God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 130 : ตอนที่ 125 เค้าลางของปัญหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    29 ส.ค. 63

                ข้าได้สอนเจ้าเกี่ยวกับขั้นตอนการปรุงและวัตถุดิบทั้งหมดของโอสถจิตวิญญาณเทวะเอาไว้แล้ว ที่เหลือล้วนแต่ต้องใช้พรสวรรค์เจตจำนงโอสถของเจ้าเป็นตัวขับเคลื่อนฉู่เย่พึมพำเบาๆ

            ซ่งไป่หลางมิได้สนใจเสียงของมัน เพียงแค่ใช้จิตวิญญาณผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกับพลังธาตุพฤกษาและพลังธาตุอัคคีของค่ายกลเพลิงวิญญาณเยือกแข็งเท่านั้น

            กระบวนการปรุงโอสถเริ่มต้นขึ้น ความรู้สึกของฉู่เย่พลันกลายเป็นหวั่นไหวขึ้นมา ไม่นึกเลยว่าเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถจะทรงพลังถึงเพียงนี้ ส่วนหนึ่งย่อมต้องเป็นผลงานของอักขระเทวะต้นกำเนิดที่ทำให้สามารถสร้างค่ายกลที่เหมาะสมต่อการปรุงโอสถขึ้นมาได้

            ในอดีตฉู่เย่เคยปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะเช่นกัน ในตอนนั้นมันต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็มเพื่อปรุงโอสถนี้ขึ้นมา แม้จะมีพรสวรรค์เจตจำนงแห่งโอสถทว่ามันก็ไม่อาจปรุงโอสถในตำนานนี้ขึ้นมาโดยง่าย

            แต่ซ่งไป่หลางในยามนี้กลับใช้เคล็ดสวรรค์ชำระโอสถที่เป็นเคล็ดลับรูปแบบใหม่ ใช้วิธีหยิบยืมพลังจากภายนอกทั้งยังมีความบริสุทธิ์และการควบคุมที่เหมาะสมกับการปรุงโอสถยิ่งกว่า ระยะเวลาที่ต้องใช้ในแต่ละกระบวนการก็ลดน้อยลงอย่างน้อยสิบเท่า นั่นหมายความว่าการปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะอันยุ่งยากและยาวนานนี้อาจจะต้องใช้เวลาไม่เกินสามเดือนเท่านั้น

            ในความเป็นจริงหากฉู่เย่ประเมินไม่ผิดพลาด เกรงว่าการปรุงโอสถนี้จะสำเร็จภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนกว่าๆ นี่นับว่าเป็นความเร็วที่สะท้านฟ้าสะเทือนดินเกินไปแล้ว

            ระหว่างที่ซ่งไป่หลางกำลังวุ่นวายอยู่กับการปรุงโอสถ สถานการณ์ภายนอกสวนสมุนไพรวิเศษก็ได้เกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นเช่นกัน

            นี่... ท่านผู้อาวุโส พวกเราจะปล่อยสำนักพงไพรไปเช่นนี้จริงๆหรือหั่วฟู่เอ่ยถามด้วยความเกรี้ยวกราด หลังจากที่มันเห็นสภาพของหั่วเฟยและคนอื่นๆที่ออกมาจากรอยแยกของค่ายกลเซียนพฤกษานอกจากความโกรธแล้วยังมีความหวาดกลัวที่แทรกลึกอยู่ในหัวใจของมัน ซ่งไป่หลางผู้นั้นสามารถทำร้ายหั่วเฟยและคนอื่นๆที่มีพลังขั้นจักรพรรดิมนุษย์ขึ้นไปได้ขนาดนี้ หากมันต้องการชีวิตของตนหั่วฟู่ ยู่หลงเสียงและคนอื่นๆที่เหลือก็คงไม่อาจรอดออกมาจากสวนสมุนไพรวิเศษเช่นกัน

            สมุนไพรวิเศษของนายน้อยเฟยถูกขโมยไปจนหมดสีหน้าของอนุเซียนตระกูลหั่วดำมืดลงทันที ไม่เพียงหั่วเฟยจะถูกส่งออกมาด้วยสภาพบาดเจ็บปางตายและคนอื่นๆอยู่ในสภาพพิการ แม้แต่ความหวังสุดท้ายของตระกูลหั่วอย่างสมุนไพรวิเศษตามรายชื่อคำสั่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็ยังถูกแย่งชิงไปด้วย

            ดียิ่งนัก นี่คือฝีมือของซ่งไป่หลางศิษย์ยอดพฤกษาของสำนักพงไพร ตระกูลหั่วจะจดจำความแค้นครั้งนี้ไว้อย่างแน่นอนอนุเซียนตระกูลหั่วกัดฟันเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยว อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถทำอันใดได้มากไปกว่าการเอ่ยคำคาดโทษอย่างเลื่อนลอย

            จะให้มันกลับไปหาเรื่องสำนักพงไพรอีกครั้ง ก็เท่ากับเป็นการเอาชีวิตไปทิ้งแล้ว

            ต่อให้มันมีไพ่ลับอย่างลูกแก้วผนึกปีศาจแล้วอย่างไร อย่างมากก็ทำได้เพียงสร้างหายนะให้กับสำนักพงไพรส่วนตระกูลหั่วของพวกมันก็จะต้องสูญเสียทุกสิ่ง ในทางตรงกันข้ามแม้เวลานี้ตระกูลหั่วจะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่เพียงใดแต่ก็ยังไม่ถึงกับหมดสิ้นหนทาง

            ส่งสาส์นไปหาจวินเม่ยเพื่อขอเจรจาแลกเปลี่ยน ในเมื่อสำนักพงไพรได้รับสิทธิ์ในการครอบครองสวนสมุนไพรวิเศษเช่นนั้นก็หมายความว่าสมุนไพรที่พวกเราต้องการอยู่ในมือสำนักพงไพรทั้งหมดแล้ว ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องได้รับมันมา มิเช่นนั้นตระกูลหั่วคงถึงคราวจบสิ้นอย่างแท้จริงอนุเซียนตระกูลหั่วทำได้เพียงกล้ำกลืนความเจ็บแค้นเอาไว้ในใจ

            ในขณะที่ซ่งไป่หลางส่งพวกหั่วเฟยออกมาด้านนอก ในอีกทางหนึ่งก็ได้ส่งกลุ่มราชันยุทธ์ของสำนักพงไพรที่ได้เข้าร่วมการสำรวจสวนสมุนไพรกลับออกมาเช่นกัน ทว่าตำแหน่งที่ถูกส่งออกมากลับเป็นพื้นที่ส่วนกลางของสำนักพงไพรเอง แน่นอนว่าหน้าที่ของคนเหล่านี้คือแจ้งข่าวสำคัญให้แก่สำนัก

            สีหน้าของจวินเม่ยเต็มไปด้วยความพึงพอใจหลังจากรู้ว่าแผนการของนางและผู้อาวุโสรั่วประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ เวลานี้สวนสมุนไพรวิเศษได้กลายเป็นสมบัติของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่แล้ว นั่นหมายความว่าทรัพยากรทั้งหมดภายในจะกลายเป็นของสำนักพงไพรเช่นกัน

            กลุ่มราชันยุทธ์เหล่านั้นยังได้นำเอาเมล็ดพันธุ์และสมุนไพรหายากจำนวนมากที่ซ่งไป่หลางและรั่วอวี่เก็บเกี่ยวเอาไว้บางส่วนกลับออกมาด้วย หลังจากสอบถามถึงเรื่องราวภายในสวนสมุนไพรอีกสักพักจวินเม่ยก็สั่งให้ราชันยุทธ์เหล่านี้ออกไปพักผ่อนหลังจากที่ต้องผ่านเรื่องราวต่างๆมากมายมา

            เวลานี้ในห้องโถงของสำนักนอกจากจวินเม่ยแล้วก็มีเพียงสามผู้อาวุโสหลักเท่านั้น เมื่อกลุ่มราชันยุทธ์จากไปจนหมดต้าอีผู้อาวุโสหลักอันดับหนึ่งก็หัวเราะออกมา

            ท่านเจ้าสำนักนับว่ามีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก ตอนแรกที่ท่านแต่งตั้งซ่งไป่หลางผู้นั้นให้เป็นศิษย์ยอดพฤกษา กระทั่งข้ายังอดไม่ได้ที่จะนึกค้านในใจและคิดว่าท่านตัดสินใจผิดพลาดอย่างวู่วาม กลับกลายเป็นข้าที่โง่เขลามิอาจแยกแยะอัญมณีที่งดงามได้

            ต้าเอ้อแค่นเสียง ตั้งแต่เมื่อใดที่ท่านเจ้าสำนักตัดสินใจผิดพลาด ในเมื่อเป็นเรื่องที่ท่านตัดสินใจอย่างไรก็ย่อมต้องเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้องเป็นแน่

            ต้าซานเยาะเย้ย ต้าเอ้อ มิใช่ว่าก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าซ่งไป่หลางยังอ่อนแอเกินไปไม่คู่ควรกับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษา เวลานี้กลับพูดเช่นนี้ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าผู้อาวุโสหลักอีกหรือ

            จวินเม่ยอารมณ์ดีอย่างยิ่ง ใบหน้าเย็นชาของนางเวลานี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก พวกเจ้าหยุดพูดได้แล้ว หลังจากนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างแท้จริง เราไม่อาจแน่ใจว่าซ่งไป่หลางจะสามารถปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะได้สำเร็จเมื่อใด จนกว่ามันจะสำเร็จต้นมหาพฤกษาก็ยังอยู่ในสภาวะที่เป็นอันตรายอยู่ เราต้องเข้มงวดเรื่องการดูแลพื้นที่รอบๆสำนักเอาไว้ให้ดี

            เจ้าสำนักมิต้องกังวล มีไป่เหอและอู๋เจ้อคอยดูแลค่ายกลและตรวจสอบพื้นที่รอบสำนักอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับฟางเจี่ยลื่อก็ยังมิอาจเคลื่อนไหวโดยที่พวกเราไม่รู้ตัวต้าอีเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ มันนับว่าเป็นอาจารย์ของอู๋เจ้ออยู่ครึ่งหนึ่งเช่นกัน

            จวินเม่ยพยักหน้า เอาละ พวกเจ้าออกไปก่อน หากมีเรื่องเร่งด่วนจงรีบมารายงานข้า ตอนนี้ไปทำหน้าที่ของพวกเจ้าเสีย

            สามผู้อาวุโสหลักรับคำก่อนจะจากไป จวินเม่ยพลันถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเอ่ย ท่านผู้อาวุโส ทุกสิ่งเป็นไปดั่งที่ท่านคาดการณ์เอาไว้ เวลานี้สำนักพงไพรและดินแดนเทพพฤกษานับว่าเข้าสู่สภาวะปลอดภัยแล้ว

            ร่างของผู้อาวุโสรั่วปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ใบหน้าประดับรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน สมควรเป็นเช่นนี้ ข้าขอเป็นตัวแทนของดินแดนเทพพฤกษาทั้งมวลเพื่อกล่าวขอบคุณต่อเจ้าและศิษย์ของเจ้า

            เบื้องหน้าของผู้อาวุโสรั่ว ร่างเลือนรางดุจวิญญาณของชายหนุ่มรูปงามปรากฏตัวขึ้น ผู้อาวุโสกล่าวเกินไปแล้ว เรื่องนี้มิใช่ผลงานของข้า ล้วนเป็นผลจากพรสวรรค์ของเด็กคนนั้น อีกทั้งมันเองก็ได้รับประโยชน์มากมายจากท่านรวมถึงสำนักพงไพร ดังนั้นนี่มิใช่เรื่องที่ต้องขอบคุณ เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

            จวินเม่ยมองดูร่างวิญญาณตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย มารเซี่ย มิได้พบเจอกันโดยตรงเช่นนี้นานหลายปีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าคนเช่นเจ้าจะต้องตกอยู่ในสภาพวิญญาณเยี่ยงนี้

            เซี่ยหยางมองดูจวินเม่ยก่อนจะเผยรอยยิ้มลี้ลับ ครั้งก่อนที่พบกันแม้จะเจรจากันไม่สำเร็จทว่าข้าก็ได้ตัดสินใจที่จะให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าอยู่แล้ว เพียงแต่น่าเสียดายก่อนที่ข้าจะทำตามแผนการที่วางเอาไว้ข้ากลับได้รับข่าวสารที่น่าตกใจจึงทำให้ต้องล้มเลิกแผนการแล้วจากไปทันที นับว่าข้าผิดต่อเจ้าและสำนักพงไพรอยู่บ้างเช่นกัน

            เป็นเช่นนี้?” จวินเม่ยประหลาดใจเล็กน้อย เดิมทีนางคิดว่าเซี่ยหยางมิต้องการยื่นมือช่วยเหลือสำนักพงไพรเนื่องจากการเจรจาที่ล้มเหลว และการเดิมพันนั้นนางก็มิอาจเป็นฝ่ายเอาชนะได้ นึกไม่ถึงที่แท้เรื่องนี้กลับมีเบื้องหลังบางประการ

            คนระดับเซี่ยหยางย่อมมิเอ่ยวาจาโป้ปด และมันมิมีความจำเป็นที่จะต้องโกหกอันใด ดังนั้นจวินเม่ยจึงเลือกที่จะเชื่อว่าอีกฝ่ายพูดความจริง

            เซี่ยหยางถอนหายใจเบาๆเอ่ยต่อว่า ในตอนนั้นหลังจากที่พวกเราประมือกัน ข้าได้ยินข่าวสารจากดินแดนใต้สวรรค์ว่าตำหนักกงเซิ่งแห่งดินแดนใต้สวรรค์ได้ลุกขึ้นก่อกบฏต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์ และผู้อาวุโสหลักผู้หนึ่งของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้เดินทางมาด้วยตนเองเพื่อทำลายตำหนักกงเซิ่ง ข้าจึงรีบมุ่งหน้าไปยังดินแดนใต้สวรรค์เพื่อสังหารผู้อาวุโสหลักผู้นั้น

            จวินเม่ยย้อนนึกถึงช่วงเวลานั้นก็พบว่าเป็นไปตามที่เซี่ยหยางเอ่ย หลังจากที่การประลองของคนทั้งสองจบลงไม่นานได้มีข่าวของการต่อต้านตระกูลศักดิ์สิทธิ์จากตำหนักกงเซิ่งแห่งดินแดนใต้สวรรค์จริงๆ และภายใต้ความวุ่นวายอันยิ่งใหญ่ครั้งนั้น ผู้อาวุโสหลักของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งได้ถูกสังหารลงโดยฝีมือของมารเซี่ย นี่เป็นข่าวใหญ่ที่สะท้านสะเทือนไปทั่วทุกดินแดนระดับสูง

            นับเป็นเวลาหลายร้อยหลายพันปีที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ครอบครองตำแหน่งอันสูงส่งและปกครองแทบจะทั่วทั้งใต้หล้า อย่างไรก็ตามผู้อาวุโสหลักที่มีตำแหน่งสำคัญของตระกูลกลับถูกสังหาร ชื่อเสียงของมารเซี่ยกลายเป็นโด่งดังสะท้านสะเทือนและทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์มิอาจอดทนได้อีกต่อไป หลังจากวันนั้นยอดฝีมือจำนวนมากของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกส่งออกมาไล่ล่าสังหารเซี่ยหยางจนกระทั่งมารเซี่ยหายตัวไปอย่างลึกลับในที่สุด

            กว่าเรื่องจะดำเนินไปถึงจุดนั้นจวินเม่ยก็ได้ยินข่าวลือมากมายเกี่ยวกับความสูญเสียของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์อับอายมากที่สุดในช่วงเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา

            ผู้อาวุโสรั่วถอนหายใจ เรื่องในอดีตมิสำคัญอีกแล้ว เวลานี้พวกเราสามารถแก้ปัญหาของต้นมหาพฤกษาได้ ยังมีสิ่งใดน่ายินดีกว่านี้อีก และข่าวดีอีกประการก็คือหลังจากนี้ซ่งไป่หลางจะครอบครองสูตรการหลอมโอสถจิตวิญญาณเทวะ แม้จะน่าเสียดายที่มันไม่สามารถถ่ายทอดให้ผู้ที่ไร้พรสวรรค์เจตจำนงแห่งโอสถก็ตาม เซี่ยหยางเจ้ารู้สรรพคุณของโอสถจิตวิญญาณเทวะหรือไม่

            เซี่ยหยางส่ายหน้าช้าๆ ข้ารู้เพียงว่ามันสามารถช่วยรักษาต้นมหาพฤกษาได้ ทว่ามิได้รู้ถึงรายละเอียดของมัน

            นับตั้งแต่ที่ซ่งไป่หลางผ่านบททดสอบสุดท้ายและก้าวเข้าไปในตำหนักหมื่นสมุนไพร จิตวิญญาณบรรพกาลก็ได้ผลักเซี่ยหยางกลับมายังดินแดนเทพพฤกษา แต่เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปยังสวนสมุนไพรวิเศษเซี่ยหยางจึงทำได้เพียงเร่ร่อนเฝ้ารออยู่ด้านนอกเท่านั้น มิได้รู้ถึงเรื่องราวการสนทนาระหว่างฉู่เย่กับซ่งไป่หลางอีก

            โอสถจิตวิญญาณเทวะคือโอสถวิเศษระดับตำนาน สรรพคุณของมันก็คือการฟื้นคืนชีวิตให้กับสิ่งที่ยังคงหลงเหลือวิญญาณอยู่ เซี่ยหยาง เจ้าเข้าใจความหมายของข้าหรือไม่ผู้อาวุโสรั่วเอ่ยอย่างช้าๆ

            เซี่ยหยางพลันตกตะลึง ผู้อาวุโสรั่ว ท่านหมายความว่าซ่งไป่หลางจะสามารถฟื้นคืนชีวิตให้แก่ข้าได้?”

            ผู้อาวุโสรั่วพยักหน้า ในทางทฤษฎีก็นับว่าได้ แต่เงื่อนไขนั้นค่อนข้างยุ่งยาก หนึ่งคือโอสถจิตวิญญาณเทวะมิสามารถเก็บรักษาได้ ต้องใช้งานทันทีที่ปรุงเสร็จ สองคือความยากของการปรุงโอสถ มิใช่เพียงแค่ความยากของการค้นหาสมุนไพรเท่านั้น ระยะเวลาที่ใช้ปรุงยังยาวนานและมีกระบวนการที่ซับซ้อนอย่างมาก นอกจากนี้ผู้ปรุงยังต้องมีระดับพลังที่มากพอ ข้าคิดว่าอย่างน้อยต้องให้ซ่งไป่หลางมีพลังขั้นจักรพรรดิฟ้าจึงจะสามารถปรุงโอสถนี้ที่ภายนอกสวนสมุนไพรได้โดยมิมีปัญหา

            และปัญหาที่สำคัญอีกประการก็คือ สิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้หากปราศจากร่างกาย เจ้าคงเข้าใจความหมายของข้าดี

            สีหน้าของเซี่ยหยางพลันเคร่งขรึมลง นับตั้งแต่ที่มันแยกวิญญาณออกมาจากร่างและทิ้งร่างของตนเองเอาไว้ที่ด้านล่างหน้าผาของยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ มันก็ไม่อาจรู้แล้วว่าร่างกายของตนเองจะอยู่ในสภาพเช่นใด

            เจ้ามีสองวิธีสำหรับการแก้ปัญหานี้ หนึ่งก็คือพยายามตามหาร่างเดิมของตนเองให้พบ แม้ว่าจะผ่านมายาวนานแล้วทว่าร่างกายของเจ้าย่อมแตกต่างจากมนุษย์ธรรมดา ต่อให้ตายไปนานกว่าสิบปีสภาพร่างกายก็ยังไม่เน่าเปื่อย เว้นแต่ศพของเจ้าถูกทำลายทิ้งก็นับเป็นอีกเรื่อง หากพบเจอร่างกายแล้วใช้โอสถจิตวิญญาณเทวะควบคู่กับวิญญาณของเจ้าเอง การคืนชีพก็จะประสบความสำเร็จ

            หนทางที่สองก็คือการสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ ทว่าวิธีนี้ไม่เพียงยุ่งยากยังส่งผลกระทบต่อความสามารถของเจ้าหลังจากฟื้นคืนชีพอีกด้วย นั่นเพราะร่างกายของมนุษย์มิใช่สิ่งที่จะสร้างขึ้นจากความว่างเปล่า แต่ละร่างกายมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ต่อให้คืนชีพสำเร็จระดับพลังของเจ้าอาจจะสูญเสียไปและต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเช่นกัน

            เซี่ยหยางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมา ช่างเถอะ ข้าเองมิได้รีบร้อนถึงเพียงนั้น ในความเป็นจริงข้าไม่สนใจที่จะคืนชีพใดๆ เพียงแค่หวังว่าศิษย์ของข้าจะสามารถทำตามความปรารถนาของข้า จัดการกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ให้หมดสิ้น เพื่อถึงเวลานั้นต่อให้วิญญาณของข้าต้องสลายหายไปข้าก็ยังคงรู้สึกยินดีที่จะจากไป

            เรื่องนั้นไว้รอให้ถึงเวลาค่อยว่ากันเถอะ ผู้อาวุโสรั่ว ข้าเกรงว่าหลังจากที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้รู้เรื่องที่พวกเราสามารถครอบครองสวนสมุนไพรวิเศษจะเป็นการกระตุ้นให้พวกมันเริ่มเคลื่อนไหว หากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ตัดสินใจเปิดศึกกับพวกเราในเวลานี้ ท่านคิดว่าพวกเราจะสามารถรับมือได้หรือไม่จวินเม่ยเอ่ยออกมา แม้นางจะรู้สึกยินดีอย่างมากกับผลลัพธ์ในเวลานี้ทว่าในส่วนลึกนางกลับรู้สึกกังวลมากกว่า

            ที่ผ่านมาสำนักพงไพรถือเป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งของดินแดนเทพพฤกษาอยู่แล้วก็จริง อย่างไรก็ตามหลังจากที่สามารถยึดครองสวนสมุนไพรวิเศษได้นั้นนับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จากนี้ไปตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะไม่สามารถแทรกแซงเรื่องต่างๆในดินแดนเทพพฤกษาได้ ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่ยินยอมปล่อยให้สำนักพงไพรรุ่งโรจน์ถึงเพียงนั้นอย่างง่ายดายเป็นแน่

            ผู้อาวุโสรั่วถอนหายใจเบาๆ มีความเป็นไปได้หลายส่วนที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะลงมือจริง พวกมันจงใจส่งฟางเจี่ยลื่อมาเพื่อหยั่งเชิงพวกเรา แม้จะไม่ได้รับผลตอบรับอันใดมากนักแต่พวกมันย่อมไม่ปล่อยให้พวกเราครอบครองสวนสมุนไพรโดยสะดวก หากผู้มาเป็นระดับชนชั้นผู้อาวุโสหลักต่อให้มาสามคนข้าก็ยังจัดการได้ แต่หากมียอดผู้อาวุโสนำมาด้วยตนเองเกรงว่าข้าคงต้องทุ่มเททุกสิ่งเพื่อจัดการมิเช่นนั้นคงไม่อาจยับยั้งพวกมันเอาไว้ได้โดยสมบูรณ์

            จวินเม่ยมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ยอดผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์นับว่าเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง แม้แต่เซี่ยหยางยังขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกตึงเครียด มันเองเคยปะทะกับยอดผู้อาวุโสของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ครั้งหนึ่งและจำต้องเป็นฝ่ายล่าถอยหลบหนี ไม่อาจไม่ยอมรับว่าพลังของยอดผู้อาวุโสแข็งแกร่งกว่าเซี่ยหยางในยามที่ยังมีชีวิตอยู่หลายส่วน

            ตัวตนของผู้อาวุโสรั่วนั้นเซี่ยหยางคาดเดาออกตั้งแต่ต้นแล้ว บุคคลลึกลับที่ฝังความหวาดหวั่นลงในหัวใจของตระกูลศักดิ์สิทธิ์และทำให้พวกมันหลีกเลี่ยงที่จะยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับดินแดนเทพพฤกษาโดยตรง คนที่มีพลังระดับนั้นกวาดตามองทั่วทั้งโลกยังนับได้ไม่ถึงสิบคน เมื่อได้สัมผัสระดับพลังของผู้อาวุโสรั่วเซี่ยหยางจึงคาดเดาออกได้ไม่ยาก

            ในฐานะที่เป็นผู้พิทักษ์ของดินแดนเทพพฤกษา หากต้องเปิดศึกกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์จริงแน่นอนว่าผู้อาวุโสรั่วผู้นี้จะเป็นกำลังสำคัญที่สุดให้กับดินแดนเทพพฤกษาอย่างแน่นอน

            ข้าจะส่งสาส์นแจ้งเตือนไปยังสำนักสระทิพย์และขั้วอำนาจอื่นๆที่เหลือในดินแดนเทพพฤกษา ขณะเดียวกันก็จะส่งสาส์นไปยังขั้วอำนาจต่างๆของดินแดนราชันย์และดินแดนร้อยประตูเช่นกัน อย่างไรเสียพวกมันก็ยังมีผลประโยชน์เกี่ยวพันกับพวกเรา ทั้งยังมิหวั่นเกรงต่ออำนาจของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ หากได้รับความช่วยเหลือจากพวกมันย่อมทำให้พวกเรารับมือได้ง่ายขึ้นจวินเม่ยพ่นลมหายใจด้วยความรู้สึกจนปัญญา

            ท่านเจ้าสำนัก มีสาส์นจากอนุเซียนตระกูลหั่วส่งมาถึงท่านเสียงของต้าซานผู้อาวุโสหลักลำดับสามดังขึ้นจากภายนอก

            ร่างของผู้อาวุโสรั่วและเซี่ยหยางหายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ต้าซานจะเปิดประตูตำหนักเข้ามา ร่างของมันก้าวเดินเข้ามาหาจวินเม่ยอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งสาส์นให้แก่นาง

            จวินเม่ยรับสาส์นมาอ่านก่อนจะเลิกคิ้วพร้อมกับเผยรอยยิ้มมุมปาก เช่นนี้เอง ดูเหมือนโชคจะยังเข้าข้างพวกเราอยู่บ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #243 dfrdz007 (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 08:27
    thank u
    #243
    0