God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

ตอนที่ 108 : ตอนที่ 103 สถานการณ์อันตราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    18 ก.พ. 63

                พื้นที่ด้านทิศตะวันตกของป่าห้าฤดูกาลเป็นแนวเทือกเขาที่เรียกว่าเทือกเขาสัตว์วิเศษ นั่นเพราะสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์ปีศาจและสมุนไพรวิเศษจำนวนมากที่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมในการปรุงโอสถ แม้สำนักพงไพรจะมีวัตถุดิบมากพอให้ลูกศิษย์ทำการฝึกฝนทว่าในการสอบเลื่อนขั้นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบมิเพียงจะต้องผ่านการทดสอบเพาะปลูกสมุนไพรและปรุงโอสถเท่านั้น ยังต้องผ่านการทดสอบเก็บรวบรวมสมุนไพรอีกด้วย

            กลุ่มของว่านหลิงได้พาว่านไฉ่เอ๋อมายังเขตเทือกเขาสัตว์วิเศษเพื่อให้บรรลุการเลื่อนระดับนี้ ตั้งแต่ที่ซ่งไป่หลางได้รับตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษา จ้าวหงก็ได้ล้มเลิกการคุกคามต่อพวกมันไปเป็นเวลานานแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่านหลิงกล้าพาคนอื่นๆมาด้านนอกเขตของสำนัก

            อย่างไรก็ตามว่านหลิงมิได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อยว่าจ้าวหงมิได้ยินยอมล้มเลิกการคุกคามกลุ่มของนาง เพียงแค่กำลังเฝ้ารอช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

            ก่อนที่ว่านไฉ่เอ๋อจะก้าวไปสู่ระดับศิษย์ยอดพฤกษา จ้าวหงจะต้องจัดการกับนางให้จงได้ มิเช่นนั้นหากรอให้นางกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาแล้วก็เท่ากับว่ามันจะไม่อาจแตะต้องนางได้อีกต่อไป

            ตอนนี้ไฉ่เอ๋อสามารถเก็บสมุนไพรได้เกือบครบแล้ว เหลือเพียงดอกอัคคีเก้าหนามก็เท่ากับว่าภารกิจเสร็จสิ้น เพียงแค่เข้ารับการทดสอบปรุงโอสถขั้นสุดท้ายก็จะได้กลายเป็นผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบเสียที หยุนป้อเอ่ยด้วยความยินดี

            ว่านหลิงที่มักจะเย็นชายังเผยรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ไฉ่เอ๋อ หากเจ้าสามารถกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาได้จริง ไม่เพียงตระกูลว่านของพวกเราที่จะได้ยกระดับตัวเองหลุดพ้นจากการถูกกดขี่ หมู่บ้านของพวกเราทั้งหมดก็จะสามารถพลิกฟื้นจากปัญหาได้อย่างง่ายดาย เจ้าทำให้ข้าและบิดามารดาภาคภูมิใจยิ่งนัก

            ว่านไฉ่เอ๋อยิ้มอย่างเอียงอาย ด้วยอายุของนางและระดับความสามารถที่มีแล้วสามารถเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งอย่างแท้จริง แต่ด้วยบุคลิกและนิสัยโดยธรรมชาติที่อ่อนโยนและมักจะหลีกเลี่ยงการปะทะกับผู้อื่นจึงทำให้นางดูบอบบางเป็นอย่างมาก

            ว่านหลิงได้แต่ส่ายหน้ากับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามพรสวรรค์ด้านการปรุงโอสถของว่านหลิงมิได้ยอดเยี่ยมมากนัก นางอายุมากกว่าว่านไฉ่เอ๋อหนึ่งปีแต่กลับบรรลุเพียงระดับทองแดงขั้นเจ็ดเท่านั้น ว่านหลิงตระหนักดีว่านางไม่สามารถฉายประกายอย่างโดดเด่นในด้านของการปรุงโอสถได้ ดังนั้นนางจึงตั้งใจที่จะฝึกฝนวิชาต่อสู้และพัฒนาความแข็งแกร่งของตนเพื่อคอยปกป้องน้องสาวอย่างสุดความสามารถ

            ชายหนุ่มคนอื่นๆก็เช่นกัน พวกมันทุกคนล้วนขาดแคลนพรสวรรค์เมื่อเทียบกับสองพี่น้องตระกูลว่าน ทว่าคนทั้งหมดล้วนมาจากหมู่บ้านเดียวกัน สนับสนุนช่วยเหลือกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม ดังนั้นหากว่านไฉ่เอ๋อผู้เป็นตัวแทนของพวกมันสามารถขึ้นไปสู่จุดที่สูงขึ้นได้ พวกมันทั้งหมดก็ยินดีที่จะทุ่มเทช่วยเหลือและปกป้องนางอย่างสุดความสามารถ

            พวกเรามาถึงเขตภูเขาไฟมอดดับแล้ว ตามที่บันทึกเอาไว้ในหอตำรา ดอกอัคคีเก้าหนามจะขึ้นตามธรรมชาติที่บริเวณนี้ ไฉ่เอ๋อเจ้าลองหาดูเถอะ หยุนป้อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

            ว่านไฉ่เอ๋อพยักหน้า นางหลับตาลงก่อนจะแผ่พลังลมปราณของตนเองออกไปโดยรอบ พลังธาตุพฤกษาของว่านไฉ่เอ๋อนับว่ายอดเยี่ยมทีเดียว ทันทีที่นางเริ่มต้นการค้นหาประสาทสัมผัสของนางก็สำรวจพบกับสมุนไพรจำนวนมาก

            ข้าสัมผัสได้ถึงสมุนไพรที่มีพลังลมปราณธาตุอัคคีแฝงอยู่ภายในอย่างรุนแรง มันอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ลี้ทางทิศตะวันออก ไปกันเถอะ ว่านไฉ่เอ๋อยิ้มสดใส ทว่าก่อนที่นางจะยุติการค้นหา สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนเป็นซีดเซียวและหวาดกลัว

            แย่แล้ว มีคนจำนวนนับร้อยกำลังเดินทางมาหาพวกเรา หนึ่งในพวกมันก็คือจ้าวหง

            ว่านไฉ่เอ๋อมีพรสวรรค์ด้านประสาทสัมผัสสูงส่งเป็นอย่างมาก ระยะห่างระหว่างกลุ่มของนางกับกลุ่มของจ้าวหงคือระยะทางประมาณสิบลี้ ทว่านางกลับสามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของพวกมันอย่างรวดเร็ว

            ว่านหลิงแค่นเสียง สีหน้าเย็นชาของนางเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ไม่ดีแล้ว จ้าวหงเจ้าลูกหมาสกปรกนั่นต้องการอาศัยโอกาสที่พวกเราออกมานอกสำนักเพื่อจัดการพวกเรา ไฉ่เอ๋อหากเกิดการปะทะขึ้นข้าจะขัดขวางพวกมันอย่างสุดความสามารถ เจ้าต้องรีบหลบหนีกลับไปยังสำนักให้เร็วที่สุด ขอเพียงหลังจากนี้เจ้าสามารถบรรลุผู้ปรุงโอสถระดับทองแดงขั้นสิบและได้รับแต่งตั้งให้กลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษา จ้าวหงจะต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำอย่างแน่นอน

            ว่านไฉ่เอ๋อส่ายหน้า น้ำตาเริ่มเอ่อคลอบนดวงตาของนาง ไม่ พี่หลิง ข้าจะไม่ทอดทิ้งท่าน

            หยุนป้อคำรามเสียงต่ำ ไม่มีเวลามากนัก พวกเราเร่งหลบหนีกันก่อน ไปที่ด้านในของเขตภูเขาไฟมอดดับ ในนั้นมีพลังธาตุอัคคีธรรมชาติรุนแรงยากที่จะค้นหาตำแหน่งของพวกเราได้ บางทีหากเราค้นพบที่ซ่อนดีๆก็อาจจะทำให้รอดจากการไล่ล่าของพวกสารเลวนั่น

            ตกลง ทุกคนพยักหน้าก่อนจะเร่งเคลื่อนไหวในทันที

            ไกลออกไปนับสิบลี้ ชายผู้หนึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย คุณชายจ้าว บางทีพวกมันอาจจะรู้ถึงตัวตนของเราแล้ว หลังจากที่ข้ากำลังตรวจสอบตำแหน่งของพวกมันด้วยกลิ่นโอสถเรืองรอง พวกมันกลับชิงเคลื่อนไหวไปด้านในเขตภูเขาไฟมอดดับอย่างรวดเร็ว เห็นทีพวกเราคงจะต้องเร่งความเร็วมิเช่นนั้นคงยากที่จะตามทัน

            จ้าวหงหัวเราะอย่างเย็นเยียบ จ้าวเสียง จงนำคนยี่สิบคนมุ่งหน้าตามพวกมันไปก่อน ไม่จำเป็นต้องเข้าปะทะเพียงแค่จับตำแหน่งของพวกมันอย่าให้คลาดสายตา คนอื่นๆให้แยกกระจายออกเป็นสามกลุ่ม บีบล้อมพวกมันเอาไว้จากทุกทาง ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกมันจะหนีออกจากเขตภูเขาไฟมอดดับด้วยวิธีใด

            จ้าวเสียงผู้เป็นญาติของจ้าวหงมีสีหน้าอึดอัดใจเล็กน้อย จ้าวหง คนเพียงยี่สิบคนอาจจะไม่เพียงพอ เจ้าก็รู้ว่าว่านหลิงผู้นั้นแข็งแกร่งเพียงใด ในกลุ่มของเรามีแค่เจ้าเท่านั้นที่รับมือนางได้

            ระดับพลังของจ้าวเสียงอยู่ที่ขั้นสองรวมวิญญาณเช่นเดียวกับจ้าวหงและว่านหลิง ทว่าเมื่อเปรียบเทียบความสามารถกันแล้วมันกลับไม่สามารถเป็นคู่มือของคนทั้งสองได้แม้แต่น้อย

            ทั้งจ้าวหงและว่านหลิงต่างก็เป็นบุคคลที่สามารถเอาชนะผู้ที่มีพลังเหนือกว่าตนเองได้ทั้งสิ้น

            จ้าวหงหัวเราะ มิต้องหวาดกลัวไป ต่อให้ว่านหลิงกล้าหาญเพียงใดมันย่อมไม่กล้าต้านทานพวกเราโดยตรงเป็นแน่ ข้าคิดว่าพวกมันจะต้องวางแผนหาที่ซ่อนหรือหาวิธีหลบหนีออกจากเขตภูเขาไฟมอดดับโดยไม่ปะทะกับพวกเรา ดังนั้นข้าจึงต้องการให้พวกเจ้าเร่งติดตามไปและจับตำแหน่งของพวกมันไว้ตลอดเวลา หากพวกมันคลาดสายตาไปได้ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้

            จ้าวเสียงพยักหน้าอย่างจำใจ แม้จะเป็นคนตระกูลเดียวกันทว่าอำนาจและพรสวรรค์ของจ้าวหงเหนือกว่ามันไปหลายขั้น ดังนั้นมันจึงถูกตระกูลกำชับให้คอยดูแลและช่วยเหลือจ้าวหงอย่างเต็มที่ หากจ้าวหงต้องการให้มันตายยังมิแน่ว่าตระกูลจะมอบความเป็นธรรมต่อมัน

            พวกเจ้า ตามข้ามา จ้าวเสียงคัดเลือกคนจำนวนยี่สิบคนมุ่งหน้าติดตามกลุ่มของว่านหลิงไป จากนั้นจ้าวหงก็ได้แบ่งกลุ่มออกเป็นอีกสามกลุ่มและเคลื่อนไหวโอบล้อมเขตภูเขาไฟมอดดับจากทุกทิศทาง

            หลังจากกองกำลังของมันกระจายกันไป ดวงตาของจ้าวหงพลันฉายประกายเย็นเยียบ ว่านไฉ่เอ๋อ เจ้ามีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้น หากมิยอมเป็นคนของข้าและยอมรับอักขระพันธสัญญา เจ้าก็จะต้องตายที่นี่

            หากมันสามารถผูกมัดว่านไฉ่เอ๋อเอาไว้ได้ ในอนาคตก็จะเท่ากับว่ามันสามารถควบคุมศิษย์ยอดพฤกษาของสำนักพงไพรได้เช่นกัน และในเวลาไม่นานมันเองก็มีโอกาสที่จะได้รับตำแหน่งนั้นด้วย เรื่องนี้ย่อมสร้างความพึงพอใจให้กับสำนักห้วงทมิฬเป็นอย่างมาก

            จ้าวหงตรวจสอบโอสถที่มันพกติดตัวมาด้วยก่อนจะยิ้มอย่างชั่วร้าย หากว่านไฉ่เอ๋อไม่ยินยอมรับแล้วอย่างไร มันยังมีวิธีการอีกมากมายที่จะบังคับนางได้ หรือต่อให้นางยังคงดื้อรั้นต่อต้าน มันก็ไม่ลังเลที่จะกำจัดนางทิ้งในท้ายที่สุด

            ฮึ่ม ยังมีเจ้าสารเลวซ่งไป่หลาง หลังจากที่ข้าจัดการกับว่านไฉ่เอ๋อสำเร็จ เจ้าก็จะเป็นเป้าหมายต่อไป ต่อให้เจ้ายังคงรักษาตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาเอาไว้ได้แต่หลังจากเข้าสู่มิติสวนสมุนไพรวิเศษ เจ้าจะยังรักษาชีวิตได้งั้นหรือ

            ดวงตาของจ้าวหงเต็มไปด้วยประกายอำมหิต ซ่งไป่หลางได้สร้างความอับอายให้แก่มันก่อนหน้านี้ ทำให้มันต้องสูญเสียทั้งชื่อเสียงและหยกศิลาลมปราณจำนวนมาก ยังมีการที่ถูกคนผู้หนึ่งแย่งชิงตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาที่มันหมายตาไว้เนิ่นนานไป ทั้งหมดนี้ทำให้จ้าวหงรู้สึกเจ็บแค้นอย่างมาก

            ด้านกลุ่มของว่านไฉ่เอ๋อ หลังจากเข้าสู่พื้นที่ใจกลางของเขตภูเขาไฟมอดดับ อากาศที่เคยอบอุ่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นร้อนดุจไฟเผา แม้พวกมันทั้งหกจะสามารถป้องกันอากาศที่ร้อนแรงได้ด้วยพลังลมปราณ ทว่าการกระทำเช่นนี้ทำให้พวกมันต้องสิ้นเปลืองพลังอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ยังอยู่ในขั้นเหนือมนุษย์ หลังจากผ่านไปเพียงไม่นานพวกมันก็เริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้น

            หยุนป้อขมวดคิ้วเล็กน้อย สถานการณ์แบบนี้ไม่ดีต่อพวกเราเลย หากพวกมันใช้วิธีปิดล้อมพวกเราเอาไว้และรอคอยจนกว่าพลังของพวกเราจะหมดลง ถึงตอนนั้นพวกเราก็มีเพียงสองทางเลือก หนึ่งคือตายในนี้หรือสองคือออกไปและถูกพวกมันจัดการ

            ข้าเห็นด้วย หากเป็นเช่นนี้มิสู้พวกเรารวมพลังกันฝ่าออกไปสักทางหนึ่ง จากที่ไฉ่เอ๋อตรวจสอบพวกมันแยกกลุ่มออกเป็นสี่กลุ่ม หากพวกเราเลือกฝ่าไปยังเส้นทางที่เปราะบางที่สุดพวกเราอาจจะหนีรอดไปได้ ชายอีกคนเอ่ยสนับสนุน

            ไม่ได้ กลุ่มของพวกมันล้วนมีจำนวนไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน อีกทั้งแต่ละกลุ่มยังมีผู้ที่มีพลังขั้นสองรวมวิญญาณอยู่ด้วย ถึงพวกเราจะเอาชนะได้ทว่าต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน หรือหากต้องการฝ่าออกไปเจ้าแน่ใจรึว่าทุกคนจะสามารถรอดไปได้ หากมีเพียงคนเดียวที่ถูกพวกมันรั้งจับเอาไว้ก็เท่ากับเข้าทางแผนการของพวกมันแล้ว อีกคนหนึ่งคัดค้าน

            ข้าไม่เชื่อว่าพวกมันจะกล้าสังหารพวกเราทั้งหมด เป้าหมายของพวกมันย่อมต้องเป็นไฉ่เอ๋อ ข้าเสนอให้พวกเราฝ่าออกไปและปกป้องให้ไฉ่เอ๋อและพี่หลิงหลบหนีไปได้ ขอเพียงนางไม่ถูกจับตัวจ้าวหงก็ย่อมไม่กล้าสังหารพวกเราเช่นกัน มันจะต้องเก็บพวกเราไว้ใช้ข่มขู่ไฉ่เอ๋อในอนาคตแน่

            ว่านหลิงถอนหายใจ คำพูดของเจ้าฟังดูมีความเป็นไปได้มาก จ้าวหงมิได้ต้องการสังหารโดยไม่จำเป็น เป้าหมายหลักของมันย่อมต้องเป็นไฉ่เอ๋ออย่างแน่นอน ทว่าแผนการนั้นเป็นไปได้ยากยิ่งนัก จ้าวหงมิใช่คนโง่ มันส่งคนกลุ่มหนึ่งให้เคลื่อนไหวตามติดพวกเราในระยะใกล้ ขณะเดียวกันมันกระจายกลุ่มที่เหลือโอบล้อมไว้สามทิศทาง หากเราเลือกโจมตีทิศทางใด กลุ่มที่ติดตามเราอยู่ย่อมลงมือช่วยเหลือในทันทีเช่นกัน

            ตรงกันข้าม หากเราเลือกลงมือกับกลุ่มที่ติดตามเรา อีกสามกลุ่มจะบีบล้อมเราเข้ามาจนอยู่ในระยะที่สามารถร่วมมือกันจัดการกับเราได้ในเวลาอันสั้น ถึงเวลานั้นก็เท่ากับพวกเราจนมุมแล้ว

            ว่านหลิงเป็นสตรีที่ชาญฉลาดอย่างมาก ดังนั้นนางจึงมองแผนการของจ้าวหงออกอย่างง่ายดาย ทว่ามองแผนออกมิได้แปลว่าจะสามารถแก้ทางได้ จำนวนคนที่แตกต่างกันทำให้ว่านหลิงรู้สึกจนปัญญา

            หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของว่านหลิงพลันฉายประกายเด็ดเดี่ยว พวกเจ้าทั้งหมดจงรวมกำลังกันฝ่าออกไปทางทิศตะวันออก ไฉ่เอ๋อด้วยพลังของเจ้ารวมกับหยุนป้อน่าจะสามารถฝ่ากองกำลังของพวกมันได้สำเร็จ ส่วนข้าจะจัดการกับกลุ่มที่ติดตามพวกเรา แม้จะไม่อาจกำจัดพวกมันได้ทั้งหมดทว่าการจะสะกัดเอาไว้สักช่วงเวลาหนึ่งย่อมเป็นไปได้

            ไม่ ท่านจะต้องหนีไปพร้อมกับพวกเรา ว่านไฉ่เอ๋อปฏิเสธทันที

            เด็กโง่ ลืมที่ข้าพูดไปแล้วรึ ขอเพียงเจ้ารอดไปได้จ้าวหงยังจะมีปัญญาทำอันใดพวกเราได้อีก สิ่งสำคัญก็คือเจ้าจะต้องกลับไปให้ถึงสำนัก อาจบางที หากเจ้าสามารถไปถึงตำแหน่งศิษย์ยอดพฤกษาได้สำเร็จ จ้าวหงจะกล้าทำอันใดกับเจ้าอีกเล่า หรือหากเจ้าร้อนใจ บางทีสหายของพวกเราที่นั่นอาจจะช่วยเหลือเจ้าได้

            ว่านหลิงเผยรอยยิ้มอบอุ่นขึ้น เป็นรอยยิ้มที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดได้เห็น ไฉ่เอ๋อ เจ้าคือความหวังของตระกูลว่าน คือความหวังของหมู่บ้านเราและพี่น้องทั้งหมดที่นี่ ชีวิตของเจ้าสำคัญที่สุด ไปเถอะ หยุนป้อรีบพานางไปเร็วเข้า

            หยุนป้อพยักหน้าดวงตาแดงก่ำ ว่านหลิง ระวังตัวด้วย

            ไป!!” สิ้นคำของว่านหลิง หยุนป้อพลันฉุดดึงร่างของว่านไฉ่เอ๋อจากไปอย่างรวดเร็ว คนอื่นๆพยักหน้าให้กับว่านหลิงหนึ่งครั้งด้วยความเคารพยกย่องก่อนจะเร่งจากไปเช่นกัน

            รอยยิ้มของว่านหลิงสลายหายไป เหลือเพียงใบหน้าอันเย็นชาและจิตสังหารที่เยียบเย็น จ้าวหง หากเจ้าต้องการสงคราม ข้าก็จะมอบสงครามแก่เจ้า

            หยุนป้อ ปล่อยข้า เราต้องช่วยพี่สาว ว่านไฉ่เอ๋อร้องไห้ออกมา นางไม่ต้องการปล่อยให้ว่านหลิงต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เหล่านั้น

            ไฉ่เอ๋อ พลังของเจ้าเหนือกว่าข้า หากเจ้าต้องการจะไปข้าย่อมไม่อาจห้ามเจ้าได้ ทว่าเจ้ากลับไปแล้วจะมีประโยชน์อันใด อย่างที่พี่สาวของเจ้าเอ่ย ขอเพียงเจ้ารอดไปได้พวกเราก็ยังมีความหวัง หยุนป้อกัดฟันเอ่ยด้วยความคับแค้น หากมันแข็งแกร่งกว่านี้ละก็ว่านหลิงก็คงไม่ต้องสละตนเช่นนี้

            กลุ่มที่เฝ้าทางทิศตะวันออกอยู่ด้านหน้าแล้ว พวกมันมีกันยี่สิบสี่คน ระวังตัวด้วย ชายอีกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

            ไฉ่เอ๋อ ทันทีที่เข้าปะทะ พวกเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อถ่วงรั้งพวกมันเอาไว้ เจ้าไม่ต้องลงมือ เพียงหนีไปให้พ้นจากพื้นที่ต่อสู้ก็พอ ขอเพียงเจ้ากลับไปยังสำนักได้ทุกคนก็จะปลอดภัย หยุนป้อกำชับอย่างจริงจัง จำเอาไว้ เจ้าจะต้องรอดกลับไปเพื่อพี่สาวของเจ้า

            ว่านไฉ่เอ๋อเม้มริมฝีปากพยายามห้ามน้ำตาของตน ข้า... ข้าเข้าใจ พวกเจ้าจะต้องระวังตัวให้มาก

            ร่างของกลุ่มคนจำนวนยี่สิบสี่คนปรากฏตัวขึ้นขัดขวางด้านหน้าของพวกมัน หยุนป้อคำรามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ฆ่า!!”

            บัดซบ พวกมันมาแล้ว เหตุใดกลุ่มของจ้าวเสียงจึงหายไป มู่หยุนที่ควบคุมคนกลุ่มนี้แค่นเสียง มันรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าฟันอันกระหายเลือดของหยุนป้อ พวกเราลงมือ อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้

            มุ่งเป้าไปที่ว่านไฉ่เอ๋อ คนอื่นๆจะหนีไปก็ช่าง ขอเพียงถ่วงเวลาได้สักสามสิบลมหายใจกลุ่มของจ้าวเสียงและกลุ่มอื่นๆจะต้องตามมาทันแน่นอน

            การปะทะได้เริ่มปะทุขึ้นอย่างดุเดือด

            หยุนป้อพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางกลุ่มของศัตรู ภายใต้การคุ้มครองของเกราะหนามปฐพี หยุนป้อคล้ายแปรสภาพเป็นสัตว์ร้ายที่น่าสะพรึงกลัวตนหนึ่ง ผู้ที่มีพลังระดับหนึ่งรวมวิญญาณเช่นเดียวกันยังไม่กล้าเข้าปะทะกับมันตรงๆ

            ชายอีกสามคนก็ไม่น้อยหน้า เมื่อพวกมันลงมือสอดประสานกัน กลุ่มคนที่มีจำนวนมากกว่ายังต้องถอยร่นออกไป อย่างไรก็ตามภายใต้จำนวนที่มากกว่านับห้าเท่า ไม่นานการบุกฆ่าของพวกมันก็ถูกยับยั้งและถูกบีบวงล้อมแคบลงเรื่อยๆ

            ท่ามกลางการต่อสู้ ว่านไฉ่เอ๋อเป็นบุคคลที่โดดเด่นถึงขีดสุด พลังธาตุพฤกษาของนางถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด ทุกย่างก้าวที่นางเคลื่อนไหวล้วนทิ้งละอองเกสรที่ละลานตาเอาไว้ หากผู้ใดสูดดมละอองเกสรเหล่านี้เข้าไป พวกมันจะได้รับพิษที่เล่นงานระบบประสาทและสลายพลังลมปราณทำให้ยากที่จะสู้ต่อได้ ว่านไฉ่เอ๋อเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรัดกุมทำให้มิมีผู้ใดสามารถสัมผัสร่างของนางได้

            แย่แล้ว อย่าปล่อยให้นางหนีหลุดจากวงล้อมไปได้ มู่หยุนอุทาน มันรีบทะยานร่างเข้าหาว่านไฉ่เอ๋อ ทว่าเมื่อมันเห็นดวงตามุ่งมั่นของนางจิตใจของมันก็สั่นสะท้านเล็กน้อย มันไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับว่านไฉ่เอ๋อได้หรือไม่

            เคล็ดพฤกษาหมื่นประกาย พฤกษาซ่อนลักษณ์

            ว่านไฉ่เอ๋อสะบัดมือออก ปลดปล่อยผงละอองเกสรเข้าใส่กลุ่มของมู่หยุน

            มู่หยุนคำรามออกมาคราหนึ่ง มันใช้พลังธาตุวายุพัดเป่าละอองเกสรเหล่านั้นออกไป ทว่าทันทีที่มันลงมือว่านไฉ่เอ๋อกลับรวดเร็วยิ่งกว่า ชิงใช้พลังธาตุวายุของนางควบคุมละอองเกสรไปตามความต้องการ แปรเปลี่ยนเส้นทางอย่างลี้ลับและทำให้มันสัมผัสเข้ากับร่างของมู่หยุนและคนของมันอีกห้าคน

            แย่แล้ว มู่หยุนใจหายวาบ มันตระหนักได้ว่าประสาทสัมผัสของมันทื่อด้านลงอย่างเห็นได้ชัด ความเร็วในการเคลื่อนไหวก็ตกลงในพริบตา

            อาศัยโอกาสนี้ ว่านไฉ่เอ๋อเร่งความเร็วพุ่งทะยานหลุดพ้นออกจากวงล้อมไปได้ ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความคับแค้นและโศกเศร้า ข้าจะต้องกลับไปยังสำนัก ขอให้ทุกคนปลอดภัยด้วยเถอะ

            บัดซบ รีบแจ้งคุณชายจ้าว ว่านไฉ่เอ๋อกำลังหลบหนีกลับไปยังสำนักแล้ว มู่หยุนร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันคาดไม่ถึงเลยว่าคนขี้ขลาดอย่างว่านไฉ่เอ๋อจะลงมือได้เฉียบขาดและรวดเร็วถึงเพียงนี้

            ด้านในเขตพื้นที่ภูเขาไฟมอดดับ คิ้วของจ้าวหงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ด้านหน้าของมันคือกลุ่มของจ้าวเสียงที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัส โอ้ เจ้าสามารถล้มคนยี่สิบคนได้ในระยะเวลาอันสั้น นี่ทำให้ข้ารู้สึกทึ่งเล็กน้อย

            มันมองดูร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของว่านหลิง ภายใต้การลงมืออย่างเร่งร้อนทำให้นางได้รับบาดแผลและสูญเสียพลังไปจำนวนมาก อย่างไรก็ตามว่านหลิงในสภาพนี้ย่อมไม่อาจต่อต้านมันได้แม้แต่น้อย

            ว่านหลิงเอ่ยอย่างเย็นชา ดูจากสีหน้าของเจ้า เป็นไปได้ว่าน้องสาวของข้าหลบหนีไปได้แล้วสินะ เจ้าสารเลวจ้าวหง เสียใจด้วยที่แผนการของเจ้าต้องผิดพลาดอีกครั้ง

            จ้าวหงหัวเราะ มิมีอันใดผิดพลาด ข้าย่อมคาดการไว้แล้วถึงกรณีที่นางจะสามารถหลบหนีไปได้ อย่างไรเสียเส้นทางเดียวที่นางจะไปก็คือทางกลับไปยังสำนัก หึหึ เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะปล่อยให้นางกลับไปได้ง่ายถึงเพียงนั้น

            ดวงตาของว่านหลิงทอประกายเย็นเยียบ จ้าวหง เจ้าวางแผนอันใดเอาไว้!!?”

            ว่านไฉ่เอ๋อกำลังจะกลายเป็นศิษย์ยอดพฤกษาคนใหม่ หากมีคนของสำนักพงไพรสังหารนางย่อมเป็นเรื่องใหญ่ ทว่าหากเป็นมือสังหารจากภายนอกละ จ้าวหงยิ้มอย่างเย็นชา อย่างไรก็ตามข้าจะให้โอกาสนางอีกครั้ง อืม อีกไม่นานคนของข้าก็คงพาตัวนางกลับมา ถึงตอนนั้นเจ้าจงภาวนาให้นางยอมรับเงื่อนไขของข้าเถอะ มิเช่นนั้นพวกเจ้าทั้งหมดจะต้องพบเจอกับจุดจบที่เลวร้ายเป็นแน่

           

            เส้นทางรอยต่อระหว่างป่าห้าฤดูกาลและเทือกเขาสัตว์วิเศษ ว่านไฉ่เอ๋อเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงสุดของนาง แววตาของนางฉายประกายตื่นตระหนกเมื่อเห็นกลุ่มคนนับสิบปรากฏตัวขึ้นขัดขวางนางเอาไว้

            พวกเจ้าเป็นใคร นางเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ

            ชายที่เป็นผู้นำของกลุ่มหัวเราะ คุณหนูไฉ่เอ๋อ ขอให้ท่านยอมติดตามพวกเรากลับไปโดยดี คุณชายจ้าวไม่ต้องการให้ท่านบาดเจ็บโดยไม่จำเป็น

            ว่านไฉ่เอ๋อพลันรู้สึกสิ้นหวัง คนกลุ่มนี้มิใช่คนของสำนักพงไพร ในกลุ่มพวกมันมีถึงสามคนที่มีพลังขั้นสองรวมวิญญาณ ยังมีอีกคนหนึ่งที่มีพลังสูงถึงขั้นสามรวมวิญญาณ ด้วยความสามารถของนางย่อมไม่มีทางต่อต้านได้

            แววตาของนางเต็มไปด้วยความเสียใจและสิ้นหวัง ภายใต้การเสียสละของพี่น้องนางกลับไม่สามารถหลบหนีได้สำเร็จ ทว่าก่อนที่นางจะยอมรับความเป็นจริงอันโหดร้าย เสียงที่คุ้นเคยพลันดังก้องขึ้นและทำให้จิตวิญญาณของนางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจหักห้าม

            พวกเจ้าต้องการตัวสหายของข้า ถามดาบในมือของข้าก่อนเถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

386 ความคิดเห็น

  1. #171 suptanom (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:08
    ดีดีดี
    #171
    0
  2. #162 dfrdz007 (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:26
    thank u
    #162
    0
  3. #161 snsptn (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:45

    ซีนเท่มาก พี่ซ่ง !!!
    #161
    0
  4. #154 Djokovic123 (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:24
    อ้ากกก ค้างง
    #154
    0