God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 122 : ตอนที่ 117 วางกับดัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    5 มี.ค. 63

                หั่วฟู่ขมวดคิ้วของมันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาจ้องมองร่างของหมาป่ามายาที่ยืนแน่นิ่งราวกับหุ่นปั้นไร้ชีวิต เพียงกวาดตามองครั้งเดียวมันสามารถบอกได้ทันทีว่านี่เป็นสิ่งมีชีวิตมายาที่มีความแข็งแกร่งระดับจักรพรรดิปฐพีเลยทีเดียว

            เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะสูญสิ้นพลังงานหลังจากเวลาผ่านไปยาวนาน คนผู้หนึ่งเอ่ยออกมาอย่างลังเล

            เจ้าโง่ มิเห็นร่องรอยต่อสู้เหล่านี้รึ เห็นได้ชัดว่าหมาป่าตัวนี้เพิ่งอยู่ในสภาพนี้ได้ไม่นานหลังจากที่มันต่อสู้กับใครบางคน ในเมื่อไม่มีซากศพก็ย่อมหมายความว่าผู้ที่มาก่อนเราสามารถทำให้มันตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ คนผู้หนึ่งตอบกลับ

            ยู่หลงเสียง เจ้าประเมินเจ้าหมาป่าตัวนี้ไว้เช่นใด หั่วฟู่หันมาเอ่ยถามคนผู้หนึ่ง มันคือตัวแทนจากสำนักห้วงทมิฬ เป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดของขั้นราชันยุทธ์ ในที่นี้พลังของมันเป็นรองเพียงหั่วฟู่เท่านั้นดังนั้นคำพูดของมันจึงมีน้ำหนักมากพอสมควร

            ยู่หลงเสียงถอนหายใจ คุณชายหั่ว หมาป่าตัวนี้มีพลังสูงส่งอย่างมาก แข็งแกร่งยิ่งกว่าระดับจักรพรรดิมนุษย์เสียอีก ในความคิดของข้าต่อให้ข้าและท่านร่วมมือกันก็ไม่อาจรับมือมันได้ ต่อให้รวมทุกคนในที่นี้เข้าไปก็ยังไม่มีประโยชน์อันใด

            คนของตระกูลหั่วบางคนพลันแค่นเสียง คำพูดของยู่หลงเสียงเท่ากับเป็นการดูถูกพวกมันอย่างยิ่ง ทว่าหั่วฟู่กลับพยักหน้าช้าๆ

            เจ้าเอ่ยถูกต้อง พลังของหมาป่าตัวนี้แข็งแกร่งมากพอจะจัดการพวกเราทั้งหมด อย่างไรก็ตามการที่มันเป็นฝ่ายถูกสยบ บางทีเรื่องนี้อาจจะช่วยให้พวกเรามีหนทางในการฝ่ากลุ่มสิ่งมีชีวิตมายาเข้าไปยังพื้นที่ชั้นในของสวนสมุนไพรนี้ได้

            หั่วฟู่มิใช่คนเย่อหยิ่งจนโง่เขลา ตรงกันข้ามมันเป็นบุรุษที่ชาญฉลาดและเจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก

            คุณชาย บางทีนี่อาจจะเป็นฝีมือของซ่งไป่หลาง ยู่หลงเสียงเอ่ย

            ทุกคนต่างตกตะลึง ซ่งไป่หลางแม้จะมีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะสุดยอดอัจฉริยะของสำนักพงไพร ทว่าในด้านพลังต่อสู้ก็ยังเป็นเพียงขั้นเหนือมนุษย์เท่านั้น เอาชนะจักรพรรดิปฐพีงั้นหรือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดล้วนไม่อาจคิดจินตนาการถึงจุดนี้ได้

            บางที อาจจะเป็นสตรีผู้นั้น หั่วฟู่ออกความเห็นบ้าง มันยังคงจำได้อย่างชัดเจนถึงภาพที่หั่วเฟิงพยายามลอบโจมตีซ่งไป่หลางแต่กลับถูกสตรีผู้หนึ่งขัดขวางจนต้องเสียหน้าอย่างหนัก เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มันไม่อาจประเมินพลังของสตรีผู้นั้นได้ทันการ

            นั่นคือรั่วอวี่ ศิษย์ยอดพฤกษาลำดับหกของสำนักพงไพร ในด้านพลังต่อสู้จากข่าวล่าสุดที่สำนักห้วงทมิฬครอบครอง นางอยู่บนจุดสูงสุดของขั้นรวมวิญญาณเท่านั้น ยูหลงเสียงให้ข้อมูล

            จุดสูงสุดของขั้นรวมวิญญาณ หั่วฟู่เลิกคิ้ว บางทีอาจมิใช่การลงมือของนางแต่เป็นใครบางคนที่ลอบยื่นมือช่วยเหลือ อาจจะเป็นเจ้าสำนักพงไพร

            พรสวรรค์ของรั่วอวี่ผู้นี้นับว่ายอดเยี่ยมไม่เลว หากมิใช่เพราะซ่งไป่หลางปรากฏตัวออกมานางก็นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของสำนักพงไพรแล้ว ยู่หลงเสียงถอนหายใจอย่างชื่นชม คุณชายหั่ว บางทีพวกมันอาจไม่ได้เอาชนะหมาป่าตัวนี้ด้วยพลังต่อสู้ แต่ใช้วิธีการพิเศษบางอย่าง

            ยู่หลงเสียงนับว่ามีแนวคิดที่ถูกต้อง ทว่าน่าเสียดายที่มันมิได้เป็นอัจฉริยะด้านการปรุงโอสถ แต่เป็นด้านการต่อสู้ ความคุ้นเคยกับโอสถต่างๆนับว่ามีไม่มากนัก มิเช่นนั้นหากเปลี่ยนเป็นผู้ปรุงโอสถคนอื่นย่อมสามารถตระหนักถึงร่องรอยของพิษที่รั่วอวี่ใช้ตั้งนานแล้ว

            แม้ยู่หลงเสียงจะมิได้คุ้นเคยกับพิษมากนัก แต่อาศัยข้อมูลที่มันมี เพียงแค่อนุมานถึงวิธีการของซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ก็นับว่าไม่ยากเย็นจนเกินไป

            อ้อ อาจจะใช้ประโยชน์จากสมุนไพรหรือพิษบางอย่างสินะ แววตาของหั่วฟู่สาดประกาย ทว่าความตื่นเต้นนั้นปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยวพริบตา มันกลับคืนสู่ความเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว ทว่าหากการบุกเบิกสวนสมุนไพรนี้ง่ายดายเพียงนั้น มิต้องเอ่ยถึงคนยุคโบราณ เพียงแค่การที่สำนักพงไพรสามารถส่งคนจำนวนมากมายังสวนสมุนไพรได้ในทุกปี พวกมันย่อมสามารถบุกเบิกเข้าไปได้โดยง่ายนานแล้ว จะเอาชนะสิ่งมีชีวิตมายาย่อมไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้น

            หั่วฟู่คิดอย่างรอบคอบระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งก็นับว่ามันคิดถูก สิ่งมีชีวิตมายาแม้จะมีจุดอ่อนที่พิษเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั่วไป ทว่าอย่างไรเสียมันก็มีความสามารถในการต่อสู้ พลังลมปราณรวมถึงสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด หากเป็นเพียงพิษทั่วไปย่อมไม่อาจทำอันตรายหรือกระทั่งทำให้มันอ่อนแรงลงได้ มิเช่นนั้นสวนสมุนไพรนี้คงถูกบุกเบิกจนเหี้ยนเตียนไปหลายร้อยปีแล้ว

            ความสามารถในการใช้พิษของรั่วอวี่ กวาดตามองทั่วทั้งสำนักคงมีเพียงไม่กี่คนจึงจะเทียบเคียงกับนางได้ นั่นเพราะการใช้พิษเป็นศาสตร์ที่อันตรายเกินไป ไม่เพียงทำร้ายผู้อื่นยังสามารถทำร้ายตนเองได้ ผู้ฝึกฝนพิษมีหลายคนที่บาดเจ็บล้มตายอย่างน่าอนาจระหว่างทาง ยากนักที่จะหาผู้ที่บรรลุผลลัพธ์ของการฝึกฝนจนชำนาญ

            รั่วอวี่กลับเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่งอย่างแท้จริงเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับธาตุพฤกษา มิว่าจะเป็นสมุนไพรทรงคุณค่าหรือพิษอันร้ายแรง นางสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์และไร้จุดบกพร่อง อันตรายจากพิษที่สามารถคร่าชีวิตผู้ใช้ในพริบตาก็ถูกนางสะกดควบคุมได้อย่างหมดจด

            ดอกวิรุณม่วงที่นางใช้นับเป็นหนึ่งในพิษที่มีความร้ายแรงมากที่สุดสิบอันดับแรกของดินแดนเทพพฤกษา พิษอื่นๆอีกห้าประเภทที่นางใช้รวมกันตอนหลังยิ่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า แม้จะไม่ใช่พิษระดับสูงเท่ากับดอกวิรุณม่วงทว่ารั่วอวี่ใช้คุณสมบัติของพิษส่งเสริมกันไปมา หนึ่งบวกหนึ่งมิเท่ากับสองทว่าทวีคูณไปอีกหลายสิบเท่า เมื่อผสานรวมพิษทั้งห้าผลลัพธ์ยิ่งรุนแรงจนน่าใจหาย ต่อให้เป็นจักรพรรดิปฐพีก็ยังสูญเสียพละกำลังและประสาทสัมผัส พลังชีวิตรั่วไหลอย่างไม่อาจควบคุม

            พิษเหล่านี้หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นใช้ เกรงว่าไม่ทันได้ปลดปล่อยใส่ศัตรูก็คงดับสูญเองไปเสียก่อนแล้ว

            หั่วฟู่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะออกคำสั่ง สำรวจร่องรอยการต่อสู้ มองหาเส้นทางของผู้ที่ล่วงหน้าไปแล้ว หากพวกเราติดตามไปบางทีอาจได้เจอกับเส้นทางที่ถูกแผ้วถางล่วงหน้า มิจำเป็นต้องเหนื่อยออกแรงแม้แต่น้อย

            ในใจของหั่วฟู่เวลานี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น มิสามารถเบิกทางด้วยตนเองงั้นหรือ เรื่องนี้สำคัญอันใดกันเล่า ขอเพียงสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็สามารถทำได้ทั้งสิ้น ปล่อยให้ตั๊กแตนไล่จับจั๊กจั่นแล้วนกขมิ้นเฝ้ารออยู่ด้านหลัง นี่คือความคิดที่ยอดเยี่ยมอย่างมิต้องสงสัย

           

            ด้านซ่งไป่หลางและรั่วอวี่ แม้จะเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่รุนแรงและหนักหน่วงทว่าทั้งสองกลับไม่กล้ารั้งพักนานเกินไป หลังจากฟื้นฟูบาดแผลและพลังลมปราณเพียงเล็กน้อยก็เริ่มเดินทางต่ออย่างรวดเร็วทำให้คลาดจากกลุ่มของหั่วฟู่มาได้ระยะหนึ่ง

            ทั้งสองคนมิใช่คนโง่เขลา เรื่องที่ว่าอาจจะถูกไล่ติดตามและใช้ประโยชน์ย่อมตระหนักได้อยู่ก่อนแล้ว รั่วอวี่ได้อาสาเป็นผู้ลงมือทั้งกลบเกลื่อนร่องรอย สร้างร่องรอยปลอม กระทั่งวางกับดักบางอย่างเอาไว้รายทาง สถานการณ์ตอนนี้นับว่าอันตรายจนเกินไปมิอาจปล่อยให้ถูกล้อมจากทั้งสิ่งมีชีวิตมายาและศัตรูต่างสำนักได้

            แม้บางทีกับดักนี้อาจจะใช้ผิดเป้าหมายสำแดงฤทธิ์กับคนของสำนักพงไพรเช่นกัน ทว่ารั่วอวี่ไม่อาจแบกรับความเสี่ยงมากจนเกินไปนัก

            ซ่งไป่หลางเองก็เห็นด้วย นี่มิใช่สถานการณ์ที่ควรจะห่วงผู้อื่น เพราะตนเองยังไม่มั่นใจว่าจะเอาตัวรอดไปได้หรือไม่

            ทั้งสองเดินทางไม่เร็วไม่ช้าเพราะต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการลบร่องรอยและวางกับดัก เวลานี้ศักยภาพของรั่วอวี่ได้ถูกแสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง ซ่งไป่หลางรู้สึกเหมือนกับได้เปิดหูเปิดตา ทักษะการควบคุมพฤกษาของรั่วอวี่นั้นแทบไม่ด้อยไปกว่าชางไป่เหอเลย

            หลังจากเดินทางได้ระยะหนึ่ง ในที่สุดสิ่งมีชีวิตมายาตัวที่สองก็ปรากฏตัวขึ้น มันมีลักษณะคล้ายเต่าทว่าบนกระดองของมันกลับมีลักษณะคล้ายกับพุ่มหญ้าขนาดยักษ์ เมื่อมองเห็นพุ่มหญ้าที่อยู่บนหลังของมันรั่วอวี่สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง นางรีบดึงซ่งไป่หลางทะยานถอยห่างออกมาจากร่างของเต่ามายาอย่างรวดเร็ว

            ยังดีที่เต่ามายามิได้เคลื่อนไหวเร็วนัก มันเพียงก้าวเดินเข้าหาคนทั้งสองอย่างช้าๆ พลังของมันต่ำกว่าหมาป่ามายาก่อนหน้า เป็นระดับขั้นจักรพรรดิมนุษย์

            ระวังพุ่มไม้บนกระดองของมันให้ดี นั่นเรียกว่าต้นสะกดดารา การขยับของพุ่มไม้จะทำให้เกิดละอองสะกดดาราล่องลอยไปทั่วบริเวณ ละอองเหล่านี้มองไม่เห็นด้วยตา ไม่ควรสูดดมด้วยจมูก เจ้าต้องเฝ้าระวังด้วยสัญชาตญาณและอย่าปล่อยให้มันแตะต้องร่างกายเด็ดขาด รั่วอวี่กำชับหนักแน่น

            ละอองสะกดดารา?” ซ่งไป่หลางทวนคำ

            เป็นผงนิทราระดับรุนแรงประเภทหนึ่ง แม้แต่จักรพรรดิปฐพียังยากต้านทาน แตะร่างกายทำให้ง่วงงุนและง่ายต่อการเผลอหลับ สูดดมเข้าไปละก็ไม่อาจฟื้นตื่นได้ในเวลาเพียงวันสองวันแน่นอน คำตอบของรั่วอวี่ทำให้ซ่งไป่หลางสั่นสะท้าน

            เช่นนั้นควรรับมือด้วยพลังธาตุวายุสินะ ซ่งไป่หลางวิเคราะห์ หากใช้พลังธาตุวายุควบคุมมิให้ละอองสะกดดาราเข้าถึงตัวก็น่าจะจัดการได้ไม่ยาก

            ทว่ารั่วอวี่กลับรอบคอบอย่างยิ่ง เราไม่รู้ว่าเต่าตัวนี้สามารถทำสิ่งใดได้บ้าง หากมันสามารถใช้พลังธาตุวายุได้เช่นกันเล่า? หรือหากมันมีวิธีกระจายละอองสะกดดารา นี่เสี่ยงเกินไปพวกเราไม่ควรสู้กับมัน

            ไม่ควรสู้ ซ่งไป่หลางเลิกคิ้วก่อนจะยิ้ม เช่นนั้นก็ไม่ต้องสู้ พวกเราข้ามมันไป

            ใบหน้าของรั่วอวี่ปรากฏรอยยิ้ม ใช่ พวกเราเพียงข้ามมันไปก็พอ นางรีบสะบัดมือพริบตาเดียวก็ทำลายร่องรอยการเดินทางของตนเองและซ่งไป่หลางจนหมดสิ้น เต่ามายาตัวนี้แท้จริงร้ายกาจและรับมือยากทว่ามิจำเป็นต้องรับมือ ความเร็วของมันมีเพียงแค่นี้การจะหนีจากมันก็นับว่าง่ายดายอย่างยิ่ง ไม่เหมือนกับหมาป่ามายาที่รวดเร็วจนน่าตกตะลึง ไม่อาจสลัดหลุดพ้นโดยง่าย

            เมื่อทำลายร่องรอยเสร็จสิ้นคนทั้งสองพลันระเบิดความเร็วพุ่งทะยานเป็นเส้นโค้งหลบออกจากรัศมีละอองสะกดดาราของมันอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางรั่วอวี่ยังคงไม่ลืมทำลายทุกร่องรอยที่จะบ่งชี้ว่านางและซ่งไป่หลางได้เคยผ่านมายังบริเวณนี้ไปด้วย

            ทำเช่นนี้ต่อให้กลุ่มของหั่วฟู่ตามรอยมาจนถึงจุดนี้ได้ พวกมันก็จะต้องพบเจอกับเต่ามายาตัวนี้

            กลุ่มของหั่วฟู่เองก็นับว่าฝีมือไม่เลว แม้รั่วอวี่จะทำลายร่องรอยอย่างหมดจดทว่าพวกมันกลับยังสามารถติดตามเส้นทางของคนทั้งสองได้อย่างแม่นยำ ต่อให้จะโดนทิ้งห่างไปนานกว่าหนึ่งชั่วยามก็ตาม

            ในที่สุดกลุ่มของหั่วฟู่ก็พบเจอกับเต่ามายา สีหน้าของแต่ละคนแฝงความเคร่งเครียดจริงจัง นี่นับเป็นครั้งแรกที่พวกมันต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตมายาที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์

            พลังของมันน่าจะอยู่ในขั้นจักรพรรดิมนุษย์ พวกเราร่วมมือกันยังพอรับมือได้ ยู่หลงเสียงวิเคราะห์

            หั่วฟู่พยักหน้ายอมรับ ทว่ามันกลับเอ่ยออกมาว่า ไม่จำเป็นต้องเสียเวลารับมือกับมัน เต่าตัวนี้มิได้มีความเร็วมากมายนัก ข้าคิดว่าบางทีซ่งไป่หลางและรั่วอวี่นั่นคงเลือกใช้วิธีสลัดพ้นจากมันด้วยความเร็ว เช่นนั้นพวกเราก็ใช้วิธีเดียวกัน

            หั่วฟู่นับว่าฉลาดรอบคอบ ทว่าเนื่องจากขาดความรู้เกี่ยวกับต้นสะกดดารา กว่าจะรู้ตัวว่าอันตรายที่แท้จริงของเต่ามายาตัวนี้คือสิ่งใด คนของตระกูลหั่วสองคนก็พลาดท่าถูกละอองสะกดดาราจัดการจนหมดสติ เนื่องจากพวกมันเชื่อมั่นในความเร็วเกินไป มิห่วงว่าจะเข้าใกล้ระยะโจมตีของอีกฝ่ายใช้วิธีเคลื่อนหลบในระยะห่างสั้นๆแทนที่จะวนอ้อมเช่นเดียวกับพวกซ่งไป่หลาง

            ทันทีที่มีสองคนหมดสติเมื่อเข้าใกล้เต่ามายา สีหน้าของหั่วฟู่พลันแปรเปลี่ยนมันรีบออกคำสั่งให้ทุกคนทิ้งระยะจากร่างของเต่ามายาให้มากที่สุด มันไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้วิธีใดในการโจมตี ทว่าจากประสาทสัมผัสของมันคนทั้งสองนั้นยังมีชีวิตอยู่แน่นอน เพียงแค่สูญสิ้นสติไปเท่านั้น

            ระวังพิษ ให้ผ่านมันไปโดยเว้นระยะห่างให้มากเข้าไว้ หั่วฟู่ร้องสั่งการ

            มองดูร่างที่ไร้สติของคนทั้งสอง เต่ามายาขยับเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าเข้าหาร่างของหนึ่งในสองคนนั้น จากนั้นอ้าปากออกแล้วสูดลมเข้าหนึ่งครา ร่างของคนผู้หนึ่งพลันถูกกระชากเข้าหาปากของมันอย่างรวดเร็ว

            หั่วฟู่สีหน้ามืดดำทันที เจ้าเต่าเดรัจฉานตัวนี้ไม่เพียงทำให้คนของมันหมดสติยังคิดจะกินคนของตนต่อหน้าต่อตาอีกงั้นหรือ

            พัดสีเงินเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนมือขวาของหั่วฟู่ เมื่อสะบัดออกพลันแปรเปลี่ยนเป็นลมพายุหอบใหญ่พัดร่างของคนผู้นั้นออกห่างจากเต่ามายา ขณะเดียวกันหั่วฟู่ยังใช้พลังลมปราณอัสนีอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของตระกูลหั่ว สร้างสายฟ้าโจมตีเข้าใส่ร่างของเต่ามายาอย่างรุนแรง

            เปรี้ยง!! ร่างของเต่ามายาก้าวถอยหลังอย่างเชื่องช้าไปสองก้าวจากแรงปะทะกับพลังธาตุอัสนี เพียงการโจมตีนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าพลังของหั่วฟู่แข็งแกร่งยิ่งนัก ต่อให้ศัตรูเหนือกว่าก็ยังไม่อาจต้านรับพลังโจมตีได้โดยง่าย

            หั่วฟู่มิสนใจเต่ามายาอีกเพียงแค่สะบัดมือใช้ลมปราณกระชากร่างของอีกคนที่กำลังหมดสติเข้ามาหาตน เมื่อได้ตัวทั้งสองคืนมาก็รีบสั่งให้คนของตนแบกร่างของทั้งสองตามไปด้วย แน่นอนว่าครานี้หั่วฟู่ย่อมต้องเลือกเส้นทางที่ห่างจากร่างของเต่ามายาเพิ่มขึ้นอีกหลายระดับ

            เต่ามายาโกรธมาก มันกำลังจะได้กินอาหารแต่กลับถูกขัดโดยมนุษย์ตรงหน้า แม้สิ่งมีชีวิตมายาแท้จริงจะไม่มีความจำเป็นต้องกินดื่มทว่าภายใต้การสร้างสรรค์ของเซียนพฤกษา นับว่าพฤติกรรมความคิดของเจ้าเต่าตัวนี้ก้าวหน้าไปหลายส่วนแล้ว

            มองดูร่างของคนที่แย่งเหยื่อของมันไป ในที่สุดเต่ามายาก็เริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย น่าเสียดายที่มันเล็กน้อยจริงๆ เล็กน้อยเกินไปจนแทบไม่เกิดผล

            ทว่าสิ่งที่น่ากลัวมิใช่การขยับเคลื่อนไหว แต่เป็นการระเบิดพลังลมปราณออกมาในพริบตาก่อเป็นคลื่นสายลมม้วนตลบไปทั่วบริเวณนั้นต่างหาก

            สีหน้าของหั่วฟู่แปรเปลี่ยน มันไม่อาจรับรู้ว่าเต่ามายาใช้พิษอันใดทว่าทันทีที่เต่ามายาระเบิดพลังครั้งนี้ อย่างน้อยที่สุดพิษของมันย่อมแผ่กระจายออกไปทั่วแล้ว

            หั่วฟู่มิรีรอให้มากความ เช่นเดียวกับคนอื่นๆที่ล้วนแต่ล้วงหยิบโอสถชำระพิษออกมากินในทันที โอสถชำระพิษเป็นโอสถมาตรฐานประเภทหนึ่ง สามารถชำระพิษระดับค่อนข้างต่ำทุกประเภท ทว่าเมื่อเป็นพิษที่มีความเข้มข้นสูงหรือพิษที่มีมาตรฐานซับซ้อนเกินไป โอสถนี้ย่อมไม่เพียงพอชำระต้องใช้โอสถเฉพาะทางแทน

            โอสถแก้พิษเฉพาะทางย่อมถูกปรุงขึ้นโดยผู้ทำพิษ สำหรับเรื่องนี้หั่วฟู่ได้แต่คาดหวังว่าพิษนี้จะไม่รุนแรงเกินไปและโอสถชำระพิษจะช่วยพวกมันได้

            นับว่าเป็นโชคดีประการหนึ่งของพวกมัน คุณสมบัติประการหนึ่งของโอสถชำระพิษก็คือการทำให้ร่างกายสร้างเกราะคุ้มกันบางๆชั้นหนึ่งป้องกันมิให้พิษแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย นั่นทำให้ละอองสยบดาราไม่สามารถเข้าถึงตัวพวกมันได้ชั่วคราว มิเช่นนั้นเกรงว่ากว่าครึ่งคงได้หมดสติตามสองคนแรกไปเป็นแน่

            เร่งฝ่าไป หั่วฟู่ออกคำสั่ง มันมิอาจปล่อยให้คนของมันถูกผลจากพิษจนสลบไปจำนวนมาก

            คนสิบกว่าคนเร่งทะยานร่างผ่านเต่ามายาไปทันที ทว่าเมื่อก้าวไปได้ครึ่งทาง เสียงปริศนาพลันดังขึ้นเมื่อเท้าของคนผู้หนึ่งสัมผัสกับพื้น

            รากไม้เส้นหนึ่งปรากฏขึ้นกะทันหัน พริบตาเดียวก็ดีดฟาดเข้าที่ลำตัวของคนผู้นั้นผลักจนร่างกระเด็นไปติดอยู่กับกระดองของเต่ามายาในพริบตา

            ขณะเดียวกันคนอีกผู้หนึ่งกลับถูกผงละอองบางอย่างที่ฟุ้งขึ้นมาจากบนพื้นครอบคลุมไปทั้งตัว พริบตาเดียวก็รู้สึกได้ว่าร่างกายอ่อนแรงอย่างรวดเร็ว แม้จะมีผลจากโอสถชำระพิษก็นับว่าไร้ประโยชน์

            สำหรับโอสถต้านพิษแบบเฉพาะเจาะจง นอกจากเจ้าของพิษแล้วก็ยากนักที่ผู้อื่นจะครอบครองไว้ได้

            บัดซบ กับดัก หั่วฟู่ร่ำร้องด้วยความร้อนใจ คนของมันสองคนถูกจัดการอย่างรวดเร็ว คนหนึ่งเข้าใกล้อาณาเขตของเต่ามายาเกินไปในที่สุดก็ถูกผงสยบดาราทำให้หลับ อีกคนถูกพิษของรั่วอวี่จนไม่อาจขยับเขยื้อน

            ไม่ทันจะได้สั่งการหั่วฟู่ก็พบว่าขบวนของตนตกอยู่ในความวุ่นวาย กับดักที่ทำงานนี้มิใช่กับดักแรกแต่กลับเป็นกับดักสุดท้ายที่ถูกตั้งเอาไว้ให้ปรากฏขึ้นเป็นชิ้นแรก รอให้คนของหั่วฟู่ผ่านไปมากพอแล้วจึงค่อยเริ่มแสดงผล นับว่าเป็นการวางกับดักชั้นสูงที่แยบยลยิ่ง

            ขณะเดียวกันคนอื่นที่เหลือซึ่งคล้ายจะปลอดภัยกลับพบว่ากับดักลูกโซ่จำนวนมากได้ระเบิดออกมา เพียงพริบตาเดียวหั่วฟู่ก็พบว่าคนของมันมากกว่าครึ่งตกอยู่ภายใต้ผลของกับดัก มิอาจเอาตัวรอดปลอดภัยได้

            ยังดีที่คนส่วนหนึ่งหลบหนีจากกับดักได้อย่างทุลักทุเล ส่วนคนอื่นๆร้ายแรงหน่อยก็บาดเจ็บสาหัส เบาหน่อยก็หมดสติไป ที่น่ากลัวก็คือเนื่องจากกลุ่มของหั่วฟู่เหลือคนไม่ถึงครึ่ง การจะช่วยทุกคนเอาไว้นับว่าเป็นเรื่องยากเกินไป ยิ่งเมื่อเต่ามายาทำท่าไม่ยินยอมและพุ่งเข้าหาคนที่หมดสติอยู่อย่างรวดเร็ว

            หั่วฟู่ถอนหายใจอย่างอย่างเฉียบขาด ปล่อยพวกที่พลาดทิ้งไป พวกเราไปด้านหน้าต่อ

            การตัดสินใจของหั่วฟู่ช่างเย็นชายิ่ง ทว่ากลับมิมีผู้ใดกล้าเอ่ยค้าน ในเมื่อไม่อาจรักษาชีวิตของตนจะโทษคนอื่นได้อย่างไร นี่คือคติของหั่วฟู่ สำหรับมันสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือผลประโยชน์ด้านในของสวนสมุนไพรต่างหาก



----------------------

ตั้งแต่ตอนหน้าจะลงแบบอ่านล่วงหน้าแทนแล้วนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #189 snsptn (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 22:36

    สนุกมากค่ะะะะ
    #189
    0
  2. #188 OurTattoo (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 16:03
    สนุกค่ะ อ่านได้เรื่อยๆ
    ได้ไปอุดหนุนในKawabook ด้วย ลงอีกเมื่อไหร่ค่ะ
    #188
    1
    • #188-1 Lanar(จากตอนที่ 122)
      5 มีนาคม 2563 / 16:12
      ตอนนี้ตั้งใจไว้ที่วันละตอนยกเว้นช่วงที่ติดธุระเร่งด่วนครับ
      #188-1
  3. #184 FahisFahh (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 08:52
    สนุกมากค่า
    #184
    0
  4. #183 dfrdz007 (จากตอนที่ 122)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 08:28
    thank u
    #183
    0