God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 129 : ตอนที่ 124 โอสถจิตวิญญาณเทวะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    28 ส.ค. 63

                เห็นซ่งไป่หลางเริ่มรวบรวมพลัง หั่วเฟยพลันแค่นยิ้มเย้ยหยัน ในฐานะที่เป็นนายน้อยของตระกูลหั่วแห่งดินแดนใต้สวรรค์มันย่อมรู้จักวิชาประเภทนี้อยู่บ้าง วิชาที่ต้องใช้เวลาในการรวบรวมพลังและมีผลลัพธ์ในการทำลายล้างอันรุนแรง นับว่าเป็นวิชาที่น่ากลัวอย่างมากหากถูกใช้ออกได้สำเร็จ

            อย่างไรก็ตามระดับพลังของคนทั้งสองแตกต่างกันราวสวรรค์กับผืนดิน พลังขั้นเหนือมนุษย์ต่อให้ทุ่มเทพลังจนหมดสิ้นก็ไม่อาจสร้างภัยคุกคามแก่จักรพรรดิฟ้าได้ นั่นเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนในโลกยอมรับ หั่วเฟยถูกพันธนาการทว่ามิได้ถูกจำกัดการใช้พลัง ขอเพียงไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดแคลนพลังลมปราณยังต้องหวาดกลัวว่าจะถูกขั้นเหนือมนุษย์ผู้หนึ่งโจมตีอยู่อีกหรือ

            อันที่จริงหากไม่ใช่เพราะคนของตระกูลหั่วที่เหลือถูกพันธนาการอยู่ใกล้ๆกัน มันคงฉวยโอกาสระเบิดพลังสังหารซ่งไป่หลางไปนานแล้ว แต่หากมันลงมือคนของมันก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน

            เวลาผ่านไปสามถึงสี่ช่วงลมหายใจรอยยิ้มหยันของหั่วเฟยก็ค่อยๆหุบลง สีหน้าของมันพลันมืดมนลงเรื่อยๆ นี่มันวิชาบ้าบออันใดกัน สัญชาตญาณและประสาทสัมผัสของมันกำลังกรีดร้องเตือนถึงภัยอันตรายที่อาจสามารถคุกคามชีวิตของมันได้

            หยาดวารีหยดเล็กๆบนฝ่ามือของซ่งไป่หลางนั้นมีขนาดเล็กเท่ากับเข็มเล่มหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามพลังของมันยิ่งนานยิ่งเพิ่มพูน สามลมหายใจแรกผ่านไป สิบลมหายใจผ่านไป ทุกช่วงลมหายใจพลังที่อัดแน่นก็ยิ่งทำให้สีหน้าของหั่วเฟยแปรเปลี่ยนเป็นไม่น่ามองยิ่งขึ้น มันไม่นึกเลยว่าผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ผู้หนึ่งจะสามารถใช้วิชาที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้

            ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป หยาดวารีนั้นก็เริ่มสั่นสะเทือน ซ่งไป่หลางกัดฟันเล็กน้อยพบว่าพลังของหยาดวารีนั้นอยู่ในระดับที่เริ่มยากจะควบคุม หากฝืนควบรวมพลังต่อไปเกรงว่าอาจจะทำให้วิชาล้มเหลวจนเกิดผลสะท้อนกลับเอาได้

            ด้วยระดับพลังเท่านี้น่าจะยังไม่สามารถสังหารหั่วเฟยได้ ทว่าอย่างน้อยที่สุดก็สามารถทำให้มันพิการได้ดวงตาของซ่งไป่หลางฉายประกายอำมหิต ตั้งแต่ที่หั่วเฟยต้องการลอบสังหารมันเด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะปล่อยให้มันกลับไปยังตระกูลของมันด้วยสภาพสมบูรณ์อีก

            ซ่งไป่หลาง จงคิดให้รอบคอบ หากเจ้าไม่ลงมือและให้พวกเราจากไป ข้าและตระกูลหั่วจะละเว้นชีวิตเจ้าและไม่ยุ่งเกี่ยวกับสำนักพงไพรอีก อย่างไรก็ตามหากเจ้าบีบบังคับข้าจนเกินไป เจ้าจะต้องเสียใจกับผลลัพธ์ที่ตามมาหั่วเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย มันสัมผัสได้เลยว่าหยาดวารีนั้นสามารถทำร้ายมันจนบาดเจ็บสาหัสได้อย่างแน่นอนดังนั้นจึงชิงเอ่ยปากข่มขู่ออกมา

            ซ่งไป่หลางหัวเราะ หั่วเฟย นับตั้งแต่ที่เจ้าต้องการลอบสังหารข้า ชะตาของเจ้าก็ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว จงยอมรับเสียเถอะ

            หยาดวารีในมือของซ่งไป่หลางพลันพุ่งทะยานเข้าหาร่างของหั่วเฟย สีหน้าของมันแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวก่อนที่จะระเบิดพลังลมปราณออกมาอย่างรุนแรง

            ซ่งไป่หลาง เป็นเจ้าที่บังคับให้ข้าต้องทำเช่นนี้

            เคล็ดปราณอัสนีตระกูลหั่ว ระเบิดเทพอัสนี

            สีหน้าของซ่งไป่หลางพลันซีดลง นี่เป็นวิชาเดียวกับที่หั่วพั่วตงเคยใช้ออกในดินแดนตราสูญ ทั้งยังเกือบสังหารมันได้สำเร็จ ระดับพลังของหั่วเฟยยังด้อยกว่าหั่วพั่วตงอยู่บ้าง ทว่าระยะห่างระหว่างคนทั้งสองไม่นับว่าห่างไกลนัก หากโดนเข้าไปเต็มๆก็มีโอกาสได้รับบาดเจ็บสาหัสในคราเดียว

            เหยาเสี่ยวฉานที่ยืนอยู่ข้างกายของเด็กหนุ่มขยับกายเข้าขวาง เมล็ดพันธุ์นับสิบถูกปลดปล่อยลงบนพื้นดินพร้อมกับม่านพฤกษาที่ปรากฏขึ้น อย่างไรก็ตามพลังของเหยาเสี่ยวฉานอยู่ที่ขั้นจักรพรรดิมนุษย์ แม้นางจะเป็นอัจฉริยะที่สามารถต่อกรกับจักรพรรดิปฐพีได้แต่ก็ยังห่างชั้นจากหั่วเฟยอยู่ ย่อมไม่อาจต้านทานพลังระเบิดนี้ได้ทั้งหมด

            เหยาเสี่ยวฉานกัดฟันเตรียมรับความเสียหายหลังจากที่ม่านพฤกษาของนางถูกทำลายลง นางใช้ร่างของตนเองบังซ่งไป่หลางเอาไว้เพื่อให้แน่ใจว่าพลังทำลายล้างจะไม่กระทบไปยังร่างของเด็กหนุ่ม นับตั้งแต่ที่อาจารย์ของนางได้เอ่ยถึงความสำคัญของซ่งไป่หลาง เหยาเสี่ยวฉานก็ไม่อาจปล่อยให้มันได้รับอันตรายที่ร้ายแรงถึงชีวิต

            ขณะที่พลังระเบิดอัสนีกำลังจะฉีกกระชากม่านพฤกษาออกเป็นชิ้นๆ เหยาเสี่ยวฉานพลันรู้สึกได้ถึงการแทรกแซงจากภายนอกที่ทำให้ม่านพฤกษาของนางกลับกลายเป็นปราการอันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ราวกับว่าพลังธาตุพฤกษาทั่วทั้งมิติถูกส่งมายังม่านพฤกษานี้และทำให้มันกลายเป็นม่านปราการที่ไม่มีวันถูกทำลาย

            ก่อนที่นางจะตระหนักได้ถึงสาเหตุของเรื่องนี้ เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังของปราการ ม่านพฤกษาค่อยๆคลายออกก่อนที่จะเผยให้เห็นภาพอันน่าสยดสยอง ร่างของหั่วเฟยในเวลานี้ครึ่งหนึ่งบวมปูดไปมาราวกับมีของเหลวที่กำลังเคลื่อนไหวในร่างกายของมันอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน

            ขณะเดียวกันจักรพรรดิคนอื่นๆที่อยู่ไม่ไกลจากมันก็ล้วนตกอยู่ในสภาพอาการบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากผลจากระเบิดอัสนีของหั่วเฟยเอง จักรพรรดิฟ้าอีกคนนั้นยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างดีเนื่องจากมันใช้พลังต้านรับเอาไว้ได้ทัน ทว่าคนอื่นๆกลับไม่นึกว่าหั่วเฟยจะระเบิดพลังออกมาโดยมิสนใจว่าพวกมันจะได้รับผลกระทบ ดังนั้นจึงถูกพลังระเบิดอัสนีทำร้ายจนอยู่ในสภาพปางตาย จักรพรรดิมนุษย์สองคนถึงกับสิ้นลมหายใจคาที่

            ซ่งไป่หลางมองร่างของหั่วเฟยด้วยสายตาเย็นชา หากจังหวะเมื่อครู่นี้หั่วเฟยทุ่มเทพลังของมันเพื่อปกป้องร่างของตนเองหยาดวารีหมื่นสังหารคงทำให้มันบาดเจ็บได้มากพอสมควรแต่ก็ไม่ถึงขั้นสาหัสปางตาย ทว่าหั่วเฟยกลับทุ่มเทพลังเพื่อใช้วิชาระเบิดอัสนีโจมตีสวนกลับดังนั้นพลังป้องกันของมันจึงไม่มากพอที่จะยับยั้งพลังทำลายล้างของหยาดวารีหมื่นสังหารเอาไว้

            หลังจากที่ผลของเคล็ดวิชาหยาดวารีหมื่นสังหารหยุดลง ร่างของหั่วเฟยก็หยุดดิ้นพล่าน แววตาเหม่อลอยราวกับร่างไร้วิญญาณ ความเจ็บปวดทำให้มันหมดสติไปในทันทีและอวัยวะภายในมากกว่าเจ็ดส่วนของมันก็ถูกทำลายอย่างราบคาบ แม้จะยังมีชีวิตแต่ในเวลานี้มันก็ไม่แตกต่างจากคนพิการผู้หนึ่ง อัจฉริยะระดับจักรพรรดิฟ้ากลับต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะผู้มีพลังขั้นเหนือมนุษย์ผู้หนึ่งเท่านั้น

            เหยาเสี่ยวฉานถอนหายใจเล็กน้อย นางไม่นึกเลยว่าตนเองจะยังปลอดภัยดีหลังจากที่พยายามเอาตัวไปขวางการโจมตีของหั่วเฟยเมื่อครู่

            ขอบคุณท่านมากที่พยายามปกป้องข้าซ่งไป่หลางเอ่ยต่อเหยาเสี่ยวฉานด้วยความจริงใจ แม้นางจะมีนิสัยที่ยากคาดเดาและเคยทำให้ตนต้องหงุดหงิดใจอยู่บ้างแต่การกระทำครั้งนี้ของเหยาเสี่ยวฉานทำให้ซ่งไป่หลางยอมรับนางเป็นสหายที่คู่ควรผู้หนึ่ง

            ในความเป็นจริงต่อให้หั่วเฟยทุ่มเทพลังโจมตีเพียงใดก็ไม่มีทางทำร้ายซ่งไป่หลางในมิติแห่งนี้ได้ นั่นเพราะซ่งไป่หลางและรั่วอวี่คือผู้ที่ได้รับสิทธิ์อำนาจโดยชอบธรรมในการเป็นเจ้าของมิติสวนสมุนไพรวิเศษแห่งนี้ และสามารถควบคุมมันได้ดั่งฝ่ามือของตนเอง ต่อให้เหยาเสี่ยวฉานไม่ออกไปป้องกันเอาไว้ ซ่งไป่หลางก็สามารถดึงพลังธาตุพฤกษามาสร้างเกราะป้องกันให้กับตนเองได้

            ยังมีรั่วอวี่ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่จากตำหนักหมื่นสมุนไพร นางย่อมไม่ปล่อยให้ซ่งไป่หลางได้รับอันตรายเช่นกัน ผู้ที่ส่งพลังธาตุพฤกษามาเสริมพลังให้กับเหยาเสี่ยวฉานก็คือนางนั่นเอง

            การปกป้องเจ้าเป็นหน้าที่ของข้าและทุกคนในสำนักพงไพรอยู่แล้วเหยาเสี่ยวฉานตอบกลับตามตรง ตัวตนของซ่งไป่หลางสำคัญจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นนางหรือจักรพรรดิฟ้ารวมไปถึงผู้อาวุโสขั้นอนุเซียนก็ยังต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องเด็กหนุ่มผู้นี้เอาไว้ นั่นเพราะพรสวรรค์เจตจำนงแห่งโอสถมีความสำคัญต่อสำนักพงไพรเป็นอย่างมาก

            เหยาเสี่ยวฉานถอนหายใจเบาๆเมื่อมองเห็นสภาพของตระกูลหั่ว เจ้าวางแผนจะจัดการกับพวกมันเช่นไรต่อไปเวลานี้สภาพของหั่วเฟยนับว่าน่าอนาจอย่างมาก ขอเพียงลงมือเพิ่มอีกครั้งหนึ่งก็สามารถสังหารมันทิ้งได้อย่างแน่นอนแล้ว

            สังหารจักรพรรดิฟ้าผู้นั้นซะ จักรพรรดิปฐพีทั้งหมดให้ตัดแขนของพวกมันคนละข้าง และทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีโอสถชนิดใดบนโลกนี้สามารถรักษาพวกมันได้ ส่วนจักรพรรดิมนุษย์ปล่อยพวกมันไป หลังจากจัดการเรียบร้อยข้าจะส่งพวกมันออกไปภายนอกซ่งไป่หลางตอบกลับ

            เจ้าไม่ต้องการสังหารพวกมัน?” เหยาเสี่ยวฉานเอ่ยถาม

            สังหารพวกมันไปก็มิมีประโยชน์อันใด ปล่อยพวกมันออกไปด้วยสภาพเช่นนี้ก็มิต่างจากตกตายไปครึ่งหนึ่งแล้ว ตระกูลหั่วสูญเสียยอดฝีมือจำนวนมากย่อมกระทบรากฐานของพวกมัน ในอนาคตอันใกล้ไม่มีทางกลับมาคุกคามพวกเราได้เป็นแน่ซ่งไป่หลางตอบกลับ

            การปล่อยให้พวกมันรอดชีวิตมิใช่เพราะความเมตตาแต่เพราะเป็นผลดีต่อแผนการระยะยาวต่างหาก ข้อมูลที่ซ่งไป่หลางและเซี่ยหยางได้รับมาตั้งแต่ดินแดนตราสูญก็คือตระกูลหั่วนั้นเป็นตระกูลที่ถูกใช้งานสำหรับการแทรกซึมดินแดนต่างๆที่อำนาจของตระกูลศักดิ์สิทธิ์มิอาจเข้าถึง หากกำจัดตระกูลหั่วจนสิ้นซากเช่นนั้นก็จะมีตระกูลใหม่เข้ามาแทนที่ ย่อมต้องเสียเวลาสืบค้นและหาวิธีการรับมือใหม่ๆ

            ตรงกันข้ามซ่งไป่หลางมีความรู้เกี่ยวกับตระกูลหั่วอยู่มากพอสมควรแล้ว อีกทั้งตระกูลหั่วเองก็อ่อนแอลงไปมาก นับตั้งแต่ที่สังหารหั่วพั่วตงในดินแดนตราสูญก็เท่ากับว่าตอนนี้ตระกูลหั่วสูญเสียจักรพรรดิฟ้าไปถึงสามคนแล้ว

            อย่างไรก็ตามหน้าที่และบทบาทในการแทรกซึมดินแดนต่างๆของพวกมันย่อมไม่สามารถเปลี่ยนมือโดยง่าย แม้ตระกูลหั่วจะอ่อนแอลงเพียงใดตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่กำจัดพวกมันทิ้งในทันทีเพราะยังต้องการใช้ประโยชน์จากพวกมันอยู่

            นอกจากทำให้พวกมันพิการแล้วซ่งไป่หลางยังฉวยโอกาสฝังอักขระติดตามลงบนร่างของหั่วเฟย อักขระเทวะต้นกำเนิดนั้นอยู่คนละระดับกับอักขระทั่วไปย่อมไม่อาจสังเกตเห็นได้โดยง่าย เว้นเสียแต่จะมีผู้เชี่ยวชาญอักขระขั้นสูงมาตรวจสอบอย่างละเอียด

            ด้วยอักขระนี้ซ่งไป่หลางจะสามารถตรวจสอบตำแหน่งรวมถึงสามารถดักฟังการสนทนาที่หั่วเฟยได้ยินตราบใดที่คนทั้งสองอยู่ในดินแดนเดียวกัน นี่จะเป็นไพ่ลับในอนาคตถ้าหากซ่งไป่หลางต้องไปยังดินแดนใต้สวรรค์

            สภาพร่างกายของหั่วเฟยแม้จะย่ำแย่ทว่ามันยังมีโอกาสรักษาจนหายขาดได้ เจ้าต้องการให้ตัดแขนของมันอีกคนหรือไม่เหยาเสี่ยวฉานเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ

            ซ่งไป่หลางหัวเราะ ไม่จำเป็น ปล่อยมันไปเถอะ

            รักษาหายขาดได้ แน่นอนว่าซ่งไป่หลางย่อมรู้ดี ตราบใดที่ตระกูลหั่วมีทรัพยากรมากพอและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็ยังมีหนทางรักษาหั่วเฟยอยู่ ทว่าต่อให้เป็นโอสถคุณภาพระดับห้าก็ยังไม่สามารถช่วยรักษามันจนหายดีในระยะเวลาอันสั้น ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงว่าตระกูลหั่วไม่มีทางหาโอสถรักษาอวัยวะภายในที่มีคุณภาพระดับห้าได้เป็นแน่

            จากการประเมินของซ่งไป่หลาง หั่วเฟยจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าปีในการรักษาตนเองให้หายขาด และเวลาห้าปีก็มากเพียงพอที่เด็กหนุ่มจะเติบโตขึ้นไปอีกหลายขั้น เมื่อถึงเวลาที่หั่วเฟยรักษาตนเองจนหายดี เกรงว่าซ่งไป่หลางก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวมันอีกต่อไปแล้ว

            หลังจากจัดการกับหั่วเฟยและคนอื่นๆของตระกูลหั่วจนเรียบร้อย ซ่งไป่หลางก็ได้ส่งร่างของหั่วเฟยและคนที่ยังเหลือรอดในสภาพร่อแร่ออกไปภายนอกที่บริเวณค่ายกลเซียนพฤกษา และได้ให้เหยาเสี่ยวฉานและจักรพรรดิฟ้าของสำนักพงไพรเก็บเกี่ยวสมุนไพรทั้งหมดเท่าที่มีในสวนสมุนไพรเอาไว้

            ภายใต้การควบคุมของซ่งไป่หลาง สิ่งมีชีวิตมายาทั้งหมดได้ถูกสั่งให้อยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง ดังนั้นเหยาเสี่ยวฉานและจักรพรรดิฟ้าของสำนักพงไพรจึงสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องกังวลภัยอันตราย

            เมื่อจัดการปัญหาทุกอย่างเรียบร้อย ซ่งไป่หลางจึงกลับมายังตำหนักหมื่นสมุนไพร ภายในตำหนักร่างของรั่วอวี่อยู่ในท่านั่งและกำลังหลับตาลงเพื่อใช้สมาธิของนางในการซึมซับ ภูมิปัญญาซึ่งเป็นมรดกของฉู่เย่ เซียนพฤกษาผู้สรรค์สร้างดินแดนเทพพฤกษาเอาไว้

            ซ่งไป่หลางรู้ดีว่าแม้นางจะอยู่ในสภาวะเช่นนี้ก็ยังสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมภายนอกตลอดเวลา ตอนนี้ข้าจัดการปัญหาภายนอกเสร็จสิ้นแล้ว พวกเราน่าจะเริ่มต้นกระบวนการสุดท้ายได้แล้วกระมัง

            เสียงเยือกเย็นของฉู่เย่ดังขึ้น เจ้าเอ่ยถูกต้อง ต้นมหาพฤกษาได้อยู่ในจุดที่ไม่สามารถรอคอยได้อีกต่อไปแล้ว หากช้ากว่านี้เกรงว่าต่อให้สามารถปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะได้สำเร็จก็คงไม่อาจฟื้นฟูเยียวยามันได้อีก ดังนั้นเราจึงควรเริ่มกันตอนนี้

            โอสถจิตวิญญาณเทวะ โอสถในตำนานที่ว่ากันว่าสามารถฟื้นคืนชีวิตให้แก่สรรพสิ่งตราบใดที่วิญญาณยังไม่สูญสลายไป เมื่อนึกถึงสรรพคุณของมันซ่งไป่หลางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น บางทีนี่อาจจะเป็นหนทางในการคืนชีพให้กับอาจารย์ของมัน

            อย่างไรก็ตามการฟื้นคืนชีพให้แก่เซี่ยหยางมิได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น เซี่ยหยางในเวลานี้หลงเหลือเพียงวิญญาณ หากต้องการฟื้นคืนชีพสำหรับมนุษย์แล้วร่างกายยังเป็นสิ่งจำเป็น ทว่าร่างของเซี่ยหยางในเวลานี้จะเป็นเช่นไรนี่นับว่าเป็นปัญหาที่ไม่อาจตอบได้ในเวลาอันสั้น

            จากความเข้าใจของซ่งไป่หลาง ศพของเซี่ยหยางไม่ถูกค้นพบโดยตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นแม้จะมีข่าวลือว่ามารเซี่ยได้ตกตายไปแล้วแต่คนส่วนมากยังไม่ปักใจเชื่อ บางทีศพของเซี่ยหยางอาจจะหายสาบสูญไป หรืออาจจะถูกเก็บซ่อนเอาไว้โดยใครบางคน

            ขอเพียงสามารถตามหาเบาะแสได้ รวมถึงมีโอสถจิตวิญญาณเทวะในมือ ซ่งไป่หลางเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถช่วยให้อาจารย์ของตนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

            อย่างไรก็ตามการปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะมิได้ง่ายดายเพียงนั้น ยังดีที่ซ่งไป่หลางมีพรสวรรค์ประเภทเดียวกับเซียนพฤกษา เจตจำนงแห่งโอสถ นี่คือทางลัดที่จะช่วยให้สามารถปรุงโอสถนี้ได้สำเร็จ ในส่วนของปัจจัยอื่นๆยังต้องรอคอยให้ซ่งไป่หลางแข็งแกร่งขึ้นจึงจะสามารถปรุงโอสถนี้ได้อีกครั้ง

            น่าเสียดาย โอสถจิตวิญญาณเทวะมิใช่โอสถที่จะเก็บรักษาเอาไว้ได้ จำเป็นต้องใช้งานทันทีที่ปรุงเสร็จซ่งไป่หลางลอบถอนหายใจ การจะปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะต้องใช้พลังที่มากมายมหาศาล ภายในมิตินี้สามารถดึงพลังของสวนสมุนไพรวิเศษมาช่วยเหลือได้ แต่หากเป็นภายนอกเกรงว่าจะต้องมีพลังไม่ต่ำกว่าจักรพรรดิฟ้าเป็นอย่างน้อยจึงจะมีโอกาสปรุงได้สำเร็จ

            นำสมุนไพรที่ข้าบอกให้เจ้ารวบรวมออกมาฉู่เย่เอ่ย

            ซ่งไป่หลางใช้เวลาถึงหนึ่งสัปดาห์ในการรวบรวมสมุนไพรกว่าสามสิบชนิด สมุนไพรที่จะใช้ปรุงโอสถจิตวิญญาณเทวะมิเพียงเป็นสมุนไพรหายากที่หายสาบสูญไปแล้วในโลกภายนอก มันยังต้องเป็นสมุนไพรที่มีอายุยาวนานกว่าพันปี และการเพาะปลูกพวกมันก็ยากเย็นอย่างยิ่ง ต่อให้ใช้พลังวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์ผสานกับพลังธาตุพฤกษาซ่งไป่หลางก็ยังต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเร่งอายุของสมุนไพรบางชนิดให้ถึงจุดที่เหมาะสม

            เริ่มหลอมโอสถเถอะฉู่เย่เอ่ยต่อ

            ซ่งไป่หลางพยักหน้าก่อนจะหยิบเตาหลอมโอสถหยิบยืมตะวันออกมา นี่คือของวิเศษระดับสวรรค์ เตาหลอมโอสถที่มีคุณค่ามากเป็นอันดับต้นๆของสำนักพงไพร อย่างไรก็ตามไม่เคยมีผู้ใดสามารถควบคุมมันได้ หากมิใช่พรสวรรค์เจตจำนงแห่งโอสถซ่งไป่หลางเองก็ไม่มีปัญญาที่จะใช้งานมันเช่นกัน

            ค่ายกลเพลิงวิญญาณเยือกแข็งปรากฏขึ้นก่อนที่เปลวไฟจะถูกจุดให้ความร้อนแก่เตาหลอมโอสถหยิบยืมตะวัน เมื่อได้รับความร้อนสีของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นสีทองแดงที่งดงาม

            นี่ก็คือเคล็ดสวรรค์ชำระโอสถที่เจ้าเอ่ยถึงสินะ ไม่เลวทีเดียว ใช้ประโยชน์จากอักขระและค่ายกลเพื่อควบคุมพลังธาตุอัคคีแทนที่จะใช้พลังของตนเองโดยตรง ประหยัดพลังงานไปได้ไม่น้อย มิเช่นนั้นเกรงว่าต่อให้ข้าจะสามารถส่งพลังให้แก่เจ้าได้แต่ก็ยังยากที่จะทำการปรุงโอสถได้สำเร็จ การใช้วิธีนี้ช่วยให้โอกาสในการปรุงโอสถสำเร็จมากขึ้นหลายส่วน ทั้งยังใช้เวลาน้อยกว่าหลายเท่าอีกด้วยฉู่เย่เอ่ยชมเชย

            นับว่าอาจารย์ของเจ้ามีความคิดสร้างสรรค์นัก น่าเสียดายที่มันมิได้มีความรู้ด้านอักขระเทวะต้นกำเนิดเช่นเดียวกับพวกเรา แต่ขอเพียงตั้งใจศึกษาอีกไม่นานมันก็อาจจะใช้ค่ายกลนี้ได้สำเร็จและพัฒนาตนเองเป็นสุดยอดผู้ปรุงโอสถแห่งยุค

            ซ่งไป่หลางลอบพยักหน้าเห็นด้วย อู๋เจ้อนั้นเป็นผู้ที่ควรค่าแก่การยกย่องอย่างแท้จริง แม้ว่าจะเคยมีแนวคิดการใช้อักขระค่ายกลเพื่อหลอมโอสถมาแต่โบราณแต่ผู้ที่ทำได้สำเร็จเป็นรูปธรรมก็มีแค่อู๋เจ้อเท่านั้น หากมิได้แนวคิดของมันซ่งไป่หลางก็คงยังไม่อาจหลอมโอสถชำระกายพิสุทธิ์และโอสถซึมซับฟ้าดินได้สำเร็จและติดอยู่ที่ระดับพลังขั้นหนึ่งเหนือมนุษย์เท่านั้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #242 Dnabtsjk (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 22:05

    ขอบคุณคะ
    #242
    0
  2. #240 dfrdz007 (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 14:55
    thank u
    #240
    0
  3. #239 akechai (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 07:32

    ขอบคุณครับ
    #239
    0
  4. #238 มรณกรรม (จากตอนที่ 129)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 01:16
    มาดึกมาก แตาก็ตื่นมาอ่าน
    #238
    0