God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 131 : ตอนที่ 126 ข้อเสนอของตระกูลหั่ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

                เวลานี้ตระกูลหั่วทั่วทั้งหมดล้วนตกอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียด ตั้งแต่ผู้อาวุโสไล่ไปจนถึงเหล่าข้ารับใช้ต่างต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงและระมัดระวังเนื่องจากมีโอกาสที่ตระกูลหั่วของพวกมันจะถูกตัดออกจากการเป็นตระกูลรับใช้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ทุกเมื่อ อำนาจรากฐานของตระกูลนับว่าอยู่ในสภาวะย่ำแย่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            หั่วพั่วจุนที่เดิมทีตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก หลังจากได้รับข่าวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในดินแดนเทพพฤกษามันก็รู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาของมัน

            ไม่สามารถรวบรวมสมุนไพรที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องการมาได้ ซ้ำยังเกิดความสูญเสียอันน่าตื่นตระหนก จักรพรรดิฟ้าและจักรพรรดิปฐพีตกตาย จักรพรรดิมนุษย์กลายเป็นเพียงผู้พิการ แม้แต่บุตรชายของมันยังตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บปางตายยากที่จะรักษาให้หายในเวลาอันสั้น

            หั่วเฟยนั้นเป็นผู้ที่ถูกคาดหวังให้กลายเป็นผู้นำตระกูลรุ่นถัดไป พรสวรรค์ของหั่วเฟยอาจจะใกล้เคียงกับหั่วพั่วจุนในวัยเยาว์ ทว่าภายใต้การส่งเสริมของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทำให้ศักยภาพของมันพัฒนาขึ้นรวดเร็วราวกับมังกรทะยาน อายุเพียงหกสิบกว่าปีก็กลายเป็นจักรพรรดิฟ้าได้สำเร็จ มิต้องสงสัยเลยว่ามันจะสามารถกลายเป็นอนุเซียนได้ก่อนอายุหนึ่งร้อยปี

            เทียบกันแล้วหั่วพั่วจุนที่มิได้รับการส่งเสริมในวัยเยาว์บัดนี้อายุครบหนึ่งร้อยห้าสิบปีถ้วนกลับยังมีพลังเพียงขั้นจักรพรรดิฟ้าเท่านั้น ดังนั้นมันจึงรักใคร่และภาคภูมิใจในตัวบุตรชายเป็นอย่างมาก นึกไม่ถึงบุตรชายที่มันรักที่สุดกลับต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ด้วยน้ำมือของผู้มีพลังไม่ถึงขั้นรวมวิญญาณผู้หนึ่ง

            ข้าควรทำเช่นไรหัวใจของหั่วพั่วจุนขมปร่าและสุมไปด้วยความอัดอั้น มันไม่อาจละเมิดข้อสัญญาที่ตระกูลหั่วได้มอบให้แก่สำนักพงไพร ทว่าขณะเดียวกันมันก็มิอาจทำใจปล่อยผ่านเรื่องนี้ ยังมีเรื่องที่ตระกูลหั่วจำเป็นต้องได้รับสมุนไพรวิเศษจากสวนสมุนไพร มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นจุดจบของตระกูลหั่วอย่างแท้จริง

            ตั้งแต่ที่มันได้รับข่าวล่าสุดมาจากอนุเซียนตระกูลหั่ว มันก็มิกล้านำไปแจ้งแก่คนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากยังพอมีความหวังที่จะเจรจากับสำนักพงไพรได้ ขอเพียงได้สมุนไพรวิเศษมาแม้ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดตระกูลหั่วก็จะต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้มันมา

            หั่วพั่วจุน ไสหัวออกมาหาบิดาของเจ้าเสียงตวาดดังก้องไปทั่วศาลาเทพอัสนี สีหน้าของหั่วพั่วจุนฉายแววซับซ้อนในทันที ใจหนึ่งมันรู้สึกยินดีที่ได้ยินเสียงนี้ ทว่าอีกใจหนึ่งก็เต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัว

            นั่นเพราะบิดาของมันหรืออดีตผู้นำตระกูลหั่วอาจจะเป็นเพียงความเป็นไปได้สุดท้ายในการรักษาตำแหน่งและรากฐานของตระกูลหั่วเอาไว้ได้

            หั่วเจิ้งที่เส้นผมทั่วทั้งศีรษะกลายเป็นสีขาวโพลนเพราะอายุที่มากเกินกว่าสองร้อยห้าสิบปีก้าวเดินเข้ามาในศาลาเทพอัสนี ใบหน้าเหี่ยวย่นของมันมืดครึ้มและเต็มไปด้วยโทสะ พั่วจุน ข้าฝากฝังให้เจ้าดูแลตระกูลหั่วได้เพียงไม่ถึงยี่สิบปี คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะทำให้ตระกูลของพวกเราต้องตกอยู่ในสภาวะเยี่ยงนี้

            หั่วพั่วจุนมองดูบิดาด้วยความหวาดกลัว เวลาที่หั่วเจิ้งโกรธมันจะแสดงออกอย่างดุร้ายและไร้ซึ่งความเมตตาต่อให้เป็นบุตรชายของมันเองก็ตาม ยามนี้เพียงแค่พลังระดับขั้นอนุเซียนที่มันปลดปล่อยออกมาก็ทำให้หั่วพั่วจุนรู้สึกหายใจติดขัดแล้ว

            ท่านพ่อ ระดับพลังของท่านหั่วพั่วจุนพยายามเบี่ยงความสนใจของบิดา

            เฮอะหั่วเจิ้งแค่นเสียง น่าเสียดายนักที่ปัญหานี้มันกวนใจข้าจนเกินไป มิฉะนั้นข้าอาจจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับอนุเซียนขั้นสิบ อยู่ในขั้นเดียวกับฟางเจี่ยลื่อไปแล้วก็เป็นได้

            โอ้หั่วพั่วจุนตกตะลึงในทันที ท่านพ่อ ระดับพลังของท่านเวลานี้เป็นรองเพียงฟางเจี่ยลื่อเท่านั้น เกรงว่าตระกูลรับใช้อื่นๆก็ยังมิมีผู้ใดสามารถเทียบกับท่าน ด้วยความสามารถเช่นนี้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่อาจดูแคลนพวกเราจนเกินไป

            หั่วเจิ้งมองดูบุตรชายด้วยสายตาดูถูก ตั้งแต่เมื่อใดที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ให้คุณค่ากับตระกูลรับใช้ถึงเพียงนั้น ด้วยทรัพยากรที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์มี หากต้องการละก็ต่อให้เป็นตระกูลอ่อนแอสักตระกูลหนึ่งในดินแดนใต้สวรรค์ก็สามารถผลักดันให้กลายเป็นมังกรได้ในเวลาไม่เกินสิบปีเท่านั้น

            จงอย่าได้ประมาทเพียงแค่เพราะมีความได้เปรียบเล็กน้อย หากเจ้าระมัดระวังมากพอเจ้าคงไม่นำพาตระกูลหั่วของพวกเราเดินมาจนถึงจุดนี้หั่วเจิ้งนั้นหัวเสียเป็นอย่างมาก ตระกูลหั่วที่รุ่งเรืองมาตลอดหลายร้อยปีกลับต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์หายนะเยี่ยงนี้

            เรื่องนี้ท่านควรโทษเจ้าสารเลวฟางเจี่ยลื่อ มันหลอกใช้พวกเราเป็นหมากเบี้ยเพื่อทดสอบขีดจำกัดของสำนักพงไพร ทำให้ท่านผู้อาวุโสต้องจำใจทำสัญญากับสำนักพงไพรเพื่อรักษารากฐานของตระกูลเอาไว้หั่วพั่วจุนเอ่ยตอบ

            แน่นอนว่าข้าจะจดจำความแค้นนี้เอาไว้ เจ้าฟางเจี่ยลื่อผู้นี้แม้จะอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพวกเราแต่สักวันหนึ่งตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็จะทอดทิ้งมัน ถึงเวลานั้นข้าจะทำให้มันสำนึกเสียใจต่อการตัดสินใจในครั้งนี้หั่วเจิ้งคำรามเบาๆ

            สถานการณ์ที่ดินแดนเทพพฤกษาเป็นเช่นไรเมื่อได้ยินคำถามนี้สีหน้าของหั่วพั่วจุนก็ซีดลงเล็กน้อย หลังจากนั้นมันจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้เป็นบิดาทราบ

            สีหน้าของหั่วเจิ้งกลายเป็นโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด บัดซบ เจ้าพวกสำนักพงไพรสารเลว กล้าทำร้ายหลานชายของข้าถึงเพียงนี้

            ท่านพ่อ พวกเรามิอาจยื่นมือเข้าโจมตีสำนักพงไพรได้อีกแล้วหั่วพั่วจุนถอนหายใจ แม้จะเคียดแค้นเพียงใดแต่ก็ไม่อาจกระทำอันใดได้

            ฮึ่ม แม้จะไม่อาจโจมตีสำนักพงไพรโดยตรงทว่าเรื่องนี้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ส่งสาส์นไปยังสำนักพงไพรให้มอบตัวเจ้าเด็กสารเลวซ่งไป่หลางให้กับตระกูลหั่วซะ มิเช่นนั้นตระกูลหั่วจะลงมือแตกหักอย่างถึงที่สุด ต่อให้เป็นลูกแก้วผนึกมารที่เป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลก็จะถูกใช้เพื่อถล่มสำนักพงไพรให้ราบคาบ

            ท่านพ่อ ระงับโทสะก่อน สำนักพงไพรมิใช่สำนักขนาดใหญ่ทั่วไป มันมีรากฐานที่แข็งแกร่งมิได้ด้อยไปกว่าตระกูลหั่ว จวินเม่ยเองก็มีระดับพลังเทียบเคียงได้กับฟางเจี่ยลื่อ พวกมันยังมีไพ่ลับซ่อนเอาไว้อยู่มากมายยังมิเอ่ยถึงตัวตนลึกลับที่ทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องหวาดกลัวอีกด้วยหั่วพั่วจุนรีบเอ่ยอย่างลนลาน

            เจ้าเชื่อว่าสำนักพงไพรจะยินดีเปิดศึกกับพวกเราเพื่อเจ้าเด็กสารเลวนั่นรึ?” หั่วเจิ้นที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ดีนักขมวดคิ้วของมัน

            ท่านพ่ออาจจะยังไม่เข้าใจสถานะของเจ้าเด็กสารเลวนั่น มิเพียงแต่เป็นศิษย์ยอดพฤกษาที่อายุน้อยที่สุด จากข้อมูลที่พวกเราได้มา มันมีพรสวรรค์ลึกลับที่ทำให้สามารถปรุงโอสถคุณภาพระดับห้าได้จำนวนมาก พรสวรรค์ทั้งในฐานะผู้ปรุงโอสถและการเพาะปลูกสมุนไพรล้วนจัดอยู่ในระดับพันปีถึงจะพบเจอได้สักคนหนึ่ง นอกจากนี้มันยังเข้าถึงความลับของสวนสมุนไพรวิเศษ ข้าเชื่อว่าสำนักพงไพรมิมีทางยอมปล่อยให้ผู้ใดแตะต้องเจ้าเด็กผู้นี้เป็นแน่หั่วพั่วจุนอธิบายอย่างเยือกเย็น

            บัดซบยิ่งนัก เจ้าเด็กนี่เป็นปีศาจหรืออย่างไร ช่างเถอะ จากที่เจ้าเอ่ยออกมาทั้งหมด ต่อให้พวกเราตระกูลหั่วมิลงมือด้วยตนเอง มันก็ยังคงต้องตกตายอยู่ดี พรสวรรค์ของมันโดดเด่นจนเกินไป ล้วนเป็นภัยต่อความมั่นคงของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น ข้ามิเชื่อว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะนั่งมองสำนักพงไพรเติบโตเช่นนี้หั่วเจิ้นแค่นเสียงหัวเราะ

            เช่นนั้นเรื่องของดินแดนเทพพฤกษา ท่านพ่อคิดว่าพวกเราควรทำเช่นไรในเวลานี้หั่วพั่วจุนเอ่ยถามหยั่งเชิง

            นำตัวเฟยเอ๋อกลับมารักษาตัว ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องสมุนไพรวิเศษให้ทำการเจรจากับสำนักพงไพร ต่อให้ต้องแลกด้วยสมบัติวิเศษระดับสวรรค์ก็ต้องแลกไป หากตระกูลหั่วสูญเสียฐานะของการเป็นตระกูลรับใช้ละก็จะต้องกลายเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพวกเราทั้งหมดเป็นแน่หั่วเจิ้งตอบกลับ

            ข้าจะส่งสาส์นไปยังท่านผู้อาวุโสตามนี้ อย่างไรก็ตาม หากสำนักพงไพรไม่ยินดีแลกเปลี่ยนเล่า อย่าลืมว่าพวกมันเองก็ร่ำรวยและมีสมบัติจำนวนมาก และทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับพวกมันมากที่สุดก็คือสมุนไพรวิเศษพวกนั้น พวกมันจะยินยอมแลกเปลี่ยนหรือหั่วพั่วจุนเอ่ยถึงความกังวลของมัน

            นี่นับว่ามีความเป็นไปได้ เช่นนั้นเราก็ต้องเพิ่มความได้เปรียบในการต่อรองสักหน่อยสีหน้าของหั่วเจิ้งเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นี่คือแหวนเทพอัสนี สมบัติระดับชั้นบรรพกาลที่ข้าได้รับมาจากการสำรวจห้วงมิติเทพอัสนีเมื่อหลายสิบปีก่อน เดิมทีข้าตั้งใจจะใช้มันเป็นอาวุธสู้กับฟางเจี่ยลื่อในอนาคต ทว่าหากตระกูลหั่วต้องสูญเสียสถานะของตระกูลรับใช้ อย่าว่าแต่ใช้สู้กับฟางเจี่ยลื่อเลย พวกเราคงมิมีโอกาสยืนต่อหน้ามันอีกต่อไปด้วยซ้ำ ดังนั้นก็นำมันไปใช้เถอะ

            หั่วพั่วจุนตกตะลึงทันที ท่านพ่อ นี่ ข้าคิดว่ามันออกจะมากเกินไป

            มากเกินไปอันใด เจ้าคิดว่าสมบัติระดับสวรรค์จะมากเพียงพอสำหรับดึงดูดความสนใจของสำนักพงไพรงั้นรึ เจ้าคิดว่าสำนักพงไพรมีสมบัติมากมายมหาศาลเพียงใด หากต้องการให้พวกมันยินยอมแลกเปลี่ยนสมุนไพรวิเศษที่หาได้ยากเหล่านั้นก็มีแต่ต้องลงทุนเช่นนี้เท่านั้นหั่วเจิ้งถอนหายใจ มันรู้สึกว่าลำไส้ของมันได้กลายเป็นสีเขียว

            นับว่ายังดีอยู่บ้างเล็กน้อยตรงที่แหวนเทพอัสนีอยู่ในสภาพที่ถูกผนึกโบราณบางส่วนเกาะกุมอยู่จึงทำให้ไม่อาจใช้ศักยภาพของมันได้อย่างเต็มกำลัง แม้มันจะเป็นสมบัติระดับบรรพกาลทว่าการใช้งานจริงในตอนนี้ก็อยู่ในขั้นเดียวกับสมบัติระดับสวรรค์เท่านั้น นั่นจึงทำให้มันพอปลอบใจตัวเองได้บ้างเล็กน้อย

            แม้จะยังไม่สามารถใช้ศักยภาพได้เต็มที่ แต่มันเชื่อว่าสำนักพงไพรจะต้องยินยอมรับการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ นั่นเพราะสมบัติระดับบรรพกาลบนโลกใบนี้มีน้อยเป็นอย่างยิ่ง ทุกชิ้นล้วนมีคุณค่ายากจะบรรยายถึง ต่อให้สำนักพงไพรร่ำรวยเพียงใดก็ไม่อาจต่อต้านความเย้ายวนของสมบัติระดับนี้ได้

            สาส์นของตระกูลหั่วถูกส่งมาถึงมือของจวินเม่ยอย่างรวดเร็ว นางถอนหายใจรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเล็กน้อย นับว่าเป็นโชคดีของสำนักพงไพรที่ตระกูลหั่วเลือกปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้นจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากพวกมันกลัวที่จะต้องสูญเสียสถานะของตนเอง เรื่องนี้ส่งผลให้โอกาสเกิดสงครามระหว่างดินแดนเทพพฤกษาและตระกูลศักดิ์สิทธิ์ลดน้อยลงไปชั่วคราว

            แหวนเทพอัสนีมิใช่สิ่งที่สำนักพงไพรจะตอบปฏิเสธได้ดังที่หั่วเจิ้งคาดเดา ทว่าขณะเดียวกันจวินเม่ยก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดอย่างรอบคอบถึงการแลกเปลี่ยนครานี้ นั่นเพราะสมุนไพรเหล่านี้จะถูกนำไปช่วยเหลืออัจฉริยะรุ่นใหม่ของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ในการหล่อหลอมวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา

            วิญญาณศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งใด ก็คือสิ่งที่เหมือนกับวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ ทว่าจะเป็นวิญญาณประเภทใดก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ เช่นบางคนให้กำเนิดวิญญาณพิษศักดิ์สิทธิ์ บางคนให้กำเนิดวิญญาณอัสนีศักดิ์สิทธิ์

            ความกังวลครั้งนี้ทำให้นางต้องปรึกษากับเซี่ยหยางอย่างจริงจัง นั่นเพราะการที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์สามารถให้กำเนิดอัจฉริยะที่หล่อหลอมวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อยถือเป็นเรื่องใหญ่อย่างแท้จริง อาจทำให้อำนาจของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ในอนาคตทวีความยิ่งใหญ่มากขึ้นอีกระดับ

            ทว่าเซี่ยหยางกลับมิได้แสดงท่าทีกังวลมากนัก เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว อัจฉริยะทั้งสามของตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นข้าล้วนรู้จักและมีข้อมูลของพวกมันทั้งหมด พวกมันได้ก้าวเข้าสู่ช่วงให้กำเนิดวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องทำสำเร็จ อาจจะในห้าปี สิบปี หรือยี่สิบปี อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะมิมีทางล้มเหลวอย่างแน่นอน

            ตามความเห็นของข้า ความต้องการนี้เป็นผลกระทบจากการเมืองภายในของตระกูลศักดิ์สิทธิ์เอง หากผู้ใดสามารถหล่อหลอมวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ก่อน อำนาจและอิทธิพลของมันก็จะทะยานขึ้น ในขณะที่คนอื่นๆต้องกลายเป็นฝ่ายตามหลังเท่านั้น กล่าวคือเรื่องนี้มิได้ส่งผลกระทบต่อฝ่ายเราเท่าที่เจ้ากังวล

            จวินเม่ยครุ่นคิดเล็กน้อย คำพูดของเซี่ยหยางนับว่ามีเหตุผล อย่างไรเซี่ยหยางก็มีความคุ้นเคยต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี ย่อมไม่เอ่ยออกมาส่งๆ

            ในเมื่อไหนๆพวกมันก็จะทำสำเร็จ มิอาจสกัดขัดขวางได้ ก็มิสู้ใช้ประโยชน์จากพวกมัน ข้อเสนอที่พวกมันให้มานับว่าไม่เลวแล้ว เพียงแต่ยังไม่ถึงขีดสุดของพวกมันเป็นแน่ เจ้าควรสร้างข้อเรียกร้องเพิ่มเติมเป็นทรัพยากรที่พวกมันมีแต่พวกเราหาได้ยากเช่นแร่ธาตุอัสนีบริสุทธิ์ ของพวกนั้นจะช่วยให้สำนักของเจ้าพัฒนาได้มากขึ้นในอนาคต

            ขณะเดียวกัน การส่งเสริมครั้งนี้ก็นับว่าเป็นดาบสองคมที่ร้ายกาจ เจ้าส่งเสริมหนึ่งในสามให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกสองคนย่อมมิยินยอมพ่ายแพ้เช่นนี้ หากเป็นไปได้ด้วยดีก็อาจจะเกิดศึกภายในระหว่างพวกมันทั้งสาม กลายเป็นผลดีต่อพวกเราในระยะยาวเช่นกัน

            เซี่ยหยางสมกับที่ต่อสู้กับตระกูลศักดิ์สิทธิ์มานานหลายปี ข้อมูลและแนวคิดของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ล้วนอยู่ในความคิดของมันทั้งหมด ดังนั้นจึงสามารถคาดเดาเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้แม่นยำยิ่ง

            เช่นนั้นก็ตกลง ข้าจะส่งมอบสมุนไพรเหล่านี้ให้แก่ตระกูลหั่วจวินเม่ยถอนหายใจออกมา นางยอมรับว่าเรื่องนี้หากอาศัยนางเพียงลำพังคงไม่อาจตัดสินใจได้ ต้องขอบคุณความรู้และประสบการณ์ของเซี่ยหยางที่มีต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง

            เซี่ยหยางครุ่นคิดเล็กน้อย อันที่จริงข้ามีความกังวลบางอย่าง ตระกูลหั่วนั้นหลังจากสิ้นสุดการเจรจาครานี้ก็นับว่าตัดขาดจากดินแดนเทพพฤกษาอย่างถาวรแล้ว ทว่าฟางเจี่ยลื่อยังอยู่ที่ดินแดนนี้ หากข้าอยู่ในสภาวะสมบูรณ์พร้อมคงไม่คิดอันใดมาก แต่ตอนนี้ข้ารู้สึกคล้ายกับว่ามันกำลังวางแผนทำบางสิ่งบางอย่างเอาไว้

            ที่สำคัญก็คือข้อมูลของศิษย์ข้าในเวลานี้อยู่ในมือของฟางเจี่ยลื่อเช่นกัน หากมันต้องการชักจูงความสนใจของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็นับว่าทำได้โดยง่าย แต่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์กลับเงียบเชียบจนเกินไป นี่นับว่าแปลกและเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลไม่น้อยเซี่ยหยางขมวดคิ้ว แม้ว่าเรื่องวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์จะยังไม่ถูกเปิดเผยทว่าพรสวรรค์อันโดดเด่นของซ่งไป่หลางนั้นสมควรล่วงรู้ถึงหูของตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้วเป็นแน่

            สำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์แล้วสำนักพงไพรและดินแดนเทพพฤกษาก็เป็นดั่งหนามแหลม การที่พวกมันยังไม่คิดทำลายล้างสำนักพงไพรแน่นอนว่าเพราะหวั่นเกรงผลลัพธ์จากการปะทะกับผู้อาวุโสรั่ว อย่างไรก็ตามหากสำนักพงไพรรุ่งโรจน์ขึ้นในอนาคตย่อมกลายเป็นภัยคุกคามอันร้ายแรงสำหรับตระกูลศักดิ์สิทธิ์อย่างมิต้องสงสัย

            ตามที่เซี่ยหยางรู้ ช่วงเวลาเช่นนี้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์สมควรเคลื่อนไหวและมีแผนการบางสิ่งอยู่ในใจแล้ว บางทีพวกมันอาจต้องการเก็บข้อมูลของซ่งไป่หลางให้มากขึ้น และด้วยความทะเยอทะยานของพวกมัน ไม่แน่ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์อาจจะต้องการดึงซ่งไป่หลางผู้มีพรสวรรค์ในฐานะผู้ปรุงโอสถไปเป็นฝ่ายเดียวกับพวกมัน นี่คือสิ่งที่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก

            แน่นอนว่าจะต้องเป็นกรณีที่พวกมันยังไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของตนเองและซ่งไป่หลาง มิเช่นนั้นหากรู้ว่าซ่งไป่หลางมีความเกี่ยวข้องกับมารเซี่ย เกรงว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะต้องทุ่มเททุกสิ่งเพื่อกำจัดซ่งไป่หลางทิ้งโดยเร็วอย่างแน่นอน

            อีกความเป็นไปได้หนึ่งก็คือตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้วางแผนที่จะกำจัดซ่งไป่หลาง แต่ไม่อาจลงมืออย่างอุกอาจโดยเฉพาะภายในดินแดนเทพพฤกษา เซี่ยหยางรู้สึกเคร่งเครียดเล็กน้อย

            ยังดีที่ไป่หลางได้รับหน้ากากเงาทมิฬมาจากจวินเม่ย ดูเหมือนว่าในอนาคตหากต้องเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงๆคงต้องใช้วิธีปลอมแปลงปิดบังตัวตนเอาไว้สักหน่อยแล้ว

            หน้ากากเงาทมิฬนั้นเป็นสมบัติระดับสวรรค์ของอดีตจักรพรรดิเงา ของชิ้นนี้ทำให้แม้แต่สำนักพงไพรยังต้องประสบกับความยากลำบากในการตามล่าโจรที่มีพลังขั้นจักรพรรดิปฐพีผู้หนึ่ง ตระกูลศักดิ์สิทธิ์มิเคยพบเจอซ่งไป่หลางต่อหน้า ทั้งยังไม่เคยสัมผัสถึงพลังของมันโดยตรง หากต้องการติดตามตัวซ่งไป่หลางที่อยู่ในสภาพปลอมตัวก็ยากที่จะแยกแยะได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น