

            เซียนพฤกษาคล้ายรับรู้ถึงความคิดของมัน หึหึ เจ้าหนูอย่าได้คิดว่าตนเองเสียโอกาสอันใด หากเจ้ายังมีพลังเพียงขั้นเหนือมนุษย์ละก็เจ้าอาจจะไม่ได้รับประโยชน์มากนักจากการปรุงโอสถ ทว่าเวลานี้เจ้ากำลังจะทลายด่านพลังเข้าสู่ขั้นรวมวิญญาณ นี่นับว่าเป็นโชคชะตาของเจ้าโดยแท้ ข้าจะดูแลเตาโอสถให้เจ้าชั่วระยะเวลาสิบลมหายใจ ระหว่างนั้นจงสำรวจห้วงวิญญาณของตนเองให้ละเอียดซะ

            หลังจากที่เซียนพฤกษากล่าวจบ ซ่งไป่หลางพลันรู้สึกว่าการควบคุมเปลวไฟผ่านอักขระค่ายกลของมันถูกตัดขาดไปชั่วคราว ทว่ามันกลับมิได้แตกตื่นตกใจอันใด เนื่องจากแม้ฉู่เย่จะอยู่ในสภาพเศษเสี้ยววิญญาณแต่มันก็มีความเข้าใจในศาสตร์ค่ายกลและการปรุงโอสถลึกซึ้งมิด้อยไปกว่ามัน น่าเสียดายที่ฉู่เย่มิอาจใช้พลังของมันได้มากเกินไปมิเช่นนั้นมันคงหลอมโอสถจิตวิญญาณเทวะด้วยตนเองไปนานแล้ว

            ซ่งไป่หลางหลับตาลงก่อนจะสำรวจห้วงวิญญาณของตนเองอย่างช้าๆ มันพบว่าทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นจากวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ภายในห้วงวิญญาณของมันกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมากมายภายในห้วงวิญญาณของมัน

            ป่าภายในห้วงวิญญาณเติบโตและขยายวงกว้างขึ้น ดวงอาทิตย์ทวีความร้อนแรงและแผดเผา กระแสวารีม้วนตลบสำแดงพลังอันน่าสะพรึง สายลมคมกริบพัดผ่านไปทั่วทั้งห้วงวิญญาณ ผืนปฐพีสั่นสะเทือนอย่างมิอาจยับยั้ง ซ่งไป่หลางตระหนักได้ในทันทีว่านี่คือสัญญาณเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ขั้นรวมวิญญาณ พลังธาตุและห้วงวิญญาณของมันกำลังเติบโตและก้าวเข้าสู่ระดับใหม่อีกขั้นหนึ่งแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #246 akechai (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 11:31

    นิยายเรื่องนี้สนุกมากเลยครับ ขอบคุณครับ
    #246
    0
  2. #245 dfrdz007 (จากตอนที่ 132)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 10:06
    thank u
    #245
    0