God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 อสรพิษเพลิงสีชาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,793
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 562 ครั้ง
    20 ต.ค. 62

                อสรพิษเพลิงสีชาด เห็นร่างของสัตว์ปีศาจตรงหน้าทั้งฉินจีและซ่งไป่หลางต่างมีสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด

                อสรพิษเพลิงสีชาดในหมู่สัตว์ปีศาจด้วยกันยังนับว่ามีความร้ายกาจมากเป็นอันดับต้นๆ ตัวที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาเป็นสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นกลาง ความสามารถเทียบเท่าผู้มีพลังขั้นเที่ยงแท้ระดับสาม ฉินจีไม่สามารถต่อกรกับมันได้เด็ดขาด

                ระวังพิษกรดเพลิง ฉินจีร้องเตือนเมื่อเห็นอสรพิษตรงหน้าเริ่มเคลื่อนไหว

                ร่างกายของอสรพิษเพลิงสีชาดมีขนาดใหญ่โตมาก ช่วงลำตัวกว้างเท่าต้นไม้ใหญ่สิบคนโอบ ยาวมากกว่ายี่สิบจั้ง ส่วนหัวเมื่อแผ่แม่เบี้ยออกมายิ่งน่าสะพรึงกลัว การโจมตีของมันรูปแบบหนึ่งคือการพ่นพิษกรดเพลิง พิษที่สามารถหลอมละลายแม้แต่โลหะชั้นดีหรืออาวุธวิเศษระดับกลาง

                เมื่อมันพ่นพิษกรดเพลิงออกมา ทั้งซ่งไป่หลางและฉินจีต่างกระโจนหลบหนีไปคนละทิศทาง พิษกรดเพลิงของมันจึงราดลงบนร่างของสัตว์ปีศาจบางตัวที่วิ่งตามทั้งสองมา เสียงดังซี่ๆดังขึ้นจากร่างของพวกมันพร้อมกับที่ร่างของสัตว์ปีศาจเหล่านั้นถูกพิษหลอมละลายไปอย่างรวดเร็ว

                ซ่งไป่หลางสีหน้าซีดเผือด พลังของอสรพิษเพลิงสีชาดอยู่เหนือกว่าที่เขาจะรับมือได้แม้จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างก็ตาม

                ฉินจีมีสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อเห็นว่าโอกาสหนีรอดเหลือน้อยเต็มทีนางจึงหันมาหาซ่งไป่หลาง ศิษย์น้อง ข้าจะถ่วงเวลามันเอาไว้ให้ เจ้าจงรีบหนีออกไปจากหุบเขาต้องห้ามให้เร็วที่สุด ไปหาท่านอาจารย์และพาท่านมาช่วยเหลือข้า

                แน่นอนว่าฉินจีเป็นศิษย์รักของผู้อาวุโสจาง ดังนั้นนางจึงมีวิธีติดต่อเขาในกรณีฉุกเฉิน ฉินจีได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปตั้งแต่ที่อสรพิษเพลิงสีชาดปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว และนางได้แต่หวังว่าอาจารย์ของนางจะมาที่นี่ก่อนที่นางจะไม่สามารถต้านทานมันได้

                ซ่งไป่หลางส่ายหน้าปฏิเสธทันที ไม่มีทาง ศิษย์พี่ท่านนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายหนีไป ด้วยความสามารถของข้าต่อให้อยากจะหนีก็อาจจะหนีไม่พ้นจากหุบเขา แต่ท่านย่อมสามารถทำได้ อสรพิษนี่ข้าสามารถถ่วงเวลามันได้ช่วงสามลมหายใจ ขอให้ท่านทุ่มเททุกอย่างหนีไปในเวลานั้น

                ฉินจีกำลังจะอ้าปากค้านบอกว่านางยังพอมีหวังต้านทานอสรพิษเพลิงสีชาดได้ แต่ซ่งไป่หลางคิดจะรับหน้าก็มีแต่ฆ่าตัวตายเท่านั้น ทว่าไม่ปล่อยให้ฉินจีมีโอกาสได้พูด ซ่งไป่หลางพลันสร้างฝ่ามือบัวสวรรค์อันแฝงด้วยเคล็ดอ่อนของวิชาวาดบัวล้อมสระสวรรค์ซัดไปทางร่างของฉินจี

                เงาของดอกบัวนี้อ่อนโยนยิ่งนัก ไม่เพียงไม่ทำร้ายกลับสร้างแรงส่งอันนุ่มนวลชักนำร่างของฉินจีพุ่งทะยานหนีจากวงล้อมของสัตว์ปีศาจอย่างรวดเร็ว อสรพิษเพลิงสีชาดส่งเสียงอย่างไม่พอใจมันอ้าปากเตรียมพ่นพิษโจมตีขัดขวางฉินจี ทว่าซ่งไป่หลางกลับไม่ยินยอมให้มันกระทำเช่นนั้น

                ฮ่า ฝ่ามือบัวสวรรค์ซัดออกอีกครั้งหนึ่ง กระแทกเข้าเต็มด้านข้างศีรษะของอสรพิษเพลิงสีชาด ศีรษะของมันสะบัดไปมาเพราะแรงกระแทกจึงทำให้ฉินจีรอดพ้นจากพิษกรดเพลิงอย่างหวุดหวิด

                ศิษย์น้องซ่ง ไม่ ฉินจีที่หลุดพ้นจากวงล้อมกำลังจะกลับเข้ามาช่วย ทว่าเสียงของซ่งไป่หลางกลับดังก้องขึ้นมา

                ศิษย์พี่ หนีไปซะ อย่าให้ความพยายามของข้าต้องสูญเปล่า

                ฉินจีได้แต่กล้ำกลืนคำพูดของตนเอง จากนั้นรีบหมุนกายทะยานร่างหายไปอย่างรวดเร็ว เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเกี่ยงกันอีกต่อไปแล้ว ซ่งไป่หลางทุ่มเททุกอย่างสร้างโอกาสให้แก่นาง ดังนั้นสิ่งที่นางต้องทำคือออกไปยังนอกหุบเขา รอให้อาจารย์ของนางมาถึงแล้วนางจะรีบนำทางมาที่นี่ ไม่แน่อาจสามารถช่วยชีวิตซ่งไป่หลางได้สำเร็จ

               

                หึหึ เลือกทางที่ยากกว่าอย่างไม่ลังเล สมแล้วที่ข้าไว้วางใจในตัวเจ้า เซี่ยหยางหัวเราะอย่างถูกใจ ที่แท้ก่อนหน้านี้เซี่ยหยางเสนอวิธีการให้แก่ซ่งไป่หลางสองทาง หนึ่งคือใช้ประโยชน์จากฉินจี ให้นางล่อลวงความสนใจของอสรพิษเพลิงสีชาด ด้วยฝีมือของซ่งไป่หลางเวลานี้หากอสรพิษเพลิงสีชาดไม่ให้ความสนใจเขาย่อมหนีไปได้อย่างง่ายดาย

                และทางที่สองคือเสี่ยงรับหน้าที่ดึงดูดความสนใจเอง ช่วยให้ฉินจีหนีรอดไปขอความช่วยเหลือแต่ซ่งไป่หลางจะต้องรับมือกับอันตรายทั้งหมดด้วยตนเอง ซ่งไป่หลางยังคงมีคุณธรรมในหัวใจอย่างยิ่ง ตัดสินใจเลือกข้อสองโดยไม่ลังเล ทั้งยังชิงส่งร่างของฉินจีจากไปโดยไม่รอให้เซี่ยหยางอธิบายรายละเอียดของแผนการด้วยซ้ำ

                นี่คือซ่งไป่หลาง ใครดีมาเขาจะดีตอบต่อคนผู้นั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข

                อาจารย์ ด้วยพลังของข้าจะสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้ได้หรือไม่ ซ่งไป่หลางเอ่ยถามเซี่ยหยางด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

                แน่นอนว่าเป็นไปได้ แต่ย่อมต้องมีค่าตอบแทน เซี่ยหยางถอนหายใจ ศัตรูของเจ้าเหนือกว่าเจ้าในเวลานี้มาก เจ้าไม่มีทางเอาชนะได้ แต่การหนีนั้นนับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เตรียมตัวให้ดีเจ้าหนู ถ้าข้าให้สัญญาณเมื่อไหร่เจ้าต้องรีบทำทุกอย่างเพื่อหลบหนีให้เร็วที่สุด

                ซ่งไป่หลางนั้นเชื่อมั่นในตัวของเซี่ยหยางอย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้นไม่รู้สึกสงสัยในคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

                ไป!!” เซี่ยหยางเอ่ยออกมา

                พลังของหยดละอองวิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกจากร่างของซ่งไป่หลาง ในชั่วพริบตานั้นอสรพิษเพลิงสีชาดพลันแปรเปลี่ยนท่าที มันพบว่าเหยื่อที่เคยอ่อนแอบัดนี้กลับมีกลิ่นอายอันแปลกประหลาด ทั้งเก่าแก่และทรงพลังเล็ดลอดออกมา อีกทั้งยังเป็นธาตุที่ตรงข้ามกับมันอย่างสิ้นเชิง ทำให้มันรู้สึกระแวงระวังมากขึ้น ถึงกระทั่งถอยห่างออกจากจุดที่ซ่งไป่หลางยืนอยู่อย่างไม่รู้ตัว

                ซ่งไป่หลางพบว่าโอกาสของตนมาถึงแล้วดังนั้นไม่รอช้าทะยานร่างหนีไปอีกเส้นทางหนึ่ง โดยใช้ท่าเท้าแปดบัวดาราสร้างความสับสนมึนงงแก่ศัตรู

                อสรพิษเพลิงสีชาดร้องขู่ เมื่อเห็นซ่งไป่หลางหลบหนีก็เข้าใจได้ว่าศัตรูกำลังหวาดกลัวดังนั้นไม่รอช้าพุ่งร่างเข้าติดตามอย่างรวดเร็ว ด้วยประสาทสัมผัสของอสรพิษเพลิงสีชาดการจะแยกร่างจริงของซ่งไป่หลางออกจากร่างเงาหลอนประสาทนั้นนับว่าไม่ยากเย็นแต่อย่างใด

                ด้วยร่างอันมโหฬารของมันออกตัวเพียงพริบตาก็แทบจะตามทันร่างของซ่งไป่หลางอยู่รอมร่อ ทว่าพริบตานั้นซ่งไป่หลางที่ควรจะชิงหลบหนีอย่างสุดชีวิตกลับพลิกร่างหันกลับมา ดวงตาทอประกายวาวโรจน์พร้อมกับวาดฝ่ามือซัดเข้าใส่ศีรษะของอสรพิษเพลิงสีชาดเต็มกำลัง

                เคล็ดฝ่ามือบัวสวรรค์

                ศีรษะของอสรพิษเพลิงสีชาดถูกแรงปะทะจากเงาของดอกบัวสวรรค์กระแทกใส่จนสะบัดไปด้านหลัง ทว่ามันกลับไม่ได้รับบาดเจ็บมากนักเพราะเปรียบเทียบกันแล้วพลังของซ่งไป่หลางยังไม่อาจนำมาใช้คุกคามอีกฝ่ายได้ อย่างไรก็ตามเพราะการโจมตีครั้งนี้อสรพิษเพลิงสีชาดจึงตระหนักได้ว่าเหยื่อของมันไม่ธรรมดาและสามารถทำร้ายมันได้เช่นกัน

                นี่คือกลยุทธ์ของซ่งไป่หลาง การเอาชนะอสรพิษเพลิงสีชาดเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ทว่าการจะหลบหนีจากมันก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยขนาดร่างกายที่ใหญ่โต บวกกับระดับพลังที่เหนือกว่า อีกทั้งสัญชาตญาณและประสาทสัมผัสของสัตว์ปีศาจนั้นเฉียบคมยิ่งกว่ามนุษย์ การหลบหนีด้วยท่าเท้าแปดบัวดารานั้นแทบจะไม่มีความหมายอันใด

                ทว่าสัตว์ปีศาจก็ยังคงเป็นสัตว์ปีศาจ สติปัญญาของมันยังไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับมนุษย์ได้ เมื่อเห็นซ่งไป่หลางหลบหนี มันจึงคิดว่าเหยื่อไม่สามารถตอบโต้ได้ ทว่าเมื่อเหยื่อหันมาตอบโต้ ความระแวงระวังที่เกิดขึ้นทำให้มันเลือกที่จะเว้นระยะห่างทั้งยังไม่สามารถผลีผลามบุกเข้าโจมตีได้อีกต่อไป นี่คือสัญชาตญาณพื้นฐานของมัน เป็นการระวังภัยของสัตว์ปีศาจที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

                ในทางตรงกันข้ามหากเปลี่ยนจากอสรพิษเพลิงสีชาดเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วยกัน ซ่งไป่หลางย่อมรู้ดีว่าวิธีนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆ ผู้ฝึกยุทธ์ย่อมดูออกว่าการลงมือของซ่งไป่หลางนั้นแทบจะเรียกได้ว่าทุ่มเททุกสิ่งที่มี และก็ทำได้เพียงสร้างบาดแผลเล็กๆน้อยๆแก่อีกฝ่ายเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องระแวงอะไรซ่งไป่หลางแม้แต่น้อย

                แผนการขั้นสองสำเร็จ ซ่งไป่หลางอาศัยความเร็วสุดกำลังทะยานร่างหลบหนีไปยังเขตของน้ำตกลมปราณ หากเข้าไปหลบซ่อนในม่านน้ำตก ต่อให้อสรพิษเพลิงสีชาดอยากตามเข้าไปก็ตามไม่ได้ ตราบใดที่มันยังไม่วิวัฒนาการเป็นสัตว์ปีศาจระดับสองขั้นสูง อีกทั้งธาตุของมันก็ยังแพ้ทางกับธาตุน้ำอย่างรุนแรง

                อสรพิษเพลิงสีชาดเคลื่อนร่างตามซ่งไป่หลางมาด้วยความเร็วคงที่ มันจับจ้องเด็กหนุ่มด้วยสายตาหมายมาด แม้จะระแวงอยู่บ้างทว่ามันกลับไม่คิดปล่อยให้ซ่งไป่หลางหลุดมือไปได้โดยเด็ดขาด

                เจ้าหนู ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างละก็ อีกไม่นานมันต้องโจมตีต่อแน่ เซี่ยหยางเอ่ยเตือน

                ซ่งไป่หลางเองย่อมรู้ดี อสรพิษเพลิงสีชาดเริ่มตระหนักแล้วว่าเหยื่อของมันไม่ได้มีพิษภัยอะไรขนาดที่มันจะต้องกังวล หากไม่ทำอะไรสักอย่างให้มันรู้สึกตกตะลึง เกรงว่าต่อไปมันคงตัดสินใจไล่ล่าโดยไม่สนใจการตอบโต้แล้ว

                ทว่าไม่ทันจะได้ลงมือทำอันใดอสรพิษเพลิงสีชาดกลับชิงเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวก่อน มันอ้าปากและพ่นพิษกรดเพลิงออกมาอีกครั้ง เป้าหมายย่อมเป็นร่างของซ่งไป่หลางเอง เด็กหนุ่มกัดฟันหันกลับมาเผชิญหน้าอย่างไม่มีทางเลือก สองมือชี้ออกด้านหน้าก่อนจะร่ายวิชาของตนออกมา

                เคล็ดม่านบัวสวรรค์

                ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกัน ม่านบัวสวรรค์ของซ่งไป่หลางสลายหายไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามพิษกรดเพลิงสูญเสียความเร็วและร่วงหล่นลงบนพื้น กัดกร่อนทุกสิ่งบนพื้นดินให้กลายเป็นเถ้าถ่าน ซ่งไป่หลางพลิกตัวทะยานร่างหลบหนีต่อเนื่อง ในขณะที่อสรพิษเพลิงสีชาดยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ

                เด็กหนุ่มขมวดคิ้วสัมผัสได้ถึงวิกฤติที่กำลังจะมาถึง หากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่เกินสิบลมหายใจอสรพิษเพลิงสีชาดคงตัดสินใจลงมืออย่างเต็มกำลังเป็นแน่

                เจ้าหนู หลบไปทางซ้าย ไปทางทิศตะวันตก เซี่ยหยางร้องบอก

                ซ่งไป่หลางไม่มีเวลามาสงสัย เมื่อเซี่ยหยางพูดจบเขาก็เปลี่ยนทิศทางกระโจนไปทางทิศตะวันตกทันที ดวงตาของซ่งไป่หลางหรี่ลงจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสับสนมึนงง

                อันใดกัน มีสถานที่แบบนี้ในหุบเขาต้องห้ามด้วย

                เบื้องหน้าของซ่งไป่หลางคือซุ้มประตูที่เก่าแก่และพังทลาย เมื่อมองทะลุเข้าไปด้านในกลับพบว่าเป็นซากปรักของสสถานที่เก่าแก่โบราณแห่งหนึ่ง คาดคะเนจากสภาพของซากปรักแล้วไม่แน่ว่ามันอาจมีอายุยาวนานกว่าหนึ่งพันปีเสียอีก

                สถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดา ถูกปกปิดด้วยพลังระดับรวมวิญญาณ ผู้ที่มีระดับต่ำกว่ารวมวิญญาณลงไปจะไม่มีทางหาเจอได้ ทว่าพลังที่ห่อหุ้มสถานที่แห่งนี้กำลังอ่อนกำลังลง ดังนั้นมันจึงปรากฏขึ้นและข้าสามารถสัมผัสได้ เซี่ยหยางเอ่ย

                พลังระดับรวมวิญญาณ ซ่งไป่หลางไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน

                พลังระดับรวมวิญญาณนั้นอยู่เหนือกว่าแปดขั้นเหนือมนุษย์ไปอีกระดับ เจ้าหนู ยังไม่ต้องคิดฝันถึงเรื่องนี้หรอก เซี่ยหยางหัวเราะร่า

                สีหน้าของซ่งไป่หลางแข็งค้าง เมื่อเขาวิ่งทะลุผ่านซุ้มประตูเข้ามา ดูเหมือนอสรพิษเพลิงสีชาดจะชะงักไปชั่วครู่ มันเองก็รู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมสถานที่แห่งนี้เช่นกัน ทว่ามันกลับไม่ต้องการปล่อยเหยื่อที่อุตส่าห์ไล่ล่ามาระยะหนึ่งไป ดังนั้นท้ายที่สุดมันตัดสินใจเลื้อยผ่านซุ้มประตูเข้ามาและติดตามซ่งไป่หลางด้วยความเร็วที่มากขึ้นกว่าเดิม

                เจ้าหนู อสรพิษเพลิงสีชาดเตรียมลงมือเต็มกำลังแล้ว มันไม่อยากอยู่ในสถานที่นี้นานจึงไม่มีทางเลือก หากต้องการรอดชีวิตเจ้าต้องทำให้มันรู้สึกว่าการจะจัดการกับเจ้านั้นยากเกินไป มันจึงจะยอมถอดใจจากการไล่ล่า เซี่ยหยางแนะนำ

                ซ่งไป่หลางไม่มีทางเลือก ด้วยความเร็วที่แตกต่างกันจะให้หนีไปถึงน้ำตกลมปราณคงเป็นไปไม่ได้ ทว่าตอนนี้ยังมีซากปรักโบราณที่สร้างความได้เปรียบให้กับตนเองอยู่ อสรพิษเพลิงสีชาดดูจะหวาดกลัวที่นี่เช่นกัน ดังนั้นมันคงไม่กล้าอยู่ที่นี่นานเกินไป

                อสรพิษเพลิงสีชาดไม่รีรออีกต่อไปแล้ว มันพุ่งร่างเข้าหาซ่งไป่หลาง ปากอ้ากว้างเตรียมพร้อมกลืนเด็กหนุ่มลงไป ซ่งไป่หลางคำรามกร้าวรวบรวมพลังที่ฝ่ามือทั้งสองข้างแล้วซัดออกพร้อมกัน ภาพของเงาดอกบัวปรากฏขึ้นซ้อนทับกันก่อนจะปะทะเข้ากับใบหน้าของอสรพิษเพลิงสีชาดอย่างรุนแรง

                แข็งแกร่งจริงๆ ซ่งไป่หลางนึกไม่ถึงว่าในสภาวะเตรียมพร้อมอสรพิษเพลิงสีชาดจะมีความแข็งแกร่งขนาดนี้ แม้เขาจะสามารถเบี่ยงทิศทางการกัดของมันได้สำเร็จทว่าก็เป็นเพียงความสำเร็จที่เฉียดฉิวเท่านั้น หากมันลงมืออีกครั้งหนึ่งเขาคงไม่รอด

                สัมผัสนี้ ดวงตาของซ่งไป่หลางทอประกาย ความหวังใหม่ได้ปรากฏขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ดูเหมือนการปะทะกันเมื่อครู่จะกระตุ้นให้ค่ายกลบางอย่างของซากปรักโบราณทำงาน อสรพิษเพลิงสีชาดเป็นสัตว์ปีศาจย่อมไม่รู้จักค่ายกล ทว่าซ่งไป่หลางที่ศึกษาความรู้เกี่ยวกับค่ายกลเป็นอย่างดีกลับสามารถระบุชื่อของมันได้ทันที

                ค่ายกลแดนเหมันต์ หากข้าคาดไม่ผิดยังมีค่ายกลอีกสองประเภทควบคู่กัน ทว่าพวกมันยังไม่เปิดใช้ พลังลมปราณของซ่งไป่หลางปั่นป่วนเล็กน้อยเพราะเขาต้องใช้พลังในการต่อต้านไอเย็นที่แทรกซึมเข้ามาในร่าง อย่างไรก็ตามอากาศเย็นนั้นส่งผลร้ายต่ออสรพิษเพลิงสีชาดมากกว่าซ่งไป่หลางหลายเท่า

                ด้วยฝีมือของข้าตอนนี้รับมือแค่แดนเหมันต์อย่างเดียวยังนับว่ายากลำบากแล้ว ถ้าเปิดใช้งานอีกสองค่ายกลข้าคงไม่รอดไปด้วย ทว่าเพียงค่ายกลเดียวก็เพียงพอที่จะยับยั้งอสรพิษเพลิงสีชาดแล้ว

                ซ่งไป่หลางกวาดตามองไปรอบบริเวณก่อนจะเผยรอยยิ้มยินดี ในที่สุดตนก็สามารถกำหนดขอบเขตของค่ายกลได้จึงฝืนใช้พลังทั้งหมดที่เหลือพุ่งร่างหลบหนีไปทันที อสรพิษเพลิงสีชาดได้รับผลกระทบจากไอเย็นอย่างรุนแรงจึงต้องใช้เวลาเพื่อฝืนปรับสภาพโดยพลังลมปราณ คาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่าสิบช่วงลมหายใจจึงจะสามารถไล่ตามได้อีกครั้ง

                ด้านของซ่งไป่หลางเมื่อทะยานผ่านของเขตของค่ายกลมาได้กลับกระทำในสิ่งที่บ้าบิ่นอย่างยิ่ง มือจับคว้าลูกแก้วที่มีไว้ประดับผนังของซากปรักแล้วกระชากมันออกมาอย่างรุนแรง พริบตาเดียวพลังของค่ายกลก็สูญสลาย ทำให้อสรพิษเพลิงสีชาดที่กำลังใช้ลมปราณปรับสภาพร่างกายต้องทำการปรับเปลี่ยนใหม่อีกรอบหนึ่งเพื่อทำให้กลับมาเป็นดังเดิม

                ซ่งไป่หลางหัวเราะทะยานร่างหลบหนีจากมา ผ่านไปแล้วหกลมหายใจในที่สุดอสรพิษเพลิงสีชาดเริ่มกลับสู่สภาวะเกือบสมบูรณ์ ดวงตาของมันจ้องเขม็งไปยังทิศทางที่ซ่งไป่หลางหนีไป มันไม่มีทางปล่อยเหยื่อให้หลุดมืออย่างแน่นอน

                เจ้าหนู ลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์นี่ใกล้หมดพลังเต็มทีแล้ว มิเช่นนั้นค่ายกลแดนเหมันตร์คงสังหารเจ้าและอสรพิษเพลิงสีชาดได้ในพริบตาเดียวไปนานแล้ว เจ้าจะเอามันมาด้วยทำไม

                ข้าจะใช้มันสร้างค่ายกลแดนเหมันตร์ฉบับง่าย คำตอบของซ่งไป่หลางทำให้เซี่ยหยางตกตะลึง

                เป็นไปไม่ได้ ค่ายกลแดนเหมันตร์ต้องใช้เวลาเตรียมการยาวนาน เป็นค่ายกลเหมาะแก่การตั้งรับรักษาพื้นที่ อีกทั้งยังต้องใช้ลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์หรือของวิเศษที่มีพลังธาตุน้ำแข็งเป็นสื่อ ลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์ของเจ้าใกล้จะหมดพลังอยู่รอมร่อ ยังจะสร้างค่ายกลได้อย่างไรกัน

                สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่ทำร้ายอสรพิษเพลิงสีชาด ซ่งไป่หลางตอบ

                เซี่ยหยางนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา เช่นนี้เอง ยอดเยี่ยมนัก อย่างไรก็ไม่อาจเอาชนะแต่การหลบหนีนั้นนับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

                ทันทีที่พ้นช่วงลมหายใจที่สิบสอง ร่างของอสรพิษเพลิงสีชาดได้พุ่งตัวออกไปอีกครั้งหนึ่ง ครานี้มีความเร็วสูงยิ่งกว่าก่อนหน้าที่ผ่านมา เพียงไม่นานกลับไล่ตามจนอยู่ห่างจากร่างของซ่งไป่หลางไม่ถึงครึ่งลี้

                เอาละ ซ่งไป่หลางเยือกเย็นอย่างยิ่ง ควบคุมพลังลมปราณเข้าไปกระตุ้นการทำงานของลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์ พร้อมกันนั้นถ่ายทอดพลังลมปราณเข้าสู่อักขระที่ตนสร้างเอาไว้ขณะกำลังวิ่งหนี พริบตาเดียวไอเย็นก็แผ่กระจายตามอักขระแล้วกลายเป็นเขตแดนเหมันตร์ขนาดเล็กที่มีพลังไอเย็นเพียงเล็กน้อย

                ทว่าสำหรับอสรพิษเพลิงสีชาดที่เพิ่งมีปัญหากับการปรับเปลี่ยนสภาพร่างกายไอเย็นเพียงเล็กน้อยที่ซ่งไป่หลางสร้างขึ้นกลับส่งผลกระทบต่อมันไม่น้อย มันรีบหยุดร่างเพื่อปรับเปลี่ยนสภาวะอีกครั้งตามสัญชาตญาณ ทว่าก่อนที่มันจะปรับเปลี่ยนจนอยู่ในระดับเหมาะสม ซ่งไป่หลางกลับยกเลิกการใช้ค่ายกลบังคับให้มันต้องปรับเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง

                ทำเช่นนี้วนอยู่สามรอบ ในที่สุดอสรพิษเพลิงสีชาดจึงเข้าใจถึงกลลวงของซ่งไป่หลาง ดังนั้นจึงฝืนสัญชาตญาณของตนโถมร่างเข้าหาซ่งไป่หลางหมายจะกลืนมนุษย์ผู้นี้ลงท้องให้จงได้

                ซ่งไป่หลางพลันเผยรอยยิ้ม ใช้มือดันลูกแก้วกำเนิดเหมันตร์ให้เข้าไปยังตำแหน่งดั้งเดิมของมัน พริบตาเดียวไอเย็นก็แผ่ออกมาจากค่ายกลอีกครั้ง โดยที่อสรพิษเพลิงสีชาดไม่รู้ตัว ซ่งไป่หลางได้หลอกล่อให้มันวิ่งวนกลับมายังตำแหน่งเดิมที่มีค่ายกลแดนเหมันตร์ตั้งอยู่ และการวิ่งที่ผ่านมาของซ่งไป่หลางก็ไม่ใช่เรื่องไร้ประโยชน์ เพราะเขาได้สังเกตรูปแบบของค่ายกลที่ยังถูกปิดซ่อนเอาไว้ซ้อนทับกับค่ายกลเขตแดนเหมันตร์

                ค่ายกล เปิด!!!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 562 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #99 yukai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 08:01

    ขอบคุณมาก
    #99
    0